สหรัฐฯ ยึดเรืออีกลำ ในน่านน้ำสากล นอกชายฝั่งเวเนซุเอลา

สหรัฐฯ ยึดเรืออีกลำ ในน่านน้ำสากล นอกชายฝั่งเวเนซุเอลา

21 ธ.ค. 2568 06:00 น.

สหรัฐฯ ยึดเรืออีกลำ ในน่านน้ำสากล นอกชายฝั่งเวเนซุเอลา

หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ เข้าสกัดกั้นและยึดเรือที่ถูกคว่ำบาตรลำหนึ่งบริเวณนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา ในเขตน่านน้ำสากลของทะเลแคริบเบียน นับเป็นลำที่ 2 ในรอบ 2 สัปดาห์

เมื่อ 20 ธ.ค. 2568 น.ส.คริสตี โนเอม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ได้ยืนยันการยึดเรือดังกล่าวผ่านการโพสต์บนโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่าปฏิบัติการในช่วงก่อนรุ่งสางนี้ดำเนินการโดยหน่วยยามฝั่ง และได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหม นอกจากนี้เธอยังให้ข้อมูลว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้ได้เข้าเทียบท่าครั้งล่าสุดที่ประเทศเวเนซุเอลาด้วย

“สหรัฐฯ จะเดินหน้าติดตามการลักลอบขนส่งน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นทุนสนับสนุนขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติในภูมิภาคนี้” โพสต์ของโนเอมระบุ “เราจะตามหาคุณให้เจอ และเราจะหยุดยั้งคุณ”

นี่นับเป็นเรือที่ถูกคว่ำบาตรลำที่สองที่ถูกสหรัฐฯ ยึดไว้ หลังจากเมื่อ 10 ธ.ค. ทีมปฏิบัติการทางยุทธวิธีของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ พร้อมด้วยการสนับสนุนจากเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้บุกขึ้นไปบนเรือบรรทุกน้ำมัน “The Skipper” และยึดเรือดังกล่าวเอาไว้ อ้างว่าเรือนี้ถูกคว่ำบาตรเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันผิดกฎหมายในเวเนซุเอลา

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ว่าจะดำเนินมาตรการปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรทุกลำที่เดินทางเข้าและออกจากเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันจากทางสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา

ทางด้านมาดูโรกล่าวว่า เวเนซุเอลาจะยังคงเดินหน้าค้าขายน้ำมันต่อไป และระบุว่า “เจตนา” ของทรัมป์คือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง “สิ่งนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น ไม่มีวัน ไม่มีวัน ไม่มีวัน — เวเนซุเอลาจะไม่มีวันตกเป็นอาณานิคมของอะไรหรือของใครทั้งนั้น ไม่มีวัน” เขากล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews

ใคร-อะไร อยู่ในเอกสาร “เอปสตีน” ที่สหรัฐฯ เผยแพร่?

ใคร-อะไร อยู่ในเอกสาร “เอปสตีน” ที่สหรัฐฯ เผยแพร่?

21 ธ.ค. 2568 05:30 น.

ใคร-อะไร อยู่ในเอกสาร “เอปสตีน” ที่สหรัฐฯ เผยแพร่?

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 ธ.ค. 2568) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยเอกสารชุดแรกที่เกี่ยวข้องกับคดีของนาย เจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงิน ผู้ถูกตัดสินความผิดในคดีค้าประเวณีออกมาแล้ว

เอกสารดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยรูปภาพ วิดีโอ และเอกสารการสืบสวน เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายเฝ้ารอคอย หลังจากที่สภาคองเกรสได้ผ่านกฎหมายที่กำหนดให้ต้องเปิดเผยไฟล์ข้อมูลทั้งหมดภายในวันศุกร์นี้

อย่างไรก็ตาม สมาชิกพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันบางส่วนได้กล่าวหาว่ากระทรวงยุติธรรมละเมิดพันธกรณีทางกฎหมาย หลังจากที่ทางกระทรวงฯ ระบุว่าไม่สามารถเปิดเผยเอกสารทั้งหมดได้ทันตามกำหนดเวลา นอกจากนี้ รายละเอียดจำนวนมากในไฟล์นับพันหน้ายังถูกถมดำ (เซนเซอร์) ไว้อย่างหนักอีกด้วย

ในเอกสารชุดแรกปรากฏรายชื่อของบุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่ง รวมถึงอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บิล คลินตัน, แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ (อดีตเจ้าชายแอนดรูว์) หรือนักดนตรีอย่าง มิก แจ็กเกอร์ และ ไมเคิล แจ็กสัน

แต่การมีชื่อปรากฏหรือมีรูปภาพอยู่ในเอกสารชุดนี้ไม่ได้หมายความว่ามีการกระทำผิด โดยบุคคลจำนวนมากที่มีรายชื่อในเอกสารชุดนี้หรือในเอกสารที่เคยเปิดเผยก่อนหน้าต่างปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใดๆ ของนายเอปสตีน

บิล คลินตัน ในอ่างอาบน้ำ
บิล คลินตัน ในอ่างอาบน้ำ

ภาพ บิล คลินตัน ในอ่างอาบน้ำ

ภาพถ่ายบางส่วนที่ถูกเปิดเผยออกมานั้นมีอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บิล คลินตัน ปรากฏอยู่ด้วย โดยภาพหนึ่งแสดงให้เห็นเขากำลังว่ายน้ำอยู่ในสระ และอีกรูปหนึ่งแสดงภาพเขานอนหงายโดยมีมือประสานไว้ที่ท้ายทอยอยู่ในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นอ่างน้ำอุ่น

คลินตันเคยถูกถ่ายภาพร่วมกับเอปสตีนหลายครั้งในช่วงทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2000 ก่อนที่นักการเงินผู้อื้อฉาวคนนี้จะถูกจับกุมเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ คลินตันไม่เคยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดโดยเหยื่อการล่วงละเมิดของเอปสตีน และเขาปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมความผิดทางเพศของเอปสตีน

หลังภาพชุดใหม่เผยแพร่ออกมา โฆษกของคลินตันก็ออกมาบอกว่า ภาพเหล่านี้มีอายุหลายสิบปีแล้ว “พวกเขาจะปล่อยภาพเก่าที่แตกละเอียดอายุกว่า 20 ปีออกมามากเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของ บิล คลินตัน ไม่เคยเป็น และจะไม่มีวันเป็น” แองเจิล อูเรญา เขียนลงบนโซเชียลมีเดีย

“คนในที่นี้มีอยู่สองกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยและตัดขาดความสัมพันธ์กับเอปสตีนก่อนที่ความผิดของเขาจะปรากฏ ส่วนกลุ่มที่สองคือผู้ที่ยังคงคบค้าสมาคมกับเขาต่อไปหลังจากนั้น” นางอูเรญากล่าว “เราอยู่ในกลุ่มแรก และการเตะถ่วงเวลาโดยคนในกลุ่มที่สองก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ได้”

“ทุกคน โดยเฉพาะกลุ่ม MAGA (ผู้สนับสนุนทรัมป์) ต่างต้องการคำตอบ ไม่ใช่แพะรับบาป”

มีภาพถ่าย บิล คลินตัน หลายรูป
มีภาพถ่าย บิล คลินตัน หลายรูป

เอปสตีนถูกกล่าวหา แนะนำเด็กหญิงอายุ 14 ให้ทรัมป์

เอกสารที่เผยแพร่ออกมากล่าวถึงโดนัลด์ ทรัมป์เช่นกัน โดยระบุรายละเอียดว่า เอปสตีนถูกกล่าวหาว่าได้แนะนำเด็กสาววัย 14 ปีคนหนึ่งให้รู้จักกับทรัมป์ ที่รีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก (Mar-a-Lago) ของเขาในรัฐฟลอริดา

ตามเอกสารคำฟ้องที่ยื่นต่อกองมรดกของเอปสตีนและ กิสเลน แมกซ์เวลล์ ในปี พ.ศ.2563 ระบุว่า ระหว่างการพบกันที่ถูกกล่าวอ้างเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 เอปสตีนใช้ศอกสะกิดทรัมป์และ “ถามทีเล่นทีจริง” โดยพูดถึงเด็กสาวคนดังกล่าวว่า “คนนี้เด็ดเลยใช่ไหม?” ส่วนนายทรัมป์ไม่ตอบแต่ยิ้มและพยักหน้า

เอกสารระบุต่อไปว่า “พวกเขาทั้งคู่หัวเราะเบาๆ” และเด็กสาวรู้สึกอึดอัด แต่ “ในตอนนั้น เธอยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจว่าทำไม” ผู้เสียหายรายนี้กล่าวหาว่าเธอถูกล่อลวงและล่วงละเมิดโดยเอปสตีนมาเป็นเวลาหลายปี อย่างไรก็ตาม ในคำฟ้องต่อศาล เธอไม่ได้ยื่นฟ้องร้องใดๆ ต่อทรัมป์

นางอบิเกล แจ็กสัน โฆษกหญิงของทำเนียบขาวแสดงความเห็นเรื่องเอกสารดังกล่าวว่า รัฐบาลของทรัมป์นั้นมีความโปร่งใสที่สุดในประวัติศาสตร์ “การเปิดเผยเอกสารหลายพันหน้า การให้ความร่วมมือกับหมายเรียกของคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร และการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งเรียกร้องให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มเพื่อนพรรคเดโมแครตของเอปสตีน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์ได้ทำเพื่อเหยื่อมากกว่าที่พรรคเดโมแครตเคยทำมา”

เหตุการณ์ที่ถูกกล่าวอ้างนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ประธานาธิบดีถูกกล่าวถึงในไฟล์เอกสารหลายพันหน้าที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ แม้จะพบเขาปรากฏอยู่ในรูปถ่ายหลายใบ แต่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเขานั้นมีอยู่น้อยมาก

ด้าน Trump War Room ซึ่งเป็นบัญชี X อย่างเป็นทางการสำหรับการดำเนินงานทางการเมืองของประธานาธิบดี กลับโพสต์รูปถ่ายของคลินตันภายหลังมีการเปิดเผยเอกสาร ส่วนเลขาธิการฝ่ายสื่อของนายทรัมป์ก็ได้รีโพสต์รูปภาพของคลินตันพร้อมข้อความว่า “โอ้ตายจริง!” (Oh my!)

อย่างไรก็ตาม ยังมีเอกสารอีกหลายหน้าที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผย โดย ทอดด์ แบลนช์ (Todd Blanche) รองอัยการสูงสุด ระบุว่าเอกสารอีก “หลายแสนหน้า” ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยกล่าวว่าเขาเป็นเพื่อนกับเอปสตีนมานานหลายปี แต่ระบุว่าพวกเขาได้ผิดใจกันในช่วงปี พ.ศ.2547 ซึ่งเป็นเวลาหลายปีก่อนที่เอปสตีนจะถูกจับกุมครั้งแรก และนายทรัมป์ปฏิเสธการกระทำผิดกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนมาโดยตลอด

อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ นอนตักผู้หญิง 5 คน
อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ นอนตักผู้หญิง 5 คน

ภาพอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ นอนบนตักผู้หญิง 5 คน

ภาพถ่ายใบหนึ่งในไฟล์ที่ถูกเปิดเผยออกมา ปรากฏภาพ แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ (อดีตเจ้าชายแอนดรูว์) กำลังนอนพาดทับบนตักของผู้หญิง 5 คน โดยใบหน้าของพวกเธอถูกถมดำปกปิดเอาไว้

ในภาพดังกล่าวยังปรากฏ กิสเลน แมกซ์เวลล์ ผู้ร่วมสมคบคิดของเอปสตีนที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด ยืนอยู่ด้านหลังพวกเขาด้วย

เจ้าชายแอนดรูว์เผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมานานหลายปีเกี่ยวกับมิตรภาพในอดีตของเขากับเอปสตีน ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายใบนี้ โดยแอนดรูปฏิเสธการกระทำผิดกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนมาตลอด และว่าตนเองไม่เคย เห็น, เป็นสักขีพยาน หรือสงสัยในพฤติกรรมใดๆ ในลักษณะที่นำไปสู่การจับกุมและตัดสินลงโทษเอปสตีนในเวลาต่อมาเลย

นายเอปสตีนกับ ไมเคิล แจ็กสัน
นายเอปสตีนกับ ไมเคิล แจ็กสัน

ภาพคนดังอีกมากมาย

เอกสารที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกมานี้ยังประกอบด้วยรายชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงหลากหลายกลุ่มที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในการเปิดเผยไฟล์ข้อมูลของเอปสตีน เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าอดีตนักการเงินรายนี้มีสายสัมพันธ์กว้างขวาง ทั้งในวงการบันเทิง การเมือง และธุรกิจ

ภาพถ่ายบางส่วนที่กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยออกมา แสดงให้เห็นภาพเขาถ่ายร่วมกับดาราดังหลายคน เช่น ไมเคิล แจ็กสัน, มิก แจ็กเกอร์ และ ไดอานา รอสส์

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าภาพถ่ายเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ที่ไหน เมื่อใด หรือในบริบทใด และยังไม่ชัดเจนว่าเอปสตีนมีความสนิทสนมกับบุคคลเหล่านี้ทั้งหมดจริงหรือไม่ หรือเขาเพียงแค่ไปร่วมในงานเหล่านั้น โดยภาพถ่ายจากทรัพย์สินของเอปสตีนที่เคยถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้ มีทั้งภาพที่เขาไม่ได้เป็นคนถ่ายเอง และภาพจากงานอีเวนต์ที่เขาไม่ได้เข้าร่วมด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายหลายใบที่มี คริส ทักเกอร์ นักแสดงชื่อดังปรากฏอยู่ ภาพหนึ่งแสดงให้เห็นเขากำลังโพสท่าและนั่งอยู่ข้าง บิล คลินตันที่โต๊ะอาหาร ส่วนอีกภาพหนึ่งเป็นภาพของเขาที่ลานจอดเครื่องบินร่วมกับ กิสเลน แมกซ์เวลล์ ผู้ร่วมขบวนการของเอปสตีนที่ถูกตัดสินจำคุก

ทาง BBC ได้ติดต่อไปยังแจ็กเกอร์, ทักเกอร์ และรอสส์ เพื่อขอความคิดเห็นแล้ว ส่วนทางด้านคลินตันนั้นเคยปฏิเสธมาก่อนหน้านี้ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำความผิดทางเพศของเอปสตีน และโฆษกของเขาได้กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าภาพถ่ายเหล่านี้เป็นภาพเก่าตั้งหลายทศวรรษแล้ว

กิสเลน แมกซ์เวลล์ อยู่ที่หน้าบ้านเลขที่ 10 ถนน ดาวนิงสตรีท
กิสเลน แมกซ์เวลล์ อยู่ที่หน้าบ้านเลขที่ 10 ถนน ดาวนิงสตรีท

กิสเลน แมกซ์เวลล์ เยือนดาวนิงสตรีท

ภาพถ่ายอีกใบแสดงให้เห็น กิสเลน แมกซ์เวลล์ กำลังโพสท่าอยู่หน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนนิง (ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ) ในภาพเธออยู่เพียงลำพัง และไม่มีการระบุบริบทเพิ่มเติมในรูปถ่ายว่าเหตุใดเธอจึงไปอยู่ที่นั่น หรือภาพดังกล่าวถูกบันทึกไว้เมื่อใด

และไม่ทราบแน่ชัดด้วยว่า ใครดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะที่ภาพนั้นถูกถ่าย หรือแมกซ์เวลล์เดินทางไปเยือนถนนดาวนนิงในฐานะอะไร

เอปสตีนขู่เผาบ้าน

มาเรีย ฟาร์เมอร์ ศิลปินซึ่งเคยทำงานให้เอปสตีน และเป็นหนึ่งในบุคคลกลุ่มแรกๆ ที่แจ้งความเอาผิดเอปสตีนมีชื่อปรากฏอยู่ในไฟล์เอกสารนี้ด้วย โดยเธอให้การกับ FBI ในรายงานปี พ.ศ. 2539 ว่า เอปสตีนขโมยรูปถ่ายส่วนตัวที่เธอถ่ายน้องสาววัย 12 ปี และ 16 ปีของเธอไป

นางฟาร์เมอร์ระบุในคำร้องเรียนว่า เธอเชื่อว่าเขาได้นำรูปภาพเหล่านั้นไปขายให้กับผู้ที่สนใจซื้อ และบอกว่าเขาข่มขู่จะเผาบ้านของเธอหากเธอนำเรื่องนี้ไปบอกใคร

แม้ชื่อของฟาร์เมอร์ในไฟล์เอกสารจะถูกถมดำ แต่ฟาร์เมอร์ยืนยันว่าบันทึกดังกล่าวเป็นเรื่องราวของเธอเอง โดยเธอระบุไว้ในรายงานว่า เอปสตีนได้ขอให้เธอช่วยถ่ายรูปเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่สระว่ายน้ำให้เขา “ตอนนี้เอปสตีนกำลังข่มขู่ [ถมดำ] ว่าหากเธอบอกใครเรื่องรูปถ่ายเหล่านั้น เขาจะเผาบ้านของเธอให้วอด” รายงานระบุไว้เช่นนั้น

ฟาร์เมอร์กล่าวว่าเธอรู้สึกว่าความจริงได้รับการพิสูจน์แล้วหลังจากรอคอยมาเกือบ 30 ปี “ฉันรู้สึกเหมือนได้รับการกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมา”

กองภาพและเอกสารจากคดีของนายเอปสตีน
กองภาพและเอกสารจากคดีของนายเอปสตีน

เอกสารยังไม่เผยแพร่นับแสนหน้า

ในบรรดาเอกสารที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีเอกสารจำนวนมากที่ถูกถมดำเอาไว้ รวมถึงคำให้การของตำรวจ รายงานการสืบสวน และรูปภาพต่างๆ

ข้อมูลจากสำนักข่าว CBS ระบุว่า ไฟล์ที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์มากกว่า 550 หน้าถูกถมดำทั้งหมด ซึ่งรวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนของคณะลูกขุนใหญ่ที่มีเนื้อหาถึง 100 หน้าถูกเซนเซอร์จนกลายเป็นสีดำทั้งหมด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้ปิดบังข้อมูลบางส่วนเพื่อคุ้มครองอัตลักษณ์ของผู้เสียหาย หรือข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดีอาญาที่ยังดำเนินการอยู่ แต่กฎหมายกำหนดให้พวกเขาต้องอธิบายเหตุผลของการเซนเซอร์ดังกล่าวด้วย ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งเหตุผลแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมระบุว่า เอกสารหลายพันหน้าที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่จะตามมาเท่านั้น โดยนายทอดด์ บลานช์ รองอัยการสูงสุด กล่าวว่าทางกระทรวงฯ ได้เปิดเผยเอกสารจำนวน “หลายแสนหน้า” ในวันศุกร์ และคาดว่าจะมีการเปิดเผยออกมาอีก “หลายแสนหน้า” ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

นายบลานช์ให้สัมภาษณ์กับรายการ Fox & Friends ว่าทางกระทรวงฯ กำลังตรวจสอบเอกสารทุกหน้าอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่า “เหยื่อทุกคน ทั้งชื่อ, อัตลักษณ์ และเรื่องราวของพวกเขา ในส่วนที่จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง จะถูกปกปิดไว้อย่างสมบูรณ์” โดยเขาโต้แย้งว่ากระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลา

แต่กำหนดการในการเปิดเผยเอกสารเพิ่มเติมที่ยังคงไม่ชัดเจน สร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิกรัฐสภาจากทั้งสองพรรค

สส.โร คานนา สมาชิกพรรคเดโมแครต ขู่ว่าจะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ซึ่งรวมถึงการยื่นถอดถอนหรืออาจมีการฟ้องร้องดำเนินคดีจากความล่าช้าที่เกิดขึ้น “การที่กระทรวงยุติธรรมเทกองเอกสารหลายแสนหน้าออกมาเช่นนี้ ถือว่าล้มเหลวในการปฏิบัติตามกฎหมาย” คานนากล่าวบนโซเชียลมีเดีย พร้อมระบุในวิดีโอเพิ่มเติมว่า เขากับแมสซีกำลังพิจารณาทุกทางเลือกที่เป็นไปได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เนทันยาฮูเตรียมคุยทรัมป์ ชี้อาจต้องโจมตีอิหร่านรอบใหม่

เนทันยาฮูเตรียมคุยทรัมป์ ชี้อาจต้องโจมตีอิหร่านรอบใหม่

21 ธ.ค. 2568 03:06 น.

เนทันยาฮูเตรียมคุยทรัมป์ ชี้อาจต้องโจมตีอิหร่านรอบใหม่

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอล เตรียมพูดคุยกับโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เพื่อขัดขวางการฟื้นฟูโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์

สำนักข่าวเอ็นบีซี นิวส์ (NBC News) รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 20 ธ.ค. 2568 ว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล มีแผนจะแจ้งต่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า อาจจำเป็นต้องโจมตีอิหร่านเพิ่มอีก เนื่องจากเตหะรานกำลังฟื้นฟูโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์กลับมา

เจ้าหน้าที่ของอิสราเอลเชื่อว่าอิหร่านอาจกำลังเร่งฟื้นฟูสถานที่เสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ที่เคยถูกสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และนายเนทันยาฮูกำลังเตรียมเสนอทางเลือกต่างๆ ให้กับทรัมป์ ในการกลับมาโจมตีเป้าหมายที่เป็นขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านอีกครั้ง

รายงานระบุด้วยว่า นายกรัฐมนตรีอิสราเอลมองว่า การขยายโครงการขีปนาวุธนำวิถี (ballistic missile) ใดๆ ของอิหร่าน อาจถือเป็นภัยคุกคามที่จำเป็นต้องได้รับการตอบโต้อย่างรวดเร็ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รถไฟอินเดีย วิ่งชนโขลงช้างป่า ดับสลด 7 ตัว

รถไฟอินเดีย วิ่งชนโขลงช้างป่า ดับสลด 7 ตัว

21 ธ.ค. 2568 01:54 น.

รถไฟอินเดีย วิ่งชนโขลงช้างป่า ดับสลด 7 ตัว

เกิดเหตุรถไฟในประเทศอินเดียวิ่งชนโขลงช้างป่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้มีช้างเสียชีวิตถึง 7 ตัว และบาดเจ็บอีก 1 ตัว ขณะที่รถไฟตกราง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รถไฟที่กำลังเดินทางไปยังกรุงนิวเดลี วิ่งชนโขลงช้างป่า ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 ธ.ค. 2568) เป็นเหตุให้ช้างเสียชีวิตถึง 7 ตัว และบาดเจ็บอีก 1 ตัว

บริษัทการรถไฟ “นอร์ทอีสต์ ฟรอนเทียร์” (Northeast Frontier Railway) ระบุในแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตโฮไจ (Hojai) ของรัฐอัสสัม เมื่อเวลา 02:17 น.วันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ในจุดที่ไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นทางผ่านของช้าง โดยคนขับรถไฟพยายามใช้เบรกฉุกเฉินทันทีที่เห็นโขลงช้าง แต่ไม่ทันการ

นอร์ทอีสต์ ฟรอนเทียร์ บอกอีกว่า การชนครั้งนี้ทำให้หัวรถจักรและตู้โดยสารอีก 5 ตู้ตกราง แต่ไม่มีผู้โดยสารหรือเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

“รถไฟที่มีกำหนดการวิ่งผ่านเส้นทางดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนเส้นทางไปใช้สายอื่นชั่วคราว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการกู้คืนและซ่อมแซมเส้นทาง” การรถไฟระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

รัสเซียยิงมิสไซล์ ถล่มท่าเรือยูเครน ดับ 8 ศพ เจ็บหลายสิบราย

รัสเซียยิงมิสไซล์ ถล่มท่าเรือยูเครน ดับ 8 ศพ เจ็บหลายสิบราย

21 ธ.ค. 2568 00:14 น.

รัสเซียยิงมิสไซล์ ถล่มท่าเรือยูเครน ดับ 8 ศพ เจ็บหลายสิบราย

รัสเซียยิงมิสไซล์โจมตีท่าเรือโอเดสซาของยูเครน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย ขณะที่ยูเครนโจมตีท่าขุดเจาะน้ำมันของรัสเซียในทะเลแคสเปียน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานบริเวณท่าเรือโอเดสซา ทางตอนใต้ของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ศพ และบาดเจ็บอีก 27 ราย ในขณะที่รัสเซียยกระดับการโจมตีภูมิภาคทะเลดำที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างหนัก ท่ามกลางการเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ยังคงอยู่ในขั้นวิกฤต

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันศุกร์ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง มีรายงานว่าผู้บาดเจ็บส่วนหนึ่งติดอยู่ภายในรถบัสบริเวณจุดศูนย์กลางของการโจมตี ขณะที่เกิดไฟลุกไหม้รถบรรทุกหลายคันในพื้นที่ลานจอดรถ

เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า การระดมยิงถล่มครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในเมืองโอเดสซาของรัสเซียที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 2 ล้านคนต้องขาดแคลนไฟฟ้า น้ำประปา และระบบทำความร้อนมานานหลายวัน ท่ามกลางอุณหภูมิที่หนาวจัดต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในฤดูหนาวปีที่ 4 ของสงคราม

นอกจากนี้ มอสโกยังโจมตีท่าเรือโอเดสซาซ้ำอีกครั้งในวันเสาร์ โดยพุ่งเป้าไปที่อ่างเก็บน้ำ ซึ่งนายโอเล็กซี คูเลบา รองนายกรัฐมนตรียูเครน ระบุว่าเป็นการตั้งใจโจมตีเส้นทางโลจิสติกส์ของพลเรือนโดยตรง

การยกระดับความรุนแรงในครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่างตอบโต้กันในหลายแนวรบ ขณะที่การเจรจาซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกา รวมถึงการประชุมระดับสูงหลายครั้งในยุโรปเพื่อหาทางยุติสงคราม ยังคงดำเนินไปอย่างล่าช้าและไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญใดๆ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รัสเซียอ้างว่าสามารถยึดหมู่บ้านสวิตเล (Svitle) ในแคว้นโดเนตสค์ทางตะวันออกของยูเครน และหมู่บ้านวีโซเก (Vysoke) ในแคว้นซูมีทางตะวันออกเฉียงเหนือได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวอิสระ

ทางด้านยูเครนได้ตอบโต้ด้วยการขยายขอบเขตปฏิบัติการโจมตีทรัพย์สินทางทหารและแหล่งพลังงานของรัสเซียมากขึ้น โดยเมื่อคืนวันศุกร์ โดรนของยูเครนโจมตีแท่นขุดเจาะน้ำมันฟิลานอฟสกี (Filanovsky) ในทะเลแคสเปียน ซึ่งเป็นของบริษัท “ลุคออยล์” (Lukoil) ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของรัสเซีย พร้อมกับโจมตีเรือตรวจการณ์ทางทหารที่ลาดตระเวนอยู่ใกล้กับแท่นขุดเจาะดังกล่าวด้วย

การโจมตีดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ยูเครนออกมายอมรับอย่างเป็นทางการว่า พวกเขาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานการขุดเจาะในทะเลแคสเปียน แม้ว่าแท่นขุดเจาะดังกล่าวจะเคยถูกโจมตีมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้งในช่วงเดือนธันวาคมก็ตาม

นอกจากนี้ ตามการประเมินของหน่วยข่าวกรองกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักร ระบุว่าระหว่างวันที่ 14 ถึง 15 ธันวาคม กองกำลังยูเครนได้ใช้โดรนทางทะเลโจมตีเรือดำน้ำชั้นกิโล (Kilo-class) ของรัสเซีย ที่ฐานทัพเรือโนโวรอสซีสค์ในทะเลดำด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ โจมตีไอซิสในซีเรียแล้ว ล้างแค้นลอบยิงพลเรือนดับ 3

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ โจมตีไอซิสในซีเรียแล้ว ล้างแค้นลอบยิงพลเรือนดับ 3

20 ธ.ค. 2568 23:01 น.

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ โจมตีไอซิสในซีเรียแล้ว ล้างแค้นลอบยิงพลเรือนดับ 3

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกร้าว โจมตีกลุ่มไอซิสในซีเรียแล้ว เพื่อล้างแค้นเหตุลอบโจมตีจนทำให้มีทหารอเมริกันและพลเมืองเสียชีวิต 3 ศพเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่ากองทัพของประเทศเริ่มการโจมตีกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในซีเรียแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 ธ.ค.) เพื่อล้างแค้นที่กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ลอบโจมตีในเมืองพัลไมราของซีเรียเมื่อสัปดาห์ก่อน จนทำให้ทหารอเมริกัน 2 นายกับล่ามชาวอเมริกันอีก 1 คนเสียชีวิต

โดนัลด์ ทรัมป์ พูดถึงเรื่องนี้ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เมื่อเย็นวันศุกร์ที่เมืองร็อกกีเมานต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยระบุว่า เขาได้ “สั่งการให้โจมตีกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่สังหารผู้รักชาติผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามของเราเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างหนัก”

“ปฏิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากและมีความแม่นยำสูง” ประธานาธิบดีกล่าวเสริม “เราโจมตีเป้าหมายทุกจุดได้อย่างไร้ที่ติ และเรากำลังฟื้นฟูสันติภาพผ่านความแข็งแกร่งไปทั่วโลก”

นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้มุ่งเป้าโจมตีไปที่ “นักรบ โครงสร้างพื้นฐาน และคลังอาวุธของกลุ่มไอซิส” พร้อมระบุว่าปฏิบัติการโจมตีในครั้งนี้มีชื่อว่า “ปฏิบัติการฮอว์กอาย สไตรค์” (Hawkeye Strike)

“นี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของสงคราม — แต่มันคือการประกาศล้างแค้น” เฮกเซธโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย “วันนี้เราตามล่าและสังหารศัตรูของเราไปได้เป็นจำนวนมาก และเราจะเดินหน้าทำเช่นนี้ต่อไป”

ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ซึ่งรับผิดชอบปฏิบัติการในตะวันออกกลาง ระบุว่าได้ส่งเครื่องบินขับไล่ เฮลิคอปเตอร์จู่โจม และปืนใหญ่ ระดมยิงอาวุธนำวิถีที่มีความแม่นยำสูงกว่า 100 ชุด มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานและคลังอาวุธของกลุ่มไอซิสที่ระบุพิกัดไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางกองบัญชาการไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ตั้งที่แน่ชัดหรือจำนวนผู้เสียชีวิต ระบุเพียงว่า กองทัพจอร์แดนได้ให้การสนับสนุนด้วยเครื่องบินขับไล่เช่นกัน ก่อนที่กองทัพของประเทศจอร์แดนจะออกมายืนยันในวันเสาร์ว่า กองทัพอากาศของพวกเขาได้ร่วมในปฏิบัติการโจมตีทางตอนใต้ของซีเรียในครั้งนี้ด้วย

นาย รามี อับเดล เราะห์มาน ผู้อำนวยการกลุ่มสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนในซีเรีย (SOHR) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า มีสมาชิกกลุ่มไอซิสอย่างน้อย 5 คน ถูกสังหารในการโจมตีที่จังหวัดเดียร์ อัซ-ซอร์ ทางตะวันออกของซีเรีย รวมถึงผู้นำกลุ่มย่อยที่รับผิดชอบด้านโดรนในพื้นที่ดังกล่าว

ขณะที่แหล่งข่าวความมั่นคงของซีเรียบอกกับเอเอฟพีว่า การโจมตีของสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปที่กลุ่มย่อยของไอซิสในทะเลทรายบาเดียอันกว้างใหญ่ รวมถึงในจังหวัดฮอมส์, เดียร์ อัซ-ซอร์ และร็อกกะฮ์ โดยไม่ได้มีการปฏิบัติการภาคพื้นดินแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้เขียนข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาว่า รัฐบาลซีเรียซึ่งจัดตั้งขึ้นหลังการล่มสลายของระบอบบาชาร์ อัล อัสซาด ในช่วงปลายปี 2567 ให้การสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ อย่างเต็มที่

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศของซีเรียได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับกลุ่มไอซิส และกล่าวว่าซีเรีย “ขอเชิญสหรัฐอเมริกาและประเทศสมาชิกของพันธมิตรระหว่างประเทศให้มาสนับสนุนความพยายามเหล่านี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

เริ่มแล้ว สถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ เปิดให้พลเมืองไทยลงทะเบียน เพื่อขอรับสิทธิ์เลือกตั้ง

เริ่มแล้ว สถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ เปิดให้พลเมืองไทยลงทะเบียน เพื่อขอรับสิทธิ์เลือกตั้ง

20 ธ.ค. 2568 14:23 น.

เริ่มแล้ว สถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ เปิดให้พลเมืองไทยลงทะเบียน เพื่อขอรับสิทธิ์เลือกตั้ง

สถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ เปิดให้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไทยในออสเตรเลียวันนี้เป็นวันแรก โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนภายใน 5 มกราคม 2569 ที่โรงแรม Metro Hotel Marlow Sydney หรือทางไปรษณีย์

กงสุลใหญ่ซิดนีย์ประกาศเตือนคนไทยในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รีบลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรภายในวันที่ 5 มกราคม 2569 มิฉะนั้นจะหมดสิทธิ์ออกเสียง โดยสามารถเลือกลงคะแนนที่โรงแรม Metro Hotel Marlow Sydney หรือทางไปรษณีย์ พร้อมย้ำบทเรียนจากการเลือกตั้งปี 2567 ที่หลายคนพลาดสิทธิ์เพราะไม่ลงทะเบียนล่วงหน้า

นายณัฐพันธ์ ตรีเมฆ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำออสเตรเลีย รายงานบรรยากาศการลงทะเบียนที่สถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ ซึงในช่วงเช้าของวันนี้ ได้มีชาวไทย ได้เริ่มเข้ามาลงทะเบียนกันแล้ว  ทางด้าน นายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ได้กล่าว ถึงความสำคัญของการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง โดยกงสุลใหญ่ย้ำว่า “พี่น้องคนไทยในรัฐนิวเซาท์เวลส์จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ออกเสียงได้ หากไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าในระบบออนไลน์ จึงขอเชิญชวน ให้พี่น้องคนไทย ที่มีสิทธิเลือกตั้ง มาลงทะเบียนกัน

ทางด้านชุมชนไทยในซิดนีย์ ได้เริ่มมีบรรยากาศ ของการหาเสียงของนักการเมือง  ซึ่งพรรคไทยก้วนหน้า ได้ส่งสมาชิกพรรคคือ นายเจมส์ สุจินดา เสงี่ยมไพศาล หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศ จากพรรคไทยก้าวใหม่ ได้เดินรอบซิดนีย์ไทยทาวน์ เพื่อโกยคะแนนเสียง ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีในกลุ่มชุมชนไทยในซิดนีย์ เนื่องจากซิดนีย์ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่มีชุมชนไทยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และซิดนีย์ ยังมีจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรมากที่สุดในโลกอีกด้วยเช่นกัน.

สำหรับรายละเอียดการลงทะเบียน

เปิดลงทะเบียนออนไลน์: 20 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 เวลา 23.59 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

เว็บไซต์ลงทะเบียน: boraservices.bora.dopa.go.th/election/popout

วิธีเลือกลงคะแนน:

สถานที่เลือกตั้ง: โรงแรม Metro Hotel Marlow Sydney (Thai Town) วันที่ 23 – 26 มกราคม 2569 เวลา 09.00 – 17.00 น.

ทางไปรษณีย์: สถานกงสุลใหญ่ฯ จะจัดส่งบัตรเลือกตั้งไปให้ถึงบ้าน

โดยเอกสารที่ต้องใช้ได้แก่ บัตรประชาชน, หนังสือเดินทาง

สำหรับข้อมูล ที่น่าสนใจในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2566 ที่จัดโดย สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งทั้งหมด 12,389 คน และมีผู้มาใช้สิทธิจริง 10,390 คน คิดเป็น 83.9% ของผู้ลงทะเบียน โดยในจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด: 12,389 คน แบ่งเป็นลงทะเบียนเลือกตั้งแบบคูหา (Mobile Unit): 7,190 คน และลงทะเบียนเลือกตั้งทางไปรษณีย์: 5,199 คน

จำนวนผู้มาใช้สิทธิจริง: 10,390 คน (83.9%) แบ่งเป็นใช้สิทธิแบบคูหา: 5,638 คน (78.4% ของผู้ลงทะเบียนคูหา)

และใช้สิทธิทางไปรษณีย์: 4,752 คน (91.4% ของผู้ลงทะเบียนทางไปรษณีย์)

อ้างอิง ข้อมูลจาก สถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ วันที่นำเข้าข้อมูล 15 พ.ค. 2566 https://sydney.thaiembassy.org/th/content/vote-in-sydney

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี”น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี”น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี”น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.44 น.

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี”น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมส่งเสริมอาชีพเกษตรในสังคมเมือง

21 ธันวาคม 2568 นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รักษาราชการอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ซึ่งจัดขึ้นในห้วงระยะเวลา 100 วัน แห่งการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดโพรงมะเดื่อ ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
ภายในงาน ได้มอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนวัดโพรงมะเดื่อ เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมอบรมฝึกอาชีพด้านการเกษตรในสังคมเมือง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 4 หลักสูตร ได้แก่ การปลูกผักสวนครัวในพื้นที่จำกัดในรูปแบบกระถางแขวน การเพาะต้นอ่อนพืช การร้อยมาลัยจากดอกกล้วยไม้ และการจัดกระเช้ากล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างรายได้เสริมให้แก่ประชาชน

นางอัญชลี บอกอีกว่ากิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน

รองนายกฯ ‘ธรรมนัส’ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ คลินิกเกษตรเคลื่อนที่

รองนายกฯ 'ธรรมนัส' เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ คลินิกเกษตรเคลื่อนที่

รองนายกฯ ‘ธรรมนัส’ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ คลินิกเกษตรเคลื่อนที่

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.07 น.

วันเสาร์ที่ 20 ธ.ค. 2568 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนราชการในระดับท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรเกษตรกร เข้าร่วมให้บริการ จำนวน 39 หน่วยงาน ณ โรงเรียนวัดโพรงมะเดื่อ (ศรีวิทยากร) ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

▫️โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จำนวน 11 คลินิกหลัก ได้แก่ คลินิกดิน (สถานีพัฒนาที่ดินนครปฐม) คลินิกพืช (ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครปฐม) คลินิกข้าว (ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวราชบุรี) คลินิกปศุสัตว์ (สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม) คลินิกประมง (สำนักงานประมงจังหวัดนครปฐม) คลินิกชลประทาน (โครงการชลประทานนครปฐม) คลินิกสหกรณ์ (สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครปฐม) คลินิกบัญชี (สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดนครปฐม) คลินิกกฎหมาย (สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครปฐม) คลินิกหม่อนไหม (ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ กาญจนบุรี) และคลินิกส่งเสริมการเกษตร (สำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม) 

 ▫️นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการอบรมระยะสั้น เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรที่สำคัญในพื้นที่ หัวข้อซ่อมอาชีพเดิม เสริมอาชีพใหม่ และมีการออกร้านและบริการสินค้าราคาประหยัดจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน Young Smart Farmer Smart Farmer และกลุ่มโอทอป ภายในจังหวัดนครปฐม จำนวน 20 ร้านค้า อีกด้วย

▫️ในโอกาสเดียวกันนี้ อธิบดีกรมการข้าว นำผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวราชบุรี ร่วมออกบูธคลินิกข้าว โดยได้นำนิทรรศการและองค์ความรู้ด้านข้าวมาจัดแสดง อาทิ นิทรรศการหนาวนี้แช่ข้าวอย่างไร ให้งอกสวย ตัวอย่างการตรวจสอบสิ่งเจือปนและการทดสอบความงอกของข้าวอย่างง่าย ตลอดจนนิทรรศการข้อมูลด้านพันธุ์ข้าวมาจัดแสดงให้ผู้เข้าร่วมงาน 

▫️สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ให้สามารถแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย ที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช สัตว์ ประมง รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี และฝึกอบรมความรู้การเกษตรที่เหมาะสมควบคู่กันไปด้วย

ธรรมนัสลุยเชียงราย ชูโมเดลไถกลบตอซัง แก้ปัญหาก๊าซเรือนกระจก-ฝุ่น PM 2.5

ธรรมนัสลุยเชียงราย ชูโมเดลไถกลบตอซัง แก้ปัญหาก๊าซเรือนกระจก-ฝุ่น PM 2.5

ธรรมนัสลุยเชียงราย ชูโมเดลไถกลบตอซัง แก้ปัญหาก๊าซเรือนกระจก-ฝุ่น PM 2.5

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.42 น.

อธิบดีกรมการข้าวร่วมติดตามรองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.เชียงราย

19 ธันวาคม 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ ร่วมติดตาม ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจราชการและพบปะรับฟังปัญหา จากพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยเตรียมผลักดันการเชื่อมโยงกลไกภาคการเกษตร สร้างความมั่นคง สู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเน้นย้ำในเรื่อง การลดการเผาตอซัง 

ในการนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส ได้มอบหมายให้ กรมการข้าวร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินในการขับเคลื่อนโครงการรณรงค์ไถกลบ – ลดการเผาตอซัง ที่กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการอยู่ เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ ลดมลพิษทางอากาศ (ฝุ่น PM 2.5) และก๊าซเรือนกระจก