เนย โชติกา ควงสามีเปิดชีวิตครอบครัวสุดอบอุ่น แถมเผยเคล็ดลับมัดใจ รักแรกและรักเดียวตลอด 17 ปี

เนย โชติกา ควงสามีเปิดชีวิตครอบครัวสุดอบอุ่น แถมเผยเคล็ดลับมัดใจ รักแรกและรักเดียวตลอด 17 ปี

เนย โชติกา ควงสามีเปิดชีวิตครอบครัวสุดอบอุ่น แถมเผยเคล็ดลับมัดใจ รักแรกและรักเดียวตลอด 17 ปี

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.32 น.

รักแรกและรักเดียว เนย โชติกา ควงสามี อาร์ม จันทร์สิริ และลูกๆ น้องอคิณ-น้องลลิล เปิดชีวิตครอบครัวสุดอบอุ่น

นักแสดงชื้อดัง เนย โชติกา ควงสามี อาร์ม จันทร์สิริ อัปเดตโมเมนต์ครอบครัวสุดอบอุ่น พร้อมลูกๆ น้องอคิณและน้องลลิล ที่ยิ่งโต ยิ่งเหมือนคุณพ่อเป๊ะทุกมุม แถมเผยเคล็ดลับมัดใจสามีที่เป็นรักแรกและรักเดียวตลอด 17 ปี ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

อยู่บ้านสองคนนี้ใครแสบกว่ากัน?

เนย : แบ่งกันไปเลยชัดๆ ฝั่งนั้นเค้านิ่งๆ ฝั่งเราจะจี๊ดจ๊าดกว่านิดนึง ตอนคลอดอคิณเค้ามีทุกอย่างที่เหมือนพี่อาร์มหมดเลย ทั้งคาแรกเตอร์ทั้งความนิ่ง เราก็สาธุลูกคนที่สองขอให้เหมือนเรา แล้วก็เหมือนมาก

อคิณเหมือนคุณพ่อคือความนิ่ง แล้วมีอย่างอื่นอีกไหมที่เหมือนกัน?

เนย : เหมือนหลายอย่าง บุคลิก การเดิน ความนิ่ง เหมือนมาก แต่ถ้าอยู่ในแก๊งเพื่อนรวมๆ จะได้เห็นความซ่า

ลูกสาวที่เหมือนเราคือเหมือนเวอร์ชั่นไหน?

เนย : เหมือนมากค่ะ เนยจะชอบถ่ายรูป เล่นกล้อง แต่งตัว แต่งหน้า เค้าอาจจะเห็นเรา แล้วเค้าก็ก๊อปปี้เพลสมา แต่คนนี้เค้าก็เห็นเรามาตลอด แต่เค้าไม่เหมือนเราเลย

ถ้าเทียบสองคนทางอคิณถ้าลงโซเชียลต้องถามไหม?

เนย : ต้องถามค่ะ เค้าบอกว่าคลิปนี้แม่ถ่ายไปลงหรือเปล่า คลิปนี้ไม่ลงนะ คิณขอดูก่อน เราจะมีการสกรีนดูก่อนว่าเค้าโอเคไหม เค้าเป็นตั้งแต่เด็กๆ แต่คนไหนจะเป็นแบบคุณแม่สวยอ่ะ ถ่ายรูปไหม ถ่ายรูปกัน คนนี้ชวนถ่าย ชอบทำคอนเทนต์กับแม่ แต่คนนั้นถ่ายได้นะแต่ขอดูก่อน

ทำไมน้องอคิณไม่อยากให้คุณแม่ลงโซเชียลมีเดีย?

น้องอคิณ : อายครับ

ส่วนใหญ่รูปที่เค้าอนุญาตให้เราลงได้ เป็นแบบไหน?

เนย : เค้าจะหน้านิ่งๆ ถ้าเค้าหัวเราะ เค้าจะบอกดูไม่ดีเลย ที่เค้าทำอะไรแปลกๆ อะไรอย่างนี้ แต่นอกจากที่เค้าทะเล้นมากๆ เค้าบอกลงได้เลย ก็แล้วแต่ฟิวเค้าเหมือนกัน แต่คนนี้เค้าบอกแม่ลงหรือยัง

ลลินชอบไปทำกิจกรรมอะไรกับคุณแม่บ้าง?

ลลิล : เค้กค่ะ

เนย : ชอบทำเค้กทำขนม สระผมที่ร้านแล้วก็ออกกำลังกายกัน แล้วเค้าชอบช้อปปิ้ง เวลากับเค้า เค้าไม่ซนด้วย นิ่งๆ เราก็เข็นรถเข็นให้แม่ แม่ก็ช้อปปิ้งหยิบนั่นหยิบนี่ไป เราจะนิ่งชิวสบายๆ เดี๋ยวนี้ไปกันสองคนเลย

เนย : ทีมงานบอกพี่อาร์มพูดหน่อย

อาร์ม : อยู่บ้านเขาก็พูดคนเดียว

เนย : เค้าเป็นคนชอบแซวเนย คือเค้าจะพูดน้อย แต่เวลามาแต่ละคำก็สะอึกอยู่นะ เค้าจะแซวๆ เราพูดคนเดียว

เม้าท์พี่อาร์มนิดนึงอยู่บ้านเค้าเป็นยังไง เป็นร่างนี้ไหม?

เนย : ร่างนี้ค่ะ แต่ถ้าเค้าได้ถือแก้ว เค้าจะพูดเก่งขึ้น

ล่าสุดไปออกอีเวนท์กับคุณแม่?

เนย : ก็สลับกันไป ถ้าเลือกเนยก็จะเลือกคนนี้ เพราะว่าสู้กล้องกว่า แล้วมีการพูดคุยง่าย

เวลาไปทำคอนเทนต์กันพี่อาร์มมีหน้าที่อะไร?

อาร์ม : ถ่ายอะไรอย่างนี้ครับ

ชอบไหมเวลาทำคอนเทนต์กับภรรยา? 

อาร์ม : ถ่ายไปบ่นไป 

เนย : เราก็บ่น ไม่ได้สักที

พี่อาร์มเคยบ่นไหม พอแล้วได้หรือยัง ทำไมไม่ได้สักที?

อาร์ม : ถ่ายรอบเดียว เราก็บอกว่าสวยแล้ว แต่เค้าไม่สน

เนย : มันยังไม่ได้ก็คือไม่ได้ ถ่ายใหม่ เค้าจะบอกว่าสวยละ สวย

ปกติคอนเทนต์แนวไหนที่เนยสั่งให้เราถ่ายเยอะที่สุด?

อาร์ม : ออกกำลังกายมั้งครับ

เนย : ออกกำลังกายไม่ใช่คอนเทนต์สิ มันออกอยู่แล้ว หนูแค่ขอถ่ายเฉยๆ แต่ถ้ามันเป็นคอนเทนต์ที่ต้องแสดง ใช้สีหน้า ถ่ายบ่อยมาก แต่ไม่ได้ลง ไม่ผ่าน มันขำ มันตลก มันไม่ได้

อาร์ม : ที่ถ่ายกันบ่อย บางทีของเมืองนอกให้ทำแบบนี้ก็ลองทำ

เนย : แบบเป็นไวรัล ไม่ได้ค่ะ 10 เทคละ จบค่ะ 

ดูเด็กๆ เป็นเด็กเรียบร้อย ดูมีเหตุผล เวลาเราจะพูดอะไรกับลูกเราต้องมีเหตุผลไหม?

เนย : ต้องมีเหตุผล ต้องพูดเยอะ เพราะไร ทำไม ยิ่ง 6 ขวบ 8 ขวบ เหตุผลเยอะไปหมด ถ้าสมมุติห้ามเพราะอะไร ทำไมอันนี้ทำไม่ได้ เราก็ต้องมีเหตุผลประกอบ

คุณแม่สอนด้วยเหตุผล พี่อาร์มจะทำให้ลูกเห็น?

อาร์ม : ครับก็ออกกำลังกาย ตื่นนอนให้ตรงเวลา

เนย : พี่อาร์มเค้าจะเป๊ะเรื่องลูทีน กินข้าวกี่โมง โภชนาการอาหาร วันนี้มีโปรตีน มีผัก กินนมหรือยัง นมเท่าไหร่วันนี้

สมมติไปโรงเรียนตื่นเช้ามาต้องยังไงบ้าง?

เนย : พี่อาร์มปลุกทุกคน ตั้งแต่แม่ยันลูกเลย

อาร์ม : เปิดผ้าม่านประมาณ 6 โมงเช้า

เนย : ลูกเค้ากินข้าวนาน เค้ากลัวลูกเค้ากินข้าวน้อย เค้ากลัวลูกไม่ได้โภชนาการ

อาร์ม : ตื่นละอาบน้ำ ลงมากินข้าว เดี๋ยวนี้เค้าอยากไปโรงเรียนเร็วๆ ไปเล่น

เนย : เนยเป็นคนจัดการทุกอย่างเองตอนเช้า แต่เค้าจะเป็นคนปลุก พี่อาร์มปลุกลูกเสร็จตอนเช้าเค้าก็ไปวิ่งเลย 6:15 อยู่บนลู่วิ่ง ลงมาตอน 7 โมงกว่าๆ ส่งลูกขึ้นรถไปโรงเรียนแล้วเมนูอาหารเค้าก็ดป็นคนคิดเอง ถ้ามื้อเช้าลูกกินอันนี้แล้วเที่ยงที่โรงเรียนลูกอาจจะไม่ได้โปรตีนเท่าไหร่ ตอนเย็นลูกต้องกินปลา แล้วมีบล็อกโคลี่ลวกนะ

คบกันมา 17 ปีแล้ว?

อาร์ม : ครับ

พี่อาร์มเจอคุณเนยครั้งแรกปิ๊งเลยไหม?

อาร์ม : ปิ๊งเลยครับ

ไปเจอกันยังไงก่อน?

เนย : เพื่อนแนะนำให้รู้จัก

ชอบอะไรในตัวคุณเนย?

อาร์ม : ตอนแรกๆ เลยเอาจริงๆ คือสวย คุยไปเรื่อยๆ ก็นิสัยดี ดูแลเราดี

คุณเนยเจอครั้งแรกเป็นยังไง?

เนย : ไม่ชอบเค้านะ เค้าดูเพลย์บอย วันแรกที่เจอกันเค้าใส่เสื้อเชิตแล้วเปิดกระดุม 2-3 เม็ด แต่งตัวเป็นเสี่ยๆ นะ อายุตอนนั้น 26 เอง แต่งตัวดูโต ดูเป็นแบดบอย แต่เราก็มีความชอบหนุ่มตี๋อยู่นิดนึง โดยรวมตอนนั้นไม่น่าจะไหว

เราไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ถูกไหม?

เนย : ใช่ๆ ดูแล้วไม่น่าจะได้

แต่พอคุยกันไป?

เนย : ก็ได้ เค้าจะนิ่งๆ ไม่มีความแพรวพราว ปล่อยให้เราพูดคนเดียว เราก็เออ..มันก็เริดอยู่นะ ฉันอาจจะเจอคนที่ไม่ต้องเถียงฉันแล้วก็ได้ ที่ไม่ทะเลาะกัน เพราะไม่มีใครทะเลาะด้วย ถ้าเราเริ่มจะป่วนเค้าจะเดินหนีเรา หรือไม่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็เข้ามากอด เราก็บ่นต่อไม่ได้แล้ว

อาร์ม : ไม่ใช่อะไร คือเถียงไม่ทัน

พี่อาร์มเคยชนะบ้างไหม?

อาร์ม : ไม่เคยครับ

เนย : แต่เนยก็มีเหตุผลนะ ถ้าเนยผิด เนยก็ขอโทษ

อาร์ม : เค้าไม่ได้เป็นคนงอนเยอะ

เนย : เนยไม่ได้ขี้งอน ไม่ได้ผู้หญิงจ๋าด้วยแหละ

ทั้งคู่มีวิธีดูแลความรักกันยังไง?

เนย : เราดูแลกัน คุยกันทุกเรื่อง ต่างฝ่ายต่างไม่อยากทะเลาะ มันก็กลายเป็นทุกเรื่องเวลามีปัญหาคือคุยกัน แล้วก็เคลียร์ ไม่เอาปัญหาเข้าบ้าน ส่วนมากจะมีงอนๆ แค่นั้นเลย ไม่มีเรื่องใหญ่

อะไรที่มัดใจเราได้?

อาร์ม : ถ้าตอนแรกเลย แกะเม็ดแตงโม เค้าเอาเม็ดออกให้ทีละเม็ด มันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ 

เรื่องของการดูแลตัวเองของคุณเนยเป็นยังไง ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้?

อาร์ม : เหมือนเดิม เค้าดูแลเราดี

บ้านนี้ติดลูกมากๆ จนไม่มีเวลาให้กัน?

เนย : หลังๆ ติดลูกมากจริง สมมติจะไปเที่ยวสักคืนก็คิดแล้ว คิดอีก ไปเถอะป๊า ไปบ้าง เค้าก็บอกเอาลูกไปด้วยไหม ก็จะแบบถ้าเราเอาลูกไปด้วย ก็จะเหมือนเราไปเลี้ยงลูกนอกสถานที่ แต่พ่อเค้าติดลูกจริง แม่ก็ติด ก็ขนกันไป

มีทริปที่ไปกันสองคนหรือยัง?

เนย : เคยค่ะ ทริปแรกคือเกาหลีและทริปเดียว

เป็นไงบ้าง?

เนย : น้ำตาซึม ไม่อยากเม้าท์ เค้าไม่อยากให้เนยเล่า เพราะเค้ารู้สึกว่าฉันไม่แมน คือเค้าร้องไห้ตั้งแต่ขึ้นรถตู้แล้ว น้ำตาคลอ เพราะลูกน้ำตาคลอ มันเลยกลายเป็นเที่ยวแบบพะวง ขนาดไปแค่ 3 วัน

อาร์ม : คือคนนี้เค้าน้ำตาคลอไม่อยากให้เราเห็นว่าเค้าร้องไห้ เค้าจะหันหลังให้เรา ยิ่งเค้าเข้มแข็งเรายิ่งอ่อนแอ เหมือนเค้ากลั้นไม่ให้เราเห็นว่าเค้าร้องไห้

เนย : แล้วเค้าก็แอบเช็ดน้ำตา คือมันเป็นช็อตที่แบบน่าสงสารกว่าเดิมไปอีก มันทำให้เราเที่ยวไม่สนุกเท่าไหร่

เคยทะเลาะกันแบบจริงจังไหม?

อาร์ม : ไม่ค่อยมีครับ

เนย : ไม่ค่อยมี เพราะทั้งคู่ไม่อยากทะเลาะอยู่แล้ว เรารู้สึกแบบอยู่กันมาขนาดนี้ มานั่งทะเลาะ มันเสียเวลาชีวิต

เรื่องการเลี้ยงลูก พอความเห็นไม่ตรงกัน เราปรับกันยังไง?

เนย : ต้องมาคุยกัน งั้นต้องยืดหยุ่นนิดนึง เนยชอบคุยกับลูกก่อนนอน เค้าบอกงั้นขึ้นมาเร็วขึ้น อ่านนิทานให้เสร็จเร็ว เพื่อจะได้มีเวลาคุย บางทีเนยตามใจลูก ลูกเอานิทานมา 3 เรื่อง ก็อ่าน 3 เรื่องจนมันเลยเวลาแล้ว เค้าบอกว่าทุ่ทครึ่งแล้วปิดไฟๆ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เบิร์ด ธงไชย ศิลปินแห่งชาติ ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นที่ 4 จตุถดิเรกคุณาภรณ์

เบิร์ด ธงไชย ศิลปินแห่งชาติ ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นที่ 4 จตุถดิเรกคุณาภรณ์

เบิร์ด ธงไชย ศิลปินแห่งชาติ ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นที่ 4 จตุถดิเรกคุณาภรณ์

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.44 น.

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2568

โดย เบิร์ด – ธงไชย แมคอินไตย์” (ศิลปินแห่งชาติ) ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 4 จตุตถดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2568

ขณะเดียวกันเพจ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ Bird Thongchai Fans Page : ClubBIRD โพสต์ภาพสุดยินดี เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) พ.ศ.2565 ในโอกาสได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ 

โดยระบุว่า “ขอแสดงความยินดีกับ​ พี่เบิร์ด​ ธงไชย ในโอกาสได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ *ชั้นที่ ๔ จตุถดิเรกคุณาภรณ์* ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘” ท่ามกลางแฟนๆเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับพี่เบิร์ด

ลำไย ไหทองคำ ร่วมปลงผม บอส เอวหวาน ก่อนเข้าพิธีอุปสมบท

ลำไย ไหทองคำ ร่วมปลงผม บอส เอวหวาน ก่อนเข้าพิธีอุปสมบท

ลำไย ไหทองคำ ร่วมปลงผม บอส เอวหวาน ก่อนเข้าพิธีอุปสมบท

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.15 น.

วันนี้ 25 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก ตราด News โพสต์คลิปวิดีโอและข้อความลงมาบนโลกโซเชียล โดยเป็นวิดีโอของนักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังอย่าง ลำไย ไหทองคำ เดินทางมาร่วมพิธีโกนหัวเตรียมบวชของ บอส เอวหวาน ที่จังหวัดตราด พร้อมข้อความทั้งหมดว่า “#แห่รับ “ลำไย ไหทองคำ เดินทางส่งกำลังใจ ‘บอส เอวหวาน’ โกนหัวเตรียมบวช ทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ที่วัดช้างทูน ตราด” อ.บ่อไร่ – บรรยากาศคึกคักที่วัดช้างทูน อำเภอบ่อไร่ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. มีการจัดพิธีโกนหัวนาค “บอส เอวหวาน” หรือ นายมณเฑียร เดชตระกูล เพื่อเตรียมอุปสมบททดแทนบุญคุณพ่อแม่ ท่ามกลางญาติพี่น้องและประชาชนที่มาร่วมงานอย่างเนืองแน่น

ไฮไลต์ของงานอยู่ที่การปรากฏตัวของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ลำไย ไหทองคำ ที่เดินทางมาร่วมให้กำลังใจถึงวัด ในฐานะพี่สาวคนสนิท โดยได้ร่วมตัดผมโกนหัวนาค พร้อมกล่าวให้กำลังใจและร่วมอนุโมทนาบุญ ก่อนเดินทางกลับ ท่ามกลางเสียงต้อนรับจากแฟนคลับที่มารอแน่นศาลาวัด

ลำไย ไหทองคำ

“บอส เอวหวาน” เผยว่า ตั้งใจบวชครั้งนี้เพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่และครอบครัว รวมถึงญาติผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูมา พร้อมตั้งปณิธานใช้ชีวิตในทางที่ดี ก่อนกลับไปทำงานและสร้างความสุขให้กับแฟนคลับและประชาชนต่อไป สำหรับในช่วงเช้าวันที่ 25 เมษายน 2569 จะมีพิธีแห่นาครอบโบสถ์ และประกอบพิธีอุปสมบทตามประเพณีอย่างยิ่งใหญ่ #ลำไยไหทองคำ #บอสเอวหวาน #วัดช้างทูน #บ่อไร่”

หลังจากที่คลิปวิดีโอของ เพจเฟซบุ๊ก ตราด News ถูกเผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตและแฟนคลับจำนวนมากต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากกับการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ของ ลำไย ไหทองคำ เช่น

“อนุโมทนาสาธุค่ะ”

“ลำใยเป็นใคร”

“สาธุ อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ”

ลำไย ไหทองคำ
ลำไย ไหทองคำ
ลำไย ไหทองคำ
ลำไย ไหทองคำ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ตราด News

เชิญชวนประชาชนลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าทีปังกรฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 29 เมษายน 2569

เชิญชวนประชาชนลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าทีปังกรฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 29 เมษายน 2569

เชิญชวนประชาชนลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าทีปังกรฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 29 เมษายน 2569

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.48 น.

เชิญชวนประชาชนลงนามถวายพระพร “สมเด็จพระเจ้าทีปังกรฯ” ผ่านระบบออนไลน และร่วมเจริญอริยมรรค “สัมมาทิฏฐิ” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 29 เมษายน 2569

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 29 เมษายน 2569 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 28 – 30 เมษายน 2569

โอกาสนี้ สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค “สัมมาทิฏฐิ” ระลึกถึงพระรัตนตรัย ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้โดยชอบ เพื่อถวายเป็นพระกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ระหว่างวันที่ 28 – 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้ง PLAY STORE และ APP STORE

ดร.มัลลิกา ซาบซึ้ง ในหลวง พระราชทาน เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย

ดร.มัลลิกา ซาบซึ้ง ในหลวง พระราชทาน เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย

ดร.มัลลิกา ซาบซึ้ง ในหลวง พระราชทาน เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.39 น.

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2568

ซึ่ง ในหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน พร้อมด้วย บุคคลต่างๆทั้งสิ้น 20,141 ราย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ดังรายนามท้ายประกาศนี้ ประกาศ ณ วันที่ 23 เมษายน พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข
ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข
ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

>>> อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ <<<

พระราชทานเครื่องราชฯ 20,141 ราย ‘ภูมิธรรม’ ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก-‘ซาบีดา’ประถมาภรณ์มงกุฎไทย

นายกฯ วอนสื่ออย่าถามดีเทลโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ กลัวคนอื่นไม่กล้าทำงาน

นายกฯ วอนสื่ออย่าถามดีเทลโครงการ 'คนละครึ่งพลัส' กลัวคนอื่นไม่กล้าทำงาน

นายกฯ วอนสื่ออย่าถามดีเทลโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ กลัวคนอื่นไม่กล้าทำงาน

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.12 น.

นายกฯ วอนสื่ออย่าถามดีเทลโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ กลัวคนอื่นไม่กล้าทำงาน ย้ำพร้อมหนุนทุกโครงการพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีโครงการคนละครึ่งพลัสจะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อใดว่า เขาวางไทม์ไลน์ว่าจะเดินหน้าเดือนมิถุนายน ก็ต้องเข้า ครม.ตั้งแต่ช่วงนี้ถึงช่วงเดือนพฤษภาคม  

เมื่อถามว่าโครงการนี้จะถือเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า โอ้ย! โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่เราใช้ตั้งแต่หาเสียง ตอนแรกต้องการให้โครงการนี้กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นช่วง 4 เดือน ควิก บิ๊ก วิน แต่เห็นว่าเมื่อดำเนินการไปแล้วมันเกิดประโยชน์มากมายเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน และตอนนั้นเรากำลังจะมีเฟส 2 แต่ยุบสภาฯไปก่อน ไม่ใช่เรื่องใหม่ และช่วงนี้มีเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจมีผลกระทบต่อประชาชนเราก็มาพลัส โดยไม่ใช่คนละครึ่งแล้วแต่ใช่คำว่าไทยช่วยไทยพลัส รูปแบบไม่ใช่ 50-50 พยายามจัดสรรเพื่อมาแบ่งเบาภาระประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือประชาชนทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในระบบ จากเดิมโครงการ 2 เดือน ก็เพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 จำนวน4 เดือน รวมเป็น 4,000 บาท ตามที่เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลังบอกไว้ 

เมื่อถามว่าวางกรอบคนลงทะเบียนไว้เท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ต้องถามนายเอกนิติ ขอทำความเข้าใจว่าจะมาถามรายละเอียดกับตัวผม ผมว่าไปถามผู้ปฏิบัติและผู้รับผิดชอบจะดีกว่า เพราะพอผมพูดไปคนอื่นเลยไม่กล้าพูดต่อ ตัวผมยินดีให้การสนับสนุนโครงการหรือการดำเนินการต่างๆ ของรัฐมนตรีทุกกระทรวงทุกพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ถ้าจะถามผมให้ถามว่าโอเค ผมเห็นชอบในหลักการหรือยังคุยกับเราหรือยังพร้อมสนับสนุนไหม แต่รายละเดียดขอความกรุณาถ้าผมตอบไปคนอื่นไม่กล้าทำงานพอดี“ 

อนุทิน ลั่นเดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ บอกคนในพื้นที่ต้องเข้าใจเป็นเรื่องของส่วนรวม

อนุทิน ลั่นเดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ บอกคนในพื้นที่ต้องเข้าใจเป็นเรื่องของส่วนรวม

อนุทิน ลั่นเดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ บอกคนในพื้นที่ต้องเข้าใจเป็นเรื่องของส่วนรวม

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.53 น.

อนุทิน ลั่นเดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ บอกคนในพื้นที่ต้องเข้าใจเป็นเรื่องของส่วนรวม​ ขณะที่ พ.ร.บ.อากาศสะอาด หนุนร่างของ ภท.เป็นหลัก

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาช่วง มิ.ย.-ก.ค. ว่า แลนด์บริดจ์เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งใจผลักดัน เราศึกษาและปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด ทั้งเรื่องเทคโนโลยี ต้นทุนการก่อสร้าง รูปแบบที่ทำให้เกิดขึ้น และวันนี้มีเหตุผลต้องนำขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น เพราะมีการพูดถึงกันว่าใครจะแสดงความเป็นผู้ครอบครองช่องทางขนส่งโดยมีแนวคิดการจัดเก็บค่าผ่านทางช่องแคบนั้นช่องแคบนี้ ดังนั้นในส่วนของประเทศไทยหากเรามีสิ่งที่สามารถพึ่งพาได้เกิดประโยชน์และรายได้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเราก็ต้องเร่งพิจารณา 

เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันเป็นเรื่องของส่วนรวม 

ส่วนกรณีจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาฯ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “จะสนับสนุนร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นหลัก “

อดีตทูต นริศโรจน์ ให้คะแนนเต็ม ชั้นเชิงการทูตขั้นเทพของ อนุทิน ต้อนรับ หวังอี้

อดีตทูต นริศโรจน์ ให้คะแนนเต็ม ชั้นเชิงการทูตขั้นเทพของ อนุทิน ต้อนรับ หวังอี้

อดีตทูต นริศโรจน์ ให้คะแนนเต็ม ชั้นเชิงการทูตขั้นเทพของ อนุทิน ต้อนรับ หวังอี้

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.48 น.

หลังจากที่วานนี้ (24 เมษายน 2569) หวัง อี้ เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งในระหว่างหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้านั้นมีการเสิร์ฟทุเรียนและข้าวหลามในกะลามะพร้าวต้อนรับ นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมขนมไทยอย่างลูกชุบ และขนมสอดไส้ ก่อนที่ในเวลาต่อมา นาย อนุทิน ชาญวีรกูล จะขับรถไฟฟ้า BYD พา หวังอี้ ไปกินข้าวกลางวันที่โรงแรมด้วยตนเอง

ล่าสุดวันนี้ 25 เมษายน 2569 นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์หมากเกมการเมืองระดับโลกในจังหวะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขับรถไฟฟ้าส่วนตัวพา หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนไปรับประทานอาหารด้วยตนเอง โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “นรม.ขับรถไฟฟ้า BYD (Build Your Dream) ที่ นรม.เพิ่งซื้อมาใช้ส่วนตัว พาหวังอี้ไปกินข้าวด้วยตนเอง ทั้งๆที่ในทางพิธีการ (Protocol) หวังอี้มีขบวนรถรับรองอย่างดีที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้แล้ว หมากทางการทูตหมากนี้ ผมให้คะแนนเต็ม เพราะอะไร อย่างที่เคยบอกว่าชั้นเชิงทางการทูตนั้นไม่ได้ดูแค่ภาษาพูด หรือ ภาษาเขียน แต่ต้องดูภาษากายประกอบด้วย การยื่นมือให้ก่อน จับแล้วใช้มืออีกข้างกุมจับให้กระชับแน่น การแสดงความเป็นกันเองที่นอกพิธีการ เช่น นรม.ขับรถเอง หวังอี้นั่งคู่ด้านหน้า รถที่ใช้เป็นรถไฟฟ้าจีน ชื่อรถที่มีความหมายดี อาหารที่พาไปกินเป็นอาหารไทย มี “ลูกชุบ” ด้วย ทั้งหมดมีนัยยะที่ตีเป็นความหมายแฝงในทางที่ดีได้หมด

ผมมองว่าเป็นการ “ตัดไม้ข่มนาม” ประเทศเพื่อนบ้านที่หวังอี้เพิ่งไปเยือนมาก่อนหน้าด้วย โชว์ให้เห็นๆกันไปเลยว่า เอ็งกับข้าคนละ level กัน ซึ่งเรื่องแบบนี้ “เด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” ทำไม่ได้ เพราะบารมีไม่ถึง ! มิหนำซ้ำยังออกตัวแรง ชอบอวดว่าเป็น ผลิตผลทางการศึกษาจาก US จะยืนหลังตรง จะไม่ใช้นโยบายลู่ลม บลา บลา บลา โชคดีเหลือเกินที่ประเทศไทยเราไม่ได้เด็กเมื่อวานซืนอ่อนประสบการณ์มาเป็นผู้นำ”

นริศโรจน์ เฟื่องระบิล

หลังจากโพสต์ของ นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล เผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นสนับสนุนแนวคิดของอดีตทูตกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องบารมีและประสบการณ์การทำงาน เช่น

“มากกว่าพิธีทางการทูต คือเพิ่มความเป็นไทยลงไป”

“ท่านหวังอี้ นั่งรถไปด้วยกันกับท่านนายกฯอนุทิน แสดงถึงความสนิทสนม ไว้วางใจ ยิ่งกว่าแค่มีมิตรภาพ อีกค่ะ”

“ไอ้ที่ได้ไปเรียน รร.ทหารโก้ๆ ก็โควต้าเด็กไทยสละให้”

“เหนือสิ่งอื่นใด..พูดภาษาเดียวกันค่ะ ไม่ต้องใช้ล่าม”

“จริงค่ะ ชอบความเก๋าเกมของนายกฯอนุทิน”

“เมื่อตอนเห็นภาพข่าว ผมรู้สึกประทับใจในตัวนายกรัฐมนตรีของเรามากครับ”

“เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ…ท่านทูตฯ..#โชคดีมหาศาล ที่ ไอ้เด็กวานซืน ไม่ได้ เป็น เพียงแค่ เกือบ!!!”

“พฤติกรรมการแสดงออกถึงความดูแลเอาใจใส่ ยิ่งกว่าภาษากายทั่วไป ด้อมส้มคงไม่สามารถหยั่งรู้ด้วยญาณวิถีใดๆทั้งสิ้น”

นริศโรจน์ เฟื่องระบิล
นริศโรจน์ เฟื่องระบิล
นริศโรจน์ เฟื่องระบิล

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj

โอ๊ย ไร้สาระ! อนุทิน ลั่นใส่สื่อหลังถูกถาม ปมมีโมเดลส้มใส่กล่องกระจกตั้งห้องทำงาน

โอ๊ย ไร้สาระ! อนุทิน ลั่นใส่สื่อหลังถูกถาม ปมมีโมเดลส้มใส่กล่องกระจกตั้งห้องทำงาน

โอ๊ย ไร้สาระ! อนุทิน ลั่นใส่สื่อหลังถูกถาม ปมมีโมเดลส้มใส่กล่องกระจกตั้งห้องทำงาน

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.45 น.

อนุทิน ร้อง โอ๊ย! ไร้สาระ หลังถูกถาม เอาโมเดลส้มใส่กล่องกระจก ตั้งโชว์ในห้องทำงาน โยงการเมือง ลั่น ถามแล้ว ปชช.ได้อะไร 

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีภาพปรากฏบนสื่อออนไลน์ว่า มีโมเดลผลไม้ส้มขนาดใหญ่ 2 ลูก ตั้งโชว์ไว้ในกล่องกระจกใสภายในห้องทำงานนายกฯ ซึ่งมีคนไปตีความว่าขังส้มหรือไม่ โดยนายอนุทินหัวเราะ ส่ายศีรษะ และกล่าวว่า “ไร้สาระจริงๆ เลย โอ๊ยตายแล้ว” 

เมื่อถามยํ้าว่า เป็นส้มอะไร ส้มมงคลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่บอก ไม่เกี่ยว มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาเผยแพร่ หากส้มไม่อยู่ในกล่องแล้วจะไปอยู่ที่ไหน อย่ามาถามเรื่องแบบนี้ ประชาชนได้อะไร ประเทศชาติได้อะไร มันเป็นอุปสรรคการทำงานของรัฐบาลไหม ไม่ใช่ก็ไม่ควรจะต้องถาม”

อนุทิน ยํ้า ภูมิใจไทยเป็นปึกแผ่น แม้พรรคขยายตัว ลั่น ไม่มีมุ้งในพรรค

อนุทิน ยํ้า ภูมิใจไทยเป็นปึกแผ่น แม้พรรคขยายตัว ลั่น ไม่มีมุ้งในพรรค

อนุทิน ยํ้า ภูมิใจไทยเป็นปึกแผ่น แม้พรรคขยายตัว ลั่น ไม่มีมุ้งในพรรค

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.31 น.

อนุทิน ยํ้า ภูมิใจไทยเป็นปึกแผ่น แม้พรรคขยายตัว ลั่น ไม่มีมุ้งในพรรค 

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของพรรคภูมิใจไทย ว่า มีการรับรองรายงานการประชุม และมีการเปลี่ยนระเบียบข้อบังคับพรรคเล็กน้อย 

เมื่อถามว่า เห็นนายกฯ ย้ำในที่ประชุมถึงความเป็นปึกแผ่นภายในพรรค นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นสัญลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว เราก็ต้องเน้นย้ำ เพราะพรรคภูมิใจไทย ขยายตัวมากขึ้น มีสมาชิกเพิ่มขึ้น สมาชิกใหม่ก็มีเพิ่มมา ก็ต้องเน้นให้ทุกคนรับทราบ และรักษาเอกลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทย คือความเป็นปึกแผ่นในพรรค และความตั้งใจทำงานให้กับประเทศและประชาชน

เมื่อถามว่า มุ้งภายในพรรคยังมีอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “มุ้งในพรรคภูมิใจไทย มีมุ้งผมนี่แหละ”