หวานฉ่ำไม่มีเปลี่ยน แพท สุธาสินี โพสต์ภาพย้อนวันวาน ฉลองครบรอบแต่งงาน 20 ปี

หวานฉ่ำไม่มีเปลี่ยน แพท สุธาสินี โพสต์ภาพย้อนวันวาน ฉลองครบรอบแต่งงาน 20 ปี

หวานฉ่ำไม่มีเปลี่ยน แพท สุธาสินี โพสต์ภาพย้อนวันวาน ฉลองครบรอบแต่งงาน 20 ปี

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.08 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งคู่รักมาราธอนของวงการบันเทิงที่ความหวานไม่เคยลดลงเลย สำหรับอดีตเจ้าหญิงแห่งวงการละครเวที “แพท-สุธาสินี พุทธินันทน์” ที่ล่าสุดทำเอาแฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงพากันเข้ามาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม หลังจากที่เธอได้ออกมาโพสต์ภาพโมเมนต์สุดประทับใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อฉลองครบรอบวันแต่งงาน

โดยในโพสต์ดังกล่าว สาวแพทได้แชร์ภาพย้อนวันวานไปในวันวานอันแสนหวาน ตั้งแต่ภาพบรรยากาศพิธีแต่งงานในชุดไทยจิตรลดาประยุกต์สีครีมทองสุดสง่างามเคียงคู่กับสามีชาวต่างชาติ (ตามที่ปรากฏใน image.png) ภาพถ่ายพอร์ตเทรตขาวดำสุดคลาสสิก (ตามที่ปรากฏใน image_3.png) ไปจนถึงภาพคู่ในปัจจุบันที่ทั้งสองยังคงกุมมือกันด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข

พร้อมระบุแคปชันภาษาไทยและภาษาอังกฤษสุดซึ้งที่เผยให้เห็นว่าเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ว่า “20ปีแล้วค่ะ เร็วมาก Today marks 20 years  It seems like it just happened!”

งานนี้ทำเอาแฟนๆ และเพื่อนสนิทพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ร่วมยินดีให้กับความรักที่มั่นคงและยาวนานของทั้งคู่แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 2 ทศวรรษ แต่ความรักของทั้งคู่ยังคงหวานชื่นและมั่นคงเหมือนวันแรกไม่เปลี่ยนแปลง

พิมรี่พาย เปิดใจน้ำตาร่วง ไลฟ์ขายทุเรียนขาดทุนยับ 200 ล้าน ลั่นแค่นี้ไม่ตาย พร้อมสู้ต่อ

พิมรี่พาย เปิดใจน้ำตาร่วง ไลฟ์ขายทุเรียนขาดทุนยับ 200 ล้าน ลั่นแค่นี้ไม่ตาย พร้อมสู้ต่อ

พิมรี่พาย เปิดใจน้ำตาร่วง ไลฟ์ขายทุเรียนขาดทุนยับ 200 ล้าน ลั่นแค่นี้ไม่ตาย พร้อมสู้ต่อ

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.59 น.

เป็นกระแสฮือฮาและทอล์กออฟเดอะทาวน์บนโลกออนไลน์ทันที เมื่อ “พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์ชื่อดังระดับประเทศ ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตาถึงเบื้องหลังกระแสดราม่าขาดทุนมหาศาล จากแคมเปญไลฟ์สดขายทุเรียนในราคาเพียงลูกละ 100 บาท ซึ่งเป็นโครงการที่ทำร่วมกับกระทรวงพาณิชย์

โดย พิมรี่พาย ได้ชี้แจงรายละเอียดให้ทีมงานฟังว่า ต้นทุนที่แท้จริงของทุเรียนที่นำมาจำหน่ายในแคมเปญนี้ตกอยู่ที่ลูกละกว่า 200 บาท และเมื่อนำมารวมกับค่าคัดเกรดพรีเมียม รวมถึงค่าดำเนินการอื่น ๆ แล้ว การเปิดขายในปริมาณมหาศาลด้วยราคาที่ต่ำกว่าทุนอย่างมาก ส่งผลให้ตัวเลขบัญชีติดลบสูงถึง 200 ล้านบาท ในระยะเวลาอันสั้นอย่างไรก็ตาม เธาระบุว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติของคนค้าขายที่มีทั้งช่วงเวลากำไรและขาดทุน และไม่ได้มองว่าความผิดพลาดในครั้งนี้จะเป็นจุดจบของเธอแต่อย่างใด “แค่ขาดทุนไม่ตาย…” พิมรี่พายลั่นวาจาพร้อมสู้ต่อ

แม้จะต้องแบกรับภาระหนี้ก้อนใหญ่จากการลงทุนในครั้งนี้ แต่แม่ค้าออนไลน์ชื่อดังยืนยันว่าไม่มีความท้อถอย โดยขณะนี้ได้เร่งวางแผนขึ้นไลฟ์สดเพื่อระบายสินค้าที่เหลืออยู่ในโกดังด้วยราคาพิเศษ เพื่อนำรายได้กลับมาเติมเต็มส่วนที่ขาดทุนและใช้หนี้จากการลงทุนดังกล่าวทั้งนี้ หลังจากคลิปคำอธิบายของเธอถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ติดตามเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องบนโลกโซเชียล ซึ่งหลายคนชื่นชมในการยอมรับความผิดพลาดด้วยความตรงไปตรงมาตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ

วงการบันเทิงร้อนฉ่า คุณชายอดัม ฟาด กองถ่าย-ผู้กำกับ ถ้ายังไม่หยุดเจอแจ้งความอาญาแน่

วงการบันเทิงร้อนฉ่า คุณชายอดัม ฟาด กองถ่าย-ผู้กำกับ ถ้ายังไม่หยุดเจอแจ้งความอาญาแน่

วงการบันเทิงร้อนฉ่า คุณชายอดัม ฟาด กองถ่าย-ผู้กำกับ ถ้ายังไม่หยุดเจอแจ้งความอาญาแน่

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.04 น.

วันนี้ 28 พฤษภาคม 2569 เกิดประเด็นร้อนแรงที่ทำเอาชาวเน็ตต้องหูผึ่ง เมื่อ คุณชายอดัม หรือ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้กำกับมือทองและบุคคลสำคัญในวงการบันเทิง ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยถ้อยคำที่เผ็ดร้อนและจริงจังเป็นอย่างมาก โดยพุ่งเป้าไปที่พฤติกรรมสุดฉาวของคนในกองถ่ายละครแห่งหนึ่ง ที่ทำตัวไม่เหมาะสมและก้าวล้ำเส้นความเป็นมืออาชีพ จนเจ้าตัวทนไม่ไหวต้องขอออกมาเป็นกระบอกเสียงตักเตือนคนในวงการให้หันกลับมาทบทวนมารยาทและจรรยาบรรณในการทำงานร่วมกันใหม่ โดยระบุว่า “กองถ่ายเลวๆ กับผู้กำกับเลวๆ ทำละครแล้วคงอินเกินไป เลยกลายเป็นตัวละครซะงั้น เป็นตัวนางเอกพระเอกก็คงดี แต่เป็นนางอิจฉา นางร้ายก็ไม่ไหวนะ แล้วเรื่อง Sexual Harassment ด้วย ….เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ? Consent ที่เค้ารณรงค์กันเคยเข้าหูบ้างไม๊?​ อะไรทำได้ไม่ได้เคยคุยไหม แล้วปล่อยให้คนในกองถ่ายรูปไปลง Social Media พูดล้อเลียนกันสนุกปากได้ยังไง … Protocol ในกองถ่ายมีไหม? ใครควรอยู่ Onset หรือไม่ ปฎิบัติตัวยังไงรู้หรือเปล่า? หรือแค่แก่เพราะอยู่นานเท่านั้น

ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ อยากจะเตือนด้วยความหวังดี อย่าก้าวข้ามเส้นเกินไปเลยครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน …แฟนผมเป็นทนาย ไปแจ้งความอาญาก็ทำได้นะ แล้วเรื่องแย่ๆที่คุณทำคนอื่นไว้ในกอง ไม่ได้มีคนเดียวที่เห็น คนอื่นรู้ คนอื่นเห็น คนอื่นเป็นพยาน แล้วก็บอกต่อได้เหมือนกัน อยากอยู่ในวงการสมัยใหม่หลังจากงานหดงานหาย ก็กรุณาทำตัวให้สมกับอายุ สมกับประสบการณ์ที่เคยมีมาด้วยนะครับ ถือว่าเตือนกันดีๆแล้วนะครับ”

คุณชายอดัม

ทันทีที่โพสต์ของ คุณชายอดัม หรือ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ถูกเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นชนวนเหตุให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์นี้กันอย่างดุเดือด เช่น

“โอ้ววว ทำไมวันนี้มีแต่เรื่องแย่ๆเกี่ยวกับกองถ่ายคะเนี่ย”

“งานยิ่งน้อย ปลดคนยิ่งกระจาย ยังจะมีอย่างนี้อีก เห้อ”

“เคสนี้ ใครกันฮะเนี่ย น่ารังเกียจมาก”

“ทีมท่านชาย”

“กฏหมายเเรงด้วยนะครับ”

“คนไทยเราเชื่อว่าคุณชายมีพลังครับ คุณชายอาจไม่อยากยอมรับ แต่มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว”

“เป็นปากเป็นเสียง! ชื่นชมครับ”

คุณชายอดัม
คุณชายอดัม
คุณชายอดัม
คุณชายอดัม
คุณชายอดัม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เฉลิมชาตรี ยุคล

ยังจำได้ไหม จิ้งหรีดขาว นางเอกลิเกในตำนาน ขวัญใจคนไทย ที่ปัจจุบันสวยเป๊ะกว่าเดิม

ยังจำได้ไหม จิ้งหรีดขาว นางเอกลิเกในตำนาน ขวัญใจคนไทย ที่ปัจจุบันสวยเป๊ะกว่าเดิม

ยังจำได้ไหม จิ้งหรีดขาว นางเอกลิเกในตำนาน ขวัญใจคนไทย ที่ปัจจุบันสวยเป๊ะกว่าเดิม

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.46 น.

ทำเอาแฟนคลับถึงกับต้องขยี้ตารัว ๆ เมื่อได้เห็นภาพล่าสุดของ จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ นางเอกลิเกระดับตำนานที่กาลเวลาทำอะไรเธอไม่ได้เลยจริง ๆ แม้ว่าปัจจุบันจะมีอายุ 52 ปีแล้ว แต่เจ้าตัวยังคงดูแลรูปร่างหน้าตาได้อย่างเป๊ะปัง สมฉายาความสวยอมตะที่แฟน ๆ ยกให้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าวงการ จนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาว่านี่คือภาพของสาววัยเลข 5 เพราะความออร่าและความสดใสยังคงเปล่งประกายเหมือนวันวานไม่มีผิดเพี้ยน

สำหรับ จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ ถือเป็นศิลปินลิเกที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นขวัญใจของพ่อแม่พี่น้องชาวไทยมาอย่างยาวนาน เธอไม่เพียงแต่มีความสามารถด้านการแสดงลิเกที่เป็นเอกลักษณ์และหาตัวจับยากเท่านั้น แต่ยังมีผลงานเพลงลูกทุ่งที่เป็นที่จดจำมากมาย โดยเฉพาะเพลงจังหวะสนุก ๆ ที่ใครได้ยินเป็นต้องลุกขึ้นมาเต้นตาม นอกจากนี้ เธอยังเป็นตัวอย่างของศิลปินที่ขยันทำงานและมีวินัยในการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกาย เพื่อรักษามาตรฐานความสวยและความพร้อมสำหรับการแสดงบนเวทีที่เธอรักอยู่เสมอ

จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ

ภาพชุดล่าสุดที่เผยแพร่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นลุคสาวหวานในชุดเดรสสีละมุน หรือลุคจัดเต็มในชุดลิเกอลังการประดับเพชรวิบวับ ก็ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าเธอยังคงรักษาความสง่างามไว้ได้อย่างดีเยี่ยม แฟน ๆ ที่ติดตามอินสตาแกรมส่วนตัวต่างเข้าไปคอมเมนต์ชื่นชมในความสวยที่ดูอ่อนกว่าวัยกันอย่างล้นหลาม กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนหันมาใส่ใจดูแลตัวเองตามแบบฉบับของนางเอกลิเกคนดังรายนี้ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป จิ้งหรีดขาวก็ยังคงครองใจแฟนคลับและรักษาตำแหน่งนางเอกในดวงใจของใครหลายคนได้อย่างเหนียวแน่นจริง ๆ ครับ

จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ
จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ
จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ
จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ

ขอขอบคุณข้อมูลบและภาพจาก อินสตาแกรม jingreedkhaow

หลบหน่อยตัวแม่มา!! ‘เบน ชลาทิศ’ ชวนเฉิดฉายในแบบตัวเอง! พร้อมแดนซ์สะบัดกับ Drag Queen

หลบหน่อยตัวแม่มา!! ‘เบน ชลาทิศ’ ชวนเฉิดฉายในแบบตัวเอง! พร้อมแดนซ์สะบัดกับ Drag Queen

หลบหน่อยตัวแม่มา!! ‘เบน ชลาทิศ’ ชวนเฉิดฉายในแบบตัวเอง! พร้อมแดนซ์สะบัดกับ Drag Queen

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.20 น.

กลับมาทวงบัลลังก์ตัวมัมรับ Pride Month!! สำหรับศิลปินเสียงทรงพลัง เบน – ชลาทิศ ตันติวุฒิ   จากค่าย Tero Music  ล่าสุดพร้อมส่งซิงเกิลใหม่  “Spotlight”  เพลงแห่งแสงไฟที่จะปลุกความ Shine Bright  ในตัวคุณให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง  ซิงเกิลนี้มาในดนตรีสไตล์  Pop Dance  จังหวะสนุก ๆ  ชวนทุกคนให้ขยับไปตามท่อนฮุคที่กระแทกใจ…

เบน เผยเบื้องหลังการทำงานว่า .. “เพลง  “Spotlight” เป็นเพลงที่ผมตั้งใจหยิบเอาเรื่องราวในสังคมปัจจุบันมาถ่ายทอด  ซึ่งตอนนี้ทุกคนต่างมี Social Media อยู่ในมือ  และหลายคนต้องการที่จะมีพื้นที่ของตัวเอง  อยากวิ่งเข้าไปหาชื่อเสียง เงินทอง  อยากได้ “Spotlight” เป็นของตัวเองจนบางทีต้องยอมเหยียบข้ามคนอื่น  ยอมแลกกับชีวิตและความสุขส่วนตัวไปเพียงเพื่อคอนเทนต์  เราต้องการเปรียบเทียบว่า “Spotlight”  เหมือนกับกองไฟกองหนึ่งที่ยั่วยวนให้แมลงตัวเล็ก ๆ บินเข้าไปครับ   ส่วนคำนิยาม  ‘Spotlight’  สำหรับผม  ก็คือการเป็น “เบน ชลาทิศ” และได้อยู่ในที่ ๆ ผมอยู่แล้วสามารถเป็นตัวเองได้อย่าง 100% ครับ   ไม่ต้องไปวิ่งไล่ตามแสงของใคร   เพลงนี้ยังคงได้  Manyx Boy (แมนิกซ์ บอย) มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้ผมอีกครั้ง   เพลงนี้เราทำมาเป็น Pop Dance จังหวะสนุก ให้ทุกคนโยกตามกันได้   ด้วยความที่เพลงนี้เราตั้งใจทำมาเพื่อต้อนรับการเฉลิมฉลองในช่วง Pride Month พอดี   ในพาร์ทของมิวสิกวิดีโอ  ความพิเศษคือผมอยากได้ตัวแม่ตัวมัมในวงการ  Drag Queen มาร่วมซีน สร้างสีสันใน MV ด้วยกัน  ซึ่งพวกเขาเวลาเมื่อถึงเวลาที่ขึ้นโชว์ เมื่อขึ้นเวทีมีแสงไฟสาดส่องมา เขาก็พร้อมจัดเต็มสร้างความสร้างความสนุกให้กับทุกคนเต็มที่  เรายกกองไปถ่ายกันที่บาร์  The Stranger Bar (House of Drag Queens)  ครับ   บรรยากาศในกองถ่ายคือทุกคนพลังงานล้นมาก  จัดเต็มหน้าผม ชุด  ไม่มีใครยอมใคร  ยิ่งพอสปอตไลท์ส่องปุ๊บ  อินเนอร์แต่ละคนก็คือมาเต็มสุด ๆ    ยังไงผมก็ขอฝากเพลง Spotlight ด้วยนะครับ  ผมและทีมงานทุกคนตั้งใจกับเพลงนี้เต็มที่มาก ๆ  ช่วงนี้ใครที่รู้สึกว่ากำลังหมดพลัง  ลองเปิดเพลงนี้ฟังแล้วมาเพื่อเติมไฟให้กับตัวเองไปพร้อมกันครับ”

MV https://www.youtube.com/watch?v=KCFgBj97nf0

‘KATSEYE’ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ คว้า 3 รางวัลใหญ่จาก 2026 American Music Awards

‘KATSEYE’ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ คว้า 3 รางวัลใหญ่จาก 2026 American Music Awards

‘KATSEYE’ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ คว้า 3 รางวัลใหญ่จาก 2026 American Music Awards

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.16 น.

KATSEYE โกลบอลเกิร์ลกรุ๊ป ดีกรีเข้าชิง 2 รางวัลแกรมมี ตอนนี้เพิ่มรางวัลใหม่เข้าไปในลิสต์เรียบร้อยแล้ว หลังจากคว้ารางวัลใหญ่จาก 2026 American Music Awards หรือ American Music Awards ครั้งที่ 52 สาขา New Artist of the Year, Breakthrough Pop Artist และ Best Music Video จากเพลง “Gnarly” มาครองได้สำเร็จ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกที่ชนะครบทุกสาขาที่ได้รับการเสนอชื่อ พิสูจน์ความสามารถและความนิยมของ KATSEYE ในฐานะโกลบอลเกิร์ลกรุ๊ปได้เป็นอย่างดี

ในช่วงกล่าวรับรางวัล สมาชิกแต่ละคนต่างขอบคุณแฟน ๆ ชาว Eyekons ครอบครัวของพวกเธอ รวมถึง Bang Si-hyuk ประธาน HYBE พร้อมกล่าวคำขอบคุณสั้น ๆ ในภาษาที่สองของตัวเอง ด้าน Sophia Laforteza ยังเอ่ยขอบคุณรุ่นพี่ร่วมค่าย BTS เป็นพิเศษ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเธอได้เป็นตัวแทนเผยแพร่วัฒนธรรมของตัวเองสู่เวทีโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ สาว ๆ KATSEYE ยังได้ทำการแสดงสดเพลง “PINK UP” ในงานประกาศรางวัลครั้งนี้ด้วย และเป็นครั้งแรกที่การแสดงสดเพลงนี้ได้ออกอากาศผ่านโทรทัศน์ทั่วอเมริกา หลังจากเปิดตัวครั้งแรกบนเวที Coachella 2026 ที่ผ่านมา และได้กระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ทั่วโลก รวมถึงในไทยที่คอนเทนต์ที่ใช้เพลง “PINKY UP” ยังคงไวรัลต่อเนื่องไม่หยุด โดยมีจำนวนคลิปที่ใช้เพลงนี้มากถึง 2.5 ล้านคลิป ยอดวิวรวมทั้งหมดทะลุ 1,800 ล้านวิวเข้าไปแล้ว และยังคงเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ สมแล้วที่เป็น Breakthrough Pop Artist ประจำปีนี้จริง ๆ

ก่อนหน้านี้ KATSEYE ประกาศเตรียมปล่อย WILD อีพีใหม่ชุดที่ 3 ในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ สานต่อความสำเร็จอย่างสวยงามของอีพีก่อนหน้าอย่าง BEAUTIFUL CHAOS ในปี 2025 ที่มีเพลงฮิตมากมายอย่าง “Gnarly”, “Gabriela”, “Gameboy” ที่ยอดสตรีมถล่มทลายไปทั่วโลก และส่งให้ KATSEYE มีชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมีถึง 2 สาขา ได้แก่ Best New Artist และ Best Pop Duo/Group Performance จากเพลง “Gabriela” ดังนั้นในอีพีชุดใหม่นี้ แฟน ๆ ชาว EYEKONS สามารถคาดหวังเพลงสุดปังจากสาว ๆ กันต่อได้เลย

สพฐ.ทำทันทีลดภาระครูเริ่มปีนี้ โรงเรียนไม่ต้องกรอก ITA ป.ป.ช.

สพฐ.ทำทันทีลดภาระครูเริ่มปีนี้ โรงเรียนไม่ต้องกรอก ITA ป.ป.ช.

สพฐ.ทำทันทีลดภาระครูเริ่มปีนี้ โรงเรียนไม่ต้องกรอก ITA ป.ป.ช.

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.06 น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดินหน้าลดภาระครูอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มปีการศึกษา 2569 โรงเรียนไม่ต้องกรอกข้อมูลการประเมิน ITA ระดับสถานศึกษา ของ ป.ป.ช. พร้อมทยอยยกเลิกการประเมิน การรายงาน และการประกวดบางโครงการ ที่สร้างภาระงานให้ครู-โรงเรียน

28 พ.ค.69 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เดินหน้าลดภาระครูอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป โรงเรียนไม่ต้องกรอกข้อมูลการประเมิน ITA ระดับสถานศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมทั้งทยอยยกเลิกการประเมิน การรายงาน และการประกวดบางโครงการ ที่สร้างภาระงานให้ครูและโรงเรียน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญ ในการลดภาระงานด้านเอกสาร และงานประเมินที่ไม่จำเป็น เพื่อเปิดโอกาสให้ครูมีเวลาในการจัดการเรียนการสอน และดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่ ตามแนวทาง “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” ของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นผลมาจากการที่ สพฐ.ได้ทบทวนโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ซึ่งมีทั้งสิ้น 116 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของครู 50 โครงการ และภายหลังการพิจารณาร่วมกันของหน่วยงานภายใน สพฐ. เห็นว่าสามารถปรับลดขั้นตอนและกิจกรรม ที่เป็นภาระต่อครูและโรงเรียนได้ อาทิ การยกเลิกการรายงานที่ซ้ำซ้อน การลดขั้นตอนการดำเนินงาน การบูรณาการข้อมูลร่วมกัน รวมถึงการพิจารณายกเลิกบางโครงการที่ไม่จำเป็น

“มาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที คือ การยกเลิกการกรอกข้อมูล ITA ระดับสถานศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป โดย สพฐ.ได้หารือร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. และเห็นว่า ข้อมูลที่ใช้ในการประเมิน เช่น การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) และข้อมูลเชิงประจักษ์ สามารถดึงจากฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เช่น ระบบ Connext ED สำหรับโรงเรียน และระบบ OIT Plus สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มาใช้แทนได้” เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า นอกจากนี้ สพฐ.ยังพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้โรงเรียนสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระงานเอกสารของครูอย่างเป็นระบบ

สำหรับโครงการที่เตรียมปรับลดหรือยกเลิกในปีงบประมาณ 2570 เบื้องต้นมี 6 โครงการ ได้แก่ 1. ยกเลิกการประเมิน ITA ออนไลน์ ระดับสถานศึกษา 2. ยกเลิกการประเมินโรงเรียนคุณธรรม ระดับ 4 ดาว และ 5 ดาว 3. ยกเลิกการรายงานโครงการยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียน ตามกรอบการประเมินระดับนานาชาติ 4. ยกเลิกการรายงานโครงการยกระดับ OBEC Channel ศูนย์กลางสื่อสารและบริหารงานดิจิทัล สพฐ. 5. ยกเลิกการรายงานโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สู่ห้องเรียน และ 6. ยกเลิกการประกวดโครงการส่งเสริมสุขภาพและพลานามัย

นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า หลายโครงการของ สพฐ. มีหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ภายใต้แนวคิด “All for Education” ซึ่งทุกภาคส่วนมีบทบาทในการพัฒนาการศึกษา อย่างไรก็ตาม สพฐ.จะพิจารณารายละเอียดของแต่ละโครงการอย่างรอบคอบ หากพบว่าโครงการใดสร้างภาระด้านการรายงาน หรือเพิ่มงานเอกสาร ให้ครูและโรงเรียน ก็อาจพิจารณาปรับลดหรือยกเลิก ขณะเดียวกัน โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผู้เรียน ทั้งด้านความรู้ คุณธรรม และทักษะชีวิต ยังคงได้รับการสนับสนุนต่อไป โดยจะเน้นลดกิจกรรมหรือขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนมากขึ้น โรงเรียนมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากขึ้น และผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ.

อิสราเอลถล่มเลบานอนใต้หลังออกคำสั่งอพยพ เสี่ยงข้อตกลงหยุดยิงล่ม

อิสราเอลถล่มเลบานอนใต้หลังออกคำสั่งอพยพ  เสี่ยงข้อตกลงหยุดยิงล่ม

28 พ.ค. 2569 15:58 น.

อิสราเอลถล่มเลบานอนใต้หลังออกคำสั่งอพยพ เสี่ยงข้อตกลงหยุดยิงล่ม

กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของเลบานอน หลังสั่งขยายพื้นที่อพยพครอบคลุมพื้นที่กว่า 14% ของประเทศ โดยอ้างโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดเสี่ยงทำลายความพยายามเจรจายุติสงครามในภูมิภาค

กองทัพอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ถล่มพื้นที่ตอนใต้ของประเทศเลบานอนอย่างรุนแรง โดยพุ่งเป้าไปที่จุดที่อ้างว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของกลุ่มกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนในเมืองไทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของเลบานอนพังถล่มลงมา ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นละอองหนาทึบที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ

ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพอิสราเอลได้ออกประกาศเตือนฉุกเฉินให้ประชาชนในพื้นที่อพยพขยับขึ้นไปทางตอนเหนือของแม่น้ำซาห์รานี  ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 40 กิโลเมตร โดยอิสราเอลประกาศจะใช้ “มาตรการขั้นเด็ดขาดขั้นสูงสุด” พร้อมกล่าวหาว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาและตอบโต้ว่าอิสราเอลเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง พร้อมระบุว่านักรบของกลุ่มได้เปิดฉากปะทะกับทหารอิสราเอลอย่างรุนแรงเช่นกัน

สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอนรายงานว่า การโจมตีของอิสราเอลได้ถล่มเมืองไทร์ถึงสองระลอกซ้อน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้อาคารขนาดใหญ่ และลุกลามไปยังพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองอย่างรวดเร็วในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

คำสั่งอพยพเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ถือเป็นคำสั่งครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่นโยบายหยุดยิงชั่วคราวเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 17 เม.ย. โดยพื้นที่ที่อิสราเอลสั่งให้อพยพนั้นครอบคลุมพื้นที่ถึง 14% ของดินแดนเลบานอนทั้งหมด และครอบคลุมเมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ มากกว่า 300 แห่ง

การยกระดับความรุนแรงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศขยายขอบเขตปฏิบัติการภาคพื้นดิน เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ส่งโดรนโจมตีทหารอิสราเอลที่ตรึงกำลังอยู่ทางตอนใต้ของเลบานอน รวมถึงโจมตีพลเรือนทางตอนเหนือของอิสราเอล

ด้านนางแอกเนส ดูร์ หัวหน้าคณะผู้แทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ประจำเลบานอน ได้ออกมาเตือนว่า สถานการณ์ทางตอนใต้ของเลบานอนกำลัง “เข้าใกล้จุดเปลี่ยนที่อันตรายอย่างยิ่ง” การสู้รบที่ยังคงดำเนินอยู่ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของพลเรือนย่ำแย่จนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ และจะส่งผลกระทบระยะยาวที่รุนแรงตามมา

ขณะที่เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ระบุว่า เมืองไซดอน ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ไม่สามารถรองรับผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาได้อีกต่อไปแล้ว และได้แนะนำให้ประชาชนอพยพต่อไปยังหุบเขาเบกา และบริเวณเทือกเขาเลบานอนทางตะวันออกแทน

นอกจากนี้ สื่อเลบานอนยังรายงานว่า เกิดคลื่นการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลกระจายไปทั่วทางตอนใต้และหุบเขาเบกาทางตะวันออก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 4 รายในเมืองชูกิน และเมืองนาบาทิเยห์

ขณะเดียวกัน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เปิดเผยว่า นักรบของตนได้เข้าปะทะกับกองกำลังอิสราเอลใน “ระยะประชิด” ที่เมืองซอว์ตาร์ อัล-ชาร์กิเยห์ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำลิทานี โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากชายแดนราว 30 กิโลเมตร และถือเป็นพื้นที่ที่อยู่นอก “เขตกันชน”  ที่อิสราเอลประกาศไว้แต่แรก

สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้ กำลังคุกคามและอาจทำให้การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านต้องหยุดชะงักลง โดยฝั่งอิหร่านยืนกรานว่าข้อตกลงใด ๆ ก็ตามจะต้องครอบคลุมถึงเสถียรภาพของเลบานอนด้วย แต่อิสราเอลยังคงสงวนสิทธิ์ในการเดินหน้าต่อสู้เพื่อขจัดภัยคุกคามจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต่อไป

ทั้งนี้ เลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามอย่างเต็มตัวตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. หลังจากที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดถล่มอิสราเอลเพื่อตอบโต้เหตุการณ์ที่อิสราเอลโจมตีสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งผลให้อิสราเอลตอบโต้อย่างหนักด้วยการทิ้งระเบิดทางอากาศทั่วเลบานอนและส่งทหารบุกรุกรานภาคพื้นดิน

กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนเปิดเผยว่า นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนแล้วอย่างน้อย 3,213 ราย ขณะที่ฝั่งอิสราเอลระบุว่า มีทหารเสียชีวิต 23 นาย และพลเรือนเสียชีวิต 4 รายจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนทั้งสองฝั่งในช่วงเวลาเดียวกัน.

ที่มา BBC

ไฟไหม้หอพัก รร.ประจำหญิงล้วนเคนยา นักเรียนดับ 16 ศพ เจ็บ 74 ราย

ไฟไหม้หอพัก รร.ประจำหญิงล้วนเคนยา นักเรียนดับ 16 ศพ เจ็บ 74 ราย

28 พ.ค. 2569 15:13 น.

ไฟไหม้หอพัก รร.ประจำหญิงล้วนเคนยา นักเรียนดับ 16 ศพ เจ็บ 74 ราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้หอพักโรงเรียนประจำหญิงล้วนในเมืองกิลกิล ประเทศเคนยา ในช่วงกลางดึก ขณะนักเรียนกำลังนอนหลับ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 คน และบาดเจ็บอีก 74 คน เจ้าหน้าที่เร่งค้นหานักเรียนที่ยังสูญหาย พร้อมสอบสวนหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจังหวัดนากูรู ประเทศเคนยา ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการพุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างน้อย 16 ศพ และมีนักเรียนอีก 74 รายยังคงต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจากอาการบาดเจ็บหลายระดับ หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงเรียนมัธยมหญิงล้วน “อูตูมิชิ เกิร์ลส์ อะคาเดมี” (Utumishi Girls Academy) ในเมืองกิลกิล ห่างจากกรุงไนโรบี ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 120 กิโลเมตร

รายงานระบุว่า เพลิงได้เริ่มปะทุขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น (28 พ.ค.) โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นที่อาคารหอพักซึ่งเป็นสถานที่นอนรวมของนักเรียนหญิงประมาณ 220 คน ในขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับสนิท ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว 

สภากาชาดเคนยาเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุอย่างเป็นทางการเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ก่อนจะรีบส่งทีมแพทย์ฉุกเฉิน รถพยาบาล และเจ้าหน้าที่เยียวยาจิตใจเข้าพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน เนื่องจากทั้งนักเรียน ครู และผู้ปกครองที่ทราบข่าวต่างอยู่ในอาการตื่นตระหนกและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นางวามบูอี นเดรีตู ผู้ปกครองที่มีหลานสาวเรียนอยู่ในโรงเรียนดังกล่าว เล่าถึงบรรยากาศหน้าโรงเรียนว่า เต็มไปด้วยความสับสนและความหวาดกลัว ผู้ปกครองจำนวนมากต้องเข้าแถวรอด้วยความกระวนกระวายใจหลังจากทราบข่าวว่ามีเด็กเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เธอยังเปิดเผยว่า มีนักเรียนหลายคนได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากการตัดสินใจกระโดดลงมาจากชั้นบนของหอพักเพื่อเอาชีวิตรอดจากกองเพลิง

ด้านนายมาซูด มูญี ผู้บัญชาการตำรวจภูมิภาคริฟต์แวลลีย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในขณะนี้ค่อนข้างตึงเครียด เนื่องจากในช่วงที่เกิดความโกลาหล มีนักเรียนจำนวนหนึ่งวิ่งหนีเตลิดออกไปนอกบริเวณโรงเรียนและพื้นที่ใกล้เคียงเพราะความหวาดกลัว ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งปูพรมค้นหาตัวเด็ก ๆ เหล่านั้นกลับมาอย่างเร่งด่วน

ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและนักสืบจากกองบัญชาการสอบสวนกลาง ได้เข้าควบคุมและปิดกั้นพื้นที่ของโรงเรียนอย่างเข้มงวด โดยจะอนุญาตให้เพียงผู้ปกครองของนักเรียนเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้าไปภายในบริเวณโรงเรียนได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำการตรวจสอบและ “นับยอดนักเรียน” ที่แน่นอนว่ามีใครติดค้างอยู่หรือสูญหายไปอย่างไรบ้าง

สำหรับนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 74 ราย ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเซนต์โจเซฟ ในเมืองกิลกิล เพื่อเข้ารับการประเมินอาการและรักษาอย่างเร่งด่วนแล้ว ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเชิงลึกของกองพิสูจน์หลักฐาน

ทั้งนี้ ปัญหาเพลิงไหม้ในโรงเรียนประจำของประเทศเคนยาถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนทำให้โรงเรียนหลายแห่งต้องสั่งปิดทำการอย่างไม่มีกำหนด โดยรายงานการสอบสวนจากเหตุการณ์ในอดีตมักชี้ไปที่ปัญหาความแออัดภายในหอพักนักเรียน และความล้มเหลวในการปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยด้านอัคคีภัยของสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราการสูญเสียชีวิตพุ่งสูงในลักษณะนี้.

ที่มา BBC / Kenyans.co.ke

บุกค้นบ้านอดีตบิ๊ก CIA พบซุก “ทองคำแท่ง” มูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท

บุกค้นบ้านอดีตบิ๊ก CIA พบซุก "ทองคำแท่ง" มูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท

28 พ.ค. 2569 13:48 น.

บุกค้นบ้านอดีตบิ๊ก CIA พบซุก “ทองคำแท่ง” มูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท

เอฟบีไอจับกุมอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซีไอเอ (CIA) หลังบุกค้นบ้านพักในรัฐเวอร์จิเนีย พบทองคำแท่งรวม 303 แท่ง มูลค่ากว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,300 ล้านบาท พร้อมเงินสด 2 ล้านดอลลาร์ และนาฬิกาหรูจำนวนมาก พร้อมถูกแฉปลอมประวัติการศึกษาและประวัติรับราชการทหารทั้งหมด

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ (FBI) นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักในรัฐเวอร์จิเนียของนายเดวิด รัช อดีตเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA) ก่อนจะตะลึงเมื่อพบทองคำแท่งจำนวน 303 แท่ง น้ำหนักแท่งละประมาณ 1 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าตามราคาตลาดปัจจุบันสูงเกินกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,300 ล้านบาท) ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน

นอกจากทองคำแท่งแล้ว เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐได้อีกราว 2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 65 ล้านบาท) และนาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูอีก 35 เรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ โดยในขณะนี้นายรัชถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเพื่อรอขึ้นศาล และทางทนายความส่วนตัวของเขายังคงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ

คดีดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังจากฝั่งซีไอเอพบความผิดปกติภายในองค์กร โดยนายจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการซีไอเอ ได้ส่งเรื่องประสานงานให้เอฟบีไอเข้ามาสืบสวนคดีอาญาอย่างเป็นทางการ จนนำไปสู่การจับกุมตัวนายรัชเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ในข้อหาลักทรัพย์ของทางราชการ

จากเอกสารคำฟ้องของศาลระบุว่า ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2025 ถึงเดือนมีนาคม 2026 นายรัชได้อาศัยตำแหน่งหน้าที่ระดับสูงซึ่งสามารถเข้าถึงชั้นความลับขั้นสูงสุด ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลสหรัฐฯ หลายครั้ง เพื่อขอเบิกเงินตราต่างประเทศจำนวนมากรวมถึงทองคำแท่งมูลค่านับสิบล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าเพื่อนำไปใช้เป็น “ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน”

แต่จากการตรวจสอบภายในภายหลัง ซีไอเอกลับไม่สามารถตามหาทองคำแท่งหรือเงินตราต่างประเทศเหล่านั้นได้ และไม่มีบันทึกรายงานจากนายรัชเลยว่าเขานำทองคำและเงินเหล่านั้นไปใช้ในจุดประสงค์ใด จนกระทั่งเอฟบีไอเข้าบุกค้นบ้านพักของเขาเมื่อวันที่ 18 พ.ค. และพบของกลางทั้งหมดถูกซุกไว้ในบ้านโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

นอกเหนือจากคดีฉ้อโกงทองคำแล้ว เอฟบีไอยังพบว่านายรัชมีพฤติกรรม “ลวงโลก” มาตั้งแต่ปี 1997 โดยเริ่มจากการปลอมแปลงเอกสารผลการเรียนและวุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคลมสัน เพื่อใช้สมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพเรือสหรัฐฯ จนทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นร้อยตรีในกองทัพเรือสำรองเมื่อปี 2004 ก่อนจะลาออกในปี 2015

หลังจากนั้น เขายังใช้ประวัติการศึกษาปลอมที่อ้างว่าจบจากสถาบันหลายแห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยเคลมสัน, สถาบันโพลิเทคนิคเรนส์ซีเลียร์ (RPI) และบัณฑิตวิทยาลัยการทัพเรือ ในการยื่นสมัครเข้าทำงานกับรัฐบาลกลางถึง 3 ครั้ง รวมถึงใช้ยื่นขอใบรับรองความปลอดภัยทางทหาร

ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2561 นายรัชได้ยื่นเอกสารเพื่อก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง โดยอ้างโปรไฟล์หรูว่าตนเองเป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนักบินทดสอบของกองทัพอากาศสหรัฐฯ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายทดสอบขององค์กรทดสอบอาวุธร่วมระหว่างกองทัพบกและกองทัพเรือ ซึ่งคุมกำลังพล 145 นายและเครื่องบินอีก 18 ลำ ทว่าเอฟบีไอสืบพบว่า “ทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก” นายรัชไม่เคยเรียนจบจากสถาบันเหล่านั้น และไม่เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินของกองทัพเรือเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ความผิดฐานฉ้อโกงของเขายังลามไปถึงการที่เขาแจ้งต่อหน่วยงานรัฐว่า ตนเองยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกองทัพเรือสำรอง ทั้งที่ความจริงเขาลาออกไปตั้งแต่ปี 2515 พฤติกรรมนี้ทำให้เขาได้รับเงินชดเชยและค่าจ้างสำหรับการ “ลาไปปฏิบัติหน้าที่ทางทหาร” เป็นเงินฟรีอีกหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ

ในปัจจุบัน อัยการรัฐบาลกลางและทนายความฝ่ายจำเลยได้ยื่นคำร้องร่วมกันเพื่อขอเลื่อนการไต่สวนการควบคุมตัวออกไปเป็นวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ณ ศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเขตเวอร์จิเนียตะวันออก เพื่อรวบรวมและประเมินหลักฐานเพิ่มเติม ขณะที่ทางเอฟบีไอและซีไอแถลงการณ์ร่วมกันว่า จะยังคงสืบสวนเชิงลึกในคดีนี้ต่อไปอย่างเข้มงวดที่สุด.

ที่มา BBC / CBS