“คิม จองอึน” ชมการทดสอบโดรนพิฆาต สั่งเพิ่มการผลิตอย่างเร่งด่วน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825699

"คิม จองอึน" ชมการทดสอบโดรนพิฆาต สั่งเพิ่มการผลิตอย่างเร่งด่วน

15 พ.ย. 2567 09:16 น.

“คิม จองอึน” ชมการทดสอบโดรนพิฆาต สั่งเพิ่มการผลิตอย่างเร่งด่วน

คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ชมการทดสอบสมรรถนะการทำงานของโดรนพิฆาต พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งดำเนินการผลิตเป็นจำนวนมากโดยทันที

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือเคซีเอ็นเอ ของเกาหลีเหนือ เผยแพร่ภาพนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินทางไปชมการทดสอบสมรรถนะการทำงานของโดรนพิฆาต ที่จะถูกใช้ในการบินไปพุ่งชนเป้าหมายทำให้เกิดการระเบิดรุนแรง โดยได้มีการตัดแต่งเบลอภาพเพื่อให้มองไม่เห็นรายละเอียดของโดรน

รายงานข่าวระบุว่า ผู้นำคิม จองอึน แสดงความพึงพอใจกับโดรนพิฆาตรุ่นใหม่ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งดำเนินการผลิตเป็นจำนวนมากโดยทันที โดยกล่าวว่าโดรนพิฆาตได้กลายมาเป็นข้อกำหนดที่จำเป็นในด้านการทหารในปัจจุบัน

โดยเขากล่าวว่า การแข่งขันในการใช้โดรนเพื่อเสริมศักยภาพทางการทหารกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก และเน้นย้ำถึงขอบเขตการใช้งานทางการทหารที่ขยายตัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นอาวุธที่ต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และมีสายการผลิตที่เรียบง่าย

ขณะที่หนึ่งในภาพถ่ายแสดงให้เห็นรถบีเอ็มดับเบิลยู และรถถัง ถูกทำลายด้วยโดรน อย่างไรก็ตามเคซีเอ็นเอ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของภาพ ตลอดจนวันเวลาและสถานที่แต่อย่างใด.

ภาพ KCNA

สะพานไม้ชมวิวไต้หวันพังถล่ม นทท.ตกลงมาดับ 1 เจ็บอีก 4 ราย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825695

สะพานไม้ชมวิวไต้หวันพังถล่ม นทท.ตกลงมาดับ 1 เจ็บอีก 4 ราย

15 พ.ย. 2567 09:00 น.

สะพานไม้ชมวิวไต้หวันพังถล่ม นทท.ตกลงมาดับ 1 เจ็บอีก 4 ราย

เกิดเหตุสลดเมื่อทางเดินไม้ชมวิวที่นำไปสู่สะพานแขวนที่มีชื่อเสียงในไต้หวันพังลงกระทันหัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยว 4 คนตกลงมาจากสะพาน ดับ 1 ศพ เจ็บอีก 4 ราย

สื่อไต้หวันรายงานเหตุสลด เมื่อทางเดินที่ทำมาจากไม้ความสูง 3 เมตร พังลงกระทันหันในขณะที่นักท่องเที่ยว 5 คน กำลังจับกลุ่มยืนถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้ง 4 คนตกลงมากระแทกพื้น โดยในจำนวนนี้มีหญิงชราวัย 76 ปี ที่บาดเจ็บที่ศรีษะและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่อีก 4 คน อาการยังทรงตัว

โดยอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ใกล้สะพานแขวนฟูเม่ย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอำเภออาลี่ซานของจังหวัดเจียอี้ โดยกลุ่มผู้บาดเจ็บเป็นส่วนหนึ่งของคณะทัวร์จำนวน 44 คนจากเขตเมี่ยวหลี่ ที่มาท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมดังกล่าว

ทั้งนี้ สะพานแขวนฟูเม่ยสร้างขึ้นด้วยการบริจาคจากสภากาชาดไต้หวัน และได้ถูกส่งมอบให้สำนักงานเทศบาลอาลี่ซานเพื่อการบริหารจัดการในปี 2011 ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไต้หวัน

ตื่นตา นักวิจัยพบทากทะเลสายพันธุ์ใหม่อยู่ในทะเลลึก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825684

ตื่นตา นักวิจัยพบทากทะเลสายพันธุ์ใหม่อยู่ในทะเลลึก

15 พ.ย. 2567 08:08 น.

ตื่นตา นักวิจัยพบทากทะเลสายพันธุ์ใหม่อยู่ในทะเลลึก

นักวิจัยจากสถาบันวิจัยแห่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอเรย์ เบย์ ชี้ สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่มีลักษณะเหมือนวุ้นเจลาตินเรืองแสงที่พบในทะเลลึกครั้งแรกเมื่อ 20 ปีก่อน คือหอยทากทะเลสายพันธุ์ใหม่ 

คลิปวิดีโอออนไลน์ที่เผยแพร่โดยสถาบันวิจัยแห่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอเรย์ เบย์ ในแคลิฟอร์เนีย เผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลรูปร่างประหลาด ลักษณะเหมือนวุ้นเจลาตินที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรที่มีความลึกในระดับ “โซนกลางคืน” หรือ midnight zone โดยนักวิทยาศาสตร์ได้พบสิ่งมีชีวิตนี้เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2000 หรือกว่า 20 ปีก่อน ด้วยการใช้ยานพาหนะระยะไกลที่ความลึก 8,576 ฟุต หรือราว 2,614 เมตร ในมหาสมุทรแปซิฟิก จากนั้นจึงได้เฝ้าสังเกตลักษณะโครงสร้าง และเก็บตัวอย่างมาวิจัย จนได้รู้คำตอบว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้เป็นหอยทากทะเลสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันนี้ได้ระบุลักษณะของหอยทากทะเลตัวใหม่นี้ว่า มีโครงสร้างคลุมศีรษะที่ใหญ่โตอยู่ด้านหนึ่ง และหางแบนที่มีขอบขรุขระคล้ายมือหลายๆ นิ้วที่ด้านตรงข้าม พร้อมกับอวัยวะภายในที่มีสีสันอยู่ระหว่างนั้น ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในการจำแนกประเภทสายพันธุ์ของมัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากตรวจสอบการพบเห็นสิ่งมีชีวิตนี้มากกว่า 150 ครั้ง และศึกษาในห้องปฏิบัติการ นักวิจัยได้ข้อสรุปว่ามันเป็นหอยทากทะเลชนิดใหม่หรือที่เรียกกันว่า “นูดิบรังก์” (nudibranch) ซึ่งอาศัยอยู่ในมิดไนท์โซน ซึ่งเป็นพื้นที่ในมหาสมุทรลึกที่มีอุณหภูมิหนาวเย็น ความมืดมิด และความดันมหาศาล โดยผลการค้นพบที่น่าสนใจครั้งนี้ ถูกตีพิมพ์ไว้ในวารสาร Deep-Sea Research Part I .

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทากทะเล

แคนาดาพบมนุษย์ติดเชื้อไข้หวัดนกรายแรก อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825673

แคนาดาพบมนุษย์ติดเชื้อไข้หวัดนกรายแรก อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ

15 พ.ย. 2567 05:00 น.

แคนาดาพบมนุษย์ติดเชื้อไข้หวัดนกรายแรก อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ

วัยรุ่นในแคนาดา กลายเป็นคนแรกของประเทศที่ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ตอนนี้อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ และยังไม่มีใครรู้ว่า เขาติดเชื้อได้อย่างไร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 14 พ.ย. 2567 ว่า วัยรุ่นรายหนึ่งในประเทศแคนาดาถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 เป็นรายแรกของประเทศ หลังจากล้มป่วยอาการวิกฤติ โดยที่เขาไม่มีประวัติไปสัมผัสกับปศุสัตว์เช่น วัว หรือ สัตว์ปีก ที่มีเชื้อหมุนเวียนอยู่เลย

นอกจากนั้น สายพันธุ์ของเชื้อที่อยู่ในร่างกายของวัยรุ่นรายนี้คือ ไวรัสกลุ่ม 2.3.4.4b จีโนไทป์ D1.1 เป็นเชื้อที่มักพบหมุนเวียนอยู่ในนกป่าและสัตว์ปีก แตกต่างจากเชื้อที่กำลังแพร่กระจายในฟาร์มปศุสัตว์ของสหรัฐฯ อยู่ตอนนี้

ประเทศแคนาดายังไม่พบการระบาดของไข้หวัดนกในฟาร์มเลี้ยงวัวมาก่อน แต่พบการระบาดในฟาร์มสัตว์ปีกแล้ว

ไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 กลุ่มที่ทำให้เกิดการระบาดในฟาร์มวัว ปรากฏขึ้นบนโลกในปี 2539 และแพร่กระจายหมุนเวียนอยู่ในทั้งสัตว์ปีกและนกป่ามานับแต่นั้น ก่อนจะกระจายไปทั่วเอเชีย แอฟริกา กับยุโรป ในปี 2563 ก่อนจะไปถึงอเมริกาเหนือในปี 2564 และตามด้วยอเมริกากลางกับอเมริกาใต้ในปี 2565

วัยรุ่นที่ติดเชื้อในแคนาดา อยู่ที่รัฐ บริติช โคลัมเบีย เขาป่วยหนักเกิดกว่าจะตอบคำถามจากเจ้าหน้าที่ได้ว่า เขาได้สัมผัสกับสัตว์ปีกหรือสัตว์ที่ติดเชื้อหรือไม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวในงานแถลงข่าวว่า อาจเป็นไปไม่ได้ที่จะหาแหล่งที่มาว่าเขาติดโรคจากที่ใด

เมื่อเดือนสิงหาคมก็เคยเกิดกรณีลักษณะคล้ายกันนี้ ผู้ป่วยหนึ่งจากรัฐมิสซูรี ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 โดยไม่รู้แหล่งที่มา และเจ้าหน้าที่ก็ยังหาไม่พบจนถึงตอนนี้ว่าเขาติดเชื้อได้อย่างไร แม้ว่าเขาจะรักษาตัวจนหายดีแล้วก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : livescience

UK เตรียมแบนขุดเหมืองถ่านหินแห่งใหม่ เพิ่มลงทุนพลังงานสะอาด

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825672

UK เตรียมแบนขุดเหมืองถ่านหินแห่งใหม่ เพิ่มลงทุนพลังงานสะอาด

15 พ.ย. 2567 03:16 น.

UK เตรียมแบนขุดเหมืองถ่านหินแห่งใหม่ เพิ่มลงทุนพลังงานสะอาด

สหราชอาณาจักรเตรียมออกกฎหมายใหม่ เพื่อแบนการขุดเหมืองถ่านหินแห่งใหม่ เดินหน้าสู่การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2567 รัฐบาลของสหราชอาณาจักร ยืนยันว่า พวกเขาจะเสนอกฎหมายใหม่ โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อจำกัดการออกใบอนุญาตทำเหมืองถ่านหินแห่งใหม่ในอนาคต ตามนโยบายของพรรคแรงงานที่ต้องการจำกัดคาร์บอนออกจากการผลิตไฟฟ้า เพื่อเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดของโลก

พลังงานถ่านหินยังคงเป็นแหล่งพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ สู่บรรยากาศโลกมากที่สุด การค่อยๆ หยุดใช้มันจึงเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อรับมือภาวะความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส และมอบผลประโยชน์ทางสุขภาพผ่านคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น

สหราชอาณาจักรเป็นประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ชาติแรก ที่หยุดการเผาถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้า เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ด้วยการปิดโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินแห่งสุดท้ายของประเทศที่ แรทคลิฟฟ์ ออน ซอร์ หลังจากใช้งานมา 50 ปี ทำให้การใช้ถ่านหินผลิตพลังงานของ UK ลดลงจาก 40% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2555 เหลือ 0% ในปี 2567

เมื่อยุคสมัยแห่งถ่านหินจบลง ยุคแห่งพลังงานสะอาดจะเข้ามาแทนที่ โดยรัฐบาล UK ลงทุนมหาศาลอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยจะลงทุน 2.17 หมื่นล้านปอนด์กับโครงการดักจับคาร์บอน ซึ่งคาดว่าจะสร้างงาน 50,000 ตำแหน่ง และอีก 2.3 พันล้านปอนด์เพื่อทำสัญญาการผลิตไฮโดรเจนด้วยพลังงานไฟฟ้า รอบแรก

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ UK เกิดขึ้นหลังจาก หน่วยดำเนินการระบบพลังงานแห่งชาติ ของสหราชอาณาจักร (NESO) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ ยืนยันในสัปดาห์ก่อนว่า การบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดภายในปี 2573 ยังเป็นสิ่งที่ทำได้ และสามารถปลดล็อกพลังงานไฟฟ้าที่สะอาดกว่า และปลอดภัยกว่า

ทั้งนี้ อดีตคนงานเหมืองถ่านหินกว่า 120,000 คน จะได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้นจากเดิม 32% เพื่อรับประกันว่า ผู้ที่ช่วยในการผลิตพลังงานให้แก่ประเทศมานานหลายทศวรรษ จะได้รับรางวัลจากแรงงานที่พวกเขาลงไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : gov.uk

อิสราเอลโจมตีทางอากาศ ถล่มเมืองหลวงซีเรีย ดับ 15 ศพ เจ็บอีกนับสิบราย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825671

อิสราเอลโจมตีทางอากาศ ถล่มเมืองหลวงซีเรีย ดับ 15 ศพ เจ็บอีกนับสิบราย

15 พ.ย. 2567 01:48 น.

อิสราเอลโจมตีทางอากาศ ถล่มเมืองหลวงซีเรีย ดับ 15 ศพ เจ็บอีกนับสิบราย

อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เมืองหลวงของซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ศพ บาดเจ็บอีกนับสิบราย อ้างโจมตีกลุ่มก่อการร้าย

สำนักข่าว SANA ของซีเรีย รายงานอ้างการเปิดเผยจากกองทัพว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่อาคารที่อยู่อาศัยหลายแห่งในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ย. 2567 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีก 16 ราย

SANA ระบุว่า อิสราเอลโจมตีเข้ามาจากทางที่ราบสูงโกลัน มุ่งเป้าไปที่อาคารในเขตเมซซาฟ์ ของกรุงดามัสกัส และเขตคุดซายา บริเวณชายกรุง โดยผู้เสียชีวิตรวมถึงผู้หญิงและเด็กหลายศพ

ด้านกองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขาโจมตีโดยมีเป้าหมายที่กลุ่ม “อิสลามิก ญิฮาด” ในซีเรีย เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดี และสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อศูนย์บัญชาการ และสมาชิกขององค์กรก่อการร้ายกลุ่มนี้

อนึ่ง กลุ่มอิสลามิก ญิฮาด เป็นกลุ่มติดอาวุธขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ในฉนวนกาซา รองจากกลุ่มฮามาส และมีสมาชิกเคลื่อนไหวอยู่ในหลายประเทศในตะวันออกกลาง

การโจมตีล่าสุด เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลเพิ่มความเข้มข้นในการโจมตีทางอากาศในซีเรียมากขึ้น เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สังหารพลเรือนไป 7 ศพที่เมืองซัยยิดาห์ ซัยนับ (Sayyidah Zaynab) ชานกรุงดามัสกัส และมีผู้บาดเจ็บอีก 20 ราย

ทั้งนี้ เมืองซัยยิดาห์ ซัยนับ ทางใต้ของกรุงดามัสกัส เป็นหนึ่งในเมืองที่รู้กันว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอนไปเคลื่อนไหวอยู่ และตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิสราเอลในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ในวันพุธ กระทรวงกลาโหมของซีเรียระบุว่า อิสราเอลโจมตีสะพานหลายแห่งบริเวณชายแดนซีเรียกับเลบานอน ในเมืองฮอมส์ ทางตะวันตกของประเทศ สร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ แต่กองทัพอิสราเอลอ้างว่า พวกเขาโจมตีเส้นทางขนส่งอาวุธระหว่างเลบานอนกับซีเรีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ชายคลั่งรัวแทงหมออินเดีย บาดเจ็บสาหัส ไม่พอใจวิธีรักษาแม่ป่วยมะเร็ง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825669

ชายคลั่งรัวแทงหมออินเดีย บาดเจ็บสาหัส ไม่พอใจวิธีรักษาแม่ป่วยมะเร็ง

14 พ.ย. 2567 23:58 น.

ชายคลั่งรัวแทงหมออินเดีย บาดเจ็บสาหัส ไม่พอใจวิธีรักษาแม่ป่วยมะเร็ง

ญาติคนไข้รายหนึ่งก่อเหตุใช้มีดแทงหมอในโรงพยาบาลเมืองเชนไน หลายแผล ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเพราะไม่พอใจการรักษาที่แม่ของเขาได้รับ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดร.บาลาจี จากานาธาน หัวหน้าแผนกเนื้องอกวิทยา ของโรงพยาบาลเฉพาะทางพิเศษ “Kalaignar Centenary” ในเมืองเชนไน ประเทศอินเดีย ถูกญาติคนไข้แทงหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันพุธที่ 13 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา

ผู้ก่อเหตุเป็นชายที่ไม่พอใจการรักษาที่แม่ของเขากำลังได้รับ หลังเธอได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งรังไข่ระยะลุกลาม โดยเขามีปากเสียงกับ ดร.จากานาธาน ตั้งแต่วันอังคารแล้ว ต่อมาในวันพุธ เขาจึงเข้าไปในห้องให้คำปรึกษาของ ดร.จากานาธาน ล็อกประตูแล้วใช้มีดทำครัวที่พกมาแทงหมอรายนี้ถึง 7 ครั้ง

จากนั้นชายผู้ก่อเหตุก็ถูกเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจับกุมตัวเอาไว้ได้ และตอนนี้อยู่ในการควบคุมของตำรวจแล้ว

ดร.จากานาธาน มีบาดแผลสาหัสบริเวณ หนังศีรษะ, ศีรษะ, คอ, หลัง และ หู ทำให้เขาต้องถูกส่งตัวเข้าผ่าตัดฉุกเฉินทันที โดยเบื้องต้น เขามีอาการทรงตัวแล้ว และกำลังรักษาตัวในห้องไอซียู โดยมีทีมแพทย์ติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด

การโจมตีที่เกิดขึ้น ทำให้หมอและแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่เกิดเหตุ และศูนย์การแพทย์อื่นๆ ร่วมกันประท้วง โดยสมาคมแพทย์เรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับผู้ก่อเหตุอย่างรวดเร็ว และร้องขอให้มีการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น และขอให้มีกฎหมายกลางเพื่อปกป้องบุคลากรทางการแพทย์จากเหตุความรุนแรง

เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นไม่กี่เดือนหลังจาก แพทย์หญิงคนหนึ่งถูกคนร้ายข่มขืนและฆาตกรรมภายในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ จนทำให้เกิดการประท้วงไปทั่วประเทศ ทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในอินเดีย

ทั้งนี้ สถิติของสมาคมการแพทย์อินเดีย (IMA) แสดงให้เห็นว่า หมอมากกว่า 75% ในอินเดียเคยเผชิญกับความรุนแรงอย่างน้อย 1 รูปแบบ และ 68.33% ของผู้ก่อเหตุดังกล่าว เป็นญาติของคนไข้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : times of india , bbc

แอฟริกาใต้ลั่น ไม่ช่วยแรงงานผิดกฎหมาย 4,000 คน ในเหมืองที่ถูกปิด

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825665

แอฟริกาใต้ลั่น ไม่ช่วยแรงงานผิดกฎหมาย 4,000 คน ในเหมืองที่ถูกปิด

14 พ.ย. 2567 23:07 น.

แอฟริกาใต้ลั่น ไม่ช่วยแรงงานผิดกฎหมาย 4,000 คน ในเหมืองที่ถูกปิด

รัฐบาลแอฟริกาใต้ยืนยันจะไม่ช่วยคนงานเหมืองผิดกฎหมายกว่า 4,000 คน ภายในเหมืองที่ถูกปิดในจังหวัดนอร์ท เวสต์ ตามนโยบายปราบการทำเหมืองผิดกฎหมาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 14 พ.ย. 2567 ว่า เหมืองในเมืองสติลฟอนตีน จังหวัดนอร์ท เวสต์ ทางเหนือของแอฟริกาใต้ กำลังอยู่ภายใต้ปฏิบัติการ “วาลา อุมโกดี” (Vala Umgodi) หรือ “ปฏิบัติการปิดช่องเหมือง” ของตำรวจ ซึ่งรวมถึงการตัดเสบียงอาหารของคนงานเหมือง เพื่อบีบให้พวกเขากลับขึ้นมาบนพื้นดินให้เจ้าหน้าที่จับกุม

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนงานเหมืองมากกว่า 1,000 คน โผล่กลับขึ้นมาจากเหมืองต่างๆ ภายในจังหวัดนอร์ท เวสต์ โดยข่าวระบุว่า หลายรายอยู่ในสภาพอ่อนแรง, หิวโหย และเจ็บป่วย เนื่องจากไม่มีเสบียงอาหารมาหลายสัปดาห์

ในสัปดาห์นี้ มีคนงานเหมืองผิดกฎหมายในเมืองสติลฟอนตีน ประมาณ 20 คน กลับขึ้นมาบนพื้นดิน และโดนตำรวจที่ประจำการรออยู่จับกุมหมดทุกคน

อย่างไรก็ตาม คาดกันว่ายังมีคนงานอยู่ในเหมืองแห่งนี้กว่า 4,000 คน และเชื่อว่าพวกเขากำลังลำบากจากการขาดอาหาร, น้ำ และของใช้จำเป็นอื่นๆ เนื่องจากตำรวจปิดปากทางสำหรับขนส่งเสบียงลงสู่ใต้ดินเอาไว้

แต่ น.ส.คุมบุดโซ นทชาเวนี รัฐมนตรีประจำทำเนียบประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ บอกกับผู้สื่อข่าวในวันพุธว่า รัฐบาลจะไม่ส่งความช่วยเหลือใดๆ ไปให้คนงานเหมืองผิดกฎหมายเหล่านี้ เพราะพวกเขามีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรม

“เราจะไม่ส่งความช่วยเหลือให้อาชญากร เราจะรมควันให้พวกเขาออกมา พวกเขาจะออกมา อาชญากรจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ อาชญากรจะถูกดำเนินคดี เราไม่ได้ส่งพวกเขาลงไปที่นั่น” น.ส.นทชาเวนีกล่าว

ทั้งนี้ การทำเหมืองผิดกฎหมายยังคงเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปตามเหมืองทางเก่าในแอฟริกาใต้ โดยคนงานเหมืองผิดกฎหมายจำนวนมาก ตัดสินใจลงสู่อุโมงค์เหมืองที่ถูกปิดไปแล้ว โดยหวังว่า จะยังมีแร่หายากมูลค่าสูงหลงเหลืออยู่บ้าง

ตำรวจระบุว่า คนงานเหมืองผิดกฎหมายมักมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และการทำเหมืองผิดกฎหมายก็มักเกี่ยวข้องกับองค์กรที่มีขนาดใหญ่กว่า คอยจ้างวานคนงานเหล่านั้นอีกทอดหนึ่ง

การมีอยู่ของเหมืองเก่าที่ถูกปิดก็สร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนใกล้เคียง เนื่องจากคนงานเหมืองผิดกฎหมายมาก่ออาชญากรรมตั้งแต่ ลักขโมย ไปจนถึงข่มขืน ในชุมชนของพวกเขาด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้ตรวจฯร่วมถกรมต.เกษตรป่าไม้ฯ

https://www.naewna.com/local/841518

ผู้ตรวจฯร่วมถกรมต.เกษตรป่าไม้ฯ

ผู้ตรวจฯร่วมถกรมต.เกษตรป่าไม้ฯ

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM-AMAF Leader) ของไทย ร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 24 (The Twenty-Fourth Meeting of the ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry Plus Three: The 24th AMAF Plus Three) และการประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 8 (The Eighth ASEAN-India Ministerial Meeting on Agriculture and Forestry: The 8th AIMMAF) และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

สำหรับการประชุม The 24th AMAF Plus Three มีการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามกรอบนโยบายความร่วมมืออาเซียนด้านอาหาร เกษตร และป่าไม้ โดยฝ่ายไทยเน้นย้ำที่จะสนับสนุนสำนักเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve : APTERR) และระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อความมั่นคงทางด้านอาหารอาเซียน (ASEAN Food Security Information System : AFSIS) ในการเสริมสร้างบทบาทความรับผิดชอบ เพิ่มความมั่นคงทางอาหาร ขจัดปัญหาการขาดสารอาหารในภูมิภาค โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเหตุการณ์ด้านมนุษยธรรมอื่นๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาค

ทั้งนี้ การประชุม The 8th AIMMAF มีการรายงานความก้าวหน้าของแผนปฏิบัติการระยะกลาง ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรและป่าไม้ระหว่างอาเซียน-อินเดีย 2021-2025 โดยมุ่งหวังส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรและป่าไม้ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความท้าทายของโลก อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่เป็นอันตราย การลดการเผาพืชผล การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

รองปลัดฯประชุม คกก.อนุสัญญาฯ ต่อต้านแปรสภาพ การเป็นทะเลทราย

https://www.naewna.com/local/841520

รองปลัดฯประชุม  คกก.อนุสัญญาฯ  ต่อต้านแปรสภาพ  การเป็นทะเลทราย

รองปลัดฯประชุม คกก.อนุสัญญาฯ ต่อต้านแปรสภาพ การเป็นทะเลทราย

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ครั้งที่ 2/2567 พร้อมด้วยนายอาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายวิศิษฐ์ งามสม รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ นางสาวพยัตติกา พลสระคู ผอ.กลุ่มงาน UNCCD ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ที่กรมพัฒนาที่ดิน กทม.

สำหรับการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบสาระสำคัญและกำหนดการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายครั้งที่ 16 (COP 16) และสรุปผลการประชุมเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติฯ(COP 16) ของภูมิภาคเอเชีย(The Annex ll Regional Preparatory Meeting for COP 16) พร้อมพิจารณาการเตรียมการสำหรับเข้าร่วมประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติฯระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2567 ที่กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และพิจารณาร่างกรอบการเจรจาของไทยในการประชุมรัฐภาคีฯ เพื่อเตรียมดำเนินงานต่อไป