สส.เดโมแครต เผยภาพจากกรุ “เอปสตีน” ลอตใหม่ รวมภาพ บิล เกตส์

สส.เดโมแครต เผยภาพจากกรุ “เอปสตีน” ลอตใหม่ รวมภาพ บิล เกตส์

19 ธ.ค. 2568 05:30 น.

สส.เดโมแครต เผยภาพจากกรุ “เอปสตีน” ลอตใหม่ รวมภาพ บิล เกตส์

เดโมแครตแพร่ภาพจากกรุของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ลอตใหม่ มีภาพคนดังหลายคน รวมถึง บิล เกตส์ กับอดีตที่ปรึกษาของนายทรัมป์ และข้อความว่า “จะส่งผู้หญิงไปให้” ซึ่งยังไม่รู้ว่าใครคือผู้รับ-ผู้ส่ง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 ธ.ค. 2568 สมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร เผยแพร่ภาพถ่ายจากทรัพย์สินของนาย เจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงิน ผู้ถูกตัดสินความผิดคดีทางเพศเพิ่มเติมอีก 68 ภาพ โดยบางภาพมีการเซนเซอร์ข้อมูลบางส่วน และปิดบังใบหน้าของคนที่อาจเป็นผู้เสียหาย

ภาพดังกล่าวรวมถึงภาพของบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ ขณะยืนอยู่ร่วมกับผู้หญิงที่ใบหน้าถูกพรางไว้จำนวน 2 ภาพ โดยยังไม่แน่ชัดว่าผู้หญิงในภาพเป็นใคร หรือเป็นคนเดียวกันหรือไม่ แต่ก่อนหน้านี้เกตส์เคยกล่าวว่าเขาได้ทำ “ความผิดพลาดครั้งใหญ่” ที่ไปใช้เวลาร่วมกับเอปสตีน

บิล เกตส์ กับผู้หญิงปริศนา
บิล เกตส์ กับผู้หญิงปริศนา

เกตส์เคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่า ทั้งคู่เคย “รับประทานอาหารค่ำร่วมกันหลายครั้ง” เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับโครงการการกุศล แต่โครงการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ได้สิ้นสุดลง

นอกจากนั้นยังมีภาพของ โนม ชอมสกี นักภาษาศาสตร์ชื่อดัง ซึ่งแสดงให้เห็นเขานั่งอยู่บนเครื่องบินลำหนึ่งและดูเหมือนกำลังคุยกับนายเอปสตีน

ศาสตราจารย์และปัญญาชนสาธารณะวัย 97 ปีผู้นี้ เคยมีชื่อปรากฏในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนมาก่อน รวมถึงเอกสารโต้ตอบเกี่ยวกับเรื่องทางวิชาการหรือเรื่องส่วนตัว

ชอมสกีเคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว วอลล์สตรีทเจอร์นัล ว่า เอปสตีนเคยช่วยเขาในการโอนย้ายเงินระหว่างบัญชีของเขาเอง ซึ่งการทำธุรกรรมดังกล่าวไม่มี “เงินของเอปสตีนแม้แต่เซนต์เดียว” เข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ชอมสกียังได้กล่าวถึงเอปสตีนว่า “ผมรู้จักเขา และเราก็พบกันเป็นครั้งคราว”

โนม ชอมสกี กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน
โนม ชอมสกี กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน

ภาพหลายใบยังแสดงให้เห็นนาย สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาของทรัมป์ โดยจากสถานที่และเสื้อผ้าที่ปรากฏในภาพบ่งชี้ว่า ภาพเหล่านี้อาจถูกถ่ายในช่วงเวลาเดียวกับภาพที่เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม เพียงแต่เป็นภาพจากคนละมุมกล้อง

อย่างไรก็ตาม การที่บุคคลปรากฏอยู่ในภาพถ่ายเหล่านี้ ไม่ได้เป็นการบ่งชี้ว่ามีการกระทำความผิดใดๆ และบุคคลจำนวนมากที่ปรากฏในภาพต่างก็ได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใดๆ ในกรณีของเอปสตีน

นอกจากภาพบุคคลแล้ว ยังมีภาพถ่ายแสดงให้เห็นหนังสือเดินทาง และภาพถ่ายหน้าจอโทรศัพท์ (screenshot) ที่ดูเหมือนจะเป็นข้อความต่อเนื่องในแอปพลิเคชัน WhatsApp จากผู้ส่งที่ไม่ระบุตัวตน

ข้อความหนึ่งอ้างถึง “เพื่อนแมวมอง” ที่เป็นผู้หญิง ซึ่งเรียกเงินจำนวน 1,000 ดอลลาร์ต่อเด็กสาวหนึ่งคน ข้อความถัดมาของผู้ส่งคนเดียวกันระบุว่า “ฉันจะส่งสาวๆ (girls) ไปให้คุณเดี๋ยวนี้” และตามด้วยอีกข้อความที่เขียนว่า “บางทีอาจจะมีใครบางคนที่เหมาะกับ J นะ?”

ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อความเหล่านี้ถูกส่งมาจากโทรศัพท์ของใคร ใครเป็นผู้รับ หรือบุคคลที่ชื่อ “J” คือใคร

การสนทนาระหว่างบุคคลปริศนา
การสนทนาระหว่างบุคคลปริศนา

ในชุดข้อความดังกล่าวยังมีการระบุรายละเอียดส่วนบุคคล ทั้งชื่อ ส่วนสูง สัดส่วน และน้ำหนัก ซึ่งทั้งหมดถูกเซนเซอร์ไว้ โดยข้อความระบุว่าบุคคลนี้กำลังจะเดินทางมาจากเมืองหนึ่งในประเทศรัสเซีย

อนึ่ง ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกนำออกมาเผยแพร่ในวันนี้ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า “เอกสารเอปสตีน” (Epstein files) ซึ่งรัฐสภาได้บังคับให้กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยต่อสาธารณะภายในวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคมนี้

สมาชิกพรรคเดโมแครตระบุว่า พวกเขานำภาพถ่ายเหล่านี้จากทรัพย์สินของเอปสตีนออกมาเผยแพร่เพื่อความโปร่งใส โดยที่ภาพเหล่านี้ ไม่ได้มีข้อมูลบริบทอื่นประกอบเพิ่มเติม ในขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกันออกมากล่าวหาฝ่ายเดโมแครตว่า “คัดเลือกเฉพาะบางรูปภาพ และจงใจเซนเซอร์ข้อมูลแบบเจาะจงเป้าหมาย”

เอปสตีนกับผู้หญิงปริศนา
เอปสตีนกับผู้หญิงปริศนา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เครื่องบินเล็กตกขณะลงจอดที่นอร์ทแคโรไลนา ดับยกลำ 6 ศพ

เครื่องบินเล็กตกขณะลงจอดที่นอร์ทแคโรไลนา ดับยกลำ 6 ศพ

19 ธ.ค. 2568 03:52 น.

เครื่องบินเล็กตกขณะลงจอดที่นอร์ทแคโรไลนา ดับยกลำ 6 ศพ

เครื่องบินเล็กตกในนอร์ทแคโรไลนา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย โดยสมาชิกสภาสหรัฐฯ ยืนยันว่า รวมถึงนาย เกร็ก บิฟเฟิล อดีตนักแข่งรถแนสคาร์กับครอบครัวของเขาด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินเล็กรุ่น เซสนา ซี550 (Cessna C550) ซึ่งมีผู้โดยสารทั้งหมด 6 คน ตกขณะลงจอดที่สนามบินภูมิภาค สเตตส์วิลล์ (Statesville) รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อเวลาประมาณ 10.20 น. วันพฤหัสบดีที่ 18 ธ.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น

ดาร์เรน แคมป์เบลล์ นายอำเภอเขตไอเดรลล์ เคาน์ตี ยืนยันกับสำนักข่าว Associated Press ว่ามีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้จริง แต่ยังปฏิเสธที่จะระบุจำนวนตัวเลขที่แน่นอน แต่สำนักข่าว CNN รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า ทั้ง 6 คนบนเครื่องซึ่งประกอบด้วย นักบิน 1 คน กับผู้โดยสาร 5 คน เสียชีวิตทั้งหมด

ส่วนสถานีโทรทัศน์ WBTV รายงานว่า ข้อมูลการจดทะเบียนของเครื่องบินระบุว่าเครื่องบินลำนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีความเชื่อมโยงกับ เกร็ก บิฟเฟิล อดีตนักแข่งรถแนสคาร์ (NASCAR) ผู้เกษียณอายุแล้ว

นายริชาร์ด ฮัดสัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า เกร็ก บิฟเฟิล พร้อมด้วยภรรยาและบุตรอีกสองคน เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้

ข่าวระบุว่า เครื่องเล็กลำนี้ขึ้นบินจากรันเวย์เมื่อเวลาประมาณ 10:06 น. ตามเวลาท้องถิ่น และลอยตัวอยู่ในอากาศได้เพียงชั่วครู่ก่อนจะพยายามลงจอดและประสบอุบัติเหตุตก บริเวณสุดปลายรันเวย์ฝั่งตะวันออก โดยทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุการตกแต่อย่างใด

จอห์น เฟอร์กูสัน ผู้อำนวยการสนามบินสเตตส์วิลล์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า สนามบินสเตตส์วิลล์จะยังคงปิดทำการจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการเก็บกวาดเศษซากปรักหักพังออกจากรันเวย์

ด้านคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ซึ่งเป็นผู้นำในการสืบสวนระบุว่า กำลังส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้ามาสืบสวนอุบัติเหตุร้ายแรงในครั้งนี้ โดยคาดว่าทีมงานจะเดินทางถึงที่เกิดเหตุภายในคืนวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐฯ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn , NYpost

ไฟไหม้ซาวน่าญี่ปุ่น สามีภรรยาติดในห้อง เสียชีวิตสลด

ไฟไหม้ซาวน่าญี่ปุ่น สามีภรรยาติดในห้อง เสียชีวิตสลด

19 ธ.ค. 2568 00:58 น.

ไฟไหม้ซาวน่าญี่ปุ่น สามีภรรยาติดในห้อง เสียชีวิตสลด

(ภาพประกอบข่าว)

สามีภรรยาคู่หนึ่งในญี่ปุ่น ติดอยู่ในห้องซาวน่าที่เกิดไฟลุกไหม้และไม่สามารถออกมาได้ สุดท้ายทั้งคู่เสียชีวิต ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า กลอนประตูหลุดอยู่บนพื้น และสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉินก็ไม่ทำงาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สามีภรรยาคู่หนึ่งเสียชีวิตหลังติดอยู่ภายในห้องซาวน่าส่วนตัวที่เกิดเพลิงไหม้ในเขตอากาซากะ ของกรุงโตเกียว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (15 ธ.ค.) โดยตำรวจกำลังเร่งสืบสวนว่า ลูกบิดประตูที่ชำรุดเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ติดอยู่ภายในห้องของสถานบริการ “ซาวน่า ไทเกอร์” (Sauna Tiger) หรือไม่

สื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่นระบุว่าผู้เสียชีวิตคือนาง โยโกะ มัตสึดะ ช่างทำเล็บอายุ 37 ปี และนาย มาซานาริ สามีวัย 36 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเสริมสวย

หน่วยดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 12:25 น. ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ของอาคารดังขึ้น โดยพนักงานสอบสวนให้ข้อมูลกับสื่อญี่ปุ่นว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไปถึงก็พบว่าลูกบิดประตูห้องซาวน่าตกอยู่ที่พื้นแล้ว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พบร่างของสามีภรรยาคู่นี้นอนล้มทับกันอยู่บนพื้น โดยศีรษะอยู่ใกล้กับประตู ซึ่งทั้งคู่ถูกเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ตำรวจระบุด้วยว่า พบผ้าขนหนูที่มีรอยไหม้อยู่ภายในห้องซาวน่า ซึ่งบ่งชี้ว่าสาเหตุของเพลิงไหม้อาจเกิดจากการที่ผ้าขนหนูไปสัมผัสกับหินร้อนในเตาซาวน่า

ภายในห้องซาวน่ามีสัญญาณเตือนฉุกเฉินติดตั้งไว้ที่ผนังเพื่อให้พนักงานทราบหากต้องการความช่วยเหลือ แต่พนักงานสอบสวนพบว่ามันถูกปิดใช้งานอยู่ อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า ฝาครอบสัญญาณเตือนถูกถอดออก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคู่สามีภรรยาน่าจะพยายามกดปุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือแล้ว

นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเจ้าหน้าที่สอบปากคำพนักงานเกี่ยวกับระบบเตือนภัยดังกล่าว พนักงานอ้างว่าระบบนี้ไม่ได้ถูกเปิดใช้งานมาตั้งแต่ช่วงปี 2566

ศูนย์สาธารณสุขเขตมินาโตะให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน ว่าสถานบริการซาวน่าแห่งนี้เปิดดำเนินกิจการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 และได้รับการตรวจสอบครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2566 ซึ่งในขณะนั้นไม่พบข้อบกพร่องร้ายแรงในส่วนของอุปกรณ์

หลังเกิดเหตุ ซาวน่า ไทเกอร์ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต โดยยืนยันว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “อย่างจริงจังที่สุด” และกำลังให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ โดยพวกเขาจะปิดทำการชั่วคราว และคืนเงินให้กับลูกค้าที่จองไว้ล่วงหน้าทั้งหมด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

หวัง อี้ คุยไทย-กัมพูชา อ้าง 2 ฝ่ายพร้อมลดตึงเครียด-หยุดยิง

หวัง อี้ คุยไทย-กัมพูชา อ้าง 2 ฝ่ายพร้อมลดตึงเครียด-หยุดยิง

18 ธ.ค. 2568 22:55 น.

หวัง อี้ คุยไทย-กัมพูชา อ้าง 2 ฝ่ายพร้อมลดตึงเครียด-หยุดยิง

นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนเผย คุยกับรัฐมนตรีไทยกับกัมพูชาแล้ว และทั้งสองฝ่ายแสดงความเต็มใจที่จะลดความตึงเครียด และบังคับใช้การหยุดยิง

เมื่อ 18 ธ.ค. 2568 นายกั๊ว เจี่ยคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของตนเองว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้ต่อสายโทรศัพท์พูดคุยแยกกันกับ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยแล้ว

นายหวัง อี้ ระบุว่า ทั้งฝ่ายกัมพูชาและไทยต่างแสดงความเต็มใจที่จะลดระดับความตึงเครียดและบังคับใช้การหยุดยิง

รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนบอกอีกว่า ในประเด็นชายแดนกัมพูชา-ไทยนั้น จีนสนับสนุนการเจรจาอย่างสันติมาโดยตลอด และยังคงรักษาจุดยืนที่ยุติธรรมและเป็นกลาง พร้อมทั้งสนับสนุนความพยายามในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยของอาเซียน (ASEAN)

กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ส่งทูตพิเศษด้านกิจการเอเชียเดินทางไปยังกัมพูชาและไทยเพื่อดำเนิน “การทูตแบบไปกลับ” (Shuttle Diplomacy) โดยจีนจะยังคงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมและใช้ความพยายามอย่างสร้างสรรค์เพื่อเกื้อหนุนให้เกิดการฟื้นฟูสันติภาพระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

สภาบราซิลผ่านกฎหมาย ลดโทษจำคุก อดีต ปธน.โบลโซนาโร

สภาบราซิลผ่านกฎหมาย ลดโทษจำคุก อดีต ปธน.โบลโซนาโร

18 ธ.ค. 2568 22:21 น.

สภาบราซิลผ่านกฎหมาย ลดโทษจำคุก อดีต ปธน.โบลโซนาโร

รัฐสภาบราซิลผ่านร่างกฎหมายลดโทษจำคุกของอดีตประธานาธิบดี ชาอีร์ โบลโซนาโร แล้ว เหลือเพียงให้ประธานาธิบดี ลูลา ดา ซิลวา ลงนามบังคับใช้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 18 ธ.ค. 2568 รัฐสภาของประเทศบราซิลลงมติผ่านร่างกฎหมายเพื่อลดโทษจำคุกของนายชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีผู้ถูกตัดสินจำคุกนานถึง 27 ปี ในข้อหาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความพยายามก่อรัฐประหารเพื่อพลิกผลการเลือกตั้งปี 2565 แล้ว

ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาเมื่อช่วงดึกของวันพุธที่ผ่านมา (17 ธ.ค.) และขณะนี้ร่างกฎหมายถูกส่งต่อไปยังประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ซึ่งมีเวลา 15 วันทำงาน เพื่อเลือกว่าจะลงนามบังคับใช้หรือใช้สิทธิยับยั้ง (Veto)

อย่างไรก็ตาม นายลูลา ดา ซิลวา ซึ่งตกเป็นเป้าหมายของแผนการลอบสังหาร อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรัฐประหารดังกล่าว ส่งสัญญาณแล้วว่า เขาจะยับยั้งร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่การตัดสินใจของเขาอาจถูกรัฐสภาซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมตีกลับและยกเลิกในภายหลังได้เช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคาดการณ์ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดระยะเวลาการจำคุกของนายโบลโซนาโร ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ขั้นต่ำที่ 6 ปี ให้เหลือเพียง 2 ปีเศษเท่านั้น ไม่รวมกลไกการลดหย่อนโทษอื่นๆ เช่น ความประพฤติดี หรือการอ่านหนังสือที่ทางการยอมรับ

ขณะนี้นายโบลโซนาโร อดีตผู้นำขวาจัดของบราซิล กำลังรับโทษจำคุกอยู่ในห้องขังพิเศษ ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางในกรุงบราซีเลีย โดยทีมทนายความของเขากำลังขออนุมัติจากศาลฎีกาเพื่อให้เขาได้เข้ารับการผ่าตัดไส้เลื่อน

แม้ว่าข้อกฎหมายนี้จะยังห่างไกลจาก “การนิรโทษกรรมทั้งหมด” ตามที่โบลโซนาโรและบุตรชายเรียกร้องมาโดยตลอด แต่การที่ร่างกฎหมายนี้ผ่านการอนุมัติก็เป็นสิ่งที่ครอบครัวของอดีตประธานาธิบดีต่างร่วมยินดี

นายฟลาวิโอ โบลโซนาโร บุตรชายผู้เป็นวุฒิสมาชิกของบราซิล และเป็นตัวเลือกที่จะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับนายลูลา ดา ซิลวา ในการเลือกตั้งปี 2569 โพสต์ข้อความว่า “มันอาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการเสียทีเดียว… แต่มันคือสิ่งที่เป็นไปได้ในขณะนี้”

ร่างกฎหมายฉบับนี้จะลดระยะเวลาจำคุกโดยใช้วิธีรวมโทษจากความผิดสองกระทงที่แตกต่างกัน เช่น “ความพยายามก่อรัฐประหาร” และ “การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยด้วยความรุนแรง” ทว่าให้นับเฉพาะโทษจากกระทงความผิดที่มีบทลงโทษสูงสุดเพียงกระทงเดียวเท่านั้น

ร่างกฎหมายนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อโบลโซนาโรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนสนิททั้งหมดของเขา เช่น นายทหารระดับสูงที่ถูกตัดสินความผิดฐานพยายามก่อรัฐประหารในบราซิลเป็นครั้งแรก ตลอดจนคนอื่นๆ อีกหลายร้อยคนที่ร่วมกันบุกรุกทำลายทรัพย์สินในกรุงบราซีเลียเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2566

ด้วยเหตุนี้ การอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าวจึงถูกมองว่าเป็นความถดถอยครั้งสำคัญสำหรับกลุ่มคนที่เคยร่วมยินดีกับการพิพากษาลงโทษ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณของความก้าวหน้าทางประชาธิปไตยในบราซิล ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดระบุว่า ชาวบราซิลส่วนใหญ่คัดค้านการลดหย่อนโทษในครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

ไทม์ไลน์เลือกตั้ง 69 เช็กวันใช้สิทธิ-ประกาศผล

ไทม์ไลน์เลือกตั้ง 69 เช็กวันใช้สิทธิ-ประกาศผล

18 ธ.ค. 2568 17:51 น.

ไทม์ไลน์เลือกตั้ง 69 เช็กวันใช้สิทธิ-ประกาศผล

เปิดไทม์ไลน์เลือกตั้ง 2569 เช็กวันใช้สิทธิล่วงหน้าทั้งในและนอกเขตเลือกตั้ง ก่อนเข้าคูหาเลือก สส.ในพื้นที่วันที่ 8 ก.พ. 2569 พร้อมลุ้นวันที่ กกต. ประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ประกาศยุบสภาอย่างเป็นทางการ จากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ประกาศวันในการจัดการเลือกตั้ง และกำหนดวันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดังนี้

20 ธ.ค. 68 – 5 ม.ค. 69

ลงทะเบียน ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า

27-31 ธ.ค. 68

รับสมัคร สส.แบบแบ่งเขต

28-31 ธ.ค. 68

– ส่งรายชื่อ ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ

– แจ้งรายชื่อ แคนดิเดต นายกฯ

1 ก.พ. 69

– วันลงคะแนน เลือกตั้งล่วงหน้า ในเขต / นอกเขตเลือกตั้ง

– วันลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้ง สำหรับคนพิการ ทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ

1-7 ก.พ. 69

แจ้งเหตุ ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

8 ก.พ. 69

วันเลือกตั้ง สส.

9-15 ก.พ. 69

แจ้งเหตุ ไม่ไปใช้สิทธิหลังเลือกตั้ง

9 เม.ย. 69

วันสุดท้าย กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง

ข้อมูล กกต.

จำคุกตลอดชีวิต อดีตวิสัญญีแพทย์ฝรั่งเศส วางยาคนไข้ 30 ราย ดับ 12 ศพ

จำคุกตลอดชีวิต อดีตวิสัญญีแพทย์ฝรั่งเศส วางยาคนไข้ 30 ราย ดับ 12 ศพ

18 ธ.ค. 2568 16:36 น.

จำคุกตลอดชีวิต อดีตวิสัญญีแพทย์ฝรั่งเศส วางยาคนไข้ 30 ราย ดับ 12 ศพ

ศาลในเมืองเบอซ็องซง จังหวัดดูส์ ประเทศฝรั่งเศส ได้มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต นายเฟรเดริก เปชิเยร์ อดีตวิสัญญีแพทย์วัย 53 ปี ในข้อหาฆาตกรรมโดยการแอบใส่สารพิษในถุงน้ำเกลือหวังสร้างสถานการณ์ฉุกเฉินให้คนไข้หัวใจหยุดเต้นจำนวน 30 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตถึง 12 ราย เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างปี 2008 ถึง 2017

ศาลระบุว่านายเปชิเยร์มีความผิดจริงในการแอบใส่สารพิษลงในถุงน้ำเกลือหรือถุงให้สารน้ำสำหรับคนไข้ที่กำลังรอการผ่าตัด สารที่เขาใช้มีทั้ง โพแทสเซียม, ยาชาเฉพาะที่, อะดรีนาลีน และเฮพาริน เป้าหมายของเขาคือการจงใจทำให้คนไข้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือเลือดออกไม่หยุดในระหว่างที่แพทย์คนอื่นกำลังดูแลอยู่ เพื่อที่เขาจะได้เข้าไปมีบทบาทในการกู้ชีพและแสดงความสามารถเหนือเพื่อนร่วมงาน หรือสร้างภาพว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการคลี่คลายสถานการณ์วิกฤต

อัยการผู้ฟ้องคดีระบุว่านายเปชิเยร์คือ “หนึ่งในอาชญากรที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์” โดยใช้ความรู้ทางการแพทย์มาเป็นเครื่องมือในการฆ่าคน คริสติน เดอ กูแรซ อัยการโจทก์กล่าวในศาลว่า “คุณพยายามวางตัวเป็นเหยื่อมาตลอด แต่คุณไม่คู่ควรกับตำแหน่งนายแพทย์ คุณคือหมอมรณะ” 

นายเปชิเยร์ซึ่งเข้ารับฟังการพิจารณาคดีโดยไม่ได้ถูกคุมขังมาก่อนหน้านี้ ถูกนำตัวเข้าสู่เรือนจำทันทีหลังสิ้นสุดคำพิพากษา อย่างไรก็ตาม เขายังสามารถยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวในอนาคตผ่านทนายความได้ตามกฎหมาย

ด้านนายแรนดัล ชแวร์ดอร์เฟอร์ ทนายความส่วนตัวซึ่งยืนยันว่าลูกความของเขาคือ “แพะรับบาป” ที่ถูกชุมชนการแพทย์รุมทำลาย ได้ประกาศเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีในชั้นถัดไป โดยระบุว่าจะดึงตัวทนายความระดับแถวหน้าของประเทศมาร่วมทีมสู้คดีครั้งใหม่

คดีนี้ถือเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องทางการแพทย์ที่เขย่าขวัญชาวฝรั่งเศสมากที่สุดในรอบหลายสิบปี เนื่องจากเหยื่อมีจำนวนมากและผู้ก่อเหตุเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง.

ที่มา France Info

ออสเตรเลียลั่นปราบปราม “เฮทสปีช” หลังร่วมอำลา “มาทิลดา” เหยื่อเด็กเหตุยิงหาดบอนได

ออสเตรเลียลั่นปราบปราม "เฮทสปีช" หลังร่วมอำลา "มาทิลดา" เหยื่อเด็กเหตุยิงหาดบอนได

18 ธ.ค. 2568 13:11 น.

ออสเตรเลียลั่นปราบปราม “เฮทสปีช” หลังร่วมอำลา “มาทิลดา” เหยื่อเด็กเหตุยิงหาดบอนได

นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลีย ให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมจากความเกลียดชังอย่างจริงจัง ขณะที่ชาวออสเตรเลียจำนวนมากได้ร่วมพิธีไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณของ “มาทิลดา” เด็กหญิงวัย 10 ปี ซึ่งเป็นเหยื่อที่อายุน้อยที่สุดจากเหตุการณ์กราดยิงกลางงานเทศกาลฮานุกกะห์ ที่ชายหาดบอนได ท่ามกลางกระแสความโกรธแค้นของประชาชนต่อปัญหาการเหยียดเชื้อชาติชาวยิวที่พุ่งสูงขึ้น

ชาวออสเตรเลียจำนวนมากได้ร่วมพิธีไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณของ “มาทิลดา” เด็กหญิงวัย 10 ปี ซึ่งเป็นเหยื่อที่อายุน้อยที่สุดจากเหตุการณ์กราดยิงสะเทือนขวัญกลางงานเทศกาลฮานุกกะห์ ที่ชายหาดบอนได โดยบรรยากาศภายในงานศพที่จัดขึ้นทางตะวันออกของนครซิดนีย์เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หีบศพสีขาวขนาดเล็กของมาทิลดาถูกประดับด้วยตุ๊กตาผึ้งสีเหลือง ซึ่งมาจากชื่อกลางของเธอคือ “Bee” โดยผู้มาร่วมงานต่างพากันติดสติกเกอร์รูปผึ้งและนำลูกโป่งสีเหลืองมาเพื่อระลึกถึงเด็กหญิงผู้ถูกจดจำในฐานะ “รังสีแห่งแสงอาทิตย์” ผู้รักสัตว์และการเต้นรำ

นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ได้แถลงข่าวแสดงความเสียใจและยืนยันว่ารัฐบาลเตรียมเสนอมาตราการทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เพื่อจัดการกับ Hate Speech และความรุนแรง โดยมีประเด็นหลักคือการเพิ่มโทษทางอาญาสำหรับผู้ที่ส่งเสริมความเกลียดชังและความรุนแรง การปรับปรุงกฎหมายให้สามารถยกเลิกหรือปฏิเสธวีซ่าบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมได้ง่ายขึ้น และการกวาดล้างองค์กรสุดโต่ง ที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่มีผู้นำเกี่ยวข้องกับการสร้างความเกลียดชัง

“ชาวออสเตรเลียกำลังโกรธแค้น ผมเองก็โกรธแค้นเช่นกัน ชัดเจนว่าเราต้องทำมากกว่านี้เพื่อกำจัดสิ่งชั่วร้ายนี้ให้หมดไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ในส่วนของคดีตำรวจระบุว่าผู้ก่อเหตุคือ นายซาจิด อัคราม วัย 50 ปี ซึ่งถูกวิสามัญในที่เกิดเหตุ และนายนาวีด อัคราม อายุ 24 ปี บุตรชาย ซึ่งขณะนี้ถูกตั้งข้อหาหนักถึง 59 กระทง รวมถึงข้อหาฆาตกรรมและก่อการร้าย โดยศาลได้เลื่อนการพิจารณาคดีไปจนถึงเดือนเมษายน 2026

ผลการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า สองพ่อลูกคู่นี้อาจได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มรัฐอิสลาม และมีการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธในประเทศฟิลิปปินส์ หลังจากพบข้อมูลว่าทั้งคู่เคยเดินทางไปยังฟิลิปปินส์เป็นเวลาหนึ่งเดือนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติของฟิลิปปินส์ยืนยันว่ายังไม่พบหลักฐานว่าทั้งคู่ได้รับการฝึกอาวุธในประเทศ

แม้รัฐบาลจะพยายามควบคุมสถานการณ์ แต่เหตุการณ์เหยียดเชื้อชาติยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดตำรวจซิดนีย์เพิ่งจับกุมชายวัย 19 ปีที่ข่มขู่และทำสัญลักษณ์รุนแรงใส่ชาวยิวบนเครื่องบินระหว่างเดินทางจากบาหลีมายังซิดนีย์ ซึ่งตอกย้ำถึงความเปราะบางของความขัดแย้งทางเชื้อชาติในออสเตรเลียที่พุ่งสูงขึ้นนับตั้งแต่เกิดสงครามในฉนวนกาซา.

ที่มา Reuters

ทรัมป์โวเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังพุ่ง โยนความผิดค่าครองชีพสูงให้ไบเดน

ทรัมป์โวเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังพุ่ง โยนความผิดค่าครองชีพสูงให้ไบเดน

18 ธ.ค. 2568 11:56 น.

ทรัมป์โวเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังพุ่ง โยนความผิดค่าครองชีพสูงให้ไบเดน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ถึงชาวอเมริกัน ให้คำมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังมุ่งสู่การขยายตัวครั้งใหญ่ พร้อมกล่าวโทษนายโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาราคาสินค้าที่พุ่งสูง พร้อมประกาศแจกเช็คโบนัส “Warrior Dividend” ให้ทหารคนละ 1,776 ดอลลาร์ ท่ามกลางคะแนนนิยมที่ดิ่งเหวจากปัญหาสินค้าราคาแพง

ทรัมป์ วัย 79 ปี กล่าวจากทำเนียบขาวในโอกาสครบหนึ่งปีของการกลับมาดำรงตำแหน่งว่า เขา “รับช่วงปัญหามหาศาลมาแก้ไข” และยืนยันว่าราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ประชาชนกังวลนั้น “กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว” แม้จะยอมรับว่ายังไม่จบสิ้น แต่ย้ำว่าความคืบหน้ามีให้เห็นชัดเจน

ท่ามกลางความประหลาดใจ ทรัมป์ประกาศมอบ “เงินปันผลนักรบ” ให้กำลังพลสหรัฐ 1.45 ล้านนาย คนละ 1,776 ดอลลาร์สหรัฐ  (ราว 55,909 บาท) ก่อนเทศกาลคริสต์มาส โดยใช้งบจากรายได้ภาษีศุลกากร พร้อมระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นการยกย่องปี ค.ศ.1776 ซึ่งเป็นปีสถาปนาประเทศ และสหรัฐฯ จะฉลองครบรอบ 250 ปีในปีหน้า

ผู้นำสหรัฐยังย้ำว่า ปี 2026 สหรัฐจะเผชิญ “การเติบโตทางเศรษฐกิจที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน” ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่สหรัฐร่วมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกกับแคนาดาและเม็กซิโก อย่างไรก็ดี แม้ทำเนียบขาวจะโปรโมตสุนทรพจน์นี้ว่าเป็นการวางทิศทางเศรษฐกิจตลอดวาระที่สอง แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงมุ่งโจมตีคู่ขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะนายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต และผู้อพยพ ที่ทรัมป์กล่าวหาว่าแย่งงานชาวอเมริกัน

ฝ่ายเดโมแครตตอบโต้ทันที โดยวุฒิสมาชิกชัค ชูเมอร์ ระบุว่า ทรัมป์ “อยู่ในโลกที่ตัดขาดจากความเป็นจริงของคนอเมริกัน” พร้อมชี้ว่าข้อเท็จจริงคือราคาสินค้ายังเพิ่มขึ้น อัตราว่างงานสูงขึ้น และไม่เห็นสัญญาณยุติ

สุนทรพจน์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังปีที่ทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดีอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การปราบปรามผู้อพยพ ไปจนถึงการเล่นงานฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

ผลสำรวจหลายสำนักสะท้อนว่า ประเด็นที่ชาวอเมริกันกังวลมากที่สุดคือค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามีส่วนมาจากนโยบายภาษีศุลกากรต่อคู่ค้าทั่วโลกของทรัมป์ ผลโพล PBS News/NPR/Marist ที่เผยแพร่วันเดียวกัน ระบุว่าทรัมป์ได้คะแนนนิยมด้านการจัดการเศรษฐกิจต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดย 57% ไม่เห็นด้วย และกังวลค่าครองชีพ ขณะที่โพล YouGov ชี้ว่า 52% มองว่าเศรษฐกิจแย่ลงภายใต้การนำของเขา

ทรัมป์ยังเผชิญเสียงวิจารณ์จากฐานเสียง MAGA ว่าให้ความสำคัญกับการทูตต่างประเทศ เช่น ยูเครน กาซา และความตึงเครียดกับเวเนซุเอลา มากกว่าปัญหาในประเทศ แม้สุนทรพจน์ครั้งนี้จะไม่กล่าวถึงยูเครนหรือเวเนซุเอลา แต่เขาอ้างผลงานเรื่องการหยุดยิงในกาซา การโจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน และการทำสงครามกับเครือข่ายค้ายาเสพติด

สัญญาณการปรับยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจเริ่มชัดขึ้น เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมปีหน้าใกล้เข้ามา หลังรีพับลิกันพ่ายแพ้หนักในการเลือกตั้งท้องถิ่นสำคัญเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่ทรัมป์เร่งเดินสายภายในประเทศเพื่อสื่อสารนโยบายเศรษฐกิจ โดยสัปดาห์ก่อนเขาสัญญาที่เพนซิลเวเนียว่าจะ “ทำให้อเมริกามีค่าครองชีพที่เอื้อมถึงอีกครั้ง” และมีกำหนดจัดเวทีปราศรัยในนอร์ทแคโรไลนาในวันศุกร์นี้

ด้านรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ซึ่งถูกจับตาในฐานะผู้สืบทอดทางการเมืองในปี 2028 ก็ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนอดทนต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน.

ที่มา AFP

กยท.รุดเยียวยา! ‘ชาวสวนยาง’ ชายแดนบุรีรัมย์-หลังได้รับผลกระทบสู้รบ

กยท.รุดเยียวยา! ‘ชาวสวนยาง’ ชายแดนบุรีรัมย์-หลังได้รับผลกระทบสู้รบ

กยท.รุดเยียวยา! ‘ชาวสวนยาง’ ชายแดนบุรีรัมย์-หลังได้รับผลกระทบสู้รบ

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.53 น.

กยท.รุดเยียวยา! ชาวสวนยางชายแดนบุรีรัมย์ จ่ายรายละ 3,000 บ. เผยสู้รบทำผลผลิตหาย 1.5 หมื่นตันต่อวัน

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมคณะ มอบถุงยังชีพ 1,000 ชุด ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางที่ลี้ภัยจากการสู้รบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้แทนรับมอบ

ดร.เพิก เปิดเผยว่า กยท. เตรียมงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้ 1.เงินชดเชยขาดรายได้ รายละ 3,000 บาท ระหว่างที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ทำกินได้ 2.กรณีเสียชีวิต ซึ่งช่วยเหลือค่าทำศพรายละ 30,000 บาท และ 3.การฟื้นฟู โดยสนับสนุนปุ๋ยและอุปกรณ์การเกษตรเพื่อลดต้นทุนในพื้นที่ที่สวนยางได้รับความเสียหายจากการโดนระเบิด

ปัจจุบันพื้นที่สวนยางใน 9 จังหวัดชายแดนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะ จ.บุรีรัมย์ เสียหายกว่า 1 แสนไร่ และภาพรวมทั้งแนวชายแดนเสียหายกว่า 1 ล้านไร่ ส่งผลให้ผลผลิตยางพาราหายไปจากระบบประมาณ 10,000 – 15,000 ตันต่อวัน

สำหรับสถานการณ์ราคายาง ดร.เพิก ระบุว่า หลังจากผ่านพ้นช่วงขาลงจากปัจจัยน้ำท่วมหาดใหญ่และค่าเงินบาทแข็งค่า ขณะนี้ราคายางได้หยุดการลดลงและเริ่มขยับเป็นขาขึ้นในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เนื่องจากซัพพลายในตลาดหายไปจากเหตุสู้รบ โดย กยท. ได้เตรียมเงินหมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการและรักษาเสถียรภาพราคา มั่นใจว่าราคายางเฉลี่ยทั้งปีจะไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน

///////-026