‘Hour of AI’ จุดประกายเยาวชนไทย สร้างอนาคตดิจิทัล

‘Hour of AI’ จุดประกายเยาวชนไทย สร้างอนาคตดิจิทัล

‘Hour of AI’ จุดประกายเยาวชนไทย สร้างอนาคตดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ SCB Academy เดินหน้าภารกิจยกระดับทักษะดิจิทัลแห่งยุค จัดกิจกรรม Hour of AI ภายใต้โครงการ Microsoft Elevate เพื่อจุดประกายความรู้และทักษะพื้นฐานด้าน AI รวมถึงการประยุกต์ใช้อย่างมีความรับผิดชอบ ให้แก่เยาวชนและครูจากทั่วประเทศ มุ่งยกระดับบทบาทจากการเป็นผู้ใช้สู่ผู้สร้างสรรค์ AI อย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมสร้างรากฐานอนาคตดิจิทัลที่แข็งแกร่งของประเทศไทย ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วน

Hour of AI เป็นโครงการระดับโลกจัดขึ้นโดย CSforALL, Code.org และพันธมิตร รวมทั้งไมโครซอฟท์ และเป็นโครงการที่สนับสนุน Microsoft Elevate ที่มีเป้าหมายฝึกอบรมผู้คนกว่า 20 ล้านคนทั่วโลกภายใน 2 ปี ให้มีทักษะด้าน AI โดยผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ AI ที่สนุก สร้างสรรค์ และมีความรับผิดชอบ ตามกรอบจริยธรรม AI ของ UNESCO โดยในประเทศไทยได้จัดกิจกรรมเชิงรุกเพื่อสร้างการเข้าถึง AI ในวงกว้าง โดยตั้งเป้าหมายอบรมครูต้นแบบ 1,000 คน และนักเรียน 15,000 คนทั่วประเทศ

โดยน้องๆ และครูที่เข้าอบรมทุกคนได้เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของ AI และความสำคัญของการใช้งานอย่างมีจริยธรรมและสร้างสรรค์ เพื่อทำความเข้าใจถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของเทคโนโลยีนี้ รวมถึงผลกระทบเชิงบวกและข้อควรระวังในการนำ AI ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและอนาคต การเรียนรู้ในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ทฤษฎี แต่ยังได้ลงมือปฏิบัติจริงอย่างสนุกสนาน ร่วมกันระดมสมองและออกแบบแนวคิด AI ที่พวกเขาอยากให้เกิดขึ้นในอนาคต เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่พบเจอในโรงเรียนและชุมชนรอบตัว กิจกรรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงนวัตกรรมและการแก้ปัญหา โดยบูรณาการองค์ความรู้จากการใช้เครื่องมือ Minecraft Education: Generation AI ซึ่งช่วยให้นักเรียนสามารถสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ด้วยการเขียนโค้ดง่ายๆ ผ่านบล็อกคำสั่ง MakeCode หรือภาษา Python ควบคู่ไปกับการทดลองใช้ Microsoft Copilot อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยกระตุ้นการจัดระเบียบความคิดและสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ก่อนที่จะนำเสนอผลงานของกลุ่มตนเอง ทั้งเนื้อหา ภาพที่สร้างสรรค์ รวมถึงอธิบายวิธีการประยุกต์ใช้ AI และปัญหาที่พบ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้นักเรียนได้รับความรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงและทำงานร่วมกันเป็นทีม อันเป็นทักษะสำคัญที่โลกยุคดิจิทัลต้องการ

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของกิจกรรมคือการสอดแทรกแนวคิด Responsible AI ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนาและใช้งาน AI อย่างมีจริยธรรมและคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม โดยเน้นย้ำถึงหลักการ 4 ด้าน ได้แก่ ความเป็นธรรม (Fairness) ความปลอดภัย (Safety) ความโปร่งใส (Transparency) และ การเคารพความเป็นส่วนตัว (Privacy) เพื่อให้นักเรียนเข้าใจว่าการพัฒนาและการใช้งาน AI ไม่ใช่แค่เรื่องของนวัตกรรม แต่ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่กันไป นอกจากนี้ กิจกรรมยังส่งเสริมทักษะ STEAM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์) และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อาทิ การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และความรอบรู้ด้านดิจิทัลและ AI ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนก้าวสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบในอนาคต

ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล depa กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของ AI ทั้งในวันนี้และอนาคต ที่จะเข้ามาช่วยให้การทำงานของเราเร็วขึ้น สะดวกขึ้น คล่องตัวขึ้น และแม่นยำขึ้นอย่างมหาศาล ด้วยเหตุนี้ การเรียนรู้ทักษะดิจิทัลใหม่ๆ โดยเฉพาะ AI จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทุกวัย รวมถึงน้องๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่ กิจกรรมในวันนี้จะจุดประกายให้น้องๆ ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานจากไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI ในระดับโลก เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งการศึกษาหาความรู้และการทำงานในอนาคต เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถเติบโตได้อย่างเท่าทันในยุค AI ที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว”

สิริพร สุขสงวน ผู้อำนวยการ Learning Innovation and Strategic Partnership, SCB Academy, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการ Hour of AI สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ SCB Academy ที่ไม่เพียงมุ่งยกระดับทักษะด้านดิจิทัลให้กับบุคลากรภายในธนาคารเท่านั้น แต่ยังมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศในทุกช่วงวัย ซึ่งเราดำเนินการอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 5-6 ปี สอดคล้องกับค่านิยมองค์กรเรื่องการสร้างความยั่งยืนสู่สังคม

ด้วยเครือข่ายการพัฒนาคุณครูและโรงเรียนทั่วประเทศที่เราดำเนินการอยู่ จะช่วยต่อยอดขยายผลโครงการ Hour of AI ไปยังพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น เพื่อติดอาวุธทางปัญญาด้วยทักษะ AI และดิจิทัล อันเป็นหัวใจสำคัญของโลกยุคใหม่ ให้แก่ครูและนักเรียน

สุภารัตน์ จูระมงคล ผู้อำนวยการด้านทักษะเอไอ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวว่า Hour of AI ของไมโครซอฟท์ มีเป้าหมายที่จะจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้เรื่อง AI เพื่อยกระดับบทบาทคนไทยจากการเป็นผู้ใช้ไปสู่ผู้คิดค้น AI อย่างมีความรับผิดชอบ กิจกรรมในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างทักษะแห่งยุคให้กับเยาวชนซึ่งจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ เรารู้สึกดีใจที่มีนักเรียนและครูให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างล้นหลาม ไม่เพียงเท่านี้ ที่ผ่านมาโครงการ Hour of AI ยังได้จัดการอบรมสำหรับครูต้นแบบ และตัวแทนจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เช่น Teach For Thailand เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดและสร้างสรรค์ประโยชน์ในจังหวัดของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ เราจะเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรในการขยายผลโครงการนี้ไปยังกลุ่มเป้าหมายในทุกภาคส่วน เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยต่อไป

นักบินอวกาศเริ่มภารกิจวิจัย ‘ผลึกเหลว’ ​โครงการ TLC ของไทย บนสถานีอวกาศนานาชาติแล้ว

นักบินอวกาศเริ่มภารกิจวิจัย ‘ผลึกเหลว’ ​โครงการ TLC ของไทย บนสถานีอวกาศนานาชาติแล้ว

นักบินอวกาศเริ่มภารกิจวิจัย ‘ผลึกเหลว’ ​โครงการ TLC ของไทย บนสถานีอวกาศนานาชาติแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วันนี้ที่รอคอย เพย์โหลด ” TLC ” (Thailand Liquid Crystals in Space) สัญชาติไทย สำหรับการทดลองผลึกเหลว (Liquid Crystals) ในอวกาศ ที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทย ได้รับการติดตั้งเพื่อทำการทดลองโดยนักบินอวกาศนาซา Mike Fincke  เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 9.30 น. ตามเวลามลรัฐเท็กซัส โดย นักบินอวกาศ Mike Fincke ได้ทำการติดตั้งเพย์โหลด TLC เข้าสู่กล้องจุลทรรศน์ KERMIT (KEyence Research Microscope Testbed) บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) และทำการเปลี่ยนฟิลเตอร์ของกล้องจุลทรรศน์ให้เป็นฟิลเตอร์ของโครงการ TLC ที่ส่งขึ้นไปพร้อมกับเพย์โหลด

การปฏิบัติภารกิจสำคัญครั้งนี้ร่วมกับทีมวิจัย TLC นำโดย รศ.ดร.ณัฐพร ฉัตรแถม จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำการศึกษาฟิล์มบางผลึกเหลวภายใต้สภาวะไร้แรงโน้มถ่วง เป็นเวลารวม 120 ชั่วโมงของการทดลองอวกาศ ซึ่งดำเนินการในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2568

โดยในทุกเช้านักบินอวกาศจะต้องมาทำการติดตั้งเพย์โหลดและเริ่มการทดลองให้กับทีมวิจัย กล่าวคือ การทดลองจะทำการควบคุมโดยทีมนักวิจัยไทยที่ห้องควบคุมเพย์โหลดของบริษัท Voyager Technologies ที่เมือง Houston มลรัฐเท็กซัส  และทีมควบคุมกล้องจุลทรรศน์ KERMIT จะควบคุมโดยห้องควบคุมของบริษัท Bioserve Space Technologies ที่เมือง Boulder มลรัฐโคโลราโด และในระหว่างการทดลอง นักบินอวกาศจะต้องผลัดกันมาเปลี่ยนฟิลเตอร์ที่กล้องจุลทรรศน์ KERMIT ให้เป็นฟิลเตอร์ของโครงการ TLC ที่เหมาะกับการทดลองแต่ละแบบที่ได้ออกแบบไว้ โดยนักบินอวกาศที่ทำการดูแลการทดลองของโครงการ TLC มีทั้งหมด 5 ท่าน ดังนี้  นักบินอวกาศ Commander Mike Fincke (NASA), นักบินอวกาศ Zena Cardman (NASA), นักบินอวกาศ Kimiya Yui (JAXA), นักบินอวกาศ Chris Williams (NASA) และ นักบินอวกาศ Jonny Kim (NASA)   

ทั้งนี้ โครงการ TLC ได้วางเป้าทำการทดลองเพื่อศึกษาจุดพร่อง ในฟิล์มบางผลึกเหลว โดยมีการทดลองทั้งหมด 3 การทดลองย่อยที่แตกต่างกันคือ การทดลองที่ 1 การทดลองฟิล์มบางผลึกเหลวภายใต้สภาวะแวดล้อมที่มีความแตกต่างของความดันไอ การทดลองที่ 2 การทดลองฟิล์มบางผลึกเหลวภายใต้การเฉือนของอากาศ และการทดลองที่ 3 การทดลองฟิล์มบางผลึกเหลวภายใต้สภาวะแวดล้อมที่มีความแตกต่างของความร้อน ทีมที่ทำการทดลองประกอบไปด้วย หัวหน้าโครงการวิจัย คือ รศ.ดร.ณัฐพร ฉัตรแถม รองหัวหน้าโครงการวิจัย ผศ.ดร.อภิชาติ พัฒนโภครัตนา นายวุฒิพันธ์ เสถียรไพศาล วิศวกรซอฟแวร์และนิสิตปริญญาโท นายจาตุรงค์ จันทร์เรีย  วิศวกรไฟฟ้า นายธีรทัศน์ ชมโชค  นิสิตปริญญาเอกผู้ดูแลการทดลองที่ 1น.ส.จุฑารัตน์ แก้วทอง นักวิจัยผู้ดูแลการทดลองที่ 2  นายนพดล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา นิสิตปริญญาโทผู้ดูแลการทดลองที่ 3 โดยมีการดำเนินการทดลองอวกาศเป็นเวลา 120 ชั่วโมงของโครงการ TLC ซึ่งจะดำเนินการในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2568

รศ.ดร.ณัฐพร ฉัตรแถม หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่าเพย์โหลด TLC ใช้เวลาในการสร้างร่วม 2 ปี โดยมีบริษัทที่ปรึกษา (implementation partner) คือบริษัท Voyager Technologies และ Mission Manager คือ Mr. Marcello Corporicci พร้อมด้วยทีมวิศวกรจาก บริษัท Voyager Technologies คอยกำกับดูแลการสร้างเพย์โหลดให้เป็นไปตามมาตรฐานนาซา โดยเพย์โหลดต้องผ่านการประเมินด้านความปลอดภัยจากคณะกรรมการจากองค์การนาซารวม 4 เฟสด้วยกัน จึงจะได้รับการรับรองให้สามารถส่งขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติได้

“การที่เพย์โหลดอยู่ในอวกาศ และสามารถทำการทดลองแบบต่างๆ ได้นั้น ในฐานะนักวิจัยและทีมงาน รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่เพย์โหลดสามารถทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้ ดีใจที่เพย์โหลดทนการสั่นสะเทือนที่รุนแรงของจรวดขึ้นสู่สถานีอวกาศแล้วยังใช้งานได้ตามที่วางแผนไว้ แสดงให้เห็นว่าผลงานของทีมนักวิจัยไทยได้มาตรฐาน อวกาศสากล สิ่งที่อยากจะบอกถึงคนไทยคือ ความสามารถของคนไทยสามารถสู้ในเวทีโลกได้อย่างไม่ต้องกลัวใคร ถ้าใช้ความพยายามอย่างเต็มที่และความตั้งใจเราสามารถไปถึงจุดมุ่งหมายได้ เราไปถึงอวกาศได้แน่นอน”

อนึ่ง เมื่อวันที่ 16 ก.ย.68  เพย์โหลด”TLC” (Thailand Liquid Crystals in Space) ซึ่งเป็นการทดลองผลึกเหลว (Liquid Crystals) บนสถานีอวกาศนานาชาติ ที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทย ได้เดินทางขึ้นสู่อวกาศอย่างราบรื่น จากแหลมคะเนอเวอรัล มลรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อเวลา 05.11 น. ตามเวลาในประเทศไทย ภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Commercial Resupply Service Mission (CRS) ขององค์การนาซา โดยเพย์โหลด TLC ถูกบรรจุไว้ในยานอวกาศ Cygnus เที่ยวบินที่ NG-23 ของบริษัท Northrop Grumman และถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด Falcon 9 ของบริษัท SpaceX ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)

โครงการ Thailand Liquid Crystals in Space ได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยในการสร้างและทดสอบเพย์โหลดจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และการนำเพย์โหลดขึ้นสู่อวกาศและทำการทดลองในอวกาศโดยนักบินอวกาศนาซา นั้นได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินการจาก U.S. ISS National Laboratory และองค์การนาซา เป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท

สำหรับการทดลองผลึกเหลว (Liquid Crystal) ในอวกาศนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยี Liquid Crystal Display (LCD) ขั้นสูงกว่าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน LCD ใช้เป็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประชากรของประเทศไทยในทุกๆระดับชั้น อุตสาหกรรมผลิตจอภาพ LCD ในปัจจุบันนี้มีมูลค่าประมาณ 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และมีแนวโน้มจะโตถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีพ.ศ. 2572 ดัง ซึ่งนับเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประชากรโลกทุกระดับชั้น ในการทำการทดลองผลึกเหลวในอวกาศนั้นจะกำจัดผลของแรงโน้มถ่วงของโลกไปได้ ซึ่งจะลดปริมาณจุดบกพร่องภายในผลึกเหลวลงไปได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นผลึกเหลวในอวกาศจะตอบสนองต่อสนามไฟฟ้าได้ดีกว่าบนพื้นโลก

ม.เกษตรฯ จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ ‘อาจารย์ใหญ่’ เตรียมพร้อมการเรียน ‘มหกายวิภาคศาสตร์’ นิสิตแพทย์ มก. ปี 69

ม.เกษตรฯ จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ ‘อาจารย์ใหญ่’ เตรียมพร้อมการเรียน ‘มหกายวิภาคศาสตร์’ นิสิตแพทย์ มก. ปี 69

ม.เกษตรฯ จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ ‘อาจารย์ใหญ่’ เตรียมพร้อมการเรียน ‘มหกายวิภาคศาสตร์’ นิสิตแพทย์ มก. ปี 69

วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและรำลึกถึงคุณูปการของ อาจารย์ใหญ่ ผู้เป็นรากฐานสำคัญของการเรียนการสอนทางการแพทย์

โดยมีสมาชิกครอบครัวอาจารย์ใหญ่ทั้ง 9 ร่าง ผู้แทนมหาวิทยาลัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ คณาจารย์ บุคลากรและนิสิตแพทย์ มก. ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน 

ทั้งนี้ นิสิตแพทย์  มก. ชั้นปีที่ 2 จะเริ่มเรียนวิชามหกายวิภาคศาสตร์ (Gross Anatomy) กับร่างอาจารย์ใหญ่ ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2569 และต่อด้วยการเรียนของนิสิตพยาบาลเป็นลำดับถัดไป

ความเสียสละอันประเสริฐของอาจารย์ใหญ่ทุกท่าน จะยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของนิสิตแพทย์ และเป็นแสงนำทางแห่งวิชาชีพแพทย์สืบต่อไป

ศาลรธน.นัดไต่สวนพยาน ปม’ภูมิธรรม-ทวี’ถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ศาลรธน.นัดไต่สวนพยาน ปม'ภูมิธรรม-ทวี'ถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ศาลรธน.นัดไต่สวนพยาน ปม’ภูมิธรรม-ทวี’ถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.05 น.

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยาน ปม”ภูมิธรรม-ทวี”ถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.ในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ขณะที่”ภูมิธรรม”มั่นใจชี้แจงได้ทุกประเด็น

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ นัดพยานและผู้เกี่ยวข้อง ที่ประกอบด้วย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา , นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ , ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.เดินทางมาศาลตามนัด ที่กำหนดให้มีการไต่สวนพยานบุคคล

ในคดีที่ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 42 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากทั้งสองมีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) เป็นการแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยก อำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม จึงถือได้ว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรม เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการไต่สวน ยืนยันว่า ดำเนินการเป็นไปตามอำนาจหน้าที่มีอยู่ เบื้องต้นได้ชี้แจงทั้งหมดไปแล้ว แต่วันนี้ศาลนัดไต่สวนในฐานะพยานและผู้ถูกร้องด้วย เมื่อถามว่า ศาลนัดไต่สวนในวันนี้ เพราะยังคงสงสัยที่ใช้อำนาจแทรกแซงดีเอสไอ ในคดีฮั้ว สว.เป็นคดีพิเศษนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าศาลมีข้อสงสัยเรื่องอะไร หากศาลจะถามเรื่องความชัดเจนก็พร้อมที่จะชี้แจงอยู่แล้ว ตามกรอบอำนาจที่มีอยู่และสิ่งที่เป็นจริง เชื่อว่าตนเองบริสุทธิ์ ทำหน้าที่ในสิ่งที่ควรทำในฐานะประธานกรรมการบอร์ดดีเอสไอ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการ

ศาลกัมพูชาสั่งยุติการสอบสวนคดีอุ้มหาย ‘วันเฉลิม’ ที่เขมร เมื่อปี 2563

ศาลกัมพูชาสั่งยุติการสอบสวนคดีอุ้มหาย 'วันเฉลิม' ที่เขมร เมื่อปี 2563

ศาลกัมพูชาสั่งยุติการสอบสวนคดีอุ้มหาย ‘วันเฉลิม’ ที่เขมร เมื่อปี 2563

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.34 น.

ศาลกัมพูชาสั่งยุติการสอบสวนคดีอุ้มหาย ‘วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์’ ที่เขมร เมื่อปี 2563 นับเป็นความเคลื่อนไหวแรกหลังเรื่องผ่านไป 5 ปี

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2568 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ระบุว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.สิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองวัย 37 ปี ที่หายตัวไปในประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 ในฐานะผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย รับแจ้งจากทนายความกัมพูชาว่า ศาลแขวงกรุงพนมเปญได้ออก “หมายแจ้งการสิ้นสุดการสอบสวน” ในคดีอุ้มหายนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์  ถึงน.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ฉบับลงวันที่ 17 ธ.ค.2568 ลงนามโดยผู้พิพากษาไต่สวน (Investigating Judge) เนื้อหามีใจความว่า การไต่สวนในข้อหา “การจับกุมและการกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย” และ “การครอบครองอาวุธโดยผิดกฎหมาย” ได้สิ้นสุดลงแล้ว  

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ระบุว่า การส่งหมายแจ้งความคืบหน้าดังกล่าวนับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค.2563 ที่น.ส.สิตานันท์ ได้เดินทางไปยังประเทศกัมพูชาเพื่อให้การด้วยวาจาและยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายวันเฉลิม จำนวน 177 หน้า  ต่อศาลกรุงพนมเปญ หลังจากได้รับหมายเรียกครั้งที่ 2 

คดีนี้เป็นคดีอาญาหมายเลข 4832 ที่นายวันเฉลิม นักกิจกรรมและผู้ลี้ภัยชาวไทยได้ถูกคนร้ายใช้อาวุธบังคับขึ้นรถยนต์และหายไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563 กลางกรุงพนมเปญ บริเวณหน้าแม่โขงการ์เดนส์ คอนโดมิเนียมที่วันเฉลิมพักอยู่  โดยมีการใช้กำลัง ใช้อาวุธและบังคับให้วันเฉลิมขึ้นรถตู้สีดำออกไป จนกระทั่งปัจจุบันยังไม่ทราบชะตากรรมแต่อย่างใด 

ขอบคุณภาพจากภาพจากเฟซบุ๊ก Wanchalearm Satsaksit

‘อนุทิน’นำทัพ ภท.โชว์วิชั่นสู้เลือกตั้ง 69 ลั่นได้เป็น รบ.’เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี’นั่งรองนายกฯ

'อนุทิน'นำทัพ ภท.โชว์วิชั่นสู้เลือกตั้ง 69 ลั่นได้เป็น รบ.'เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี'นั่งรองนายกฯ

‘อนุทิน’นำทัพ ภท.โชว์วิชั่นสู้เลือกตั้ง 69 ลั่นได้เป็น รบ.’เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี’นั่งรองนายกฯ

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.12 น.

“อนุทิน”นำทัพภูมิใจไทย โชว์วิชั่นสู้เลือกตั้ง 69 ประกาศลั่นได้เป็นรัฐบาล”เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี”นั่งรองนายกฯ บอกแคนดิเดตไม่สำคัญ-ไม่บังคับใจ ลั่น”ผมเป็นนายกฯ”

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่โรงละครอักษรา ศูนย์การค้าคิงส์พาวเวอร์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จัดการประชุมพรรคและแถลงนโยบายในการเลือกตั้ง นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ , นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รวมถึงแกนนำกลุ่มต่างๆ ที่เพิ่งเข้ามาอยู่พรรคภูมิใจไทย อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา , นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ , นายสนธยา คุณปลื้ม , นายสุชาติ ชุมกลิ่น แกนนำรัฐบาลที่ถูกจับตาว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย มาร่วมอย่างพร้อมหน้าทั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ , นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ และว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้ง 500 คน มาร่วมประชุมอย่างคึกคัก

โดย นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้มาเร็วกว่าที่คาดคิด ก่อนหน้านี้ตนมีความกังวลระดับหนึ่ง แต่วันนี้ความกังวลเปลี่ยนแปลงเป็นความมั่นใจ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเรารู้สึกว่าประชาชนตั้งความคาดหวังไว้สูงกับการทำงานของพรรค เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากความพร้อมสูงสุดในทุกๆด้าน พรรคภูมิใจไทยวันนี้มีประสบการณ์ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว ไม่ใช่เด็กละอ่อนอีกต่อไป กล้าเสนอคำว่าพูดแล้วทำพลัส เพราะมีความพร้อมสูงสุดทุกด้าน การเลือกตั้งมา 3 ครั้ง พรรคเติบโตขึ้นเสมอ การเลือกตั้งที่กำลังจะถึง กราบขอโอกาสประชาชนอย่าทำให้กราฟพรรคภูมิใจไทยตกต่ำ แต่ขอให้พุ่งขึ้นเต็มที่ เพื่อสร้างความเจริญให้ประเทศได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ เรามีความสามารถในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างๆมีเอกภาพ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับข้าราชการ กองทัพ ภัยของประเทศในวันนี้ หลักๆมี 4 ด้าน คือเศรษฐกิจ สังคม ภัยพิบัติ และภัยความมั่นคง คนไทยในปัจุจุบันเกิดความกลัวสารพัด แต่สิ่งที่ตนไม่อยากให้คนไทยต้องกังวลเลย คืออย่ากลัวเสียอธิปไตยของประเทศ พรรคภูมิใจไทยจะทำให้ความหวาดระแวง ความกลัวของท่าน เปลี่ยนมาเป็นความมั่นคง มั่งคั่ง และเชื่อมั่น ทำให้ประเทศปลอดจากภัยคุกคาม เสริมสร้างศักยภาพกองทัพให้เข้มแข็ง พรรคภูมิใจไทยจะเปิดโอกาสทหารอาสาเพื่อรับใช้ชาติอย่างสมัครใจ และมีอนาคต เราจะเปลี่ยนคำว่าทหารเกณฑ์เป็นคำว่าทหารอาสา เพื่อจะได้มีทหารที่ตั้งใจ เต็มใจเข้ามาปกป้องอธิปไตยดินแดนของเรา โดยจะเปิดรับสมัครทหารอาสา 1 แสนคน ให้พวกเขาได้รับราชการเป็นทหาร 4 ปี เงินเดือน 12,000 หมื่นบาท จะทำให้ประเทศมีกำลังพลที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องแผ่นดิน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ด้านเศรษฐกิจสองสามเดือนที่ผ่านมาเรามีโยบาย ควิก บิก วิน มาให้ประชาชน ทำโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ยังติดประชาชนอยู่คนละ 2,400 บาท ขอให้ตนได้มีโอกาสกลับมาชำระหนี้ให้ แน่นอนว่าโครงการนี้จะกลับมาแบบไม่ธรรมดาเพราะมีคำว่าพลัสกลับมาด้วย รวมถึงจะทำให้สินค้าที่ประทับตราเมดอินไทยแลนด์ เป็นสินค้าที่ทรงพลังที่ทั่วโลกต้องการ และที่ผ่านมาเราทำให้เป็นแล้วว่า เราเป็นฝ่ายตรงข้ามอาชญากรรมทางเทคโนโยลี ผู้ค้ายาเสพติด ปราบสแกมเมอร์ เพื่อดูแลประชาชนไม่ใช่แค่คนไทยเพราะเรื่องนี้เป็นภัยคุกคามทั่วโลก สามเดือนที่ผ่านมาเราได้แสดงผลงานได้เป็นที่ประจักษ์ เศรฐกิจดีขึ้น ราคาข้าว มันสำปะหลัง มีราคาสูงขึ้น เราได้นำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลก รักษาเกียรติภูมิของประเทศ ถ้าประชาชนให้โอกาส ให้เวลามากกว่านี้พรรคภูมิใจไทยจะทำได้ดีกว่านี้ 
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนขอพิสูจน์ว่าพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะตนเดินไปไหน หูได้ยินเสียงประชาชนเสมอ ขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยกลับมา ท่านได้ตนเป็นนายกฯ ถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยกลับมา ตนจะให้นายสีหศักดื์ เป็นรองนายกฯและรมว.กต.เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศ นางศุภจี จะไม่เพียงเป็นรมว.พาณิชย์ แต่จะเป็นรองนายกฯกำกับการพาณิชย์ การอุตสาหกรรมและการค้า นายเอกนิติ จะยังเป็นรองนายกฯและรมว.คลัง คุมการคลังของแผ่นดิน ดูวินัยการเงินการคลัง ดูค่าเงินบาท นโยบายทางเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีมาก่อนแต่วันนี้มีแล้ว จะทำงานครอบคลุมถ้าทำไม่ได้พรรคภูมิใจไทยไม่พูด เมื่อก่อนมีข้อจำกัดแต่วันนี้ไม่มีข้อจำกัดแล้ว นอกเหนือจากสามคนที่กล่าวมา ยังมีคนที่มีความรู้ความสามารถที่ตนเชิญเข้ามาแม้จะมาจากส่วนอื่นในรัฐบาลที่แล้ว แต่วันนี้ตนไปขอให้มาร่วมงานกับภูมิใจไทย เพื่อประเทศไทย
“ท่านไม่ต้องห่วง สามท่านนั้นมาแน่ แม้ว่าเดี๋ยวคนจะบอกว่า เขาไม่เป็นแคนดิเดตนายกฯหรือ แต่ไม่สำคัญเพราะผมเป็นนายกฯ แต่ผมอาจเผื่อเหลือเผื่อขาดให้ท่านบ้าง เราไปบังคับจิตใจคนไม่ได้ พวกเราในห้องนี้เป็นนักการเมือง คุ้นชินกับการรับแรงปะทะ รับฟังเสียงตำหนิของคนที่เราไม่รู้จัก แต่สามท่านนี้อาจยังไม่ชินแต่เดี๋ยวก็ชิน แต่เที่ยวนี้ขอให้ท่านได้ทำสิ่งที่ท่านสบายใจ จะได้กลั่นผลงานที่ประชาชนประทับใจให้ประเทศของเรา ไม่มีความกังวลไม่มีเอ๊ะไม่มีเฮัย แต่มีแต่คำว่าสู้ เมื่อเขาได้สั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองสักระยะ โดยอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่ แล้ววันนั้นเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของเรา วันนี้มองเขาเป็นคนนอกไม่ได้แล้ว เขาอาจไม่ชินระบบแต่การทำงานเขาคือคนใน เป็นเพื่อนร่วมงานของเราและผมให้คำยืนยันว่าเราทำได้ดีกว่ายิ่งใหญ่กว่า สำเร็จกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา”นายอนุทิน กล่าว 

มติ‘วุฒิสภา’ เห็นชอบ‘สุชาติ-มนูภาน’นั่ง ป.ป.ช.

มติ‘วุฒิสภา’ เห็นชอบ‘สุชาติ-มนูภาน’นั่ง ป.ป.ช.

มติ‘วุฒิสภา’ เห็นชอบ‘สุชาติ-มนูภาน’นั่ง ป.ป.ช.

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.54 น.

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ที่มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วนให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 2 คน คือ นายสุชาติ สุนทรีเกษม อดีตผู้พิพากษาศาลอาญา แทน นายวัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. และ นายมนูภาน ยศธแสนย์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา แทน นางสุวณา สุวรรณจูฑะ หลังจากที่คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ที่มี พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว.เป็นประธาน กมธ.ได้พิจารณาแล้วเสร็จ

โดยที่ประชุมได้ใช้เวลาพิจารณารายงานตรวจสอบประวัติเป็นการลับกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะกลับมาพิจารณาลงมติด้วยการออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ โดยผลการลงมติของนายสุชาติได้รับคะแนนเสียงเห็นด้วย 150 คะแนน ถือว่าได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ สว.จึงถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบเป็น ป.ป.ช. ขณะที่การลงมติของนายมนูภาน ได้รับคะแนนเสียงเห็นด้วย 162 เสียง ถือว่าได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ สว.จึงถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบเป็น ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านั้น มีการอภิปรายของ สว.กลุ่มอิสระ เพื่อทักท้วงการลงมติเห็นชอบของ สว.โดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส เห็นชอบองค์กรอิสระ 16 ตำแหน่ง อาทิ กกต.จำนวน 3 คน จาก 7 คน  ป.ป.ช.จำนวน 2 จาก 9 คน และกำลังจะเลือกใหม่อีก 2 คน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 1 คนจาก 9 คน เป็นต้น คนที่ สว.จะเห็นชอบจะกลายเป็นเสียงข้างมากในองค์กรอิสระ ทั้งนี้ มีข่าวกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.เรื่องฟอกเงินและอั้งยี่ จำนวน 8 ราย โดยจำนวนดังกล่าวมี สว. 2 คน นอกจากนั้นแล้วศาลคดีอาญาทุจริตสั่ง กกต.ชี้แจง 10 ข้อหา กรณีฮั้ว สว.โดยนัดตรวจคำฟ้องในวันที่ 27 มี.ค.คดีความเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว.กำลังเดินไป สังคมรับรู้เรื่องราวและหลักฐานชัดเจนมากขึ้น แต่ สว.ไม่สะทกสะท้านเสียงสะท้อนของสังคม ยังเดินหน้าตั้ง กมธ.ตรวจสอบประวัตผู้เสนอชื่อเป็น กกต.และลงมติเห็นชอบ ป.ป.ช.ไม่ฟังเสียงทักท้วงของสังคม

“สว.ถึง 138 คน แจ้งถูกข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว.จากอนุสอบสวนและสำนวนอยู่ในมือ กกต.หาก กกต.พิจารณาคดีฮั้ว สว.เป็นคุณกับท่าน หาก กกต.ตรวจสอบเลือกตั้ง สส.เป็นคุณกับพรรคการเมืองสีเดียวกันท่าน ประชาชนจะรู้สึกอย่างไรแล้วกระบวนการยุติธรรมในประเทศจะมีอีกหรือ และจะได้รับความเชื่อมั่นอีกหรือ ดังนั้น สว.ควรยุติการเลือกองค์กรอิสระทั้งหมด เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และคำถามว่ามี สว.ไว้ทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ดังนั้น ขอเรียกร้องให้หยุดอำนาจของตนเอง ก่อนที่ประชาชนจะออกมาหยุดการทำหน้าที่ของ สว.ตลอดไป” น.ส.นันทนา อภิปราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากลงมติเห็นชอบ กรรมการ ป.ป.ช.แล้วเสร็จ ได้ปิดการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญทันที

‘เขมร’ยอมมาประชุมจีบีซี เย็นนี้ ไทยย้ำหากแนวทางวางกำลัง-หยุดยิงยังคลุมเครือ ไม่ร่วมลงนาม

'เขมร'ยอมมาประชุมจีบีซี เย็นนี้ ไทยย้ำหากแนวทางวางกำลัง-หยุดยิงยังคลุมเครือ ไม่ร่วมลงนาม

‘เขมร’ยอมมาประชุมจีบีซี เย็นนี้ ไทยย้ำหากแนวทางวางกำลัง-หยุดยิงยังคลุมเครือ ไม่ร่วมลงนาม

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.41 น.

‘เขมร’ยอมมาประชุมจีบีซี จ.จันทบุรี เย็นนี้ ไทยย้ำหากแนวทางวางกำลัง-หยุดยิงยังคลุมเครือ ไม่ร่วมลงนาม ย้ำ 5 ข้อ กัมพูชาละเมิดกฎหมายสากล

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2568 ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC  ไทย-กัมพูชา จะเริ่มประชุมวันนี้เป็นวันแรกในเวลา 16.00 น. ที่ จ.จันทบุรี ทั้งนี้ฝ่ายไทย นำโดย พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ร่วมประชุมกับฝ่ายเลขานุการฯ กัมพูชา

สำหรับการประชุมฝ่ายเลขาฯ GBC ไทย-กัมพูชา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 ธ.ค.2568 จากนั้นจะเป็นการประชุม GBC ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทย-กัมพูชา เป็นประธานร่วม ในวันที่ 27 ธ.ค.2568 

สำหรับแนวทางการประชุม GBC ไทย-กัมพูชาครั้งนี้ ฝ่ายไทยจะชี้ถึงพฤติกรรมที่กัมพูชาละเมิดกติกาสากล 5 ข้อคือ 

1.การใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (ครอบครอง–ผลิต–ใช้ทุ่นใหม่)  

2.ใช้โบราณสถานเป็นที่มั่นทหาร 

3.ใช้ชุมชนเป็นที่ตั้งยิงอาวุธหนัก/ย้ายกลับชุมชนหลังยิง 

4.ใช้อาคารพลเรือนเป็นที่ตั้ง/คลังอาวุธ (รวมถึงอาคารที่เชื่อมโยงสแกมเมอร์/คาสิโนถูกใช้ทางทหาร) 

5. ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์และเป็นเครื่องมือกล่าวหาเมื่อเกิดความสูญเสีย

ทั้งนี้หากการหารือฝ่ายเลขาฯ ไม่สามารถตกลงกรอบสำคัญเชิงเทคนิคได้ เช่น การวางกำลัง และรายละเอียดที่ทำให้หยุดยิง ทางฝ่ายไทยก็จะไม่ประชุม GBC และลงนามในวันที่ 27 ธ.ค.นี้

GO Hotel- บาร์บีคิวพลาซ่า-TRUE เอาใจสายไลฟ์สไตล์ โปรเดียวจบทั้งครบทั้งคุ้ม! เพียงจองผ่าน Line Official แล้วเข้าพัก

GO Hotel- บาร์บีคิวพลาซ่า-TRUE เอาใจสายไลฟ์สไตล์  โปรเดียวจบทั้งครบทั้งคุ้ม! เพียงจองผ่าน Line Official แล้วเข้าพัก

GO Hotel- บาร์บีคิวพลาซ่า-TRUE เอาใจสายไลฟ์สไตล์ โปรเดียวจบทั้งครบทั้งคุ้ม! เพียงจองผ่าน Line Official แล้วเข้าพัก

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.50 น.

GO Hotel โรงแรมที่ “สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม” (Get, Set, GO, Happy) ภายใต้การบริหารในเครือเซ็นทรัลพัฒนา ออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยคำนึงถึงผู้เข้าพักเป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์ทุกการเดินทางโรงแรมใกล้สุวรรณภูมิ รถส่งสนามบินฟรี และผู้ที่กำลังมองหาที่พักแสนสบาย บนทำเลที่เดินทางสะดวก ปล่อยโปรโมชั่นพิเศษเอาใจสายไลฟ์สไตล์ ที่ชื่นชอบทั้งการท่องเที่ยวและอาหารอร่อย แบบโปรเดียวจบทั้งครบทั้งคุ้ม เพียงจองห้องพักผ่าน Line: @gohotel ผ่านแชตกับแอดมินเท่านั้น! และเข้าพัก รับฟรีทันที!            E-Voucher Bar B Q Plaza มูลค่า 600 บาท* ไปอิ่มอร่อยกับชุดปิ้งย่างหรือเมนูโปรดที่ทุกคนชื่นชอบ

GO Hotel ประสบการณ์พักผ่อนแบบสุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม ประกอบด้วย สาขาบ่อวิน บ้านฉาง ชลบุรี ศรีราชา และสาขากรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต โรงแรมแฟล็กชิพที่ใหญ่ที่สุดของ GO Hotel โดยทุกสาขาออกแบบในสไตล์โมเดิร์นพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใกล้ห้างสรรพสินค้าเพียงไม่กี่ก้าว และสามารถเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวได้สะดวก ไม่ว่าจะเดินทางเพื่อการพักผ่อนหรือทำงาน          ทุกสาขาก็มีห้องพักแสนสบายให้เลือกหลายแบบตามความต้องการ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่กว้างขวาง             ทั้ง CO-Working Space และห้องประชุมส่วนตัว นอกจากนี้ ทุกสาขายังจัดเตรียมพื้นที่พิเศษ เพื่อต้อนรับเพื่อนรักสี่ขา ที่เป็นเหมือนหนึ่งในสมาชิกครอบครัว เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น 

Go Hotel มอบโปรโมชั่นพิเศษ เพียงจองห้องพักผ่าน Line Official: @gohotel และเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 รับฟรี! E-Voucher Bar B Q Plaza มูลค่า 600 บาท*

ราคาสำหรับลูกค้าทั่วไป  GO HOTEL บ่อวิน ราคา 1,299 บาท GO HOTEL บ้านฉาง ราคา 999 บาท GO HOTEL ชลบุรี ราคา 1,099 บาท และ GO HOTEL ศรีราชา ราคา 1,099 บาท

พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าทรู ซื้อห้องพักถูกกว่า พร้อมรับคูปองบาร์บีคิวพลาซ่า มูลค่า 600 บาท ฟรีเช่นกัน GO HOTEL บ่อวิน ราคา 1,199 บาท GO HOTEL บ้านฉาง ราคา 899 บาท GO HOTEL ชลบุรี ราคา 999 บาท GO HOTEL ศรีราชา ราคา 999 บาท

เงื่อนไขโปรโมชั่นใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 รับสิทธิ์ง่ายๆ โดยลูกค้าจะได้รับ E-Voucher Bar B Q Plaza มูลค่า 600 บาท ทางอีเมล หลังจากทำการจองห้องพักสำเร็จ สำหรับลูกค้าทรู กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่นทรูไอดีและดีแทคแอป  ช่องทางการจองผ่าน LINE: @Gohotel เท่านั้น สาขากรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ไม่ร่วมรายการรับ E-Voucher Bar B Q Plaza เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติม ได้ที่  https://letzzzgo.co/ Line Official : @gohotel Email: contact@letzzzgo.co โทร. 02-0188656

CNN เลือก ‘ไอคอนสยาม’ เป็นฐานถ่ายทอดสด New Year’s Eve 2025 ตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะ Global Countdown Destination

CNN เลือก ‘ไอคอนสยาม’ เป็นฐานถ่ายทอดสด New Year’s Eve 2025  ตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะ Global Countdown Destination

CNN เลือก ‘ไอคอนสยาม’ เป็นฐานถ่ายทอดสด New Year’s Eve 2025 ตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะ Global Countdown Destination

วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.49 น.

สำนักข่าวระดับโลก CNN เตรียมปักหมุดถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ New Year’s Eve 2025 จากกรุงเทพมหานคร โดยในปีนี้ CNN ได้เลือก “ไอคอนสยาม” แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี เป็นที่ตั้งของ CNN Asia-Pacific Live Studio พร้อมดึงผู้ประกาศข่าวและผู้สื่อข่าวชื่อดังอย่าง คริสตี้ ลู สเตาท์ (Kristie Lu Stout) และ วิลล์ ริปลีย์ (Will Ripley) ร่วมดำเนินรายการ เพื่อส่งสัญญาณภาพและเสียงแห่งความสุขจากประเทศไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกผ่านเครือข่ายข่าว CNN ทั้งในแพลตฟอร์มทีวีและดิจิทัล

การประกาศเลือกกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการจัดงานและการถ่ายทอดสดอีเวนต์ระดับนานาชาติ อีกทั้งยังนับเป็นครั้งแรกที่ CNN จัดตั้งสตูดิโอถ่ายทอดสดเต็มรูปแบบในประเทศไทย เพื่อถ่ายทอดปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ของช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีจากศูนย์กลางเอเชียแปซิฟิกสู่สายตาชาวโลก

คริสตี้ ลู สเตาท์ (Kristie Lu Stout)

สำหรับการจัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2026”   ไอคอนสยาม  ซึ่งเป็น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในรอบ 30 ปี จาก MAPIC AWARDS 2025 ได้ผนึกกำลังความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน รวมถึงพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ จัดงานเฉลิมฉลองขึ้นภายใต้แนวคิด “A Global Phenomenal Celebration at the Icon Unrivaled” เพื่อสะท้อนถึงบทบาทของไทยที่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการเคานต์ดาวน์ที่คนทั่วโลกต้องมาเยือน โดยงานนี้มุ่งนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผสานความบันเทิงร่วมสมัยและการแสดงพลุรักษ์โลกสุดอลังการ ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอด 5 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

ความยิ่งใหญ่ของการจัดงานและถ่ายทอดสดระดับนานาชาติในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันมาตรฐานความปลอดภัยและการจัดการระดับสากลของงานเคานต์ดาวน์ในไทย แต่ยังเป็นการประกาศก้องถึงศักยภาพของพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา และความพร้อมของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่โดดเด่นของภูมิภาค ส่งผลให้กรุงเทพมหานคร ได้รับการคัดเลือกจาก CNN ให้เป็นหนึ่งในเมืองหลักของโลกสำหรับการถ่ายทอดสดบรรยากาศคืนส่งท้ายปี 2025 ร่วมกับมหานครชั้นนำอย่าง นิวยอร์ก, อาบูดาบี, ลอนดอน, โตเกียว และซิดนีย์ การถ่ายทอดสดจากประเทศไทยผ่านเครือข่ายของ CNN ในครั้งนี้ จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของกรุงเทพมหานครและประเทศไทยในฐานะ Global Countdown Destination ที่มีความพร้อมและความโดดเด่นบนเวทีโลกอย่างแท้จริง

วิลล์ ริปลีย์ (Will Ripley)

ไฮไลต์สำคัญของงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ประกอบด้วย การแสดงเหนือท้องฟ้า 4D Sky “In Eternity Reverence” to Honor Her Majesty The Queen Mother เพื่อน้อมถวายความอาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญ สร้างสรรค์โชว์สุดยิ่งใหญ่ 4 มิติเหนือท้องฟ้า ด้วยการแสดงพลุรักษ์โลก ผสานโดรน และไพโรเทคนิคสุดอลังการเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา จาก โครสตาร์ส (Crostars) ผู้นำด้านโชว์โดรนระดับโลกจากจีน และ โอคุจิ โยชิมาสะ (Okuchi Yoshimasa) ผู้กำกับการแสดงพลุรักษ์โลกมือรางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น และ The Global Performance พบกับเซอร์ไพรส์จากศิลปินไอคอนิกระดับโลก Mark Tuan (มาร์ค ต้วน) ที่จะมาสร้างสรรค์โชว์ร่วมกับศิลปินไอคอนิกของไทยครั้งแรกในคืนส่งท้ายปี  พร้อมเนรมิตริเวอร์ พาร์ค ให้เป็นฟลอร์เต้นรำที่ใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา The Largest Riverfront Dance Arena กับความสนุกแบบไร้ขีดจำกัดจากดีเจและศิลปินแถวหน้าของไทยกว่า 200 คน เพื่อสร้างบรรยากาศการนับถอยหลังที่มีความคึกคักและสะท้อนพลังความสร้างสรรค์ของประเทศไทยอย่างครบทุกมิติ

ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม หรือรับชมการถ่ายทอดสดผ่านหลากหลายช่องทาง โดย CNN Live Studio จะเริ่มถ่ายทอดสดบรรยากาศการเฉลิมฉลองจากประเทศต่างๆ ระหว่าง เวลา 19.00 – 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เพื่อส่งสัญญาณออกอากาศสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและผู้ชมทั่วโลก

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของไทย  พร้อมด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ของสื่อชั้นนำหลายสำนัก จะเริ่มถ่ายทอดสดบรรยากาศการเฉลิมฉลองตั้งแต่เวลา 23.00 – 00.15 น. รวมถึงช่องทางออนไลน์ของไอคอนสยาม Facebook และ YouTube ซึ่งเริ่มออกอากาศตั้งแต่เวลา 16.15 น. เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1338