ล่ามือปืนต่อ เหตุกราดยิง ม.บราวน์ หลังผู้ต้องสงสัยถูกปล่อยตัว

ล่ามือปืนต่อ เหตุกราดยิง ม.บราวน์ หลังผู้ต้องสงสัยถูกปล่อยตัว

16 ธ.ค. 2568 06:03 น.

ล่ามือปืนต่อ เหตุกราดยิง ม.บราวน์ หลังผู้ต้องสงสัยถูกปล่อยตัว

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ตามล่าหามือปืน ผู้ก่อเหตุกราดยิงที่มหาวิทยาลัยบราวน์ต่อ หลังจากพวกเขาปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยที่จับได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีหลักฐานไม่เพียงพอ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การตามล่าหาตัวมือปืนผู้ก่อเหตุกราดยิงที่มหาวิทยาลัยบราวน์ วิทยาเขตเมืองโพรวิเดนซ์ รัฐโรดไอส์แลนด์ของสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไปในวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. 2568 หลังจากเจ้าหน้าที่ตัดสินใจปล่อยตัวชายต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้

เหตุกราดยิงดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (13 ธ.ค.) ชายคนหนึ่งพร้อมปืนไรเฟิลได้บุกเข้าไปในอาคารที่กำลังมีการสอบอยู่ แล้วเปิดฉากยิงก่อนจะหลบหนีไป ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีก 9 ราย หนึ่งในนี้อาการอยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่ 7 รายมีอาการทรงตัวแต่ยังต้องอยู่ในโรงพยาบาล และอีกรายได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว

ก่อนหน้านี้ นายแคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนกลาง (FBI) ประกาศการจับกุม “บุคคลที่น่าสนใจ” (person of interest) รายหนึ่ง และบอกว่า ตำรวจท้องถิ่นได้ให้เบาะแสแก่การสืบสวนของรัฐบาลกลางแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ต้องถอนคำพูดดังกล่าวในช่วงเย็นวันอาทิตย์ (ตามเวลาท้องถิ่น) เนื่องจากมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเชื่อมโยงบุคคลผู้นี้เข้ากับเหตุกราดยิง และสุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็ตัดสินใจปล่อยตัวเขาไป

เบรตต์ สไมลีย์ นายกเทศมนตรีเมืองโพรวิเดนซ์ กล่าวว่า “เรารู้ว่าเรื่องนี้มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความวิตกกังวลครั้งใหม่ให้กับชุมชนของเรา” “มันน่าตกใจและน่าเศร้ามาก ผมรู้จักนักเรียนที่นี่ ซึ่งหลายคนต้องหลบภัยอยู่หลายชั่วโมงเมื่อคืนนี้” “พวกเขาทุกคนรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก”

เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยบราวน์เปิดเผยว่า การสอบปลายภาคที่กำหนดไว้ในวันอาทิตย์ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2568 เป็นต้นมา เกิดเหตุกราดยิงในสหรัฐฯ ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บตั้งแต่ 4 คนขึ้นไปมากกว่า 300 ครั้งแล้ว โดยในงานคริสต์มาสที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดถึงเหตุกราดยิงมหาวิทยาลัยบราวน์สั้นๆ ว่า “สิ่งต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้” และขอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ “หายดีโดยเร็ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์แก้ตัว เหตุโพสต์โจมตี ร็อบ ไรเนอร์ หลังมีข่าวเสียชีวิต

ทรัมป์แก้ตัว เหตุโพสต์โจมตี ร็อบ ไรเนอร์ หลังมีข่าวเสียชีวิต

16 ธ.ค. 2568 05:07 น.

ทรัมป์แก้ตัว เหตุโพสต์โจมตี ร็อบ ไรเนอร์ หลังมีข่าวเสียชีวิต

โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาปกป้องโพสต์ของตัวเขาเอง ที่โจมตีนาย ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังว่าเป็นคนวิปลาส หลังจากมีข่าวว่าเขากับภรรยาเสียชีวิตจากการฆาตกรรม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาปกป้องโพสต์ก่อนหน้านี้ของเขา ที่โจมตีนาย ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับชื่อดังว่า เป็น “บุคคลที่วิปลาส” หลังจากมีข่าวว่าเขาถูกพบเป็นศพที่บ้านในลอสแอนเจลิสพร้อมกับภรรยาของเขา จนทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวาง

นายทรัมป์ระบุว่า “ผมไม่ได้เป็นแฟนของร็อบ ไรเนอร์เลย ไม่ว่าในทางใด รูปแบบใด หรือลักษณะใดก็ตาม”

ทั้งนี้ ในโพสต์ก่อนหน้านี้ของนายทรัมป์ เขาระบุโดยไม่ได้ให้หลักฐานใดๆ ว่า มีรายงานว่าไรเนอร์กับภรรยาเสียชีวิต “เนื่องจากความโกรธที่เขาก่อให้เกิดกับผู้อื่นผ่านความเจ็บป่วยครั้งใหญ่ ไม่ยอมลดละ และรักษาไม่หาย” ด้วย “อาการทางจิตจากความเกลียดชังทรัมป์ (Trump Derangement Syndrome)”

นายทรัมป์กล่าวหาอีกว่า นายไรเนอร์ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตมาตลอดชีวิต อยู่เบื้องหลัง เรื่องหลอกลวงเกี่ยวกับรัสเซีย

ข้อความดังกล่าวเรียกเสียงประณามอย่างกว้างขวาง รวมถึงจากบุคคลสำคัญของพรรครีพับลิกันด้วย เช่น มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน สส.รีพับลิกันจากรัฐจอร์เจีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ปกป้องประธานาธิบดีทรัมป์อย่างแข็งขัน แต่ล่าสุดได้ผันตัวมาเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์

“นี่คือโศกนาฏกรรมของครอบครัว ไม่ใช่เรื่องของการเมืองหรือศัตรูทางการเมือง” เธอเขียนบน X พร้อมเสริมว่า ควรจะ “แสดงความเห็นอกเห็นใจ”

โทมัส แมสซี สส.รัฐเคนทักกี สมาชิกรีพับลิกันอีกคนที่มักวิพากษ์วิจารณ์นายทรัมป์ ระบุว่าโพสต์ของประธานาธิบดี ไม่เหมาะสมและไม่ให้เกียรติ “ผมเดาว่าเพื่อน สส.พรรค GOP ที่ได้รับเลือกตั้งของผม, รองประธานาธิบดี, และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคงจะเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ เพราะพวกเขากลัวใช่ไหม? ผมขอท้าให้ทุกคนออกมาปกป้องมัน (โพสต์ของทรัมป์)”

บางคนก็ยกข้อความของนายทรัมป์ไปเปรียบเทียบกับคำพูดที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงการฆาตกรรมผู้สนับสนุนตัวเขาอย่างนาย ชาร์ลี เคิร์ก ซึ่งนายทรัมป์ระบุว่าเป็น “ความน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด” และ “เกินความเชื่อ” แตกต่างจากกรณีของนายไรเนอร์อย่างสิ้นเชิง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

FBI เผย สกัดแผนก่อการร้ายวันสิ้นปี ในภาคใต้รัฐแคลิฟอร์เนีย

FBI เผย สกัดแผนก่อการร้ายวันสิ้นปี ในภาคใต้รัฐแคลิฟอร์เนีย

16 ธ.ค. 2568 04:36 น.

FBI เผย สกัดแผนก่อการร้ายวันสิ้นปี ในภาคใต้รัฐแคลิฟอร์เนีย

เจ้าหน้าที่ FBI ของสหรัฐฯ เผยว่า สกัดแผนการโจมตีวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในรัฐแคลิฟอร์เนียได้สำเร็จ และจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 4 ราย

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. 2568 สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของลอสแอนเจลิส เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถขัดขวางแผนการก่อการร้ายในวันส่งท้ายปีเก่าของกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งตั้งใจจะใช้ระเบิดโจมตีพื้นที่อย่างน้อย 5 แห่งในภาคใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียไว้ได้

เจ้าหน้าที่ระบุว่า พวกเขาจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นสมาชิกกลุ่ม “Turtle Island Liberation Front” กลุ่มย่อยของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่สนับสนุนปาเลสไตน์ได้เมื่อสัปดาห์ก่อน ในขณะที่คนกลุ่มนี้กำลังเดินทางไปยังทะเลทรายทางตะวันออกของลอสแอนเจลิสเพื่อทดสอบระเบิดแสวงเครื่อง (IED)

FBI เชื่อว่าสามารถขัดขวางแผนการดังกล่าวได้แล้ว แต่การสืบสวนเพื่อระบุตัวผู้ต้องสงสัยอื่น ๆ ที่อาจหลงเหลืออยู่ ยังคงดำเนินต่อไป

น.ส.แพม บอนดี อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ ระบุผ่าน X เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า หน่วยงานต่าง ๆ ได้ขัดขวางกลุ่มหัวรุนแรง “ฝ่ายซ้ายจัด” ไม่ให้ดำเนินการตาม “แผนการก่อการร้ายครั้งใหญ่และน่าสะพรึงกลัว”

ผู้ต้องสงสัย 4 รายนี้ได้แก่ ออเดรย์ อิลลีน แคร์โรลล์ อายุ 30 ปี, ซาคารี อารอน เพจ อายุ 32 ปี, ดันเต แกฟฟีลด์ อายุ 24 ปี และ ทีนา ไล อายุ 41 ปี จะถูกตั้งข้อหาหลายอย่าง รวมถึง สมคบคิดและการครอบครองอุปกรณ์ทำลายล้างที่ไม่ได้ลงทะเบียน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า คนกลุ่มนี้เดินทางไปยังทะเลทรายพร้อมกับ “สารเคมีตั้งต้น” และถูกกล่าวหาว่ากำลังจะสร้างระเบิดด้วยอุปกรณ์เหล่านั้น

เครื่องบินตรวจการณ์บันทึกภาพความเคลื่อนไหวของพวกเขา ขณะที่หน่วยสวาทของ FBI พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ FBI ออกปฏิบัติการจับกุมทั้ง 4 คนได้โดยละม่อม และสืบทราบว่าสถานที่เป้าหมายของการโจมตีรวมถึงบริษัทอเมริกัน 2 แห่งในพื้นที่ลอสแอนเจลิส โดยจะลงมือในเวลาเที่ยงคืนของวันส่งท้ายปีเก่า

ผู้ต้องสงสัยถูกกล่าวหาด้วยว่า กำลังหารือแผนการโจมตีเจ้าหน้าที่และยานพาหนะของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ด้วยระเบิดแสวงเครื่องแบบท่อในช่วงเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ 2569 โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่านางแคร์โรลล์พูดว่า การระเบิดจะกำจัดพวกนั้นบางส่วนออกไป และทำให้พวกที่เหลือหวาดกลัว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เจ้าของโนเบลสันติภาพอิหร่าน เข้าโรงพยาบาล หลังถูกจับกุมอย่างรุนแรง

เจ้าของโนเบลสันติภาพอิหร่าน เข้าโรงพยาบาล หลังถูกจับกุมอย่างรุนแรง

16 ธ.ค. 2568 04:06 น.

เจ้าของโนเบลสันติภาพอิหร่าน เข้าโรงพยาบาล หลังถูกจับกุมอย่างรุนแรง

(ภาพจาก AFP PHOTO / NARGES MOHAMMADI FOUNDATION)

นาร์เกส โมฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวหญิงชาวอิหร่าน ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากเธอถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าจับกุมอย่างรุนแรงเมื่อหลายวันก่อน

เมื่อ 15 ธ.ค. 2568 ครอบครัวของ น.ส.นาร์เกส โมฮัมมาดี รองประธานศูนย์ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนในอิหร่าน ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2566 ออกมาเปิดเผยว่า เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากถูกทำร้ายร่างกายระหว่างการจับกุมเมื่อสัปดาห์ก่อน

มูลนิธิ Narges Foundation ระบุว่า นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนวัย 53 ปีรายนี้ ได้โทรศัพท์แจ้งแก่ครอบครัวของ น.ส.โมฮัมมาดีเมื่อวันอาทิตย์ว่า เธอถูกนำตัวไปยังแผนกฉุกเฉินถึงสองครั้ง หลังจากถูก “เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบทำร้ายด้วยกระบองอย่างรุนแรงและซ้ำ ๆ บริเวณศีรษะและลำคอ”

ทางการอิหร่านไม่แสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ระบุว่า น.ส.โมฮัมมาดีถูกควบคุมตัวเนื่องจากกล่าว “ถ้อยคำยั่วยุ” ในพิธีรำลึกที่เมืองมาชาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ธ.ค.)

คณะกรรมการโนเบลและ จาฟาร์ ปานาฮี ผู้กำกับภาพยนตร์มือรางวัลชาวอิหร่าน เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเธอ

ทั้งนี้ น.ส.โมฮัมมาดีได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปี 2566 จากการเคลื่อนไหวต่อต้านการกดขี่สตรีในอิหร่านและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน โดยเธอใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำมานานกว่า 10 ปี และในปี 2564 เธอก็ถูกตัดสินจำคุกอีก 13 ปี ข้อหาก่ออาชญากรรม “กิจกรรมโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐ” และ “การสมคบคิดต่อต้านความมั่นคงของรัฐ” ซึ่งเธอปฏิเสธข้อกล่าวหา

ในเดือนธันวาคม 2567 น.ส.โมฮัมมาดีได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำเอวิน (Evin) ที่มีชื่อเสียงด้านความโหดร้ายในกรุงเตหะรานด้วยเหตุผลทางการแพทย์ และเธอยังคงทำกิจกรรมรณรงค์เรื่อยมาขณะที่เข้ารับการรักษา

เมื่อวันศุกร์ (12 ธ.ค.) เธอได้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีรำลึกที่เมืองมาชาดให้กับ คอสโร อาลีคอร์ดี นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนและทนายความที่ถูกพบว่าเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ในสภาพการณ์ที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่าเป็น “ที่น่าสงสัย”

ตามรายงานของมูลนิธิ Narges Foundation อ้างว่า ผู้เห็นเหตุการณ์เห็น น.ส.โมฮัมมาดีถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบประมาณ 15 คนทำร้ายในพิธีรำลึก บางคนดึงผมและใช้ไม้และกระบองทุบตีเธอ กล่าวหาว่าเธอให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอิสราเอล และยังขู่ฆ่าโดยบอกกับเธอว่า “เราจะทำให้แม่ของเธอต้องไว้ทุกข์”

นอกจาก น.ส.โมฮัมมาดีแล้วยังมีนักเคลื่อนไหวอีก 2 คนถูกควบคุมตัวในพิธีรำลึกนี้ด้วย ได้แก่ เซพิเดห์ โกลเลียน และ พูราน นาเซมี ซึ่งทั้งคู่ก็ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบทำร้ายเช่นกัน

ด้านนายฮาซัน เฮมาติฟาร์ อัยการประจำเมืองมาชาดบอกกับผู้สื่อข่าวในวันเสาร์ว่า น.ส.โมฮัมมาดีเป็นหนึ่งใน 39 คนที่ถูกจับกุม เนื่องจากเธอกับนายจาเวด น้องชายของคอสโร อาลีคอร์ดี ได้ยุยงให้ผู้เข้าร่วมงาน “ตะโกนสโลแกนผิดกฎหมาย” และ “รบกวนความสงบ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับดัง ถูกพบเป็นศพพร้อมเมีย ลูกชายถูกจับกุม

ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับดัง ถูกพบเป็นศพพร้อมเมีย ลูกชายถูกจับกุม

16 ธ.ค. 2568 00:05 น.

ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับดัง ถูกพบเป็นศพพร้อมเมีย ลูกชายถูกจับกุม

ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของฮอลลีวูด ถูกพบเป็นศพพร้อมกับภรรยา ที่บ้านในลอสแอนเจลิส ขณะที่ลูกชายของพวกเขาถูกจับกุมข้อหาก่ออาชญากรรมร้ายแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 15 ธ.ค. 2568 ว่า ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับและนักแสดงฮอลลีวูดระดับตำนาน กับ มิเชล ภรรยาของเขา ถูกพบว่าเสียชีวิตอยู่ที่บ้านพักของพวกเขาที่นครลอสแอนเจลิส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 ธ.ค. 2568) โดยตำรวจระบุว่า เหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นการฆาตกรรม

ตำรวจลอสแอนเจลิสเปิดเผยว่า เวลาประมาณ 15:38 น.ของวันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น หน่วยดับเพลิงแอลเอถูกเรียกให้ไปช่วยเหลือที่บ้านหลังหนึ่งในย่านเบรนต์วูด ซึ่งเป็นย่านมีบ้านของดาราคนดังจำนวนมาก

ในเบื้องต้น ตำรวจพบร่างของชายอายุ 78 ปี กับหญิงอายุ 68 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ประกาศว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีการยืนยันว่า ผู้ตายคือ ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง กับ มิเชล ภรรยาของเขา ซึ่งตำรวจกำลังสืบสวนเหตุการณ์นี้ในฐานะคดีฆาตกรรม

นายอลัน แฮมิลตัน รองผู้บัญชาการตำรวจแอลเอกล่าวว่า ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสองยังคงอยู่ในบ้าน นานกว่าหกชั่วโมงหลังจากที่ตำรวจและนักดับเพลิงถูกเรียกไป โดยไม่เปิดเผยว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

ต่อมาสื่อท้องถิ่นในสหรัฐฯ ก็รายงานข่าว โดยอ้างข้อมูลจาก บันทึกของศูนย์ควบคุมผู้ต้องขังของสำนักงานนายอำเภอเขตลอสแอนเจลิส เคาน์ตี (LASD) ว่า นิค ไรเนอร์ ลูกชายวัย 32 ปีของนายร็อบ ไรเนอร์ ถูกจับกุมตัวและถูกควบคุมตัวภายใต้วงเงินประกัน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

บันทึกระบุว่า ชายวัย 32 ปี ถูกควบคุมตัวในความผิดระดับอาชญากรรมร้ายแรง โดยถูกจับกุมเมื่อเวลา 21:15 น. วันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น และถูกบันทึกการจับกุมในเวลา 05:04 น. ของวันจันทร์ โดยตำรวจยืนยันในเวลาต่อมาว่า เขาถูกจับข้อหาฆาตกรรม

ทั้งนี้ ร็อบ ไรเนอร์ เป็นที่รู้จักจากการกำกับภาพยนตร์ระดับไอคอนิกหลายเรื่อง รวมถึง When Harry Met Sally, This is Spinal Tap, The Princess Bride, Stand By Me, Misery และ A Few Good Men

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก ดับแล้ว 37 ศพ อุตุฯ เตือนฝนตกต่อเนื่อง

น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก ดับแล้ว 37 ศพ อุตุฯ เตือนฝนตกต่อเนื่อง

15 ธ.ค. 2568 23:20 น.

น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก ดับแล้ว 37 ศพ อุตุฯ เตือนฝนตกต่อเนื่อง

เหตุน้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโกทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 37 ศพ ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ฝนจะตกลงมาอีกในวันอังคารนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันที่เมืองซาฟี (Safi) เมืองท่าบริเวณชายฝั่งทะเลของประเทศโมร็อกโก ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 ศพ มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคนต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล ขณะที่บ้านเรือนอย่างน้อย 70 หลังในย่านใจกลางเมืองเก่าถูกน้ำท่วม

ข่าวระบุว่า รถยนต์และกองขยะจำนวนมากถูกน้ำซัดไปทั่วเมืองซาฟี หลังจากที่ฝนตกหนักอย่างรุนแรงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนทำให้ถนนบางสายถูกปิดกั้นเนื่องจากความเสียหายและเศษซากต่าง ๆ

ชาวเมืองซาฟีบางคนระบุว่า นี่เป็นวันอันมืดมน ส่วนอีกคนบอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า เธอสูญเสียทุกอย่างในเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ แม้แต่เสื้อผ้าก็ต้องขอยืมเพื่อนบ้านมาใส่

ด้านทางการโมร็อกโกระบุว่า ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป ในขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ฝนจะตกลงมาอย่างหนักต่อไปในวันอังคาร พร้อมกับมีหิมะที่ตกทั่วเทือกเขาแอตลาส

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศมีส่วนทำให้สภาพอากาศของโมร็อกโกผันผวนอย่างรุนแรง โดยก่อนหน้านี้ พวกเขาต้องเผชิญกับภัยแล้งติดต่อกันนานถึง 7 ปี จนทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลดลง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ออสเตรเลีย จ่อเพิ่มคุมเข้มอาวุธปืน หลังเหตุกราดยิงหาดบอนได

ออสเตรเลีย จ่อเพิ่มคุมเข้มอาวุธปืน หลังเหตุกราดยิงหาดบอนได

15 ธ.ค. 2568 22:16 น.

ออสเตรเลีย จ่อเพิ่มคุมเข้มอาวุธปืน หลังเหตุกราดยิงหาดบอนได

ออสเตรเลียเตรียมเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายควบคุมอาวุธปืนมากขึ้น หลังเกิดเหตุกราดยิงที่หาดบอนได จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. 2568 เหล่าผู้นำของออสเตรเลียเห็นชอบร่วมกันที่จะเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายควบคุมอาวุธปืน หลังเกิดเหตุกราดยิงงานเทศกาลชาวยิวที่หาดบอนได ในนครซิดนีย์ เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 15 ศพ บาดเจ็บอีก 42 ราย

นี่นับเป็นเหตุกราดยิงครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 30 ปีของออสเตรเลีย โดยผู้เสียชีวิตรวมถึง เด็กหญิงวัยเพียง 10 ขวบ, ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซีเยอรมัน และแรบไบ (ผู้นำทางศาสนาของชาวยิว)

ในวันจันทร์ นายกรัฐมนตรี แอนโทนี อัลบาเนซี แห่งออสเตรเลีย จัดการประชุมร่วมกับผู้นำรัฐและดินแดนต่างๆ ของประเทศ เพื่อตอบสนองต่อเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้น และเห็นชอบร่วมกันที่จะเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายควบคุมอาวุธปืนทั่วประเทศ

สำนักงานนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียระบุว่า เหล่าผู้นำตกลงกันว่าจะหาทางพัฒนาวิธีการตรวจสอบประวัติของผู้ครอบครองอาวุธปืน และห้ามผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองของประเทศขอใบอนุญาตมีอาวุธปืน และจำกัดประเภทของอาวุธปืนที่สามารถครอบครองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เหตุกราดยิงครั้งเลวร้ายที่สุดของออสเตรเลียเกิดขึ้นเมื่อปี 2539 ที่เมืองพอร์ตอาเธอร์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม โดยมือปืนเพียงคนเดียวยิงสังหารผู้บริสุทธิ์ถึง 35 ศพ และเหตุสังหารหมู่ครั้งนี้ก็นำไปสู่การปฏิรูปกฎหมายอาวุธปืนครั้งใหญ่ ซึ่งได้รับการยกย่องมานานว่าเป็น “มาตรฐานระดับโลก”

มาตรการดังกล่าวรวมถึงโครงการรับซื้ออาวุธปืนคืน, การจัดทำทะเบียนอาวุธปืนแห่งชาติ และการปราบปรามการครอบครองอาวุธกึ่งอัตโนมัติ

แต่เหตุกราดยิงครั้งล่าสุดนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ชายวัย 50 ปี กับ 24 ปีซึ่งเป็นพ่อลูกกัน และอาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ISIS) ได้อาวุธปืนมาได้อย่างไร

อนึ่ง มือปืนผู้พ่อวัย 50 ปี ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ ส่วนมือปืนคนลูกได้รับบาดเจ็บอาการอยู่ในขั้นวิกฤต และกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จิตอาสาช่วยพระบิดาปฏิบัติการฝนหลวง

'อธิบดีกรมฝนหลวง'เป็นปธ.เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จิตอาสาช่วยพระบิดาปฏิบัติการฝนหลวง

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จิตอาสาช่วยพระบิดาปฏิบัติการฝนหลวง

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.13 น.

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานในการเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จิตอาสาช่วยพระบิดาปฏิบัติการฝนหลวง ระหว่างวันที่ 15 – 17 ธันวาคม 2568 โดยมี นางสาวปราณี วงศ์บุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายแทนไทร์ พลหาญ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง กล่าวต้อนรับ โดยมีนายสุรพันธุ์ สุวรรณไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) นางสาวหนึ่งหทัย ตันติพลับทอง ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) และหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมต้อนรับด้วย

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จิตอาสาช่วยพระบิดาปฏิบัติการฝนหลวงจัดขึ้นเพื่อเพิ่มเครือข่ายอาสาสมัครฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ครอบคลุม 20 จังหวัด ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยให้อาสาสมัครฝนหลวงและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับภารกิจการปฏิบัติงานฝนหลวงของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านอุตุนิยมวิทยาและวิทยาการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

– 006

หยุดปล่อย‘ปลาสวยงาม’ลงแหล่งน้ำ ปิดทางระบาดเอเลี่ยนสปีชีส์

หยุดปล่อย‘ปลาสวยงาม’ลงแหล่งน้ำ ปิดทางระบาดเอเลี่ยนสปีชีส์

หยุดปล่อย‘ปลาสวยงาม’ลงแหล่งน้ำ ปิดทางระบาดเอเลี่ยนสปีชีส์

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.00 น.

หยุดปล่อย‘ปลาสวยงาม’ลงแหล่งน้ำ ปิดทางระบาดเอเลี่ยนสปีชีส์

แหล่งน้ำหลายแหล่งกำลังเผชิญหน้ากับการรุกรานของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น หรือที่รู้จักกันในนาม “เอเลียนสปีชีส์” (Alien Species) กระแสข่าวการแพร่ระบาดของปลาสวยงามจากต่างประเทศในแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็น ปลาซัคเกอร์ ผู้ทนทาน ปลาหมอสีคางดำ ผู้ขยายพันธุ์เร็ว ปลาหมอมายัน และ ปลาหมอบัตเตอร์ กำลังเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ

ปลาเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นแขกไม่ได้รับเชิญ แต่พวกมันคือผู้แย่งชิงทรัพยากรตัวฉกาจ เข้ามายึดพื้นที่ ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และแย่งแหล่งอาหารจากสัตว์น้ำพื้นถิ่นดั้งเดิมของไทยอย่างถึงรากถึงโคน ผลลัพธ์ที่ตามมาคือความสูญเสียครั้งใหญ่ของความหลากหลายทางชีวภาพ และการทำลายห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศน้ำจืดในวงกว้างอย่างยากจะเยียวยา

ดร.สรณัฏฐ์ ศิริสวย หัวหน้าศูนย์บริหารงานวิจัยและสนับสนุนวิชาการ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ชี้ให้เห็นถึงที่มาของปลาเหล่านี้ว่า แท้จริงแล้วพวกมันเคยเป็นเพียงปลาสวยงามจากต่างประเทศที่ถูกนำเข้ามาเลี้ยงในบ้านเรานานก่อนที่กรมประมงจะออกประกาศห้ามนำเข้าและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 13 ชนิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เพื่อปกป้องพันธุ์สัตว์น้ำหายากและระบบนิเวศ

คำถามคือ ปลาเหล่านี้ “หลุดรอด” ออกสู่ธรรมชาติได้อย่างไร? ดร.สรณัฏฐ์ ให้ความกระจ่างว่า สาเหตุมีหลากหลาย ทั้งจากเหตุสุดวิสัยอย่าง ภาวะน้ำท่วม ที่พัดพาปลาหลุดไปตามกระแสน้ำ และที่น่าเศร้ากว่าคือ ความตั้งใจของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เลี้ยงที่เบื่อ ไม่อาจแบกรับภาระค่าเลี้ยงดูเมื่อปลาเติบโตขึ้น หรือด้วยนิสัยใจบุญที่ไม่กล้าฆ่า จึงเลือกที่จะ “ปล่อยปลา” ลงในแม่น้ำลำคลอง โดยมองข้ามผลกระทบมหาศาลที่จะตามมา อย่างเช่นกรณีของปลาหมอบัตเตอร์ที่พบในเขื่อนเขาแหลม ก็ถูกสันนิษฐานว่ามีผู้ลักลอบนำไปปล่อยไว้

ในกลุ่มเอเลียนสปีชีส์นี้ ปลาซัคเกอร์ถือเป็นตัวอย่างของสายพันธุ์ที่น่ากังวลเป็นพิเศษ ด้วยความสามารถในการปรับตัวที่สูงลิ่ว มันสามารถกินอาหารได้ทุกชนิดและอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำได้ทุกรูปแบบ แม้แต่ในน้ำเสียที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำจนปลาชนิดอื่นอยู่ไม่รอด ความทนทานเช่นนี้ทำให้มันสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่ปลาต่างถิ่นสร้างขึ้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดสายพันธุ์ ดร.สรณัฏฐ์ ยกตัวอย่างปลาหางนกยูง ซึ่งเป็นปลาตัวเล็กที่แพร่พันธุ์ง่าย แต่ปัจจุบันกลายเป็นประโยชน์ในฐานะปลากินยุง หรือกรณีของปลาหมอเทศที่การแพร่ระบาดลดลงหลังชาวบ้านหันมาจับไปทำอาหารมากขึ้น นี่แสดงให้เห็นว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาต้องอาศัยการศึกษาและทำความเข้าใจในแต่ละสายพันธุ์

สำหรับปัญหาปลาหมอคางดำ ซึ่งแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในหลายจังหวัด กรมประมงกำลังดำเนินการอย่างจริงจัง เช่น การวิจัยพัฒนาปลาหมอคางดำ 4n เพื่อผสมพันธุ์ให้ลูกเป็นหมัน ซึ่งต้องใช้เวลาในการทดลองเพื่อให้มั่นใจ 100% ว่าจะไม่มีปัญหาตามมา แต่การแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำและเอเลียนสปีชีส์ทั้งหมดนี้ จะไม่หมดไปง่าย ๆ หากไม่มีความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ดร.สรณัฏฐ์ ทิ้งท้ายด้วยข้อคิดที่สำคัญยิ่งสำหรับคนรักปลาสวยงามทุกคนว่า “ปลาสวยงามทุกชนิดเลี้ยงได้แต่อย่าไปปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ” การตัดสินใจเลี้ยงสัตว์น้ำขนาดใหญ่และมีอายุยืนยาวอย่างปลาช่อนอเมซอน ควรมาพร้อมกับการเตรียมความพร้อมทั้งด้านความรู้และจิตใจ เพื่อให้การเลี้ยงปลาเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ใช่การสร้างปัญหาให้กับระบบนิเวศในอนาคต การไม่ปล่อยปลาคือความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่เราทุกคนสามารถทำได้เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของไทย

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมสังเกตการณ์โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จิตอาสาช่วยพระบิดาปฏิบัติการฝนหลวง

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมสังเกตการณ์โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จิตอาสาช่วยพระบิดาปฏิบัติการฝนหลวง

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมสังเกตการณ์โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จิตอาสาช่วยพระบิดาปฏิบัติการฝนหลวง

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.09 น.

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมสังเกตการณ์โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จิตอาสาช่วยพระบิดาปฏิบัติการฝนหลวง พร้อมด้วย นายสุรพันธุ์ สุวรรณไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) นางสาวหนึ่งหทัย ตันติพลับทอง ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) เข้าร่วมในครั้งนี้ โดยมีอาสาสมัครฝนหลวงและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับภารกิจการปฏิบัติงานฝนหลวงของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านอุตุนิยมวิทยาและวิทยาการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

– 006