ทะเลลุกเป็นไฟ! หนูนา หนึ่งธิดา เสิร์ฟความสดใสปนแซ่บในวันพีชสีแดง

ทะเลลุกเป็นไฟ! หนูนา หนึ่งธิดา เสิร์ฟความสดใสปนแซ่บในวันพีชสีแดง

ทะเลลุกเป็นไฟ! หนูนา หนึ่งธิดา เสิร์ฟความสดใสปนแซ่บในวันพีชสีแดง

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.25 น.

26 เมษายน 2569 ทำเอาแฟนๆ ฮือฮากันไม่น้อย เมื่อ “หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ” นักแสดงและนักร้องสาวเสียงใส ขอเปลี่ยนลุคจากสาวเรียบร้อย มาเป็นสาวแซ่บสะกดสายตา กับภาพล่าสุดริมทะเล

       โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพผ่านโซเชียลส่วนตัว สวมชุดว่ายน้ำวันพีชสีแดงสดใส อวดความสดใสและความเซ็กซี่เบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศทะเลสุดชิล พร้อมแคปชั่นสุดน่ารักว่า “The little mermaid เงือกสาวภาค2 มาเสริฟแล้วค่ะ” งานนี้แฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์กันรัวๆ ชื่นชมความสวยและความน่ารักที่ผสมความแซ่บได้อย่างลงตัว

ขอบคุณภาพจาก : @noona_nuengtida

แฟนคลับแห่คอมเมนต์! หงา คาราวาน แต่งกลอนเพื่อประกาศขายที่ดิน

แฟนคลับแห่คอมเมนต์! หงา คาราวาน แต่งกลอนเพื่อประกาศขายที่ดิน

แฟนคลับแห่คอมเมนต์! หงา คาราวาน แต่งกลอนเพื่อประกาศขายที่ดิน

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.27 น.

ทำเอาแฟนเพลงและชาวโซเชียลฮือฮาไม่น้อย เมื่อ สุรชัย จันทิมาธร หรือ “หงา คาราวาน” ศิลปินระดับตำนานเพื่อชีวิต ออกมาโพสต์ประกาศขายที่ดินในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านโซเชียลส่วนตัว โดยยังคงเอกลักษณ์ด้วยการเขียนข้อความเป็นบทกลอน

โดยระบุว่า ใครมีเงินเผื่อแผ่แก่ฉันบ้าง
มีที่ทางอยากขายปายแม่ฮ่องสอน
แหล่งท่องเที่ยวไม่ห่างทางสัญจร
ฉันเดือดร้อนสุดสุดใบครุฑแดง

#1ไร่2งาน48ตารางวา

ภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก ทั้งสอบถามราคา ขอรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงช่วยแชร์โพสต์ออกไปเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันหลายคนยังชื่นชมสไตล์การประกาศขายที่ดินของหงา ที่ยังคงความเป็นศิลปินด้วยการถ่ายทอดเป็นบทกลอน

ขอบคุณที่มา : สุรชัย จันทิมาธร

เจนสุดา โพสต์เดือด! จวกคนวางแผนโกงเพื่อนไม่ควรให้อภัย

เจนสุดา โพสต์เดือด! จวกคนวางแผนโกงเพื่อนไม่ควรให้อภัย

เจนสุดา โพสต์เดือด! จวกคนวางแผนโกงเพื่อนไม่ควรให้อภัย

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.03 น.

26 เมษายน 2569 ทำเอาหลายคนจับตาไม่น้อย เมื่อ “เจนสุดา ปานโต” นักแสดงสาวชื่อดัง ออกมาเคลื่อนไหวผ่านสตอรี่บน Instagram ร่ายยาว หลังเผชิญเหตุการณ์ถูกโกงและหักหลังจากเพื่อนสนิท

โดยเจ้าระบุว่า “คนล้ม = สามารถให้อภัยได้
แต่คนวางแผนการโกงเพื่อนสนิทแบบแยบยล = ไม่น่าให้อภัยและควรได้รับผลกรรมและโทษตามกฎหมาย ถ้าเรื่องไม่แดง เราไม่จับได้ แผนการโกงนี้คงดำเนินต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด และผู้เสียหายจะมากขึ้นอีกเท่าไหร่ ใครไม่อยู่ตรงจุดพวกเราไม่มีทางเข้าใจหรอกค่ะ


โอกาสครั้งหนึ่งเคยมีให้แล้ว แต่มันได้หมดลง หลังจากที่พวกเรารับรู้อะไรมาเพิ่มอีกมากมาย มันไม่เพียงการโกง มันคือการหักหลัง ปั่นหัว และโกหกในหลายๆ เรื่องอีกมากมายในวงเพื่อนและธุรกิจ แล้วคุณแทบไม่ได้อยู่ตรงจุดที่พวกเราเคยประสบมาในหลายปีนี้ หยุดการกระทำหรือคำพูด ที่ดูยกตัวเองเป็นคนดีกว่าคนอื่น

*ขอย้ำอีกครั้งนะคะ คนล้มเราควรให้โอกาส = เห็นด้วยคะ
คนวางแผนฉ้อโกงซ้ำซาก = ควรเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย


เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างจบลง จะออกมาพูดรายละเอียดทุกอย่าง ทั้งหมด ให้สังคมได้รับทราบ
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้กันนะคะ เชื่อเถอะคะ


กรรม = มีจริง #แก้ผิดให้เป็นถูก #เป็นคนดีกี่โมง”

ขอบคุณที่มา @janesuda

​‘เยลลี่ดูแลช่องปากแมว’ ผลงานนิสิต จุฬาฯ คว้าทุน ‘TED Youth Startup Fund’

​‘เยลลี่ดูแลช่องปากแมว’ ผลงานนิสิต จุฬาฯ คว้าทุน ‘TED Youth Startup Fund’

​‘เยลลี่ดูแลช่องปากแมว’ ผลงานนิสิต จุฬาฯ คว้าทุน ‘TED Youth Startup Fund’

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีม Kissy Meow ประกอบด้วย กานต์สิณี ทวีทรัพย์ประทาน เกริกกนก เตละวานิช ขวัญชนก ฤทธิทิศ ซาอัด หะยีมัด และวรัญญา พานิชนาวา คว้าทุนสนับสนุนสำหรับยุววิสาหกิจเริ่มต้น โครงการ TED Youth Startup Fund – IDEATION Program โดย CU Innovation Hub มูลค่า 150,000 บาท จากผลงานนวัตกรรม “เยลลี่ดูแลสุขภาพช่องปากน้องเหมียว” ซึ่งมีความโดดเด่นที่การใช้เปลือกไข่นกกระทาซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและยังไม่ถูกนำไปใช้ให้เกิดมูลค่าเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งภาคเกษตรและผู้บริโภค

เกริกกนก เตละวานิช หนึ่งในนิสิตทีม Kissy Meow เปิดเผยถึงแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ว่า เริ่มต้นจากปัญหาสุขภาพช่องปากของแมว ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญอันดับต้นๆของน้องแมว แต่เจ้าของสัตว์เลี้ยงมักไม่สามารถดูแลได้อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากการแปรงฟันทำได้ยาก ทีมของเราจึงพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบ “เยลลี่” ที่แมวสามารถเคี้ยวได้ง่าย ช่วยเพิ่มการเข้าถึงซอกฟัน และยืดระยะเวลาการออกฤทธิ์ของสารสำคัญ โดยใช้ไบโอแคลเซียม จากเปลือกไข่นกกระทาเป็นส่วนผสมหลัก ร่วมกับสารสกัดปาเปนจากมะละกอที่ช่วยย่อยสลายคราบโปรตีน และฟลาโวนอยด์จากใบสะระแหน่ที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรียและลดกลิ่นปาก

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์อยู่ที่นวัตกรรม Triple Encapsulation ที่ช่วยให้สารสำคัญทั้ง 3 ชนิดทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่อยๆปลดปล่อยสารและเคลือบผิวฟัน ช่วยลดคราบพลัคและแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการใช้ไบโอแคลเซียมจากเปลือกไข่นกกระทายังถือเป็นความแปลกใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในตลาด รวมถึงการพัฒนาในรูปแบบเยลลี่ที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากสัตว์เลี้ยงทั่วไป

“นวัตกรรมดังกล่าวตอบโจทย์เทรนด์ตลาดสัตว์เลี้ยงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงแมวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มูลค่าตลาดขยายตัวเฉลี่ยราว 15% ต่อปี สะท้อนโอกาสทางธุรกิจของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงในอนาคต ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ยังมีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมที่ยังไม่เคยมีในท้องตลาด ทั้งการนำเทคโนโลยีเอนแคปซูเลชันมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารสำคัญ รวมถึงการเลือกใช้ไบโอแคลเซียมจากเปลือกไข่นกกระทาเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งยังไม่เคยมีการนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้มาก่อน นอกจากช่วยยกระดับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และสร้างโอกาสทางรายได้ให้กับเกษตรกร” เกริกกนก กล่าว

ภายหลังได้รับทุน ทีม Kissy Meow มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) ร่วมกับนักวิจัยและโรงงานผู้ผลิต รวมถึงทดสอบผลิตภัณฑ์กับกลุ่มผู้ใช้งานจริง ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การพิสูจน์ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และการยอมรับของแมวซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความเลือกกินสูง นอกจากนี้ยังมีแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในอนาคต และต่อยอดสู่การขอรับทุนในระดับถัดไป

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คณะเกษตรบูรณาการ จุฬาฯ Facebook : https://web.facebook.com/CU.iAgri , Website : https://www.cusar.chula.ac.th/ , CU Innovation Hub Facebook : https://web.facebook.com/cuihub , Website :  https://cuihub.chula.ac.th/

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่จนท.ที่ได้รับบาดเจ็บ

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่จนท.ที่ได้รับบาดเจ็บ

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่จนท.ที่ได้รับบาดเจ็บ

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.50 น.

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบกำลังพลกองร้อยลาดตระเวน หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ที่ได้รับบาดเจ็บ

วันที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ พันจ่าเอก อภิสิทธิ์ ศรัทธาธรรม ,พันจ่าเอก เสกสรร ศรีอ่อน ,จ่าเอก ชนะศักดิ์ มั่นชาติ และจ่าเอก กฤษนัย บุดดี กำลังพลกองร้อยลาดตระเวน หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่เหตุเกิดบริเวณ พื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านปาโฮ๊ะแฮ ตำบลบาโลย อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส 

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับ กำลังพลทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

สเปนไม่กังวลข่าวสหรัฐฯ อาจผลักดันระงับสมาชิกนาโต

สเปนไม่กังวลข่าวสหรัฐฯ อาจผลักดันระงับสมาชิกนาโต

26 เม.ย. 2569 14:12 น.

สเปนไม่กังวลข่าวสหรัฐฯ อาจผลักดันระงับสมาชิกนาโต

นายกฯ สเปนยืนยันไม่กังวล หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ อาจผลักดันระงับสมาชิกนาโต ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อลงโทษชาติพันธมิตรที่ไม่สนับสนุนสงครามตะวันออกกลาง ชี้สเปนปฏิบัติตามพันธกรณีนาโตครบถ้วน

นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นระหว่างการเดินทางเยือนไซปรัสเพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (EU) โดยระบุว่าสเปนเป็น “สมาชิกที่น่าเชื่อถือ” ขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต และได้ปฏิบัติตามพันธกรณีทุกประการอย่างครบถ้วน

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังสำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ส่งอีเมลระบุถึงทางเลือกในการ “พักสถานะ” สมาชิกนาโตบางประเทศ เพื่อเป็นการลงโทษพันธมิตรที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือในสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล ที่กระทำต่ออิหร่าน โดยเฉพาะประเทศอย่าง ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี ที่ไม่อนุญาตให้เครื่องบินรบสหรัฐฯ บินผ่านน่านฟ้าหรือใช้ฐานทัพในการทำศึกครั้งนี้

นายซานเชซระบุเป็นภาษาอังกฤษว่า “ผมไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย” ก่อนจะย้ำเป็นภาษาสเปนว่า “เราไม่ได้ทำงานบนพื้นฐานของอีเมล แต่เราทำงานตามเอกสารทางการและจุดยืนที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศออกมา” ทั้งนี้ ในสนธิสัญญานาโตเองก็ไม่มีข้อกำหนดในการพักสถานะหรือขับสมาชิกออกจากกลุ่มแต่อย่างใด

ในอีเมลฉบับเดียวกันยังมีการเสนอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทบทวนจุดยืนเรื่องอธิปไตยเหนือ “หมู่เกาะฟอล์กแลนด์” เพื่อตอบโต้ นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ไม่ให้การสนับสนุนสงครามในตะวันออกกลางเช่นกัน โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าวอชิงตันอาจกลับไปใช้จุดยืน “เป็นกลาง” ในข้อพิพาทระหว่างอาร์เจนตินาและอังกฤษ แทนการรับรองอำนาจบริหารของอังกฤษเหมือนที่ผ่านมา

นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับเข้าดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม 2025 ความสัมพันธ์กับพันธมิตรยุโรปเริ่มตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทรัมป์มองว่าการที่ชาติพันธมิตรไม่ร่วมรบในตะวันออกกลางคือ “การทรยศ”

สำหรับนายซานเชซ ผู้นำสเปน ถือเป็นไม้เบื่อไม้เมากับทรัมป์มาตลอด ตั้งแต่การปฏิเสธเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 5% ของจีดีพีตามคำขอของทรัมป์ในปีที่แล้ว ไปจนถึงการประณามการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา รวมถึงการเป็นกระบอกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม นางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ได้เน้นย้ำในที่ประชุมที่ไซปรัสว่า “นาโตต้องรักษาความเป็นเอกภาพ เพราะนั่นคือแหล่งที่มาของความแข็งแกร่ง” โดยประเด็นความขัดแย้งทั้งหมดนี้คาดว่าจะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมสุดยอดนาโตครั้งถัดไป ณ ประเทศตุรกี ในวันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้.

ที่มา AFP

เครื่องบิน “สวิสแอร์” ไฟลุกท่วมเครื่องยนต์ขณะเทกออฟที่นิวเดลี ผู้โดยสารเจ็บ 6 ราย

เครื่องบิน "สวิสแอร์" ไฟลุกท่วมเครื่องยนต์ขณะเทกออฟที่นิวเดลี ผู้โดยสารเจ็บ 6 ราย

26 เม.ย. 2569 12:11 น.

เครื่องบิน “สวิสแอร์” ไฟลุกท่วมเครื่องยนต์ขณะเทกออฟที่นิวเดลี ผู้โดยสารเจ็บ 6 ราย

เกิดเหตุเครื่องบินสายการบินสวิสแอร์ เที่ยวบิน LX147 เครื่องยนต์ขัดข้องและเกิดไฟลุกไหม้ขณะกำลังทะยานออกจากสนามบินนิวเดลี ประเทศอินเดีย นักบินตัดสินใจยกเลิกการเทคออฟและสั่งอพยพฉุกเฉินผู้โดยสาร 232 คน พบผู้บาดเจ็บ 6 ราย 

เกิดเหตุการณ์ระทึกที่สนามบินนานาชาติอินทิรา คานธี กรุงเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อเครื่องบินของสายการบินสวิสแอร์ ประสบเหตุเครื่องยนต์ลุกไหม้ระหว่างเตรียมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (27 เม.ย.) เวลาประมาณ 01.08 น. ตามเวลาท้องถิ่น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับเที่ยวบินที่ LX147 ซึ่งใช้เครื่องบินแอร์บัส A330 มุ่งหน้าสู่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่เครื่องบินกำลังเร่งเครื่องเพื่อเทคออฟบนรันเวย์ ได้เกิดความผิดปกติกับเครื่องยนต์ตัวหนึ่งจนมีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด นักบินตัดสินใจยกเลิกการบินขึ้นทันทีเพื่อความปลอดภัย

ภายหลังการประเมินสถานการณ์ ลูกเรือได้สั่งอพยพผู้โดยสารทั้งหมดรวม 228 คน และทารกอีก 4 คน ออกจากตัวเครื่องผ่านทางสไลเดอร์ฉุกเฉินบนรันเวย์ โดยมีภาพและวิดีโอเหตุการณ์ถูกแชร์ว่อนโซเชียลมีเดีย รายงานระบุว่ามีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจากการอพยพครั้งนี้ 6 ราย ซึ่งทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว ขณะที่ลูกเรือทุกคนไม่ได้รับบาดเจ็บ

สายการบินสวิสแอร์ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่าได้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ โดยจัดหาโรงแรมที่พักและการสำรองที่นั่งใหม่ให้โดยเร็วที่สุด รวมถึงมอบการ์ดติดต่อเพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

แถลงการณ์ระบุว่า “เหตุการณ์เช่นนี้สร้างความเครียดให้แก่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทีมงานท้องถิ่นของเรากำลังดูแลผู้โดยสารอย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ ความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือคือสิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอ” 

นอกจากนี้ สายการบินเตรียมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเดินทางจากสวิตเซอร์แลนด์มายังกรุงเดลี เพื่อตรวจสอบเครื่องบินลำดังกล่าวอย่างละเอียด และหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดไฟไหม้เครื่องยนต์ในครั้งนี้ต่อไป.

ที่มา NDTV

ชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์และกาซาออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น ครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์และกาซาออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น ครั้งแรกในรอบ 20 ปี

26 เม.ย. 2569 11:40 น.

ชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์และกาซาออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น ครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ชาวปาเลสไตน์ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นครั้งประวัติศาสตร์ โดยถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006 ที่มีการเปิดคูหาในฉนวนกาซา ท่ามกลางข้อกำหนดเข้มงวดที่ทำให้กลุ่มฮามาสไม่มีสิทธิส่งผู้สมัคร และเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ยังกังขาถึงความเปลี่ยนแปลงภายใต้การยึดครองของอิสราเอล

ชาวปาเลสไตน์นับล้านคนได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นครอบคลุมพื้นที่ฝั่งเวสต์แบงก์ และที่เมืองเดอีร์ อัล-บาลาห์ ทางตอนกลางของฉนวนกาซา ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวทางประชาธิปไตยครั้งสำคัญภายใต้แผนสันติภาพ 20 ข้อของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ช่วยให้เกิดการหยุดยิงมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว

การเลือกตั้งครั้งนี้ กลุ่มฮามาสไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งผู้สมัครในนามกลุ่ม เนื่องจากกฎหมายเลือกตั้งใหม่กำหนดให้ผู้สมัครต้องลงนามยอมรับองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) เป็นตัวแทนที่ชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวของประชาชน ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่กลุ่มฮามาสและกลุ่มการเมืองอื่นๆ อีกหลายฝ่ายไม่ยอมรับและประกาศคว่ำบาตรการเลือกตั้งในครั้งนี้ ที่ส่งผลให้กลุ่มฟาตะห์ (Fatah) ภายใต้การนำของประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส กลายเป็นกลุ่มการเมืองหลักเพียงกลุ่มเดียวในการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในเมืองเดอีร์ อัล-บาลาห์ ของกาซา มีกลุ่มผู้สมัครอิสระที่ถูกมองว่าเป็นพันธมิตรกับฮามาสรวมอยู่ด้วย

เมืองเดอีร์ อัล-บาลาห์ ถูกเลือกให้เป็นพื้นที่เดียวในกาซาที่จัดให้มีการเลือกตั้ง เนื่องจากได้รับความเสียหายน้อยกว่าพื้นที่อื่นจากสงครามอิสราเอล-ฮามาสที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจของฮามาสคอยดูแลความปลอดภัยรอบหน่วยเลือกตั้ง ท่ามกลางคะแนนนิยมของกลุ่มฮามาสในกาซาที่ลดลงเนื่องจากผลกระทบจากสงคราม แต่ในทางกลับกัน ความนิยมในตัวกลุ่มฮามาสกลับพุ่งสูงขึ้นในฝั่งเวสต์แบงก์ เนื่องจากประชาชนเริ่มหมดศรัทธากับองค์การบริหารปาเลสไตน์ (PA) ของอับบาสที่ถูกมองว่าล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการยึดครองของอิสราเอล

เสียงสะท้อนจากประชาชนโมฮัมเหม็ด อัล-ฮาไซนา ชาวเมืองเดอีร์ อัล-บาลาห์ เผยหลังลงคะแนนว่า “นี่คือสัญญาณของความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ เราอยากให้โลกช่วยเยียวยาเราจากหายนะของสงคราม ถึงเวลาแล้วที่จะฟื้นฟูกาซา”

ในขณะที่ มาห์มุด บาเดอร์ นักธุรกิจในเมืองทูลคาเรม ฝั่งเวสต์แบงก์ กลับมองต่างออกไป โดยระบุว่าเขาไม่มีความหวังกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ “อิสราเอลยังคงเป็นผู้ปกครองที่นี่ การเลือกตั้งเป็นเพียงภาพลักษณ์ที่แสดงให้สื่อต่างชาติเห็นเท่านั้น ตราบใดที่เรายังไม่มีเอกราชที่แท้จริง”

คณะกรรมการการเลือกตั้งกลางระบุว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่า 1 ล้านคนทั่วดินแดนปาเลสไตน์ แม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะถูกมองว่าเป็นโอกาสในการใช้สิทธิทางประชาธิปไตยในช่วงเวลาที่ท้าทาย แต่ความจริงที่ว่ากลุ่มฟะตะห์แทบจะไร้คู่แข่งในหลายเขต เป็นการตอกย้ำถึงความแตกแยกที่ฝังรากลึกระหว่างสองขั้วอำนาจหลักของปาเลสไตน์ที่ยังไม่สามารถหาจุดร่วมเพื่อเอกภาพได้จนถึงปัจจุบัน โดยคาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำวันเสาร์หรือวันอาทิตย์นี้ตามเวลาท้องถิ่น.

ที่มา BBC

“หวัง อี้” พบ “มิน อ่อง หล่าย” ย้ำหนุนเมียนมาเต็มที่ด้านอธิปไตย-ความมั่นคง

"หวัง อี้" พบ "มิน อ่อง หล่าย" ย้ำหนุนเมียนมาเต็มที่ด้านอธิปไตย-ความมั่นคง

26 เม.ย. 2569 11:14 น.

“หวัง อี้” พบ “มิน อ่อง หล่าย” ย้ำหนุนเมียนมาเต็มที่ด้านอธิปไตย-ความมั่นคง

“หวัง อี้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวย้ำว่าจีนจะให้การ “สนับสนุนอย่างมั่นคง” ต่อเมียนมาในการปกป้องอธิปไตยแห่งชาติและความมั่นคง ระหว่างการพบหารือกับ “มิน อ่อง หล่าย” ผู้นำรัฐบาลทหารที่เพิ่งสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี ในระหว่างการเดินทางเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ

กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า นายหวัง อี้ ได้ย้ำจุดยืนว่าจีนจะ “สนับสนุนอย่างแข็งแกร่ง” ให้เมียนมาสามารถรักษาอธิปไตย ความเป็นอิสระ และความมั่นคงของชาติไว้ได้ พร้อมระบุว่าจีนสนับสนุนเมียนมาในการแสวงหาเส้นทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของประเทศตนเองและได้รับความสนับสนุนจากประชาชน

การเดินทางเยือนเมียนมาครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเยือน 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ กัมพูชา ไทย และเมียนมา ของนายหวัง อี้ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์โลก โดยนายหวัง อี้ กล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นปีแรกของวาระรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา ทั้งสองฝ่ายควรใช้โอกาสนี้สืบสานมิตรภาพดั้งเดิมและเปิดมิติใหม่ให้กับความสัมพันธ์ทวิภาคี”

ทั้งนี้ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เพิ่งสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสืบทอดอำนาจผ่านตำแหน่งพลเรือนหลังจากการรัฐประหารเมื่อ 5 ปีก่อน โดยมีตัวแทนจากประเทศจีนเข้าร่วมในพิธีสาบานตน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจีนคือผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของรัฐบาลทหารเมียนมาในชุดนี้

นอกจากประเด็นด้านการเมืองและพรมแดนแล้ว นายหวัง อี้ ยังเน้นย้ำถึงความร่วมมือในการ “กวาดล้างภัยสังคม” อย่างการพนันออนไลน์และขบวนการฉ้อโกงทางโทรศัพท์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมียนมากลายเป็นแหล่งกบดานสำคัญของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ซึ่งสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลต่อปีให้แก่เหยื่อทั่วโลก รวมถึงกลุ่มผู้ใช้ภาษาจีนที่เป็นเป้าหมายหลักในช่วงเริ่มต้น

การเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศจีนในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นความพยายามของจีนในการนำเสนอตัวเองว่าเป็นพันธมิตรที่มั่นคงกว่าสหรัฐอเมริกา ในขณะที่นานาชาติและกลุ่มเฝ้าระวังประชาธิปไตยยังคงวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งในเมียนมาว่าเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับการปกครองโดยกองทัพเท่านั้น.

ที่มา AFP /AP

ทรัมป์ชี้เป็น “ความพยายามลอบสังหาร” เหตุยิงงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว

ทรัมป์ชี้เป็น "ความพยายามลอบสังหาร" เหตุยิงงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว

26 เม.ย. 2569 10:45 น.

ทรัมป์ชี้เป็น “ความพยายามลอบสังหาร” เหตุยิงงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว

ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเป็นความพยายามลอบสังหารของ “คนป่วยทางจิต” หลังชายคนหนึ่งพุ่งเข้าจุดตรวจความปลอดภัยพร้อมอาวุธหลายชนิด ที่งานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนถูกเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขายิงสกัดและควบคุมตัวไว้ได้ ระบุผู้ต้องสงสัยเป็นครูจากรัฐแคลิฟอร์เนีย

ค่ำคืนอันหรูหราที่โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน กลายเป็นความโกลาหล เมื่อเกิดเหตุยิงกันกลางงานเลี้ยงประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว (WHCA) ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังนั่งอยู่บนเวทีต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติในชุดราตรีและทักซิโด้จำนวนมาก

ผู้ก่อเหตุได้รับการระบุตัวคือ นายโคล อัลเลน วัย 31 ปี อาชีพครู ซึ่งอาศัยอยู่ในย่านชานเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาอาศัยจังหวะในบริเวณพื้นที่จัดเก็บรถเข็นบาร์ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล ประกอบปืนที่มีลักษณะ “ลำกล้องยาว” ก่อนจะบุกไปยังจุดตรวจรักษาความปลอดภัยและเปิดฉากยิงเพื่อหวังจะเข้าไปยังห้องจัดเลี้ยงใหญ่ ตำรวจวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยมีอาวุธปืนลูกซอง ปืนพก และมีด

พยานในเหตุการณ์เล่าว่า เสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้บรรยากาศภายในงานซึ่งเต็มไปด้วยแขกในชุดราตรีและสูทหรู กลายเป็นความโกลาหล ผู้ร่วมงานจำนวนมากหมอบลงกับพื้นตามเสียงตะโกน “หมอบลง!” ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีพร้อมอาวุธครบมือรีบเข้าล้อมตัวประธานาธิบดีทรัมป์และพาวิ่งออกทางม่านด้านหลังเวทีอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางแขกคนสำคัญอย่างนายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รมว.สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ต้องหาที่หลบภัยใต้โต๊ะ

ภายหลังเหตุการณ์ ผู้เข้าร่วมงานหลายร้อยคนถูกอพยพออกจากห้องจัดเลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย ท่ามกลางการปิดล้อมพื้นที่โดยตำรวจ และการระดมกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยยืนยันว่าผู้นำสหรัฐและบุคคลสำคัญทั้งหมดปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าหนึ่งในกระสุนที่ยิงออกไปนั้นโดนเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบที่สวมชุดเกราะป้องกันตัว โดยเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีรายนี้กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ

หลังเหตุการณ์สงบลง ทรัมป์ได้แถลงเคียงข้างผู้อำนวยการ FBI โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้คือความพยายามลอบสังหารจาก “คนป่วยทางจิตที่ลงมือเพียงคนเดียว” เขายอมรับว่าตอนแรกหวังว่าเสียงที่ได้ยินจะเป็นเพียงเสียงถาดตกพื้น แต่ความจริงกลับเป็นกระสุนปืน

ทรัมป์กล่าวว่า สถานที่จัดงาน “ไม่ใช่อาคารที่มีความปลอดภัยสูง” พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยอ้างถึงแผนการสร้างห้องจัดเลี้ยงในทำเนียบขาวที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น

ทรัมป์ยังเปิดเผยความรู้สึกว่า “ผมสู้ขาดใจเพื่อที่จะอยู่บนเวทีต่อ” แต่เจ้าหน้าที่บังคับให้อพยพตามกฎความปลอดภัย นอกจากนี้เขายังระบุว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบทางจิตใจต่อ เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอย่างมาก แต่เขายืนยันว่าเขาจะไม่กลายเป็นคนขวัญอ่อน “ผมทำสิ่งนี้เพื่อประเทศชาติ” ทรัมป์กล่าว

เมื่อถูกถามว่าเหตุใดเขาจึงถูกปองร้ายบ่อยครั้ง โดยอ้างถึงเหตุการณ์ที่เมืองบัตเลอร์ ในรัฐเพนซิลเวเนียและขณะที่เขาเล่นกอล์ฟที่เมืองปาล์มบีชก่อนหน้านี้ ทรัมป์ตอบว่าเขาได้ศึกษาประวัติศาสตร์การลอบสังหารมาอย่างดี และเชื่อว่าผู้ที่สร้างผลกระทบต่อโลกได้มากที่สุด มักจะเป็นเป้าหมายเสมอ เช่นเดียวกับ อับราฮัม ลินคอล์น

เขายังทิ้งท้ายด้วยสถิติที่น่าสนใจว่า ราว 5.8% ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยถูกลอบยิง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นอาชีพที่อันตรายยิ่งกว่านักแข่งรถหรือคนขี่วัวกระทิง แต่เขาก็พร้อมรับความเสี่ยงในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด

นายทอดด์ แบลนซ์ รักษาการอัยการสูงสุด แถลงว่าเหตุการณ์คืนนี้เผยให้เห็นทั้ง “จุดที่แย่ที่สุด” คือการใช้ความรุนแรง และ “จุดที่ดีที่สุด” คือการปฏิบัติหน้าที่อย่างเฉียบขาดของเจ้าหน้าที่ พร้อมสัญญาว่าจะดำเนินคดีกับนายโคล อัลเลน อย่างถึงที่สุด ด้านนายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยกำลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้เคียง และยังคงอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจ

ทั้งนี้ งานเลี้ยงดังกล่าวจะถูกเลื่อนไปจัดใหม่ภายใน 30 วันข้างหน้า โดยทรัมป์กล่าวติดตลกทิ้งท้ายว่า “ครั้งหน้าผมอาจจะพูดให้น่าเบื่อขึ้นและทำตัวเป็นคนดีขึ้น เพื่อความปลอดภัย” สื่อมวลชนและทำเนียบขาวกำลังจับตาดูมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้นหลังจากนี้เป็นลำดับแรก

ฌานีน พีร์โร อัยการสหรัฐประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยถูกตั้งข้อหา 2 กระทง ในข้อหาใช้อาวุธปืนก่ออาชญากรรมรุนแรง และทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางโดยใช้อาวุธร้ายแรง เธอกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยจะถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางในวันที่ 27 เม.ย. นี้

ที่มา BBC / New York Post