เจ้าชายแฮร์รี่ เมแกน สุดชื่นมื่น ไปเยือนไนจีเรียด้วยกันครั้งแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2784699

เจ้าชายแฮร์รี่ เมแกน สุดชื่นมื่น ไปเยือนไนจีเรียด้วยกันครั้งแรก

10 พ.ค. 2567 21:01 น.

เจ้าชายแฮร์รี่ เมแกน สุดชื่นมื่น ไปเยือนไนจีเรียด้วยกันครั้งแรก

เจ้าชายแฮร์รี่ เมแกน ไปเยือนไนจีเรียด้วยกันเป็นครั้งแรก พบเด็กนักเรียนในกรุงอาบูจา และมีกำหนดจะพบกับทหารผ่านศึกในไนจีเรียที่ได้รับบาดเจ็บ

เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ได้เดินทางไปเยือนไนจีเรีย ประเทศในทวีปแอฟริกา ด้วยกันเป็นครั้งแรก และมีกำหนดเยือน 3 วัน โดยทั้งคู่ได้ไปพบกับเจ้าหน้าที่และเด็กๆ ที่ ‘ไลท์เวย์ อะคาเดมี’ ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษา ในกรุงอาบูจา เมืองหลวงของไนจีเรียเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 พ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากได้เดินทางมาถึงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า โดยเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และทั้งคู่ได้ขึ้นเวทีพูดคุยกับเด็กนักเรียนอย่างมีความสุขสนุกสนาน

เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน เดินทางไปเยือนไนจีเรียด้วยกันเป็นครั้งแรก เมื่อ 10 พ.ค.2567

เจ้าชายแฮร์รี่ ได้ตรัสถึงปัญหาสุขภาพจิต จากการต้องสูญเสียคนที่รักในครอบครัวและไม่รู้ว่าจากนี้ไปจะหันหน้าไปคุยหรือพูดกับใคร โดยพระองค์ต้องสูญเสียพระมารดา เจ้าหญิงไดอานาซึ่งสิ้นพระชนม์จากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่กรุงปารีส ขณะที่ตอนนั้น พระองค์มีพระชนมายุเพียง 12 พรรษา และเจ้าชายวิลเลียม มีพระชนมายุ 15 พรรษา 

‘คุณต้องดูแลตัวเองเพื่อที่จะสามารถช่วยคนอื่นๆ ที่ต้องการการดูแลได้ ในขณะที่คนอื่นๆ ก็จะต้องดูแลตัวพวกเขาเองเพื่อที่จะมาช่วยดูแลคุณได้ นั่นคือวิธีทำงาน, คุณไม่ต้องอายที่จะรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่แย่ โอเคมั้ย? ถ้าคุณตื่นขึ้นมาเช้านี้แล้วรู้สึกเศร้า กลับจากโรงเรียนแล้วรู้สึกเครียด ถ้าคุณสูญเสียคนที่รักคนหนึ่งในครอบครัวที่คุณมักหันไปหาหรือพูดคุยด้วยเสมอ ส่ิงทั้งหมดเหล่านี้ คุณอาจเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องมีการพูดคุย พวกเรามาที่นี่เพื่อบอกคุณว่าไม่เป็นเช่นนั้น’ เจ้าชายแฮร์รี่ตรัสกับนักเรียนไนจีเรีย เพื่อต้องการชี้ให้เห็นเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตว่ามีหนทางที่จะเยียวยาแก้ไขได้

เดลี่เมลเผยด้วยว่า เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ได้เดินทางจากออกจากท่าอากาศยานฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน หลังจากเมแกนได้เดินทางจากนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อมาพบกับเจ้าชายแฮร์รี่แบบเงียบๆ ไม่เปิดเผยให้สื่อและคนภายนอกได้รู้ โดยทั้งคู่ได้พบกันที่ห้องสวีต วีไอพี วินด์เซอร์  ของท่าอากาศยานฮีทโธรว์เมื่อวันที่ 9 พ.ค. จากนั้นได้ขึ้นเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของสายการบินบริติช แอร์เวย์ โดยนั่งที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาส เดินทางมายังกรุงอาบูจา เมืองหลวงไนจีเรีย 

บีบีซีรายงานว่าเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน เดินทางมาเยือนไนจีเรียตามคำเชิญของผู้บัญชาการกองทัพไนจีเรีย พลเอกคริสโตเฟอร์ มูซา โดยทั้งคู่จะพบกับทหารผ่านศึกในไนจีเรียที่ได้รับบาดเจ็บด้วย อีกทั้งการมาเยือนไนจีเรียของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่เกี่ยวข้องกับ อินวิคตัส เกมส์ 

ก่อนหน้านี้ เจ้าชายแฮร์รี่ เพิ่งเผชิญกับความรู้สึกโดดเดี่ยว ขณะเสด็จฯ จากสหรัฐฯ กลับมายังกรุงลอนดอน ในงานครบ10 ปี ‘อินวิคตัส เกมส์’ ซึ่งพระองค์เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเพื่อหวังช่วยเหลือทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บพิการทุพพลภาพ ทว่าไม่มีสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษมาร่วมในงานนี้ ซึ่งมีการจัดพิธีขอบคุณพระเจ้าที่มหาวิหารเซนต์พอล เมื่อ 8 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ในขณะที่เจ้าชายแฮร์รี่ก็ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชบิดา ซึ่งได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง

ติดตามข่าวราชวงศ์อังกฤษ :ที่นี่

ที่มา : Dailymail, BBC

นักร้องหญิงรัสเซีย หย่าผัวหนุ่มแล้ว หลังโดนด่ายับ แต่งงานกับลูกบุญธรรม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2784670

นักร้องหญิงรัสเซีย หย่าผัวหนุ่มแล้ว หลังโดนด่ายับ แต่งงานกับลูกบุญธรรม

10 พ.ค. 2567 18:22 น.

นักร้องหญิงรัสเซีย หย่าผัวหนุ่มแล้ว หลังโดนด่ายับ แต่งงานกับลูกบุญธรรม

นักร้องหญิงรัสเซียวัย 55 ใจสลาย ตัดสินใจหย่าแบบสายฟ้าแลบกับสามีหนุ่มแล้ว หลังโดนวิจารณ์ยับ แต่งงานกับลูกบุญธรรมที่เธอรับมาเลี้ยง

นักร้องหญิงรัสเซีย ‘ไอซีลู ชิเจฟสกายา มินกาลิม’ วัย 55 ปี ตัดสินใจหย่ากับสามีหนุ่ม ซึ่งเป็นลูกบุญธรรมที่เธอรับจากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้ามาเลี้ยงแล้ว หลังไปเห็นว่าสามีหนุ่มรุ่นลูกแอบไปส่องหาสาวตามเว็บไซต์หาคู่ในออนไลน์ ถือเป็นการปิดฉากชีวิตคู่แสนสั้น แค่เพียง 7 เดือนเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ ไอซีลู ยอมทนฝ่าเสียงวิจารณ์คัดค้านอย่างหนัก โดยเฉพาะจากคนในครอบครัว เมื่อเธอได้ตัดสินใจแต่งงานกับ ดานิล ชิเจฟสกี ลูกบุญธรรม วัย 22 ปี ซึ่งมีอายุอ่อนกว่าเธอถึงกว่า 30 ปี โดยทั้งคู่วางแผนอนาคตกันไว้ว่าเมื่อแต่งงานแล้วจะย้ายจากสาธารณรัฐตาตาร์สถาน (อยู่ในเขตการปกครองรูปแบบสาธารณรัฐของรัสเซีย) เพื่อไปอยู่ที่กรุงมอสโกด้วยกัน จะได้ไม่ต้องทนฟังเสียงวิจารณ์อีกต่อไป

แต่แล้วแผนอนาคตของทั้งคู่ต้องพังครืน เมื่อไอซีลูรู้ว่าถึงแม้ ดานิล จะแต่งงานกับเธอ อยู่กินกันฉันสามีภรรยาแล้วก็ตาม แต่สามีหนุ่มรุ่นลูกยังไปเที่ยวส่องหาผู้หญิงตามเว็บไซต์หาคู่ จนทำให้ไอซีลูโมโหมาก และตัดสินใจฟ้องหย่าดานิล จบชีวิตคู่กันไปอย่างใจสลาย

ทั้งนี้ ไอซีลูได้รับดานิลมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม หลังจากเธอไปพบกับดานิลที่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า ซึ่งเธอไปสอนร้องเพลง ขณะที่ตอนนั้น ดานิล เพิ่งอายุแค่ 13 ปี

‘ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่เพอร์เฟกต์ พวกเราไม่สามารถอยู่โดยไม่มีกันและกันได้ พวกเรามีใจตรงกัน’ ไอซีลูเคยพูดถึงความรักที่มีต่อดานิล ลูกบุญธรรมที่เปลี่ยนสถานภาพมาเป็นสามีของเธอ ในอีก 9 ปีต่อมา แต่ก็ทำให้ไอซีลูต้องมีปัญหากับครอบครัวของเธอ ที่คัดค้านการแต่งงานกับลูกบุญธรรมอย่างหนัก

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

Cr ภาพ : Instagram

ที่มา : TheSun

สี จิ้นผิง ลั่น พร้อมส่งเสริมสายสัมพันธ์ ‘จีน-ฮังการี’ ปิดท้ายเยือนยุโรป

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2784629

สี จิ้นผิง ลั่น พร้อมส่งเสริมสายสัมพันธ์ ‘จีน-ฮังการี’ ปิดท้ายเยือนยุโรป

10 พ.ค. 2567 17:12 น.

สี จิ้นผิง ลั่น พร้อมส่งเสริมสายสัมพันธ์ ‘จีน-ฮังการี’ ปิดท้ายเยือนยุโรป

สี จิ้นผิง ปธน.จีน เยือนฮังการี พบหารือกับ ปธน.ตามาช ชูโยก ลั่นพร้อมร่วมส่งเสริมสายสัมพันธ์จีน-ฮังการี สู่ระดับสูงขึ้น นับเป็นการปิดท้ายเดินสายเยือนยุโรปครั้งแรกในรอบ 5 ปี

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดี (9 พ.ค. 2567) ตามเวลาท้องถิ่น  สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้ประชุมหารือกับประธานาธิบดีตามาช ชูโยก แห่งฮังการี ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของฮังการี ในโอกาสเดินทางมาเยือนฮังการีอย่างเป็นทางการ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า รัฐบาลจีนพร้อมทำงานร่วมกับประธานาธิบดีฮังการี เพื่อสานต่อมิตรภาพดั้งเดิม เพิ่มพูนความไว้วางใจทางการเมืองซึ่งกันและกัน เสริมสร้างความร่วมมืออันเป็นประโยชน์ซึ่งกันและกัน และดำเนินความสัมพันธ์จีน-ฮังการีสู่ระดับสูงยิ่งขึ้น

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยาเดินทางถึงสนามบินในกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงฮังการี เมื่อ 8 พ.ค.2567

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เข้าร่วมในพิธีต้อนรับที่ร่วมจัดโดยนายตามาช ชูโยก ประธานาธิบดีฮังการี และวิกตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี  เมื่อวันพฤหัสบดี (9 พ.ค.) หลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยา ได้เดินทางมาถึงกรุงบูดาเปสต์เมื่อวันพุธ (8 พ.ค.) เพื่อมาเยือนฮังการีอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนายตามาช ชูโยก ประธานาธิบดีฮังการี และวิกตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากวิกตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี และภริยา ณ ท่าอากาศยานบูดาเปสต์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ วูซิก แห่งเซอร์เบีย ที่กรุงเบลเกรด เมืองหลวงของเซอร์เบีย

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้เดินทางไปเยือนเซอร์เบีย พบปะหารือกับประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ วูซิก ที่กรุงเบลเกรดของเซอร์เบีย เมื่อวันพุธ (8 พ.ค.) ซึ่งได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนางเผิง ลี่หยวน ภริยาอย่างสมเกียรติ โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เดินทางไปเยือนฝรั่งเศส และหารือกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ในโอกาสเดินสายเยือนประเทศในยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี

ขอบคุณ:ข้อมูล-ภาพ : Xinhua

โปรดเกล้าฯ แล้ว พระราชกฤษฎีกา “เลือก สว. 2567” เช็กขั้นตอน ด่วน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574507

11 พ.ค. 2567

10:59 น.

โปรดเกล้าฯ แล้ว พระราชกฤษฎีกา "เลือก สว. 2567" เช็กขั้นตอน ด่วน

“ราชกิจจานุเบกษา” ออกประกาศ พระราชกฤษฎีกา โปรดเกล้าฯ ให้มีการเลือก สว. 2567 หลังอายุของวุฒิสภา สิ้นสุดลง มีผลทันที

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศ พระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือก สว. 2567 ลงนามโดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ โดยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 107 วรรคห้า และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567”

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

มาตรา 4 ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยอายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลงในวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 ซึ่งมาตรา 269 (6) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติว่า

เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้ดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 107 โดยมาตรา 107 วรรคห้า ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษา

‘พิพัฒน์’ สั่งเยียวยาเสียชีวิตแทงค์สารเคมีระเบิด 1.8 ลบ.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574475

10 พ.ค. 2567

14:02 น.

‘พิพัฒน์’ สั่งเยียวยาเสียชีวิตแทงค์สารเคมีระเบิด 1.8 ลบ.

‘พิพัฒน์’ สั่งเยียวยาเสียชีวิตแทงค์สารเคมีระเบิด 1.8 ลบ. ผู้บาดเจ็บได้รับการดูแลตามสิทธิประโยชน์กฎหมาย สอบถามโทรสายด่วน 1506

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุแทงแทงค์เก็บสารเคมีระเบิดและเพลิงไหม้ที่จังหวัดระยอง เมื่อวานนี้ (9 พ.ค.67) จนทำให้มีลูกจ้างเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บว่า ทันทีที่ทราบข่าวผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของลูกจ้างที่เสียชีวิตและขอส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บหายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว กระทรวงแรงงานมีความห่วงใยแรงงานทุกคน ได้รับรายงานจากนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงานว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและสำนักงานประกันสังคมจังหวัดระยองลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลสถานะของผู้ประสบอันตรายของลูกจ้างที่บาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามกฎหมายโดยด่วน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า จากรายงานของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง พบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (9 พ.ค.67) เวลา 10.45 น. ได้เกิดเหตุแทงแทงค์บรรจุสารปิโตรเคมีระเบิดและเพลิงไหม้ที่บริษัทมาบตาพุด แทงค์เทอร์มินัล จำกัด สาขาระยอง นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งบริษัทดังกล่าวประกอบกิจการให้บริการคลังสินค้าจัดเก็บน้ำมัน มีลูกจ้าง 150 คน เหตุการณ์ในครั้งนี้ลูกจ้างได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิต 1 ราย จากรายงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง ยังพบว่าข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ พนักงานตรวจความปลอดภัย จะได้สอบข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายดังกล่าว

ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของแรงงานที่เสียชีวิตและขอส่งกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บหายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือเยียวยาได้มีการกำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานโดยเฉพาะสำนักงานประกันสังคมดูแลในเรื่องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนที่พึงได้รับตามกฎหมาย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ รวมทั้งทำความเข้าใจเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาให้ญาติทราบ ดังนั้นขอให้มั่นใจได้ว่า กระทรวงแรงงานจะให้การคุ้มครอง ดูแล พี่น้องแรงงานทุกคนที่เสียชีวิตหรือประสบอันตรายในการทำงาน

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินการให้ความช่วยเหลือจากกระทรวงแรงงาน ผมได้รับรายงานจากเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมว่า สำนักงานประกันสังคมจังหวัดระยอง ได้ตรวจสอบเหตุการณ์ในครั้งนี้มีลูกจ้างเสียชีวิต 1 ราย เพศชายอายุ 35 ปี เป็นพนักงานของบริษัทมาบตาพุดแทงค์ฯ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 4 ราย เป็นเพศชายทั้งหมด ขณะนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง 3 ราย และโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพ 1 ราย รายแรกอายุ 30 ปี เป็นลูกจ้างของบริษัทมาบตาพุดแทงแทงค์ฯ มีอาการอ่อนเพลียเนื่องจากสูดดมควัน รักษาตัวห้อง รายที่ 2 อายุ 22 ปี ลูกจ้างของบริษัทเวอร์เท็กซ์ เซอร์วิสฯ มีบาดแผลไฟไหม้ 12 % ของร่างกาย รายที่ 3 อายุ 26 ปี ลูกจ้างของบริษัทเวอร์เท็กซ์ เซอร์วิสฯ และรายที่ 4 อายุ 23 ปี ลูกจ้างของบริษัท กงพัฒนาฯ มีบาดแผลจากไฟไหม้ 50 % ของร่างกาย

พืชมงคล 2567 ‘พระโค’ กินน้ำ หญ้า เหล้า น้ำท่า ธัญญาหาร ผลาหารบริบูรณ์ ค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจรุ่งเรือง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803880

พืชมงคล 2567 'พระโค' กินน้ำ หญ้า เหล้า น้ำท่า ธัญญาหาร ผลาหารบริบูรณ์ ค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจรุ่งเรือง

พืชมงคล 2567 ‘พระโค’ กินน้ำ หญ้า เหล้า น้ำท่า ธัญญาหาร ผลาหารบริบูรณ์ ค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจรุ่งเรือง

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.23 น.

พืชมงคล 2567 “พระโค” กินน้ำ หญ้า เหล้า น้ำท่า ธัญญาหาร ผลาหารบริบูรณ์ ค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจรุ่งเรือง

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2567 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

การจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ระหว่างช่วงเวลา 08.09 – 08.39 น. ผู้ทำหน้าที่ พระยาแรกนา คือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวปนัดดา เปี่ยมมอญ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางสาวภัทรปภา มินรินทร์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวธิรดา วงษ์กุดเลาะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาววราภรณ์ วิลัยมาตย์ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน กรมวิชาการเกษตร ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย และคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย ส่วนพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง

สำหรับผลการพยากรณ์ถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ถวายรายงานการพยากรณ์ ผลการเสี่ยงทายผ้านุ่งแต่งกาย และพระโคกินเลี้ยง ในปี พ.ศ.2567 นี้ พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบได้ผ้านุ่ง 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี

ผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินน้ำ หญ้า และเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ในโอกาสนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว แลผู้บริหารในกระทรวงเกษตรและะสหกรณ์ เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย อีกทั้งมี นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี ร่วมทำหน้าที่ช่วยจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในช่วงพิธีไถ่หว่านภายในงาน

สำหรับเกษตรกรดีเด่นด้านข้าวในปีนี้ได้แก่

– นางทองเม็ด พรหมพิทักษ์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำนา

– นายประยูร แตงทรัพย์ สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขากลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

– นายสงคราม ลาดปะละ ผู้แทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ

– นายวินัย จีนจัน ผู้แทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวอื่นๆ

ชำแหละ สาร’เมทิลโบรไมด์’ ที่ใช้รมข้าวสาร มีความเป็นพิษสูง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803832

ชำแหละ สาร'เมทิลโบรไมด์' ที่ใช้รมข้าวสาร มีความเป็นพิษสูง

ชำแหละ สาร’เมทิลโบรไมด์’ ที่ใช้รมข้าวสาร มีความเป็นพิษสูง

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 10.21 น.

วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 นายศักดา ศรีนิเวศน์ นักวิชาการอิสระด้านการเกษตร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ มาทำความรู้จักกับสารเมทิลโบรไมด์ ที่ใช้รมข้าวสารกันหน่อย ระบุว่า

โบรโมมีเทน (Bromomethane) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อเมทิลโบรไมด์ (methyl bromide)เป็นสารประกอบออร์กาโนโบรมีน(organobromine) ที่มีสูตรCH₃Br ก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่ติดไฟนี้ผลิตขึ้นทั้งทางอุตสาหกรรมและทางชีวภาพ เป็นสารเคมีที่ได้รับการยอมรับว่าทำลายชั้นโอโซน : วิกิพีเดีย

เมทิลโบรไมด์มีลักษณะเฉพาะอย่างไร?

เมทิลโบรไมด์เป็นก๊าซที่ไม่มีกลิ่นและไม่มีสี เป็นของเหลวที่อุณหภูมิต่ำกว่า 3.5 องศาเซลเซียส มันหนักกว่าอากาศถึงสามเท่า เมทิลโบรไมด์จะสลายตัวค่อนข้างเร็วโดยมีครึ่งชีวิตประมาณเจ็ดเดือน (ครึ่งชีวิตเจ็ดเดือนหมายความว่าครึ่งหนึ่งของปริมาตรของสารเคมีจะสลายตัวไปครึ่งหนึ่งของปริมาณเริ่มต้นที่ใช้ในช่วงเวลานั้น เช่นสมมุติว่าเราใช้สาร 200 มิลลิกรัม ภายในเจ็ดเดือนสารจะลดลงครึ่งหนึ่งเหลือ 100 มิลลิกรัม และอีกเจ็ดเดือนจะลดลงเหลือ 50 มิลลิกรัม ไม่แน่ใจว่าการรมควันเดือนละครั้งถึง 10 ปี จะมีสารเมทิลโบรไมด์ตกค้างในข้าวสักเท่าใด เพราะยังไม่เคยมีงานศึกษาการรมควันแบบมหากาพย์เช่นนี้มาก่อน/ผู้เขียน) เมทิลโบรไมด์อาจรวมตัวกันในบริเวณที่มีการระบายอากาศไม่ดีและอยู่ต่ำ

เมทิลโบรไมด์มีความเป็นพิษสูง (#เมื่อสูดดมเข้าไป) การศึกษาในมนุษย์ระบุว่าปอดอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการสูดดมเมทิลโบรไมด์แบบเฉียบพลัน (ระยะสั้น) การสูดดมเมทิลโบรไมด์แบบเฉียบพลันและเรื้อรัง (ระยะยาว) อาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทในมนุษย์ มีรายงานผลกระทบทางระบบประสาทในสัตว์ด้วย การหายใจเมทิลโบรไมด์อาจทำให้ปอดระคายเคือง ทำให้เกิดอาการไอและ/หรือหายใจลำบาก การได้รับสารในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการสะสมของของเหลวในปอด (ปอดบวม) ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ และมีอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรง เมทิลโบรไมด์อาจทำลายไตและส่งผลต่อตับ

มีการผลิตและใช้เมทิลโบรไมด์มากน้อยเพียงใดในโลก

จากข้อมูลปี 2558 การผลิตเมทิลโบรไมด์ทั้งหมดสำหรับการใช้งานกักกันและสุขอนามัยพืช (QPS) อยู่ที่ 8,450 ตัน โดย 47 ประเทศใช้ 6,546 ตันในปี 2558 เมทิลโบรไมด์ผลิตใน 5 ประเทศเพื่อใช้ในระดับสากลในฐานะรมยา

เมทิลโบรไมด์สลายตัวในสิ่งแวดล้อม โดยแสงแดด ปฏิกิริยาเคมีในอากาศ น้ำ และโดยจุลินทรีย์ เมทิลโบรไมด์มีครึ่งชีวิตประมาณเจ็ดเดือน เมทิลโบรไมด์จะไม่ปนเปื้อนกับน้ำใต้ดิน การปนเปื้อนของน้ำใต้ดินไม่น่าจะเกิดจากการรมควันภายใต้ผ้าใบกันน้ำ เนื่องจากเมทิลโบรไมด์จะเข้าสู่อากาศได้ง่ายที่สุดเมื่อระบายออกหลังจากการรมควัน

นอกจากนี้ยังมีสารเคมีอีกตัวหนึ่งที่นิยมใช้ในการรมควันข้าว คือฟอสฟิน (phosphine) เป็นสารประกอบไม่มีสี ติดไฟได้ และมีพิษสูง มีสูตรทางเคมี PH₃ ซึ่งจัดอยู่ในประเภทไนโตรเจนไฮไดรด์ ฟอสฟีนบริสุทธิ์ไม่มีกลิ่น ใช้ในการรมควันข้าวเพื่อควบคุมศัตรูพืชในทุกช่วงชีวิตและป้องกันการต้านทานแมลง ความเข้มข้นของก๊าซฟอสฟีนจำเป็นต้องสูงถึง 300 ส่วนในล้านส่วน (ppm) เป็นเวลาเจ็ดวัน (เมื่อเมล็ดพืชมีอุณหภูมิสูงกว่า 25°)

รองปลัดฯประธานประชุม คกก.อาหารนมเพื่อเด็กฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803752

รองปลัดฯประธานประชุม  คกก.อาหารนมเพื่อเด็กฯ

รองปลัดฯประธานประชุม คกก.อาหารนมเพื่อเด็กฯ

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.12 น.

เร่งถก : นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 3/2567 มีประเด็นสำคัญ อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ดต้นแบบ และการผลิตและแผนการส่งมอบนมโรงเรียนชนิด ยูเอชที เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับก่อนปิดภาคเรียนที่จะถึงนี้

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 3/2567 ที่ห้องประชุม 1403 กระทรวงเกษตรฯ โดยมีประเด็นสำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.การพัฒนาผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ดต้นแบบ และ 2.การผลิตและแผนการส่งมอบนมโรงเรียนชนิด ยูเอชที เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับก่อนปิดภาคเรียนที่ 2/2566

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลปริมาณน้ำนมโค โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ โดยอาจนำร่องให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทดลองใช้แอปพลิเคชั่นบันทึกข้อมูลโค ข้อมูลปริมาณน้ำนม ผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อทราบปริมาณน้ำนมโคตั้งแต่ระดับฟาร์มโคนม โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการศูนย์สารสนเทศโคนมระดับชาติพิจารณาแนวทางการดำเนินงานต่อไป

เกษตรฯใช้นวัตกรรมสู่สหกรณ์ยุคใหม่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803749

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “เทคโนโลยีกับการขับเคลื่อนสหกรณ์เข้มแข็ง” เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของสหกรณ์และเกษตรกร ให้สามารถใช้ข้อมูลทางบัญชีในการบริหารจัดการ โดยการส่งเสริมและผลักดันให้ใช้เทคโนโลยีที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์พัฒนาขึ้น พร้อมมอบโล่รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ประจำปี 2566 และปาฐกถาพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปี การสถาปนากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยมี น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ กทม.

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญต่อการนำระบบสหกรณ์เป็นกลไกในการยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เน้นการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ให้แก่สถาบันสหกรณ์ เกษตรกร และประชาชน เพื่อประโยชน์ในการใช้ข้อมูลทางการเงินมาวิเคราะห์อย่างง่าย ต่อการวางแผน พยากรณ์อนาคต และตัดสินใจ
ดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งในการยกระดับศักยภาพของผู้บริหารในการใช้ข้อมูลทางการเงินมาบริหารจัดการ สร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้แก่สถาบันสหกรณ์ ปัจจุบันมีจำนวนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวม 9,653 แห่ง สมาชิก 11.97 ล้านคน

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านบัญชีที่เป็นประโยชน์มาสนับสนุนการดำเนินงานในสหกรณ์และให้บริการสมาชิก เพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งทางการเงินการบัญชีและพัฒนาสู่สหกรณ์ที่มีความทันสมัย สร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิก ซึ่งกรมฯได้มีการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
อาทิ นวัตกรรม Smart Member ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่ช่วยให้สมาชิกสหกรณ์สามารถตรวจสอบฐานะทางการเงินของตนเองได้ตลอดเวลา และลดความเสี่ยงการเกิดทุจริต มีผู้เข้าใช้งานแล้ว 230,942 ราย ตลอดจนพัฒนาโปรแกรมระบบบัญชีและโปรแกรมต่างๆ ด้วย

หม่อนไหมแนะ เกษตรกรลดเผา เศษวัสดุมูลไหม ให้ใช้วิธีไถกลบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/803750

วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า จากสภาวะมลพิษทางอากาศที่มีความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในบรรยากาศของไทยส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผาในที่โล่งของภาคการเกษตร เพื่อกำจัดเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หรือเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก รวมถึง

เพื่อความสะดวกในการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของมลพิษที่ก่อนให้เกิดปัญหาหมอกควันสารมลพิษทางอากาศต่างๆ

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ออกประกาศเขตห้ามเผา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และดูแลกวดขันอย่างเข้มงวดไม่ให้มีการเผา หากฝ่าฝืนให้ลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทางกรมหม่อนไหม จึงแนะนำเกษตรกรเปลี่ยนวิธีการเผากำจัดเศษวัสดุจากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมาเป็นการฝังกลบ โดยการไถเปิดร่องข้างต้นหม่อนจากนั้นใส่ใบหม่อน กิ่งหม่อน และมูลไหมลงไปในร่องแล้วไถกลบหรือนำมาหมักเพื่อทำปุ๋ยหมักมูลไหม ก็จะได้ปุ๋ยที่มีอินทรียวัตถุสูง เท่านี้ก็สามารถลดปัญหามลพิษทางอากาศจากเผา อันทำให้เกิดเขม่าควันและฝุ่นละออง PM2.5 ของเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมลดลงได้