ไซโคลนถล่มเกาะโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ดับแล้ว 11 ศพ เจ็บอีกหลายร้อย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2831154

ไซโคลนถล่มเกาะโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ดับแล้ว 11 ศพ เจ็บอีกหลายร้อย

16 ธ.ค. 2567 01:07 น.

ไซโคลนถล่มเกาะโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ดับแล้ว 11 ศพ เจ็บอีกหลายร้อย

เกาะมายอต ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสในมหาสมุทรอินเดีย เผชิญไซโคลนรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 100 ปี มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ศพ บาดเจ็บหลายร้อยคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พายุไซโคลน “ชิโด” (Chido) เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเกาะมายอต ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดลมกระโชกความเร็วมากกว่า 225 กม./ชม. พบผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ศพ แต่จำนวนแท้จริงอาจสูงกว่านี้

นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าวว่า ฝรั่งเศสจะให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือชาวเกาะมายอต ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเผยว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทหารราว 250 นาย จะถูกส่งไปยังหมู่เกาะแห่งนี้ โดยบางส่วนเดินทางไปถึงแล้ว

ด้านนาย บรูโน เรอแตโย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส กล่าวว่า บ้านชั่วคราวทุกหลักบนเกาะมายอต ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง และเขาเกรงว่าจะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานโดยอ้างข้อมูลจากรายงานของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ศพ และบาดเจ็บอีก 246 คน ขณะที่สำนักข่าว เอเอฟพี ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตไว้ที่ 14 ศพ อ้างการเปิดเผยจากแหล่งข่าวในหน่วยงานความมั่นคง

ทั้งนี้ เกาะมายอต ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ ประกอบด้วยเกาะหลัก 1 เกาะคือ กรองด์-แตร์ (Grand-Terre) กับเกาะขนาดเล็กอีกหลายเกาะ มีประชากรราว 300,000 คน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบ้านเฉพาะกาล ลักษณะเป็นกระท่อมที่มีหลังคาเป็นแผ่นเหล็ก

ไซโคลน ชิโด ทำให้ชาวเกาะมายอตหลายหมื่นคนสูญเสียบ้าน ขณะที่ระบบไฟฟ้า, น้ำประปา และอินเทอร์เน็ต ถูกตัดขาดทั้งหมด ซึ่งฝรั่งเศสได้ส่งเครื่องบินลำเลียงของกองทัพ นำเสบียงอาหารและเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินไปยังเกาะแห่งนี้แล้ว

นายฟรองซัวส์ ดูรอฟเรย์ รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของฝรั่งเศส ระบุว่า สนามบิน “ปามองซี” (Pamandzi) บนเกาะมายอต ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะที่หอบังคับการบิน แต่การจราจรทางอากาศเริ่มฟื้นฟูกลับมาแล้ว ด้วยการมาของเครื่องบินของกองทัพ ขณะที่เรืออีกหลายลำกำลังเดินทางมาส่งเสบียง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เจมี ฟ็อกซ์ ดารารุ่นใหญ่ โดนปาแก้วใส่หน้ากลางงานวันเกิด ได้รับบาดเจ็บ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2831146

เจมี ฟ็อกซ์ ดารารุ่นใหญ่ โดนปาแก้วใส่หน้ากลางงานวันเกิด ได้รับบาดเจ็บ

15 ธ.ค. 2567 22:55 น.

เจมี ฟ็อกซ์ ดารารุ่นใหญ่ โดนปาแก้วใส่หน้ากลางงานวันเกิด ได้รับบาดเจ็บ

เจมี ฟ็อกซ์ นักแสดงฮอลลีวูดรุ่นใหญ่ เข้าไปพัวพันกับเหตุทะเลาะวิวาทในงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของตัวเอง จนได้รับบาดเจ็บและต้องเย็บแผล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจมี ฟ็อกซ์ ทานอาหารค่ำกับคนใกล้ชิดเนื่องในวันเกิดอายุ 57 ปี ที่ร้านอาหาร “มิสเตอร์ ชอว์” ร้านอาหารจีนชั้นสูงในย่านเบเวอร์ลี ฮิลส์ เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา ก่อนที่ใครบางคนซึ่งอยู่โต๊ะใกล้เคียงกันจะปาแก้วมาโดนปากของฟ็อกซ์ จนได้รับบาดเจ็บ

ตัวแทนของฟ็อกซ์ระบุว่า อาการบาดเจ็บทำให้ดารารุ่นใหญ่รายนี้ต้องเข้ารับการเย็บแผล และตอนนี้กำลังฟื้นตัว ส่วนเรื่องคดีความอยู่ในมือของตำรวจแล้ว

ด้านสำนักงานตำรวจเบเวอร์ลี ฮิลส์ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่เดินทางไปยังร้าน มิสเตอร์ ชอว์ หลังจากได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธที่อาจเป็นอันตรายถึงตายได้ เมื่อเวลาประมาณ 22.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น และพบเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างคน 2 กลุ่มในร้านอาหาร โดยที่ตำรวจไม่ได้ระบุชื่อของ ฟ็อกซ์

อย่างไรก็ตาม ตำรวจพบรายงานเรื่องการใช้อาวุธที่อาจเป็นอันตรายถึงตายนั้น ไม่ถูกต้อง และไม่เปิดเผยเพิ่มเติมว่าอะไรเป็นชนวนของเหตุทะเลาะวิวาทครั้งนี้ รวมถึงยังไม่ชัดเจนว่ามีใครถูกจับกุมตัวหรือไม่ด้วย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นไม่นานหลังจากฟ็อกซ์เปิดเผยสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อเดือนเมษายนปีก่อน โดยระบุว่า เขามีเลือดออกในสมองจนทำให้เกิดอาการ สโตรก (Stroke) หรือภาวะสมองขาดเลือดที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ/อุดตันหรือมีเลือดออกในสมอง

ฟ็อกซ์ระบุว่า วันหนึ่ง เขาปวดหัวหนักมาก และต้องขอยาแก้ปวด แต่เขาสลบไปก่อนที่จะได้กินยา “ผมจำอะไรไม่ได้ไป 20 วัน” ฟ็อกซ์กล่าวใน Netflix special และว่าพี่สาวของเขาเป็นคนพาเขาไปส่งโรงพยาบาล เพียมอนเต ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่า เขามีเลือดออกในสมอง และจะเสียชีวิตหากไม่ได้รับการผ่าตัด

หลังการผ่าตัด แพทย์ระบุว่า ฟ็อกซ์อาจจะหายดีดังเดิมได้ แต่นี่จะเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

ระทึก เรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย 2 ลำ ล่มในทะเลดำ ทำน้ำมันรั่วไหล

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2831138

ระทึก เรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย 2 ลำ ล่มในทะเลดำ ทำน้ำมันรั่วไหล

15 ธ.ค. 2567 21:56 น.

ระทึก เรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย 2 ลำ ล่มในทะเลดำ ทำน้ำมันรั่วไหล

เรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซีย 2 ลำ ล่มในทะเลดำท่ามกลางพายุรุนแรง เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสกัดการรั่วไหลของน้ำมัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค. 2567 สำนักงานขนส่งภาคใต้ของรัสเซีย เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็น เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่ง แตกเป็น 2 ส่วนและกำลังจมลงทะเลท่ามกลางพายุรุนแรง โดยมีคราบน้ำมันรั่วไหลปรากฏให้เห็น ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันอีกลำได้รับความเสียหาย

ข่าวระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ช่องแคบเคิร์ช ซึ่งแบ่งแยกแคว้นไครเมียกับแผ่นดินใหญ่ของรัสเซีย โดยเรือทั้ง 2 ลำมีลูกเรือรวม 29 คน เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 คน

วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ออกคำสั่งให้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อรับมือสถานการณ์ โดยให้นาย วิตาลี ซาเวลเยฟ รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำ

ด้านสำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนคดีอาชญากรรมว่ามีการปล่อยปละละเลยเกิดขึ้นหรือไม่ ในขณะที่ปฏิบัติการกู้ภัยและทำความสะอาดกำลังดำเนินต่อไป โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมมากกว่า 50 นาย พร้อมกับเรือโยงและเฮลิคอปเตอร์อีกหลายลำ

“วันนี้ เนื่องจากพายุในทะเลดำ ทำให้เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ได้แก่ วอลโกเนฟต์-212 และ วอลโกเนฟต์-239 (Volgoneft) จมลงทะเล” รอสมอร์เรชฟลอต (Rosmorrechflot) สำนักงานขนส่งทางน้ำในแผ่นดินและทางทะเลกลางของรัสเซียระบุในแถลงการณ์ “มีลูกเรือ 15 และ 14 คนบนเรือทั้งสองลำ อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้น้ำมันรั่วไหลออกมา”

ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ส เรือ 2 ลำนี้มีขีดความสามารถในการบรรทุกน้ำมันได้ลำละประมาณ 4,200 ตัน โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลรุนแรงมากน้อยเพียงใด

อนึ่ง เมื่อปี 2550 เรือบรรทุกน้ำมันตระกูล วอลโกเนฟต์ อีกลำคือ วอลโกเนฟต์-139 ก็แตกออกเป็นสองเสี่ยง ขณะทอดสมอท่ามกลางพายุในช่องแคบเคิร์ช ทำให้น้ำมันรั่วไหลลงทะเลมากกว่า 1,000 ตัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

‘กรมปศุสัตว์’จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

https://www.naewna.com/local/847630

'กรมปศุสัตว์'จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

‘กรมปศุสัตว์’จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.38 น.

กรมปศุสัตว์จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น.กรมปศุสัตว์ได้จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวรายงาน และนายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ ซึ่งมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ธนวัฒน์ พันธุ์สนิท ปศุสัตว์เขต 8 นายสมพล ไวปัญญา ปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหัวหน้าส่วนราชการกรมปศุสัตว์ในพื้นที่เขต 8 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เกษตรกร และประชาชนเข้าร่วมงานฯ โดยมี รมช.อิทธิฯ เป็นผู้มอบกรรมสิทธิ์แม่โคแก่เกษตรกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จำนวน 52 ราย มอบสัญญายืมโค มอบเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์และเวชภัณฑ์ พร้อมมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานเพื่อเหลือพี่น้องเกษตรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ และให้โอวาทแก่เกษตรกรที่ได้รับมอบฯ ขอให้ปฏิบัติตามระเบียบของโครงการฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ที่ทรงพระราชทานความช่วยเหลือแก่เกษตรกร ให้มีโอกาสได้รับโคพระราชทานนี้ไปใช้งาน เพื่อให้มีผลผลิตและรายได้เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนมีความร่มเย็นผาสุกในการดำรงชีวิตตลอดไป ณ ศาลาประชาคม ที่ว่าการอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เป็นโครงการตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2522 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโค – กระบือไว้ใช้แรงงาน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้รับสนองพระราชดำริ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบกับโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ยังเป็นนโยบายหนึ่งของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการ โดยวิธีการรวมกลุ่ม และใช้ประโยชน์จากโค-กระบือให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การใช้ประโยชน์จากมูลโคเป็นแก๊สชีวภาพ หรือใช้เป็นปุ๋ยคอกทดแทนปุ๋ยเคมีบางส่วนเพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งเป็นการสนับสนุน การใช้แรงงานจากสัตว์เพื่อการเกษตร ตลอดจนเสริมสร้างการพื้นฟูและอนุรักษ์ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น

ด้าน นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ได้รับสนองพระราชดำริอย่างต่อเนื่องตลอดมา ปัจจุบันสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 429 ราย ในพื้นที่ 15 อำเภอ ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินนโยบายการขับเคลื่อนสุราษฎร์ธานีโมเดล โดยเป็นการนำร่องกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยกิจกรรมการส่งเสริมการเลี้ยงโค ตามโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ที่ขาดกำลังในการจัดหาโค เพื่อให้มีผลผลิตและรายได้เพิ่มมากขึ้น จึงได้กำหนดจัดพิธีไถ่ชีวิตโคฯ ขึ้น โดยมีเกษตรกรที่ได้รับโคเพศเมีย จำนวน 52 ราย ราย ละ 1 ตัว ภายใต้เงื่อนไขของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ประกอบด้วย เกษตรกรกรในอำเภอไชยา 31 ราย อำเภอท่าฉาง 14 ราย และอำเภอท่าชนะ 7 ราย ทั้งนี้เป็นการยืมเลี้ยงเพื่อการผลิตโดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อลูกโคตัวแรกมีอายุครบ 18 เดือน ให้ส่งลูกโคคืนโครงการฯ ส่วนลูกโคตัวต่อไปเป็นของเกษตรกรที่ได้รับมอบ และเมื่อสัญญายืมครบ 5 ปี แม่โคและลูกโคตัวที่เกิดถัดไป ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกรผู้ยืม ซึ่งการจัดพิธีในวันนี้ได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จากท่านนายอำเภอไชยา และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จนทำให้การดำเนินงานโครงการฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ

– 006

กองทุนพัฒนาสื่อฯ มอบรางวัล ‘หนูได้ธรรม’ โชว์ผลงานเด็กไทยผลิตสื่อธรรมมะในชีวิตประจำวันเข้าถึงเด็กและเยาวชน

https://www.naewna.com/lady/847831

กองทุนพัฒนาสื่อฯ มอบรางวัล 'หนูได้ธรรม' โชว์ผลงานเด็กไทยผลิตสื่อธรรมมะในชีวิตประจำวันเข้าถึงเด็กและเยาวชน

กองทุนพัฒนาสื่อฯ มอบรางวัล ‘หนูได้ธรรม’ โชว์ผลงานเด็กไทยผลิตสื่อธรรมมะในชีวิตประจำวันเข้าถึงเด็กและเยาวชน

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.23 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดตัว Virtual Exhibition รวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านสื่อพระพุทธศาสนาไว้ในระบบออนไลน์ในงานมหกรรมพุทธธรรมนำสื่อสร้าง สันติสุข ปีที่ 3 “สื่อ เตือน สติ” โดยมี ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผู้บริหารกองทุนพัฒนาสื่อฯ ภาคีเครือข่ายและ นักท่องที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมงาน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร  

ภายในงานมีพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวดคลิปสั้นหนูได้ธรรม ในหัวข้อ “การให้ข้อคิดธรรมะใน ชีวิตประจำวัน” โดยกองทุนพัฒนาสื่อฯ เปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาจากทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าประกวด ได้รับเกียรติจาก ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวด โดยมีผู้ได้รางวัล ดังนี้

รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล ได้แก่ ผลงาน : Little great thing ผลงานจาก : ทีม Tortake House มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตบางขุนเทียน

รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้แก่ 1. ผลงาน : ในวันนี้ที่ไม่มี…  ผลงานจาก : นายพงศกร แซ่อึ้ง วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา , 2. ผลงาน : จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว  ผลงานจาก : ทีมเปรี้ยวกว่าหัวน้ำส้ม ไก่ต้มน้ำปลา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขตนครปฐม

รางวัลชมเชย 10 รางวัล ได้แก่ 1. ผลงาน : 5 หลักธรรม นำชีวิต ผลงานจาก : ทีมโรงเรียนชัยบาดาล T02 โรงเรียนชัยบาดาลวิทยา จังหวัดลพบุรี , 2. ผลงาน : ผีตื่นธรรม  ผลงานจาก : ทีม SRL โรงเรียนเทศบาล 3 บ้านเหล่า จังหวัดอุดรธานี , 3. ผลงาน : ทัณฑ์บน ผลงานจาก : ทีม jodfilm โรงเรียนควนเนียงวิทยา จังหวัดสงขลา , 4. ผลงาน : ความสำเร็จของ ด.ญ.วารี  ผลงานจาก : ทีมรวมใจ โรงเรียนอนุบาลเมืองใหม่ชลบุรี , 5. ผลงาน : ผูกมิตรด้วยสังคหวัตถุ 4 ผลงานจาก : นายจิรเมธ น้อยเมือง มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสมุทรปราการ , 6. ผลงาน : Real or Fake สัจจะ 5 ประการ ผลงานจาก : ทีม Real or Fake โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช , 7. ผลงาน : AI ตื่นธรรม  ผลงานจาก : ทีม DEKWCS โรงเรียนวรนารีเฉลิม  จังหวัดสงขลา , 8. ผลงาน : คบคนพาลพาลพาไปหาผิด แล้วถ้าคบบัณฑิตชีวิตได้อะไร ? ผลงานจาก : ทีมโรงเรียนบ้านหนองบัว โรงเรียนบ้านหนองบัว จังหวัดชัยภูมิ , 9. ผลงาน : หลักธรรมประจำใจ สุ จิ ปุ ลิ หัวใจนักปราชญ์ ผลงานจาก : ด.ช.ณฐชยนต์ ชยาวิวัฒน์กุล โรงเรียนวัดเขียนเขต จังหวัดปทุมธานี และ 10. ผลงาน : สมาธิสู่ปัญญา ผลงานจาก : ทีมพุทธาทีม โรงเรียนพุทธชินราชพิทยา จังหวัดพิษณุโลก

ทั้งนี้ ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เล็งเห็นถึงความสามารถของเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาในปัจจุบัน ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตสื่อ กองทุนพัฒนาสื่อฯ จึงใช้พื้นที่ในงาน มหกรรมพุทธธรรมนำสื่อสร้าง สันติสุข  ปีที่ 3 “สื่อ เตือน สติ” จัดโครงการประกวดคลิปสั้น “หนูได้ธรรม” โดยนำเสนอประเด็นเรื่องใกล้ตัว ธรรมะในชีวิตประจำวันมาเป็นหัวข้อในการประกวด ปีนี้ได้รับการตอบรับที่ดีมาก มีเยาวชนส่งผลงานคลิป สั้นเข้าประกวดเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึงเท่าตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ชื่นชมและภูมิใจที่เด็กไทยนำเวลามาสร้างสรรค์สื่อที่มี ประโยชน์ กองทุนพัฒนาสื่อฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการ ประกวดในครั้งนี้

กิจกรรมภายในงานมหกรรมพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปีที่ 3 “สื่อ เตือน สติ” มีการจัดแสดง นิทรรศการแบบผสมผสาน กิจกรรมสุขาใจ โดยทีมอาสาธนาคารสติ เครือข่ายชีวิตสิกขา รับฟังการเสวนา สื่อสารธรรมจากวิทยากร พระสุธีวชิรปฏิภาณ (พระมหาวีรพล), คุณกิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ และคุณแอน ศศวรรณ จิรายุส  สนทนาเพลงธรรมะพุทธประวัติ รำลึก “ครูเพลิน พรหมแดน” โดย ดร. ธนกร ศรีสุขใส, คุณศิรินทรา นิยากร และคุณแพนเค้ก ดร.เขมนิจ จามิกรณ์

สามารถติดตามสื่อธรรมมะนิทรรศการออนไลน์ในรูปแบบ Virtual Exhibition มหกรรมพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข  ปี 3 “สื่อ เตือน สติ” ได้ทาง http://www.buddhistmedia.thaimediafund.or.th

-(016)

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จทอดพระเนตร ภาพชนะการประกวดโครงการรณรงค์เนื่องในวันดินโลก ปี 2567

https://www.naewna.com/lady/847815

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จทอดพระเนตร ภาพชนะการประกวดโครงการรณรงค์เนื่องในวันดินโลก ปี 2567

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จทอดพระเนตร ภาพชนะการประกวดโครงการรณรงค์เนื่องในวันดินโลก ปี 2567

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.07 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานวันดินโลก ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-11 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ (CESA) อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เสด็จทอดพระเนตร นิทรรศการ ภาพผลงานทัศน์ศิลป์ 2 มิติ โดยนางสาววรัสชญาน์ จรัสธรรมภัสร์ และ นางสาวจามรี กุลชนานนท์ เข้าเฝ้าถวายรายงานผลงานชนะการประกวด รางวัลยอดเยี่ยม รางวัลดีเด่น ซึ่งการประกวดนี้จัดโดยโครงการศาสตร์ ศิลป์ ดิน สยาม เพื่อรณรงค์เนื่องในวันดินโลก ร่วมกับ วิทยาลัยเพาะช่าง และกรมพัฒนาที่ดิน

โครงการศาสตร์ ศิลป์ ดิน สยาม เป็นโครงการสร้างสรรค์สังคม(WeSR) ภายใต้การกำกับดูแลของมูลนิธิดั่งพ่อสอน เพื่อรณรงค์เนื่องในวันดินโลก ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของแผ่นดิน โดยใช้ศิลปะขับเคลื่อน มีกิจกรรมส่งเสริม ให้เด็ก และ เยาวชน ศึกษาความสำคัญของดิน การเกษตร และพระราชกรณียกิจของในหลวง ร.9 และถ่ายทอดมาเป็นผลงานทัศนศิลป์ 2 มิติ ส่งเข้าร่วมประกวด ซึ่งจะจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง โดยในปีนี้ จัดขึ้นในหัวข้อ “พลังดิน ถิ่นไทย” มีผลงานจากเด็กและเยาวชน จากทั่วประเทศส่งเข้าประกวด แบ่งเป็นรุ่นอายุ 10-13 ปี, 14-17ปี , 18-25 ปี และแบ่งรางวัลตามลำดับอายุ ได้แก่ รางวัลยอดเยี่ยม 3 รางวัล ดีเด่น 6 รางวัล และ ชมเชย 15 รางวัล โดยจะจัดพิธีมอบรางวัลในงานหยั่งรากสู่ยั่งยืน 2024 ณ โรงแรม เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2567 ทางโครงการศาสตร์ ศิลป์ ดิน สยาม ร่วมกับ กรมพัฒนาที่ดิน และอาจารย์ศิลปะจากอ.ปากช่อง จัดกิจกรรมเรียนรู้ “ชั่วโมงศาสตร์ศิลป์” ตอน รู้จัก และรักษ์ดิน ให้ความรู้เรื่องดิน ศาสตร์พระราชา รวมทั้งเทคนิคการใช้สีดิน กับนักเรียนจากโรงเรียนเติมไขแสง โรงเรียนปากช่อง และบ้านครูดาว กว่า 70 คน โดยเด็ก ๆ ได้นำความรู้ที่ได้รับไปลงมือทำงานศิลปะจากดิน เพื่อประกวดวาดสด บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน

และเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทางโครงการ ศาสตร์ ศิลป์ ดิน สยาม ได้นำ Workshop จากสีดินเข้าร่วมใน การประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำที่ยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024)

สำหรับโรงเรียนหรือผู้สนใจสนับสนุนกิจกรรม สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่ Facebook ศาสตร์ ศิลป์ ดิน สยาม Line OA @sartsilpdinsiam, email: plussilpipat@gmail.com หรือ โทร.0 96451 7993

-(016)

เปิดไฮไลต์ตะลุยเส้นทาง ‘Dark Trail ปริศนา…พิพิธภัณฑ์ในยามมืด’ ในงาน NSM Night at the Museum Festival 2024

https://www.naewna.com/lady/847814

เปิดไฮไลต์ตะลุยเส้นทาง 'Dark Trail ปริศนา...พิพิธภัณฑ์ในยามมืด' ในงาน NSM Night at the Museum Festival 2024

เปิดไฮไลต์ตะลุยเส้นทาง ‘Dark Trail ปริศนา…พิพิธภัณฑ์ในยามมืด’ ในงาน NSM Night at the Museum Festival 2024

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.06 น.

เปิดไฮไลต์ตะลุยเส้นทาง “Dark Trail ปริศนา…พิพิธภัณฑ์ในยามมืด” ในงานเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน : NSM Night at the Museum Festival 2024 วันที่ 21 – 22 ธ.ค.นี้ ที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช.จ.ปทุมธานี

16 ธันวาคม 2567 ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM เปิดเผยว่า งานเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน : NSM Night at the Museum Festival 2024 ที่กำหนดจัดวันที่ 21-22 ธ.ค.2567 ที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงคือการสำรวจเส้นทาง Dark Trail ด้วยโคมไฟนำทางที่ผู้เข้าร่วมงานสร้างสรรค์ขึ้นเอง เพื่อไขปริศนาพิพิธภัณฑ์ในยามมืดกับ 10 จุด Check point เริ่มตั้งแต่จุด Check point ที่ 1 การประดิษฐ์โคมนำทางด้วยตัวเอง จากนั้นเข้าสู่จุด Check point ที่ 2 ได้แก่ Cosmo Quest ไขปริศนาเรื่องราวแห่งดวงดาว เดินทางสู่ห้วงอวกาศฟังตำนานแห่งดวงดาวนานาสัตว์และความลี้ลับของเอกภพ จุดที่ 3 Wall of Life ส่องสัตว์ปริศนา ส่องหาสิ่งมีชีวิตใต้มหาสมุทรที่ได้ชื่อว่า “ฟอสซิลมีชีวิต” ซ่อนอยู่ในช่อง 28 ตัวคืออะไร? ก่อนเข้าสู่จุด Check point ที่ 4 Roar! เสียงร้องคำรามของสัตว์ดึกดำบรรพ์ยุคครีเทเซียสเมื่อ 145 – 66 ล้านปีก่อน แล้วรู้หรือไม่? ไดโนเสาร์บางชนิดออกหากินตอนกลางคืน แต่ไดโนเสาร์คอยาวตัวใหญ่อย่าง “ซอโรพอด” ชอบหลับมากกว่า มันนับเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุคที่เราจำลองมาให้ดูได้เพียง 1 ส่วน ให้ลองทายสิว่าเป็นส่วนไหน? เสร็จแล้วเข้าสู่จุด Check point ที่ 5 Human Odyssey แอบดูมนุษย์ถ้ำโฮโม นีแอนเดอร์ธาลเอนซิส(Homo neanderthalensis) ซึ่งเป็นญาติห่างๆ ของเราเอง ผู้ที่ใช้เวลายามค่ำคืนในถ้ำ ขัดหนังสัตว์เพื่อทำเสื้อผ้า มาดูกันว่าในมือเขาใช้อะไรขัดหนังสัตว์กันแน่ นอกจากนี้ ยังย้อนเวลากลับเข้าสู่ยุคโบราณ สำรวจความลับของบรรพบุรุษยุคโบราณ ตอบคำถาม ใครคือมนุษย์ถ้ำกลุ่มแรกที่ควบคุมพลังแห่งไฟได้

ผอ.NSM กล่าวต่อว่า จุด Check point ที่ 6 Nenet’s Tales เข้าสู่ดินแดนแถบป่าไทก้า สัมผัสบรรยากาศรอบกองไฟ ฟังเรื่องราวเล่าขานของชนพื้นเมืองชาวเนเนตส์และส่องสำรวจภายในกระโจมดั้งเดิมภายในมีอะไรซ่อนอยู่ ต่อมาจุด Check point ที่ 7 Desert Secrets ผจญภัยสู่ทะเลทราย ค้นหาความลึกลับที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนทราย สนุกกับการถ่ายภาพ COVE เป็นชาวเบดูอิน จากนั้นสู่จุด Check point ที่ 8 Temperate Station ค้นหาความลับของต้นไม้ยักษ์แห่งเมืองหนาว พบต้นโอ๊กยักษ์ใหญ่แห่งพงพนาแล้วเดินลอดอุโมงค์ “ต้นซีคัวย่า”หรือเรดวูด สำรวจวงปีบันทึกแห่งกาลเวลาของผืนป่าเขตอบอุ่น ก่อนเข้าสู่จุด Check point ที่ 9 Panoramic Station ระแวดระวังภัยเมื่อเข้าป่าเขตร้อนอันมืดมิด สัมผัสกับเสียงกู่ร้อง สัญญาณเรียกหาของชนพื้นเมืองเขตร้อน, Animal Parade พบกับสัตว์น้อยใหญ่ ณ พื้นที่ป่าเขตร้อนในบรรยากาศลึกลับ และสุดท้ายจุดที่ 10 Mystery Words for our World ค้นหา 15 อักษรปริศนาเรืองแสงและอยากบอกอะไรกับโลกใบนี้

“นอกจากตะลุยเส้นทาง “Dark Trail ปริศนา…พิพิธภัณฑ์ในยามมืด” แล้ว ยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรม Nocturnal Trail สำรวจสัตว์พิลึก พฤกษ์ปริศนา สำรวจและตามหา Secret Creatures สัตว์ลึกลับที่ทุกคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน อาทิ นกแสก หนูผี ค้างคาวแวมไพร์ แมงหามผี ว่านผีปอบ ไทรน้อยใบทู่ , Oarfish วิบวับวาว เรื่องราวของปลาออร์ สัตว์ทะเลลึกลับ พร้อมประดิษฐ์หมวกปลาออร์เรืองแสงสุดเก๋, Talk อย่างวิทย์ ตั้งคำถามในสิ่งที่ไม่เคยรู้ ชวนดูในสิ่งที่ไม่เคยเห็น, Traditional Thai Craft สนุกกับการประดิษฐ์ เท่ง นุ้ย คุยผ่านเงา กำหมุนไม้ไผ่ ลูกข่างไม้, Night Show ชมการแสดงการมีส่วนร่วมปกป้องโลกไปด้วยกัน

-(016)

THA2024 พร้อมโชว์ศักยภาพฮาลาลไทยในยุคเทคโนโลยีดิจิตอล

https://www.naewna.com/lady/847813

THA2024 พร้อมโชว์ศักยภาพฮาลาลไทยในยุคเทคโนโลยีดิจิตอล

THA2024 พร้อมโชว์ศักยภาพฮาลาลไทยในยุคเทคโนโลยีดิจิตอล

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.04 น.

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชวนผู้สนใจร่วมงาน “Thailand Halal Assembly 2024 (THA2024)” การประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมฮาลาลนานาชาติ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Toward Halal Trust through Digital Technology 2 Ais” หรือ “ความไว้วางใจด้านฮาลาลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลสองเอไอ” ที่จะนำเสนอข้อมูลความรู้และนวัตกรรมจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิตอล ทิศทางฮาลาลจะเป็นอย่างไร พร้อมค้นพบโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจและเทคโนโลยีฮาลาลที่ตอบโจทย์อนาคต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 20 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมอัลมีรอช กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน ในวันที่ 19 ธันวาคม 2567 เวลา 09.55 น.

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า การจัดงาน “Thailand Halal Assembly 2024 (THA2024)” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่และนวัตกรรมใหม่ๆ ในโลกฮาลาล ให้กับมุสลิมด้วยกันเอง และผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมแต่มีความสนใจในอุตสาหกรรมฮาลาล

“ปีนี้เราจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Toward Halal Trust Through Digital Technology 2 Ais หรือ ความไว้วางใจด้านฮาลาลผ่านเทคโนโลยี ดิจิทัลสองเอไอ ซึ่งปฎิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันโลกของเราก้าวสู่การเป็นโลกแห่งเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับ 2 Ais ที่ต้องการนำเสนอในงานครั้งนี้ได้แก่ เอไอที่หนึ่ง คือ Actual Implementation ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานด้วยมือและสมองของมนุษย์ เช่น การวางระบบ HAL-Q, งานห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาล, การใช้นวัตกรรม, การตัดสินทางศาสนา (ฟัตวา) และเอไอที่สอง คือ Artificial Intelligence โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต และช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ฮาลาล” “Thailand Halal Assembly 2024 (THA2024)” การประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมฮาลาลนานาชาติ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 40 ประเทศทั่วโลก กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย IHSATEC (The International Halal Science and Technology Conference) ครั้งที่ 11 และ 17th HASIB – The 17th Halal Science, Industry and Business Conference งานประชุมวิชาการฮาลาลนานาชาติ โดยมีหัวข้อการประชุมหลัก คือ “Thailand Halal Trust and Confident with AIs” โดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมด้วย Prof. Dr. Faridah Hj Hassan, President of World Academy of Islamic Management, Advisor MACFEA, and Department of Ranking at UiTM Global, Universiti Teknologi MARA Malaysia

หัวข้อ Advanced Power AIs for Halal Trust โดย ผศ.ดร.ภารดร สุรีย์พงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Prof. Dr. Abdelaziz Bouras College of Engineering, Qatar University, Prof. Dr. Ahmed Seffah College of Technological Innovation, Zayed University UAE, รศ.ดร.วรสิทธิ์ ชูชัยวัฒนา คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Dr.Amalia Mohd Hashim Head of Laboratory, Halal Products Research Institute, University Putra Malaysia และ Mr. Syed Atiq ul Hasan Founding Director Halal Expo Australia, Journalist และหัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ ฮาลาลกับสุขภาพและความงาม, ฮาลาลกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวัตกรรม และ International Halal Workshop

ร่วมสัมผัสการแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ค้นพบโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจและเทคโนโลยีฮาลาลที่ตอบโจทย์อนาคต อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้า ภายในงาน Thailand Halal Assembly 2024 (THA2024) ระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมอัลมีรอช กรุงเทพฯ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ http://www.thailandhalalassembly.com แล้วพบกันที่งาน THA2024 เพื่อสร้างสรรค์และเปิดประตูสู่ความรู้ใหม่ในโลกฮาลาลไปด้วยกัน

-(016)

‘จุ๋ม อุทุมพร-ชมพู่-ลีซอ’ร่วมยินดี ‘SLC’ จับมือ ‘Endolift Thailand’ เปิดตัว’EndoliftX®’

https://www.naewna.com/lady/847763

'จุ๋ม อุทุมพร-ชมพู่-ลีซอ'ร่วมยินดี 'SLC' จับมือ 'Endolift Thailand' เปิดตัว'EndoliftX®'

‘จุ๋ม อุทุมพร-ชมพู่-ลีซอ’ร่วมยินดี ‘SLC’ จับมือ ‘Endolift Thailand’ เปิดตัว’EndoliftX®’

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.14 น.

ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านความงาม เมื่อ SLC Clinic สถาบันเสริมความงามครบวงจรชั้นนำ ที่ได้รับความเชื่อถือ ตรงตามมาตรฐานมากที่สุดของไทย ซึ่งมีมากกว่า 25 สาขาทั่วประเทศ และเป็นผู้นำเทรนด์นวัตกรรมแห่งความงามของผิวพรรณด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย จับมือกับ Endolift Thailand ผู้นำเข้านวัตกรรมยอดฮิตระดับโลก จากอิตาลี จัดงาน EndoliftX® Ziplock ผิว Young™ เพื่อแนะนำนวัตกรรมที่นำเข้าล่าสุดอย่าง EndoliftX® เลเซอร์ยกกระชับนวัตกรรมใหม่จากประเทศอิตาลีที่ช่วยยกกระชับผิวและรูปร่าง ปรับเปลี่ยนใบหน้า พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน คืนผิวเรียบเนียนให้ดูอ่อนเยาว์ในทันที โดยงานจัดขึ้น ณ SLC Concept Clinic สยามสแควร์ ซอย 2

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พญ. พิมพิดา วรัญญูรัตนะ (Chief Executive Officer SLC Group) นพ. ธีระชัย วรัญญูรัตนะ (Chief Medical Officer SLC Group) Dr.Paolo Cossich (Management Team from Eufoton S.R.L. Italy) Dr.Prof. Roberto Ruffa (Endolift International Trainer) และ นพ.โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์ (ผู้ถือลิขสิทธิ์ Endolife Thailand) ร่วมพูดคุยถึงนวัตกรรม EndoliftX® ซึ่งเป็นนวัตรกรรมทางการแพทย์สุดล้ำระดับโลก โดยการใช้เลเซอร์ไฟเบอร์ชนิดเล็กเข้าไปแก้ปัญหาผิวจากภายในได้โดยตรงจุด นอกจากนั้นยังมีเหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ อาทิ ลูกหมี-รัศมี, จุ๋ม-อุทุมพร, ชมพู่-ธัณย์สิตา,หงส์-สุชาดา, หวานเจี๊ยบ-ธนรัตน์, ลีซอ-ธีรเทพ, เฟี๊ยต อภิสรารัชต์ และ ตู้เซฟ-กฤตวัฒน์ ที่มาร่วมพูดคุยและแชร์ประสบการณ์เคล็ดลับความสวยความหล่อแบบไม่กั๊กกันอีกด้วย

พญ. พิมพิดา วรัญญูรัตนะ กล่าวว่า “จุดมุ่งหมายของการเปิดงานในวันนี้คือการที่เราจะบอกว่า SLC คือศูนย์กลางของการเป็นเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ของ EndoliftX® ที่นำเข้าจากประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นนวัตกรรมความงามเลเซอร์ยกกระชับผิวแบบไม่ต้องพักฟื้น ทำโดยใช้ยาชาเท่านั้น และยังเป็นนวัตกรรมที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานกว่า 15 ปีแล้ว โดยเทคโนโลยีที่ใช้เป็นเลเซอร์ไฟเบอร์ที่มีขนาดจิ๋วมากๆ เข้าไปแก้ไขปัญหาใต้ผิวหนังได้ตรงจุด มีความแม่นยำสูง ไม่ต้องพักฟื้นและไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัดแบบเดิมๆ และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติยาวนาน 2-5 ปี อีกด้วยค่ะ”

ด้านนางแบบตัวแม่ “ลูกหมี-รัศมี” ผู้ที่เข้ารับบริการที่ SLC เป็นประจำ กล่าวเสริมว่า “นวัตกรรมการทำ EndoliftX® เป็นสิ่งที่ลูกหมีว้าวมากๆ ค่ะ เพราะมันเป็นการทำหัตถการที่ไม่ต้องว่างยาสลบ และช่วยยกกระชับผิว ไปจนถึงใครที่มีพวกหลุมสิวที่ใบหน้าที่แก้ยากๆ ก็สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เพราะตัวเข็มในเครื่อง EndoliftX® มีขนาดเล็กมากๆ เท่ากับเส้นผมเอง เพราะฉะนั้นเราจะไม่รู้สึกเจ็บเลยค่ะ ก็นับเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ของคนที่กำลังประสบปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดเลยค่ะ”

ส่วนพิธีกรอารมณ์ดี “ชมพู่-ธัณย์สิตา” กล่าวว่า “เราทำงานเป็นพิธีกรเป็นนักแสดงอยู่หน้ากล้องตลอดเวลา ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ซึ่งชมพู่มีปัญหาเรื่องผิวหย่อนคล้อยและเรื่องตา เลยต้องแก้ปัญหาโดยการรวบผมให้ตึงอยู่ตลอดเวลา แล้วพอรวบผมตึงมากๆ อยู่บ่อยๆ เราก็จะรู้สึกปวดหัว เลยมาปรึกษากับทาง SCL เพราะเราเป็นลูกค้าประจำของที่นี่อยู่แล้ว คุณหมอเลยแนะนำให้ชมพูทำ Endotine ไปเลย ซึ่งเราก็ไม่รอช้าตัดสินใจทำเลยเพราะมั่นใจกับฝีมือของคุณหมอที่นี่ ซึ่งพอทำออกมาแล้วก็คือดูดีขึ้นเด็กลงตามแบบที่เราต้องการเลย แล้วพอรู้ว่าทาง SLC นำนวัตกรรม EndoliftX® เข้ามาก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่อยากผ่าตัดค่ะ”

อีกหนึ่งนักแสดงมากฝีมือ “จุ๋ม-อุทุมพร” กล่าวเสริมว่า “ถึงแม้ว่าเราอายุจะเยอะแล้ว แต่แม่ก็ยังดูแลสุขภาพร่างกาย ความสวยงามอยู่ตลอด ซึ่งแม่ก็ไว้ว่างใจให้ทาง SLC ดูแลเรื่องความสวยงามมาให้นานแล้ว เพราะที่นี่มีคุณหมอที่ฝีมือดี เครื่องมือนวัตกรรมต่างๆ ก็ทันสมัย และดูแลความสวยงามรวมทั้งแก้ปัญหาผิวหน้าให้แม่ได้อย่างตรงจุด ซึ่งตัวนวัตกรรมใหม่ EndoliftX® ก็ตอบโจทย์แม่มากเลย เพราะเจ็บน้อย ไม่มีการวางยาสลบ เป็นการใช้เลเซอร์ในการยกกระชับผิว ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เลยค่ะ”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสิทธิพิเศษต่าง ๆ จาก SLC Clinic ได้ทาง www. SLCClinic.com, Facebook : SLC Clinic, IG : SLCClinic หรือทางฝ่าย SLC Hospital ทาง Facebook : SLC Hospital : โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง, IG : SLC.Hospital และ Website : SLC.Hospital

‘อาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติ’คนดีของแผ่นดินร่วมพิธีล้นลามทั่วประเทศ..เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กค.2567

https://www.naewna.com/lady/847757

'อาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติ'คนดีของแผ่นดินร่วมพิธีล้นลามทั่วประเทศ..เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กค.2567

‘อาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติ’คนดีของแผ่นดินร่วมพิธีล้นลามทั่วประเทศ..เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กค.2567

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.04 น.

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.67 อาสาสมัครทั่วประเทศ ร่วมพิธี “ประกาศเกียรติคุณ” อาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กค.2567  ซึ่งจัดโดย สมาคมแพทย์อาสา(พ.อ.ส.)และหน่วยแพทย์อาสา(พ.อ.ส.) มูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร ณ อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ชั้น 9 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี

สำหรับปีนี้ มีผู้ที่ได้รับคัดเลือกทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 1,500 คน จากองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ ถือว่าเป็นจำนวนมากพอสมควร  โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัล “อาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติ” ครั้งนี้ต่างตื่นเต้นมาก เพราะเป็นปีแรกที่ทางสมาคมแพทย์อาสา(พ.อ.ส.) ได้จัดขึ้น เพื่อยกย่องคนดีในสาขาต่างๆ ที่ช่วยเหลือสังคมและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นหลัก  โดยได้เรียนเชิญ หม่อมหลวง กฤษฏ์ธนบดี จรูญโรจน์ ปนัดดาในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจรัสพรปฎิภาณ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯเจ้าอยู่หัว มาเป็นประธานเปิดและมอบใบประกาศเกียรติคุณ  ให้ผู้ได้รับคัดเลือกเข้ารับรางวัล “อาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติ” จำนวน 1572 คน (แต่กำหนดไว้ที่ 2,572 คน) 

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.มานิต เอิ้อทวีกุล ในฐานะประธานผู้สนับสนุนกิจกรรมของหน่วยแพทย์อาสา(พ.อ.ส.)มูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร และเดินทางมาพร้อมคุณชัชนภ เอื้อทวีกุล ลูกสาวคนเก่ง และขึ้นกล่าวขอบคุณประธานเปิดงานและให้กำลังใจแก่อาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติทั่วประเทศ

และต้องขอบพระคุณ คุณ กชพร เวโรจน์ ผู้สนับสนุนเรื่องเครื่องดื่มอาหาร และคุณ สุนันท์ ดีเฉลา สนับสนุนด้านไอที / คุณพศร ตรุวิทยาคม องค์การสิทธิการใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ แห่งชาติ และ  บริษัท เวิลด์คลาสเอเจนท์จำกัด

ดร.เอกณัฏฐ์ เรืองเดชธนาวุฒิ นายกสมาคมแพทย์อาสา(พ.อ.ส.) และดำรงตำแหน่งประธานอำนวยการหน่วยแพทย์อาสา(พ.อ.ส.) มูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรก ที่ทางสมาคมแพทย์อาสา(พ.อ.ส.) ได้จัดงานยกย่องอาสาสมัครที่ทำดีในเรื่องต่างๆให้กับสังคมและประชาชน  ซึ่งมีจำนวนมากทั่วประเทศ  การจัดงานครั้งนี้ก็ตรงกับวาระสำคัญ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กค.2567 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ด้วย  ทางคณะกรรมการสมาคมแพทย์อาสา(พ.อ.ส.) และมูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ก็มีมติเห็นชอบว่า เราควรจัดกิจกรรมในปีมหามงคลนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10

ดังนั้น จึงเลือกเอาวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ซึ่งตรงกับวันรัฐธรรมนูญ และจะยึดถือปฏิบัติทุกปี ในการยกย่องอาสาสมัครทั่วประเทศ เพื่อเป็นขวัญกำลังในการความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  โดยงานนี้ ยังมีดารารุ่นใหญ่หลายท่าน เข้ารับรางวัล เช่น คุณ สมชาติ ประชาไท ( พระเอกภาพยนตร์ ), พ.ท.ไกรลาศน์ ยวงใย (ไกรลาศ เกรียงไกร  ดาราตุ๊กตาทองเอเซีย ปี 2529), คุณ ธัญญ์ธนัต ( ธัน นะ ธะ นัต) ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, ตึ๋ง กันตนา ดารา- ผู้กำกับการแสดง, คุณ ทองพูน เฉลิมวงศ์  ช่วยเหลือคนไรที่พึง, คุณ ดนัย เรืองสุวรรณ ( น้อง โอ นพเก้า พระเอก ภาพยนตร์เรื่อง อีจัน ) ดร.จิตตรัตน์ ยังอยู่ ผู้ช่วยผู้กำกับ และ ดารานักแสดงช่อง 5 , คุณ โกสีย์ ผลภาษี (ดาวร้าย แย้ม เก้ายอด และคุณ แทนคุณ จิตต์อิสระ ดารานักแสดงเด็ก , น.ส.ธัญญ์กมน ธนนนท์รัฐรวี ด.ญ.ณิชมาศย์ ธนนนท์รัฐรวี เป็นต้น 

สำหรับแผนงานต่อไป ทางสมาคมแพทย์อาสา(พ.อ.ส.)และ มูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ก็จะมีการสัญจรจัดพิธียกย่องอาสาสมัครทั่วประเทศ โดยกำหนดไว้ที่ 5 ภาค ซึ่งจะมีการคัดเลือกอาสาสมัครที่ทำดีแต่ละจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง