จนท.อิหร่านคาด การสู้รบรอบใหม่อาจเกิดขึ้น หลังทรัมป์ไม่พอใจข้อเสนอ

จนท.อิหร่านคาด การสู้รบรอบใหม่อาจเกิดขึ้น หลังทรัมป์ไม่พอใจข้อเสนอ

2 พ.ค. 2569 21:51 น.

จนท.อิหร่านคาด การสู้รบรอบใหม่อาจเกิดขึ้น หลังทรัมป์ไม่พอใจข้อเสนอ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอิหร่านคาดว่า มีความเป็นไปได้ที่การสู้รบกับสหรัฐฯ จะปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าไม่พอใจข้อเสนอที่พวกเขาให้ไป พร้อมกล่าวหาสหรัฐฯ ด้วยว่า ไม่ยึดมั่นในคำสัญญา

เมื่อ 2 พ.ค. 2569 นายทหารระดับสูงของกองทัพอิหร่านกล่าวว่า การสู้รบระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนั้น “มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น” เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเขา “ไม่พอใจ” กับข้อเสนอการเจรจาฉบับใหม่ของอิหร่าน

สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. หยุดลงชั่วคราวตั้งแต่ 8 เม.ย. หลังจากมีการทำข้อตกลงหยุดยิง แต่การเจรจาเพื่อยุติสงครามที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นประสบความล้มเหลว และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองฝ่ายจะกลับไปเจรจากันเป็นครั้งที่สอง

สื่อของรัฐบาลเตหะรานรายงานว่า อิหร่านส่งร่างข้อเสนอฉบับใหม่ให้กับปากีสถานซึ่งเป็นตัวกลางเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 เม.ย.) โดยไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาภายใน ก่อนที่ปากีสถานจะส่งข้อเสนอดังกล่าวให้กับฝ่ายสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมาว่า “ตอนนี้ ผมยังไม่พอใจกับสิ่งที่พวกเขานำเสนอ” พร้อมกล่าวโทษว่าที่การเจรจาหยุดชะงักนั้นเป็นผลมาจาก “ความขัดแย้งอย่างรุนแรง” ภายในกลุ่มผู้นำของอิหร่าน

“เราต้องการเข้าไปถล่มพวกเขาให้เละและปิดฉากพวกเขาไปตลอดกาล หรือเราต้องการพยายามทำข้อตกลง?” ทรัมป์กล่าวเสริม พร้อมระบุว่าเขา “ไม่อยากเลือก” ทางเลือกแรก “ในแง่ของมนุษยธรรม”

ต่อมาในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ช่วงค่ำที่งานอีเวนต์ในเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ทรัมป์กล่าวว่า “อาจจะดีกว่า” หากไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ กับอิหร่าน โดยเสริมว่า “เพราะเราปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้ มันยืดเยื้อมานานเกินไปแล้ว”

ต่อมาในเช้าวันเสาร์ นายโมฮัมหมัด จาฟาร์ อาซาดี บุคคลสำคัญในกองบัญชาการกลางของกองทัพอิหร่าน ออกมากล่าวว่า “ความขัดแย้งระลอกใหม่ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น … หลักฐานต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ยึดมั่นในสัญญาหรือข้อตกลงใด ๆ เลย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน

สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน

2 พ.ค. 2569 11:26 น.

สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน

สหรัฐฯ ประกาศเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี ภายใน 1 ปี ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับผู้นำเยอรมนี หลังวิจารณ์สหรัฐทำสงครามอิหร่านไร้ยุทธศาสตร์ชัดเจน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่าจะดำเนินการถอนทหารอเมริกันประมาณ 5,000 นายออกจากเยอรมนี ภายในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า หลังจากได้มีสหรัฐฯได้ทบทวนยุทธศาสตร์ทางทหารของสหรัฐในยุโรป รวมถึงประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาค

ท่าทีของสหรัฐมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวแสดงความไม่พอใจต่อคำวิจารณ์ของนายกรัฐมนตรีเยอรมนี เฟรดริช เมิร์ซ เกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งผู้นำเยอรมนีกล่าวระหว่างเยี่ยมโรงเรียนแห่งหนึ่งในเยอรมนีเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐกำลังถูกอิหร่านทำให้อับอาย และมองว่าสงครามครั้งนี้ขาดการวางแผนที่รอบคอบอย่างยิ่ง ผู้นำเยอรมนียังระบุว่า อิหร่านมีความเชี่ยวชาญในการไม่เจรจา พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่คณะผู้แทนสหรัฐเดินทางไปยังปากีสถานแต่กลับออกมาโดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ

ต่อมา ทรัมป์ตอบโต้ว่า นายกรัฐมนตรีเมิร์ซไม่รู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไร ก่อนประกาศว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาลดกำลังทหารในเยอรมนี โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่ถอนทหารออกจากเยอรมนีมาแล้วในปี 2563 ระหว่างดำรงตำแหน่งสมัยแรก ขณะที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนีในขณะนั้นคือนางแองเกลา แมร์เคิล 

ทั้งนี้ เยอรมนีเป็นฐานยุทธศาสตร์สำคัญของสหรัฐในยุโรป โดยเป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศแรมสไตน์ ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐในยุโรป รวมถึงฐานปฏิบัติการของนาโต โดยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลกำลังพลกลาโหมสหรัฐระบุว่า ณ เดือนธันวาคม 2568 มีทหารสหรัฐประจำการถาวรในเยอรมนีทั้งหมด 36,436 นาย ดังนั้นแม้หลังการถอนกำลัง สหรัฐจะยังคงมีกำลังพลประจำการในเยอรมนีกว่า 30,000 นาย.

ที่มา CNN 

ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่

ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่

2 พ.ค. 2569 08:12 น.

ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจากสหภาพยุโรป เป็น 25% ในสัปดาห์หน้า นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับยุโรปครั้งใหม่

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจากสหภาพยุโรป เป็น 25% ในสัปดาห์หน้า โดยทรัมป์กล่าวหาอียูว่า ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าที่ตกลงร่วมกันไว้อย่างสมบูรณ์ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่าฝ่ายยุโรปละเมิดข้อตกลงในประเด็นใด โดยคำกล่าวของทรัมป์ นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับยุโรปครั้งใหม่

ด้านคณะกรรมาธิการยุโรปตอบโต้ว่า อียูยังคงปฏิบัติตามพันธกรณีข้อตกลง พร้อมยืนยันว่าจะเปิดทุกทางเลือกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของยุโรป

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ถึง 1 ปี หลังสหรัฐและอียูบรรลุข้อตกลงการค้าที่สนามกอล์ฟเทิร์นเบอร์รีของทรัมป์ในสกอตแลนด์ ซึ่งกำหนดอัตราภาษีสินค้าส่วนใหญ่จากยุโรปไว้ที่ 15% และช่วยหลีกเลี่ยงมาตรการภาษี 30% ที่ทรัมป์เคยขู่จะใช้ภายใต้นโยบายด้านภาษีของทรัมป์.

สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ

2 พ.ค. 2569 05:51 น.

สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ

รัฐบาลทรัมป์เพิ่มมาตรการกดดันอิหร่าน ประกาศคว่ำบาตรบุคคล บริษัท และเรืออีกหลายรายการ พร้อมเตือนบริษัทเดินเรือทั่วโลก ห้ามจ่ายเงินให้อิหร่านเพื่อผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไม่เช่นนั้นอาจถูกลงโทษจากสหรัฐ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ต่ออิหร่าน โดยพุ่งเป้าไปยังบุคคล บริษัท และบริษัทเดินเรือ รวมถึงบางส่วนที่ตั้งอยู่ในจีน โดยมาตรการล่าสุดมีขึ้นหลังสหรัฐเพิ่งคว่ำบาตรเครือข่ายธนาคารเงา ของอิหร่านเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มและบุคคล 35 ราย ที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยอิหร่านหลบเลี่ยงมาตรการทางการเงินระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐยังออกคำเตือนไปยังบริษัทเดินเรือทั่วโลกว่า การจ่ายเงินให้อิหร่านเพื่อแลกกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย อาจเข้าข่ายละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ

สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติของสหรัฐ ระบุว่า ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการที่อิหร่านข่มขู่เรือสินค้าและเรียกเก็บ ค่าผ่านทาง เพื่อให้สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย โดยกระทรวงการคลังสหรัฐย้ำว่า การจ่ายเงินลักษณะนี้ โดยทั่วไปถือเป็นสิ่งต้องห้าม แม้จะอ้างว่าเป็นการบริจาคเพื่อมนุษยธรรมให้แก่องค์กรอย่างสภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านก็ตาม นอกจากนี้สหรัฐยังเตือนว่า การทำธุรกรรมกับรัฐบาลอิหร่าน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของอิหร่าน หรือกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน   อาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา

ทั้งนี้ สหรัฐจัดให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน เป็นองค์กรก่อการร้าย และระบุว่าบริษัทต่างชาติที่มีส่วนทำให้ชาวอเมริกันละเมิดมาตรการคว่ำบาตร อาจเผชิญบทลงโทษรุนแรงจากรัฐบาลสหรัฐ โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงสูงในตะวันออกกลาง แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสหรัฐและอิหร่านจะมีความพยายามเปิดช่องทางเจรจาผ่านตัวกลางหลายประเทศก็ตาม.

ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน

ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน

1 พ.ค. 2569 23:03 น.

ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน

ตำรวจตุรกีปะทะผู้ชุมนุมวันแรงงานในนครอิสตันบูล ใช้แก๊สน้ำตาและกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ หลังกลุ่มผู้ประท้วงพยายามเดินขบวนเข้าสู่จัตุรัสทักซิม มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 370 คน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ตำรวจปราบจลาจลของตุรกี ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุมวันแรงงานในนครอิสตันบูล พร้อมจับกุมผู้ประท้วงอย่างน้อย 370 คน ท่ามกลางการชุมนุมใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยจุดตึงเครียดสำคัญอยู่บริเวณจัตุรัสทักซิม ซึ่งเป็นสถานที่ประท้วงสำคัญทางประวัติศาสตร์ของตุรกี และถูกตำรวจปิดล้อมตั้งแต่ช่วงกลางดึก หลังมีหลายกลุ่มประกาศจะเดินขบวนเข้าสู่พื้นที่

สมาคมทนายความของตุรกีระบุว่า ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาจากรถควบคุมฝูงชนเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่สื่อฝ่ายค้าน โดยการชุมนุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้คำขวัญ “ขนมปัง สันติภาพ และเสรีภาพ” (Bread. Peace. Freedom) โดยผู้ประท้วงเรียกร้องเรื่องค่าครองชีพ สิทธิแรงงาน และเสรีภาพทางการเมือง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อสูงในตุรกี

ขณะเดียวกัน ที่กรุงอังการา คนงานเหมืองถ่านหินราว 100 คน ซึ่งเพิ่งประท้วงอดอาหาร 9 วัน เพื่อเรียกร้องค่าจ้างค้างจ่าย ได้เข้าร่วมขบวนวันแรงงาน ท่ามกลางกำลังตำรวจจำนวนมากที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ วันแรงงานในตุรกีมักมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดทุกปี โดยเฉพาะในอิสตันบูล หลังจัตุรัสทักซิมเคยเป็นศูนย์กลางการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ในอดีต ก่อนหน้านี้ ทางการตุรกีเพิ่งออกหมายจับและหมายค้นผู้ต้องสงสัย 62 คน รวมถึงนักข่าว นักสหภาพแรงงาน และบุคคลฝ่ายค้าน โดยกล่าวหาว่าอาจก่อเหตุความไม่สงบระหว่างการชุมนุมวันแรงงานครั้งนี้.

อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

1 พ.ค. 2569 20:40 น.

อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ถึงสหรัฐผ่านคนกลางปากีสถาน แม้สถานการณ์ยังตึงเครียดจากการปิดล้อมทางทะเลและวิกฤติช่องแคบฮอร์มุซ ด้านทรัมป์ระบุ มีเพียงไม่กี่คนที่รู้สถานะจริงของการเจรจา

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกระบวนการเจรจาสหรัฐฯ- อิหร่าน เปิดเผยว่าอิหร่านได้ส่งข้อเสนอฉบับใหม่เกี่ยวกับการเจรจากับสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางจาก ท่ามกลางความพยายามคลี่คลายวิกฤติความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับเนื้อหาของข้อเสนอฉบับใหม่ และยังไม่แน่ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะยอมรับหรือไม่ ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่า มีเพียงตัวเขาและคนอีกไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้สถานะที่แท้จริงของการเจรจา พร้อมส่งสัญญาณว่าการพูดคุยอาจยังดำเนินอยู่เบื้องหลัง

ทั้งนี้ สหรัฐและอิหร่านเผชิญภาวะชะงักงันทางการทูตมานานเกือบ 4 สัปดาห์ นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ขณะที่สหรัฐยังคงใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน และอิหร่านยังจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก.

ที่มา CNN

อาสาสมัครรวมพลัง พา “นกกีวี” กลับคืนเมืองหลวงนิวซีแลนด์ หลังหายไปกว่า 100 ปี

อาสาสมัครรวมพลัง พา "นกกีวี" กลับคืนเมืองหลวงนิวซีแลนด์ หลังหายไปกว่า 100 ปี

1 พ.ค. 2569 15:14 น.

อาสาสมัครรวมพลัง พา “นกกีวี” กลับคืนเมืองหลวงนิวซีแลนด์ หลังหายไปกว่า 100 ปี

กลุ่มอาสาสมัครในนิวซีแลนด์สร้างประวัติศาสตร์ พา “นกกีวี” สัตว์สงวนและสัญลักษณ์ประจำชาติที่ใกล้สูญพันธุ์ กลับมาอาศัยในเทือกเขารอบกรุงเวลลิงตันได้อีกครั้ง หลังหายสาบสูญไปนานกว่า 100 ปี

ชาวกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการภาคประชาชน เพื่อนำนกกีวี สัตว์ประจำชาติที่ใกล้สูญพันธุ์ กลับคืนสู่พื้นที่ธรรมชาติรอบเมืองหลวงอีกครั้ง หลังจากหายไปนานกว่าหนึ่งศตวรรษ

พอล วอร์ด ผู้ก่อตั้งโครงการ Capital Kiwi Project เปิดเผยว่า นกกีวีซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ทุกแห่งตั้งแต่ตรากองทัพอากาศไปจนถึงฉายาของคนในชาติ ได้หายไปจากเนินเขารอบกรุงเวลลิงตันมานานกว่า 100 ปี เนื่องจากการขยายตัวของเมืองและสัตว์ผู้ล่า เขากล่าวว่า “พวกมันคือส่วนหนึ่งของตัวตนและความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่แห่งนี้ เราชาวเวลลิงตันตัดสินใจร่วมกันว่า การที่พวกมันหายไปนับร้อยปีนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง” 

ความสำเร็จล่าสุดในสัปดาห์นี้ คือการย้ายนกกีวีตัวที่ 250 เข้าสู่พื้นที่ป่ารอบเมืองหลวง โดยก่อนการเคลื่อนย้าย นกเหล่านี้ได้รับเกียรติให้เข้าไปปรากฏตัวภายในอาคารรัฐสภาเป็นครั้งแรก เพื่อให้บรรดานักการเมืองและเด็กนักเรียนได้สัมผัสและตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์อย่างใกล้ชิด

ในอดีต นิวซีแลนด์ต้องอพยพนกหายากไปไว้ตามเกาะที่ปลอดสัตว์ผู้ล่าเพื่อให้พวกมันรอดพ้นจากการสูญพันธุ์ แต่โครงการ Capital Kiwi Project มีความฝันที่ต่างออกไป คือการให้คนและนกสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้ในเขตเมืองหลวงที่พลุกพล่าน

ปัจจัยความสำเร็จของโครงการ เกิดจากความร่วมมือระหว่างเจ้าของที่ดินและชนเผ่าเมารีท้องถิ่น สร้างพื้นที่ปลอดภัยกว่า 1.5 แสนไร่ นอกจากนั้น ยังมีการติดตั้งกับดักกว่า 5,000 จุด เพื่อกำจัด “ตัวสโตท” หรือเพียงพอนหางสั้น ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจที่คอยกินลูกนกกีวี ปัจจุบันลูกนกกีวีในพื้นที่เวลลิงตันมีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 90% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง

ปัจจุบันนิวซีแลนด์มีนกกีวีเหลืออยู่เพียงประมาณ 70,000 ตัวทั่วประเทศ และจำนวนยังคงลดลงเฉลี่ยปีละ 2% โครงการในกรุงเวลลิงตันนี้จึงถือเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติที่ตั้งเป้าจะทำให้ทั้งประเทศปลอดจากสัตว์ผู้ล่าที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ท้องถิ่น เช่น หนู แมวป่า และพอสซัม ภายในปี 2050

มิเชล อิมพีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กร Save the Kiwi ระบุว่า นี่คือความเคลื่อนไหวที่น่าเหลือเชื่อ เพราะในขณะที่สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ทั่วโลกมักได้รับความช่วยเหลือเพียงแค่การบริจาคเงิน แต่ในนิวซีแลนด์ “คนธรรมดาทั่วไปกำลังลุกขึ้นมาลงมือทำทุกอย่างที่ทำได้ด้วยตัวเอง เพื่อปกป้องสัตว์ที่พวกเขารัก”

ขณะนี้ ชาวเมืองเวลลิงตันเริ่มคุ้นเคยกับการเห็นภาพนกกีวีจากกล้องวงจรปิดหลังบ้าน หรือได้ยินเสียงร้องของพวกมันขณะปั่นจักรยานเสือภูเขาในตอนกลางคืน เป็นสัญญาณว่า “เพื่อนบ้านหน้าขน” ในตำนานได้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองหลวงอย่างเต็มตัวแล้ว.

ที่มา Associated Press

อังกฤษตั้งข้อหาพยายามฆ่า “เอสซา สุไลมาน” หลังแทงชาวยิว 2 รายในลอนดอน

อังกฤษตั้งข้อหาพยายามฆ่า "เอสซา สุไลมาน" หลังแทงชาวยิว 2 รายในลอนดอน

1 พ.ค. 2569 14:44 น.

อังกฤษตั้งข้อหาพยายามฆ่า “เอสซา สุไลมาน” หลังแทงชาวยิว 2 รายในลอนดอน

ตำรวจนครบาลลอนดอนสั่งฟ้อง “เอสซา สุไลมาน” ข้อหาพยายามฆ่า หลังก่อเหตุสะเทือนขวัญแทงชายชาวยิว 2 รายย่านโกลเดอร์สกรีน ขณะที่รัฐบาลอังกฤษประกาศยกระดับภัยคุกคามด้านก่อการร้ายสู่ระดับ “รุนแรงมาก”

สำนักงานตำรวจนครบาลลอนดอน แถลงการตั้งข้อหาหนักแก่นายเอสซา สุไลมาน วัย 45 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า 2 กระทง และครอบครองอาวุธมีคมในที่สาธารณะ จากเหตุไล่แทงชายชาวยิว 2 รายในย่านโกลเดอร์สกรีน ทางตอนเหนือของลอนดอน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (29 เม.ย.) นอกจากนี้เขายังถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าในอีกคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันที่ย่านซัทเธิร์กด้วย

ข้อมูลจากบีบีซีระบุว่า นายสุไลมานเป็นพลเมืองอังกฤษที่ย้ายถิ่นฐานมาจากโซมาเลียอย่างถูกกฎหมายในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ทั้งนี้ ตำรวจเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า เขาเคยถูกส่งตัวเข้าโครงการเฝ้าระวังและป้องกันแนวคิดสุดโต่งเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย ในปี 2020 ก่อนที่กรณีของเขาจะถูกปิดลงในปลายปีเดียวกัน

ภายหลังเหตุโจมตีดังกล่าว รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ประกาศยกระดับเตือนภัยก่อการร้ายทั่วประเทศสู่ระดับ “Severe” (รุนแรงมาก) ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการโจมตี โดยระบุว่าระดับภัยคุกคามนี้ได้เพิ่มสูงขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว และเหตุการณ์แทงชาวยิวครั้งนี้ไม่ใช่ปัจจัยเพียงอย่างเดียว

นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ได้ให้คำมั่นจากบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ว่าจะบังคับใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อกวาดล้างการต่อต้านชาวยิว รวมถึงเพิ่มกำลังตำรวจในชุมชนชาวยิว และเร่งผลักดันกฎหมายจัดการกับภัยคุกคามที่สนับสนุนโดยรัฐ พร้อมกล่าวเรียกร้องให้คนในชาติ “ลืมตาและรับรู้ถึงความเจ็บปวดของคนเชื้อสายยิว”

หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บคือนายชลอยเมอ แรนด์ วัย 34 ปี ให้สัมภาษณ์ว่าเขารู้สึกเหมือน “พระเจ้ามอบชีวิตคืนมาให้” ล่าสุดเขาสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ส่วนเหยื่ออีกรายคือนายโมเช ไชน์  วัย 76 ปี ยังคงรักษาตัวโดยมีอาการทรงตัว

ด้านนายมาร์ก รูว์ลีย์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลลอนดอน ระบุว่านี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า “โรคระบาดแห่งการต่อต้านชาวยิว” ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกและในอังกฤษ โดยยืนยันว่าตำรวจจะทุ่มทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง

รัฐบาลอังกฤษประกาศจัดสรรงบประมาณพิเศษ 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.1 พันล้านบาท) เพื่อเพิ่มกำลังสายตรวจและการรักษาความปลอดภัยในชุมชนชาวยิว อย่างไรก็ตาม ความหวาดกลัวยังคงปกคลุมไปทั่ว โดยชายชาวยิวรายหนึ่งเปิดใจกับสื่อว่าเขากำลังตัดสินใจย้ายออกจากอังกฤษมุ่งหน้าไปอิสราเอล เนื่องจาก “รู้สึกไม่ปลอดภัยอีกต่อไปเมื่อต้องเดินบนถนนในประเทศนี้”.

ที่มา BBC

ทีมกฎหมายเตรียมเข้าพบ “อองซาน ซูจี” สุดสัปดาห์นี้ หลังเมียนมาย้ายกักตัวในบ้านพัก

ทีมกฎหมายเตรียมเข้าพบ "อองซาน ซูจี" สุดสัปดาห์นี้ หลังเมียนมาย้ายกักตัวในบ้านพัก

1 พ.ค. 2569 13:14 น.

ทีมกฎหมายเตรียมเข้าพบ “อองซาน ซูจี” สุดสัปดาห์นี้ หลังเมียนมาย้ายกักตัวในบ้านพัก

ทีมกฎหมายเตรียมเข้าพบ “อองซาน ซูจี” อดีตผู้นำเมียนมา เพื่อหารือแนวทางสู้คดีในวันอาทิตย์นี้ หลังได้รับยืนยันว่าเธอถูกย้ายจากเรือนจำไปกักตัวในบ้านพักที่กรุงเนปิดอว์ พร้อมได้รับการลดโทษเพิ่มเติม

ตัวแทนทีมกฎหมายของนางอองซาน ซูจี เปิดเผยว่า มีแผนจะเข้าพบอดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐวัย 80 ปี ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลังจากรัฐบาลทหารเมียนมาตัดสินใจย้ายตัวเธอออกจากการคุมขังในเรือนจำไปเป็นการกักตัวภายในบ้านพักเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 เม.ย.)

ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นหลังจากสื่อของรัฐบาลทหารเมียนมาได้เผยแพร่ภาพถ่ายของนางซูจี ขณะนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ขนาบข้างด้วยเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 2 นาย ซึ่งถือเป็นภาพแรกของเธอที่ปรากฏต่อสาธารณะในรอบหลายปี นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021

ตัวแทนทีมกฎหมายยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “ขณะนี้นางอองซาน ซูจี ยังคงอยู่ในกรุงเนปิดอว์” และระบุว่าการพบกันในวันอาทิตย์นี้ (3 พ.ค.) จะไม่ใช่เพียงการเยี่ยมเยียนผู้ต้องขังตามปกติ แต่จะเป็นการหารือเรื่องสถานะทางกฎหมายและนำสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นไปมอบให้เธอด้วย

ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศย้ายตัวไปกักตัวในบ้านพัก รัฐบาลทหารเมียนมาได้ประกาศลดโทษให้นางซูจีลงอีก 1 ใน 6 ของโทษที่เหลืออยู่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอภัยโทษนักโทษจำนวนมากทั่วประเทศ 

ทั้งนี้ อองซาน ซูจีถูกตัดสินจำคุกรวม 33 ปี จากหลายข้อหา เช่น การคอร์รัปชัน และการละเมิดความลับทางราชการ ซึ่งพันธมิตรของเธอยืนยันว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยการลดโทษครั้งก่อนถูกลดเหลือ 27 ปี และได้รับการลดโทษเพิ่มเติมในช่วงสงกรานต์เมียนมาที่ผ่านมา ขณะที่ล่าสุดได้รับการลดโทษเพิ่มอีก 1 ใน 6 อีกครั้งก่อนถูกย้ายมากักตัวในบ้านพัก

นักวิเคราะห์มองว่า ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาในครั้งนี้ เกิดจากแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากประชาคมโลก โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียนที่เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง ซึ่งสอดคล้องกับความพยายามของเมียนมาที่ต้องการกลับเข้ามาร่วมวงประชุมระดับพยากรณ์ของอาเซียนอีกครั้ง หลังจากถูกสั่งแบนไปนับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร

นางอองซาน ซูจี บุตรสาวของนายพลอองซาน วีรบุรุษกู้เอกราชของเมียนมา เคยถูกกักตัวในบ้านพักริมทะเลสาบอินยาในย่างกุ้งมานานรวมกว่า 15 ปีภายใต้รัฐบาลทหารชุดก่อน ก่อนจะนำพรรค NLD ชนะการเลือกตั้งและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำพลเรือน และถูกยึดอำนาจอีกครั้งในปี 2021 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้นำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน.

ที่มา Reuters

“ทรัมป์” ประกาศยกเว้นภาษี “สกอตช์วิสกี้” ให้สหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเกียรติแก่ “คิงชาร์ลส์”

"ทรัมป์" ประกาศยกเว้นภาษี "สกอตช์วิสกี้" ให้สหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเกียรติแก่ "คิงชาร์ลส์"

1 พ.ค. 2569 12:33 น.

“ทรัมป์” ประกาศยกเว้นภาษี “สกอตช์วิสกี้” ให้สหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเกียรติแก่ “คิงชาร์ลส์”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างเซอร์ไพรส์ประกาศยกเลิกกำแพงภาษีวิสกี้จากสหราชอาณาจักร ระบุเพื่อเป็นเกียรติแก่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีคามิลลา ในโอกาสสิ้นสุดการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ด้านทำเนียบระบุเป็นดีลการค้าครั้งสำคัญที่ผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่าสหรัฐฯ จะทำการยกเลิกภาษีนำเข้าและข้อจำกัดทางการค้าต่อวิสกี้จากสหราชอาณาจักร โดยระบุว่าเป็นการมอบให้เพื่อเป็นเกียรติแก่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา เนื่องในโอกาสที่ทั้งสองพระองค์เสร็จสิ้นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วัน

ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียลหลังจากส่งเสด็จทั้งสองพระองค์ที่ทำเนียบขาว โดยระบุว่า “พระราชาและพระราชินีทรงทำให้ผมยอมทำในสิ่งที่ไม่มีใครสามารถทำได้มาก่อน ทั้งที่พระองค์แทบจะไม่ได้ร้องขอด้วยซ้ำ!” พร้อมทั้งยกย่องพระเจ้าชาร์ลส์ว่าเป็น “กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”

การตัดสินใจครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างสกอตแลนด์และรัฐเคนทักกี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเบอร์เบิน (Bourbon) ที่สำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะเรื่องข้อจำกัดเกี่ยวกับถังไม้ไม้โอ๊กที่ใช้ในการบ่มสุรา ซึ่งนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยืนยันในเวลาต่อมาว่า มาตรการนี้จะเปิดทางให้วิสกี้จากสหราชอาณาจักรได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีในการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ

มาตรการยกเว้นภาษีนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ทางการทูตของสหราชอาณาจักร เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของสกอตช์วิสกี้ โดยมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 1,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท) ต่อปี ก่อนหน้านี้วิสกี้ต้องเผชิญภาษีนำเข้า 10% ในยุคทรัมป์สมัยที่ 2 และมีแนวโน้มจะดีดตัวขึ้นเป็น 25% หากมาตรการพักรบทางการค้าเดิมหมดอายุลงในปีนี้

การประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรป รวมถึงรัฐบาลของนายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในประเด็นสงครามอิหร่านที่สหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังดำเนินการอยู่

นายปีเตอร์ ไคล์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของอังกฤษ ออกมาขานรับข่าวดีนี้ โดยระบุว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญที่จะช่วยปกป้องตำแหน่งงานนับพันตำแหน่งในอุตสาหกรรมวิสกี้ทั่วสหราชอาณาจักร

ขณะที่โฆษกพระราชวังบักกิงแฮมแถลงว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงฝากความขอบพระทัยอย่างจริงใจต่อประธานาธิบดีทรัมป์สำหรับการตัดสินใจครั้งนี้ และระบุว่าพระองค์จะทรง “ดื่มวิสกี้” เพื่อเป็นการขอบคุณในน้ำใจและการต้อนรับที่ยอดเยี่ยมของประธานาธิบดี ก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินกลับ

การเยือนในครั้งนี้ แม้ทางการจะระบุว่าเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสที่สหรัฐฯ เตรียมครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศเอกราชจากอังกฤษ แต่ในสายตาของนักวิเคราะห์มองว่านี่คือการใช้ “ซอฟท์ พาวเวอร์” ของราชวงศ์อังกฤษในการเชื่อมความสัมพันธ์ทางการค้าระดับโลกอย่างได้ผล.

ที่มา Reuters / AFP