T&B MEDIA GLOBAL นำ ‘START IT UP: ‘วัยสตาร์ท น็อนสต็อป’

https://www.naewna.com/entertain/838804

T&B MEDIA GLOBAL นำ 'START  IT UP: 'วัยสตาร์ท น็อนสต็อป'

T&B MEDIA GLOBAL นำ ‘START IT UP: ‘วัยสตาร์ท น็อนสต็อป’

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.41 น.

เปิดตัวกันแล้วกับภาพยนตร์ที่จะมาเติมฝันและสร้างแรงบันดาลใจให้ก้าวผ่านอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้าSTART  IT UP: วัยสตาร์ท น็อนสต็อป”นำแสดงโดย ดาราหนุ่มสุดฮอตอย่าง “ชานน สันตินธรกุล หรือ นนกุล”มารับบท ทายาทเจ้าของร้านอาหารจีนชื่อดังที่ชีวิตต้องพลิกผัน และก่อนที่ภาพยนตร์จะออกสู่สายตาแฟนๆ “START  IT UP: วัยสตาร์ท น็อนสต็อป”  ก็ได้ไปออกบูธกิจกรรมพบปะพี่ๆน้องๆประเดิม 2 ที่แรกคือจังหวัด นครราชสีมา(โคราช) ที่ได้นักแสดงนำอย่าง กรภพ จันทร์เจริญ(โจ๊ก โซคูล) มาสร้างสีสันความสนุก และที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก็ได้นักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง  อาวอ “จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร” และ อาเกรียง” เกรียงศักดิ์ เหรียญทอง”มาสร้างความสนุกสนานพร้อมทั้งมาแบ่งปันถึงความรู้สึกเกี่ยวกับบทบาทที่ได้รับ พร้อมถึงเรื่องราวและมุมมองความประทับใจ เกี่ยวกับภาพยนตร์ START IT UP วัยสตาร์ทน็อนสต็อป 

สำหรับบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน อบอุ่น พี่ๆน้องๆ ในพื้นที่มาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม ภายในงานมีของรางวัลและกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม สู้ไม่ถอย ร่วมพูดคุยกับผู้ประกอบการ ผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกท่านที่กำลังทำตามความฝันหรือกำลังเผชิญกับความท้าทาย ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคใด ๆ และสามารถยืนหยัดในวงการธุรกิจได้อย่างสง่างาม ซึ่งผู้ประกอบการที่ โคราช คือ คุณ อรรควัฒน์ วิริยะขจรเกียรติ (โคดำลำตะคลอง ร้าน NVK Premium Beef) และที่นครศรีธรรมราช ร่วมด้วย คุณศศิกานต์ เกษมสมพร (บริษัท เกษมสมพร พาราวู้ด จำกัด) คุณพลิษฐ์ หงสุชน (แบรนด์ บุญยรัตน์ ไทยคร๊าฟท์)คุณศตธรรม หนูเอี่ยม (โรงพยาบาลสัตว์เมืองตะวัน)

ร่วมพูดคุยกับเหล่านักสู้จากร้านอาหารที่สู้จนประสบความสำเร็จ กับการ สู้ด้วยรสชาติ ผู้ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการอาหารไทย ร้านอาหารที่ไม่ใช่แค่ดังเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยคุณภาพและเอกลักษณ์ จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ที่มาร่วมรังสรรค์เมนูต้มยำกุ้งสุดพิเศษที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนซึ่งที่โคราชมีร้านบ้านแป้งหอม(คุณสมใจ พรมมา) ร้านด๊ดดาด เสต็กจิ้มก๊ะแจ่ว (คุณจีระศักดิ์ คาระวิวัฒนา และ คุณนัตติยา คาระวิวัฒนา)และร้านบ้านวิหาร(คุณภาธรณ สมพรานนท์ และ คุณนฤมล สุวรรณชาติ ) และที่นครศรีธรรมราชร่วมด้วย ร้านครัวนคร(คุณจิรายุ ชยันเกียรติ)ร้านกัปตันซีฟู้ด (คุณเกรียงศักดิ์ นางนวล)และร้านครัวถิ่นนคร(คุณศรีสุดา ศรีมั่นคง และ คุณสิทธิชัย วิชัยดิษฐ์)

Highlight ในงาน ที่พลาดไม่ได้เลย คือ การแข่งขันสู้ด้วยจังหวะมีทีมสุดแกร่งจากทุกมุมเมือง มาพร้อมกับท่าเต้นสุดเร้าใจและการแสดงที่ไม่มีใครยอมใครทุกโชว์บอกได้เลยว่าเต็มไปด้วยความมั่นใจและการเต้นที่ทรงพลังสุด ๆไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

และแฟนๆชาวเชียงใหม่ อย่าพลาด พบกันวันที่ 3 พฤศจิกายน นี้ เวลา 10:00 – 19:00 น. ณ แกรนด์ฮอล์ ชั้น1 เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต

“สู้ไปให้สุด…..อย่าหยุดถ้ายังไม่ถึงฝัน”ไปพร้อมกัน 12 ธันวาคม นี้ ในโรงภาพยนตร์

#StartItUpTH #StartItUp #วัยสตาร์ทน็อนสต็อป #นนกุล #Nonkul #โจ๊กSoCool #บร๊ะเจ้าโจ๊ก #ใบเตยสุวพิชญ์ #เซิ่งอี้หลุน

ติดตามความสนุกพร้อมทั้งส่งต่อเรื่องราวดีๆให้กับสังคมได้ทาง

 LineOA : https://page.line.me/startitupth

Facebook:https://www.facebook.com/StartItUp.Thailand               

IG:https://www.instagram.com/startitupth/

TikTok:https://www.tiktok.com/@start.it.up.th

YouTube:https://www.youtube.com/@StartItUpTH

X: https://x.com/StartItUpTH

ม.มหิดล คิดค้นนวัตกรรมชีวภาพ ‘แบคทีเรียบำบัดโลหะหนัก’เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

https://www.naewna.com/local/838905

ม.มหิดล คิดค้นนวัตกรรมชีวภาพ ‘แบคทีเรียบำบัดโลหะหนัก’เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ม.มหิดล คิดค้นนวัตกรรมชีวภาพ ‘แบคทีเรียบำบัดโลหะหนัก’เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“เชื้อโรค” ไม่ว่าจะเป็น “เชื้อไวรัส” หรือ “เชื้อแบคทีเรีย” จะเป็น “สิ่งอันตรายที่สุด” หากเป็น “เชื้อที่ก่อโรค” หรือ “เชื้อฉวยโอกาส” (Opportunistic Pathogen) ที่ก่อให้เกิดโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมนุษย์และสัตว์ที่มีร่างกายไม่แข็งแรง

ในทางกลับกัน มีแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในสิ่งแวดล้อมหลากหลายชนิด ที่สามารถนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะไปช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนจากการได้รับสารมลพิษในสิ่งแวดล้อม

ศาสตราจารย์ ดร.เบญจภรณ์ ประภักดี อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้สร้างสรรค์ “นวัตกรรมชีวภาพแบคทีเรียบำบัดโลหะหนัก” เพื่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ทุนสนับสนุนจาก มหาวิทยาลัยมหิดล (งบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) โดยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่แล้วในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ “Journal of Environmental Technology andInnovation” เมื่อเร็วๆ นี้

จากการนำ “แบคทีเรียไมโครคอคคัส” (Micrococcus) ซึ่งเป็นแบคทีเรียสายพันธุ์ที่ไม่ก่อโรคมาผสมผสานกับ “การปลูกพืชที่ไม่ได้นำมาเป็นอาหาร” อาทิ หญ้าแฝก และไม้ดอกไม้ประดับ เช่น บานชื่น และทานตะวัน เป็นต้น เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการบำบัดดินที่ปนเปื้อนโลหะหนักการฝังกลบขยะ

ซึ่งให้ผลที่ดีทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากการช่วยลดการปนเปื้อนของโลหะหนักในดินจากการฝังกลบขยะ ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการได้รับโลหะหนักของชุมชน และการปลูกพืชยังช่วยให้เกิดความร่มรื่น และสร้างทัศนียภาพที่สวยงาม ตลอดจนสามารถนำไปต่อยอดช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ จากการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “นวัตกรรมชีวภาพแบคทีเรียบำบัดโลหะหนัก” เพื่อนำไปใช้ร่วมกับการปลูกพืชไม้ดอกที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน และทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนได้ต่อไป

นวัตกรรมดังกล่าวสร้างขึ้นภายใต้หลักการทำเชื้อแบคทีเรียให้บริสุทธิ์ แล้วนำมาผสานกับวัสดุปลอดเชื้อ พร้อมทำให้แห้ง เพื่อเกิดเป็น “หัวเชื้อพร้อมใช้” เพื่อให้สะดวกต่อการเก็บรักษาและใช้งาน กว่าการใช้ “เชื้อสด” ที่เก็บได้ไม่นานและต้องแช่เย็น

ตัวอย่างวัสดุที่สามารถนำมาใช้เตรียมเป็นหัวเชื้อพร้อมใช้ ได้แก่ “ถ่านชีวภาพ” ที่ได้จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรผ่านความร้อนสูง ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังทำการพัฒนาให้มีลักษณะเป็น “เม็ด” คล้ายอาหารปลา เพื่อให้นำไปใช้งานได้คล่องตัวยิ่งขึ้น

จากการศึกษาพบว่า แบคทีเรีย “ไมโครคอคคัส” (Micrococcus) สายพันธุ์นี้สามารถสร้างฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตของพืช ในขณะที่แบคทีเรียที่มีประโยชน์อีกสายพันธุ์คือ “อาร์โทรแบคเตอร์” (Arthrobacter)ที่สร้าง “เมือก” ที่สามารถไปจับกับโลหะหนักและดึงโลหะหนักออกจากดิน และช่วยส่งเสริมให้พืชทำหน้าที่ “บำบัดสารปนเปื้อนตามธรรมชาติ” โดยรากพืชจะดูดเอาสารปนเปื้อนมาเก็บไว้เพื่อรอการกำจัดหลังการปรับปรุงดิน

โดยจะได้มีการสานต่อผ่านการเรียนการสอนและวิจัยของคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อการค้นพบ “แบคทีเรียบำบัดโลหะหนัก” ชนิดใหม่ๆ เพื่อขยายผลต่อไปในอนาคต

นับเป็นนวัตกรรมการใช้แบคทีเรียร่วมกับพืชเพื่อบำบัดสารปนเปื้อนในดิน ที่ในประเทศไทยยังคงมีไม่แพร่หลายเท่าที่ควร อีกทั้งเป็นวิธีการที่ปลอดภัย สามารถออกแบบให้มีการใช้งานได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้จุลินทรีย์ทั่วไปที่ไม่ทราบประสิทธิภาพและสายพันธุ์ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในคนและสัตว์ได้

‘อัยการสูงสุด’อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานน้อมนำไปถวาย ณ วัดยานนาวา

https://www.naewna.com/local/838901

'อัยการสูงสุด'อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานน้อมนำไปถวาย ณ วัดยานนาวา

‘อัยการสูงสุด’อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานน้อมนำไปถวาย ณ วัดยานนาวา

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 17.11 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักงานอัยการสูงสุด อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานน้อมนำไปถวายแด่พระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดยานนาวา เขตสาทรกรุงเทพมหานคร ในกาลกฐินพุทธศักราช 2567

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นประธานในพิธีอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานน้อมนำไปถวาย ณ วัดยานนาวา ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการ สมาคมภริยาอัยการ บุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุด และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมในพิธี

วัดยานนาวา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดคอกควาย” เนื่องจากมีชาวทวายมาลงหลักปักฐานอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและจะนำกระบือที่เลี้ยงไว้มาทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน จึงเรียกชื่อหมู่บ้านบริเวณนั้นว่า “บ้านคอกควาย”

ในสมัยกรุงธนบุรีได้รับการยกฐานะวัดคอกควายขึ้นเป็นพระอารามหลวง เรียกชื่อใหม่ว่า “วัดคอกกระบือ” ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงสร้างพระอุโบสถใหม่ ครั้นถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปฏิสังขรณ์และสร้างเรือสำเภาพระเจดีย์แทนพระสถูปเจดีย์ทั่วไป เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นรูปแบบเรือสำเภาซึ่งกำลังจะหมดไปจากเมืองไทย จึงได้เปลี่ยนชื่อจากวัดคอกกระบือเป็น “วัดยานนาวา” ปัจจุบันมี พระธรรมวชิรโมลี (ทองสูรย์ สุริยโชโต) เป็นเจ้าอาวาส

ในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งนี้ข้าราชการฝ่ายอัยการ บุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุดและผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,318,220.50 บาท (สี่ล้านสามแสนหนึ่งหมื่นแปดพันสองร้อยยี่สิบบาทห้าสิบสตางค์) สำนักงานอัยการสูงสุด จึงขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมบริจาคปัจจัยทำบุญในครั้งนี้

– 006

ไม่เคยปิดกั้นโอกาส!!! ศธ.แจงประเด็นศูนย์การเรียนรู้เด็กต่างชาติในไทย

https://www.naewna.com/local/838783

ไม่เคยปิดกั้นโอกาส!!! ศธ.แจงประเด็นศูนย์การเรียนรู้เด็กต่างชาติในไทย

ไม่เคยปิดกั้นโอกาส!!! ศธ.แจงประเด็นศูนย์การเรียนรู้เด็กต่างชาติในไทย

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.22 น.

ศธ.แจงประเด็นศูนย์การเรียนรู้เด็กต่างชาติในไทย ไม่เคยปิดกั้นโอกาสทางการศึกษา คาดยกร่างเสร็จสัปดาห์นี้แน่นอน

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงนโยบายในการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กทุกคนในประเทศไทย ว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มุ่งมั่นให้เกิดความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษา ให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างมีความสุข โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยหรือบุตรหลานแรงงานข้ามชาติซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเฉพาะด้าน

“กระทรวงศึกษาธิการยึดมั่นในหลักการให้การศึกษาที่เท่าเทียมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราต้องการเห็นเด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้อย่างเสมอภาคและเติบโตในสังคมอย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเด็กต่างชาติในระบบการศึกษาหรือเด็กต่างชาติที่เข้ามาเรียนในศูนย์การเรียนรู้” รมว.ศธ.กล่าว

ทั้งนี้ ในการดำเนินงาน ศธ.ได้ออกนโยบายการจัดการศึกษาที่ครอบคลุมเพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสพัฒนาทั้งด้านบุคลิกภาพ ความรู้ และทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น อีกทั้งได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้เด็กต่างชาติได้เข้าถึงการศึกษาโดยสะดวก ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนเท่าเทียมกัน

ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ได้ชี้แจงประเด็นศูนย์การเรียนรู้เด็กต่างชาติ หลังมีการกล่าวถึงกระทรวงศึกษาธิการว่าไม่มีระบบจัดการในเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่ดูแลเด็กให้เข้าถึงสิทธิด้านการศึกษายาวนานกว่าทศวรรษ และได้พยายามนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาตามกฎระเบียบอย่างถูกต้อง ซึ่ง ศธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องการจัดการศึกษาให้เด็กต่างสัญชาติที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยอย่างเท่าเทียม ตามที่มาตรา 12 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง และอนุสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

นอกจากนี้ ศธ.ก็ยังดำเนินการแก้ปัญหาเชิงระบบควบคู่กันไปด้วย ยกตัวอย่างสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลการศึกษาในพื้นที่ได้ออกประกาศขอให้เด็กต่างด้าวทุกสัญชาติในพื้นที่สุราษฎร์ธานี ที่มีความต้องการเข้ารับการศึกษาในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อประสานสถานศึกษารับนักเรียนเข้ารับการศึกษาต่อไป เช่น โรงเรียนตวงวิชช์พัฒนา จ.สุราษฎร์ธานี ก็รับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทยเข้าเรียนเป็นที่เรียบร้อย เห็นได้ชัดเจนถึงการตื่นตัวอย่างเร่งด่วนและรวดเร็วเพื่อให้เด็กได้รับการศึกษาที่ต่อเนื่อง ให้การเรียนรู้และพัฒนาการเป็นไปตามช่วงวัย

นอกจากนี้ สภาการศึกษาก็ดำเนินการยกร่างปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวง ในการรองรับการจัดการศึกษาให้เด็กต่างชาติที่ไม่ใช่ศูนย์การเรียนรู้ตามมาตรา 12 เพื่อจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยและบุตรหลานแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เปิดกว้างการอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวแก่เด็กกลุ่มนี้ให้เข้าถึงการศึกษาในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสม นับเป็นการให้โอกาสเด็กทุกคนได้เรียนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังตามนโยบายของ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคาดว่าจะดำเนินการยกร่างเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้

สยามซีเพลน พาเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ จัดความสะดวกสบาย และหรูหราผ่านบริการ “เครื่องบินทะเล”

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2820033

สยามซีเพลน พาเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ จัดความสะดวกสบาย และหรูหราผ่านบริการ “เครื่องบินทะเล"

15 ต.ค. 2567 12:38 น.

สยามซีเพลน พาเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ จัดความสะดวกสบาย และหรูหราผ่านบริการ “เครื่องบินทะเล”

สยามซีเพลน (Siam Seaplane) ปฏิวัติอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยด้วยบริการใหม่อย่างการนำเครื่องบินทะเลมาใช้สัญจรท่องเที่ยวอย่างหรูหรา พร้อมชมวิวทิวทัศน์ และเติมความสะดวกสบายใหม่ที่ไม่เหมือนใคร โดยนำร่องจุดขึ้น – ลง น้ำทะเลแห่งแรกที่จังหวัดภูเก็ต

สยามซีเพลน (Siam Seaplane) เตรียมปฏิวัติอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยด้วยการนำ “เครื่องบินทะเล” มาใช้ ซึ่งเป็นบริการใหม่ที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบายพร้อมกับได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างเดินทาง อีกทั้งช่วยประหยัดเวลาในขณะเดียวกันก็ได้สัมผัสมุมมองทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจของจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง

โดยเครื่องบินทะเลจะเป็นหนึ่งพาหนะใหม่ที่จะช่วยปลดล็อกอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตเต็มศักยภาพและส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยการเพิ่มการเข้าถึงของพื้นที่อันห่างไกล

จังหวัดภูเก็ตจะเป็นจุดขึ้นลงในน้ำแห่งแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ ที่ถือเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและตั้งอยู่บนทะเลอันดามัน ซึ่งมีกลุ่มเกาะเล็กๆ และชายหาดที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน เช่น เกาะราชา เกาะเฮ เกาะมะพร้าว และเนื่องด้วยภูมิทัศน์ที่โดดเด่น ทำให้ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเข้ามาพักผ่อน สยามซีเพลนเล็งเห็นโอกาสมากมายที่จะเพิ่มศักยภาพและมูลค่าของการท่องเที่ยวไทยขึ้นไปอีก ภูเก็ตจึงเป็นที่แรกในการปฏิบัติการการบินทางทะเล

ภูเก็ตจะมีเที่ยวบินโดยเครื่องบินทะเลแบบสะเทินน้ำสะเทินบกไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ เช่น เกาะพีพี เกาะยาวน้อย พังงา และเกาะหลีเป๊ะ ในขณะเดียวกันบริษัทจะมีฐานปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ เพื่อให้บริการจุดหมายปลายทางต่างๆ ในอ่าวไทย เช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน ประจวบคีรีขันธ์ จอมเทียน และเกาะช้าง

บริการเครื่องบินทะเลนี้มีการันตีการให้บริการด้วยมาตรฐานระดับโลกด้านความปลอดภัยด้วยการผสมผสานความสะดวกสบาย การประหยัดเวลา เส้นทางบินที่สวยงาม ความหรูหรา ความยืดหยุ่น รวมถึงประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงหมุดหมายที่เข้าถึงได้ยากพร้อมประสบการณ์ที่น่าจดจำ นักท่องเที่ยวจะได้รับบริการระดับพรีเมียมที่โดดเด่นทั้งในระดับภูมิภาค

โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคม รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และกรมเจ้าท่า นอกจากนี้ยังมีกลุ่มพันธมิตรที่น่าเชื่อถือทั้งจากกลุ่มเอกชนในท้องที่ โรงแรมและบริษัทจัดการจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว (DMCs) และตัวแทนท่องเที่ยว เป็นต้น

วรกัญญา สิริพิเดช ซีอีโอของสยามซีเพลน กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากที่ได้เห็นหน่วยงานมากมายมารวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายเช่นนี้สำหรับประเทศไทย เรารู้สึกขอบคุณและตื่นเต้นที่ได้มีบทบาทนำในโครงการนี้ บริการเครื่องบินทะเลจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นของภูเก็ตโดยสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ๆ กระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้ และช่วยส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในภาพรวมที่กว้างขึ้น บริการเครื่องบินทะเลระดับพรีเมียมจะยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยโดยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง เสริมสร้างชื่อเสียงของประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียมและช่วยให้การเดินทางไปยังสถานที่ที่เข้าถึงยากมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ปัจจุบันสยามซีเพลนกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างจุดขึ้นลงในน้ำของเครื่องบินทะเลที่ภูเก็ตและจุดหมายปลายทางอื่นๆ ทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ Siam Scenic ซึ่งเป็นแบรนด์ภายใต้ Siam Seaplane ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และเที่ยวบินชมทิวทัศน์ตามความต้องการของลูกค้า

สยามซีเพลนมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่น่าจดจำไม่ซ้ำแบบใคร ในขณะเดียวกันก็ให้ความมั่นใจได้ว่าจะนำผู้ใช้บริการไปส่งยังจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยด้วยมาตรฐานด้านการบิน และผู้เชี่ยวชาญจากสายการบินชั้นนำ ทั้งหมดทำให้ธุรกิจเครื่องบินทะเลนี้ถูกจับตามองจากสื่อทั่วโลก ทั้งนิตยสาร โทรทัศน์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ และได้รับความสนใจอย่างมากในหมู่นักเดินทาง

ดิ แอทธินี โฮเทล โรงแรมแห่งแรกในเอเชียที่ได้ ‘VERIFIED’ Badge รับรองเรื่องบริการและความยั่งยืน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2819468

ดิ แอทธินี โฮเทล โรงแรมแห่งแรกในเอเชียที่ได้ ‘VERIFIED’ Badge รับรองเรื่องบริการและความยั่งยืน

11 ต.ค. 2567 14:28 น.

ดิ แอทธินี โฮเทล โรงแรมแห่งแรกในเอเชียที่ได้ ‘VERIFIED’ Badge รับรองเรื่องบริการและความยั่งยืน

โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล ได้รับตรารับรองจาก ‘VERIFIED’ Badge ของ ฟอร์บส์ ทราเวล ไกด์ ให้เป็นโรงแรมแห่งแรกของเอเชียที่ดำเนินธุรกิจบริการอย่างมีความรับผิดชอบ ตอกย้ำพันธกิจในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็กชั่น โฮเทล (The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok) กลายเป็นโรงแรมแห่งแรกของประเทศไทยในเอเชียที่ได้รับตรา VERIFIED™ Responsible Hospitality Badge จาก ฟอร์บส์ ทราเวล ไกด์ (Forbes Travel Guide) ซึ่งเป็นรางวัลตราสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการรับรองมาตรฐานในธุรกิจบริการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ตอกย้ำพันธกิจของโรงแรมฯ ในการดำเนินงานอย่างยั่งยืนมายาวนาน

โรงแรม ดิ แอทธินี บูรณาการทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจหลักของโรงแรม ในฐานะโรงแรมแห่งแรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 20121 และยังคงเป็นผู้นำในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนมาโดยตลอด ความมุ่งมั่นดังกล่าวนี้ครอบคลุมถึงการปฏิบัติที่เป็นแบบอย่างในด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน รวมถึงความร่วมมือกับเกษตรกรท้องถิ่นในการจัดหาข้าวออร์แกนิกที่ยั่งยืนจากจังหวัดอำนาจเจริญ

ฟอร์บส์ ทราเวล ไกด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจบริการ 5 ดาวระดับสากล เป็นผู้นำในการให้บริการแบบมืออาชีพสำหรับแวดวงการบริการและโรงแรม รวมถึงธุรกิจที่เน้นงานบริการในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ร้านค้าปลีกระดับลักซ์ชูรี, ที่อยู่อาศัย, การดูแลสุขภาพ และไพรเวทคลับ ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะบุคคล บริการประเมินผล และมาตรฐานการบริการที่ออกแบบเฉพาะ

รางวัล ‘VERIFIED’ Badge จาก ฟอร์บส์ ทราเวล ไกด์ คือโปรแกรมที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานของโรงแรมในระดับสากลเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน แขกผู้เข้าพัก และชุมชน ซึ่งเป็นมาตรฐานจากองค์กรภายนอกที่มีความชัดเจนและเชื่อถือได้ สำหรับเป็นข้อมูลแก่แขกและตัวแทนที่ปรึกษาการท่องเที่ยวต่าง ๆ ในการพิจารณาเลือกที่พัก

โดยที่พักที่ได้รับตรา VERIFIED Responsible Hospitality จะเป็นตัวช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นด้วยกิจกรรมแห่งความยั่งยืน ตามมาตรฐานระดับโลกที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้โปรแกรมที่เป็นแนวทางการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ อาทิ การจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง การจัดการขยะอาหารและเครื่องดื่ม การใช้วัตถุดิบอาหารท้องถิ่นและตามฤดูกาล การรีไซเคิล การใช้พาหนะยานยนต์ไฟฟ้า การรักษาความปลอดภัยด้านสุขภาพ การบูรณาการกับชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่น และจุดสัมผัสอื่น ๆ

นอกเหนือจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็กชั่น โฮเทล ยังมีส่วนร่วมในโครงการชุมชนหลายอย่าง โดยมุ่งเน้นที่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับประสบการณ์ของแขกผ่านโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การลดการใช้พลาสติก การส่งเสริมการใช้ผลผลิตออร์แกนิก สนับสนุนการให้พนักงานมีส่วนร่วม และอื่น ๆ อีกมากมายที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยโรงแรมมุ่งมั่นที่จะสร้างความตระหนักรู้ในหมู่พนักงาน แขกที่เข้าพัก และชุมชน เพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของโรงแรมมีความโปร่งใสมากขึ้น

ภาพ : The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok

ใหม่ ดาวิกา อวดหุ่นเป๊ะปังสวยเซ็กซี่ แปลงโฉมเป็นปีศาจแมงมุมรับฮาโลวีน

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2823202

ใหม่ ดาวิกา อวดหุ่นเป๊ะปังสวยเซ็กซี่ แปลงโฉมเป็นปีศาจแมงมุมรับฮาโลวีน

1 พ.ย. 2567 13:59 น.

ใหม่ ดาวิกา อวดหุ่นเป๊ะปังสวยเซ็กซี่ แปลงโฉมเป็นปีศาจแมงมุมรับฮาโลวีน

สวยแซ่บกระชากใจแฟนๆ ไปเรียบร้อย สำหรับนางเอกสาวฮอต ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ที่มักจะมีคอนเทนต์ภาพแฟชั่นสุดเก๋รับเทศกาลต่างๆ และได้รับกระแสตอบรับดีๆ จากแฟนๆ อยู่เสมอ

แน่นอนว่าเทศกาลฮาโลวีนปีนี้ ใหม่ ดาวิกา ก็ไม่พลาดเช่นกัน งานนี้นางเอกสาวขอแปลงโฉมเป็นปีศาจแมงมุมรับเทศกาลนี้ซะเลย ต้องบอกว่าทำถึงจริงๆ อวดบอดี้สวยๆ โชว์หุ่นเป๊ะเวอร์ ชุดที่ใส่ก็เปรี้ยวแซ่บสุดๆ งานนี้เจ้าตัวก็โพสต์ภาพและคลิปลงไอจีแบบรัวๆ และติดแฮชแท็ก #halloween ด้วย

ส่องคอมเมนต์แฟนๆ ต่างส่งอีโมจิไฟลุกให้ลุคนี้เต็มไอจี พร้อมทั้งแซวรัวๆ อาทิ แม่หยัวเปลี่ยนไป, ขอโทษที่ตอนแรกมองดาวิเป็นคริสติน่า แซ่แต้, โหดจัดด พี่ใหม่เป็นให้ทุกอย่างแล้วว, ใส่ชุดไทยคือแม่หยัว ใส่ชุดนี้แม่หยังครับ?, โคตรจะสไปเดอร์!!!! ฯลฯ แม้แต่หวานใจอย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ ยังคอมเมนต์แซวว่า “มาหลอกหน่อยยยย” ก่อนที่ ใหม่ จะตอบกลับว่า “เจอเลย”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ท้าความหลอนในคืนวันฮาโลวีน พาทัวร์บ้านโชคดี บ้านเช่าหลังนี้มีของแถม

https://www.thairath.co.th/entertain/series/2823200

ท้าความหลอนในคืนวันฮาโลวีน พาทัวร์บ้านโชคดี บ้านเช่าหลังนี้มีของแถม

1 พ.ย. 2567 13:47 น.

ท้าความหลอนในคืนวันฮาโลวีน พาทัวร์บ้านโชคดี บ้านเช่าหลังนี้มีของแถม

ก่อนจะไปขนหัวลุกไม่พักกับ บ้านโชคดี เดอะซีรีส์ ซีซั่น 3 ที่จะออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 9 พ.ย.นี้ ทางช่องไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 21.30-22.30 น. งานนี้ทางไทยรัฐทีวีร่วมมือกับบริษัท ทวิน เฟลม ได้จัดกิจกรรมหลอนก่อนเริ่มชมบ้านโชคดี เดอะซีรีส์ ซีซั่น 3 ให้กับผู้โชคดีทั้ง 6 คนที่ชอบเรื่องท้าทาย ด้วยการพาไปบุกบ้านโชคดีสถานที่ที่มีแต่เรื่องราวสุดหลอน  

โดยได้ฤกษ์งามยามดีในการบุกบ้านโชคดีในคืนวันฮาโลวีน 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งบันเทิงไทยรัฐออนไลน์จะรวมภาพบรรยากาศพาเหล่าผู้กล้า 6 คน ไปเปิดประสบการณ์สุดสยองขวัญในคืนวันปล่อยผี

ซึ่ง ณรงค์ ศิริสารสุนทร หนึ่งผู้กำกับพร้อมด้วยนักแสดงนำจาก บ้านโชคดี เดอะซีรีส์ พาผู้โชคดีเดินทัวร์สถานที่ถ่ายทำจริง พร้อมเล่าเรื่องราวสุดขนลุกในกองถ่ายให้ได้ฟังกัน งานนี้บอกเลยว่าแต่ละเรื่องนั้นชวนขนลุกซู่กันถ้วนหน้า

และทุกคนที่เข้าบ้านโชคดีจะได้รับการต้อนรับสุดพิเศษแบบหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วจาก ผีพิกุล และ ผีเกเร ผีประจำบ้านโชคดีที่รอคอยผู้มาเยือน แต่ถ้าใครเห็นพลังงานบางอย่างมากกว่าผีสองตนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ทางทีมงานเตรียมไว้…

นอกจากนี้ยังมีเซอร์ไพรส์สุดพิเศษให้กับผู้โชคดีทั้ง 6 คนที่มาร่วมบุกบ้านโชคดีด้วยการได้ชมเทรลเลอร์บ้านโชคดี เดอะซีรีส์ ซีซั่น 3 สปอย 7 เรื่องสุดสยองก่อนใครอีกด้วย 

ติดตามชม บ้านโชคดี เดอะซีรีส์ ซีซั่น 3 ที่จะออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 9 พ.ย.นี้ ทางช่องไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 21.30-22.30 น.

เปิดภาพล่าสุด เทพพิทักษ์ อดีตเน็ตไอดอลชื่อดัง หลังหายหน้าจากวงการไปนาน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2823170

เปิดภาพล่าสุด เทพพิทักษ์ อดีตเน็ตไอดอลชื่อดัง หลังหายหน้าจากวงการไปนาน

1 พ.ย. 2567 11:03 น.

เปิดภาพล่าสุด เทพพิทักษ์ อดีตเน็ตไอดอลชื่อดัง หลังหายหน้าจากวงการไปนาน

เป็นอีกหนึ่งคนที่เคยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับคนไทยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง สำหรับ เทพพิทักษ์ แอสละ ที่มีภาพจำ หน้าขาว ปากแดง ผมทองปัดข้าง มือถือหวี และต้องถ่ายรูปทำแก้มพองๆ

ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนเทพพิทักษ์หลายเป็นเน็ตไอดอลที่มีชื่อเสียง จนได้เล่นหนังเรื่องแรกในชีวิตอย่าง ป๊าด 888 แรงทะลุนรก ก่อนจะมีเรื่องมีราวจนทำให้เจ้าตัวนั้นหายไปจากวงการบันเทิง

ล่าสุด ชื่อของเทพพิทักษ์ถูกพูดถึงในโลกโซเชียลอีกครั้ง และเมื่อเข้าไปส่องดูความเคลื่อนไหวของเทพพิทักษ์ในเฟซบุ๊ก ที่มีคนติดตามกว่า 2 แสนคน ก็พบว่า เทพพิทักษ์ ยังคงเคลื่อนไหวทางเฟซบุ๊กอยู่ตลอด ทั้งลงรูปและคลิป เป็นการอัปเดตชีวิตของตัวเอง

และเมื่อได้เห็นรูป ก็บอกเลยว่าเทพพิทักษ์เปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน ไม่ได้ทาหน้าขาวและทาปากแดงเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังคงทำผมสีทองและถือหวีติดตัวอยู่ตลอดเวลา

ฮอลลีวูดติดแกลม ปู ไปรยา แต่งผีฮาโลวีน แปลงโฉมวิญญาณดาวค้างฟ้า มาริลีน มอนโร

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2823153

ฮอลลีวูดติดแกลม ปู ไปรยา แต่งผีฮาโลวีน แปลงโฉมวิญญาณดาวค้างฟ้า มาริลีน มอนโร

1 พ.ย. 2567 10:18 น.

ฮอลลีวูดติดแกลม ปู ไปรยา แต่งผีฮาโลวีน แปลงโฉมวิญญาณดาวค้างฟ้า มาริลีน มอนโร

อินเตอร์แบบไม่พัก สมดีกรีนางเอกฮอลลีวูดสัญชาติไทย ปู ไปรยา ขอส่งคอนเทนต์จึ้งๆ ฉลองเทศกาลวันปล่อยผี ฮาโลวีน 2024 ลุกขึ้นมาแต่งองค์ทรงเครื่อง แฟนซีแฟนใจแปลงโฉมเป็นนางเอกดาวค้างฟ้าเซ็กซี่ตลอดกาล ดาวผู้ล่วงลับระดับโลกอย่าง มาริลีน มอนโร ตำนานเซ็กซี่เนเวอร์ดายที่สวยตลอดกาล

งานนี้นางเอกสาวแซ่บ ปู ไปรยา ครีเอทลุค ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฉากเด็ด ภาพยนตร์ดัง Gentlemen Prefer Blondes ที่บันทึกในประวัติศาสตร์สร้างไว้เมื่อปี ค.ศ. 1953 กับชุดเซ็กซี่สีบานเย็น และซิกเนเจอร์ทรงผมสีบลอนด์ทองของมาริลีน มอนโร อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่ยังตรึงตาตรึงใจมาถึงปัจจุบัน

ร่วมด้วยการขนนักแสดงฝรั่งตาน้ำข้าว มาเข้าร่วมเฟรมแบบอินเตอร์ 300% เพิ่มความปังให้คอนเทนต์นี้น่าสนใจยิ่งขึ้น ถือเป็นการแต่งผีแบบขายสวย ไม่ต้องฉาบเลือดโชว์ความสยอง แต่ก็ปลุกชีพนักแสดงดังฮอลลีวูดผู้ล่วงลับแล้ว ให้กลับมามีชีวิตใหม่รื้อฟื้นความทรงจำได้อย่างดี ฮาโลวีนปีนี้ยกความดีความชอบ ความหรูหราติดแกลมให้สาวปู ไปรยา ในเรื่องไอเดียสิบเต็มสิบไม่หัก