เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ตก บนเขาคิลิมันจาโร ดับสลด 5 ศพ

เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ตก บนเขาคิลิมันจาโร ดับสลด 5 ศพ

26 ธ.ค. 2568 05:27 น.

เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ตก บนเขาคิลิมันจาโร ดับสลด 5 ศพ

เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกบนยอดเขาคิลิมันจาโร ในแทนซาเนีย ขณะปฏิบัติภารกิจทางการแพทย์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ รวมชาวต่างชาติ

สำนักงานการบินพลเรือนของประเทศแทนซาเนียแถลงในวันพฤหัสบดีที่ 25 ธ.ค. 2568 ว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณภูเขาคิลิมันจาโร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ศพ ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่าอากาศยานลำดังกล่าวอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจกู้ชีพทางการแพทย์

องค์การอุทยานแห่งชาติแทนซาเนียระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยมัคคุเทศก์และแพทย์ เป็นชาวแทนซาเนียทั้งคู่, นักบินชาวซิมบับเว และนักท่องเที่ยวชาวสาธารณรัฐเช็กอีก 2 ราย

สำนักงานการบินพลเรือนฯ บอกอีกว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวตกลงใกล้กับค่ายบาราฟู (Barafu Camp) บนภูเขาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ตก

อนึ่ง ยอดเขาคิลิมันจาโร เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกา มีความสูงเกือบ 6,000 เมตร (20,000 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาปีนเขาคิลิมันจาโรประมาณ 50,000 คน

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Mwananchi รายงานว่าเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ตกที่ระดับความสูงระหว่าง 4,670 ถึง 4,700 เมตร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

โบลโซนาโร อดีต ปธน.บราซิล ผ่าตัดรักษาไส้เลื่อนสำเร็จ

โบลโซนาโร อดีต ปธน.บราซิล ผ่าตัดรักษาไส้เลื่อนสำเร็จ

26 ธ.ค. 2568 04:26 น.

โบลโซนาโร อดีต ปธน.บราซิล ผ่าตัดรักษาไส้เลื่อนสำเร็จ

ชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิล เข้ารับการผ่าตัดไส้เลื่อนและประสบความสำเร็จด้วยดี หลังจากเขาได้รับอนุญาตจากศาลให้ออกจากคุกเพื่อรับการรักษาได้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ธ.ค. 2568 นางมิเชล ภริยาของนายชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิลที่ถูกลงโทษจำคุก เปิดเผยว่า สามีของเธอเข้ารับการผ่าตัดรักษาโรคไส้เลื่อนคู่ (Double Hernia) เป็นที่เรียบร้อยและประสบผลสำเร็จด้วยดี

อดีตผู้นำรายนี้กำลังรับโทษจำคุก 27 ปี โทษฐานพยายามก่อรัฐประหาร หลังจากที่เขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2565 ให้กับคู่แข่งฝ่ายซ้ายอย่าง ลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา

ศาลฎีกาของบราซิลได้อนุญาตให้นายโบลโซนาโรในวัย 70 ปี เดินทางออกจากห้องขังในกองบัญชาการตำรวจส่วนกลางที่เขาถูกคุมขังอยู่ เพื่อไปยังโรงพยาบาลในกรุงบราซีเลียซึ่งเป็นเมืองหลวง และเข้ารับการผ่าตัดรักษาโรคได้

ก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัด นายชาอีร์ โบลโซนาโร ได้ประกาศสนับสนุน นายฟลาบิโอ บุตรชายคนโตของเขา ในการลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2569

อดีตประธานาธิบดีได้ประกาศการตัดสินใจของเขาผ่านจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ ซึ่งถูกนำมาอ่านโดยนายฟลาบิโอ โบลโซนาโร ที่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลซึ่งบิดาของเขากำลังเข้ารับการรักษา

“ตลอดชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ต่อสู้ในศึกที่ยากลำบาก ยอมจ่ายราคาที่แสนแพงด้วยทั้งสุขภาพและครอบครัว เพื่อปกป้องสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดว่าดีที่สุดสำหรับประเทศของเรา” โบลโซนาโรเขียนไว้ในจดหมาย

“ข้าพเจ้าขอมอบสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของคนเป็นพ่อ นั่นคือลูกชายของข้าพเจ้าเอง เพื่อปฏิบัติภารกิจในการกอบกู้ประเทศบราซิลของเรา”

นายฟลาบิโอ โบลโซนาโร วุฒิสมาชิกวัย 44 ปี ได้ประกาศการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในนามพรรคลิเบอรัล (Liberal Party) ของบิดาไปก่อนหน้านี้แล้ว

เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นายฟลาบิโอกล่าวว่าบิดาได้มอบหมาย “ภารกิจในการสานต่อโครงการระดับชาติของเรา” ให้แก่เขา แต่จดหมายของนายชาอีร์ โบลโซนาโร ซึ่งถูกเผยแพร่โดยสื่อมวลชนบราซิล ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าวุฒิสมาชิกผู้นี้ได้รับการสนับสนุนจากบิดาอย่างเต็มที่

ทางด้านประธานาธิบดีลูลา ดา ซิลวา ผู้นำคนปัจจุบัน ประกาศแล้วว่าเขามีแผนจะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคม 2569

ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2565 ต้องตัดสินกันในการเลือกตั้งรอบที่สอง (Run-off) ซึ่งเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างนายโบลโซนาโร ที่ขณะนั้นเป็นประธานาธิบดี กับนายลูลา อดีตประธานาธิบดีของบราซิล

เมื่อนายลูลาชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงที่สูสีกันมาก นายโบลโซนาโรจึงปฏิเสธที่จะยอมรับผลการเลือกตั้ง และถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับผู้นำระดับสูงทางทหารวางแผนเพื่อขัดขวางไม่ให้นายลูลาเข้ารับตำแหน่ง

แม้ว่าแผนการดังกล่าวจะไม่ได้รับแรงสนับสนุนจากกองทัพมากพอที่จะดำเนินการต่อไปได้ แต่ก็นำไปสู่เหตุการณ์บุกรุกอาคารรัฐบาลโดยกลุ่มผู้สนับสนุนของโบลโซนาโร เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2566

โบลโซนาโรถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาวางแผนก่อรัฐประหาร และถูกตัดสินจำคุกเมื่อเดือนกันยายนปีนี้

แต่ถึงแม้ว่าจะถูกตัดสินว่ามีความผิดแล้ว โบลโซนาโรผู้พ่อก็ยังคงมีอิทธิพลทางการเมืองอย่างมาก สภาคองเกรสของบราซิลได้ผ่านร่างกฎหมายเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อลดโทษจำคุกของเขาลงอย่างมาก แต่ประธานาธิบดีลูลากล่าวว่าเขาจะใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) ร่างกฎหมายดังกล่าว

อนึ่ง คาดว่านายชาอีร์ โบลโซนาโร จะถูกส่งตัวกลับไปยังกองบัญชาการตำรวจส่วนกลางเพื่อคุมขังต่อทันทีที่คณะแพทย์อนุญาต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โป๊ปเลโอที่ 14 มีพระราชดำรัสวันคริสต์มาสครั้งแรก วอนโลกยุติขัดแย้ง

โป๊ปเลโอที่ 14 มีพระราชดำรัสวันคริสต์มาสครั้งแรก วอนโลกยุติขัดแย้ง

26 ธ.ค. 2568 01:53 น.

โป๊ปเลโอที่ 14 มีพระราชดำรัสวันคริสต์มาสครั้งแรก วอนโลกยุติขัดแย้ง

โป๊ปเลโอที่ 14 มีพระราชดำรัสวันคริสต์มาสเป็นครั้งแรก โดยพระองค์ตรัสถึงปัญหาความขัดแย้งทั่วโลก โดยวิงวอนให้รัสเซียกับยูเครนหันหน้าเจรจากัน และแสดงความเป็นห่วงชาวกาซา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ประทานพระดำรัสเนื่องในโอกาสวันคริสต์มาสครั้งแรก ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ในนครรัฐวาติกัน เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2568 โดยพระองค์ทรงเรียกร้องให้ยูเครนและรัสเซียค้นหา “ความกล้าหาญ” ในการเจรจาโดยตรงเพื่อยุติสงคราม

โป๊ปเลโอที่ 14 ทรงเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งต่าง ๆ ทั่วโลกในระหว่างการประทานพร “Urbi et Orbi” ซึ่งตามประเพณีแล้วประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกจะมีพระราชดำรัสแก่คริสต์ศาสนิกชน ที่มารวมตัวกันในนครรัฐวาติกันในวันคริสต์มาส

สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสถึงกรณีของยูเครนว่า “ขอให้เสียงอึกทึกของอาวุธสงครามสงบลง และขอให้ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การสนับสนุนและความมุ่งมั่นของประชาคมโลก จงค้นหาความกล้าหาญที่จะหันหน้าเข้าหากันเพื่อสนทนาอย่างจริงใจ โดยตรง และให้เกียรติซึ่งกันและกัน”

คำอ้อนวอนของโป๊ปเลโอมีขึ้นในขณะที่การเจรจาเรื่องข้อตกลงสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกายังคงดำเนินต่อไป โดยสหรัฐฯ พยายามจัดทำข้อตกลงที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย แต่การเจรจาโดยตรงระหว่างรัสเซียและยูเครนยังไม่เกิดขึ้น

โป๊ปเลโอยังทรงตำหนิความวุ่นวายและความขัดแย้งที่กำลังรุมเร้าส่วนอื่นๆ ของโลก รวมถึงในประเทศไทยและกัมพูชา ซึ่งเกิดการปะทะกันตามแนวชายแดนที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต แม้จะมีการประกาศหยุดยิงไปเมื่อเดือนกรกฎาคมก็ตาม และทรงขอให้ “มิตรภาพอันยาวนาน” ของนานาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการฟื้นฟู และขอให้ทุกฝ่าย “ร่วมกันทำงานเพื่อมุ่งสู่การคืนดีและสันติภาพ”

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ในขณะที่โป๊ปเลโอที่ 14 ทรงแสดงธรรมเนื่องในวันคริสต์มาส ที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ พระองค์แสดงความเสียพระทัยต่อสภาพความเป็นอยู่ของคนไร้บ้านทั่วโลก และความเสียหายที่เกิดจากความขัดแย้งต่างๆ

“เนื้อหนังของประชากรที่ไร้ทางสู้ช่างเปราะบางเหลือเกิน พวกเขาต้องบอบช้ำจากสงครามมากมาย ทั้งที่ยังดำเนินอยู่หรือสิ้นสุดลงแล้ว โดยทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและบาดแผลที่ยังไม่ปิดสนิท” สมเด็จพระสันตะปาปาตรัส

พระองค์ตรัสด้วยว่าเรื่องราวการประสูติของพระเยซู แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรง “กางเต็นท์อันเปราะบางของพระองค์” ท่ามกลางผู้คนในโลก ก่อนจะทรงตั้งคำถามว่า ในเมื่อเป็นเช่นนั้น “เราจะไม่นึกถึงเต็นท์ในฉนวนกาซา ที่ต้องตากฝน ลม และความหนาวเย็นมานานหลายสัปดาห์ได้อย่างไร?”

ทั้งนี้ ฉนวนกาซาได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการทิ้งระเบิดของอิสราเอลในสงครามที่ยืดเยื้อมานานสองปี ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566

ตอนนี้พายุฤดูหนาวกำลังซ้ำเติมสถานการณ์อันเลวร้ายของประชากร 2.1 ล้านคนในกาซา ซึ่งเกือบทั้งหมดต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น และบ้านเรือนของพวกเขาได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย ในขณะที่หน่วยงานบรรเทาทุกข์ต่างเรียกร้องให้อิสราเอลอนุญาตให้ส่งเต็นท์และสิ่งของจำเป็นเร่งด่วนเข้าไปในฉนวนกาซามากขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คิงชาร์ลส์ที่ 3 อวยพรวันคริสต์มาส เรียกร้องความสามัคคีในโลกที่แบ่งแยก

คิงชาร์ลส์ที่ 3 อวยพรวันคริสต์มาส เรียกร้องความสามัคคีในโลกที่แบ่งแยก

26 ธ.ค. 2568 00:14 น.

คิงชาร์ลส์ที่ 3 อวยพรวันคริสต์มาส เรียกร้องความสามัคคีในโลกที่แบ่งแยก

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ ทรงมีพระราชดำรัสเนื่องในวันคริสต์มาส เรียกร้องให้มีความสามัคคีกัน ท่ามกลางโลกที่แบ่งแยกมากขึ้นเรื่อยๆ

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ มีพระราชดำรัสเนื่องในวันคริสต์มาส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ธ.ค. 2568 โดยพระองค์ทรงระลึกถึงจิตวิญญาณในสมัยสงคราม และทรงเรียกร้องให้ชุมชนต่างๆ ร่วมแรงร่วมใจกันในโลกที่ทวีความแตกแยกมากขึ้น และทรงกระตุ้นให้ผู้คนหันมา “ทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านของเรา” มากขึ้น

ในพระราชดำรัสเนื่องในวันคริสต์มาสของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งบันทึกวิดีโอไว้ล่วงหน้าที่โบสถ์เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสว่า “เมื่อข้าพเจ้าได้พบปะกับผู้คนที่มีความเชื่อต่างกัน ข้าพเจ้ารู้สึกมีกำลังใจอย่างยิ่งที่ได้ยินว่าพวกเรามีสิ่งร่วมกันมากเพียงใด”

“ด้วยความหลากหลายอันยิ่งใหญ่ของชุมชนของเรา เราจะสามารถค้นพบความเข้มแข็งภายในตนเอง เพื่อทำให้แน่ใจว่า ความถูกต้องจะได้รับชัยชนะเหนือความผิด”

พระองค์ยังรำลึกถึงวันครบรอบ 80 ปี วัน VE Day (วันแห่งชัยชนะในยุโรป) และวัน VJ Day (วันแห่งชัยชนะเหนือญี่ปุ่น) ในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทรงยกย่องใน “ความกล้าหาญและการเสียสละ” ของคนรุ่นสมัยสงคราม รวมถึงความสมัครสมานสามัคคีของพวกเขาเมื่อต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก และตรัสว่า เราไม่ควรละเลย “คุณค่า” ที่ชุมชนต่างๆ ร่วมมือร่วมใจกันท่ามกลางความท้าทายอันยิ่งใหญ่เช่นนั้น

“สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่หล่อหลอมประเทศของเรา … ในขณะที่เราได้ยินเรื่องความแตกแยก ทั้งในบ้านเราเองและในต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่เราต้องไม่ละสายตาไปอย่างเด็ดขาด”

คิงชาร์ลส์ทรงยกย่อง “ความกล้าหาญที่เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณ” ของผู้ที่เข้าช่วยเหลือในเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เช่น เหตุโจมตีที่หาดบอนไดในประเทศออสเตรเลีย

ในวิดีโอยังแสดงให้เห็นภาพคิงชาร์ลส์เสด็จเยือนโบสถ์ยิวในเมืองแมนเชสเตอร์ และเผยแพร่ภาพตอนที่พระองค์เสด็จเยือนนครรัฐวาติกันอย่างเป็นทางการในปีนี้ โดยพระองค์ตรัสถึง “ช่วงเวลาประวัติศาสตร์แห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันทางจิตวิญญาณ” เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงสวดมนต์ร่วมกับสมเด็จพระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14

กษัตริย์แห่งอังกฤษยังทรงเรียกร้องให้เกิดความเงียบสงบในขณะที่ “โลกของเราดูเหมือนจะหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ” และยกคำพูดของ ที. เอส. เอเลียต (T.S. Eliot) กวีชื่อดัง เกี่ยวกับการค้นหา “จุดที่หยุดนิ่งของโลกที่กำลังหมุนไป” ด้วย สื่อถึงผลกระทบจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีต่อชุมชน และว่าผู้คนอาจลองพิจารณาทำ “การดีท็อกซ์ทางดิจิทัล”

อนึ่ง นี่นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันแล้ว ที่พระเจ้าชาร์ลส์มีพระราชดำรัสเนื่องในวันคริสต์มาสจากนอกพระราชวังบักกิงแฮม โดยพระองค์ทรงใช้โบสถ์ภายในเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ เพื่อตรัสเกี่ยวกับ “การแสวงบุญ” ของชีวิตและบทเรียนสำหรับยุคปัจจุบัน

ข้อความวันคริสต์มาสในปีนี้ พระเจ้าชาร์ลส์ไม่ได้ตรัสถึงความท้าทายส่วนพระองค์เลย รวมถึงเรื่องพระพลานามัย หลังจากเมื่อไม่นานมานี้ พระองค์ทรงบันทึกวิดีโอข้อความว่ามี “ข่าวดี” ที่การรักษาโรคมะเร็งของพระองค์จะลดลงในปีหน้า และไม่มีการตรัสถึงพระอนุชา แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ ผู้กำลังพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวด้วย

ในขณะที่ภาพยนตร์สั้นประกอบพระราชดำรัสมุ่งเน้นไปที่ การปฏิบัติพระกรณียกิจของสมาชิกราชวงศ์อื่นๆ รวมถึงเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท โดยมีภาพของเจ้าชายจอร์จ เสด็จเยือนองค์กรการกุศลเพื่อคนไร้บ้าน “The Passage” เป็นครั้งแรก ซึ่งพระองค์เสด็จไปพร้อมกับพระบิดา เจ้าชายวิลเลียม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สถานทูตกัมพูชา เตือน ปชช.เลี่ยงเดินทางผ่านไทย อ้างเจอปัญหามากมาย

สถานทูตกัมพูชา เตือน ปชช.เลี่ยงเดินทางผ่านไทย อ้างเจอปัญหามากมาย

25 ธ.ค. 2568 22:28 น.

สถานทูตกัมพูชา เตือน ปชช.เลี่ยงเดินทางผ่านไทย อ้างเจอปัญหามากมาย

สถานทูตกัมพูชาในหลายประเทศ เตือนพลเมืองของตัวเองและนักท่องเที่ยว ให้หลีกเลี่ยงเดินทางไปกัมพูชาผ่านสนามบินไทย หรือสายการบินของไทย อ้างเผชิญปัญหาที่ไม่เป็นธรรมมากมาย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ธ.ค. 2568 สถานทูตของกัมพูชาในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย, อังกฤษ และ ญี่ปุ่น ออกประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของตัวเอง เตือนให้พลเมืองและนักท่องเที่ยว หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านสนามบินไทย หรือสายการบินของไทย เพื่อเข้าสู่กัมพูชา อ้างต้องเผชิญกับปัญหายุ่งยากเกินปกติมากมาย

ประกาศของสถานทูตกัมพูชาประจำออสเตรเลียอ้างว่า “มีรายงานเกี่ยวกับความยากลำบากที่นักเดินทางไปยังราชอาณาจักรกัมพูชาต้องเผชิญในระหว่างการต่อเครื่อง (Transit) ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเดินทางชาวยุโรปบางส่วนที่ต่อเครื่องในประเทศไทยได้ถูกตรวจสอบด้วยมาตรการที่เกินกว่าเหตุและไม่สมเหตุสมผล”

มาตรการดังกล่าวรวมถึง การซักถามและขั้นตอนการดำเนินงานที่ยาวนานก่อนขึ้นเครื่อง, การเรียกร้องหลักฐานแสดงทรัพยากรทางการเงินที่เพียงพออย่างไม่ยุติธรรม และ การตรวจสอบการจองที่พักในกัมพูชาอย่างเข้มงวดเกินไป

ประกาศอ้างอีกว่า “ในกรณีที่รุนแรงกว่านั้น มาตรการข้างต้นได้มาพร้อมกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการตรวจค้นและจัดการกระเป๋าสัมภาระที่ผิดพลาด ซึ่งส่งผลให้สัมภาระที่เช็คอินสูญหายเมื่อเดินทางถึงกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา” และเพื่อเป็นการระมัดระวัง จึงขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้นักเดินทางเลือกเส้นทางอื่นในการเดินทางไปยังกัมพูชา

ขณะที่ประกาศของสถานทูตกัมพูชาในอังกฤษกับญี่ปุ่นก็มีเนื้อหาคล้ายกัน แต่ในประกาศที่อังกฤษ สถานทูตกัมพูชามีการเน้นย้ำด้วยว่า “เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว นักเดินทางจึงได้รับคำแนะนำให้พิจารณาหลีกเลี่ยงการต่อเครื่องผ่านประเทศไทยและการใช้สายการบินของไทยเป็นการชั่วคราว เมื่อเดินทางไปยังกัมพูชา”

“โปรดทราบว่ายังมีสายการบินและเส้นทางการบินอื่นๆ อีกมากมายที่ยังคงให้บริการที่มีคุณภาพและการต่อเครื่องที่ราบรื่น โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติและให้ความเคารพต่อนักเดินทางอย่างเหมาะสม” และ “ราชอาณาจักรกัมพูชายังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและยินดีต้อนรับทุกท่าน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

อธิบดีกรมการข้าว เดินหน้ายกระดับข้าวไทย ขับเคลื่อนงานวิจัยด้านข้าวแบบองคาพยพ

อธิบดีกรมการข้าว เดินหน้ายกระดับข้าวไทย ขับเคลื่อนงานวิจัยด้านข้าวแบบองคาพยพ

อธิบดีกรมการข้าว เดินหน้ายกระดับข้าวไทย ขับเคลื่อนงานวิจัยด้านข้าวแบบองคาพยพ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.02 น.

วันที่ 25 ธ.ค. 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธาน การประชุมรายงานความคืบหน้าความร่วมมือระหว่างกรมการข้าว และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกรมการข้าวและ สวทช. เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารสำนักงานกรมการข้าว

▫️นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้มีการดำเนินงานวิจัยด้านข้าวร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี โดยเมื่อครั้งล่าสุดได้ดำเนินการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เมื่อปี พ.ศ. 2566 ซึ่งถือเป็น MOU ฉบับที่ 5 จุดนี้แสดงให้เห็นถึง การทำงานร่วมกันของทั้ง 2 หน่วยงาน ยังคงเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ โดยในปัจจุบัน กรมการข้าวได้มีงานวิจัยที่ทำร่วมกับ สวทช. จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยี และการปรับปรุงความหอมในข้าวพันธุ์รับรองผลผลิตสูง โดยใช้เทคโนโลยีการปรับแต่งพันธุกรรมอย่างจำเพาะ ซึ่งได้ดำเนินการแล้วในระยะที่ 1 และเตรียมเข้าสู่ ระยะที่ 2 คือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปรับแต่งยีนความหอม และอีกโครงการคือ โครงการ การพัฒนาสายพันธุ์ข้าวเจ้าหอม ไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตสูง เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกโดยใช้เครื่องหมายทางพันธุกรรม ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ได้สายพันธุ์ข้าวเจ้าหอม ปลูกได้ตลอดปี อายุเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตสูง ต้านทานโรคแมลง และทนทานน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนยื่นของบประมาณจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ในปีงบประมาณ 2569 นี้ 

 ▫️อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อว่า การดำเนินงานความร่วมมือกันในอนาคต กรมการข้าว และ สวทช. มีเป้าหมายตรงกัน คือ การส่งเสริมให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ การปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมไทยเพื่อการแข่งขันในตลาดโลก เน้น “ผลผลิตต่อไร่สูง และต้นทุนการผลิตต่ำ” ตลอดจนการถ่ายทอดนวัตกรรม เทคโนโลยีแบบยั่งยืน นอกจากนั้นจะมีการต่อยอดไปยังการส่งเสริมข้าวอัตลักษณ์พื้นถิ่น ข้าวเฉพาะทางหรือข้าวที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงต่อไป

▫️อธิบดีกรมการข้าว กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการข้าวจะจับมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนงานด้านข้าวในรูปแบบองคาพยพ เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและยกระดับข้าวไทย เพราะหากขับเคลื่อนร่วมกันด้วยความสามัคคี จะสามารถทำให้ข้าวไทยกลับมาเข้มแข็งในเวทีโลกได้ แต่ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องชาวนาเป็นหลัก

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ ส่งสุขท้ายปี “AUAA Christmas Carol & Afternoon Tea 2025”

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ ส่งสุขท้ายปี  “AUAA Christmas Carol & Afternoon Tea 2025”

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ ส่งสุขท้ายปี “AUAA Christmas Carol & Afternoon Tea 2025”

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.29 น.

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA) จัดงาน “AUAA Christmas Carol & Afternoon Tea 2025” เพื่อเป็นการพบปะสังสรรค์ระหว่างคณะกรรมการบริหารและสมาชิกของสมาคมฯ รวมทั้งมอบเงินสนับสนุนให้กับ มูลนิธิดวงประทีป และ Mary’s Child Klong Toei Kids’ Choir ณ อาคารสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ถนนราชดำริ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568

รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคม AUAA พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฯ พบปะสังสรรค์ ภากร กันทาธรรม,โกมล กัมบีร์, อนิรุทธิ์ มหธร, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, ปัญญชลี เพ็ญชาติ, ประกอบ มุกุระ และ ศรีล สุขุม

ภัทรพล ตุลารักษ์, เอกพงษ์ณ ระนอง, โกมล กัมบีร์, ณัฐยา อัชฌาปรลักษณ์, ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา, ดร.อุษณีย์มหากิจศิริลีโอณีโอ, ปัญญชลี เพ็ญชาติ, รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร,ศรีล สุขุม, พีระ กาญจนภพ, อนิรุทธิ์ มหธร, ภากร กันทาธรรม และ ประกอบ มุกุระ

รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร และสมาชิกสมาคม AUAA ร่วมร้องเพลงอวยพรปีใหม่

 ม.ล.ศุลีรัชต์ วัชรีวงศ์, รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ และเด็กๆ จากมูลนิธิดวงประทีป

รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA) กล่าวว่า “ที่ผ่านมา ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สมาคมฯ จะจัดงาน “AUAA Christmas”  เพื่อเปิดโอกาสให้คณะกรรมการและสมาชิกของสมาคมฯ รวมทั้งนักเรียนเก่าให้ได้พบปะสังสรรค์ ร่วมกันร้องเพลงประจำเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการย้ายที่ทำการสมาคมฯ เป็นการชั่วคราว ต่อด้วยสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้ว่างเว้นการจัดงานนี้มาเป็นเวลานับสิบปี พอมาปีนี้ อาคารของทางสมาคมฯ เสร็จสมบูรณ์ครบทุกส่วน จึงถือโอกาสจัดงานอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นสัญญาณว่า จะเริ่มกลับมาจัดงานต่าง ๆ อีกครั้ง”

ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา, อนิรุทธิ์ มหธร และ ม.ล.ศุลีรัชต์ วัชรีวงศ์

ม.ล.ศุลีรัชต์ วัชรีวงศ์ และ นิตยา จันทร์เรือง มหาผล

ภาฟิมน-ประกอบ-ธิดา มุกุระ

เอกพงษ์ ณ ระนอง และ ญาดา เทพนม

ภายในงานตกแต่งในบรรยากาศของเทศกาลคริสต์มาส โดยมีสีหลักคือ แดงและเขียว มีตุ๊กตาลุงซานต้าใจดีและผองเพื่อนรอต้อนรับอยู่ตามจุดต่าง ๆ สำหรับสายถ่ายรูปเช็กอิน สร้างความคึกคักให้กับผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยคณะกรรมการบริหารและสมาชิกของสมาคมฯ ครูและนักเรียน จากโรงเรียนสถานสอนภาษาสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา (AUA) ต่างพร้อมใจมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร,ประกอบ มุกุระ, ปัญญชลี เพ็ญชาติ,โกมล กัมบีร์, ม.ล.ศุลีรัชต์ วัชรีวงศ์,พีระ กาญจนภพ,ศรีล สุขุม,อนิรุทธิ์ มหธร,ภากร กันทาธรรม,เอกพงษ์ ณ ระนอง,ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา และ ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ

ปัญญชลี เพ็ญชาติ

พลอยพรหม ศรีเปรมวงศ์

ตลอดการจัดงาน แขกผู้มีเกียรติต่างร่วมดื่มด่ำไปกับบทเพลงแห่งสัญลักษณ์ของเทศกาล ที่คณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ มาร่วมร้องเพลงแห่งความสุข อาทิ Santa Claus Is Coming To Town จากปัญญชลี เพ็ญชาติ, White Christmas – Human Nature จากทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา, การแสดงจินตลีลา เทียนส่องฟ้า และการแสดง Merry Christmas จากโรงเรียนอนุบาลดวงประทีป และการขับร้องประสานเสียงจาก Mary’s Child Klong Toei Kids’ Choir อีกทั้งยังเพลิดเพลินไปกับอาหารว่างและเครื่องดื่มที่เหล่าคณะกรรมการฯ และสมาชิกพร้อมใจส่งมาสนับสนุน อาทิ คริสปี้ ครีม โดนัท, พาย เฟสซ์, โคโค่ บับเบิ้ล ที, ไอศกรีม แมกโนเลีย, น้ำดื่มและโซดาสิงห์ ฯลฯ

การแสดง Christmas Carol จาก Mary’s Child Klong Toei Kids’ Choir

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมแรงร่วมใจกันของชาวเอยูเอเอที่มุ่งมั่นสืบสานปณิธานในการก่อตั้งสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ นั่นคือ การส่งเสริมมิตรภาพ และการแบ่งปันสู่สังคม โดยการจัดงานที่เน้นสร้างความสุข และการมอบเงินสนับสนุนให้กับมูล นิธิดวงประทีป และ Mary’s Child Klong Toei Kids’ Choir จึงนับเป็นงานที่ให้ทั้งความสนุกสนาน และได้แบ่งปันสิ่งดีๆ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ไปพร้อมกันอีกด้วย”

การแสดง Merry Christmas จากมูลนิธิดวงประทีป

การแสดงจินตลีลาเทียนส่องฟ้า จากมูลนิธิดวงประทีป

Dermatige Aesthetics พุ่งทะยานความสำเร็จคว้า 2 รางวัลนานาชาติ

Dermatige Aesthetics พุ่งทะยานความสำเร็จคว้า 2 รางวัลนานาชาติ

Dermatige Aesthetics พุ่งทะยานความสำเร็จคว้า 2 รางวัลนานาชาติ

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.55 น.

Dermatige Aesthetics (เดอร์มาทีจ เอสเธติคส์) เดินหน้าตอกย้ำมาตรฐานระดับสากลด้วยการคว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวทีนานาชาติ  ได้แก่ Asia Pacific 10th Golden Record Award จาก Merz Aesthetics ประเทศเกาหลีใต้ และรางวัลจาก Classys Global Customer Summit in Japan 2025  ท่ามกลางกระแสการตอบรับอย่างท่วมท้น จึงได้จัดงาน ‘A NIGHT TO CELEBRATE WITH DERMATIGE Merry Christmas and Happy New Year 2026’ ภายใต้แนวคิด เพราะเราคือครอบครัว DERMATIGE’ เพื่อขอบคุณลูกค้า พันธมิตร และพาร์ทเนอร์ ที่ให้การสนับสนุน รวมทั้งประกาศเดินหน้าสานต่อความสำเร็จเปิดสาขาที่ 6 ต้อนรับปี 2026 รองรับการเติบโตพร้อมยกระดับการดูแลลูกค้าในระยะยาว

โดยรางวัล Asia Pacific 10th Golden Record Award จาก Merz Aesthetics ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้เป็นรางวัลที่มอบให้กับคลินิกความงามที่มีผลงานโดดเด่นมียอดผู้ใช้บริการสูงสุดระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ รางวัลจาก Classys Global Customer Summit in Japan 2025 จัดขึ้น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เวทีระดับโลกที่รวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม  จากความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงตอกย้ำมาตรฐานวิชาชีพและการพัฒนานวัตกรรมบริการอย่างต่อเนื่องหากยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้มาโดยตลอด

สำหรับไฮไลต์ของงาน ‘A NIGHT TO CELEBRATE WITH DERMATIGE Merry Christmas and Happy New Year 2026’ ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง Dermatige  Aesthetics นำโดย นายแพทย์ณัฐณกัณฑ์ พิชยะวงศ์ภัค (หมอกลาง), นายแพทย์ภาณุพงศ์ ภัทรกุลทวี (หมอต่อ) และ คุณเขมณัฏฐ์ ชุลีเกียรติ (ยาย่า) ยังได้มอบที่สุดแห่งความเอ็กซ์คลูซีฟ เปิดตัว DERMATIGE MEMBER CARD เพื่อยกระดับสิทธิประโยชน์และการดูแลอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเผยถึงทิศทางการเติบโตในปี 2026 ด้วยแผนเปิดสาขาที่ 6 ณ เซ็นทรัล บางนา ชั้น 3 ยืนหนึ่งจากความเชี่ยวชาญด้านการยกกระชับ  และปรับรูปหน้าในฐานะผู้ริเริ่มโปรแกรม ‘หน้ายุง’ ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยมีพันธมิตร พาร์ทเนอร์ ลูกค้า และเซเลบริตี้ อาทิ  ‘คุณปรางค์’ อภินรา ศรีกาญจนา นักธุรกิจหญิงเก่งทายาทตระกูลศรีกาญจนา เจ้าของเอเซียประกันภัย ผู้บริหารร่วมก่อตั้ง U drink I drive , Apinara Jewellery และทำธุรกิจร้านอาหาร Nara มาพร้อมน้องสาว ‘คุณพลอย’ พลอยพยัพ  ศรีกาญจนา เซเลบริตี้สาวสวยและนักธุรกิจรุ่นใหม่ จบจาก London College of Fashion, ‘คุณหมิว’ กมลพร วงศ์รักมิตร ทายาทนครชัยแอร์, ‘คุณจินนี่’ เอมษิกา โชติวิจิตร สาวสังคมคนดัง บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ การ์เมนต์ของครอบครัว, ‘คุณแนน’ ปิยะดา จิระพจชพร นักแสดง พิธีกรชาวไทยและดูแลธุรกิจครอบครัว, ‘คุณเอย’ ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เซเลบริตี้สาวสวยที่เอาอยู่ในทุกๆ สไตล์การแต่งตัว เป็นไอคอนนิคของสาวๆ มาร่วมเติมเต็มบรรยากาศให้พิเศษยิ่งขึ้น ที่ร้าน  CINCIN – Brunch 

นายแพทย์ภาณุพงศ์ ภัทรกุลทวี (หมอต่อ) ผู้บริหาร Dermatige Aesthetics กล่าวว่า “การได้รับเลือก  และได้รับการยอมรับจาก 2 เวทีระดับนานาชาตินับเป็นอีกหนึ่งก้าวของความสำเร็จ รางวัลนี้สะท้อนความไว้วางใจและ ความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามอบให้เราได้ดูแล ในฐานะครอบครัว Dermatige สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่เคยเปลี่ยนคือการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่าเดิมให้กับลูกค้า รวมทั้งยึดมั่นมาตรฐานการดูแลควบคู่กับความใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจตั้งแต่วันแรก ที่เข้ามาปรึกษา และรู้สึกสบายใจได้ว่ามีทีมแพทย์คอยดูแลอย่างต่อเนื่อง  ทั้งหมดนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านความงามส่วนตัวที่เข้าใจทุกความต้องการของลูกค้า เสมือนมีคุณหมอเป็นเพื่อนคอยอยู่เคียงข้าง Dermatige ขอขอบคุณลูกค้า พันธมิตร พาร์ทเนอร์ทุกท่านสำหรับความไว้วางใจที่มอบให้ และเรายังคงเดินหน้าพัฒนาในทุกมิติเพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

นายแพทย์ณัฐณกัณฑ์ พิชยะวงศ์ภัค (หมอกลาง) ผู้บริหาร Dermatige Aesthetics กล่าวว่า “Dermatige เติบโตมาได้เพราะแรงสนับสนุนจากลูกค้า พันธมิตร พาร์ทเนอร์ และทุกท่านที่คอยเป็นกำลังใจให้เราเสมอมา ทีมแพทย์และทีมงาน Dermatige ขอขอบคุณจากใจจริง สำหรับเราหัวใจของการดูแลคือการเข้าใจปัญหาผิวอย่างละเอียด การออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล การบริการต่างๆ รวมทั้งการเลือกสรรนวัตกรรมและเครื่องมือแพทย์ให้เหมาะกับสภาพผิว ความต้องการ และความปลอดภัยของแต่ละคน เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ สวยแบบเป็นตัวเอง ซึ่งช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุด คือการได้เห็นลูกค้ากลับมาอีกครั้งพร้อมความมั่นใจที่มากขึ้น นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราตั้งใจดูแลให้ดีที่สุดในทุกวัน  เพราะเราเชื่อว่าความสวยที่ดีไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคุณให้เป็นคนอื่น แต่คือการได้อยู่เคียงข้างให้คุณดูดีขึ้นในแบบที่เป็นคุณและสบายใจในทุกขั้นตอน”

คุณเขมณัฏฐ์ ชุลีเกียรติ (ยาย่า) ผู้บริหาร Dermatige Aesthetics กล่าวว่า  “สิ่งที่  Dermatige ให้ความสำคัญเสมอคือการทำให้ลูกค้ารู้สึกอบอุ่นและสบายใจทุกครั้งที่เข้ามา ด้วยแนวคิดนี้งานครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อมอบช่วงเวลาพิเศษ  ส่งท้ายปี และตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้เราดูแลความงามมาโดยตลอด สำหรับปี 2026 ได้เตรียมเปิดสาขาที่ 6 รองรับความต้องการและเพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว DERMATIGE MEMBER CARD โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์การดูแลให้พิเศษกว่าเดิม ด้วยสิทธิประโยชน์ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับลูกค้าในแต่ละช่วงเราขอขอบคุณลูกค้า พันธมิตร และพาร์ทเนอร์ทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและอยู่เคียงข้างกันเสมอมา”

สามารถเข้ารับคำปรึกษาพร้อมสัมผัสนวัตกรรมใหม่ได้ที่ Dermatige Aesthetics ทุกสาขา และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.dermatigeaesthetics.com /FACEBOOK : Dermatige Aesthetics, IG : Dermatige_Aesthetics และ TikTok : Dermatige Official#dermatige #Dermatige2026 #Dermatige Aesthetics Secret Experience, Christmas & New Year Celebration 2026 @dermatige_aesthetics   

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานบัตรอวยพร ส.ค.ส.เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ให้กับหนังสือพิมพ์แนวหน้า

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานบัตรอวยพร ส.ค.ส.เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ให้กับหนังสือพิมพ์แนวหน้า

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานบัตรอวยพร ส.ค.ส.เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ให้กับหนังสือพิมพ์แนวหน้า

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.39 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานบัตรอวยพร ส.ค.ส.เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ให้กับหนังสือพิมพ์แนวหน้า  นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติแก่คณะผู้บริหาร กองบรรณาธิการ และพนักงาน อย่างล้นพ้น

ภายในบัตรอวยพร ส.ค.ส. พระราชทาน  ทางด้านซ้าย มีพระนาม สร. พร้อมข้อความอวยพร 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ Season’s Greetings and Best wishes for the New Year 2026 ภาษาฝรั่งเศส Joyeuses fêtes et Meilleurs voeux pour l’année 2026 และภาษาไทย “สวัสดีปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๙ ขอให้สุขสันต์ตลอดปี” โดยด้านล่างทรงลงพระนาม “สิริวัณณวรี” Her Royal Highness Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya ส่วนด้านขวาเป็นพระรูปของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จำนวน 3 พระรูปในพระอิริยาบถต่างๆ

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชมนิทรรศการ ‘ดาวเด่นบัวหลวง 101’ ครั้งที่ 14

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชมนิทรรศการ ‘ดาวเด่นบัวหลวง 101’ ครั้งที่ 14

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชมนิทรรศการ ‘ดาวเด่นบัวหลวง 101’ ครั้งที่ 14

วันศุกร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.34 น.

มูลนิธิบัวหลวง และหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ชวนชมนิทรรศการดาวเด่นบัวหลวง 101 ครั้งที่ 14  ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยครั้งนี้มีตัวแทนนิสิต นักศึกษาศิลปะจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ รวม 74 คน เข้าร่วมการแข่งขันวาดภาพสด ระหว่างวันที่ 6-11 ธันวาคม ที่ผ่านมา

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กก.มูลนิธิบัวหลวง และประธานโครงการแข่งขัน ดาวเด่นบัวหลวง 101 พร้อมด้วยคณะกรรมการโครงการ

มูลนิธิบัวหลวง  และหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้จัดโครงการ “ดาวเด่นบัวหลวง 101” ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2551 เพื่อให้ศิลปินรุ่นใหม่มีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริง  ตั้งแต่การทำงานร่วมกับผู้อื่น การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กลวิธี กระบวนการสร้างสรรค์งาน และการเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างกัน  สำหรับปีนี้ โครงการ “ดาวเด่นบัวหลวง 101” ได้รับความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ในการคัดเลือกตัวแทนนิสิต นักศึกษาศิลปะ ชั้นปีที่ 3 เข้าร่วมโครงการแข่งขันวาดภาพสด รวม 74 คน โดยเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ได้ถ่ายทอดความคิด มุมมอง และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม ได้อย่างอิสระตามความถนัดของตนเอง เพื่อนำความรู้ที่ได้รับจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และประสบการณ์ในการแข่งขัน ไปต่อยอดพัฒนาการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อไป โดยการวาดภาพสดจัดผ่านพ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 6 -11 ธันวาคม และคณะกรรมการตัดสินประกาศผลงานที่ได้รับรางวัลเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา

รางวัลดาวเด่นบัวหลวงยอดเยี่ยม เสาวลักษณ์ บัวโต จาก คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ ดาวเด่นบัวหลวง 101 เพื่อร่วมเสริมสร้างกำลังใจและสนับสนุนให้ศิลปินรุ่นใหม่ ได้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกเผยแพร่แก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันนี้ – 16 มกราคม 2569 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง  เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ปิดวันพุธ) เวลา 10.00 – 19.00 น.

B.	คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กก.มูลนิธิบัวหลวง และประธานโครงการแข่งขัน ดาวเด่นบัวหลวง 101 พร้อมด้วยคณะกรรมการโครงการ

B. คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กก.มูลนิธิบัวหลวง และประธานโครงการแข่งขัน ดาวเด่นบัวหลวง 101 พร้อมด้วยคณะกรรมการโครงการ

รางวัลดีเด่น ภูชิสส์ โพธิ์ทาราม จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รางวัลดีเด่น ภูชิสส์ โพธิ์ทาราม จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รางวัลความคิดสร้างสรรค์  กันตพล สุกาญจนรักษ์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร

รางวัลความคิดสร้างสรรค์ กันตพล สุกาญจนรักษ์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร

ผลงานรางวัลดีเด่น

ผลงานรางวัลดีเด่น

ผลงานรางวัลดาวเด่นบัวหลวงยอดเยี่ยม

ผลงานรางวัลดาวเด่นบัวหลวงยอดเยี่ยม

H.	ผลงานรางวัลความคิดสร้างสรรค์

H. ผลงานรางวัลความคิดสร้างสรรค์