กบฏซีเรีย บุกเผาสุสานพ่ออัสซาด สหรัฐฯ เล็งหนุนรัฐบาลใหม่ซีเรีย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830468

กบฏซีเรีย บุกเผาสุสานพ่ออัสซาด สหรัฐฯ เล็งหนุนรัฐบาลใหม่ซีเรีย

11 ธ.ค. 2567 23:08 น.

กบฏซีเรีย บุกเผาสุสานพ่ออัสซาด สหรัฐฯ เล็งหนุนรัฐบาลใหม่ซีเรีย

กลุ่มกบฏในซีเรียบุกเผาทำลายสุสานบิดาของบาชาร์ อัล-อัสซาด หลังโค่นรัฐบาลสำเร็จ ขณะที่สหรัฐฯ เตรียมหนุนรัฐบาลใหม่ของซีเรีย แต่มีเงื่อนไข

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักรบของกลุ่มกบฏในซีเรีย บุกเผาทำลายสุสานของนาย ฮาเฟซ อัล-อัสซาด อดีตประธานาธิบดีซีเรีย และเป็นบิดาของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ถึงที่เมืองคาร์ดาฮา เมืองบ้านเกิดของตระกูลอัสซาด ที่ปกครองซีเรียมาเกินครึ่งศตวรรษ ก่อนจะถูกโค่นอำนาจเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้ชายติดอาวุธหลายคน เดินท่องบทสวดไปรอบๆ สุสานที่ถูกจุดไฟเผา ในเมืองคาร์ดาฮา ในจังหวัดลาตาเกีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย

กลุ่มพันธมิตรฝ่ายกบฏซึ่งนำโดย กลุ่ม ฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม (HTS) บุกโจมตีเมืองใหญ่ในซีเรียอย่างรวดเร็ว และสามารถโค่นอำนาจรัฐบาลที่ปกครองโดยตระกูลอัสซาดมานานถึง 54 ปีได้ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ทำให้ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ต้องลี้ภัยไปอยู่รัสเซียพร้อมกับครอบครัว

การล่มสลายของรัฐบาลอัสซาดถือเป็นการสิ้นสุดสงครามกลางเมืองที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2554 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5 แสนศพ และอีก 12 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นในประเทศ หรือต้องอพยพไปต่างประเทศ

ทั้งนี้ นายฮาเฟซ อัล-อัสซาด ปกครองซีเรียด้วยกฎเหล็กตั้งแต่ปี 2514 จนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี 2543 ซึ่งลูกชายของเขาเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อ

ฮาเฟซ อัล-อัสซาด เกิดและเติบโตขึ้นในครอบครัวชาวอลาไวต์ ชนกลุ่มน้อยที่แตกแขนงออกมาจากกลุ่มชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดลาตาเกีย ใกล้ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และชายแดนตุรกี มีอัตราส่วนคิดเป็น 10% ของประชากรทั้งหมดของซีเรีย

หลังการพ่ายแพ้ของตระกูลอัสซาด ชาวอลาไวต์บางคนกังวลว่าพวกตนจะตกเป็นเป้าหมายของการล้างแค้นจากฝ่ายกบฏ แต่ในวันจันทร์ที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้แทนฝ่ายกบฏร่วมกับสมาชิกกลุ่ม HTS และจากกองทัพซีเรียเสรี (Free Syrian Army) ซึ่งเป็นกองกำลังฝ่ายมุสลิมนิกายสุหนี่ เข้าพบผู้อาวุโสของชาวอลาไวต์ในเมืองคาร์ดาฮา

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ผู้แทนฝ่ายกบฏลงนามเอกสาร เน้นย้ำเรื่องความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมในซีเรีย

ก่อนหน้านี้นาย อาบู โมฮัมเหม็ด อัล-โจลานี ผู้นำกลุ่ม HTS ซึ่งตอนนี้เริ่มเคลื่อนไหวโดยใช้ชื่อจริงว่า อาเหม็ด อัล-ชารา ให้คำมั่นว่าจะยอมรับความหลากหลายทางศาสนาและชุมชนในซีเรีย ขณะที่ทูตสหประชาชาติประจำซีเรีย เรียกร้องให้ฝ่ายกบฏเปลี่ยนคำพูดดีๆ เป็นการลงมือกระทำจริง

ด้านกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า วอชิงตันจะยอมรับและให้การสนับสนุนรัฐบาลของซีเรียในอนาคตอย่างเต็มที่ ตราบเท่าที่เป็นรัฐบาลที่มาจากกระบวนการน่าเชื่อถือ ครอบคลุม และเคารพคนกลุ่มน้อย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ออสเตรเลียเร่งสอบ 323 ตัวอย่างไวรัส หายจากแล็บในควีนส์แลนด์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830429

ออสเตรเลียเร่งสอบ 323 ตัวอย่างไวรัส หายจากแล็บในควีนส์แลนด์

11 ธ.ค. 2567 16:50 น.

ออสเตรเลียเร่งสอบ 323 ตัวอย่างไวรัส หายจากแล็บในควีนส์แลนด์

ตัวอย่างไวรัส 323 หลอด หายไปจากห้องปฏิบัติการในรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย แต่ทางการยืนยันไม่มีความเสี่ยงต่อประชาชน เนื่องจากไวรัสจะสลายตัวอย่างรวดเร็วหากอยู่นอกตู้แช่แข็ง

ตัวอย่างไวรัส 323 หลอด หายไปจากห้องปฏิบัติการในรัฐควีนส์แลนด์ แต่ทางการยืนยันไม่มีความเสี่ยงต่อประชาชน ขณะที่รัฐบาลของรัฐควีนส์แลนด์ได้ประกาศการสอบสวนเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ที่เกิดขึ้นห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาสาธารณสุขของรัฐ หรือหนึ่งปีหลังจากมีการรายงานการสูญหายครั้งแรก

โดยห้องปฏิบัติการดังกล่าวให้บริการวินิจฉัยเฉพาะทาง เฝ้าระวัง และวิจัยไวรัสและเชื้อก่อโรคที่แพร่กระจายผ่านยุงและเห็บ ขณะที่ตัวอย่างไวรัสเฮนดรา ไลซาไวรัส และฮันตาไวรัส ถูกค้นพบว่าหายไปในเดือนสิงหาคม 2023 แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะรับรองว่าไม่มีความเสี่ยงต่อชุมชน แต่ห้องปฏิบัติการยังไม่สามารถระบุได้ว่าวัสดุถูกนำออกจากที่เก็บที่ปลอดภัยหรือถูกทำลาย

นายทิม นิโคลส์ รัฐมนตรีสาธารณสุขรัฐควีนส์แลนด์ ประกาศว่านายมาร์ติน ดอบนีย์ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาจะเป็นผู้นำการสอบสวน ส่วนนายจูเลียน ดรูซ อดีตหัวหน้าห้องปฏิบัติการระบุไวรัส ประจำห้องปฏิบัติการอ้างอิงโรคติดเชื้อวิกตอเรีย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ร่วมสอบสวน

“ด้วยการละเมิดมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพที่ร้ายแรงเช่นนี้ และอาจไม่มีตัวอย่างไวรัสติดเชื้อให้เห็นอีก กระทรวงสาธารณสุขควีนส์แลนด์จำเป็นต้องสืบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นและวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก” 

นายนิโคลส์กล่าวว่า “การสืบสวนตามมาตรา 9 จะทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการละเลยใดๆ ในการตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ และตรวจสอบนโยบายและขั้นตอนต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ในห้องปฏิบัติการในปัจจุบัน”

นายนิโคลส์กล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขควีนส์แลนด์ได้ใช้มาตรการป้องกันตั้งแต่ค้นพบการสูญหาย รวมถึงการอบรมพนักงานใหม่ และใบอนุญาตตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่ามีความรับผิดชอบและจัดเก็บวัสดุอย่างถูกต้อง

จอห์น เจอราร์ด หัวหน้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของควีนส์แลนด์ ย้ำว่าไม่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนจากการสูญหายดังกล่าว เขากล่าวว่าไม่มีการตรวจพบกรณีไวรัสเฮนดรา หรือไลซาไวรัสในมนุษย์ในรัฐควีนส์แลนด์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และไม่มีรายงานการติดเชื้อฮันตาไวรัสในมนุษย์ในออสเตรเลีย “สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือตัวอย่างไวรัสจะสลายตัวอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ภายนอกตู้แช่แข็งอุณหภูมิต่ำ และไม่สามารถแพร่เชื้อได้”

“มีแนวโน้มสูงสุดที่ตัวอย่างจะถูกทำลายด้วยหม้อนึ่งฆ่าเชื้อตามแนวทางปฏิบัติทั่วไปของห้องปฏิบัติการ และไม่มีการบันทึกอย่างเหมาะสม และมีแนวโน้มน้อยมากที่ตัวอย่างจะถูกทิ้งเป็นขยะทั่วไป เนื่องจากจะถือเป็นสิ่งที่อยู่นอกแนวทางปฏิบัติทั่วไปของห้องปฏิบัติการโดยสิ้นเชิง”.

ที่มา news.com.au

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เคาะเพิ่มราคากลาง‘นมโรงเรียน’ 0.46 บาท ลดต้นทุนเกษตรกร-ผู้ประกอบการ

https://www.naewna.com/local/846999

เคาะเพิ่มราคากลาง‘นมโรงเรียน’ 0.46 บาท ลดต้นทุนเกษตรกร-ผู้ประกอบการ

เคาะเพิ่มราคากลาง‘นมโรงเรียน’ 0.46 บาท ลดต้นทุนเกษตรกร-ผู้ประกอบการ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 10.14 น.

‘ปลัดเกษตร’เปิดเผยการปรับเพิ่มราคากลาง‘นมโรงเรียน’ 0.46 บาท ช่วยลดภาระต้นทุนเกษตรกร-ผู้ประกอบการ สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำนมดิบ

12 ธันวาคม 2567 นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการอนุมัติปรับเพิ่มราคากลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เพิ่มขึ้นถุงหรือกล่องละ 0.46 บาท ให้มีผลตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 เป็นต้นไป เป็นผลจากมติของที่ประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน (มิลค์บอร์ด) ที่เห็นชอบการปรับราคากลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน โดยปรับราคานมโรงเรียนเพิ่มขึ้น 0.46 บาท/หน่วย เพื่อให้สอดคล้องกับราคากลางน้ำนมดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นกิโลกรัมละ 2.25 บาท

ทั้งนี้ จะเป็นการช่วยลดภาระด้านต้นทุนของเกษตรกรและผู้ประกอบการในโครงการนมโรงเรียน โดยการปรับเพิ่มราคากลางนมโรงเรียนดังกล่าวจะส่งผลให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดซื้อนมโรงเรียน ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น / สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน /กรุงเทพฯ และ เมืองพัทยา ต้องได้รับการอุดหนุนงบประมาณเพิ่มเติมกว่า 777 ล้านบาท ซึ่งนมโรงเรียนชนิดพาสเจอร์ไรส์ จะมีราคากลางใหม่อยู่ที่ 7.35 บาท/ถุง จากราคากลางเดิม 6.89 บาท/ถุง และนมโรงเรียน ชนิดยูเอชที จะมีราคากลางใหม่อยู่ที่ 8.59 บาท/กล่อง จากราคากลางเดิม 8.13 บาท/กล่อง

“ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้มีการจัดสรรโควตาสิทธินมโรงเรียน ในอัตรา 50 : 50 สำหรับสถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคเอกชน ในการประกอบการโครงการนมโรงเรียนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะในสัดส่วนร้อยละ 50 ที่ให้สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ดำเนินการโครงการนมโรงเรียน ที่จะส่งผลให้เกษตรกรโคนมได้รับประโยชน์โดยตรงด้วย” นายประยูร กล่าว

ที่ปรึกษาฯประชุมสหกรณ์ฯ มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็ง

https://www.naewna.com/local/846897

ที่ปรึกษาฯประชุมสหกรณ์ฯ  มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็ง

ที่ปรึกษาฯประชุมสหกรณ์ฯ มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็ง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบจาก รมว.เกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมหารือและรับฟังข้อเรียกร้องชะลอการนำร่างกฎกระทรวงเสนอต่อคณะรัฐมนตรีร่วมกับชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจ จำกัด (ชสร.) โดยมีนายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

โอกาสนี้ นายบุญสิงห์ มอบหมายกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้ทบทวนหลักเกณฑ์และระเบียบการให้เงินกู้แก่สมาชิกสหกรณ์ รวมถึง (ร่าง) กฎกระทรวงการฝากเงินและการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และ (ร่าง) กฎกระทรวงการฝากเงินและการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ตามข้อชี้แจงความคิดเห็นของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจ จำกัด (ชสร.) เพื่อหาแนวทางการดำเนินงานด้านสหกรณ์ให้บรรลุวัตถุประสงค์ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มสหกรณ์อย่างแท้จริง

‘ถาวร’เยี่ยมชม ประมูลดอกไม้ ดันกล้วยไม้ไทย ส่งออกตลาดจีน

https://www.naewna.com/local/846898

‘ถาวร’เยี่ยมชม  ประมูลดอกไม้  ดันกล้วยไม้ไทย  ส่งออกตลาดจีน

‘ถาวร’เยี่ยมชม ประมูลดอกไม้ ดันกล้วยไม้ไทย ส่งออกตลาดจีน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเยี่ยมชมบริษัทศูนย์กลางการค้าและการประมูลดอกไม้นานาชาตินครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน (Kunming International Flora Auction Trading Center Co., Ltd. หรือ KIFA) ในห้วงการประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 ว่าสมาคมผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย(Thai Orchid Exporters Association: TOEA) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับบริษัทศูนย์กลางการค้าและการประมูลดอกไม้นานาชาติแห่งนครคุนหมิง (KIFA) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ในการส่งเสริมให้กล้วยไม้จากไทยเข้าประมูลในตลาด KIFA เพื่อจำหน่ายในตลาดจีน โดยรวบรวมกล้วยไม้ นำพันธุ์และผลผลิตคุณภาพดี มาแนะนำและประมูลในตลาด

ทั้งนี้ KIFA เป็นตลาดประมูลดอกไม้ที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 2 ของโลก ก่อตั้งเมื่อปี 2544 เป็นกิจการรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลนครคุนหมิง และมณฑลยูนนาน มีแพลตฟอร์มให้บริการอุตสาหกรรมไม้ดอกครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีการจัดการระบบการประมูลจากประเทศเนเธอร์แลนด์ มีพื้นที่ 160,000 ตารางเมตร มีห้องประมูลดอกไม้ 2 ห้อง ปัจจุบันมีเกษตรกรลงทะเบียนเป็นผู้นำดอกไม้เข้ามาประมูล 33,000 ราย และมีผู้ลงทะเบียนสมาชิกเพื่อเป็นผู้ประมูลดอกไม้มากกว่า 3,100 ราย จุดเด่นของ KIFA คือ บริษัทจำหน่ายดอกไม้และผู้เข้าประมูลที่เป็นรายย่อยสามารถเข้าร่วมการประมูลได้ โดยดอกไม้ที่นำเข้าไปประมูลกับ KIFA ร้อยละ 90 เป็นดอกไม้ภายในประเทศ ในจำนวนนี้เป็นดอกไม้จากยูนนาน ร้อยละ 80

รองปลัดฯถกคกก.โคนมฯ8วาระสำคัญ

https://www.naewna.com/local/846896

รองปลัดฯถกคกก.โคนมฯ8วาระสำคัญ

รองปลัดฯถกคกก.โคนมฯ8วาระสำคัญ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ครั้งที่ 5/2567 มีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.ความก้าวหน้าคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม 2.ต้นทุนการผลิตน้ำนมโค ไตรมาส 2 ปี 2567

3.ผลการทบทวนประกาศคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม เรื่องมาตรฐานการรับซื้อน้ำนมโค ที่ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ 4.ผลการทบทวนราคากลางรับซื้อน้ำนมโค ที่ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ และโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นม ไตรมาส 2 ของ ปี 2567

5.การแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. 2551, 6.ผลการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2567/2568, 7.การขอเปลี่ยนแปลงบันทึกข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2567/2568 และ 8.การเร่งรัดการออกกฎหรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดมาตรา 22 วรรคสองแห่ง พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562

นอกจากนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบพข.) ครั้งที่ 2/2567 มีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.ความคืบหน้าการเสนอมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาและส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2567/68 และ 2.มาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลีสำหรับกลุ่มผู้ผลิตอาหารกุ้ง ปี 2568 ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติ ยกเว้นมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลีสำหรับผลิตอาหารกุ้งสำหรับปี 2568 ของผู้ผลิตอาหารกุ้ง 6 ราย ปริมาณข้าวสาลีที่ขอยกเว้น 118,700 ตัน และมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการนบขพ.รายงานความก้าวหน้าในการประชุมครั้งต่อไป

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน มอบรางวัลการประกวดสร้าง Platform การบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด

https://www.naewna.com/local/846824

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน มอบรางวัลการประกวดสร้าง Platform การบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน มอบรางวัลการประกวดสร้าง Platform การบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.02 น.

11 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เวลา 11.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานการมอบรางวัลการประกวดการสร้าง Platform การบริหารจัดการพืชปุ๋ยสด ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง เพื่อสร้าง Platform การบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด และเพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทานการผลิตและการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด  มีการบริหารจัดการข้อมูลปริมาณและคุณภาพเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่กระบวนการผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ให้เป็นระบบที่ดีขึ้น สามารถสร้างรายได้และเป็นอาชีพที่สร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ และเกษตรกรผู้ใช้เมล็ดพันธุ์เป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อการปรับปรุงบำรุงดินให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อการดำเนินงานนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรดินของกรมพัฒนาที่ดินให้ใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน โดยมีทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Compass  รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ ทีมนวัตกรเมืองช้าง ทั้งนี้  Platform ที่พัฒนาขึ้น จะช่วยให้เกษตรกรผู้ผลิต เกษตรกรผู้ใช้ ผู้ซื้อ และผู้ขายเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน สามารถเข้าถึงข้อมูลปริมาณ คุณภาพ และแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดชนิดต่างๆ ที่สำคัญ ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

-(016)

เจาะลึก 9 งานศิลปะทำยอดประมูลสูงสุดในงาน ‘DRIVEN’ นิทรรศการและการประมูลงานศิลปะสุดยิ่งใหญ่โดย The Art Auction Center

https://www.naewna.com/lady/847022

เจาะลึก 9 งานศิลปะทำยอดประมูลสูงสุดในงาน ‘DRIVEN’ นิทรรศการและการประมูลงานศิลปะสุดยิ่งใหญ่โดย The Art Auction Center

เจาะลึก 9 งานศิลปะทำยอดประมูลสูงสุดในงาน ‘DRIVEN’ นิทรรศการและการประมูลงานศิลปะสุดยิ่งใหญ่โดย The Art Auction Center

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.09 น.

เจาะลึก 9 งานศิลปะทำยอดประมูลสูงสุดในงาน ‘DRIVEN’ นิทรรศการและการประมูลงานศิลปะสุดยิ่งใหญ่โดย The Art Auction Center 

สร้างตำนานบทใหม่ให้วงการประมูลงานศิลปะของไทยอีกครั้ง หลังจากที่ The Art Auction Center บริษัทประมูลศิลปะอันดับหนึ่งของไทย เปิดตัวนิทรรศการและการประมูลผลงานศิลปะส่งท้ายปลายปี 2567 ได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการใน ‘DRIVEN’ ท่ามกลางเหล่านักสะสมและคนรักงานศิลป์ ที่ร่วมชื่นชมผลงานศิลปะทรงคุณค่าจากศิลปินชั้นนำของวงการจำนวน 133 ชิ้นอย่างใกล้ชิด 

ภายในงานผู้ชมยังได้สัมผัสกับสุดยอดยนตรกรรมโดย 911 Assistant ศูนย์บริการ Porsche ระดับแนวหน้าของประเทศ ที่นำรถ Porsche รุ่นพิเศษอวดโฉมใจกลาง River City Bangkok บ่งบอกถึงดีไซน์อันประณีตและสมรรถนะที่เป็นเลิศ จัดแสดงเคียงข้างกับงานศิลปะ สร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการค้นพบความงดงามที่ขยายขอบเขตออกไปมากกว่างานศิลปะ สื่อถึง ‘แรงขับเคลื่อน’ ซึ่งเป็นหัวใจของทั้งสองโลก ก่อนจัดประมูลเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2567 และปิดยอดประมูลสูงสุดกว่า 41 ล้านบาท! 

เบื้องหลังผลงานชิ้นเอก: 9 งานศิลปะทำยอดประมูลสูงสุดใน DRIVEN 

งานศิลปะทำยอดประมูลสูงสุด ไม่เพียงสะท้อนความสวยงาม หากแต่เป็นเกิดจากการผสมผสานของหลากหลายปัจจัย ทั้งชื่อเสียงของศิลปิน เทคนิคที่ใช้ในการสร้างสรรค์ เรื่องราวเบื้องหลังผลงาน รวมถึงกระแสความนิยมในยุคนั้น ๆ มันคือการลงทุนทางด้านอารมณ์และจิตวิญญาณ สะท้อนถึงรสนิยมและความเข้าใจในคุณค่าของงานศิลปะ ทั้งยังเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงแนวโน้มของตลาดศิลปะในอนาคต ทำให้นักสะสมรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นการประมูลที่ดุเดือด ราวกับเป็นการต่อสู้เพื่อให้ได้ครอบครองผลงานแห่งประวัติศาสตร์ มาเจาะลึกเบื้องหลัง 9 งานศิลปะที่ทำยอดประมูลสูงสุดในงาน DRIVEN กันดีกว่า! 

1.ถวัลย์ ดัชนี “FISHING BOAT / ตังเก” (ปี 2510) สถิติการประมูล 5,454,350 บาท 

ผลงานที่สะท้อนเส้นสายอันชับซ้อนทรงพลัง และสีโทนฟ้าสุขุม ถ่ายทอดความเงียบสงบและความลึกลับของท้องทะเล ภาพกึ่งนามธรรมของเรือที่แสดงอยู่บนฉากหลังของสีเขียวและฟ้าตัดสลับกันอย่างนุ่มนวลอัดแน่นไปด้วยอารมณ์ การเล่นแสงและเงา ที่จับเอาจังหวะการเคลื่อนไหวของระลอกคลื่น ปาดป้ายด้วยเกรียงเรียงตัวสอดประสานรูปเรขาคณิตสไตล์คิวบิสก์ ผลงานชิ้นสำคัญนี้ถูกแขวนประตับ ณ ห้องอาหารขององค์กร JUSMAGTHAI ในช่วงระหว่างสงครามเวียดนาม นับเป็นผลงานหายากที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกอย่างชัดเจน ในยุคที่ ถวัลย์ เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ

2.ชาติชาย ปุยเปีย “UNTITLED” (ปี 2556) สถิติการประมูล 4,293,850 บาท

ธรรมชาติ เวลา ฤดูกาลผันผ่าน ชีวิตมนุษย์เวียนวน ก่อกำเนิดบุรุษบรรจบแล้วดับหาย ชาติชาย ปุยเปีย ถ่ายทอดความสันโดษ การแสวงหาและตระหนักรู้ของจิตภาวะภายใน สะท้อนความคิดและอารมณ์ในใจ แสดงความสงบผ่านสีหน้าและการใช้สี เหล่าผีเสื้อบินตอมดอมดม แทนสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงและเติบโตในมนุษย์ การเข้าใจ โอบรับและกลับคืนสู่สามัญนำมนุษย์หวนคืนสู่ธุลีดิน

3.ดำรง วงศ์อุปราช “GOLDEN MOUNT / ภูเขาทอง” (ปี 2504) สถิติการประมูล 3,249,400 บาท

ผลงานหายากชิ้นคัญของดำรงที่ส่องประกายตังเพชรเม็ดงามชิ้นนี้ สร้างสรรค์ขึ้นในยุคที่ศิลปินชนะรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ ภาพนี้สะท้อนรายละเอียดอันประณีต ผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวลวดลายขัดสานของไม้ ลายแผ่นกระดานของฝาผนัง และพื้นผิววัสดุมุงหลังคา ที่ถูกวาดอย่างพิถีพิถันคงความสมจริง นำเสนอภาพภูเขาทอง ความงามของสถาปัตยกรรมบ้านเรือนและวิถีชีวิตอย่างไทย ที่กลั่นผ่านห้วงความคิดของศิลปิน อาศัย มุมมองนำเสนอในแนวตั้งแบบศิลปะสมัยใหม่ สะท้อนความเชื่อมโยงของชีวิตและศรัทธาทางศาสนาที่ถูกรวมเข้าไว้ด้วยกัน

4.ทวี นันทขว้าง “BIRD OF PARADISE” (ปี 2521) สถิติการประมูล 3,133,350 บาท

ผลงานเซอร์เรียลิสม์ (Surrealism) ของทวี นันทขว้าง ศิลปินผู้รังสรรค์ผลงานศิลปะเหนือจริงคนแรก ๆ ของประเทศไทย Bird of Paradise ที่เห็นในภาพเป็นต้นไม้ที่ไม่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง หากแต่เป็นต้นไม้ที่ถ่ายทอดจากจินตนาการของศิลปิน สร้างบรรยากาศที่อบอวลด้วยกลิ่นอายของความวิเวกวังเวงและลึกลับซับซ้อน ด้วยการใช้แสงสีที่ไม่มีอยู่จริง ผลงานชิ้นนี้จึงบ่งบอกถึงคาแร็กเตอร์ของทวีที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

5.ประเทือง เอมเจริญ “UNIVERSAL LOVERS / คู่รักจักรวาล” (ปี 2537) สถิติการประมูล 2,204,952 บาท 

ผลงานชิ้นนี้ตีพิมพ์ในหนังสือ “จิตวิญญาณศิลปะ” เอกภพกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด ชั่วขณะที่ดวงดาวนับล้านกำลังสูญสลายแตกตับ บ้างระเบิดเพื่อก่อเกิดสายธารดาราใหม่ ท่ามกลางความอ้างว้างที่สสารกระจัดกระจายวุ่นวาย พลังของจักรวาลก็ดึงดูดเข้าหา นำพาคู่รักโคจรมาพบกัน ประเทืองถ่ายทอดความงามของปรากฏการณ์นามธรรมนั้น ด้วยคู่สีจัดจ้าน รายละเอียดเส้นสายบรรจงขับเน้นพลังของดาวฤกษ์ที่ปลดปล่อยสู่กันและกัน เปรียบเป็นเส้นทางนับพันปีแสง ชีวิตมนุษย์นั้นยืนยาวเพียงแสงดาวตกที่คาดผ่านฟ้า แต่ในช่วงเวลาเพียงพริบตานั้น ความรักของเราได้พบพาน

6.ทองไมย์ เทพราม “WHERE DID WE COME FROM? WHY WERE WE BORN? WHERE ARE WE GOING?” (ปี 2565) สถิติการประมูล 1,392,600 บาท

ผลงานจิตรกรรมร่วมสมัยขนาดใหญ่ของทองไมย์ นำเสนอการตั้งคำตามใคร่ครวญถึงชีวิต การเดินทางของตัวละครสรรพสัตว์ เอกลักษณ์การใช้สีสัน สดใส จัดจ้าน การแรเงาที่สร้างมิติรูปร่างให้ชัดเจนปรากฏในผลงาน อีกทั้งการนำหลักคิดทางพระพุทธศาสนาเป็นหัวใจในการสื่อสาร กล่าวถึงชีวิตที่ดำเนินไปตามวิถี เมื่อมีผู้ตื่นรู้และมีปัญญาเป็นแสงแห่งความรู้แจ้งนำทาง ย่อมมีผู้คนที่หลงย่ำเดินอยู่ในความมืด แต่เมื่อใดที่พวกเขาเลือกถอดผ้าผูกนั้นออก ตาของพวกเขาก็จะไม่มืดบอดอีกต่อไป

7.มือบอญ “WHAAM!” (ปี 2565) สถิติการประมูล 1,856,800 บาท 

ผลงานชิ้นนี้ได้รับการจัดแสดงในนิทรรศการเดี่ยว “WHAAM!” ที่ Black Book Gallery เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2565 ‘ผลงานชิ้นนี้วิพากษ์ศิลปะแนวป๊อปอาร์ตได้อย่างแยบยลในรูปแบบการ์ตูนคอมิกที่ดูสนุกสนาน ด้วยกองทัพนกน้อยแสนน่ารักทำหน้าที่เป็นกบฏทางปรัชญา ตั้งคำถามต่อแนวคิดการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยในยุคแห่งการชื่นชมทางวัฒนธรรม การพิสูจน์ทราบแหล่งที่มาของความคิดในผลงานที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ หรือนี่จะเป็นเพียงการยืมมืออัตถิภาวนิยมเข้ามายกระดับภาพลักษณ์สิทธิบริโภคนิยม ติดป้ายให้เป็นศิลปะชั้นสูง แทนที่ข้อเท็จจริงด้วยความเชื่อศรัทธาสร้าง ความจริง อันบิดเมือนขึ้นมา มือบอญ อ้างอิงไอคอนของกระแสป๊อปอาร์ตลงในผลงาน ทั้งด้วยความยกย่องและตั้งคำถามไปพร้อมกัน

8.ประเทือง เอมเจริญ “ABSTRACT SCENERY / ทิวทัศน์นามธรรม” (ปี 2548) สถิติการประมูล 1,740,750 บาท

ผลงานชิ้นนี้ตีพิมพ์ในหนังสือและจัดแสดงในนิทรรศการ ‘ร้อยริ้วสรรพสีสัน’ ตำนานชีวิตและสังคม ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 สื่อถึงบทลำนำแห่งธรรมชาติที่มีบรรยากาศของช่วงเวลาและแสงแดดจากดวงอาทิตย์เป็นท่วงทำนอง ประเทือง จงใจปาดป้ายโครงสีทึบเข้ม หนักแน่น ที่บ่นระบายความทุกข์ยาก สะท้อนสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ในยามนั้น ผนวกกับการเคลื่อนไหวที่แปรงซ้อนทับเนื้อสีเป็นชั้น ๆ เมื่อการมาถึงของลัทธิศิลปะตะวันตกแผ่อิทธิพลในไทยช่วงปี พ.ศ. 2500 เกิดเป็นลีลาจิตรกรรมที่ค่อนข้างแตกต่างจากผลงานยุคอื่น เป็นงานศิลปะที่โอบรับกระบวนการแสวงหาทางศิลป์ที่เปี่ยมล้นด้วยจิตวิญญาณ

9.ถวัลย์ ดัชนี “อสรพิษ” (ปี 2520) สถิติการประมูล 1,160,500 บาท

อีกหนึ่งผลงานศิลปะหาชมยากของ ถวัลย์ ดัชนี ที่หลายคนมักคุ้นเคยจากภาพของช้าง ม้า วัว ควายเป็นส่วนใหญ่ หากแต่ภาพนี้ศิลปินสะบัดปลายพู่กันเป็นรูปอสรพิษกำลังอ้าปาก เพื่อจัดกรามให้เข้าที่หลังจากกลืนเหยื่อลงไป นอกจาก ‘อสรพิษ’ จะเป็นภาพที่แปลกตาและหาชมยากของศิลปิน เทคนิคที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานยังแปลกใหม่ ด้วยการนำพู่กันมากลึงให้เกิดเป็นน้ำหนักเพื่อสื่อถึงมัดกล้ามส่วนต่างๆ ของอสรพิษ ราวกับอสรพิษกำลังเคลื่อนไหวและมีชีวิตอยู่ในภาพวาด เป็นผลงานล้ำค่าที่ควรค่าแก่การสะสม 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีผลงานศิลปะอันโดดเด่นและหาชมยากจากศิลปินชื่อดังอีกมากมาย ที่สะท้อนเอกลักษณ์และมุมมองเฉพาะตัวที่น่าประทับใจอีกหลายชิ้น ทั้งนี้ The Art Auction Center ยังประกาศข่าวดีด้วยว่า เตรียมพบกับนิทรรศการและการประมูลครั้งสำคัญ ที่จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่จะถึงนี้!!!

-(016)

มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ชวนส่งมอบความสุข แทนของขวัญปีใหม่ กับคอนเสิร์ตการกุศล ‘สายใยดุจสายฝน 2 ดอกไม้ของน้ำใจ’

https://www.naewna.com/lady/846916

มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ชวนส่งมอบความสุข แทนของขวัญปีใหม่  กับคอนเสิร์ตการกุศล ‘สายใยดุจสายฝน 2 ดอกไม้ของน้ำใจ’

มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ชวนส่งมอบความสุข แทนของขวัญปีใหม่ กับคอนเสิร์ตการกุศล ‘สายใยดุจสายฝน 2 ดอกไม้ของน้ำใจ’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมด้วย อ.ดนู ฮันตระกูล และวงไหมไทยออร์เคสตร้าพร้อมด้วยเสียงไทยคอรัส และศิลปินรับเชิญ อาทิ กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, POD, อี๊ด ฟลาย, แก้ม-กุลกรณ์พัชร์ เมอร์นาร์ด และวง สาว สาว สาว เป็นต้น เชิญชวนส่งมอบความสุข ความปรารถนาดีที่มีให้กันและกัน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยการชมคอนเสิร์ตการกุศล “สายใยดุจสายฝน 2 ดอกไม้ของน้ำใจ” วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2568 เริ่ม ณ หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นับเป็นการมอบของขวัญที่จะสร้างความอิ่มเอมใจให้กับ “ผู้ให้ และผู้รับ” พร้อมทั้งสร้างความดีใจให้กับผู้พิการทางการเห็น ที่สนับสนุนความสามารถของเด็กนักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ โดยรายได้จากการชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็จะถูกส่งต่อมาเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะทางดนตรีของครูและนักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ

เสาวณี สุวรรณชีพ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของ “คอนเสิร์ตสายใยดุจสายฝน” ในปีที่ผ่านมา จึงเป็นที่มาของการกลับมาอีกครั้งกับคอนเสิร์ตสายใยดุจสายฝน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาทุนสนับสนุนโครงการพัฒนาทักษะทางดนตรีของครูและนักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ภายใต้การกำกับดูแลของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ให้มีสมรรถนะเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ทางมูลนิธิฯ จึงร่วมมือกับ อาจารย์ดนู ฮันตระกูล และวงไหมไทยออร์เคสตร้า จัดการแสดงคอนเสิร์ตการกุศลในครั้งนี้ ชื่อ “สายใยดุจสายฝน 2 ดอกไม้ของน้ำใจ” ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญ กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, ป๊อด-ธนชัย อุชชิน, อี๊ด ฟลาย, แก้ม-กุลกรณ์พัชร์ เมอร์นาร์ด (ฟ้าจรดทราย), สาว สาว สาว,ศิลปินผู้พิการทางสายตา ตั๊ก-อธิศรี สงเคราะห์, พั้น-พัทธนันท์ อรุณวิจิตรสกุล,ไข่มุก-พัชรีวรรณ จินาเพศ, วิช-สุวิช อินทรนุกูลกิจ, ต่อ-นพพร แพรม่วง,ธี-ภัทระ วานิชานันท์, กลุ่มนักร้องประสานเสียง ศิษย์ปัจจุบันโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพอีกกว่า 20 คน ร่วมดำเนินรายการโดย จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว – จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม

“และในช่วงเวลาแห่งการแสดงคอนเสิร์ตนั้น อยู่ในช่วงของการก้าวสู่ปีใหม่ 2568 จึงใคร่เชิญชวนทุกท่านร่วมส่งของขวัญปีใหม่ ด้วยบัตรชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ นับเป็นของขวัญสุดพิเศษที่เป็นหยิบยื่นโอกาส ส่งต่อการให้แก่น้องๆผู้พิการทางการเห็น ที่อิ่มเอิมใจ ทั้งผู้ให้ และผู้รับ ร่วมกันสานฝันที่มองไม่เห็นให้เป็นจริง ความสุขจากเสียงเพลงก้าวข้ามความท้าทายแค่มุ่งมั่นตั้งใจคว้าโอกาส โลกมืดก็ไม่อาจปิดกั้นความสำเร็จ”

สำหรับคอนเสิร์ตสายใยดุจสายฝน 2 นี้ มีบทเพลงไพเราะและเสริมสร้างกำลังใจต่างๆ อาทิ ดอกไม้ของน้ำใจ, ปาฏิหาริย์, ใบไม้, ดอกไม้ให้คุณ, Santa Lucia ฟ้าพราวดาว, ประตูใจ, ช่วงที่ดีที่สุด, มนต์รักลูกทุ่ง, ชื่นชีวิต, หนึ่งในร้อย,ตันหยงเมืองใต้, Subaru ดาวประดับใจ ฯลฯ

คอนเสิร์ตจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 2,500, 3,000, 3,500 และ 5,000 บาท รายได้จากการจำหน่ายบัตรสมทบทุนโครงการพัฒนาทักษะทางดนตรีของครูและนักเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ เริ่มซื้อบัตรได้ตั้งแต่วันนี้ต้นไป ผ่านไทยทิคเก็ตเมเจอร์ www.thaiticketmajor.com ทุกช่องทาง

สยามพารากอน จับมือ คาร์เทียร์สร้างปรากฏการณ์มหัศจรรย์แห่งความสุข เนรมิต Installation สุดงดงามในคอนเซ็ปต์‘Cartier Magical Night’

https://www.naewna.com/lady/846861

สยามพารากอน จับมือ คาร์เทียร์สร้างปรากฏการณ์มหัศจรรย์แห่งความสุข  เนรมิต Installation สุดงดงามในคอนเซ็ปต์‘Cartier Magical Night’

สยามพารากอน จับมือ คาร์เทียร์สร้างปรากฏการณ์มหัศจรรย์แห่งความสุข เนรมิต Installation สุดงดงามในคอนเซ็ปต์‘Cartier Magical Night’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สยามพารากอนตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก และเป็น Luxury Destination ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จับมือลักซ์ซูรี่แบรนด์ดังระดับโลกCartier เนรมิตสยามพารากอนเป็นดินแดนแห่งจินตนาการด้วย Installation สุดงดงามในคอนเซ็ปต์ “Cartier Magical Night” สร้างปรากฏการณ์มหัศจรรย์แห่งความสุขแบบเหนือความคาดหมายตลอดเดือนธันวาคม กับงาน “Siam Paragon The Magical Celebration”

นางสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์การค้าสยามพารากอนกล่าวว่า “สยามพารากอน พร้อมต้อนรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนด้วยการมอบประสบการณ์การเฉลิมฉลองสุดพิเศษเพื่อตอกย้ำการเป็น Luxury Destination โดยได้รับเกียรติจากลักซ์ซูรี่ แบรนด์ดังระดับโลก Cartier ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเนรมิตสยามพารากอนเป็นดินแดนแห่งจินตนาการด้วย Installation สุดงดงามในคอนเซ็ปต์ “Cartier Magical Night” จำลองความมหัศจรรย์ของการรังสรรค์โลหะอันมีค่าให้กลายเป็นงานศิลปะชั้นเลิศ พิเศษไปกว่านั้น ระหว่างวันที่ 23-31 ธ.ค. 2567 สยามพารากอน ยังเตรียมมอบความสนุกสนานให้แก่ลูกค้าด้วยมหกรรมเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอนเสิร์ตต่อเนื่องถึง 9 วัน โดยไฮไลท์เปิดเทศกาลคริสต์มาส ศิลปินเคป๊อปชื่อดัง โดคยองซู จะมาร่วมฉลองคริสต์มาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟเป็นครั้งแรก และสนุกสนานต่อเนื่องไปกับกองทัพศิลปินดังกว่าร้อยชีวิตที่หมุนเวียนมามอบความสุขส่งท้ายปี 2567

ร่วมฉลองคริสต์มาสสุดพิเศษ กับ 4 ซานต้าหนุ่มหล่อสุดฮอต ระหว่างวันที่ 23-25 ธันวาคม 2567 พบกับโชว์สุดพิเศษของ “โดคยองซู” ในงาน SIAM PARAGON PRESENTS THE FIRST CHRISTMAS WITH DOH KYUNG SOO เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะสยามพารากอน ที่เดียวเท่านั้น! คอนเฟิร์มว่าได้ว่างานนี้ “โดคยองซู” เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เพื่อมอบความสุขและสร้างความทรงจำแสนพิเศษร่วมกันกับทุกคนเพื่อเป็นของขวัญคริสต์มาส ฟินต่อเนื่องกับคริสต์มาสอีฟ 24 ธ.ค. 2567 เตรียมพบกับหนุ่มฮอต นนน-กรภัทร์ เกิดพันธุ์ มามอบเสียงเพลงให้แฟนๆ ได้อิ่มเอมในช่วงเทศกาลแห่งอบอุ่น และปิดท้ายฉลองคริสต์มาส 25 ธ.ค. 2567 ไปกับ กลัฟ-คณาวุฒิ และ ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ที่เตรียมแพ็กคู่มาอวดความหล่อ เรียกความฟินให้พาร์ค พารากอน เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข

“SIAM PARAGON THE MAGICAL COUNTDOWN 2025” ระหว่างวันที่ 26-31 ธ.ค. 2567 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป จัดเต็มความมันส์ส่งท้ายปี 2567 ด้วยมหกรรมคอนเสิร์ต
แบบนันสต๊อปต่อเนื่องถึง 9 วัน ยกทัพ ศิลปินดัง อาทิ ซี-พฤกษ์ พานิช, นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์, คริส-พีรวัส แสงโพธิรัตน์, สิงโต-ปราชญา เรืองโรจน์, THREE MAN DOWN, POTATO, TILLY BIRDS, ป๊อบ-ปองกูล, โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน, ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว, ออฟโรด-กันตภณ จินดาทวีผล, URBOYTJ, วี-วิโอเลต วอเทียร์, getsunova, NONT TANONT, ETC, PALMY, PARADOX, PAPER PLANES, ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์, ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน, เจมิไนน์-นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์,โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล และ BODYSLAM เป็นต้น

เสริมทัพความรื่นเริงด้วยขบวนพาเหรดจากเหล่า ซานต้า และแซนตี้ ที่จะพาทุกคนเดินทางเข้าสู่บรรยากาศเทศกาลคริสต์มาส พร้อมมอบรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคน ระหว่างวันที่ 21-31 ธ.ค. 2567 วันละ 3 รอบ เวลา 14.00 น. / 16.00 น. / 18.00 น. ทั่วบริเวณ ชั้น M และ พาร์ค พารากอน โดยจัดงานภายใต้มาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มแข็ง และพิเศษสุดในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ศูนย์การค้าสยามพารากอนขยายเวลาเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 09.30-24.00 น. มอบความสุขแบบNon Stop จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ “The Magical Celebration” ลดแรงครั้งใหญ่สูงสุดกว่า 90% ส่งท้ายปลายปี ระหว่างวันที่ 11 ธ.ค. 2567-12 ม.ค. 2568 สามารถติดตามรายละเอียดและวิธีการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ Facebook : Siam Paragon และ ONESIAM SuperApp