ฟาดความแซ่บทะลุระดับความหนาว โบว์ เบญจวรรณ อวดหุ่นเป๊ะปังริมสระน้ำ สวยสะกดทุกสายตา

ฟาดความแซ่บทะลุระดับความหนาว โบว์ เบญจวรรณ อวดหุ่นเป๊ะปังริมสระน้ำ สวยสะกดทุกสายตา

ฟาดความแซ่บทะลุระดับความหนาว โบว์ เบญจวรรณ อวดหุ่นเป๊ะปังริมสระน้ำ สวยสะกดทุกสายตา

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.06 น.

ทำเอาแฟนคลับถึงกับต้องรีบเข้ามาถล่มยอดไลก์และคอมเมนต์กันแบบรัว ๆ สำหรับนักแสดงและนางแบบสาวลูกครึ่งไทย-เยอรมันมากความสามารถอย่าง โบว์ เบญจวรรณ ที่ล่าสุดได้เดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจไกลถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมปล่อยภาพเซตใหม่ที่บอกเลยว่าทำเอาโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ

ทริปนี้ สาวโบว์ได้เลือกไปพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศสุดหรู โดยไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาทุกคนต้องหยุดสายตา คือภาพขณะที่เจ้าตัวลงไปแช่น้ำผ่อนคลายในสระว่ายน้ำส่วนตัวที่รายล้อมไปด้วยวิวทิวทัศน์ของภูเขาและธรรมชาติอันงดงามของสวิตเซอร์แลนด์ โดยสาวโบว์มาในชุดว่ายน้ำแบบวันพีซสีดำขับผิวออร่าพุ่ง อวดหุ่นเป๊ะปัง ทรวดทรงองค์เอวที่ผ่านการดูแลมาเป็นอย่างดี ทำให้ภาพที่ออกมาดูสวยสะกดตาและมีความเซ็กซี่แบบมีระดับสุด ๆ

โบว์ เบญจวรรณ

ไม่ว่าจะเป็นชอตที่นั่งโพสต์ท่าริมสระให้เห็นสัดส่วนชัดเจน หรือจะเป็นมุมเผลอขณะแช่น้ำเล่นท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ ก็เรียกได้ว่าทุกมุมของเธอนั้นดูดีไม่มีที่ติจริง ๆ งานนี้แฟน ๆ ที่ติดตามในอินสตาแกรมต่างพากันเข้ามาชื่นชมในความสวยและหุ่นสุดเซ็กซี่ของสาวโบว์กันไม่ขาดสาย เรียกได้ว่าเป็นทริปที่นอกจากจะได้ชมวิวสวย ๆ ในต่างแดนแล้ว ยังได้เห็นความแซ่บของสาวโบว์ที่จัดเต็มจนทำเอาแฟน ๆ ใจสั่นไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว

โบว์ เบญจวรรณ
โบว์ เบญจวรรณ
โบว์ เบญจวรรณ
โบว์ เบญจวรรณ
โบว์ เบญจวรรณ
โบว์ เบญจวรรณ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม bow_benjawan

ชาวเน็ตแห่ซูม เอ๋ พรทิพย์ อวดลุคล่าสุดผิวสวยฉ่ำออร่าจับ

ชาวเน็ตแห่ซูม เอ๋ พรทิพย์ อวดลุคล่าสุดผิวสวยฉ่ำออร่าจับ

ชาวเน็ตแห่ซูม เอ๋ พรทิพย์ อวดลุคล่าสุดผิวสวยฉ่ำออร่าจับ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.07 น.

18 มิถุนายน 2569 ยังคงเป็นอีกหนึ่งคุณแม่คนสวยที่ดูแลตัวเองได้ดีอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “เอ๋ พรทิพย์ สกิดใจ” ภรรยาคนสวยของนักแสดงหนุ่ม “ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ” ที่แม้ปัจจุบันจะเป็นคุณแม่ลูกสองและก้าวเข้าสู่วัย 46 ปีแล้ว

ล่าสุด เอ๋ พรทิพย์ ได้เผยภาพลุคใหม่ผ่านโซเชียลฯ ซึ่งแม้จะมาในสไตล์เรียบง่ายกับเสื้อสีขาวเข้ารูป แต่กลับสร้างความฮือฮาให้กับแฟนคลับไม่น้อย เพราะความสวยละมุนและลุคที่ดูสดใสเป็นธรรมชาติ ทำให้หลายคนอดชื่นชมไม่ได้

งานนี้แฟนๆ ต่างเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างล้นหลาม หลายคนยกให้เอ๋ พรทิพย์ เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่กาลเวลาไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ก็ยังคงรักษาความสวยและความสดใสไว้ได้เป็นอย่างดี

อายุเป็นเพียงตัวเลข อ้อม พิยดา ฉลองวันเกิด 51 ปีที่สวิตเซอร์แลนด์

อายุเป็นเพียงตัวเลข อ้อม พิยดา ฉลองวันเกิด 51 ปีที่สวิตเซอร์แลนด์

อายุเป็นเพียงตัวเลข อ้อม พิยดา ฉลองวันเกิด 51 ปีที่สวิตเซอร์แลนด์

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.27 น.

ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงต่างยิ้มตามไปด้วย เมื่อ “อ้อม พิยดา จุฑารัตนกุล” นักแสดงและผู้จัดละครชื่อดัง ได้ออกมาเผยโมเมนต์สุดพิเศษในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 51 ปี ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว

โดยเจ้าตัวได้โพสต์คลิปวิดีโอเผยบรรยากาศการเดินทางไปพักผ่อนและฉลองวันเกิดท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามของประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โดย อ้อม พิยดา เปล่งประกายไม่เปลี่ยน แม้จะก้าวเข้าสู่วัย 51 ปีแล้วก็ตาม โดยหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ้าตัวยังคงดูสดใส หน้าเด็ก และดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี จนแทบไม่เชื่อว่าอายุแตะเลขห้าแล้ว โดยเขียนแคปชั่นว่า “Happy birthday to me 51 ให้รู้ๆๆกันไปเล้ยยย หลังจากนี้จะมีความสุขทุกวันกับทุกๆคนนะคะ ขอให้ทุกๆคนมีปีที่ดีในทุกๆปีจากนี้ตลอดไปค่ะ love you all”

หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและเพื่อนในวงการบันเทิงต่างพากันเข้ามากดไลก์และร่วมอวยพรวันเกิดกันอย่างล้นหลาม พร้อมชื่นชมความสวยที่ดูเหมือนกาลเวลาจะทำอะไรเธอไม่ได้

‘Goals’ ไม่ทำให้ผิดหวัง ครองใจแฟนๆ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ประเทศที่ฟังเพลงนี้มากที่สุดในโลก

‘Goals’ ไม่ทำให้ผิดหวัง ครองใจแฟนๆ  ขึ้นแท่นอันดับ 1 ประเทศที่ฟังเพลงนี้มากที่สุดในโลก

‘Goals’ ไม่ทำให้ผิดหวัง ครองใจแฟนๆ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ประเทศที่ฟังเพลงนี้มากที่สุดในโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.55 น.

LISA, Anitta และ Rema ยังคงเดินหน้าส่งต่อความร้อนแรงของ “Goals” เพลงจากอัลบั้ม Official FIFA World Cup 2026 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทั้งสามศิลปินได้ร่วมกันทำการแสดงสดในพิธีเปิด FIFA World Cup 2026 ที่ลอสแองเจลิส เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ให้แฟน ๆ ได้ชมกันอย่างเต็มอิ่มเป็นครั้งแรก ทั้งสามถ่ายทอดพลังการแสดงอันโดดเด่นและเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละคน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเรียกเสียงปรบมือกึกก้องไปทั้งสเตเดี้ยม ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของการรวมตัวกันของศิลปินจาก 3 ทวีปในเพลงที่เป็นตัวแทนของมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่าง FIFA World Cup 2026

การแสดงสดในครั้งนี้ยังช่วยขับเน้นพลังของเพลง “Goals” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผ่านจังหวะดนตรีที่ผสมผสานกลิ่นอาย Latin Pop, Afrobeats และ K-Pop เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ภายใต้การโปรดิวซ์ของ Cirkut โปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัล Grammy Award จนกลายเป็นเพลงที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการเฉลิมฉลอง ความมุ่งมั่น และความเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งสะท้อนจิตวิญญาณของการแข่งขันฟุตบอลโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ชมการแสดงสด LISA, Anitta, Rema – Goals ในพิธีเปิด FIFA World Cup 2026 ที่นี่

นอกจากกระแสตอบรับจากแฟนเพลงทั่วโลกแล้ว “Goals” ยังประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยประเทศไทยสร้างปรากฏการณ์สำคัญด้วยการขึ้นแท่นเป็นประเทศที่มียอดการฟังเพลง “Goals” สูงที่สุดในโลก สะท้อนถึงพลังการสนับสนุนของแฟนเพลงชาวไทยที่มีต่อศิลปินทั้งสามคน

ขณะเดียวกัน เพลง “Goals” ยังกลายเป็นไวรัลบน TikTok ในไทย ด้วยยอดวิวคอนเทนต์ที่ใช้เพลงนี้มากกว่า 120 ล้านวิว ส่งให้เพลงถูกนำไปใช้ประกอบคลิปเต้น คลิปกีฬา และคอนเทนต์สร้างสรรค์มากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วบนแพลตฟอร์ม และช่วยขยายพลังของเพลงไปสู่ผู้ฟังกลุ่มใหม่ทั่วโลก

“Goals” จาก LISA, Anitta, Rema จึงถือเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญจากอัลบั้ม Official FIFA World Cup 2026 ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของดนตรีในการเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมและหลากหลายมุมโลกเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านภาษาสากลอย่างเสียงเพลงและกีฬาฟุตบอล พร้อมส่งต่อพลังแห่งความหวัง ความฝัน และการเฉลิมฉลองสู่แฟน ๆ ทั่วโลก ที่นาทีนี้ใคร ๆ ก็ฟังกันทั่วบ้านทั่วเมือง หากไม่อยากตกกระแส ต้องตามไปฟังกันได้แล้ววันนี้

ฟังเพลง LISA, Anitta, Rema, FIFA Sound – Goals (FIFA World Cup 2026™) ที่นี่

โหนกระแสเดือดระอุ ฟารีดา เผชิญหน้า ตี๋-บุ้ง-พลอย เคลียร์ชัดทุกปมร้อน

โหนกระแสเดือดระอุ ฟารีดา เผชิญหน้า ตี๋-บุ้ง-พลอย เคลียร์ชัดทุกปมร้อน

โหนกระแสเดือดระอุ ฟารีดา เผชิญหน้า ตี๋-บุ้ง-พลอย เคลียร์ชัดทุกปมร้อน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.12 น.

กลายเป็นมหากาพย์ดราม่าในวงการบันเทิงที่สังคมเฝ้าจับตามองอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของ ฟารีดา เอลิซ่าเบธ ที ที่ล่าสุดวันนี้ 18 มิถุนายน 2569 ได้เดินทางไปตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความจริงว่าลูกในครรภ์คือบุตรของ ติณติณ หรือไม่ ก่อนจะมาปรากฏตัวในรายการ โหนกระแส โดยมี หนุ่ม กรรชัย เป็นผู้ดำเนินรายการ ทำหน้าที่ไล่เรียงไทม์ไลน์ความสัมพันธ์และเปิดเวทีให้ฟารีดาเผชิญหน้ากับบุคคลที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย บุ้ง, พลอย และ ตี๋

เริ่มรายการด้วยการที่ หนุ่ม กรรชัย ไล่เรียงข้อมูลจากแพทย์อ้างอิงจากวันที่ประจำเดือนครั้งสุดท้ายของฟารีดา ก่อนที่จะไปยังคนแรก คือ บุ้ง อดีตคนสนิทที่ฟารีดาเคยเรียกขานว่า พ่อ ซึ่งเคยให้การสนับสนุนงานมาก่อนตั้งแต่ช่วงปี 2567 โดยบุ้งเปิดเผยว่าตนเอ็นดูฟารีดาเหมือนลูกหลาน แต่จุดแตกหักเริ่มจากการที่ฟารีดาเล่าเรื่อง พลอย ในเชิงลบว่าโกงเงิน เมื่อบุ้งไปสอบถามความจริงจากพลอยกลับพบว่าเรื่องราวไม่ตรงกัน ทำให้ตนเริ่มสงสัยในความจริงใจจนตัดสินใจตีตัวออกห่างตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 พร้อมมีประเด็นที่ฟารีดาเคยโอ้อวดว่าตนเองมีโปรไฟล์ดีกว่าลูกสาวของบุ้งทั้งโมเดลลิ่ง ซึ่งฟารีดายอมรับว่าพูดจริงแต่เป็นการคุยเล่น ทั้งนี้บุ้งยืนยันชัดเจนว่าฟารีดาไม่ได้อยู่ในสังกัดและตนไม่เกี่ยวข้องกับทุกการกระทำของฟารีดามานานแล้ว

ฟารีดา

กระทั่งต่อมา หนุ่ม กรรชัย ไล่เรียงไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ของ ฟารีดา เอลิซ่าเบธ ที และ ติณติณ ที่ดูเหมือนจะมีความซับซ้อนและไม่ธรรมดา โดยได้มีการนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันดังนี้

ไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหญิงกล่าวอ้าง

ฟารีดา ได้ระบุถึงวันที่ตนเองและติณติณมีสัมพันธ์กัน ประกอบด้วย วันที่ 5 กุมภาพันธ์, 12 กุมภาพันธ์ และ 20 กุมภาพันธ์ 2569

ไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ที่ฝ่ายชายกล่าวอ้าง

ทางด้าน ติณติณ ยืนยันไปก่อนหน้านี้ว่า ตนเองและฟารีดาได้มีสัมพันธ์กันเพียงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น

ฟารีดา

และประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงในรายการ คือข้อมูลจากแพทย์อ้างอิงจากวันที่ประจำเดือนครั้งสุดท้ายของฟารีดา คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

จากข้อมูลดังกล่าว ทาง หนุ่ม กรรชัย ระบุว่าหากประจำเดือนครั้งสุดท้ายของฟารีดาคือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แต่เขามีสัมพันธ์กับฟารีดาในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นั่นย่อมหมายความว่าครรภ์นี้ไม่น่าจะใช่บุตรของเขาตามที่ฝ่ายหญิงกล่าวอ้าง แต่ถ้าหากเป็นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 หรือ ตัวฟารีดาให้ข้อมูลผิดก็ไม่แน่

ฟารีดา

ถัดมาเป็นการเผชิญหน้ากับ พลอย อดีตพี่เลี้ยง โดยพลอยยืนยันว่าเคยทำร้ายร่างกายฟารีดาจริงทั้งที่บ้านและในกองประกวดที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากทนไม่ได้ที่ฟารีดาชอบปั่นหัวคนในกองให้ทะเลาะกัน ด้านฟารีดาโต้กลับว่าพลอยนำเรื่องส่วนตัวไปพูดในที่สาธารณะจนเสียหาย นอกจากนี้ยังมีการโต้เถียงเรื่องเงินติดค้างจำนวน 6,000 บาท และเงินส่วนต่างค่าทำนม 25,000 บาท ซึ่งในเวลาต่อมา หนุ่ม กรรชัย ได้ต่อสายตรงถึงคลินิกดังกล่าวจนได้ความจริงว่าค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมของฟารีดาอยู่ที่ 50,000 กว่าบาท ทางคลินิกหักค่ารีวิวให้ไปแล้ว 40,000 บาท เหลือเป็นค่าส่วนต่างที่ยังไม่ได้จ่ายอีกหมื่นกว่าบาท ไม่ใช่ 25,000 บาท ส่งผลให้ข้อพิพาทนี้จบลงไปเหลือเพียงแค่จำนวนเงิน 6,000 บาท ที่ พลอย อดีตพี่เลี้ยงต้องจ่ายคืน

ก่อนที่ในเวลาต่อมา ฟารีดาได้กล่าวขอโทษพลอยและยืนยันว่ายังคงนับถืออีกฝ่ายเป็นพี่เสมอ ด้านพลอยยอมรับคำขอโทษและได้กล่าวตักเตือนสั่งสอนฟารีดาเล็กน้อย ก่อนที่ฟารีดาจะแสดงความยินดีที่จะรีวิวให้ทางคลินิกฟรีเพื่อเป็นการชดเชย โดยประเด็นนี้ถือว่าคลี่คลายลงได้กลางรายการ

ฟารีดา

กระทั่งบรรยากาศรายการ โหนกระแส ร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ ฟารีดา เผชิญหน้ากับ ตี๋ โดยมีการถกเครียดในประเด็นเรื่องการตั้งครรภ์ที่สังคมกำลังเคลือบแคลงใจ ซึ่งงานนี้ฟารีดาได้ตัดสินใจยอมรับความจริงบางอย่างที่เคยปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ ในช่วงหนึ่งของรายการ ตี๋ ได้จี้ถามฟารีดาอย่างตรงไปตรงมาว่า เคยพูดในกองถ่ายหรือไม่ว่าตนเอง ท้อง ซึ่งในตอนแรกฟารีดาพยายามเลี่ยงและถามกลับว่า พี่มีหลักฐานไหมคะ ทำให้ หนุ่ม กรรชัย ต้องไล่เรียงและซักถาม ฟารีดา ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมรับว่า เคยไปพูดแบบนั้นจริงกับกับคนอื่นว่าท้อง แต่ตนเองไม่ได้ตั้งท้อง ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นความเข้าใจผิดของตนเอง

ฟารีดา ยังกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า ที่เคยบอกในรายการโหนกระแสครั้งก่อนว่าไม่เคยพูดเรื่องท้องที่ไหนเลยนั้น เป็นเพราะความกลัวว่าจะถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ แต่ในวันนี้ตนขอมารับสารภาพและพูดความจริงเพื่อขอโอกาสจากสังคม ไม่ได้มีเจตนามาโต้แย้ง

ฟารีดา

ความร้อนระอุยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เมื่อ ตี๋ ได้กล่าววิจารณ์พฤติกรรมของฟารีดาว่า “เล่นบทเหยื่อ” ก่อนที่ ฟารีดา จะโต้กลับทันควันว่า “มันใช่เรื่องของพี่ไหมคะ” จนเกิดเป็นวิวาทะขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ในเวลาต่อมา ตี๋จะยอมกล่าวทิ้งท้ายว่า หากฟารีดาคิดได้และยอมรับผิดจริง ตนก็พร้อมที่จะรับคำขอโทษนั้น เพื่อจบปัญหาความขัดแย้งทั้งหมดลง

ฟารีดา

หนุ่ม กรรชัย ใจป้ำ ออกค่าตรวจ DNA ให้ ฟารีดา-ติณติณ

หนุ่ม กรรชัย ใจป้ำ ออกค่าตรวจ DNA ให้ ฟารีดา-ติณติณ

หนุ่ม กรรชัย ใจป้ำ ออกค่าตรวจ DNA ให้ ฟารีดา-ติณติณ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.41 น.

18 มิถุนายน 2569 ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของ “ฟารีดา” นักร้องสาวที่ออกมาเปิดเผยว่ากำลังตั้งครรภ์ และยืนยันว่า “ติณติณ New Country” คือพ่อของลูกในครรภ์ จนกลายเป็นกระแสร้อนในโลกออนไลน์ตลอดหลายวันที่ผ่านมา

       ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ฟารีดา และ ติณติณ ได้เดินทางไปยัง บางกอก ไซโตเจเนติกซ์ เซ็นเตอร์ คลินิกเทคนิคการแพทย์ ภายในซอยวิภาวดีรังสิต 16/6 เพื่อเข้ารับการตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นพ่อ โดยฟารีดายังคงยืนยันหนักแน่นว่า ติณติณคือพ่อของลูก 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ฝ่ายนักร้องหนุ่มขอรอผลตรวจอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายใน 14 วัน

       ล่าสุด เพจ “ดาวแปดแฉก” ได้รายงานเบื้องหลังการเข้ารับการตรวจ DNA ครั้งนี้ว่า พิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นผู้ประสานงานติดต่อคลินิกให้ทั้งสองฝ่าย รวมถึงส่งทีมงานจากรายการโหนกระแส เดินทางไปอำนวยความสะดวกและอยู่เป็นเพื่อนฟารีดาในวันตรวจ

       นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า หนุ่ม กรรชัย ได้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของทั้งสองฝ่ายทั้งหมด เป็นจำนวน 27,000 บาท เพื่อให้กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงดำเนินไปอย่างราบรื่นและได้คำตอบที่ชัดเจนต่อสังคม

ขอบคุณที่มา ดาวแปดแฉก

คณะบุคคลร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

คณะบุคคลร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

คณะบุคคลร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.17 น.

คณะบุคคลร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. นายลี อาบาร์ (Mr. Lee Abba) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พรประเสริฐรังนกไทย จำกัด,สมาคมกำลังสำรองรักษาดินแดนไทย,   นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมคณะ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
 

‘SHANGHAI TOPONE DATA – GUOXIN HUATAI’ เยือน มจพ. ศึกษาศักยภาพเทคโนโลยีและร่วมมือทางวิชาการ

‘SHANGHAI TOPONE DATA - GUOXIN HUATAI’ เยือน มจพ. ศึกษาศักยภาพเทคโนโลยีและร่วมมือทางวิชาการ

‘SHANGHAI TOPONE DATA – GUOXIN HUATAI’ เยือน มจพ. ศึกษาศักยภาพเทคโนโลยีและร่วมมือทางวิชาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.20 น.

18 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงจาก Shanghai Topone Data บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย Mr. Wang Bin Chairman, Shanghai Topone Data พร้อมด้วย Mr. John Chen Chaiman, Guoxin Huatai กลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์และ การลงทุนชั้นนำของจีน และคณะผู้บริหาร ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีนวัตกรรม และการจัดการศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแสวงหาแนวทางความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัย และอุตสาหกรรมระหว่างไทยและจีนในอนาคต ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัย คุณจิราคม อ่องอารี ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านการพัฒนาการศึกษานานาชาติ และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ร่วมให้การต้อนรับ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนากำลังคนคุณภาพ เทคโนโลยีดิจิทัลและยานยนต์สมัยใหม่ ตลอดจนแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติ ภายหลังการหารือ คณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมศูนย์ที่พักเพื่อการเรียนรู้และสันทนาการ อุทยานเทคโนโลยี มจพ. (KMUTNB Techno Park) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัย พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรม อาทิ  ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ศูนย์ปฏิบัติการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ศูนย์ปฏิบัติการเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบราง  ตลอดจนห้องปฏิบัติการยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และห้องปฏิบัติการวิจัยขั้นสูงของสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ

การเยือน มจพ. ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นจากองค์กรชั้นนำระดับนานาชาติ พร้อมตอกย้ำบทบาทในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการ วิจัย    และนวัตกรรม เพื่อพัฒนากำลังคนคุณภาพสูงรองรับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

คณะบุคตลต่างๆ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

คณะบุคตลต่างๆ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

คณะบุคตลต่างๆ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.03 น.

18 มิถุนายน 2569 เวลา 14.30 น. บริษัท คลับ 21 (ประเทศไทย) จำกัด สมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม บริษัท สำนักงานกฎหมาย ดีทีแอล จำกัด  โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ สมุทรสาคร ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มูลนิธิมหาวชิราลงกรณ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

แม่ญี่ปุ่นฟ้องรัฐ 100 ล้านเยน ลูกสาววัย 16 ถูกขัง-บังคับสารภาพ ทั้งที่ไม่ทำผิด จนป่วย-เสียชีวิต

แม่ญี่ปุ่นฟ้องรัฐ 100 ล้านเยน ลูกสาววัย 16 ถูกขัง-บังคับสารภาพ ทั้งที่ไม่ทำผิด จนป่วย-เสียชีวิต

18 มิ.ย. 2569 16:46 น.

แม่ญี่ปุ่นฟ้องรัฐ 100 ล้านเยน ลูกสาววัย 16 ถูกขัง-บังคับสารภาพ ทั้งที่ไม่ทำผิด จนป่วย-เสียชีวิต

แม่ชาวญี่ปุ่นยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลและจังหวัดเฮียวโงะ กว่า 100 ล้านเยน หลังลูกสาววัย 16 ปี ที่ทำงานดูแลผู้พิการ ถูกตำรวจจับกุมอย่างไม่เป็นธรรมทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิด และใช้จิตวิทยาข่มขู่ให้รับสารภาพในห้องขังนาน 18 วัน จนเกิดภาวะตรอมใจรุนแรง หลังปล่อยตัวร่างกายไม่ยอมดูดซึมอาหารจนน้ำหนักลดฮวบ ก่อนเสียชีวิตในที่สุด จุดกระแสวิจารณ์ “ระบบยุติธรรมแบบตัวประกัน” ของญี่ปุ่น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานคดีที่กำลังเป็นกระแสพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเทศญี่ปุ่น เมื่อแม่ของหญิงสาวนามสมมุติ “รูนะ” (Runa) วัย 16 ปี ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงโกเบทางตะวันตกของญี่ปุ่น เพื่อเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดเฮียวโงะเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านเยน (ราว 22 ล้านบาท) จากกรณีที่ลูกสาวของเธอต้องเสียชีวิตลงอย่างทรมาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหยื่อที่น่าสลดใจที่สุดจากระบบที่เรียกว่า “Hostage Justice” หรือ “ระบบยุติธรรมแบบตัวประกัน”

ชนวนเหตุเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนปี 2025 รุนะซึ่งเป็นเด็กสาวที่รักและทุ่มเททำงานในสถานดูแลผู้พิการทางสติปัญญาขั้นรุนแรงที่ครอบครัวบริหารอยู่ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหา “ทำร้ายร่างกาย” หลังจากมีผู้ร้องเรียนว่า ในช่วงงานปาร์ตี้วันวาเลนไทน์ รุนะได้เข้าไปห้ามผู้รับการดูแลรายหนึ่งที่กำลังจะอ้าปากกัดผู้ป่วยอีกคน โดยเธอใช้วิธีแตะมือเข้าที่คางของผู้ป่วยเพื่อดันออกอย่างเบามือเพื่อความปลอดภัย แต่กลับถูกตีความว่าเป็นการทารุณกรรม

รุนะยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองมาโดยตลอด แต่ในระบบยุติธรรมของญี่ปุ่น ผู้ต้องหาที่ปฏิเสธข้อกล่าวหามักจะถูกควบคุมตัวไว้ในเรือนจำก่อนการพิจารณาคดีเป็นเวลานานอย่างโหดร้าย และถูกตัดขาดจากการติดต่อกับครอบครัว โดยเจ้าหน้าที่จะใช้การคุมขังนี้เป็นเครื่องมือบีบบังคับให้ยอมรับสารภาพเพื่อแลกกับการปล่อยตัว ซึ่งกรณีของรุนะ เธอถูกกักขังยาวนานถึง 18 วัน

ทนายความฝ่ายโจทก์ได้เปิดเผยบันทึกไดอารี่ของรุนะที่เขียนไว้ขณะถูกคุมขัง ซึ่งมีรอยคราบน้ำตาเปื้อนอยู่ทั่วหน้ากระดาษ บันทึกระบุว่าเธอถูกพนักงานสอบสวนกดดันและใช้คำพูดข่มขู่สารพัด เช่น “แกทำใช่ไหม? พูดความจริงมาเถอะ”, “ถ้าสารภาพตอนนี้เรื่องจะง่ายขึ้นเยอะ” รวมถึงขู่ว่าจะส่งตัวเธอเข้าสถานพินิจ และจะไม่ได้เจอหน้าแม่อีกหากไม่ยอมรับสารภาพ รุนะเขียนระบายในบันทึกว่า “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ คืนอิสรภาพให้ฉันเถอะ ฉันจะไม่ยอมแพ้”

ความกดดันทางจิตใจจากการสูญเสียอิสรภาพส่งผลให้รุนะเกิดอาการ “ภาวะจิตใจแปรปรวนจากการถูกคุมขัง” ร่างกายปฏิเสธและต่อต้านอาหารจนกระทั่งในวันที่ 17 ของการถูกขัง รุนะได้เกิดอาการอาเจียนและล้มฟุบหมดสติลง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลภายนอก ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเธอมีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง แต่ตำรวจกลับพากลับมาขังต่อทันที ก่อนที่วันถัดมาอัยการจะตัดสินใจปล่อยตัวเธอเนื่องจากสั่งไม่ฟ้องคดี

คุณแม่ของรุนะเปิดเผยในงานแถลงข่าวทั้งน้ำตาว่า “ภาพวันที่ลูกเดินออกมาฉันไม่มีวันลืม เธอไม่ใช่ลูกสาวคนเดิมที่ฉันรู้จัก ร่างกายเธอผอมโซจนสวมกอดเข้าไปมีแต่กระดูกโผล่ออกมา” หลังได้รับการปล่อยตัว แม้รุนะจะพยายามรับประทานอาหารตามที่แพทย์สั่ง แต่สภาพจิตใจที่แตกสลายทำให้เธอถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรค PTSD (สภาวะป่วยทางจิตใจหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรง) และโรคระบอบการกินผิดปกติ (Eating Disorder) ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ จนกระทั่งในเดือนธันวาคม รุนะได้เสียชีวิตลงจากภาวะทุพโภชนาการขั้นวิกฤต หรือสภาวะผอมโซจนเหลือแต่กระดูก (Emaciation) โดยขณะเสียชีวิตเธอมีน้ำหนักตัวเพียง 20 กิโลกรัมเท่านั้น

ที่น่าเจ็บปวดไปกว่านั้นคือ ทางทนายความระบุว่าในการสืบสวนอันหละหลวมของตำรวจ มีคนอยู่ในงานอีเวนต์วันนั้นถึง 35 คน แต่ตำรวจกลับเลือกสอบปากคำพยานเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นผู้แจ้งเรื่องร้องเรียน และหลังจากที่รุนะเสียชีวิตลง พยานปากดังกล่าวได้เข้ามาขอโทษครอบครัวในเดือนมีนาคม 2026 พร้อมสารภาพว่า “พูดใส่ร้ายเกินจริงไปมาก”

คดีนี้กลายเป็นกระแสเรียกร้องให้ปฏิรูประบบกฎหมายญี่ปุ่นครั้งใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่างพากันประณามระบบ “Hostage Justice” ของญี่ปุ่นมาโดยตลอด เช่นเดียวกับคดีประวัติศาสตร์ของนาย “อิวาโอะ ฮากามาดะ” อดีตนักโทษประหารที่ถูกคุมขังยาวนานที่สุดในโลก ซึ่งศาลเพิ่งยกฟ้องไปเมื่อปี 2024 หลังจากพบว่าคำสารภาพในอดีตเกิดจากการถูกเจ้าหน้าที่สอบสวนอย่างทารุณและไร้มนุษยธรรมเช่นเดียวกัน ซึ่งในคดีของรุนะ ทางสำนักงานอัยการเขตโกเบยังคงปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น โดยอ้างว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำฟ้องอย่างเป็นทางการ.

ที่มา Yahoo! JAPAN / AFP