ช็อกผู้ชม โดรนร่วงตกใส่อ่าวเกือบ 90 ลำ กลางเทศกาลแสงสีซิดนีย์ หลังระบบขัดข้อง

ช็อกผู้ชม โดรนร่วงตกใส่อ่าวเกือบ 90 ลำ กลางเทศกาลแสงสีซิดนีย์ หลังระบบขัดข้อง

26 พ.ค. 2569 12:59 น.

ช็อกผู้ชม โดรนร่วงตกใส่อ่าวเกือบ 90 ลำ กลางเทศกาลแสงสีซิดนีย์ หลังระบบขัดข้อง

เกิดเหตุไม่คาดคิดกลางเทศกาลแสงสีชื่อดังของออสเตรเลีย เมื่อโดรนเกือบ 90 ลำ ร่วงตกจากท้องฟ้าลงสู่อ่าวดาร์ลิง ฮาร์เบอร์ระหว่างการแสดงแสงสีสุดตระการตา ท่ามกลางผู้ชมจำนวนมากที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ

เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างเทศกาล “วิวิด ซิดนีย์” (Vivid Sydney) ซึ่งเป็นเทศกาลประจำปีที่จัดแสดงงานไฟและศิลปะแสงสีทั่วเมือง โดยในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ชมต่างตกตะลึงเมื่อโดรนจำนวนมาก ร่วงหล่นจากท้องฟ้าระหว่างการแสดง ก่อนตกลงไปในน้ำและบริเวณท่าเรือใกล้ผู้ชม

ภาพวิดีโอจากจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นโดรนจำนวนมากค่อย ๆ หล่นลงมาจากอากาศ สร้างความสับสนให้ผู้ชมที่กำลังเฝ้าชมการแสดงอยู่ด้านล่าง

บริษัท “สกายเมจิก” (Skymagic) จากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นผู้จัดการแสดงโดรน เปิดเผยว่า ปัญหาเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของคลื่นความถี่วิทยุหลังโดรนขึ้นบิน ส่งผลให้ระบบระบุตำแหน่งทำงานผิดพลาด และทำให้โดรนบางส่วนเข้าสู่โหมดลงจอดฉุกเฉินอัตโนมัติ

ทางบริษัทระบุว่า มีโดรนทั้งหมด 89 ลำ ตกลงในบริเวณค็อกเคิล เบย์ รอบอ่าวดาร์ลิง ฮาร์เบอร์ แต่ยืนยันว่าไม่มีโดรนลำใดตกออกนอกพื้นที่ความปลอดภัย

ด้าน โรเบิร์ต พยานที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งทำงานอยู่บริเวณดาร์ลิง ฮาร์เบอร์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ABC ว่า เสียงโดรนกระแทกพื้นดังมาก แม้อยู่ห่างออกไปราว 10-20 เมตร ก็ยังได้ยินเสียงชนและแตกกระจายอย่างชัดเจน

ด้านผู้จัดงานวิวิด ซิดนีย์ ออกแถลงการณ์ขอโทษผู้เข้าชมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมประกาศยกเลิกการแสดงโดรนอีก 2 รอบ ตามมาตรการความปลอดภัยมาตรฐาน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐและบริษัทผู้จัดแสดงจะร่วมกันตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจว่าจะเดินหน้าจัดการแสดงโดรนที่เหลือหรือไม่

การแสดงโดรนชุดดังกล่าวใช้ชื่อว่า “Star-Bound” มีโดรนเฉพาะทางมากถึง 1,000 ลำ บินโชว์นานประมาณ 12 นาที โดยเริ่มจัดแสดงครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และเดิมมีกำหนดแสดงทั้งหมด 22 รอบ ตลอด 11 คืนในช่วง 3 สัปดาห์ของเทศกาล

เทศกาลวิวิด ซิดนีย์ เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2009 และได้รับการโปรโมตว่าเป็นเทศกาลแสง สี ดนตรี และอาหารที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ โดยมีจุดเด่นเป็นเส้นทางเดินชมงานระยะทาง 6.5 กิโลเมตร พร้อมงานติดตั้งไฟกว่า 43 จุด รวมถึงการฉายภาพสีสันบนอาคารโอเปรา เฮาส์ ซิดนีย์ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกทุกปี.

ที่มา :BBC

สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ยอดขายร่วงหนัก หลังแคมเปญขายแก้ว โยงเหตุสังหารหมู่ควังจู

สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ยอดขายร่วงหนัก หลังแคมเปญขายแก้ว โยงเหตุสังหารหมู่ควังจู

26 พ.ค. 2569 12:45 น.

สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ยอดขายร่วงหนัก หลังแคมเปญขายแก้ว โยงเหตุสังหารหมู่ควังจู

สตาร์บัคส์เกาหลีใต้เผชิญกระแสวิจารณ์รุนแรงจนยอดขายตกฮวบ หลังเปิดตัวแคมเปญโปรโมตแก้วทัมเบลอร์ชื่อ “Tank Day” ตรงกับวันครบรอบเหตุสังหารหมู่ควังจูปี 1980 ซึ่งกองทัพเกาหลีใต้ใช้รถถังและกำลังทหารปราบปรามผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยจนมีผู้เสียชีวิตนับร้อยราย ด้านผู้บริหารเครือชินเซเกออกมาขอโทษต่อสาธารณชน หลังปลดซีอีโอสตาร์บัคส์เกาหลีใต้พ้นตำแหน่ง

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก ชินเซแก กรุ๊ป กลุ่มกลุ่มทุนค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ผู้บริหารจัดการเครือข่ายร้านกาแฟสตาร์บัคส์ในเกาหลีใต้ ออกมายอมรับว่ายอดขายของสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ประสบภาวะ “ดิ่งลงอย่างรุนแรงและมีนัยสำคัญ” หลังเผชิญกระแสโกรธแค้นจากประชาชนอย่างหนัก

วิกฤตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากทีมการตลาดอีคอมเมิร์ซของสตาร์บัคส์เกาหลีใต้เปิดตัวแคมเปญโปรโมตแก้วทัมเบลอร์ ภายใต้ชื่อ ‘Tank Day’ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ซึ่งตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์ “การลุกฮือที่เมืองควังจู” ในปี 1980 ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมทางประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลเผด็จการทหารของนายชอน ดู-ฮวาน ได้ส่งกำลังทหารและรถถัง เข้าปราบปรามประชาชนและนักศึกษาที่ออกมาประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างโหดเหี้ยม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายอย่างเป็นทางการหลายร้อยราย

จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ชินเซเกสั่งปลด นายซน จองฮยอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ออกจากตำแหน่งทันทีเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมส่งเรื่องแจ้งไปยังสำนักงานใหญ่ของสตาร์บัคส์ในสหรัฐฯ ซึ่งกำลังติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด

ในการแถลงข่าวที่กรุงโซล นายจอง ยงจิน ประธานกรรมการชินเซเก กรุ๊ป ได้โค้งคำนับต่อหน้าสาธารณชนเพื่อขออภัยต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ 18 พ.ค. พร้อมกล่าวว่า “ผมไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น และขอรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้แต่เพียงผู้เดียว ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งที่การตลาดที่ไม่เหมาะสมของสตาร์บัคส์เกาหลีใต้สร้างความเจ็บปวดและโกรธเคืองให้กับผู้คนจำนวนมาก แต่ผมขอความกรุณาจากทุกท่าน โปรดอย่าได้ลงโทษหรือระบายความโกรธแค้นนี้ไปที่พนักงานระดับปฏิบัติการและพนักงานหน้าร้านของสตาร์บัคส์เลย”

ทั้งนี้ หลังจากแถลงความคืบหน้า ราคาหุ้นของชินเซเก ในช่วงเช้าดิ่งลงทันที 2.8% ก่อนจะตีตื้นกลับมาบวก 1.7% ขณะที่หุ้น E-Mart บริษัทลูกของชินเซเกที่ถือหุ้นใหญ่ในสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ ขยับขึ้น 2.3%

จอน ซังจิน ผู้บริหารอีกรายของชินเซเก ได้แถลงผลการตรวจสอบภายใน ซึ่งเผยให้เห็นถึงความหละหลวมและ “ไร้จิตสำนึกทางประวัติศาสตร์และสังคม” ของทีมงานอย่างน่าตกใจ โดยสรุปความบกพร่องออกเป็นข้อๆ เช่น ทีมการตลาดสารภาพว่า พวกเขาให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยคิดคำและไอเดียสำหรับจัดโปรโมตประจำสัปดาห์ โดยอ้างว่าคิดแต่เรื่องยอดขายจนลืมไปว่าวันที่ 18 พ.ค. เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ผลสอบยังไม่แน่ชัดว่าทีมงานตั้งใจปล่อยผ่านคำสั่งจาก AI หรือไม่

นอกจากนั้น แคมเปญนี้ผ่านการอนุมัติจากหัวหน้าทีมและผู้บริหารรวม 7 คน แต่ผลสอบพบว่า มีผู้บริหารบางรายเซ็นอนุมัติผ่านอีเมลตามความเคยชิน โดยไม่ได้คลิกเปิดดูไฟล์แนบรูปทรงดีไซน์ของแก้วเลยด้วยซ้ำ

เนื่องจากทีมงานมุ่งเน้นแต่ความรวดเร็วในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่มีปริมาณมากในแต่ละสัปดาห์ ทำให้แคมเปญนี้ “ข้าม” ขั้นตอนการตรวจสอบความเสี่ยงและข้อกฎหมายจากทีมเนติกรของบริษัท

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการตรวจสอบเชิงลึกยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมีพนักงานในทีมการตลาด 3 จาก 5 คน ปฏิเสธที่จะส่งมอบโทรศัพท์มือถือให้เจ้าหน้าที่ทำนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล โดยอ้างสิทธิ์ความเป็นส่วนตัว

สตาร์บัคส์ถือเป็นแบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มอันดับหนึ่งในเกาหลีใต้ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด การจัดแคมเปญที่จี้บาดแผลทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้จึงจุดชนวนการบอยคอตต์ทั่วประเทศ แม้กระทั่ง ประธานาธิบดี อี แจมยอง แห่งเกาหลีใต้ ยังออกมาประณามแคมเปญนี้อย่างรุนแรงว่า “เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและน่าอับอายที่สุด”

ขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ได้เข้ามาเปิดฉากสืบสวนคดีนี้เป็นกรณีพิเศษแล้ว ซึ่งหากผลสอบทางอาญาพบว่า พนักงานหรือผู้บริหารคนใดมี “เจตนาจงใจ” ล้อเลียนหรือลบหลู่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมกวางจู บุคคลนั้นนอกจากจะถูกไล่ออกแล้ว จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดอีกด้วย

ขณะที่โฆษกพรรครัฐบาล ระบุผ่านสำนักข่าวยอนฮัปว่า คำขอโทษของประธานชินเซเกดูมีความจริงใจ และทางพรรคจะเร่งผลักดันมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้แบรนด์สินค้าใดๆ นำเรื่องราวความสูญเสียของประชาชนมาทำเป็นแคมเปญการตลาดที่ไร้รสนิยมเช่นนี้อีกในอนาคต.

ที่มา Reuters / AFP

เฟอร์รารีเปิดตัว “Luce” รถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของค่าย ค่าตัว 21 ล้านบาท

เฟอร์รารีเปิดตัว "Luce" รถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของค่าย ค่าตัว 21 ล้านบาท

26 พ.ค. 2569 12:01 น.

เฟอร์รารีเปิดตัว “Luce” รถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของค่าย ค่าตัว 21 ล้านบาท

เฟอร์รารี เปิดตัว “Luce” (ลูเช) รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของค่ายอย่างเป็นทางการ ตั้งราคาค่ากว่า 640,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 21 ล้านบาท) หวังเจาะกลุ่มมหาเศรษฐียุคใหม่ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์บนโลกออนไลน์ที่เสียงแตกเป็นสองฝั่ง ทั้งชื่นชมว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซ และโจมตีว่าอาจทำลายอัตลักษณ์ของแบรนด์

เบเนเดตโต วินญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเฟอร์รารี เปิดเผยว่า รถรุ่นนี้ใช้เวลาในการพัฒนานานถึงครึ่งทศวรรษ โดยชื่อ “Luce” เป็นภาษาอิตาเลียนที่แปลว่า “แสงสว่าง” มีความเร็วสูงสุดถึง 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถทำความเร็วจาก 0 ถึง 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาทีเท่านั้น ด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่เฟอร์รารีผลิตขึ้นเองแยกอิสระในแต่ละล้อ โดยส่วนประกอบทั้งหมดของตัวรถเป็นการผลิตภายในโรงงานของตัวเอง เพื่อการันตีว่าบริษัทจะสามารถดูแลรักษารถรุ่นนี้ได้ในระยะยาวเพื่อรักษาราคาขายต่อ

นอกจากจะเป็นรถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกแล้ว “Luce” ยังทำลายขนบเดิมๆ ของค่ายด้วยการเป็น “รถยนต์ 5 ที่นั่งรุ่นแรก” ของแบรนด์ ซึ่งได้รับการออกแบบร่วมกับ LoveFrom สตูดิโอดีไซน์ของ “โจนี ไอฟ์” อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของแอปเปิล ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูแปลกตาและแตกต่างจากรถสปอร์ตตระกูลเฟอร์รารีทั่วไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีกำหนดเริ่มส่งมอบให้ลูกค้ากลุ่มแรกในเดือนตุลาคมนี้

ทันทีที่มีการเปิดตัว กระแสบนแพลตฟอร์ม X และโซเชียลมีเดียก็ร้อนระอุทันที โดยมีความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยต่างเปรียบเทียบเคสนี้กับแบรนด์หรูสัญชาติอังกฤษอย่าง จากัวร์ ที่เพิ่งโดนวิจารณ์เรื่องการเปลี่ยนอัตลักษณ์ โดยบัญชีหนึ่งระบุว่า “เฟอร์รารีเพิ่งฆ่าแบรนด์ตัวเองทิ้ง เหมือนที่จากัวร์ทำ นี่มันขยะรอวันไปสุสานรถชัดๆ” ขณะที่อีกบัญชีตั้งคำถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับค่ายรถหรูฝั่งยุโรป? ก่อนหน้านี้ก็จากัวร์ มาตอนนี้ก็เฟอร์รารี”

ในทางตรงกันข้าม กลุ่มที่ชื่นชอบชื่นชมว่านี่คือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ โดยระบุว่า “นี่คือระดับมาสเตอร์พีซด้านการดีไซน์เฟอร์รารีเพิ่งเปิดตัวคอนเซปต์ LUCE ที่น่าทึ่ง และมันจะเปลี่ยนเกมของวงการไปตลอดกาล”

ด้าน ฟลาวิโอ มันโซนี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบของเฟอร์รารี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับยูทูบเบอร์ชื่อดัง คลีโอ แอบรัม โดยยอมรับว่า การเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้าและงานดีไซน์รูปแบบใหม่ย่อมนำมาซึ่ง “ความเห็นที่แตกแยกเป็นสองฝั่ง” แต่อย่างไรก็ตาม เขามองว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนานวัตกรรม และเชื่อว่าผู้คนจะเริ่มเข้าใจและหันมาหลงรักรถรุ่นนี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

การตัดสินใจเปิดตัว Luce ของเฟอร์รารีในครั้งนี้ ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สวนทางกับคู่แข่งร่วมสัญชาติและค่ายรถยุโรปอื่นๆ ที่กำลังพร้อมใจกันชะลอแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากปัญหาความต้องการในตลาดโลกที่ลดลง ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์จีนที่ผลิตได้เร็วกว่าและราคาถูกกว่า เช่น BYD ที่ส่ง Yangwang U9 ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่สามารถกระโดดและเต้นได้เข้าสู่ตลาด

ด้านลัมโบร์กินี ประกาศพับแผนการเปิดตัวรถไฟฟ้า 100% ภายในปี 2030 ไปเรียบร้อยแล้ว โดยขอหันไปมุ่งเน้นรถยนต์ระบบไฮบริดแทน เนื่องจากลูกค้าระดับบนไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร

ส่วนปอร์เช่ ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีต้องลดขนาดแผนงานด้าน EV ลง หลังเผชิญปัญหายอดขายซบเซาในประเทศจีน และมาตรการกำแพงภาษีในสหรัฐฯ

ค่ายรถกระแสหลักอย่างฟอร์ดและโฟล์กสวาเกน เริ่มหันกลับมาลุยตลาดรถยนต์ใช้น้ำมันอีกครั้ง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดงบสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ของผู้ซื้อรถ EV

ฟิลิเป มูนอซ นักวิเคราะห์จาก Car Industry Analysis มองว่าเฟอร์รารีไม่ได้ตั้งเป้าให้ Luce เป็นรุ่นที่ทำยอดขายถล่มทลาย แต่เป็นการ “ประกาศจุดยืน” และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถหรูไฟฟ้า ก่อนที่แบรนด์จีนจะเข้ามาครอบงำตลาดทั้งหมด

แม้ว่าแบรนด์จะเผชิญแรงกดดันจนทำให้มูลค่าหุ้นร่วงลงกว่า 25% ในรอบปีที่ผ่านมา จากสภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกที่กระทบต่อความต้องการสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ในฐานะค่ายรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในยุโรป เฟอร์รารียังคงเดินหน้าลงทุนอย่างหนักด้วยการสร้างโรงงานเฉพาะทาง “e-building” ที่สำนักงานใหญ่ในเมืองมาราเนลโล ประเทศอิตาลี

ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเฟอร์รารีคือการรักษาเสน่ห์เฉพาะตัวเอาไว้ภายใต้เทคโนโลยีไร้น้ำมัน ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าย่อมไม่มีเสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังอันเป็นเอกลักษณ์ ในเรื่องนี้เฟอร์รารีได้เปิดเผยเทคโนโลยีระบบเสียงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งจะทำหน้าที่ “ขยายแรงสั่นสะเทือน” จากระบบส่งกำลังไฟฟ้า เพื่อสร้างเสียงคำรามในแบบฉบับของรถไฟฟ้าเฟอร์รารีโดยเฉพาะ แทนที่จะใช้เสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์ทั่วไป

อย่างไรก็ตาม เฟอร์รารีได้ปรับลดเป้าหมายสัดส่วนรถไฟฟ้า 100% ลงเหลือ 20% ของสายการผลิตภายในปี 2030 จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 40% และยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าผลิตและวางจำหน่ายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป และรถยนต์ระบบไฮบริดควบคู่กันต่อไป เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่มหาเศรษฐีทุกเจเนอเรชัน.

ที่มา BBC / Reuters

เร่งช่วย 7 ชีวิตติดถ้ำลาวนานเกือบสัปดาห์ หลังน้ำท่วมปิดทางออก

เร่งช่วย 7 ชีวิตติดถ้ำลาวนานเกือบสัปดาห์ หลังน้ำท่วมปิดทางออก

26 พ.ค. 2569 11:22 น.

เร่งช่วย 7 ชีวิตติดถ้ำลาวนานเกือบสัปดาห์ หลังน้ำท่วมปิดทางออก

ทีมกู้ภัยร่วมไทย-ลาว เร่งแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน 7 คนที่ติดอยู่ภายในถ้ำ แขวงไซสมบูน สปป.ลาว นานเกือบสัปดาห์ หลังฝนตกหนักน้ำป่าทะลักปิดทางออก เผยอุปสรรคบางจุดของถ้ำกว้างเพียง 50 เซนติเมตร

ความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายชาวลาวจำนวน 7 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำแห่งหนึ่งในแขวงไซสมบูน ทางตอนกลางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ตั้งแต่วันอังคารที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดทีมกู้ภัยจากทั้ง สปป.ลาว และประเทศไทย กำลังทำงานอย่างหนักแข่งกับเวลาเพื่อฝ่ากระแสน้ำเข้าไปให้ถึงตัวผู้ประสบภัย

รายงานระบุว่า ผู้ประสบภัยกลุ่มนี้เป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่พากันเข้าไปในถ้ำเพื่อค้นหาทองคำและตามล่าสัตว์ป่า แต่ในระหว่างนั้นเกิดฝนตกหนักอย่างกะทันหัน จนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มปิดกั้นปากทางเข้า-ออกถ้ำอย่างสิ้นเชิง โดยเหตุการณ์นี้มีชาวบ้าน 1 คนที่ไหวตัวทัน สามารถหนีรอดออกมาได้ก่อนที่น้ำจะท่วมมิดปากถ้ำ และได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ ส่วนชะตากรรมของอีก 7 ชีวิตที่เหลือยังคงไม่ทราบแน่ชัด

บุนคำ หลวงลาด หัวหน้าหน่วยอาสากู้ภัยเพื่อประชาชนของลาว เปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า ถ้ำแห่งนี้เป็นระบบถ้ำที่ทอดยาวลึกไปใต้ดิน และมีลักษณะเป็นช่องแคบที่ชาวบ้านมักแอบเข้ามาขุดหาทอง แม้ว่าทางการจะเคยออกคำเตือนหลายครั้งเกี่ยวกับความปลอดภัยแล้วก็ตาม ด้านทีมกู้ภัยระบุว่าอุปสรรคสำคัญคือความแคบของถ้ำ โดยบางจุดมีความกว้างเพียงประมาณ 50 เซนติเมตรเท่านั้น ทำให้นักดำน้ำต้องคลานผ่านช่องโคลนที่แคบและมีน้ำท่วมเกือบมิดเพดานถ้ำด้วยความยากลำบาก

ขณะที่ภาพวิดีโอจากเฟซบุ๊กของหน่วยกู้ภัยเมตตาธรรมกาฬสินธุ์ เผยให้เห็นภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยไทยที่เดินทางไปถึงพื้นที่ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา กำลังเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากถ้ำตลอดทั้งวันทั้งคืน และพยายามเคลียร์เศษหินบริเวณหน้าถ้ำจนสามารถสำรวจเข้าไปในส่วนที่ลึกขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากฝนที่ตกลงมาเพิ่ม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเดินหน้า

แม้ว่าจนถึงขณะนี้จะยังไม่มีการตรวจพบสัญญาณชีพของกลุ่มผู้รอดชีวิต แต่นายเก่งกาจ บ้งกาวงศ์ จากทีมกู้ภัยเมตตาธรรมฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานที่เคยเข้าร่วมภารกิจประวัติศาสตร์ในการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีม “หมูป่าอะคาเดมี” 13 ชีวิต ที่ติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เมื่อปี 2018 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเข้าใกล้จุดที่คาดว่าชาวบ้านจะติดอยู่เข้าไปทุกที โดยประเมินว่าเหลือระยะทางอีกไม่ถึง 20 เมตร เท่านั้น

สำหรับเหตุการณ์กู้ภัยที่ถ้ำหลวงในประเทศไทยเมื่อปี 2018 นั้น ถือเป็นปฏิบัติการระดับโลกที่ใช้ผู้เชี่ยวชาญกว่า 10,000 คนจากทั่วทุกมุมโลก และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และสารคดีชื่อดังมากมาย เช่น Thirteen Lives และ The Rescue ซึ่งการมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เกิดความหวังในภารกิจที่ สปป.ลาว ครั้งนี้เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ด้านกระทรวงการต่างประเทศของ สปป.ลาว ยังคงปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อสื่อมวลชน เนื่องจาก สปป.ลาว เป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์พรรคเดียว ซึ่งไม่มีกลุ่มการเมืองฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ และรัฐบาลมักจะมีการควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างเข้มงวด.

ที่มา BBC / AP

เกาหลีเหนือเตรียมประชุมพรรคแรงงานปลาย มิ.ย. จับตาท่าทีต่อเกาหลีใต้-สหรัฐฯ

เกาหลีเหนือเตรียมประชุมพรรคแรงงานปลาย มิ.ย. จับตาท่าทีต่อเกาหลีใต้-สหรัฐฯ

26 พ.ค. 2569 09:43 น.

เกาหลีเหนือเตรียมประชุมพรรคแรงงานปลาย มิ.ย. จับตาท่าทีต่อเกาหลีใต้-สหรัฐฯ

เกาหลีเหนือเตรียมจัดการประชุมใหญ่พรรคแรงงานช่วงปลายเดือนมิถุนายน เพื่อติดตามผลการดำเนินนโยบายของรัฐและพรรคในช่วงครึ่งปีแรก ท่ามกลางการจับตาว่าเกาหลีเหนืออาจส่งสัญญาณใหม่ต่อเกาหลีใต้และสหรัฐฯ

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือเคซีเอ็นเอ รายงานว่า คณะกรมการเมืองของพรรคแรงงานเกาหลีมีมติให้จัดการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 2 ของคณะกรรมการกลางพรรคชุดที่ 9 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน โดยสื่อทางการเกาหลีเหนือระบุว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของการดำเนินนโยบายพรรคและรัฐประจำปี 2569 ในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมหารือแผนงานสำหรับครึ่งปีหลัง รวมถึงประเด็นสำคัญอื่น ๆ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือมักจัดประชุมเต็มคณะของพรรคแรงงานเป็นประจำในช่วงปลายเดือนมิถุนายนและเดือนธันวาคมของทุกปี รวมถึงอาจเรียกประชุมเพิ่มเติมเมื่อมีวาระสำคัญด้านการเมือง ความมั่นคง หรือเศรษฐกิจ

การประชุมรอบใหม่นี้เกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีเหนือกำลังเดินหน้าผลักดันมาตรการต่อเนื่องจากการประชุมสมัชชาพรรคแรงงานครั้งที่ 9 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และหนึ่งเดือนหลังจากนั้น เกาหลีเหนือได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มบทบัญญัติใหม่ว่าด้วยดินแดนของประเทศ กำหนดพรมแดนติดจีนและรัสเซียทางเหนือ และติดเกาหลีใต้ทางใต้ พร้อมตัดถ้อยคำทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการรวมชาติระหว่างสองเกาหลีออกจากรัฐธรรมนูญ

นักวิเคราะห์จับตาว่า การประชุมปลายเดือนมิถุนายนอาจมีการหารือหรือประกาศท่าทีใหม่ต่อเกาหลีใต้และสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงที่มีกระแสข่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน อาจเดินทางเยือนเกาหลีเหนือในเร็วๆ นี้ .

กัมพูชาออกกฎหมายเกณฑ์ทหารใหม่ หนีทหารเจอโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

กัมพูชาออกกฎหมายเกณฑ์ทหารใหม่ หนีทหารเจอโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

26 พ.ค. 2569 09:07 น.

กัมพูชาออกกฎหมายเกณฑ์ทหารใหม่ หนีทหารเจอโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

รัฐบาลกัมพูชาเริ่มบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว โดยกำหนดโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี สำหรับผู้หลีกเลี่ยงการเข้ารับราชการทหาร ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคมว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว หลังได้รับการลงนามรับรองเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาการประมุขแห่งรัฐ ระหว่างที่สมเด็จพระราชาธิบดีนโรดม สีหมุนี เสด็จไปรักษาพระอาการประชวรโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในประเทศจีน

กฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่นี้ เกิดขึ้นหลังเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น 2 ครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 100 คน และประชาชนหลายแสนคนต้องอพยพออกจากพื้นที่

สำหรับกฎหมายฉบับใหม่ มีทั้งหมด 8 หมวด 20 มาตรา โดยเข้ามาแทนที่กฎหมายปี 2006 ซึ่งไม่เคยถูกนำมาบังคับใช้อย่างจริงจัง และถูกมองว่าล้าสมัย

เนื้อหาสำคัญกำหนดให้ชายชาวกัมพูชาอายุระหว่าง 18-25 ปี ต้องเข้ารับราชการทหารเป็นเวลา 2 ปี ส่วนผู้หญิงสามารถสมัครเข้ารับราชการโดยสมัครใจได้

ผู้ที่ได้รับหมายเรียกต้องไปรายงานตัวภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง หากไม่ไปตามกำหนดจะถือว่าหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร เว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควร

บทลงโทษสำหรับผู้หลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหารจะแตกต่างกันตามสถานการณ์ของประเทศ โดยในช่วงเวลาปกติ ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี และปรับตั้งแต่ 250-1,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หากอยู่ในภาวะสงครามหรือถูกต่างชาติรุกราน โทษจะเพิ่มเป็นจำคุก 2-5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000-2,500 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวยกเว้นการเกณฑ์ทหารให้แก่พระสงฆ์ นักบวช ผู้พิการ รวมถึงบุคคลที่มีทักษะเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขณะที่ผู้ที่ผ่านการรับราชการแล้ว จะถูกจัดเป็นกำลังสำรองจนถึงอายุ 45 ปี

ก่อนหน้านี้ ฮุน มาเนต กล่าวต่อรัฐสภาว่า กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญในการปลูกฝังให้เยาวชนกัมพูชารักชาติ มีความเป็นชาตินิยม และพร้อมปกป้องประเทศผ่านการรับใช้กองทัพในอนาคต.

ที่มา :channelnewsasia

รัสเซียเตือนต่างชาติออกจากกรุงเคียฟ เตรียมโจมตีตอบโต้ยูเครนเป็นระลอก

รัสเซียเตือนต่างชาติออกจากกรุงเคียฟ เตรียมโจมตีตอบโต้ยูเครนเป็นระลอก

26 พ.ค. 2569 09:01 น.

รัสเซียเตือนต่างชาติออกจากกรุงเคียฟ เตรียมโจมตีตอบโต้ยูเครนเป็นระลอก

รัสเซียประกาศเตือนชาวต่างชาติให้เร่งอพยพออกจากกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน หลังเปิดเผยแผนเตรียมโจมตีเป้าหมายทางทหารและอุตสาหกรรมด้านกลาโหมในเมืองอย่างเป็นระบบ เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีด้วยโดรนที่เกิดขึ้นในแคว้นลูฮันสก์

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกแถลงการณ์ระบุว่า กองทัพรัสเซียเตรียมเปิดปฏิบัติการโจมตีเป็นระลอก ถล่มโรงงานและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ผลิตโปรแกรม และเตรียมใช้งานอากาศยานไร้คนขับ หรือยูเอวี ในกรุงเคียฟ 

รัสเซียชี้ว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอบโต้เหตุโจมตีด้วยโดรนของยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งพุ่งเป้าใส่หอพักนักศึกษาในเมืองสตาโรบิลสก์ เขตลูฮันสก์ที่รัสเซียยึดครองอยู่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ศพ โดยรัสเซียระบุว่า เหตุโจมตีในสตาโรบิลสก์ ถือเป็นจุดแตกหัก หลังจากที่ผ่านมาเผชิญการโจมตีจากโดรนของยูเครนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเป้าหมายในพื้นที่ของรัสเซีย

พร้อมกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียยังออกคำเตือนให้พลเมืองต่างชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่สถานทูตและองค์กรระหว่างประเทศ รีบเดินทางออกจากกรุงเคียฟโดยเร็วที่สุด เนื่องจากสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโดรนกระจายอยู่หลายจุดทั่วเมือง ทางการรัสเซียยังขอให้ประชาชนในกรุงเคียฟหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สถานที่ด้านทหารและหน่วยงานบริหารของรัฐในช่วงนี้

ต่อมา กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเปิดเผยว่า นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้โทรศัพท์หารือกับนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนโจมตีพร้อมขอให้สหรัฐฯ พิจารณาอพยพเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ออกจากกรุงเคียฟ

ทั้งนี้ ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยูเครนเพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีด้วยโดรนอย่างต่อเนื่อง และสามารถโจมตีเป้าหมายในรัสเซียได้หลายครั้ง ขณะที่รัสเซียตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตียูเครนเป็นวงกว้าง ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 4 และยังไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลายในเร็ววัน.

อังกฤษเผชิญคลื่นความร้อนทำลายสถิติ พฤษภาคมร้อนสุดในประวัติการณ์ เตือนเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่ม

อังกฤษเผชิญคลื่นความร้อนทำลายสถิติ พฤษภาคมร้อนสุดในประวัติการณ์ เตือนเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่ม

26 พ.ค. 2569 08:49 น.

อังกฤษเผชิญคลื่นความร้อนทำลายสถิติ พฤษภาคมร้อนสุดในประวัติการณ์ เตือนเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่ม

สหราชอาณาจักรเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดผิดปกติ หลังอุณหภูมิพุ่งสูงทำลายสถิติสูงสุดของเดือนพฤษภาคม ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ให้ระวังอากาศร้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอังกฤษรายงานว่า อุณหภูมิที่สนามบินฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน พุ่งแตะ 33.5 องศาเซลเซียส เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนพฤษภาคมที่เคยอยู่ที่ 32.8 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยบันทึกไว้เมื่อปี 1922 และเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 1944

อากาศร้อนจัดที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุด Bank Holiday Monday ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันออกไปพักผ่อนตามชายหาด สวนสาธารณะ และพื้นที่กลางแจ้ง เพื่อคลายร้อน ขณะที่หลายพื้นที่มีผู้คนแห่ออกมาหาที่ร่มและเล่นน้ำ ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงผิดปกติสำหรับช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ

ด้านสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร ได้ออกประกาศเตือนภัยสุขภาพระดับสีส้ม เป็นครั้งแรกของปี โดยเตือนว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งในช่วงเวลาที่อากาศร้อนที่สุดของวัน

นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้มีสาเหตุมาจากความกดอากาศสูงจากยุโรปที่แผ่ปกคลุมเข้าสู่สหราชอาณาจักร ส่งผลให้มวลอากาศร้อนเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่า คลื่นความร้อนในเดือนพฤษภาคมถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากในสหราชอาณาจักร และการที่ฝนตกน้อยผิดปกติในช่วงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและทำให้ผลผลิตพืชผลเสียหายในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศเตือนว่า โลกกำลังเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น อันเป็นผลจากภาวะโลกร้อน ซึ่งไม่เพียงทำให้เกิดคลื่นความร้อนรุนแรง แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติในหลายพื้นที่ทั่วโลกอีกด้วย.

ที่มา : BBC

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางตอนใต้ของอิหร่าน อ้างป้องกันกำลังพลท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางตอนใต้ของอิหร่าน อ้างป้องกันกำลังพลท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง

26 พ.ค. 2569 07:16 น.

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางตอนใต้ของอิหร่าน อ้างป้องกันกำลังพลท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง

กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายหลายแห่งทางภาคใต้ของอิหร่าน ระบุว่าเป็นการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง มุ่งเป้าไปยังฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ ท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงที่ยังเปราะบางระหว่างสองฝ่าย

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซนต์คอม ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้มีขึ้นเพื่อปกป้องกำลังพลสหรัฐฯ จากภัยคุกคามที่มาจากกองกำลังอิหร่าน พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ ยังคงใช้ความอดกลั้นระหว่างที่ข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลบังคับใช้

โฆษกของเซนต์คอมระบุเพิ่มเติมว่า กองทัพสหรัฐฯ ยังคงดำเนินมาตรการป้องกันกำลังพลในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ ขณะที่ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อิหร่านเปิดเผยว่า การเจรจากับสหรัฐฯ มีความคืบหน้าบางส่วน แต่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งได้ในเร็ววัน

ทั้งนี้ ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อความมั่นคงในภูมิภาคและเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ แม้จะมีความพยายามผลักดันการเจรจาและรักษาข้อตกลงหยุดยิง แต่การโจมตีล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่คลี่คลาย.

ที่มา CNN

ทรัมป์ลั่น ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะต้องถูกทำลาย

ทรัมป์ลั่น ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะต้องถูกทำลาย

26 พ.ค. 2569 05:49 น.

ทรัมป์ลั่น ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะต้องถูกทำลาย

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความยืนยันว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะต้องถูกทำลาย ไม่ว่าจะขนมาทำลายในสหรัฐฯ, ทำลายในอิหร่าน หรือทำลายในประเทศอื่นๆ ก็ตาม

เมื่อ 25 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความใหม่ผ่าน truth Social เปิดเผยถึงแผนการทำลายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน โดยระบุว่าสารดังกล่าวจะถูกขนส่งมายังสหรัฐอเมริกา หรือจัดการทำลายในพื้นที่เดิมที่มันอยู่ หรือนำไปยังสถานที่อื่น

“ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ (หรือฝุ่นนิวเคลียร์!) จะต้องถูกส่งมอบให้กับสหรัฐอเมริกาในทันทีเพื่อนำกลับมาทำลายที่บ้านของเรา หรือหากเป็นไปได้ ก็อาจจะทำลายในพื้นที่เดิมด้วยความร่วมมือและการประสานงานกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน หรืออาจทำลายในสถานที่อื่นที่ยอมรับได้ โดยมีคณะกรรมาธิการพลังงานปรมาณูหรือหน่วยงานที่เทียบเท่า ร่วมเป็นสักขีพยานในกระบวนการและเหตุการณ์ครั้งนี้” โพสต์ของทรัมป์ระบุ

เมื่อสัปดาห์ก่อน โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาวว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมอ่อนข้อในเรื่องการเรียกคืนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ทว่าถ้อยแถลงล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มเปิดรับให้รัฐบาลเตหะรานเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าวมากขึ้น

“เราคงจะทำลายมันทันทีหลังจากที่เราได้มันมา แต่เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาเก็บมันไว้เด็ดขาด” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (21 พ.ค.)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn