เปิดนโยบายสร้างศักยภาพคนรุ่นใหม่ รองรับอาชีพอนาคต

เปิดนโยบายสร้างศักยภาพคนรุ่นใหม่ รองรับอาชีพอนาคต

23 ธ.ค. 2568 21:39 น.

เปิดนโยบายสร้างศักยภาพคนรุ่นใหม่ รองรับอาชีพอนาคต

เปิดนโยบาย 3 พรรคการเมือง สร้างศักยภาพคนรุ่นใหม่ รองรับอาชีพอนาคต หวังปั้นสตาร์ทอัพทั่วประเทศ หวังให้เรียนฟรีถึงปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีการเกษตร

วันนี้ 23 ธ.ค. 2568 “ไทยรัฐดีเบต” เวทีดีเบตครั้งแรกของศึกเลือกตั้ง 2569 เพื่อนำแนวคิด นโยบาย ในการประกอบตัดสินใจก่อนถึงวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมสัมภาษณ์เกี่ยวกับนโยบายที่ส่งเสริมอาชีพให้กับคนรุ่นใหม่จาก 3 พรรคการเมือง

“เพื่อไทย” เด็กไทย ต้องเข้าถึงโอกาส

“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การพัฒนาคนรุ่นใหม่ เราจะมุ่งเน้นในกลุ่มคนระดับมัธยมปลาย และในระดับมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นไปใน 2 ระดับคือ 1.สตาร์ทอัพ ที่ต้องพัฒนาในระบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ทำอะไรอย่างที่ตัวเองคิดได้ อย่างแรกคือ การออกแบบโปรโตไทป์ (Prototype) ที่เมื่อเรานึกอะไรขึ้นมาบางอย่าง และทำออกมาเป็นสไลด์เพาเวอร์พอยต์ และถ้ารัฐบาลสามารถทำให้คนรุ่นใหม่มาเจอกับคนที่มีเงินลงทุน หรือเรียกว่า Angel Fund (แองเจิ้ล ฟันด์) ที่จะช่วยลงทุนให้โปรเจกต์ที่เป็นสไลด์ให้ออกมาเป็นชิ้นงาน เมื่อออกมาเป็นชิ้นงาน ก็อาจมีเวทีที่ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถพัฒนาเป็นโปรเจกต์ที่ใหญ่ขึ้น หรือเขาสามารถไปเจอคนอื่นที่สามารถมาร่วมเป็นทีมเดียวกันได้ และทำให้เกิดระบบที่เกิดการขับเคลื่อนจะทำให้เกิดโอกาสมหาศาล

ต้องมีการทำมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์บ่มเพาะ ที่จะมีกิจกรรมที่จะสามารถทำให้มาเจอเพื่อนที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน ซึ่งต้องมีการเชิญชวนให้บริษัทเอกชนมาจัดกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ซึ่งบริษัทเองก็จะได้คนรุ่นใหม่มาช่วยงานพาร์ทไทม์ เมื่อพากลุ่มคนเหล่านี้มาเจอกัน ในระดับประเทศรัฐบาลจะต้องมีการนำคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพไปเจอกับผู้ประกอบการในประเทศหรือต่างประเทศ

สุดท้ายแล้วการที่คนรุ่นใหม่จะยืนอยู่ได้ ต้องมี อาร์แอนดี (R&D) ของตัวเอง แต่ถ้าทำเองไม่ได้ ต้องมีระบบในการเชื่อมต่อกับมหาวิทยาลัย เพื่อซัพพอร์ตในการทำงานบางอย่าง นี่จะเป็นการสร้างศักยภาพให้ไทยแข่งขันในระดับโลกได้

โมเดลการพัฒนาคนรุ่นใหม่ สามารถทำได้ทุกภูมิภาคในประเทศไทย โดยแต่ละมหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญต่างกัน ดังนั้นการนำนวัตกรรมไปใส่ในมหาวิทยาลัยทุกภาค จะทำให้เกิดโปรดักต์ใหม่ๆ เป็นการดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวทั่วโลก

“คนไทย เด็กไทย เกิดที่ไหนก็ได้ แต่ต้องเข้าถึงโอกาสได้ทัดเทียมกัน การพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในทุกภาค จะทำให้เขาไม่ต้องออกมาไกลบ้าน แต่เราพยายามทำให้สตาร์ทอัพ ได้เจอกับบริษัทหรือนักลงทุนขนาดใหญ่ และควรจะต้องอยู่ใกล้ๆ กับแหล่งความรู้ในท้องถิ่น ซึ่งควรจะเข้าถึงนักลงทุน ดังนั้นการพัฒนาเพื่อรองรับคนในทุกภูมิภาคเพื่อให้มีการกระจายตัว”

สิ่งสำคัญผู้นำประเทศต้องมีเป้าหมายพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่ชัดเจน คนรุ่นใหม่จะสามารถพัฒนาตัวเองได้ว่าเส้นทางของเขาถ้าเรียนในด้านนี้จะไปยังจุดไหนได้ต่อ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาที่ผ่านมาคือ คนรุ่นใหม่จบมาแล้วหางานไม่ได้ในสาขานั้น ทั้งที่จริงเขาคือ คนที่มีความรู้ในเรื่องที่เรียน ดังนั้นถ้าเรามีการพัฒนาประเทศให้สามารถรองรับคนที่เริ่มในการพัฒนาธุรกิจใหม่

“พลังประชารัฐ” เรียนฟรีกลุ่มวิชา STEM

“ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า คนรุ่นใหม่ถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติ เราพยายามเปิดพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่ แต่ก็ไม่ง่าย ตอนนี้มีความคิดกันว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนการเรียนในระดับปริญญาตรี สำหรับบางสาขาให้มีการเรียนฟรี โดยเฉพาะกลุ่มวิชา STEM คือ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics)

อีกประเด็นคือการดูแลเอสเอ็มอี ที่โดยรวมมีประมาณ 3.4 แสนราย มีการจ้างงานประมาณ 13 ล้านคน ซึ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำธุรกิจจะออกมาในรูปแบบเอสเอ็มอี จึงต้องมีการกำหนดกติกาเพื่อขอให้แบงก์พาณิชย์ ปล่อยกู้ให้กับเอสเอ็มอีที่เป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น

และต้องมีการตั้งกองทุนสตาร์ทอัพ ที่เป็นกองทุนในการสนับสนุนธุรกิจหรือกิจการที่เป็นธุรกิจใหม่ เน้นธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีเอไอ และนวัตกรรมที่มีความก้าวหน้า เงินของกองทุนจะมาจากรัฐบาล ตลาดหลักทรัพย์ หรือจากสมาคมธนาคาร เงินในกองทุนจะเป็นเงินที่ร่วมลงทุนในธุรกิจของคนรุ่นใหม่

ที่ผ่านมาการพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากผู้บริหารรัฐบาลขาดความเข้าใจของคนรุ่นเก่าเสียส่วนใหญ่ ขณะนี้หลายพรรคการเมืองมีคนรุ่นใหม่ที่เข้าไปร่วมจำนวนมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลต้องมีการเปิดพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่ได้ทำงานในสิ่งที่ต้องการ ขณะเดียวกันก็ต้องมีพื้นที่ให้กับผู้สูงวัยด้วย เพราะหลายคนก็ตกรุ่นในการใช้เทคโนโลยี จึงต้องมีการพัฒนาพื้นที่ในชุมชนให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ได้มาถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้สูงวัยในชุมชนด้วย

“พรรคเศรษฐกิจ” แปรรูปเกษตรทฤษฎีใหม่

พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ พรรคเศรษฐกิจ มองว่า การพัฒนาคนรุ่นใหม่ ต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและตัดวงจรหนี้ที่มีด้วยกัน 3 ก้อนคือ 1.หนี้รัฐบาล 2.หนี้ประชาชน 3.หนี้ภาคธุรกิจ ที่ทำให้วันนี้เด็กรุ่นใหม่จบมาแล้วตกงาน

ยิ่งถ้าประเทศไทยติดกับดักหนี้ จะทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีและการศึกษาลดลงไป เลยทำให้พรรคเศรษฐกิจ มีนโยบายแก้หนี้เป็นอันดับแรก โดยจะมีโครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ เพื่อให้ไทยกลับเข้าสู่เวทีการแข่งขัน และจะเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางราง ซึ่งจะมีการสร้างงานสร้างอาชีพจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลดีต่อเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังจะจบ

การพัฒนาคนรุ่นใหม่จะต้องมีการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะประเทศไทยมีศักยภาพในเรื่องการเกษตร โดยเฉพาะในการแปรรูปเกษตรทฤษฎีใหม่ แต่จะต้องมีเทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาช่วย เพื่อให้สินค้าการเกษตรไม่มีอายุสั้น เช่น ประเทศจีน มีการถนอมอาหารสามารถเก็บได้ 10 ปี ซึ่งคุณค่าทางอาหารเหมือนเดิม

แต่ปัญหาของคนรุ่นใหม่ตอนนี้ เมื่อเราไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง แต่จะเป็นการลอกเลียนแบบทั้งที่จริงแต่ละประเทศมีความถนัดเป็นของตัวเอง ดังนั้น ไทยต้องกลับมาเป็นตัวเองในการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรที่จะมารองรับ

วินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิดเกม “Call of Duty” ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

วินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิดเกม “Call of Duty” ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

23 ธ.ค. 2568 21:38 น.

วินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิดเกม “Call of Duty” ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

วินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิดเกมชื่อดังอย่าง “Call of Duty” ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตในวัย 55 ปี พร้อมกับผู้โดยสารอีกคนที่เดินทางมาด้วยกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2568 ว่า นายวินซ์ ซัมเปลลา ผู้ร่วมให้กำเนิดเกมชื่อดังอย่าง “Call of Duty” เสียชีวิตแล้วหลังจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะมีอายุได้ 55 ปี

บริษัท Electronic Arts (EA) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Respawn Entertainment สตูดิโอเกมที่นายซัมเปลลาร่วมก่อตั้ง เป็นผู้ยืนยันข่าวการเสียชีวิตของนักพัฒนาเกมผู้ทรงอิทธิพลรายนี้

ข่าวระบุว่า นายซัมเปลลากำลังเดินทางด้วยรถยนต์เฟอร์รารีพร้อมกับผู้โดยสารอีกหนึ่งคน ก่อนที่รถจะประสบอุบัติเหตุพุ่งชนและเกิดไฟลุกไหม้บนทางหลวงในนครลอสแอนเจลิส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (21 ธ.ค.)

“นี่คือความสูญเสียที่เกินกว่าจะจินตนาการได้ เราขอส่งกำลังใจให้แก่ครอบครัวของวินซ์ คนรักของเขา และทุกคนที่ประทับใจในผลงานของเขา” โฆษกของ EA บอกกับสำนักข่าวบีบีซี

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้โดยสารที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับกระเด็นออกมานอกตัวรถ ในขณะที่คนขับยังคงติดอยู่ภายใน โดยยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านายซัมเปลลาเป็นผู้ขับหรือไม่ และบุคคลอีกรายที่อยู่ภายในรถคือใคร แต่ทั้งสองคนเสียชีวิต

“ด้วยเหตุผลที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ยานพาหนะได้เสียหลักหลุดออกนอกเส้นทาง พุ่งชนเข้ากับแผงกั้นคอนกรีต และเกิดไฟลุกท่วมตัวรถทั้งคัน” ตำรวจทางหลวงรัฐแคลิฟอร์เนียระบุในแถลงการณ์

ทั้งนี้ นายซัมเปลลาสร้างเกม “Call of Duty” ภาคแรกในปี 2546 ร่วมกับนายเจสัน เวสต์ และนายแกรนท์ คอลเลียร์ ผู้ร่วมงานที่ร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน

ตัวเกมซึ่งได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากเหตุการณ์ในสงครามโลกครั้งที่ 2 มียอดขายมากกว่า 500 ล้านชุด ส่งผลให้บริษัท Activision ของ Microsoft กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเกมที่ทำกำไรได้มากที่สุด นอกจากนี้ แฟรนไชส์ดังกล่าวยังมีการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงที่กำลังจะเข้าฉายเร็วๆ นี้ด้วย

ความสำเร็จของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่แฟรนไชส์ “Call of Duty” เท่านั้น เขายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเกมยอดนิยมอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ Medal of Honor, Titanfall และ Apex Legends

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ.2569

กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ.2569

กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ.2569

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.05 น.

อนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย 

กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์

เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล
โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

“กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของ กรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

อย. – FoSTAT เปิดตัว “Smart Kids with Good Health” ส่งเสริมโรงเรียนต้นแบบ อย.น้อย เดินหน้าสร้างเยาวชนไทยกินดี สุขภาพดี

อย. - FoSTAT เปิดตัว “Smart Kids with Good Health” ส่งเสริมโรงเรียนต้นแบบ อย.น้อย เดินหน้าสร้างเยาวชนไทยกินดี สุขภาพดี

อย. – FoSTAT เปิดตัว “Smart Kids with Good Health” ส่งเสริมโรงเรียนต้นแบบ อย.น้อย เดินหน้าสร้างเยาวชนไทยกินดี สุขภาพดี

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.50 น.

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีประกาศความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) เพื่อขับเคลื่อนการเสริมสร้างความรู้ด้านอาหารและโภชนาการแก่เยาวชนไทย ผ่านกิจกรรม “Smart Kids with Good Health” มุ่งส่งเสริมโรงเรียนต้นแบบ อย.น้อย ปลูกฝังเยาวชน ฉลาดเลือก กินดี สุขภาพดี วางรากฐานการดูแลสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเรียน และต่อยอดสู่คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในอนาคต

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ขับเคลื่อนนโยบาย “รอบรู้ เพื่ออยู่อย่างมีคุณภาพชีวิต” โดยยึดหลัก 3 รู้ อยู่รอด คือ รอบรู้ข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง ตระหนักรู้สถานะสุขภาพของตนเอง และรอบรู้วิธีแก้ปัญหาสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

“การประกาศความร่วมมือระหว่าง อย. และ FoSTAT ในวันนี้ สะท้อนถึงพลังของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการร่วมกันสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน มุ่งยกระดับทักษะชีวิตเพื่อสุขภาวะ (Life Skills for Wellbeing) ของเยาวชนไทย ผ่านการเสริมสร้างความรู้ด้านความปลอดภัยอาหารและโภชนาการที่ถูกต้อง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสุขภาวะอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ ถ่ายทอดต่อ และร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมแห่งการบริโภคอย่างมีความรู้ มีความรับผิดชอบ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายพัฒนา กล่าว

พวงเพ็ชร์ นิธยานนท์ นายกสมาคม FoSTAT, เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม – เลขาธิการ อย. และ มธุวลี สถิตยุทธการ ผู้บริหาร ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเครือข่ายโรงเรียน อย.น้อย อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพแก่เยาวชนไทย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินกิจกรรม “Smart Kids with Good Health” นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกิจกรรม อย.น้อย ในโรงเรียน เพื่อขับเคลื่อนนำไปสู่การพัฒนาเป็นนักสื่อสารผลิตภัณฑ์สุขภาพรุ่นใหม่

ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิดชู ‘ทรูจิตอาสา’ คว้าโล่รางวัล ‘ซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง’ ครั้งที่ 5

ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิดชู ‘ทรูจิตอาสา’ คว้าโล่รางวัล ‘ซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง’ ครั้งที่ 5

ทรู คอร์ปอเรชั่น เชิดชู ‘ทรูจิตอาสา’ คว้าโล่รางวัล ‘ซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง’ ครั้งที่ 5

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.07 น.

ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมพิธีมอบรางวัล “โครงการซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง” ครั้งที่ 5 เพื่อเชิดชูเกียรติพนักงานผู้ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “ซีพีร้อยเรียงความดี” แก่ผู้สร้างแรงบันดาลใจจากการทำความดีด้วยหัวใจ สะท้อนพลังของคนทำงานที่พร้อมส่งต่อโอกาสให้สังคม และใบประกาศเกียรติคุณ “ซีพีร้อยเรียงความดี 24 ชั่วโมง” โครงการดังกล่าวเกิดจากดำริของ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ และ ประธานกรรมการ สุภกิต เจียรวนนท์ ที่มุ่งปลูกฝัง “คุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความดีงาม” ให้เป็นรากฐานวัฒนธรรมองค์กรอย่างยั่งยืน โดยปีนี้คัดเลือกเรื่องราวความดีรวม 19 เรื่อง แบ่งเป็น 11 เรื่อง ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ และ 8 เรื่อง ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ท่ามกลางบรรยา กาศแห่งความปลื้มปีติและความภาคภูมิใจร่วมกัน โดยมี สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้มอบใบประกาศเกียรติคุณ “ซีพีร้อยเรียงความดี” ให้แก่ สุวิกรม แก้วสองเมือง วิศวกรจากหน่วยงาน Wire & Wireless, สนอง หยูมุ่ย Head of Regional Network Rollout and Operation และ เสกศักดิ์ ช่อปลอด Head of Regional Operation บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมเป็นผู้ปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อฟื้นฟูสัญญาณการสื่อสารในพื้นที่ประสบอุทกภัย ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนยังคงติดต่อสื่อสารและเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง เรื่องราวดังกล่าวไม่ใช่เพียงการปฏิบัติหน้าที่ในยามวิกฤต หากคืออีกหนึ่งภาพสะท้อนของ “พลังความดี” จากหัวใจของพนักงาน ที่พร้อมเคียงข้างผู้คนและสังคมในวันที่ยากลำบากที่สุด

ในโอกาสเดียวกัน จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้มอบ โล่ประกาศเกียรติคุณ ให้แก่ รมมุก เพียจันทร์ รองหัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา และ สมภพ แสนจุ้ย เจ้าหน้าที่อาวุโสทรูปลูกปัญญา บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น จากผลงานเรื่อง “ปลุกความกล้าสร้างความหวัง เพื่ออนาคตเยาวชน” ซึ่งสะท้อนแนวคิดเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า “การทำดี” ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่หรือหวือหวา หากเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัว และเติบโตได้จากความตั้งใจจริงของคนทำงานทุกคน

รมมุก เพียจันทร์ รองหัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา กล่าวว่า “ทรูปลูกปัญญาเชื่อว่า ‘โอกาส’ คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และการให้โอกาสเริ่มได้จากหัวใจของคนทำงานทุกคน รางวัลในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่เป็นกำลังใจที่ยืนยันว่า ความตั้งใจเล็ก ๆ เมื่อได้รับการต่อยอดอย่างเหมาะสม สามารถสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายต่อชีวิตผู้คนได้จริง โครงการ Heartism เกิดจากความเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ เราต้องการให้เด็กออทิสติกและครอบครัวมีทั้งรายได้ ความภาคภูมิใจ และคุณค่าในตัวเอง ขอขอบคุณพลังของทรูจิตอาสาและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้โครงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มทำความดีในแบบของตนเอง”

สมภพ แสนจุ้ย เจ้าหน้าที่อาวุโสทรูปลูกปัญญา จาก ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “การส่งผลงานครั้งนี้ไม่ได้มองว่าการทำจิตอาสาต้องสม บูรณ์แบบ แต่เชื่อว่า ‘การให้’ เกิดขึ้นได้เสมอในรูปแบบของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันเวลา แรงกาย ความรู้ หรือความใส่ใจ ซึ่งล้วนมีความหมายและสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้ผู้คนรอบตัว พร้อมหวังว่าประสบการณ์นี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนพนักงานกล้าที่จะเริ่มทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคม โดยไม่ต้องรอให้พร้อม เพราะทันทีที่ลงมือทำ เราจะได้ทั้งความสุข ความภาคภูมิใจ และรอยยิ้มของผู้คนเป็นรางวัลอันล้ำค่า”

ผลงานที่ส่งเข้าประกวดคือ โครงการสร้างรายได้และโอกาสอย่างยั่งยืนให้กลุ่มออทิสติก จังหวัดพิษณุโลก (ตั้งแต่ปี 2562 – ปัจจุบัน) ซึ่งเริ่มจากการมองเห็น “ศักยภาพ” มากกว่าข้อจำกัด โดยเด็ก ๆ ได้ฝึกทักษะชีวิตผ่านกิจกรรมถักไหมเกาหลีเป็นแผ่นล้างจาน ช่วยเสริมสมาธิ ความละเอียด และความภาคภูมิใจในตนเอง ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดเส้นทางการเติบโต โครงการได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจาก พนักงานทรูจิตอาสา ที่ร่วมช่วยเปิดตลาดแรกด้วยการนำผลิตภัณฑ์ไปทดลองวางจำหน่ายภายในอาคารทรู ทั้งยังช่วยแนะนำแนวทางการสื่อสารเรื่องราวและการขาย จนพัฒนาต่อยอดเป็นแบรนด์ Heartism” ที่สะท้อนหัวใจ ความใส่ใจ และคุณค่าแห่งความหลากหลาย นอกจากนี้ ยังประสานความร่วมมือกับนักศึกษาฝึกงานจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เพื่อเสริมมิติด้านการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ ช่องทางการจำหน่าย และการวิเคราะห์ต้นทุน ช่วยให้การดำเนินงานเดินหน้าอย่างแข็งแรงและยั่งยืน ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ Heartism สามารถสร้างรายได้ให้เด็กออทิสติกและครอบครัวเฉลี่ย 2,000–3,000 บาทต่อคนต่อเดือน ช่วลดภาระครอบครัว เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือการสร้าง “คุณค่าในตัวเอง” ให้เด็ก ๆ ได้ยืนอย่างมั่นใจและภาคภูมิในสังคม

เรื่องราวนี้จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของพลังความร่วมมือระหว่าง ชุมชน กลุ่มออทิสติก สถาบันการศึกษา และพนักงานทรูจิตอาสา ที่ร่วมกันต่อยอดจาก “ทักษะเล็กๆ” ให้กลายเป็น “อาชีพที่ยั่งยืน” พร้อมส่งต่อความหวังและโอกาสให้เติบโตได้จริงในชีวิตของผู้คน

SACIT เปิดหอนิทรรศการถาวรใหม่ ‘เครื่องจักสาน’ สัมผัสภูมิปัญญาดั้งเดิมในมุมมองใหม่ จากวิถีชีวิตสู่งานดีไซน์ร่วมสมัย

SACIT เปิดหอนิทรรศการถาวรใหม่ ‘เครื่องจักสาน’  สัมผัสภูมิปัญญาดั้งเดิมในมุมมองใหม่ จากวิถีชีวิตสู่งานดีไซน์ร่วมสมัย

SACIT เปิดหอนิทรรศการถาวรใหม่ ‘เครื่องจักสาน’ สัมผัสภูมิปัญญาดั้งเดิมในมุมมองใหม่ จากวิถีชีวิตสู่งานดีไซน์ร่วมสมัย

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน เปิดหอนิทรรศการถาวรใหม่ “เครื่องจักสาน” ณ อาคารพระมิ่งมงคล สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อจัดระบบองค์ความรู้ด้านงานจักสานไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่ฐานทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไปจนถึงการต่อยอดเชิงหัตถศิลป์และการออกแบบร่วมสมัย พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้สัมผัสเสน่ห์แห่งลวดลายสานที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) กล่าวว่า การจัดแสดงองค์ความรู้ด้านงานศิลปหัตถกรรมไทยผ่านหอนิทรรศการถาวร เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ SACIT ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดย SACIT ไม่เพียงทำหน้าที่สนับสนุนการตลาดหรือการจัดแสดงผลงานเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น “นักปั้น” ที่มีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเนื้อหาของงานศิลปหัตถกรรมไทย ตั้งแต่รากฐานภูมิปัญญา วัสดุ เทคนิค ไปจนถึงบริบททางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชน

หอนิทรรศการ “เครื่องจักสาน” ได้รับความร่วมมือในการออกแบบสร้างสรรค์โดย กรกต อารมย์ดี ศิลปินศิลปาธร ผู้เป็นทั้งศิลปินและนักออก แบบจากงานหัตถกรรมไม้ไผ่ไปสู่งานออกแบบสมัยใหม่ ซึ่งมีผลงานเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ อาทิ งานออกแบบและตกแต่งใน Dior Gold House ซึ่งเรื่องราวของนิทรรศการได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด “Fishing for Innovative Designs” หรือ “การตกผลึกความคิดเพื่อการออกแบบเชิงนวัตกรรม” เปรียบเปรยภูมิปัญญาดั้งเดิมเสมือนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ที่นักสร้างสรรค์สามารถหยิบยกองค์ความรู้ เทคนิค และเรื่องราวอันล้ำค่า มาต่อยอดเป็นงานออกแบบใหม่ที่เปี่ยมด้วยความหมายและความยั่งยืน จึงนำเสนอเรื่องราวของเครื่องจักสานไทยตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเส้นใยพืชตามกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ ผ่านบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันและวัฒนธรรมไทย สู่การพัฒนาเป็นผลงานหัตถศิลป์และงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนจินตนาการใหม่อย่างไม่หยุดนิ่ง และก้าวสู่การเป็นสัญลักษณ์ของหัตถศิลป์และการออกแบบที่ยั่งยืนในระดับนานาชาติ

นิทรรศการแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมวัตถุงานจักสานเพื่อจัดแสดง หากแต่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดบทสนทนาระหว่างอดีต ปัจจุ บัน และอนาคตของงานหัตถศิลป์ไทย โดยมี “เครื่องจักสาน” เป็นจุดตั้งต้นขององค์ความรู้ที่เชื่อมโยงภูมิปัญญา วัฒนธรรม ทรัพยากร ธรรมชาติ และการออกแบบร่วมสมัย มุ่งหวังให้เป็นฐานองค์ความรู้ด้านงานจักสานในระดับอาเซียน ควบคู่กับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิมที่มีความหลากหลายตามแต่ละพื้นที่

SACIT หวังว่านิทรรศการ “เครื่องจักสาน” จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าและความงามของงานหัตถศิลป์ไทย สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่อาชีพ สร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน และตระหนักถึงความสำคัญของพืชท้องถิ่นซึ่งเป็นหัวใจของ “ความยั่งยืน” ในงานศิลปหัตถกรรมไทย

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “เครื่องจักสาน” ได้แล้ววันนี้ ณ อาคารพระมิ่งมงคล สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติอต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1289 หรือติดต่อเข้าชมเป็นหมู่คณะที่ฝ่ายเสริมสร้างประสบการณ์งานศิลปหัตถกรรม Line ID : 092-8493473

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์

กรกต อารมย์ดี

กรกต อารมย์ดี

ต่อมลูกหมากโต เรื่องใกล้ตัวที่ผู้ชายวัย 50+ ไม่ควรมองข้าม

ต่อมลูกหมากโต เรื่องใกล้ตัวที่ผู้ชายวัย 50+ ไม่ควรมองข้าม

ต่อมลูกหมากโต เรื่องใกล้ตัวที่ผู้ชายวัย 50+ ไม่ควรมองข้าม

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทำไมปัสสาวะบ่อย?”  หรือ กลางคืนลุกไปเข้าห้องน้ำหลายรอบ แถมยังปัสสาวะไม่สุด…”

นายแพทย์ กริช ออประเสริฐ ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง ชั้น 2  โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ให้ข้อมูลว่า  คำถามเหล่านี้ อาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่มันอาจเป็นสัญญาณของ “ต่อมลูกหมากโต” ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป และหากปล่อยไว้ อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าที่คิด

ต่อมลูกหมาก คืออะไร?

ต่อมลูกหมาก (Prostate Gland) คืออวัยวะขนาดประมาณลูกเกาลัด อยู่บริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะ และล้อมรอบท่อปัสสาวะ ทำหน้าที่ผลิตน้ำเลี้ยงอสุจิ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนเพศชายที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้ “ต่อมลูกหมาก” ค่อย ๆ โตขึ้นตามธรรมชาติ แต่ถ้าโตเกินไปจนไปกดเบียดท่อปัสสาวะ ก็จะเกิดอาการผิดปกติต่างๆ ตามมา

อาการของต่อมลูกหมากโต

ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน ปัสสาวะไม่พุ่ง  ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ต้องเบ่งปัสสาวะนาน

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อมลูกหมากโต

ผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติ ครอบครัวเป็นโรคนี้ ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย / น้ำหนักเกิน ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย และผู้ที่รับประ ทานอาหารไขมันสูง

การรักษาต่อมลูกหมากโต ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยมีวิธีการ ดังนี้

1. ปรับพฤติกรรม : ลดน้ำก่อนนอน งดชา กาแฟ แอลกอฮอล์ หมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารเสริมสุขภาพต่อมลูกหมาก เช่น zinc, saw palmetto (ภายใต้คำแนะนำแพทย์) หลังปัสสาวะ ยืนรอเพื่อเบ่งซ้ำอีกรอบ

 2. ใช้ยา : กลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อท่อปัสสาวะ และกลุ่มยาลดขนาดต่อมลูกหมาก (ใช้ระยะยาว)

 3. รักษาด้วยหัตถการหรือผ่าตัด : หากใช้ยาไม่ได้ผล หรือมีปัญหาแทรกซ้อน เช่น ปัสสาวะไม่ออกเลย มีการติดเชื้อซ้ำบ่อย หรือยังมีอาการหลังใช้ยา แพทย์อาจเลือกขูดลูกหมากบางส่วนออก ซึ่งเป็นวิธีรักษาตามมาตรฐานที่ใช้มาอย่างยาวนาน

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ไกลต่อมลูกหมากโต

ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่ออายุเกิน 50 ปี  เลี่ยงอาหารไขมันสูง เนื้อแดง   รับประทานผักผลไม้สีแดง ส้ม เหลือง ที่มีไลโคปีน  งดบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์  ไม่กลั้นปัสสาวะนาน ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่ปล่อยให้ท้องผูก

ต่อมลูกหมากโต เป็นโรคที่สามารถป้องกัน ลดความเสี่ยงในการเกิดได้หากหมั่นดูแลสุขภาพและสังเกตสัญญาณต่างๆจากร่างกาย การหมั่นตรวจสุขภาพช่วยให้รู้ทันท่วงทีและรักษาได้ไว เพื่อให้ผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ ไกลโรค ไม่ต้องกังวลกับการเข้าห้องน้ำบ่อยอีกต่อไป

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการของโรคต่อมลูกหมากโต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม/นัดหมายแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง ชั้น 2  โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) โทรศัพท์ 02 836 9999 กด 4

วิจัยชี้ ‘เบาหวาน’ ใกล้ตัวคนวัยทำงานมากขึ้น แนะกลยุทธ์ปรับพฤติกรรม ออกกำลัง เอาชนะโรค

วิจัยชี้ ‘เบาหวาน’ ใกล้ตัวคนวัยทำงานมากขึ้น แนะกลยุทธ์ปรับพฤติกรรม ออกกำลัง เอาชนะโรค

วิจัยชี้ ‘เบาหวาน’ ใกล้ตัวคนวัยทำงานมากขึ้น แนะกลยุทธ์ปรับพฤติกรรม ออกกำลัง เอาชนะโรค

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เบาหวาน  โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กลายเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของคนวัยทำงานอย่างน่าเป็นห่วง จากสถิติในไทย พบว่า ในทุก 9 คน จะมีผู้เป็นเบาหวาน 1 คน และทุกๆ 5 ปีมีผู้เป็นเบาหวานเพิ่มขึ้น 1 ล้านคน และสิ่งที่น่าวิตกคือ อายุเฉลี่ยของผู้เป็นเบาหวานได้ลดลงจาก 50 ปี เหลือเพียง 40 ปี และเริ่มพบในคนอายุ 30 ปีมากขึ้นเรื่อย ๆ  จึงเห็นได้ว่าโรคเบาหวานไม่ใช่โรคไกลตัวของวัยทำงานต่อไป

โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ ซึ่งมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคเบาหวาน  ได้จัดกิจกรรมพิเศษโดยมี  ศ.เกียรติคุณ นพ. เทพ หิมะทองคำ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ และผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลเทพธารินทร์ กล่าวเปิดงาน ภายใต้แนวคิด “Diabetes and the Workplace” (สุขภาพดี มีได้…ในที่ทำงาน) เพื่อสร้างความตระหนักและติดอาวุธความรู้ให้ผู้เป็นเบาหวานวัยทำงานสามารถดูแลตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้ การเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองต่าง ๆ รวมถึง Workshop แนะการเคลื่อนไหวที่สะดวกและเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงการเลือกอาหารที่เหมาะสำหรับวัยทำงาน

เรื่องที่ผู้เป็นเบาหวานวัยทำงาน….ควรรู้

พญ. เกษณี ร่มโพธิ์ทอง อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ กล่าวว่า การมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีต่อสุขภาพเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเราใช้เวลาในที่ทำงานมาก การดูแลตนเองอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เนื่องจากผู้เป็นเบาหวานในวัยทำงานมีอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อนที่สูงขึ้น การเข้าใจและจัดการปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยาอย่างมีวินัย และการพักผ่อน จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี

สุขภาพดี มีได้…ในที่ทำงาน

หนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ ช่วงเสวนา “สุขภาพดี มีได้…ในที่ทำงาน” นำโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นพ. เอกลักษณ์ วโนทยาโรจน์ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ  และผู้อำนวยการศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อเทพธารินทร์ ที่มาอัปเดต สถานการณ์โรคเบาหวานปัจจุบันที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะเป็นโรคในกลุ่ม NCDs ที่เพิ่มขึ้นเร็ว ในทุก ๆ 5 ปี จะมีผู้ป่วยเพิ่ม 1 ล้านคน หรือ ในทุก 9 คน จะเป็นเบาหวาน 1 คน นอกจากนี้ โรคเบาหวานยังเริ่มคุกคามคนวัยทำงานมากขึ้น อายุเฉลี่ยผู้ที่ป่วยลดลงจาก 50 ปี เป็น 40 ปี และเริ่มพบในวัย 30 ปีมากขึ้น โดยกลุ่มวัยทำงานมักมีภาวะแทรกซ้อนสูงกว่ากลุ่มอื่น ดังนั้น “คนวัยทำงานจำเป็นต้องใส่ใจสุขภาพอย่างจริงจังและต่อเนื่อง”

งานเสวนามีแขกรับเชิญมาร่วมแชร์ประสบการณ์ตรงในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การเอาชนะเบาหวานด้วยสูตรดูแลตัวเอง “2ก 1ย 1น” ได้แก่  กิน – ควบคุมอาหาร กาย – ออกกำลังกาย ยา – ใช้ยาอย่างมีวินัย และ นอน – นอนให้เพียงพอ ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และให้ข้อคิดแก่ผู้เป็นเบาหวานได้เป็นอย่างดี Workshop “Being active” ฟิตเฟิร์มร่างกาย โดย ทีม มีดี เฮลท์ โซลูชั่น คลับ ศูนย์ออกกำลังกาย (ชั้น 8) โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ โดยหัวหน้าแผนกแอคทีฟไลฟ์สไตล์ มีดี เฮลท์ โซลูชั่น คลับ ได้นำเสนอ Workshop ที่เน้นการเคลื่อนไหวที่สะดวกและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนวัยทำงาน คือ การเดินหรือวิ่งสะสมระยะทาง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ประโยชน์มากมาย เช่น ลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมง และลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ปอด และหัวใจ ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนได้ถึง 30%  การจัดกิจกรรมองค์กรอย่าง UMC SO GOOD “เดิน-วิ่งสะสมระยะทาง” ที่กระตุ้นให้พนักงานเดิน-วิ่งสะสมระยะ 17 กม. ภายใน 1 เดือน เพื่อรับรางวัล เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการสร้างแรงจูงใจให้เกิดความแอคทีฟ

Workshop “Healthy eating”: สูตร 2:1:1 สำหรับอาหารในที่ทำงาน โดยทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ   ได้ถ่ายทอดความรู้ในการจัดการคุณ ภาพอาหารในที่ทำงาน โดยมุ่งเน้นที่การสร้างจานอาหารสุขภาพใน 1 ตะกร้า ด้วยหลักการ 2:1:1 ที่จำง่ายและนำไปใช้ได้จริง ได้แก่ 2 ส่วน : ผัก  1 ส่วน: เนื้อสัตว์/โปรตีน (เน้นไม่ติดมัน/หนัง, ปลา, ไข่) และ 1 ส่วน: ข้าว-แป้ง (เน้นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน) นอก จากนี้ ยังแนะแนวทางสำหรับ แก๊งค์เวฟแอนด์โก ในร้านสะดวกซื้อให้สามารถสร้างจาน 2:1:1 ได้ และสำหรับมื้อว่าง ควรเลือกที่มีพลังงานไม่เกิน 200 kcal และมีปริมาณน้ำตาลเพียง 0-5 กรัม

นอกจากการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน การดูแลสุขภาพเพื่อรักษาและป้องกันความเสี่ยงของโรคเบาหวานสำหรับคนทำงาน โดย ทีมแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และผู้มีประสบการณ์ตรง และกิจกรรมเกมร่วมสนุกรับรางวัลปิดท้ายแล้ว โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ ยังได้จัดบูธตรวจเช็คค่าน้ำตาลในเลือด รวมถึงบูธจำหน่ายอุปกรณ์ตรวจค่าน้ำตาล และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ให้บริการแก่ผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้คนวัยทำงานมีสุขภาพที่ดีและตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตนเองเพื่อสร้าง “สุขภาพดี มีได้…ในที่ทำงาน” อย่างยั่งยืน  และหากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวาน สามารถสอบถามรายละ เอียดได้ที่ ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์และต่อมไร้ท่อเทพธารินทร์ โทร 02-348-7000 ต่อ 4020 หรือ 4024 ทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.

นพ. เอกลักษณ์ วโนทยาโรจน์

นพ. เอกลักษณ์ วโนทยาโรจน์

พญ. เกษณี ร่มโพธิ์ทอง

พญ. เกษณี ร่มโพธิ์ทอง

ศิลปินไทย ‘ยามีล๊ะ หะยี’ คว้ารางวัลสูงสุดระดับภูมิภาคคนที่ 4 บนเวทีประกวด ‘UOB Southeast Asian Painting of the Year’ ปีนี้

ศิลปินไทย ‘ยามีล๊ะ หะยี’ คว้ารางวัลสูงสุดระดับภูมิภาคคนที่ 4 บนเวทีประกวด ‘UOB Southeast Asian Painting of the Year’  ปีนี้

ศิลปินไทย ‘ยามีล๊ะ หะยี’ คว้ารางวัลสูงสุดระดับภูมิภาคคนที่ 4 บนเวทีประกวด ‘UOB Southeast Asian Painting of the Year’ ปีนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศิลปินไทยสร้างชื่ออีกครั้ง ผลงานของศิลปินไทยวัย 35 ปี  ยามีล๊ะ หะยี  ในชื่อ “ดุอาอ์ (วิงวอนขอพร)” ซึ่งสะท้อนถึงความหวังและความกลมเกลียว คว้ารางวัล UOB Southeast Asian Painting of the Year (SEA POY) ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของการประกวด UOB Painting of the Year (UOB POY) ผลงานชิ้นนี้โดดเด่นเหนือผลงานชนะเลิศจากประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม และเธอยังมีสิทธิ์ที่จะได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเป็นศิลปินในพำนักที่ Cité Internationale des Arts กรุงปารีส ซึ่งสนับสนุนโดยธนาคารยูโอบี อีกด้วย

ผลงานนี้สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคเย็บปักบนผืนผ้า ถ่ายทอดภาพสตรีในท่วงท่าวิงวอนขอพร สื่อถึงความปรารถนาร่วมกันเพื่อการเริ่มต้นใหม่และความกลมเกลียว ร่างกายของพวกเธอถูกถักทออย่างประณีตในฉากที่เหมือนความฝัน เพื่อสร้างเรื่องราวทรงพลังที่ผสมผสานระหว่างประเพณี จิตวิญญาณ และจินตนาการ ศิลปินได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด “ความงามคือภาพสะท้อนของความเข้มแข็ง” และใช้สัญลักษณ์เพื่อสะท้อนความปรารถนาของมนุษยชาติ

นายวี อี เชียง รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า “ในโอกาสที่ยูโอบีครบรอบ 90 ปี เรายังคงยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจและชุมชนทั่วทั้งภูมิภาค การดำเนินงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราเป็นมากกว่าการเชื่อมโยงทางธุรกิจ เพราะยังรวมถึงการตอบแทนสังคม รวมถึงการสนับสนุนด้านศิลปะผ่านการประกวด UOB POY เราได้บ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่ สร้างโอกาสให้ศิลปะเข้าถึงผู้คน และเชื่อมโยงระบบนิเวศทางศิลปะผ่านโครงการต่างๆ เช่น เครือข่ายศิลปินศิลปินยูโอบี (UOB Artist Alumni Network) เพื่อสร้างผลกระทบที่มีความหมายและยั่งยืนในระยะยาว”

คณะกรรมการตัดสินรางวัล SEA POY ประจำปี 2568 ประกอบด้วยประธานกรรมการตัดสินจากห้าประเทศที่เข้าร่วม ได้แก่ ดร.วิชญ มุกดามณี (สิงคโปร์) ดร.อากุง ฮูจัตนิกาเจนนง (อินโดนีเซีย) นางสาวอินตัน ราฟิซา (มาเลเซีย) นายอำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ (ไทย) และนายดัง ซวน ฮวา (เวียดนาม)

ยามีล๊ะ กล่าวว่า “ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง โรคภัย และความเหลื่อมล้ำ ดิฉันเชื่อว่าศิลปินมีหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแห่งสันติภาพและความหวัง ดิฉันอยากเตือนให้ผู้คนไม่หยุดฝัน ยึดมั่นในความหวัง และเชื่อมั่นในพลังของตนเองในการสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านผลงานชิ้นนี้”

ผลงาน “ดุอาอ์ (วิงวอนขอพร)” ใช้เวลาสร้างสรรค์ประมาณสองเดือน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ตั้งแต่วัยเด็กที่ได้คลุกคลีกับคุณแม่ซึ่งเป็นช่างเย็บผ้าคลุมฮิญาบในจังหวัดนราธิวาส “การได้รับรางวัลครั้งนี้เป็นกำลังใจที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อเส้นทางศิลปะของดิฉัน และเป็นแรงผลักดันให้ดิฉันยังคงมุ่งมั่นนำศิลปะไปสู่เยาวชนและกลุ่มสตรีในชุมชนของดิฉัน เพื่อให้พวกเขาได้ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และผ่อนคลายความกังวลจากสถานการณ์รอบตัวในชีวิตประจำวันต่อไป”

นิทรรศการแสดงผลงานของผู้ชนะรางวัลระดับภูมิภาค ประจำปี 2568 จะจัดขึ้นที่ UOB Discovery Space ณ หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ (National Gallery Singapore) ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ถึง 31 มกราคม 2569 เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น. และสามารถชมผลงานที่ได้รับรางวัลได้ทางเว็บไซต์ UOBandArt.com

ยามีล๊ะ หะยี

ยามีล๊ะ หะยี

คุณแหน : 25 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 25 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 25 ธันวาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารชั้นนายพลเป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ พลโทบุญสิน พาดกลาง เป็น พลเอกบุญสิน พาดกลาง ตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ ตั้งแต่ 21 ธ.ค. 2568…

●● งาน AUAA Christmas Carol & Afternoon Tea จัดไปเมื่อ 21 ธ.ค. ยังเป็นที่พูดถึงว่าตกแต่งสถานที่ในบรรยากาศของเทศกาลคริสต์มาสให้ถ่ายภาพเช็คอินกันอย่างสนุกสนาน รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ (AUAA) และแม่งานฝ่าย ปชส. ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ยิ้มปลื้ม เมื่อเห็น คณะกรรมการบริหารของ สมาคมฯ อาทิ ประกอบ มุกุระ, ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ, ม.ล.ศุลีรัชต์ วัชรีวงศ์, ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา, ศรีล สุขุม, เอกพงษ์ ณ ระนอง, ภากร กันทาธรรม, อนิรุทธิ์ มหธร และสมาชิกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ ร่วมงานอย่างคับคั่ง..

●● หนึ่งการให้เพื่อการเคลื่อนไหว สู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น “โครงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเพื่อผู้ป่วยยากไร้ (ปีที่ 7 โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ” ขอเชิญทุกท่านร่วมบริจาคสมทบ “โครงการจิตอาสาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเพื่อผู้ป่วยยากไร้” จำนวน 110 ข้อ “เพื่อผู้ป่วยข้อเข่าข้อสะโพกยากไร้” การบริจาคผ่านโครงการนี้ สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ชื่อบัญชี รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ธ.ทหารไทยธนชาต เลขที่ 050-2-00002-9 ส่งหลักฐานการโอนเงินพร้อมระบุ “เพื่อผู้ป่วยข้อสะโพกยากไร้” Line ID:tuh_donation..

●● ครบรอบวันเกิด ลลิสา จงบารมี มีเพื่อนสนิทมิตรรักญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือไปร่วมอวยพร เจ้าภาพจัดซิทดาวน์ดินเนอร์ 99 ท่าน ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่อยู่ใต้ฟ้าเมืองไทยที่เป็นที่รู้จักแทบทั้งสิ้น ตามประสาคนใจกว้างมีแต่คนรักมากมาย…

●● ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ไม่รู้จะไปไหน แวะไปไหว้พระทำบุญที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร แล้วขึ้นภูเขาทอง ชมพระอาทิตย์ตกดิน และชมทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน ได้ถึงเวลา 22.00 น. ตั้งแต่ 25 ธ.ค.2568-15 ม.ค.2569..

●● พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา แจ้งมายังญาติมิตรถึงกำหนดการทำบุญ 100 วัน คุณพ่อพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา วันที่ 6 ม.ค. 09.30 น. และ 19.00 น. สวดพระอภิธรรม ที่บ้านเลขที่ 21ถ.อัษฎางค์..

●● ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดนิทรรศการ โครงการภาพเขียน น้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้แนวคิด “น้อมศิระกราน ด้วยรักและภักดี Her Majesty Queen Sirikit, Our Beloved Queen Mother 3 ม.ค. 15.30 น. หอศิลป์ร่วมสมัย ถ.ราชดำเนิน นิทรรศการมีระหว่าง 30 ธ.ค.-28 ม.ค. 10.00-19.00 น. ปิดทุกวันจันทร์..