ลุ้นผลเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823837

ลุ้นผลเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

6 พ.ย. 2567 06:16 น.

ลุ้นผลเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

วันนี้มาตามลุ้นผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากันนะครับ เวลาเช้าวันนี้ของบ้านเราตรงกับช่วงค่ำวันอังคารที่ 5 พ.ย.ของอเมริกา ปิดหีบเลือกตั้งเริ่มนับคะแนนกันแล้ว นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน แข่งกับนางคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ใครจะได้ขึ้นมาเป็นผู้นำชาติมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลก ซึ่งการดำเนินนโยบายต่างๆของผู้นำสหรัฐฯ ล้วนมีผลต่อสภาพการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ใช่การเลือกตั้งโดยตรง แต่เลือกผ่าน คณะผู้เลือกตั้ง ของแต่ละรัฐ ผู้สมัครที่ได้คะแนนโหวตมากที่สุดจะได้คณะผู้เลือกตั้งของรัฐนั้นๆไปทั้งหมด ไม่ต้องหารสัดส่วนตามคะแนนดิบ จากนั้นผู้เลือกตั้งทั้งหมด 538 เสียงจะมาลงคะแนนเลือกประธานาธิบดี ใครได้ถึง 270 เสียง ก่อนคือผู้ชนะ ฉะนั้นผู้สมัครที่ได้ ป๊อปปูลาร์โหวต หรือ คะแนนดิบทั่วประเทศ  มากที่สุดก็ไม่แน่ว่าจะชนะการเลือกตั้ง

ช่วงแรกของการหาเสียง คะแนนนิยมของแฮร์ริสเป็นต่อทรัมป์อยู่พอสมควร แม้ว่าความโดดเด่นเฉพาะตัวจะเทียบไม่ติด แต่พอเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายทรัมป์เรียกคะแนนตามจี้มาอย่างสูสี โพลบางสำนักยกให้ทรัมป์แซงแฮร์ริส โดยเฉพาะใน รัฐสวิงสเตท (รัฐที่ฐานคะแนนทั้งสองฝ่ายไม่ชัดเจน) ที่มี 7 รัฐชี้ชะตา ถ้าการนับคะแนนขับเคี่ยวสูสี กว่าจะได้ผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนอาจกินเวลาหลายวัน

ย้อนไปดูนโยบายหาเสียงของทั้งคู่ ด้านเศรษฐกิจ ทรัมป์ประกาศลดภาษีสำหรับธุรกิจและผู้มีรายได้สูง หวังกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการลงทุนและจ้างงาน ขณะที่แฮร์ริสจะเก็บภาษีเพิ่มจากผู้มีรายได้สูง ส่งเสริมกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัมป์สนับสนุนธุรกิจพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล จะถอนตัวจากข้อตกลงปารีส แต่แฮร์ริสให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด ลดคาร์บอน มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อลดภาวะโลกร้อน

ด้านต่างประเทศ ทรัมป์เน้นแนวทาง America First ลดบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ ยกระดับการกีดกันทางการค้า ส่วนแฮร์ริสสนับสนุนการเสริมสร้างพันธมิตรและคงไว้ซึ่งความร่วมมือระหว่างประเทศ สนับสนุนการค้าเสรีและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ด้านสังคมและสิทธิมนุษยชน  ทรัมป์เข้มงวดนโยบายคนเข้าเมือง และจะขับไล่ผู้อพยพกลับประเทศ ขณะที่แฮร์ริสส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เปิดโอกาสให้อพยพเข้ามาทำงานในอเมริกา

ในแง่ผลกระทบที่อาจจะมีต่อประเทศไทย หากประเมินภาพกว้างแบบไม่พยายามเค้นประเด็น ในความเห็นของ ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ อดีตที่ปรึกษา รมว.คลัง มองว่า ถ้าทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง สงครามการค้ากับจีนจะรุนแรงขึ้น ทำให้เงินเฟ้ออเมริกาปรับตัวสูง เพราะคนอเมริกันจะบริโภคสินค้าภายในประเทศมากขึ้น เป็นตัวเหนี่ยวนำทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐฯก็จะชะลอทิศทางการลดอัตราดอกเบี้ยไปก่อน และเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ส่งผลต่อค่าเงินบาทไทยจะอ่อนตัวลง แนวโน้มที่ธนาคารแห่งประเทศจะลดอัตราดอกเบี้ยก็น้อยลง

ส่วนแนวทางของแฮร์ริสจะเน้นเหมือนกรอบของธนาคารโลกคือ Sustainable Development Goals (SDGs) ความโปร่งและความยั่งยืน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั่วโลกควรตระหนัก จะส่งผลดีในระยะยาว ถ้าแฮร์ริสชนะจะไม่เกิดภาวะช็อกระยะสั้นมากเท่ากับทรัมป์ แต่สงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อกว่า เพราะนโยบายของเดโมแครตไม่ยอมอ่อนข้อ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าทรัมป์หรือแฮร์ริสได้เป็นประธานาธิบดีก็ส่งผลกับไทยไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะไทยไม่ได้อยู่ในเรดาร์ ของสหรัฐฯอยู่แล้ว เราเป็นประเทศเล็ก และไม่ได้มีบทบาททางการเมืองโลกมากนัก ถ้าเทียบกับฟิลิปปินส์หรือมาเลเซียยังอยู่ในสายตาสหรัฐฯมากกว่าไทย

ดร.รุ่งเรืองให้ข้อคิดด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดไทยต้องดูแลจัดการตัวเองให้สะอาดโปร่งใส อย่าทำอะไรที่เป็นเงื่อนไขให้สหรัฐฯ กีดกันการค้า เช่น ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ใช้แรงงานเด็ก หรือยาเสพติดตามแนวชายแดน ถ้าลดปัญหาเหล่านี้ได้ ไทยจะถูกจัดระดับเทียร์ดีขึ้น และไม่โดนสหรัฐฯกีดกันทางการค้า.

ลมกรด

ตุนเสียงโหวตล่วงหน้า

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823812

ตุนเสียงโหวตล่วงหน้า

6 พ.ย. 2567 05:20 น.

ตุนเสียงโหวตล่วงหน้า

ในการเลือกตั้งปี 2020 การใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าของประชาชนชาวอเมริกัน โดยเฉพาะการโหวตผ่านจดหมาย (เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19) ที่เป็นกรณีที่สร้างความไม่พอใจแก่บรรดาผู้สนับสนุนรีพับลิกัน

เนื่องด้วยกระบวนการนับคะแนนทางจดหมายที่ล่าช้า ส่งผลให้สถานการณ์กลับ ตาลปัตร “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่คะแนนกำลังนำโด่งในรัฐตัวแปร “สวิงสเตท” กลับถูกเบียดตกไปเป็นที่สอง และส่งผลให้ “โจ ไบเดน” กวาดรัฐสวิงสเตทไปทั้งหมด 6 รัฐ จาก 7 รัฐ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำทำเนียบขาวสหรัฐฯ

ทำให้การเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ครั้งนี้ ทางพรรครีพับลิกันจึงพยายามส่งเสริมประชาชนผู้สนับสนุนให้ช่วยกันเลือกตั้งล่วงหน้ากันเป็นจำนวนมาก โดยจากข้อมูลสถิติพบว่า มีคนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วกว่า 76 ล้านคน และมีจำนวนผู้สนับสนุนรีพับลิกันพุ่งสูงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเปิดหีบ ต่างจากการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน ที่บรรดาสมาชิกรีพับลิกันต่างรอคอยเวลาไปโหวตกันในวันจริง

โดยถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และพยายามแก้ไขความผิดพลาดจากครั้งก่อน ทั้งยังตรงกับสูตรเดิมที่สร้างชัยชนะแก่ทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2016 ที่เน้นการกวาดคะแนนเสียงในพื้นที่ “ชนบท” มากกว่า “ตัวเมือง” และทำให้มีคะแนนนำเหนือคู่แข่งที่ครองฐานเสียงในเมืองใหญ่ ในลักษณะ “ป่าล้อมเมือง”

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังสังเกตว่า รีพับลิกันมีความเชื่อว่า ชาวรีพับลิกันจะออกมาใช้สิทธิกันอย่างล้นหลามในวันเลือกตั้งจริง เนื่องด้วยอัดแคมเปญมาตลอดว่ามีอนาคตของชาติเป็นเดิมพัน หากมีการตุนคะแนนเสียงล่วงหน้าไว้ก่อนส่วนหนึ่ง ย่อมช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุคะแนนเขย่งแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งมีรายงานสอดรับด้วยว่า รีพับลิกันตุนคะแนนล่วงหน้าไว้เยอะในรัฐตัวแปรอย่างนอร์ทแคโรไลนา จอร์เจีย และเนวาดา

ต่างกับเดโมแครตที่การเก็บข้อมูลสถิติพบว่า คนที่เคยโหวตล่วงหน้าในปีนี้มีจำนวนไม่เท่าคนที่เคยมาโหวตล่วงหน้าในปี 2020 และทำให้ต้องไปลุ้นเอาในวันชิงชัย 6 พ.ย. (ตามเวลาประเทศไทย)

ตุ๊ ปากเกร็ด

คลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : หมู่บ้านแรกเผยผลนับคะแนน ทรัมป์-แฮร์ริสเสมอกัน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823952

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : หมู่บ้านแรกเผยผลนับคะแนน ทรัมป์-แฮร์ริสเสมอกัน

6 พ.ย. 2567 04:01 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : หมู่บ้านแรกเผยผลนับคะแนน ทรัมป์-แฮร์ริสเสมอกัน

หมู่บ้านเล็กๆ ในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ เป็นสถานที่แรกที่เปิดเผยผลการนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยปรากฏว่า นายทรัมป์กับแฮร์ริสมีคะแนนเท่ากัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดิกซ์วิลล์ นอตช์ (Dixville Notch) หมู่บ้านเล็กๆ ในรัฐนิวแฮมส์เชียร์ ซึ่งมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพียง 6 คนเท่านั้น กลายเป็นสถานที่แรกของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยผลการนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีออกมา โดยโดนัลด์ ทรัมป์ กับ คามาลา แฮร์ริส ได้คะแนนโหวตไปคนละ 3 คะแนน

หมู่บ้านดิกซ์วิลล์ นอตช์ ซึ่งอยู่บริเวณเทือกเขาไวท์ ใกล้ชายแดนแคนาดา มีประเพณีเริ่มเปิดหีบเลือกตั้งในช่วงเที่ยงคืน มาตั้งแต่ปี 2503 แล้ว โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ การนับคะแนนและการยืนยันตัวผู้โหวต เสร็จสิ้นภายในเวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้น

“มันรู้สึกเป็นปกติดี” นายทอม ทิลลอตสัน วัย 79 ปี หนึ่งในประชากร 6 คนของหมู่บ้านดิกซ์วิลล์ นอตช์ บอกกับ นิวยอร์ก ไทม์ส โดยนายเนล ทิลลอตสัน พ่อของเขา เป็นผู้เริ่มประเพณีลงคะแนนเสียงตั้งแต่เช้าตรู่ ที่หน่วยเลือกตั้งใน โรงแรม บัลซามส์ แกรสด์ รีสอร์ท และอนุญาตให้นักข่าวใช้โทรศัพท์ของโรงแรมรายงานผลการนับคะแนนได้เลย

ผู้ใช้สิทธิ์ทั้ง 6 คน เป็นผู้อยู่อาศัยในออดีตโรงแรมแห่งนี้ โดยหนึ่งในนั้นคือนาย สกอตต์ แม็กซ์เวลล์ เขาประหลาดใจที่ผลการนับคะแนนออกมาเท่ากัน และเขาก็รู้สึกตกใจที่ตนเองตัดสินใจโหวตให้นายทรัมป์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : the guardian

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์หย่อนบัตรที่ฟลอริดา ลั่นมั่นใจสุดๆ แฮร์ริสวอนคนมาใช้สิทธิ์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823951

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์หย่อนบัตรที่ฟลอริดา ลั่นมั่นใจสุดๆ แฮร์ริสวอนคนมาใช้สิทธิ์

6 พ.ย. 2567 03:19 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์หย่อนบัตรที่ฟลอริดา ลั่นมั่นใจสุดๆ แฮร์ริสวอนคนมาใช้สิทธิ์

โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่รัฐฟลอริดา พร้อมประกาศกร้าวว่าตนเองมั่นใจมากๆ ขณะที่ คามาลา แฮร์ริส เรียกร้องให้ชาวอเมริกันออกมาใช้สิทธิ์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และแคนดิเดทพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดี กับนาง เมลาเนีย ภรรยา เดินทางไปยังศูนย์นันทนาการ “แมนเดล” ซึ่งถูกใช้เป็นหน่วยเลือกตั้ง เพื่อลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแล้ว ในวันอังคารที่ 5 พ.ย. 2567

ทรัมป์มาลงคะแนนโดยสวมหมวกสีแดงที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเขา ก่อนจะพูดกับสื่อว่า “ผมรู้สึกมั่นใจมากๆ และดูเหมือนว่า ชาวรีพับลิกันจะรวมพลังกันออกมาใช้สิทธิ์” และบอกอีกว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้เห็นคนต่อคิวรอลงคะแนนเลือกตั้งค่อนข้างยาวทีเดียว

“เมื่อคืนเรากลับมาดึกมาก” นายทรัมป์กล่าว สื่อถึงการหาเสียงที่รัฐมิชิแกนเมื่อคืนวันจันทร์ “ผมได้ยินว่าพวกเราทำได้ดีมากๆ”

ด้าน คามาลา แฮร์ริส ซึ่งใช้สิทธิ์เลือกตั้งผ่านทางไปรษณีย์ไปแล้ว เรียกร้องให้ชาวอเมริกันออกมาลงคะแนนโหวต “เราต้องทำให้สำเร็จ วันนี้เป็นวันเลือกตั้งแล้ว และผู้คนจำเป็นต้องออกมา และลงมือทำ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : bbc

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : มิชิแกนจับหนุ่มคลั่ง ขู่โจมตีชาวคริสต์หากทรัมป์ชนะ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823950

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : มิชิแกนจับหนุ่มคลั่ง ขู่โจมตีชาวคริสต์หากทรัมป์ชนะ

6 พ.ย. 2567 02:58 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : มิชิแกนจับหนุ่มคลั่ง ขู่โจมตีชาวคริสต์หากทรัมป์ชนะ

ตำรวจในรัฐมิชิแกนจับกุมตัวชายหนุ่มคนหนึ่ง หลังจากเขาโพสต์ส่งข้อความข่มขู่ว่า จะโจมตีชาวชาวคริสต์สายอนุรักษ์นิยม หากโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2567 อัยการรัฐมิชิแกนเปิดเผยว่า นายไอแซค ซิสเซล อายุ 25 ปี ส่งข้อมความถึงศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านภัยคุกคามแห่งชาติ ของสำนักงานสืบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ระบุว่า เขาจะก่อเหตุโจมตีชาวคริสตฝ่ายอนุรักษ์นิยม หาก โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง

“ผมขโมยปืน เออาร์-15 มาแล้ว และมีเป้าหมายที่ผมไม่ขอเปิดเผยชื่อ เพื่อที่ผมจะได้สามารถหลบหนีไปพร้อมกับแผนการของผมได้” ข้อความระบุ “การไม่มีเหยื่อที่ชัดเจนหรือความสามารถในการหาสถานที่ที่ผมซ่อนปืนเอาไว้ ทำให้เอฟบีไอไม่สามารถทำอะไรได้ จนกว่าการโจมตีของผลจะเสร็จสิ้น”

อย่างไรก็ตาม นายซิสเซลถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวได้ในที่สุด และจะต้องขึ้นศาลเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : cnn

ควีนคามิลลา ยกเลิกพระกรณียกิจ หลังตรวจพบติดเชื้อบริเวณทรวงอก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823949

ควีนคามิลลา ยกเลิกพระกรณียกิจ หลังตรวจพบติดเชื้อบริเวณทรวงอก

6 พ.ย. 2567 02:45 น.

ควีนคามิลลา ยกเลิกพระกรณียกิจ หลังตรวจพบติดเชื้อบริเวณทรวงอก

ควีนคามิลลาแห่งอังกฤษ ยกเลิกพระกรณียกิจในสัปดาห์นี้ หลังถูกตรวจพบว่า ติดเชื้อบริเวณทรวงอก คาดติดมาระหว่างเดินทางไกลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

เมื่อ 5 พ.ย. 2567 สำนักพระราชวังบักกิงแฮม เปิดเผยว่า สมเด็กพระราชินี คามิลลา แห่งราชวงศ์อังกฤษ ต้องยกเลิกพระกรณียกิจหลายอย่างในสัปดาห์นี้ หลังถูกตรวจพบว่าติดเชื้อบริเวณทรวงอก และแพทย์แนะนำให้พระองค์พักผ่อนอยู่ที่บ้านช่วงระยะเวลาสั้นๆ

อาการประชวรดังกล่าวจะทำให้ควีนคามิลลา ซึ่งตอนนี้มีอายุ 77 พรรษาแล้ว พลาดร่วมพิธีเปิด “ทุ่งแห่งการรำลึก” ประจำปี ที่โบสถ์เวสมินสเตอร์ ในวันพฤหัสบดีนี้ (7 พ.ย.) โดย เบอร์จิตต์ ดัชเชสแห่งกลอสเตอร์ จะทรงร่วมงานแทน อย่างไรก็ตาม ควีนคามิลลาคาดหวังว่า พระองค์จะสามารถร่วมพิธีรำลึกทหารผ่านศึกในช่วงสุดสัปดาห์นี้ได้

ทั้งนี้ ควีนคามิลลาเพิ่งเสด็จถึงสหราชอาณาจักรเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังติดตามกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ไปเยือนออสเตรเลียและประเทศซามัว และแวะไปอินเดียในตอนขากลับ

สื่ออังกฤษอย่าง บีบีซี ระบุว่า ไม่มีเหตุผลให้ต้องกังวลเกี่ยวกับอาการประชวรล่าสุดของควีนคามิลลา โดยการที่พระองค์วางแผนร่วมงานในช่วงสุดสัปดาห์ บอกเป็นนัยว่า การติดเชื้อไม่รุนแรง และอาจเป็นเชื้อที่ติดมาระหว่างการเดินทางเป็นระยะเวลานาน

ทั้งนี้ พิธีรำลึกถึงทหารผ่านศึกในช่วงสุดสัปดาห์นี้จะรวมถึง “เทศกาลแห่งการรำลึก” (Festival of Remembrance) ที่โรงจัดแสดงคอนเสิร์ต “รอยัล อัลเบิร์ต ฮอลล์” ในวันเสาร์ และพิธีรำลึกที่อนุสาวรีย์วีรชนสงครามแห่งชาติ ที่ถนนไวท์ฮอลล์ ในกรุงลอนดอน

นอกจากนั้น ควีนคามิลลาจะพลาดร่วมพิธีต้อนรับนักกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิด ที่พระราชวังบักกิงแฮม ในกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเป็นเจ้าภาพในช่วงเย็นวันพฤหัสบดีด้วย (7 พ.ย.)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : มือมืดขู่วางระเบิดป่วนจอร์เจีย ทำอพยพวุ่น

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823946

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : มือมืดขู่วางระเบิดป่วนจอร์เจีย ทำอพยพวุ่น

6 พ.ย. 2567 01:04 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : มือมืดขู่วางระเบิดป่วนจอร์เจีย ทำอพยพวุ่น

มือมืดขู่วางระเบิดที่หน่วยเลือกตั้งในรัฐจอร์เจีย ทำให้ต้องอพยพผู้คนชั่วยคราว ก่อนการตรวจสอบจะยืนยันว่า ไม่มีวัตถุระเบิดแต่อย่างใด

เมื่อวันอังคารที่ 5 พ.ย. 2567 น.ส.นาดีน วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลือกตั้งและการลงทะเบีย ของเขต ฟูลตัน เคาน์ตี ในรัฐจอร์เจีย พวกเธอได้รับรายงานการขู่วางระเบิดที่ไม่น่าเชื่อถือถึง 5 คครั้ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตัดสินใจอพยพหน่วยเลือกตั้ง 2 แห่ง เป็นเวลาแห่งละประมาณ 30 นาที

ตามการเปิดเผยของสำนักงานตำรวจประจำโรงเรียน ในเขตฟูลตัน ระบุว่า พวกเขาได้รับข้อมูลเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร ว่ามีโรงเรียนบางแห่งถูกขู่วางระเบิด ในเวลาประมาณ 8.15 น. อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวันนี้ไม่มีโรงเรียนเปิดทำการเนื่องจากเป็นวันเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ก็ออกตรวจค้นในหลายสถานที่เพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน

ด้านสำนักงานคณะกรรมการเขตฟูลตัน กำลังยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอขยายเวลาการลงคะแนนเสียงในเขตเลือกตั้งที่ได้รับผลกระทบทั้ง 2 แห่งออกไปจนถึง 19.30 น.

โดยล่าสุดมีการยืนยันว่า หน่วยเลือกตั้งประมาณ 10 แห่งในรัฐจอร์เจีย จะเปิดให้ลงคะแนนเกินเวลาประมาณ 20-40 นาที เพื่อชดเชยหลังเกิดเหตุขู่วางระเบิด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : cnn

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : 5 สิ่งน่าจับตาในวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823941

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : 5 สิ่งน่าจับตาในวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

5 พ.ย. 2567 23:08 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : 5 สิ่งน่าจับตาในวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

และแล้ว การต่อสู้เพื่อชิงการควบคุมทำเนียบขาวและสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ก็มาถึงวันดี-เดย์ ชาวอเมริกันเดินทางออกไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งใหญ่ ที่จะจัดขึ้นทุกครั้งในรอบ 4 ปี ในวันที่ 5 พ.ย. 2567 ถึงแม้ว่าอาจต้องใช้เวลาหลายวันหรือสัปดาห์กว่าจะรู้ผลลัพธ์

รองประธานาธิบดี คามาลา แฮร์ริส กับอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อคว้าชัยใน 7 รัฐสวิงสเตท ซึ่งได้แก่ มิชิแกน, เพนซิลเวเนีย กับวิสคอนซิน ที่ทรัมป์ตีกำแพงสีน้ำเงินจนแตกไปในการเลือกตั้งปี 2559 ก่อนที่ โจ ไบเดนจะชนะกลับมาได้ในการเลือกตั้งครั้งก่อน และอีก 4 รัฐคือ แอริโซนา, จอร์เจีย, เนวาดา และนอร์ทแคโรไลนา

ถ้าแฮร์ริสชนะ เธอจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นทั้ง ผู้หญิงคนแรก ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียคนแรก และหญิงผิวดำคนแรก ที่ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่หากนายทรัมป์ชนะ เขาก็จะสร้างประวัติศาสตร์เช่นกัน โดยจะเป็นคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 2 สมัยแต่ไม่ต่อเนื่องกัน ต่อจากนาย โกรฟเวอร์ คลีฟแลนด์

ยังมีอีกหลายอย่างที่จะตัดสินกันในวันอังคารนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) รวมถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก ซึ่งรีพับลิกันเป็นฝ่ายได้เปรียบกว่า และเดโมแครตต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ โดยคาดกันว่า รีพับลิกันจะพลิกกลับมาครองวุฒิสภา แต่ยังไม่ชัดว่าใครจะได้ครองสภาผู้แทนฯ

ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นที่ออกมาในชั่วโมงแรกๆ ก็อาจยังเชื่อถือไม่ได้ เพราะแต่ละรัฐมีกระบวนการเลือกตั้งของตัวเอง และลำดับการนับคะแนนโหวต ทั้งการโหวตล่วงหน้า, โหวตทางไปรษณีย์ และโหวตในวันเลือกตั้ง ก็แตกต่างกัน และแต่ละเมือง, เขต หรือรัฐ ก็มีกำหนดเวลาประกาศผลช้าเร็วต่างกัน ซึ่งนี่คือ 5 สิ่งที่น่าจับตามองในวันเลือกตั้ง

ใครจะได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 270 เสียงก่อน

การเลือกตั้งของสหรัฐฯ สูสีขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2543, 2559 และ 2563 ผู้ชนะได้คะแนนโหวตในรัฐสำคัญมากกว่าคู่แข่งหลักหมื่นเสียงเท่านั้น และคาดกันว่าครั้งนี้ก็จะเป็นเช่นนั้น และสนามการเลือกตั้งที่ทุกสายตาจับจ้องคือ 7 รัฐสวิงสเตท

แอริโซนากับจอร์เจียพลิกเลือกไบเดนในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน หลังจากอยู่ฝ่ายรีพับลิกันมา 1 ชั่วอายุคน ส่วนที่เนวาดา ก็เป็นของเดโมแครตตามเดิม แต่ส่วนต่างกลับหดเล็กลงมา และไบเดนกลับมาตั้งกำแพงสีน้ำเงินที่ เพนซิลเวเนีย, มิชิแกน และวิสคอนซิน ได้อีกครั้ง หลังถูกนายทรัมป์ตีแตกในปี 2559 รัฐสวิงสเตทเดียวที่ทรัมป์ชนะในการเลือกตั้งครั้งก่อนคือ นอร์ทแคโรไลนา ซึ่งคาดว่าจะชิงชัยกันดุเดือดอีกครั้ง

โจทย์ของแฮร์ริสไม่มีอะไรซับซ้อนเธอต้องตั้งกำแพงสีน้ำเงินให้ได้อีกครั้ง แล้วเธอจะเป็นผู้ชนะ แต่หากเธอเสียเพนซิลเวเนีย ซึ่งมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งถึง 19 คะแนนให้ทรัมป์ เส้นทางของเธอจะยากขึ้น แฮร์ริสอาจต้องชดเชยด้วยการชนะที่จอร์เจียหรือนอร์ทแคโรไลนา ที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 16 คะแนน แต่ถ้าได้แค่รัฐเดียวคงต้องไปตัดสินกันที่ เนวาดากับแอริโซนา

ทรัมป์ก็มุ่งคว้าชัยที่เพนซิลเวเนียเหมือนแฮร์ริส หากเขาชนะที่นั่นและนอร์ทแคโรไลนา ทรัมป์ก็ต้องการแค่ให้รัฐจอร์เจีย เหวี่ยงกลับมาหาเขาอีกครั้ง เพื่อคว้าคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 270 เสียง แต่หากต้องการชนะโดยไม่มีเพนซิลเวเนีย ทรัมป์ต้องชนะที่มิชิแกน หรือที่วิสคอนซิน แล้วชดเชยด้วยรัฐทางใต้ ตั้งแต่จอร์เจีย ไปจนถึงแอริโซนา และเนวาดา

ผลคะแนนลวงตา

เมื่อ 4 ปีก่อน ทรัมป์ทำลายความเชื่อมั่นในการลงคะแนนเสียงผ่านไปรษณีย์ของผู้โหวตฝ่ายรีพับลิกันไปเยอะมาก ส่งผลให้เกิด “ผลคะแนนลวงตา” โดยในช่วงแรกหลักปิดหีบเลือกตั้ง คะแนนของฝ่ายรีพับลิกันนำในหลายรัฐสวิงสเตท แต่ผลลัพธ์สุดท้าย ทรัมป์กับชนะเพียงรัฐเดียว เนื่องจากมีคะแนนจากผู้โหวตทางไปรษณีย์เข้ามาเสริม

การเกิดผลคะแนนลวงตามีสาเหตุจากหลายปัจจัย รวมถึงสภาพภูมิศาสตร์ และประเภทของบัตรเลือกตั้งที่กำลังถูกนับ และต้องจำไว้ว่า ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นที่มิชิแกน ยังไม่รวมคะแนนจากดีทรอยต์ ขณะที่เนเวดาก็ยังไม่รวมคะแนนจากลาสเวกัส

เขตและรัฐต่างๆ ก็มักจะรายงานผลการนับคะแนนจากบัตรเลือกตั้งทีละประเภท ไม่ว่าจะเป็น บัตรเลือกตั้งล่วงหน้า, บัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ หรือบัตรเลือกตั้งในวันจริง บางพรรคอาจทำผลงานได้ดีกว่าในบางประเภทบัตรเลือกตั้ง เช่นเดโมแครตมีผู้โหวตทางไปรษณีย์จำนวนมากในปี 2563 ทำให้ผลการเลือกตั้งในท้ายที่สุดพลิกกลับ

อีกปัจจัยคือ วิธีนับคะแนนบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ แต่ละรัฐมีกฎของตัวเองว่าจะสามารถเปิดผนึกบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ได้เมื่อไร ที่รัฐเพนซิลเวเนียกับวิสคอนซิน ห้ามเจ้าหน้าที่เริ่มการประมวลก่อนถึงวันเลือกตั้ง ทำให้การนับคะแนนช้า เมื่อเทียบกับรัฐอื่นๆ เช่น ฟลอริดา ที่เริ่มนับได้ล่วงหน้า

สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2563 ทำให้หลายรัฐเปลี่ยนกฎการโหวตทางไปรษณีย์ เช่นที่จอร์เจีย ออกกฎหมาย ทำให้การใช้สิทธิ์ทางไปรษณีย์น้อยลง แต่กาบัตรล่วงหน้ามากขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้การนับคะแนนไวขึ้น ส่วนที่นอร์ทแคโรไลนา จะรับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์จนถึงวันเลือกตั้งเท่านั้น บัตรที่มาถึงหลังจากนั้น จะถือเป็นโมฆะ

นอร์ทแคโรไลนาจะนับคะแนนการโหวตทางไปรษณีย์กับการโหวตล่วงหน้าก่อน ซึ่งเป็นวิธีที่ฝ่ายเดโมแครตนิยมใช้ ทำให้กาจเกิดคะแนนลวงตาเป็นฝ่ายเดโมแครตนำในช่วงแรก เช่นเดียวกับที่แอริโซนา

ใครจะได้ครองสภาคองเกรส?

ในวันเดียวกันยังมีการเลือกตั้งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ศึกชิงเก้าอี้สมาชิกสภาคองเกรส ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่า ประธานาธิบดีคนต่อไป จะได้รัฐบาลที่เป็นเอกภาพ และทำตามนโยบายของเขาหรือเธอ หรือเผชิญภาวะชะงักงันทางการเมือง

สภาคองเกรสประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิก 435 คน กับวุฒิสภา มีสมาชิก 100 คน โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีการชิงเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทุกตำแหน่ง ส่วนวุฒิสมาชิกจะชิงกัน 34 ตำแหน่ง

ารชิงตำแหน่งในสภาคองเกรสครั้งนี้ถูกยกให้สูสีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่วันเลือกตั้งจะมาถึง โดยใครจะได้ควบคุมสภาผู้แทนราษฎรต้องไปวัดกันหน้างาน ขณะที่วุฒิสภาคาดว่าจะมีการเปลี่ยนฝั่งไปเป็นของรีพับลิกัน เนื่องจากความได้เปรียบในจุดที่มีการเลือกตั้ง แต่ส่วนต่างจะน้อยมาก

ปัจจุบัน พรรครีพับลิกันมี สว.ในมือน้อยกว่าเดโมแครตแค่ 1 คน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้พวกเขาจะได้ป้องกันตำแหน่งที่มีอยู่ถึง 2 ใน 3 โดย 3 รัฐที่มีการชิงชัยกันเป็นรัฐที่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะถึง 2 ครั้ง และอีก 5 รัฐเป็นสวิงสเตท ที่ผู้โหวตพร้อมจะเลือกฝ่ายที่พวกเขาพอใจ ไม่ยึดติดกับพรรคใดพรรคหนึ่ง

นอกจากนั้น เดโมแครตยังเริ่มคืนเลือกตั้งโดยมี สว.ติดลบ 1 คน เพราะ สว.โจ แมนชิน เกษียณอายุ และตอนนี้รัฐเวอร์จิเนียที่นายแมนชินเป็นตัวแทน ยังมีท่าทีสนับสนุนนายทรัมป์อย่างมาก รีพับลิกันยังเล็งคว่าชัยที่รัฐมอนทานา และโอไฮโอ ซึ่งค่อนข้างเอนเอียงไปฝ่ายขวาด้วย

ส่วนเดโมแครตหวังชดเชยความเสียหายด้วยการคว้าชัยที่รัฐฟลอริดา หลังคะแนนนิยมที่เคยนำอยู่ของนายริก สกอตต์ จากฝ่ายรีพับลิกัน หายไปถึง 5% หรือชิงเก้าอี้ของนาย เทด ครูซ สว.รัฐเท็กซัส ที่คะแนนนำฝ่ายเดโมแครตราว 4% และทำให้รัฐเท็กซัสเสี่ยงหลุดมือจากรีพับลิกันมากที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี

ทรัมป์จะรีบประกาศชัยชนะก่อนหรือไม่?

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทรัมป์ใช้ยุทธศาสตร์เดิมเหมือนกับคราวก่อน เขากล่าวหาเดโมแครตว่าโกงการเลือกตั้ง และอ้างว่า มีคนต่างด้าวจำนวนมากมาลงคะแนนเสียง ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง และสร้างข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์และต่างประเทศ โดยไม่มีหลักฐานใดๆ ประกอบ แต่ชาวอเมริกันจำนวนมากก็เชื่อที่เขาพูด

อย่างที่ระบุไปข้างตน ในการเลือกตั้งครั้งก่อนการนับคะแนนในช่วงแรกที่รัฐสวิงสเตท ออกมาโดยที่นายทรัมป์เป็นผู้นำ เนื่องจากยังไม่ได้นับคะแนนบัตรเลือกตั้งประเภทอื่นๆ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าคราวนี้จะเกิดภาพลวงตาแบบนั้นหรือไม่ เพราะทรัมป์กระตุ้นให้ผู้สนับสนุนใช้สิทธิ์ในทุกรูปแบบ รวมถึงทางไปรษณีย์

และก็มาถึงคำถามที่ว่า นายทรัมป์จะรีบประกาศชัยชนะ ก่อนที่จะรู้ผลการเลือกตั้งแน่ชัดหรือไม่? ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า เขาจะคว้าโอกาสของการมีคะแนนนำในช่วงแรก ประกาศชัยชนะและบอกว่าตนเองคือประธานาธิบดี และหากคะแนนพลิกในภายหลัง เขาก็จะสามารถอ้างได้ว่า ตัวเองโดนปล้นชัยชนะ เหมือนเมื่อ 4 ปีก่อน

ความเป็นไปได้นี้ทำให้ฝ่ายเดโมแครตและสื่อหลายเจ้าในสหรัฐฯ เตือนชาวอเมริกันว่า มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีจะยังไม่แน่ชัดไปหลายวัน หลังปิดหีบ

เส้นตายและข้อมูลเท็จ

นายทรัมป์พยายามเรียกร้องมานานแล้วว่า การเลือกตั้งควรตัดสินกันในคืนวันเดียวกัน แต่การทำเช่นนั้นจะเป็นการตัดสิทธิ์ของผู้โหวตจำนวนมาก โดยเฉพาะในรัฐที่ใช้ระบบ กำหนด “เส้นตายตราประทับไปรษณีย์” ซึ่งหมายความว่า บัตรเลือกตั้งที่ประทับตราไปรษณีย์ภายในวันเลือกตั้ง แต่ส่งมาถึงภายหลัง ไม่ว่าจะ 1 สัปดาห์ 2 สัปดาห์ หรือ 3 สัปดาห์ หลังเลือกตั้งจบลง ก็ต้องถูกนำไปคิดคะแนน

ระบบนี้สำคัญเป็นพิเศษในรัฐที่มีประชากรมากอย่าง แคลิฟอร์เนียและนิวยอร์ก ซึ่งไม่ได้แข่งขันกันดุเดือดในศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่กลับมีเก้าอี้ สส.จำนวนมากจนอาจเป็นตัวตัดสินว่า เดโมแครตหรือรีพับลิกันจะได้ครองเสียงข้างมากในสภา โดยทั้ง 2 รัฐจะนับคะแนนบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ที่ส่งมาหลังปิดหีบนานสุด 7 วัน ตราบได้ที่ประทับไปรษณีย์ภายในวันเลือกตั้ง

รัฐสวิงสเตทส่วนใหญ่ ได้แก่ แอริโซนา, จอร์เจีย, มิชิแกน, นอร์ทแคโรไลนา, เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน กำหนดให้บัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ส่วนใหญ่หรือทั้งหมด ต้องส่งถึงหน่วยเลือกตั้งภายในวันเลือกตั้ง แต่กระบวนการนับกลับช้ากว่ามากที่รัฐเพนซิลเวเนียและวิสคอนซิน ส่วนรัฐเนวาดาจะยังนับรวมบัตรเลือกตั้งที่ถูกส่งมาหลักปิดหีบไม่เกิน 4 วัน

ทีมเลือกตั้งของทั้ง น.ส.แฮร์ริสและนายทรัมป์ จะจับตาดูการนับคะแนนอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าจะมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นหรือไม่ โดยที่รู้ดีว่า ทรัมป์อาจใช้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น มาสนับสนุนคำกล่าวอ้างของเขาเองที่ว่า แฮร์ริสโกงเลือกตั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : cnn

กรมฝนหลวงฯประชุมเพิ่มองค์ความรู้

https://www.naewna.com/local/839611

กรมฝนหลวงฯประชุมเพิ่มองค์ความรู้

กรมฝนหลวงฯประชุมเพิ่มองค์ความรู้

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ “ASEAN Regional Semanar on Weather Modification 2024” โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม.มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อยกระดับบุคลากรด้านความรู้การเปลี่ยนแปรสภาพอากาศของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพิ่มทักษะให้หลากหลายจนสามารถแก้ปัญหาได้ในอนาคตและบรรลุตามวัตถุประสงค์ต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต

2.เพื่อส่งเสริมการพัฒนา วิจัย และปฏิบัติการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือภายในและระหว่างประเทศสมาชิก สู่การเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศได้อย่างเหมาะสม 3.เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางสร้างความเข้มแข็งและการดำเนินงานภายใต้ศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศอาเซียน โดยจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมด้านการดัดแปรสภาพอากาศ สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ บรรเทามลภาวะทางอากาศในระดับภูมิภาค

4.เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการดัดแปรสภาพอากาศ โดยเทคโนโลยีฝนหลวงของไทยให้กับสมาชิกอาเซียน และประเทศอื่นๆ และสามารถร่วมมือด้านการดัดแปรสภาพอากาศกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านฝนหลวงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และ 5.สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศอาเซียนมีประเทศไทย โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานประสานงานหลัก และฝ่ายเลขานุการถาวรของ AWMC ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ

ผู้ตรวจฯร่วมถก เจ้าหน้าที่อาวุโส ด้านเกษตรป่าไม้ ภูมิภาคอาเซียน

https://www.naewna.com/local/839608

ผู้ตรวจฯร่วมถก เจ้าหน้าที่อาวุโส ด้านเกษตรป่าไม้ ภูมิภาคอาเซียน

ผู้ตรวจฯร่วมถก เจ้าหน้าที่อาวุโส ด้านเกษตรป่าไม้ ภูมิภาคอาเซียน

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM-AMAF Leader) ของไทย ร่วมประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 46 (The PrepSOM-46th AMAF Meeting) โดยมีผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีการรายงานความก้าวหน้าด้านการเกษตรและป่าไม้ (SOM-AMAF) ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมกันในภาคส่วนอาหาร เกษตรกรรม และป่าไม้ โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน โดยลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่เป็นอันตรายต่อการเผาพืชผล รวมถึงการใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งฝ่ายไทยยินดีสนับสนุนความร่วมมือภายใต้กรอบนโยบายอาเซียนนี้

นอกจากนี้ ฝ่ายไทย ได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชากรทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยฝ่ายไทย มีนโยบายลดการเผาในภาคเกษตรอย่างยั่งยืน และอยู่ระหว่างการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับข้าวโพดเมล็ดแห้งปลอดการเผา (Good Agricultural Practices For Zero Burning Maize) ทั้งนี้ ฝ่ายไทย ขอให้ประเทศสมาชิกอาเซียนตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นปัญหาดังกล่าว และเร่งดำเนินการร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาด้านการเผาในภาคเกษตรในภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม