สาดซีนฮอต! ‘ชิปปี้’นุ่งบิกินีลายเชอรี่เสิร์ฟความแซ่บ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808963

สาดซีนฮอต! 'ชิปปี้'นุ่งบิกินีลายเชอรี่เสิร์ฟความแซ่บ

สาดซีนฮอต! ‘ชิปปี้’นุ่งบิกินีลายเชอรี่เสิร์ฟความแซ่บ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.24 น.

สาดความแซ่บให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง สำหรับนางเอกสาวสวย “ชิปปี้ ศิรินทร์” หลังห่างหายจากการลงภาพใส่บิกินีไปนาน โดยงานนี้ ชิปปี้ ก็ได้โพสต์ภาพสุดแซ่บซี้ดนุ่งบิกินีตัวจิ๋วลายเชอร์รี่ขยี้ใจ อวดหุ่นเซี๊ยะ อกอวบอึ๋ม พร้อมกับแจกรอยยิ้มสดใส งานนี้ทำเอาคนที่เห็นกดไลก์กันรัวๆ เลยทีเดียว

.-011

ภาพจาก IG : sirinissirin

ภาพจาก IG : sirinissirin

ภาพจาก IG : sirinissirin

ภาพจาก IG : sirinissirin

ภาพจาก IG : sirinissirin

ไม่เคยคิดมีเรื่องกับตำรวจ ‘หนุ่ม กรรชัย’พร้อมเจอกลุ่มเชื่อมจิตฝากถึงพ่อแม่ อยากให้สอนลูกรู้จักโลกภายนอก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808930

ไม่เคยคิดมีเรื่องกับตำรวจ 'หนุ่ม กรรชัย'พร้อมเจอกลุ่มเชื่อมจิตฝากถึงพ่อแม่ อยากให้สอนลูกรู้จักโลกภายนอก

ไม่เคยคิดมีเรื่องกับตำรวจ ‘หนุ่ม กรรชัย’พร้อมเจอกลุ่มเชื่อมจิตฝากถึงพ่อแม่ อยากให้สอนลูกรู้จักโลกภายนอก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.25 น.

เป็นประเด็นร้อนแรงมาหลายวันสำหรับแก๊งเชื่อมจิตและพิธีกรคนดัง หนุ่มกรรชัย กำเนิดพลอย ล่าสุดหลังจากที่ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 พาลูกน้อง ตำรวจ สน.ทองหล่อ พบปรับความเข้าใจกับตนเอง แจงเหตุห้ามไม่ให้เข้าห้องน้ำ จนทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นที่จับตามองของสังคม ล่าสุดรายการคนดังนั่งเคลียร์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป ขอต่อสายตรงหนุ่ม กรรชัย สัมภาษณ์โฟนอินเข้ารายการ เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวดังกล่าว และถามถึงสาเหตุว่าทำไมเจ้าตัวถึงไม่ปล่อยเรื่องกลุ่มเชื่อมจิตผ่านไป ตอบชัดพร้อมเจอคุณแม่เชื่อมจิต ถามกลับว่าเขาพร้อมเจอผมหรือไม่ สามารถติดตามได้ทางยูทูบช่อง 8 เท่านั้นhttps://youtu.be/XLjzM2tBH9Y?si=qVNqt_kUokPalLTx

คุณหนุ่มกรรชัย วันนั้นไป สน.ทองหล่อ ทำไมคะ?

ประเด็นที่ผมไปมันเกิดขึ้นเพราะว่า จริงๆ ปกติแล้ว ทางฝั่งของคนที่รับทราบข้อกล่าวหาก็ได้มีการนัดกับทางฝั่งของ สน.ทองหล่อ เอาไว้ ในวันที่ 5 ตอนเช้า แต่ปรากฏว่า เขาไปก่อนวันนัด และไม่ได้มีการแจ้ง ผมเองก็เกิดความไม่สบายใจขึ้น เพราะจริงๆ แล้วเรื่องนี้ผม แจ้ง พ.ร.บ.เด็ก เข้าไปด้วย ประเด็นก็คือว่า วันที่ 5 ตอนเช้าครับ ทาง พ.ร.บ.เอง เขาต้องมาร่วมสอบด้วย พอเขามาปรากฏตัวก่อน แล้วไม่มีการแจ้งฝั่งของเจ้าหน้าที่เขาไว้ก่อน มันกลายจะเป็นวุ่นไปหมดเลยครับ เพราะเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอกครับ มันจะกลายเป็นว่า พ.ร.บ. ก็มาไม่ได้ และจะสอบเด็กอย่างไร สุดท้ายคือ ทางเจ้าของสำนวนอยู่ หรือไม่อยู่ และความคืบหน้ามันจะไปอย่างไร ผมก็เลยไปที่นั้นครับ

 อาจารย์ถามหนุ่มตรงๆ หนุ่มปวดฉี่จริงหรือเปล่า ?

ปวดฉี่จริงๆ ครับ นึกว่าหนุ่มจะปวดฉี่ แกล้งเข้าไปข้างใน? ไม่หรอกครับ คือผมเองไปตั้งแต่บ่าย 2 ผมอยู่ตรงนั้น 3 ชั่วโมง ผมดื่มแต่น้ำ ไม่ได้ทานข้าวอะไรเลย ผมก็เลยปวดฉี่ แต่ถามว่าแปลกใจไหม ทำไมถึงยืนกันขวางทางเดินขนาดนั้นทางที่เดินไปห้องน้ำ ผมก็แปลกใจ แต่ว่าก็ไม่ได้จะไปลองของนะครับ เพียงแต่ว่าผมรู้สึกว่า มันไม่แฟร์กับผม และอีกอย่างนึง ผมเห็นคนที่อยู่ในห้องสอบสวนก็เดินไปเข้าห้องน้ำได้ แต่ผมเป็นเจ้าทุกข์ ทำไมผมจะเข้าไม่ได้ คือสิ่งที่ผมสงสัย และผมรู้สึกเสียความรู้สึก หรือกังวลใจที่สุดคือ ผมถามว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้น ถ้าได้ยินในคลิป ว่านี่คือสิ่งที่ 2 มาตรฐานหรือเปล่า ถูกไหมครับ ถามว่าเพราะอะไรถึงพูดตรงนั้นออกไป ผมก็บอกได้เลยว่า ในขณะที่ฝั่งของผู้ถูกกล่าวหาไปห้องน้ำได้ แต่ผู้กล่าวหาเดินเข้าห้องน้ำ

ไม่ได้ ผมก็ไม่เข้าใจว่ามัน 2 มาตรฐานไหม แต่สิ่งที่สำคัญที่สำคัญที่สุดคือ มันคือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ขึ้นมา ถามว่าบรรทัดฐานคืออะไร ต่อไปนี้ เขาก็ต้องเข้าใจกันอย่างนึงว่า ทองหล่อเป็นพื้นที่กว้าง และมีประชากรอยู่หนาแน่น มีหลากหลายอาชีพ เพราะฉะนั้นแน่นอนครับว่า น่าจะมีเกิดเรื่องของเหตุต่าง ๆ นานาขึ้นบ่อยครั้งอยู่แล้ว ซึ่งต่อไปแบบนี้ถ้าเกิดว่า มีผู้รับทราบข้อกล่าวหา หรือ ผู้ต้องหา ไปถึงที่ สน.ทองหล่อ เขาสามารถพูดได้เลย เขาอยู่ในห้องนี้นะ เขาขอพิมพ์ลายนิ้วมือตรงนี้นะ เพราะว่าผมไม่สะดวกขึ้นไปข้างบน และถึงสำคัญที่สุดก็บอกว่า ให้หาตำรวจมากันตรงนี้ด้วยนะ เพราะเขาไม่อยากให้ใครเดินผ่านตรงที่เขาอยู่ ถ้าเกิดคนอื่นทำล่ะ

ดูอภิสิทธิ์จังเลย?

ถูกไหมครับ มันจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ขึ้นมา แล้วถ้าเกิดว่าตำรวจไม่ทำให้ ตำรวจก็ถูกแจ้ง 157 เพราะคุณปฏิบัติกับทางฝั่งนู้นแบบนี้ ผู้เสียหายคนอื่นๆ  หรือผู้ต้องหาคนอื่นๆก็มา มันก็กลายเป็นขี้ปากชาวบ้าน อันนี้คือสิ่งที่เรากังวลใจมากที่สุดครับ

ตอนนี้ก็ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยากให้สังคมเข้าใจกับคุณหนุ่มว่า ไม่ได้มีเรื่องราวกับตำรวจนะคะ?

คือผมไม่ได้มีเรื่องราวกับตำรวจอยู่แล้วครับ เพราะว่า ทุกวันนี้ ผมก็ให้ความร่วมมือกับตำรวจตลอดเวลาอยู่แล้ว ผมก็ต้องเรียนแบบนี้ว่า จริงๆแล้วเรื่องจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเกิดว่า ณ วันนั้น แต่ตอนนี้เคลียร์กันแล้วนะครับ ณ วันนั้น ถ้าเกิดว่า ฝากไว้เป็นกรณีต่อไป หรือโรงพักอื่นๆ ถ้าสมมุติไปเจอแบบนี้ ผมอยากให้แบบ มีสตินิดนึงในการแก้ไขปัญหา อย่างเช่น บอกว่าคุณหนุ่มอยากเข้าห้องน้ำใช่ไหม ตรงนี้ทางฝั่งคู่กรณีอยู่ห้องนี้นะ คุณหนุ่มอย่าไปเปิดนะ แล้วคุณหนุ่มเดินไป ขออนุญาตให้ตำรวจเดินตาม 1- 2 คนนะ คุณหนุ่มไม่ว่ากันนะ เข้าใจผมด้วยนะครับ แค่นี้ก็จบแล้ว แต่ทำไมถึงต้องมากั้น ไม่ให้ผ่าน ผมไม่ให้ผ่าน เป็นอำนาจผม ผมไม่ให้ผ่าน อะไรแบบนี้ และผมถามว่า ถ้าเกิดวันนั้นผม สวนไปว่า อ้าว ไม่ผ่านได้ไง เป็นอำนาจคุณ แต่ว่าเงินเดือนคุณเป็นภาษีผม จะตอบผมอย่างไร ฯลฯแต่สุดท้ายก็คุยกันหมดแล้วกับฝั่งเจ้าหน้าที่ท่านนั้น ต้องบอกนะ อย่าไปเหมารวมนะ คือ สน.ทองหล่อ เป็น สน. ที่ดี ผู้กำกับท่านก็น่ารัก ต้องบอกแบบนี้ก่อน เพียงแต่ว่า มันอาจจะมีข้อผิดพลาดบ้างว่า วันนั้นมันเกิดความตึงเครียดจริงๆ ก็ต้องเข้าใจเขาด้วยในส่วนนึง

มีคนอยากรู้ว่า ทำไมเรื่องเชื่อมจิตรู้สึกว่าคุณหนุ่มไม่ปล่อยเลย มันเป็นเรื่องสะเทือนใจพุทธศาสนิกชน หรือมันอย่างไร?

คืออย่างนี้ครับ ผมต้องเรียนแบบนี้ก่อน โดยส่วนตัวผมเอง ผมผ่านเรื่องราวของผู้วิเศษมาเยอะ ผมต้องใช้คำนี้ และผู้วิเศษบางคนผมก็ปล่อยผ่านๆ ผมก็ทำหน้าที่ของสื่อไปปกติ และเรื่องนี้ผมเองเคยปล่อยผ่านไปแล้วนะ แต่สุดท้ายเขากลับมาด่าทอผม หลังจากที่ผมทำรายการโหนกระแสผ่านไปแล้ว 4 เดือนในเรื่องของเขา 4 เดือนผ่านมาค่อยมาด่าผม มีการพูดจาข่มขู่ผม จะเอาเรื่องผม มาพูดว่าผมแบบเป็น ไอ้ไก่อ่อน กระจอก บอกว่าผมเอารายการนี้ ทำขึ้นมาเพื่อสร้างความแตกแยกสังคม หิวเงิน จะเอาแต่เงิน จะเอาแต่เรตติ้ง ผมว่าสิ่งเหล่านี้ มันหมิ่นประมาท และล้ำแส้นผมเกิดไปครับ ประกอบกับเขาพยายามที่จะเปิดเผยข้อมูลของเขาผ่านการด่าผมว่า มันมีเรื่องของอนาคามี ที่ลดชั้นมาเป็นองค์พญานาค เสร็จแล้วถึงมาจุติเป็นมนุษย์ เพื่อมาสอนธรรม มีการเชื่อมจิต ต่างๆ นานา ผมรู้สึกว่ามันเริ่มไปกันใหญ่ หลังจากนั้นก็ไม่หยุด ก็ทำวิธีการแบบนี้เรื่อยๆมา ผมมองย้อนกลับไปว่า อาจารย์ผมมีลูก ลูกผมยังเล็ก และลูกผมก็ต้องโตมา ผมบอกเลยว่าสังคมทุกวันนี้ มันก็แย่อยู่แล้วนะครับ อย่างน้อยให้มีหลักของพระพุทธศาสนาเป็นหลักให้ลูกผมหน่อยเถอะครับ คืออย่าให้ลูกผมต้องสับสนกับพุทธเลยครับ คือพุทธเรามีพุทธเดียว คือพุทธในพระไตรปิฎก แต่ว่าในมุมกลับกันจะมาบอกว่า ถ้าลูกสาวผมโตแล้วบอกว่า เนี่ย ปะป๋า องค์อนาคามีเนี่ย เขาไม่ใช่กลับชาติมาเกิดไม่ได้นะ เขากลับชาติมาเกิดได้ เพราะแบบนี้ๆ  เห็นไหมคนนี้เขายังทำแบบนี้เลย เขายังบอกเลย แบบนี้มันได้เหรอ

ถ้าสมมติเราสามารถเชิญคุณแม่เชื่อมจิต เชิญคุณทนายมาได้ทั้งหมด รวมถึงทนายธรรมราชมาด้วย คุณหนุ่มมาช่วยกันเคลียร์ได้ไหมคะ เดี๊ยนจะนั่งข้างคุณหนุ่มมาช่วยเดี๊ยนในรายการ?

คือ อาจารย์อย่าถามผมเลยครับ อาจารย์ต้องไปถามเขา ว่าเขาพร้อมหรือเปล่า ถ้าเขาพร้อมคุณหนุ่มมาเพื่อนอาจารย์ยิ่งศักดิ์นะ? โอ้ย ผมทุกเมื่อ คือผมพร้อมอยู่แล้วที่จะเจอสนามเวทีกลาง ผมพร้อม เจอที่ไหนก็ได้ ของใครก็ได้ ผมพร้อม

คุณหนุ่มคะ เราถามในมุมของคนเป็นพ่อเป็นแม่ อยากพูดอะไรกับพ่อกับแม่เขาไหมคะ ว่าทุกวันนี้เขาพูดเป็นอย่างไร?

คือจริงๆแล้ว ขออนุญาตนะครับ ผมพูดไปไม่ได้ไปตำหนิ ติเตียน หรือว่าจะไปพูด ทำให้ทางฝั่งครอบครัวเขาเสียหาย แต่ว่าผมขออนุญาตตอบในฐานะเป็นพ่อคนนึงเหมือนกัน และก็มีความเป็นห่วงเป็นใยในตัวเด็กคนนั้นนะครับ ที่อายุ 8 ขวบเท่านั้น ผมพูดในฐานะพ่อคนนึง คือผมอยากให้คุณทบทวนให้ดีๆ

เพราะว่า เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ภายนอกที่ลูกอยู่ห่างมือเรา ชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร เขาอยู่กับเพื่อนเขาเป็นอย่างไร ผมเองเป็นพ่อ ผมก็ไม่รู้หรอกครับ ลูกผมอยู่ที่โรงเรียน ไปเล่นกับเพื่อนแบบไหน โดนเพื่อนแกล้งแบบไหน จนกว่า เขาจะมาบอกเรา เพราะฉะนั้นเวลาเขาอยู่นอกสายตาเรา เราไม่สามารถไปควบคุม หรือไม่สามารถทำอะไรได้ รวมถึงความรู้สึกของเขาด้วย รวมถึงความรู้สึกของเด็กๆที่เป็นเพื่อนเขาด้วย อันนี้สำคัญที่สุด อย่าพยายามสร้างลูกเราให้เป็นตัวประหลาดอยู่ในหมู่เพื่อนฝูง เวลาเขามองเข้ามา อันนี้อันดับแรก อันดับที่ 2 ผมมีความปรารถนาดีจริงๆ อย่าหาว่าผมสอน หรืออะไรเลยนะครับ ผมแค่อยากจะบอกว่า การที่เราจะสอนเด็กคนนึงให้รู้จักสังคมภายนอกว่า มันไม่เหมือนกับอยู่ในบ้านเรา อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เปรียบเทียบว่า ถ้าเรามีลูก เราป้อนลูกเราโดยให้กินพิซซ่าทุกวันๆ โดยที่เราไม่เคยบอกว่า หนูวันนึงหนูเดินออกจากบ้านไป หนูจะไม่มีพิซซ่ากินนะ หนูอาจจะไปเจอพริกเม็ดนึง แล้วหนูต้องกินเข้าไป แล้วพริกมันจะมีรสชาติอย่างไร เพื่อให้เขาได้รับรู้ว่า เวลาเขาเดินออกจากบ้านสังคมภายนอก มันอาจจะเผ็ดแบบพริกก็ได้นะ มันอาจจะไม่เหมือนพิซซ่าที่หนูหน่อย ที่เคยกินทุกวัน มันคือการสร้างภูมิให้กับเขา ไม่ใช่วันนึงเด็กออกมาแล้วเจอเสียงภายนอกที่มันก่นด่า หรือโหวกเหวกโวยวาย แล้วเด็กตกใจเหมือนที่เราเคยเห็นในภาพ ผมว่ามันเป็นภาพสะเทือนใจครับ ผมสงสารน้อง เพราะอะไร เพราะผมเชื่อว่า เขาได้รับการทีชว่า มีคนกราบไหว้ มีคนเคารพนับถือ มีคนเอาอกเอาใจ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าโลกภายนอกอีกมุมนึงมันเป็นแบบไหน โลกภายนอกมันโหดร้ายมากกว่าคนในบ้านครับผมบอกเลย อันนี้ผมบอกและเป็นกำลังใจ ผมอยากให้ทำแบบนี้จริงๆ ผมเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่นะ ถ้าทำได้มันจะเป็นส่วนดี มันจะเป็นบุญกุศลกับสิ่งที่คุณกำลังรู้สึกกำลังทำอยู่ด้วยซ้ำให้กับลูกคุณเอง

แฟนๆ สามารถติดตามรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 17.10 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27  และรับชมย้อนหลังได้ทางยูทูบช่อง 8 เท่านั้น!

‘เป้ยปานวาด’เผย 10 กว่าปีทำดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ขอกลับมารักตัวเอง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808927

'เป้ยปานวาด'เผย 10 กว่าปีทำดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ขอกลับมารักตัวเอง

‘เป้ยปานวาด’เผย 10 กว่าปีทำดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ขอกลับมารักตัวเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.22 น.

นักแสดงสาว“เป้ยปานวาด“เปิดใจแบบหมดเปลือกในรายการWOODY FMถึงเรื่องราวข่าวคราวกระแสที่เกิดขึ้นเผยระยะเวลาทำให้แข็งแกร่งขึ้นที่ผ่านมา 10 กว่าปีทำดีที่สุดแล้วยอมรับและเรียนรู้ตอนนี้ขอกลับมารักตัวเองตกผลึกชีวิตไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นย่อมมีเรื่องดีเสมอ

ความรู้สึกในเดือนที่ผ่านมาที่มีหลายเหตุการณ์หลายกระแสเกิดขึ้นอยากถามว่ารับมือและอยู่กับมันยังไง?

เป้ยปานวาด :เป้ยอยากจะบอกจะบอกพี่วู้ดดี้ว่าจริงๆเรื่องมันเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วและมันก็เกิดขึ้นมาสักพักใหญ่แล้วฉะนั้นวิธีการรับมือของเป้ยมันตั้งแต่วันแรกที่เป้ยประสบแล้วเรียกว่าระยะเวลาก็มีส่วนในการช่วยทำให้แข็งแรงอย่างทุกวันนี้เมื่อก่อนเราอาจจะไม่ได้คิดแบบนี้แต่พอระยะเวลาเปลี่ยนไปคือมีอะไรบางอย่างที่มันสอนว่ามีสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้และควบคุมได้ในสิ่งที่ควบคุมได้ก็คิดว่าจะทำให้ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นในส่วนอะไรก็ตามแต่ส่วนในเรื่องที่ควบคุมไม่ได้คิดว่าก็ต้องทำใจยอมรับกับมันแล้วก็เรียนรู้

ถือว่าเป็นบทเรียนของชีวิต?

เป้ยปานวาด :เป็นบทเรียนของชีวิตโอบกอดตัวเองเยอะๆบอกกับตัวเองว่าเราโคตรเจ๋งผ่านมาได้ถึงขนาดนี้ได้ไงให้กำลังใจตัวเองแล้วเราก็คิดมาตลอดว่าที่ผ่านมา 10 กว่าปีเราทำดีทุกอย่างแล้วทำดีที่สุดแล้วไม่ว่าจะในพาร์ทความเป็นแม่ของลูกในพาร์ทความเป็นภรรยาในความเป็นเพื่อนคู่คิดทำดีที่สุดแล้วเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้และอีกอย่างหนึ่งก็คือเป้ยเป็นคนที่เวลารักใครเป้ยตั้งใจที่จะรักเต็มที่ทุกๆครั้งอะไรที่ผู้หญิงคนนี้สามารถทำให้ได้ก็ยินดีทำให้เสมอทั้งในบ้านเองหรือว่านอกบ้านเลยรู้สึกว่าณวันนี้เป้ยไม่ได้รู้สึกว่ามันจะเป็นปัญหากับเราเลยถ้าจะต้องเดินออกมาแล้วก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกไม่เข้าใจตัวเองด้วยว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ระยะเวลาค่ะ

ดีใจที่ได้คำตอบแบบนี้เพราะช่วงที่ผ่านมาพี่เป็นห่วงมากและตอนนี้ได้คำตอบแล้วว่าทุกอย่างดีเสมอ?

เป้ยปานวาด :ใช่ค่ะพี่เป้ยวันนี้ไม่เหมือนเป้ยวันนั้นมันผ่านมาหมดแล้วทุกๆอย่างคือมันต้องยอมรับเนอะพี่วู้ดดี้มันก็ต้องมีร้องไห้เสียน้ำตาเสียใจทุกๆอย่างมันเกิดขึ้นอยู่แล้วค่ะแต่พอมันผ่านระยะมาสักพักใหญ่เวลามันเดินผ่านไปประสบการณ์สอนเราที่สุดแล้วมันไม่มีใครอยู่กับเราเท่าตัวเราเองไม่มีใครปลอบใจเราได้ดีเท่ากับตัวเราเอง

ดังนั้นการรักตัวเองของเป้ยมันเป็นยังไงบ้าง?

เป้ยปานวาด :คือต้องบอกอย่างงี้ก่อนในช่วงเวลาที่ผ่านมา 10 กว่าปีเป้ยก็ไม่ได้เสียใจในสิ่งที่ณตอนนั้นเป้ยตัดสินใจแบบนั้นเป้ยว่าทุกอย่างทุกเหตุการณ์ในช่วงณเวลานั้นมันมีข้อดีเสมออย่างน้อยๆณตอนนั้นก็คิดว่าได้ทำเพื่อลูกลูกเป็นหลักเลยเวลาตัดสินใจอะไรแต่ณวันนี้ปัจจุบันขอเลือกทำเพื่อตัวเองบ้างแล้วเป้ยควรจะได้มีความสุขและควรเป็นคนที่ได้รับความสุขเป้ยคิดแบบนั้นผู้หญิงถ้ามีแต่ความทุกข์แล้วจะเอาความสุขที่ไหนไปเลี้ยงลูกฉะนั้นเป้ยควรได้รับสิ่งนั้น

ตอนนี้ลูกๆอายุเท่าไหร่กันแล้ว?

เป้ยปานวาด :คนโต 11 ขวบคนเล็ก 6 ขวบค่ะ

เราจัดการยังไงอายุต่างกันเลยสองคน?

เป้ยปานวาด : มันก็ยากนะคะสำหรับเป้ยแต่เรามีทริคอันหนึ่งที่ใช้มาตลอดคือดูที่ความสัมพันธ์เป้ยกับแม่คือเราเป็นเหมือนเพื่อนกันความผูกพันกันไม่เคยมีอะไรปิดบังแม่เลยฉะนั้นเป้ยก็จะเอาวิธีนี้มาบริหารกับลูกเราเหมือนเป็นเพื่อนกันค่ะเราพูดคุยกันทุกคืนก่อนนอนลูกไปเจออะไรมาบ้างเป้ยไม่ได้ไปกำหนดว่าลูกจะต้องทำแบบนี้ลูกก็ควรจะทำตามแม่จะเป็นการแชร์ความคิดเห็นแต่เราก็ต้องแชร์ในส่วนของเราด้วยว่าถ้าเป็นแม่จะเป็นอย่างนี้แต่ที่สุดแล้วแม่ก็จะเคารพในการตัดสินใจของลูกคืออธิบายในความเป็นจริงไม่ได้ให้เขาอยู่ในโลกของความฝันเขาต้องเรียนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่ไปฟังจากปากใครหรือไม่ใช่ไปเรียนรู้จากใครคนที่อยู่ใกล้ชิดที่สุดคือตัวเป้ยที่จะเป็นคนอธิบายได้ดีที่สุดว่าปัจจุบันมันเกิดอะไรขึ้นบ้างเขาก็ควรจะรับรู้โชคดีที่ลูกคนโตพี่โปรดเขาน่ารักมากเป็นเด็กที่มีเหตุผลเวลาพูดอะไรหรือเวลาที่เขาฟังอะไรก็จะตั้งใจฟังแล้วเขาก็พร้อมที่จะแชร์กับเป้ยอย่างจริงใจส่วนคนเล็กอยู่ในวัยที่ยังสดใสยังไม่ได้รับรู้ในจุดๆนี้แต่ก็ต้องค่อยๆอธิบายให้เขาฟังเขาค่อนข้างที่จะเป็นเด็กที่โตกว่าวัยแต่โลกของเขายังสดใสเกินกว่าที่อาจจะรู้รายละเอียดในเรื่องของผู้ใหญ่แต่เราก็จะแชร์ในแบบยกตัวอย่างให้เขาเห็นภาพ

ดังนั้นอนาคตจะมั่นใจได้ว่าลูกจะไปลองอะไรหรือจะทำอะไรก็จะสามารถมาปรึกษาแม่ได้?

เป้ยปานวาด :เป้ยจะพยายามทำให้ออกไปในทิศทางแบบนั้นแต่ก็ไม่รู้หรอกว่าเรื่องอนาคตมันจะเป็นยังไงเชื่อว่าทุกวันนี้มันดีฉะนั้นถ้าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นเป้ยมองว่าก็อาจจะเป็นในรูปแบบที่แบบค่อยๆเป็นค่อยๆไปได้เราสามารถยังอยู่ในทางที่ไม่ปิดกั้นเกินไปเชื่อว่าจะมีบางอย่างที่มันจะมีความลับที่เราไม่อยากบอกแม้กระทั่งเพื่อนแต่ถ้ามีเพื่อนอยู่ข้างๆถึงแม้ว่าเขาไม่พูดแต่เขาอุ่นใจคุณไม่จำเป็นต้องบอกทุกอย่างอธิบายทุกอย่างก็ได้แต่ฉันเตรียมพร้อมอยู่ตรงนี้นะ

ช่วงที่ผ่านมาด้วยความแรงของข่าวเราจัดการยังไงสำหรับลูกที่อาจจะเปิดรับสื่อหรือได้ยินบ้างส่งผลกระทบไหม?

เป้ยปานวาด :ส่งผลกระทบบ้างค่ะแต่อย่างที่บอกเป้ยมีการพูดคุยกับลูกตลอดเวลาอธิบายทุกอย่างแต่ที่สุดแล้วเราก็ต้องบอกว่าในความเป็นพ่อเป็นแม่มันจะยังคงอยู่ตลอดไปจะไม่หายไปไหนฉะนั้นโปรดไม่ต้องกังวลเลยเพียงแต่ว่าในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่มันอาจจะมีเปลี่ยนไป

สิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดในชีวิตช่วงนี้?

เป้ยปานวาด :ได้ทุกอย่างเลยเรียนรู้ทุกอย่างแต่เป้ยตกผลึกได้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตมันย่อมมีเรื่องดีเสมอเป้ยมองแบบนี้

สามารถติดตาม Woody FMได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น.

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=8p9rJ-cFHQ0&ab_channel=WOODY

‘ผศ.ดร.วิมลิณฬ์’ร่วมแสดงละครการกุศล’เวนิสวานิช ปราชญ์แห่งชีวิต’จัดโดย ‘สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808919

'ผศ.ดร.วิมลิณฬ์'ร่วมแสดงละครการกุศล'เวนิสวานิช ปราชญ์แห่งชีวิต'จัดโดย 'สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ'

‘ผศ.ดร.วิมลิณฬ์’ร่วมแสดงละครการกุศล’เวนิสวานิช ปราชญ์แห่งชีวิต’จัดโดย ‘สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 11.58 น.

ผศ.ดร.วิมลิณฬ์ โบวีไนเซอร์ สุภาพสตรีไทยท่านแรกและท่านเดียวที่ได้รับเกียรติเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์จากสมาคมปฏิรูปการเมืองการปกครองแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษ (Reform Club Est.1836)ได้รับเกียรติเชิญร่วมงานการกุศลแสดงบทละครพระราชนิพนธ์แปลในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว “เวนิสวานิช ปราชญ์แห่งชีวิต” จัดโดย สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เทิดพระเกียรติคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรม ราชชนนีพันปีหลวง ณ สวนโรมัน พระราชวังพญาไท ถนนราชวิถี กรุงเทพมหานคร

ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา รวมทั้งเผยแพร่เกียรติคุณของแม่ ผู้เป็นต้นแบบที่ดีในการเลี้ยงดูบุตรให้เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ และต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 รายได้จากการจัดงานสมทบทุนช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ทั่วประเทศ และสนับสนุนโครงการบูรณะพระราชวังพญาไท โดยมี นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ เป็นประธานจัดงาน พร้อมด้วย พลตรีหญิง ดร.อังคณา สุเมธสิทธิกุล ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ร่วมกับ “ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช” ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รวมถึง คณะกรรมการดำเนินงานฝ่ายต่าง ๆ นักแสดงกิตติมศักดิ์ คุณวราภรณ์ วงศ์ลาภเมธี คุณกนกลดา นวลศรีโชค คุณอมาวรินทร์ อินทรีย์สุข คุณปลา ฟินาเล่ -สุดจิตร์ สุดจิตต์ และแขกผู้เกียรติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก  กิจกรรมภายในงานมีการจัดแสดงเครื่องแต่งกายย้อนวันวานสู่ยุคปัจจุบัน การแสดงปี่สก็อต จากคณะนักเรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย การแสดงบทพระราชนิพนธ์ “เวนิสวานิช ปราชญ์แห่งชีวิต” นำแสดงโดยนางเอกสาวมากฝีมือ “แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์” แสดงนำ ร่วมด้วยผู้กำกับมากฝีมือ “ต้อ-มารุต สาโรวาท” รับหน้าที่กำกับการแสดงและร่วมแสดง พร้อมด้วยเหล่านักแสดงอย่าง “โหน่ง-วสันต์ อุตตมะโยธิน” “เอ็ม-อดุลยรัศมิ์ สุวรรณจักรา” และ “มัฏศ์-ปรมัฎศ์ ชัยสุวรรณ” ซึ่งถือเป็นการกลับมาแสดงอีกครั้งในรอบ 8 ปี

อุ๊ย..ทายซิใครเอ่ย! ‘พชร์ อานนท์’ปล่อยภาพเด็ดดาราสมัยวัยรุ่น ชาวเน็ตคอมเมนต์’หล่อมากพ่อ’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808905

อุ๊ย..ทายซิใครเอ่ย! 'พชร์ อานนท์'ปล่อยภาพเด็ดดาราสมัยวัยรุ่น ชาวเน็ตคอมเมนต์'หล่อมากพ่อ'

อุ๊ย..ทายซิใครเอ่ย! ‘พชร์ อานนท์’ปล่อยภาพเด็ดดาราสมัยวัยรุ่น ชาวเน็ตคอมเมนต์’หล่อมากพ่อ’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 10.52 น.

6 มิถุนายน 2567 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนักปั้นมือทองของเมืองไทยก็ได้สำหรับผู้กำกับชื่อดังอย่าง พชร์ อานนท์ ที่ไม่ว่าจะทำหนังเรื่องอะไรก็ฮิตติดกระแส แต่ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว”@poj_arnon6565″ เป็นภาพของดาราชายท่านหนึ่งตอนสสมัยวัยรุ่นลงไอจีส่วนตัว พร้อมระบุแคปชั่นว่า “ทายสิใคร? เป็นคนยุดเดียวกับเราโคตรหล่อบอกเลย ตอนนั้นเจอแต่ที่พาเลชเป็นหนุ่มแล้ว ถ้าเจอสมัยหน้าเด็กๆ แบบนี้นะไม่พลาดแน่ มอส เต๋า โมทย์ ไม่ได้เกิดแน่ ขอทางหน่อยปวดเยี่ยว”

งานนี้ชาวเน็ตรวมไปถึงคนในวงการบันเทิงต่างเข้าไปคอมเมนต์ทายกันยกใหญ่ว่าเป็นภสพของใครกันนะ แต่งานนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครทายว่าคือคุณหนุ่ม กรรชัย หลายคนบอกว่านี่คือคุณเจ มณฑล มากกว่า แต่ไม่ว่าจะใครภาพนี้ก็หล่อมากจริงๆ 

ศธ.จับมือ 13 ภาคีเครือข่ายแก้หนี้สินครู เชื่อหากร่วมมือกันจะแก้ไขหนี้สินครูได้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809103

ศธ.จับมือ 13 ภาคีเครือข่ายแก้หนี้สินครู เชื่อหากร่วมมือกันจะแก้ไขหนี้สินครูได้

ศธ.จับมือ 13 ภาคีเครือข่ายแก้หนี้สินครู เชื่อหากร่วมมือกันจะแก้ไขหนี้สินครูได้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.19 น.

ศธ.จับมือ 13 ภาคีเครือข่ายแก้หนี้สินครู เชื่อหากร่วมมือกันจะแก้ไขหนี้สินครูได้ เพื่อให้ครูคลายทุกข์มีกำลังใจสอนเด็ก

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างศธ. และ 13 ภาคีเครือข่ายทั้งส่วนราชการ สถาบันการเงิน หน่วยงาน โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. ผู้บริหารศธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลและ ศธ. มีความห่วงใยเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของครูและบุคลากรทางการศึกษา อันเป็นตัวแปรที่มีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิต และยังส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาที่เป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กนักเรียนและเยาวชน ตามโยบายของรัฐบาล โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ในภาพรวมทั้งประเทศเป็นวาระแห่งชาติ 

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณ 13 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ กระทรวงการคลัง  กระทรวงยุติธรรม  กรมส่งเสริมสหกรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย  สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ  บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด สมาคมธนาคารไทย  สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ  ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์  ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่มาลงนามความร่วมมือ แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมา ศธ. ได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาลดความเดือดร้อน โดยกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ตอบโจทย์ทุกส่วนราชการในสังกัด แต่การขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วย ศธ. เพียงหน่วยเดียว จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพอย่างครบวงจร ดังนั้น การที่ได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ จึงเป็นการทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อช่วยเหลือให้ครูได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

“การแก้ปัญหาหนี้สินครูมีเป้าหมายเพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะหากครูมีความทุกข์จากการเป็นหนี้สิน ก็คงไม่มีความสุข ที่จะส่งเสริมการศึกษาให้เด็กและเยาวชนของเราเป็นคนดี คนเก่ง  ซึ่ง 13 หน่วยงานที่มาลงนามครั้งนี้ก็คิดคล้ายๆ กันในการช่วยคลายทุกข์ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วยการแก้ปััญหาหนี้สิน จึงมาร่วมมือแก้ปัญหา ซึ่งมีหลายคนบอกว่าการแก้ไขปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องยาก และคงเป็นไปไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่า ไม่มีสิ่งใดเกินความพยายาม ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู อย่างเป็นรูปธรรม ครูและบุคลากรทางการศึกษามีสภาพคล่องในการชำระหนี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างมีศักดิ์ศรี ได้รับการดูแลช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินได้อย่างทั่วถึงและเป็นระบบ เพิ่มสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงิน  และจัดสวัสดิการให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล เช่น ส่งเสริมให้มีเงินกู้ข้าราชการดอกเบี้ยต่ำ และสอดคล้องกับศักยภาพ  โดยให้ทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐพิจารณาปรับปรุง/กำหนดหลักเกณฑ์ การหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้เงินกู้ของบุคลากรในสังกัด โดยต้องมีเงินเดือนคงเหลือสุทธิหลังจากหักชำระ หนี้ประจำเดือนแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ในแนวทางเดียวกันกับระเบียบศธ. ว่าด้วย การหักเงินเดือนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์  พ.ศ. 2551 ตลอดจนพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการวางแผนทางการเงิน และการบริหารจัดการหนี้ ซึ่งทุกฝ่ายตกลงร่วมมือดำเนินงานในลักษณะโครงการและกิจกรรมในการ แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของศธ.” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว 

ด้าน นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องเรื้อรังที่อยู่กับสังคมไทยมายาวนาน ทั้งปัญหาหนี้นอกระบบและในระบบ การแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบของรัฐบาลครั้งนี้ได้มีการกำหนดแนวทางในการดำเนินการอย่างชัดเจน และเป็นการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้เป็นไปอย่างยั่งยืน และไม่กลับมาเป็นหนี้ซ้ำอีก โดยเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบ ให้ทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ดำเนินการปรับปรุง กำหนดหลักเกณฑ์การหักเงินเดือน เพื่อชำระหนี้เงินกู้และค่าใช้จ่ายอื่นใดของบุคลากรในสังกัด โดยต้องมีเงินเดือนคงเหลือสุทธิเพื่อการดำรงชีพไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และให้สถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ กำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อสวัสดิการให้ต่ำลง เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ต่ำ  ที่ผ่านมาศธ. ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้สินครู โดยได้จัดตั้งสถานีแก้หนี้ครูระดับจังหวัด ระดับเขตพื้นที่การศึกษ และหน่วยงานทางการศึกษา จัดทำโปรแกรมออนไลน์ที่ชื่อว่า “ระบบแก้หนี้สพฐ. (debt obec)” สำหรับรับลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วม “โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา  พร้อมทั้งจะจัดเวทีสัมมนา “ส่งเสริมความร่วมมือและสร้างความเข้าใจ การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา” ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหา หนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาในทุกมิติ ทั้งด้านสวัสดิการและประโยชน์ของสมาชิกสหกรณ์และ บุคลากรในสังกัดทุกคนอย่างจริงจัง

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ ‘เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808970

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ ‘เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด’

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ ‘เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.31 น.

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,243 คน (สำรวจทางภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2567 พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 76.51 ทราบว่า รัฐบาลมีโครงการ “เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” เดือนละ 600 บาท ให้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนอายุครบ 6 ปี อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อคนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี     มาตั้งแต่ปี 2562 โดยมองว่านโยบายนี้ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตร ร้อยละ 74.74 ทั้งนี้ร้อยละ 43.20 เห็นว่าเงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่เพียงพอควรอุดหนุนประมาณ 1,000 – 3,000 บาท และเห็นด้วย ร้อยละ 81.01  หากรัฐบาลจะขยายให้ทุกครอบครัวที่มีบุตรอายุตั้งแต่แรกเกิดจนอายุครบ 6 ปี ได้รับเงินอุดหนุนโดยไม่ต้องพิสูจน์รายได้ เนื่องจากช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรในช่วงวัยเด็กซึ่งค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง นอกจากนี้ก็อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือในเรื่องการเพิ่มเงินอุดหนุนเพื่อให้เพียงพอต่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ร้อยละ 66.85            

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัยสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าประชาชนตระหนักถึงโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และมองว่าเป็นโครงการที่ดีในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว  จึงควรขยายให้เป็นแบบถ้วนหน้าเพื่อลดกระบวนการที่เป็นภาระ และประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงเพื่อให้กลุ่มครอบครัวที่มีบุตรแรกเกิดได้รับสิทธิอย่างแท้จริง นอกจากนี้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่ายสูง จึงควรจัดสรรเงินอุดหนุนให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายจริง เพราะการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาประเทศ จึงควรให้ความสำคัญและควรมีระบบติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้การช่วยเหลือตรงเป้าหมาย คุ้มค่า และตรวจสอบได้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พัศรินท์ ก่อเลิศวรพงศ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า “โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” ให้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนอายุครบ 6 ปี ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่านโยบายนี้จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตรในช่วงวัยนี้ที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากเด็กในช่วง 6 ปีแรก เป็นวัยแห่งการสร้างรากฐานชีวิตที่ดีและเป็นเวลาที่สำคัญของการเจริญเติบโตเพราะช่วงวัยนี้สมองจะมีการพัฒนาอย่างเต็มที่รวมถึงการมีพัฒนาการที่เหมาะสม คือ พัฒนาการด้านร่างกาย, พัฒนาการด้านอารมณ์, พัฒนาการด้านสังคม และพัฒนาการด้านสติปัญญา ดังนั้นผู้ปกครองจึงให้ความใส่ใจรวมถึงคาดหวังที่จะดูแลเด็กในช่วงนี้ให้ดีที่สุด โดยความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยหากรัฐบาลจะขยายให้ทุกครอบครัวที่มีบุตรอายุตั้งแต่แรกเกิดจนอายุครบ 6 ปี ได้รับเงินอุดหนุนโดยไม่ต้องพิสูจน์รายได้ อันสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเงินอุดหนุนเพื่อการใช้จ่ายที่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูเด็กในการส่งเสริมโภชนาการหรือสุขภาวะด้านต่างๆ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กอย่างเหมาะสมภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจในปัจจุบัน

‘ประธานเอ็มกรุ๊ปฯ-มทร.พระนคร’มอบทุนนศ.หลักสูตรโรงแรม-เรือสำราญระยะสั้นรุ่นแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808911

‘ประธานเอ็มกรุ๊ปฯ-มทร.พระนคร’มอบทุนนศ.หลักสูตรโรงแรม-เรือสำราญระยะสั้นรุ่นแรก

‘ประธานเอ็มกรุ๊ปฯ-มทร.พระนคร’มอบทุนนศ.หลักสูตรโรงแรม-เรือสำราญระยะสั้นรุ่นแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 11.25 น.

‘ประธานเอ็มกรุ๊ปฯ’ร่วมกับ‘มทร.พระนคร’ มอบทุนนักศึกษาหลักสูตรโรงแรม-เรือสำราญระยะสั้นรุ่นแรก มุ่งช่วยสร้างโอกาส-เติมฝันให้คนรุ่นใหม่ มั่นใจผู้ผ่านการฝึกอบรมจะได้ทำงานตามที่หวังทุกคน 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร. พระนคร) นางสาวภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม กรุ๊ป โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาของหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรเพื่องานบริการโรงแรมและเรือสำราญระยะสั้นรุ่นแรกจำนวน 11 คน โดยในจำนวนนี้ มีผู้ที่ได้รับทุนเต็มจำนวน 3 คน รับทุน 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าเล่าเรียน 2 คน และ 30 เปอร์เซ็นต์ของค่าเล่าเรียนอีก 2 คน รวม 7 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 139,600 บาท       

สำหรับหลักสูตรดังกล่าวนี้ บริษัท เอ็ม โกลบอล ทาเล้นท์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเอ็มกรุ๊ปโฮลดิ้ง ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงในการจัดทำหลักสูตรร่วมกับสาขาวิชาการโรงแรม คณะศิลปศาสตร์ มทร. พระนคร เน้นไปที่งานบริการแผนกอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) และแผนกแม่บ้าน (Housekeeping) โดยจะใช้เวลาในการเรียนภาคทฤษฎีอย่างเข้มข้นที่ มทร.พระนคร เป็นเวลา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน เป็นต้นไป และฝึกงานกับโรงแรมระดับ 5 ดาวอีก 3 เดือน โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับประกาศนียบัตร ทั้งนี้ หากผ่านการทำงานในโรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปก็สามารถสมัครงานเรือสำราญระดับโลกได้ทันที

นางสาวภิญญ์ชยุตม์ กล่าวว่า การมอบทุนในครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำปณิธานของเอ็มกรุ๊ป คือ ทำธุรกิจบนความไม่โลภและแบ่งปัน โดยการอบรมครั้งนี้เป็นการแบ่งปันโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นมืออาชีพในงานบริการโรงแรมและเรือสำราญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานบริการบนเรือสำราญระดับโลกนั้นโอกาสเปิดกว้างสำหรับคนไทย มีความต้องการบุคลากรจากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพราะคนไทยมีบุคลิกยิ้มแย้มแจ่มใสและจิตใจบริการ อันเป็นคุณสมบัติหลักของการทำงานบริการ ทั้งนี้ ผู้บริหารของบริษัท เอ็ม โกลบอล ทาเล้นท์ส เป็นอดีตคนเรือสำราญและอาจารย์สอนวิชาบริการโรงแรมและเรือสำราญ ที่นอกจากจะสอนในหลักสูตรแล้วก็ยังจะใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญแนะแนวทางและช่วยเหลือให้นักศึกษาที่จบหลักสูตรได้งานตามที่ต้องการกันทุกคน 

ประธานเอ็มกรุ๊ปฯ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ มทร. พระนครไปเมื่อต้นปี  ทางทีมงานของบริษัทฯ ได้เดินทางพร้อมคณาจารย์จาก มทร. พระนคร นำโดย ดร. ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดี และ ผศ.ดร. ยุทธภูมิ สุวรรณเวช คณบดีคณะศิลปะศาสตร์ ไปศึกษาดูงานในระดับเจาะลึกพิเศษบนเรือสำราญของบริษัท Fred Olsen ซึ่งเป็นเรือสำราญระดับโลกที่เข้าจอดเทียบท่าที่จังหวัดภูเก็ต เป็นการสร้างความพร้อมก่อนการเปิดหลักสูตรในครั้งนี้ด้วย

ผศ.ดร. ยุทธภูมิ สุวรรณเวช คณบดีคณะศิลปศาสตร์ กล่าวว่าขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับทุนทุกคน และขอชื่นชมทางเอ็มกรุ๊ปที่มอบโอกาสให้กับนักศึกษาทั้ง 7 คน โดยตนมั่นใจว่านักศึกษาทั้งหมดของหลักสูตรนี้ทั้งที่เป็นนักศึกษาทุนและที่จ่ายค่าเล่าเรียนเองจะได้งานทำอย่างแน่นอน เพราะท่านอธิการบดี มทร. พระนคร ย้ำอยู่เสมอว่าเรียนที่ไหนก็เรียนได้ แต่เรียนที่ มทร. พระนคร ได้งาน 100 เปอร์เซ็นต์

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2791166

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ แถลงข่าวเปิดจองพื้นที่งาน "มหกรรมยานยนต์" ครั้งที่ 41

7 มิ.ย. 2567 04:45 น.

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ แถลงข่าวเปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์” ครั้งที่ 41

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ แถลงข่าวเปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์” ครั้งที่ 41 โดยมี พอลล์ กาญจนพาสน์, รัศมี พณิชยานนท์, สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์, ปวีณา เขมะรังสรรค์, อุดมศักดิ์ มีชัย และ ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2567

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน …หลังจาก เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้ง ดร.วิษณุ เครืองาม เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติราชการ…ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายกฯเศรษฐา ได้ออกมาระบุถึงความคืบหน้าในการจัดทำ คำชี้แจง ต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณี 40 สว. ร้องให้ตรวจสอบเรื่องการแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขัดต่อ รัฐธรรมนูญและจริยธรรม ว่าได้มอบหมายให้ ดร.วิษณุ เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ ณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อจัดทำคำชี้แจงต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ตนเองไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยให้ ดร.วิษณุ ได้มีเวลาดูเรื่องต่างๆ และกำลังมีการแก้ไขถ้อยคำกันอยู่ โดยมีกำหนดส่งคำชี้แจงต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ ส่วนเรื่องความกังวล คงไม่ต้องถามกังวลทุกเรื่อง แต่ปัญหาการเมืองเวลานี้ ไม่มีอะไรน่าห่วง
เพื่อเด็ก – อัศวิน–ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล เปิดโครงการ “สร้างสรรค์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า เพื่อเด็ก
ทุกคน” ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้และดูแลเอาใจใส่อย่างเต็มที่ พร้อมเปิดช่องแคชเชียร์เพื่อคนรักสุขภาพ โดยมี คยองซอน คิม และ สุรีย์ ชูรัฐเจริญ มาร่วมงานด้วย ที่บิ๊กซี พระราม 4 วันก่อน.
  • ขณะที่ ดร.วิษณุ ที่ประเดิมหน้าที่ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โดยเข้าร่วมประชุม คณะรัฐมนตรี นัดล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่าได้รับอนุญาตให้เข้าประชุม คณะรัฐมนตรีได้ เผื่อจะมีประเด็นบางอย่างที่ นายกรัฐมนตรี สั่ง หรือมีประเด็นที่เกิด การถกเถียงกัน ระหว่าง หน่วยงานต่างๆ จะได้แสดงความเห็น
ให้มูลนิธิ – ดร.สุนทร–อารยา อรุณานนท์ชัย มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท ให้ ศ.นพ.กิตติณัฐ กิจวิกัย เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี โดยมี ดร.จุฑามาศ อรุณานนท์ชัย และ ฉวีวรรณ ทรรศนะวิภาส มาร่วมมอบด้วย ที่อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ โรงพยาบาลรามาธิบดี วันก่อน.
  • ที่สำคัญ ดร.วิษณุ ยังได้ระบุถึงการที่ นายกฯเศรษฐา มอบหมายให้ช่วยตรวจทานร่างคำชี้แจงต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ว่าเป็นธรรมดา หนีไม่พ้นต้องมีอยู่แน่ เพราะคนที่ทำจริงๆ คือ ทีมงานของนายกรัฐมนตรี ที่มี พิชิต ชื่นบาน อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นหนึ่งในทีมงาน แต่ นายกรัฐมนตรี ไม่ทราบรายละเอียดของ พิชิต เพราะ เป็นเรื่องของพิชิต โดยทาง คณะกรรมการกฤษฎีกา และ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพียงแค่เสนอมา เอามารวมกันให้ตนเองได้ตรวจดูอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วจะมีบุคคลอื่นตรวจสอบอีกทีหนึ่งก็ได้ และตอนนี้ได้ทราบว่าได้ ร่างคำชี้แจงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะส่งให้ตนเองดูก่อนที่ส่งให้ นายกฯเศรษฐา ลงนามเสนอไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ สำหรับ รายละเอียดคำชี้แจง จะเป็นอย่างไรนั้นขอว่า อย่าเปิดเผย เดี๋ยวเสียรูปคดี…เข้าตำรา วางแผนเดินหมากแบบนิ่งๆ เงียบๆ ได้เปรียบกว่าเดินเกมโฉ่งฉ่าง
ฉีดฟรี – นิคฮิล แอดวานี เปิดโครงการ “เอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์” ครั้งที่ 11 บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ประชาชนไม่มีค่าใช้จ่ายจำนวน 10,000 เข็มทั่วประเทศ โดยมี อลิสา สิมะโรจน์, ศรัณยา
เทียนถาวร และ อรรัตน์ ชุติมิต มาร่วมงานด้วย ที่อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ วันก่อน.
  • ที่แน่ๆ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ออกมาสำทับว่า ต้องแสดงความยินดีกับ นายกฯเศรษฐา ที่ประสบความสำเร็จในการเชิญ ดร.วิษณุ มาเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ เพราะ ดร.วิษณุ เป็นรองนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2545 สิ่งสำคัญที่สุดคือ ดร.วิษณุ มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย มีลูกศิษย์เต็มบ้านเมือง จนได้ฉายา กูรูกฎหมาย ส่วนนี้จะทำให้ รัฐบาล มั่นใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ ในเรื่องต่างๆ และการที่ ดร.วิษณุ มาอยู่ในที่ประชุม คณะรัฐมนตรี จะมีส่วนช่วยสำคัญเพราะบางเรื่องที่ผ่าน สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มาแล้ว ในที่ประชุมมีการอภิปรายลงลึกเกี่ยวกับข้อกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ได้ เมื่อ ดร.วิษณุ อยู่ในที่ประชุมจะสามารถชี้แจงประเด็นเหล่านี้ได้ดี และ รัฐบาล จะมีนโยบายเกี่ยวกับ การปฏิรูประบบราชการ โดย ดร.วิษณุ สามารถใช้ประสบการณ์มาช่วยตรงนี้ได้
ตามไปช็อป – ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ ปิยวรรณ ลีละสมภพ เปิดแคมเปญ “The Greatest Grand Sales 2024” มหกรรมเซลกลางปีลดสูงสุด 80% ทั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัล โดยมี วรรณภา เกียรติพงษา และ ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • เช่นเดียวกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ออกมาเน้นย้ำถึงการที่ นายกฯเศรษฐา แต่งตั้ง ดร.วิษณุ เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย โดยส่วนตัวมองว่า ดร.วิษณุ เป็นปราชญ์เป็นผู้รู้ ไม่เคยให้ร้ายใคร ให้แต่องค์ความรู้ การที่นายกรัฐมนตรี ไปเชิญ ดร.วิษณุ มาเป็นที่ปรึกษาได้ ถือว่า นายกฯเศรษฐา อัจฉริยะ ได้ผู้รู้และผู้มีประสบการณ์มาช่วยแนะนำ รัฐบาล ก็จะเดินหน้าไปได้ ส่วนเรื่องภาพลักษณ์ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ก็แล้วแต่คนมอง ถ้าเรามองในเรื่อง ความปรองดอง คิดว่าน่าจะจบ ส่วนหนึ่งที่มาวิพากษ์ วิจารณ์เพราะไม่ได้รู้ซึ้งถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าฟังแล้วเข้าใจจะเป็นเรื่องบวกมากๆ ทำให้ทุกอย่างเดินไปได้ด้วยดีในความถูกต้องและมั่นใจ…นอกจากนี้ รมต.สมศักดิ์ ยังระบุถึงกรณีที่ พรรคเพื่อไทย ถูกมองว่าไม่มีมือกฎหมายจึงต้องดึงดร.วิษณุ มาช่วยนั้น ว่าไม่เป็นไร แล้วแต่คนจะพูด บางคนก็ชอบค้าความขัดแย้งก็ว่ากันไป ถ้าเราไม่มีความรู้อื่นใด เราก็ต้องใช้วาทะ โวหาร ค้าความขัดแย้ง ซึ่งทำให้ประเทศชาติเสียหาย แต่ตนเองมองว่า ดร.วิษณุ เก่งที่สุด ก็หมายความว่าเก่งที่สุดแล้ว เรื่องประสบการณ์ก็ดีที่สุด
สร้างอาชีพ – ภูสิทธิ์ พรมวันรัตน์ และ มณีสุดา ศิลาอ่อน จัดโครงการ “S&P อบรมวิชาชีพ สร้างโอกาสคืนสู่สังคม” พร้อมหลักสูตรการทำอาหารเมนูข้าวผัดหมูเค็มและส้มตำให้ผู้
ต้องขังมีความประพฤติดี เพื่อนำความรู้ไปสร้างรายได้ ที่เรือนจำชั่วคราวเขาพลอง จ.ชัยนาท วันก่อน.
  • ประสา “ธนูเทพ” มองว่าเมื่อ ระดับเซียนการเมือง มือประสานสิบทิศ อย่าง “สุริยะ– สมศักดิ์” ออกปากชื่นชม การันตี ความเชี่ยวชาญกฎหมาย และ ประสบ การณ์ความสามารถ ของ ดร.วิษณุ ขนาดนี้ ก็คงทำให้ นายกฯเศรษฐา มีความมั่นใจขึ้นเยอะในการชี้แจงต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ข้อกล่าวหาของ 40 สว.ที่ตั้งเป้าถอดถอนออกจากตำแหน่ง
ปูม้า – ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี พร้อมเพื่อน วบส.รุ่น 6 นิด้า ร่วมทำกิจกรรม “คืนปูม้า สู่ทะเล” ของกลุ่มประมงบ้านโรงโป๊ะ โดยมี ดวงนภา วิจิตรเขื่อนขันท์, วราภรณ์ ศรีธัญญาภรณ์, นักรบ เนียมนามธรรม และ เทอดศักดิ์ คุณาประเสริฐ มาร่วมงานด้วย ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี วันก่อน.
  • ผ่างๆ…เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยยุบ พรรคก้าวไกล ฐานมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง โดย ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำสั่งรับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของ พรรคก้าวไกล รวมไว้ในสำนวน และส่งสำเนาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาให้ กกต. ทราบ โดยกำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ พร้อมทั้งได้เตือนคู่กรณีไม่สมควรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีที่เป็นการชี้นำสังคมอันอาจกระทบต่อการดำเนินกระบวนการพิจารณาของศาลโปรดรับทราบโดยทั่วกัน และรอลุ้นผลด้วยความสงบ จบข่าว
  • สังคมทั่วไป…ศพ คุณแม่พัน จดแตง มารดา พล.อ.วิจารณ์ จดแตง ตั้งสวดวัดเนินตามาก อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ถึง 8 มิ.ย. พระราชทานเพลิง 9 มิ.ย. 16.00 น.
  • ศพ ศรีวรรณา วิริยะพันธุ์ ตั้งสวดศาลาภาณุรังษี (ศาลา 9) วัดเทพศิรินทราวาส 18.30 น. ถึง 10 มิ.ย. จากนั้นบรรจุศพ และกำหนดพระราชทานเพลิงศพ 30 ก.ค. 14.00 น. 

“ธนูเทพ”

คิงชาร์ลส์ เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯ ร่วมพิธีรำลึก ครบรอบ 80 ปี วัน D-Day

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791175

คิงชาร์ลส์ เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯ ร่วมพิธีรำลึก ครบรอบ 80 ปี วัน D-Day

6 มิ.ย. 2567 19:27 น.

คิงชาร์ลส์ เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯ ร่วมพิธีรำลึก ครบรอบ 80 ปี วัน D-Day

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมด้วยควีนคามิลลา และเจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯ ร่วมในพิธีรำลึกครบรอบ 80 ปี วัน D-Day ที่ฝรั่งเศส ขณะที่มีผู้นำโลกและอดีตทหารผ่านศึกมาร่วมในพิธีที่จัดอย่างยิ่งใหญ่

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีคามิลลา และเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เสด็จพระราชดำเนินไปร่วมในพิธีรำลึก ครบรอบ 80 ปี วัน D-Day (วันดี-เดย์) หรือวันที่ทหารกองกำลังสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกที่ชายหาดนอร์มังดี ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1944 ซึ่งนับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรกของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าประชวรด้วยโรคมะเร็ง เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา เสด็จฯร่วมในพิธีครบรอบ 80 ปี วัน D-Day ที่ฝรั่งเศส เมื่อ 6 มิ.ย.2567
เจ้าชายวิลเลียม เสด็จฯมาร่วมในพิธีรำลึก ครบรอบ 80 ปี วัน D-Day

นอกจากนั้น มีผู้นำโลกหลายประเทศ รวมทั้งประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ และ นางจิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ รวมทั้ง นายกรัฐนตรีจัสติน ทรูโด แห่งแคนาดา นายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก แห่งสหราชอาณาจักร และอัคชาตา มูรตี ภรรยา และบรรดาอดีตทหารผ่านศึกที่ยังมีชีวิตอยู่ ต่างมาร่วมในพิธีสำคัญครั้งนี้ด้วยความรำลึกถึงทหารที่วายชนม์

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ และภริยาถ่ายรูปกับทหารผ่านศึก ขณะมาร่วมในพิธีรำลึก ครบรอบ 80 ปี วัน D-Day

ทั้งนี้ วัน D-Day ซึ่งตรงกับวันที่ 6 มิถุนายน ปี 1944 เป็นวันที่ทหารกองกำลังสัมพันธมิตร 156,000 นาย ส่วนใหญ่เป็นทหารอเมริกัน อังกฤษ และแคนาดา ยกพลขึ้นบกที่หาดนอร์มังดี ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส เพื่อเริ่มปฏิบัติการปลดปล่อยประเทศในยุโรปที่ถูกทหารนาซี-เยอรมนี ยึดครองขณะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 

ที่มา : Dailymail