‘เฉลิมชัย’ สั่งกรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘เฉลิมชัย’สั่งกรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด (naewna.com)

'เฉลิมชัย'สั่งกรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด

‘เฉลิมชัย’สั่งกรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.39 น.

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ล่าสุด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ และให้เตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลดทันทีโดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้เตรียมแผนฟื้นฟูทั้งแผนการสำรวจพื้นที่เกษตรที่เสียหาย ระยะสั้นจะสนับสนุนต้นพันธุ์ผักสวนครัวให้กับเกษตรกรที่ประสบภัย ระยะฟื้นฟูจะสนับสนุนเชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อฟื้นฟูพื้นที่เกษตรที่ได้รับความเสียหาย

หลังจากสถานการณ์คลี่คลายให้เกษตรจังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลความเสียหายด้านพืชในจังหวัดที่ประสบอุทกภัย เพื่อให้ช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังทันที นอกจากนี้ ยังให้ระดมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรกระจายลงพื้นที่ตามอำเภอต่างๆ เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งสำรวจปัญหา สอบถามความต้องการเพื่อฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด เช่น การส่งเสริมปลูกพืชผักระยะสั้น หรืออาชีพอื่นๆ การให้คำแนะนำด้านวิชาการเพื่อดูแลพืชภายหลังจากน้ำลด

ทั้งนี้ แผนระยะสั้นให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืชทุกแห่งของกรมส่งเสริมการเกษตร ผลิตต้นพันธุ์ผักสวนครัว เช่น กระเพรา พริก โหระพา มะเขือ สำหรับแจกจ่ายให้เกษตรกรเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะสั้นและสามารถบริโภคได้ในครัวเรือน เบื้องต้นศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช เตรียมสนับสนุนพันธุ์พืชผักสวนครัวหลังน้ำลดให้กับเกษตรกรทันที จำนวน 150,000 ต้น และยังให้ศูนย์ส่งเสริมและเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช เตรียมผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มา ให้ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนเพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรที่ประสบภัย เพื่อควบคุมโรคที่อาจจะเกิดขึ้นหลังน้ำลด โดยเฉพาะพื้นที่ไม้ผลเศรษฐกิจ สวนยางพารา สวนปาล์ม

ส่วนสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยจังหวัดได้รายงานสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในช่วงดังกล่าว จำนวน 9 จังหวัด 58 อำเภอ ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา ตรัง กระบี่ ยะลา ปัตตานี และ จ.นราธิวาส เกษตรกรได้รับผลกระทบ จำนวน 163,622 ราย พื้นที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย จำนวน 397,573 ไร่ แยกเป็น ข้าว จำนวน 90,249 ไร่ พืชไร่ จำนวน 5,327 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ จำนวน 292,962 ไร่ และจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินแล้ว จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช (2 อำเภอ) และจังหวัดสงขลา ข้อมูล ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2563

‘CAT 001’ ปันน้ำใจมอบห้องสมุดให้น้องๆ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘CAT 001’ ปันน้ำใจมอบห้องสมุดให้น้องๆ (naewna.com)

'CAT 001' ปันน้ำใจมอบห้องสมุดให้น้องๆ

‘CAT 001’ ปันน้ำใจมอบห้องสมุดให้น้องๆ

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เพราะหนังสือคือประตูสู่โลกกว้าง CAT จึงได้ส่งเสริมการอ่านให้กับน้องๆ ด้วยการจัดกิจกรรม CAT 001 ปันน้ำ

ใจ มอบห้องสมุดเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ สมพงษ์ อัศวบุญมี ผู้บริหารจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT นำทีมพนักงานและลูกค้าจิตอาสา ไปร่วมกันปรับปรุงห้องสมุดให้กับโรงเรียนบ้านสันดอน จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีสภาพทรุดโทรม ขาดแคลนทั้งหนังสือ และสื่อเสริมพัฒนาการ ให้กลายเป็นห้องสมุดโฉมใหม่ มีสีสันสดใส ภายใต้คอนเซปต์ ฟาร์มรักดี #ปลูกรักที่ราชบุรี โดยจัดมุมสันทนาการ มีหนังสือน่าอ่าน และสื่อการเรียนที่น่าสนใจ ที่จะช่วยส่งเสริมให้น้อง ๆ เข้ามาใช้ห้องสมุดมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ในโรงเรียน อาทิ โรงเพาะเห็ด เล้าไก่ ตลอดจนมอบทุนการศึก

ษา อุปกรณ์กีฬา ชุดนักเรียน และเลี้ยงอาหารกลางวันให้น้องๆ ด้วย

สมพงษ์ อัศวบุญมี ผู้บริหาร CAT กล่าวว่า “CAT ได้จัดกิจกรรมนี้มาตั้งแต่ปี 2554 ปีนี้เป็นปีที่ 9 เราจัดกิจกรรมนี้เพื่อปรับปรุงห้องสมุดให้กับโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลและขาดแคลน เป็นการเปิดโอกาสให้กับนักเรียน และสร้างความเท่าเทียมกันให้กับนักเรียน ทำให้นักเรียนได้มีห้องสมุดสำหรับค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม  เป็นกิจกรรมที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มลูกค้าด้วย”

ทางด้านลูกค้าจิตอาสา วัชรพันธุ์ ทิมพันธุ์พงษ์ ผู้จัดการฝ่ายไอที บริษัท เดอะ บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมกิจกรรมจิตอาสาซึ่งเป็นช่วงที่ลูกปิดเทอมพอดี ครอบครัวเราได้นำหนังสือมาบริจาค ได้เห็นหนังสือของลูกอยู่บนชั้นหนังสือก็รู้สึกดีใจและประทับใจมาก เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มากโดยเฉพาะกับโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลและขาดแคลน อยากให้มีกิจกรรมอย่างนี้ต่อเนื่องต่อไป เพื่อให้โรงเรียนเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลมีหนังสือทัดเทียมหรือใกล้เคียงกับนักเรียนที่อยู่ในเมือง”  

คุณครูสุภาวิดา จันทรวงศ์  รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสันดอน กล่าวว่า “ครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านสันดอนขอขอบคุณ CAT ที่มาปรับปรุงห้องสมุด พวกเราชอบห้องสมุดใหม่มาก และเชื่อว่าจะทำให้นักเรียนชอบเข้าห้องสมุด

มากขึ้น นักเรียนบางคนชอบอ่านหนังสือมาก แต่ห้องสมุดเก่ามีหนังสือน้อยไม่เพียงพอและหนังสือส่วนใหญ่ค่อนข้างเก่า การที่ CAT มาปรับปรุงห้องสมุดและบริจาคหนังสือใหม่ในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสและเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับเด็กนักเรียนที่รักการอ่านให้มีความรู้มากขึ้น”

ปิดท้ายด้วยความรู้สึกของน้อง-มงคล พลคำมาก นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านสันดอนที่บอกว่า “ผมชอบห้องสมุดใหม่มากครับ ชอบหนังสือและชั้นวางหนังสือใหม่ ห้องสมุดใหม่ทำให้ผมอยากอ่านหนังสือและเข้าห้องสมุดมากขึ้น หนังสือที่ผมชอบเป็นแนวการ์ตูน ส่วนหนังสือเรียนที่พี่นำมามอบให้ ผมชอบคู่มือสอบคณิตศาสตร์มากที่สุดครับ  ต้องขอขอบคุณพี่ ๆ จาก CAT ที่มาจัดกิจกรรมและมอบหนังสือและอุปกรณ์การเรียนให้กับผมและน้องๆ ที่โรงเรียนบ้านสันดอนครับ”

หนังสือเด่น : หนังสือเด่น 7 เรื่องที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ เพื่อส่งเสริมการอ่านและร้านขายหนังสือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – หนังสือเด่น : หนังสือเด่น 7 เรื่องที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ เพื่อส่งเสริมการอ่านและร้านขายหนังสือ (naewna.com)

หนังสือเด่น : หนังสือเด่น 7 เรื่องที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้  เพื่อส่งเสริมการอ่านและร้านขายหนังสือ

หนังสือเด่น : หนังสือเด่น 7 เรื่องที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ เพื่อส่งเสริมการอ่านและร้านขายหนังสือ

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สัปดาห์นี้ ผมมีหนังสือเด่น 7 เรื่องที่จะแนะนำให้รู้จักกัน ซึ่งจะเด่นในด้านไหนบ้างผมเองก็ยังไม่ได้อ่าน แต่ที่กล้านำมาบอกว่าเป็นหนังสือเด่นเพราะหนังสือ ทั้ง 7 เล่มนี้ ผ่านการ คัดเลือก ตัดสินจากคณะกรรมการ ประกวดหนังสือ ในโครงการวัฒนธรรมร้านหนังสือ ของกระทรวงวัฒนธรรม ที่ร่วมกับ มูลนิธิวิชาหนังสือ มาแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการอ่าน และสนับสนุนธุรกิจร้านขายหนังสือที่ซบเซาให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่

จากโครงการนี้ มีผู้ส่งต้นฉบับเข้ามาร่วมแข่งกันกว่าสามสิบเรื่อง และหลังจากที่ได้มีการคัดเลือกในรอบแรก ก็ได้ หนังสือที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ จำนวน 7 เรื่อง เพื่อรอลุ้นว่า ใครจะติดอันดับไหนอีกครั้งในวันที่ 20 มกราคม ปีหน้า

หนังสือทั้ง 7 เรื่องที่เข้ารอบมีดังนี้

1.เจิม ผลงานของ สิริวัฒน์ เมธี 2.หนังสือสายฝน ผู้คน ความทรงจำ ผลงานของตวงทิพย์ ยุวชิต 3.เฟื่องนคร ผลงานของ สมบัติสวางควัฒน์ 4.ร้านหนังสือบ้านคุณตา ผลงานของ ธีรินทร 5.หนังสือคือเพื่อนและชีวิตผลงานของ อัชฌาฐิณี 6.ขอให้สิ่งสำคัญคงอยู่ตลอดไป ผลงานของ ณัฐวดี คงแสง และ 7.ร้อยวันพันหน้า ผลงานของ สิริกัญญา กุณราชา

ทั้ง 7 เรื่อง ที่ผ่านคณะกรรมการ ผู้ตัดสินมาแล้ว จึงเชื่อได้ว่า จะต้องมีจุดเด่น ที่มากกว่าเรื่องอื่นๆ ซึ่ง ในอีกไม่กี่วัน เมื่อผลการตัดสินรางวัลชนะเลิศออกมาแล้ว ผมเชื่อว่า คณะกรรมการจัดการประกวดคงจะจัดพิมพ์หนังสือที่เข้ารอบทั้ง 7 เล่มออกมาเผยแพร่ให้นักอ่านได้อ่านกันแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์แจก หรือ พิมพ์จำหน่าย มิฉะนั้นผลงาน เพื่อที่จะส่งเสริมให้เกิดการอ่าน และเกิดการตื่นตัวในธุรกิจร้านขายหนังสือก็คงจะไม่แพร่กระจาย กว้างออกไปตามเจตนารมณ์ที่ได้ตั้งเอาไว้

ครับวันนี้ เราก็เอาเพียงแค่รับทราบว่า หนังสือ ที่เข้ารอบชิงชนะเลิศจากโครงการจัดประกวดในโครงการวัฒนธรรมร้านหนังสือของกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางมาถึงจุดนี้แล้ว และรอพบกับบันไดขั้นสุดท้ายในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

เปิดคลังหนังสือลดสูงสุดส่งท้ายปี

มีทั้งแจก ทั้งแถม ทุกแบบทั้งเก่าและใหม่

ซีเอ็ด ผู้ให้บริการร้านหนังสือและสื่อความรู้ที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย พร้อมเปิดคลังพังกระบะ “SE-ED Warehouse Sale 2020” ที่ คลังซีเอ็ด ถ.เทพรัตน (บางนา-ตราด) กม.21 (ฝั่งขาออก) เปิดทุกวันเวลา 09.00-20.00 น.ตั้งแต่วันที่ 4-13 ธันวาคม 2563 SALE กระหน่ำลดสูงสุดกว่า 90%…พบกับหนังสือราคาพิเศษมากมายแบบ “ถูกจริง” “ถูกทุกจุด” ไม่ว่าจะเป็นหนังสือใหม่ซื้อครบ 4 เล่ม ลด 20 % ทุกเล่ม, ลดพิเศษสูงสุด 90% ทั้งหนังสือไทย และต่างประเทศ, หนังสือราคา ONE PRICE เริ่มต้นที่ 10 บาท, เต็มถุง 99 บาท, โปรซื้อยกชุดถูกกว่า ลดถึง30%, สื่อการเรียนการสอน STEM ลด 50 %, สินค้า Gift Shop ลด 70%, กระเป๋าพรีเมียมลดมากกว่า 50% เป็นต้น และพลาดไม่ได้ มีแจกหนังสือฟรีทุกวัน 1 คน ต่อ 1 เล่ม

วิธีเอาชีวิตรอดในโลก AI

ความสนุกผสมกับความรู้ด้านวิทย์

“เอาชีวิตรอดในโลก AI” การ์ตูน เชิงวิชาการ ด้านวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องของ จีโอ จูใน และ มินะ ที่ถูกขังอยู่ในเมือง ซึ่งมี AI เป็นผู้ครอบครอง และที่เมืองนี้ เขาได้พบกับเด็กน้อยอัจฉริยะที่หายตัวไปอย่างไม่มีร่องรอย ทั้งสองจึงวางแผนพาเด็กน้อยอัจฉริยะผู้นี้ให้ออกมาจากเมืองหุ่นยนต์แต่พวกเขาจะทำได้อย่างไร ในเมื่อ AI ทุกตัวต่างก็ชาญฉลาดเหนือมนุษย์ทั้งนั้น ติดตามอ่านได้ใน“เอาชีวิตรอดในโลก AI” ราคาเล่มละ 165 บาท ในรูปแบบของการ์ตูน สี่สี ตลอดเล่ม ที่ให้ทั้งความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และความบันเทิง

ผีและเด็กๆกับการผจญภัย

การ์ตูนที่ครองใจเด็กทุกยุคสมัย

เรื่องราวของผี กับ คนในวัยเด็ก ไม่เคยหมดความนิยมไม่ว่าเด็กจะกลัวผีมากเท่าไร แต่พวกเขาก็ยังอยากฟังเรื่องผี การ์ตูน ที่นำเอาเรื่องผีๆ มาผูกให้เป็นเรื่องเป็นราวจึงเป็นที่นิยมของนักอ่านวัยเด็กตลอดมา “ผีแคมป์สยองขวัญ” เป็นการ์ตูนเกาหลี ที่นำเสนอเรื่องราวของผี ให้เด็กๆ ติดตาม โดยดัดแปลงความน่ากลัว สยดสยองให้เป็นความตื่นเต้นสนุกสนาน คลุกเคล้าไปกับเรื่องผี ในเล่มนี้ เป็นเรื่องของเด็กสองคนที่มีเพื่อนเป็นผีน้อยผู้น่ารัก ตระเวนไปคอยช่วยเหลือเหล่าผีหรือคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ในเล่มนี้ เขาทั้งสองได้เดินทางไปพักผ่อนกับเพื่อนผี แต่แทนที่จะได้พบกับความเบิกบานกับพบกับเรื่องราวที่แปลกๆ อาทิ บ้านร้างบนภูเขา ลำธารที่น่าสะพรึงกลัว ความสนุกจึงกลายเป็นความตื่นเต้น

เขาจะรอดได้อย่างไร เมื่อฉินอวิ๋น เข้าสู่โลกต้าฉู

โลกที่เทพมารปกครอง ทุกแห่งหนล้วนเป็นศัตรู

“กระบี่เหินพิชิตฟ้า”นิยายที่ผสมผสานระหว่าง ยุทธจักรกำลังภายใน กับเรื่องราวความเร้นลับทางไสยศาสตร์ด้านวรยุทธ์ ที่เต็มไปด้วย เวทมนตร์คาถา และสัตว์ประหลาด ที่บรรลุถึงจุดสุดยอดของการบำเพ็ญเพียร ในเล่มที่ 10 ที่กำลังวางตลาดอยู่ในเวลานี้ เรื่องราวของ ฉินอวิ๋น ยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลาง ความเร้นลับของหลายสิ่งหลายอย่างที่มองไม่เห็นและคาดเดาไม่ออก ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ตัวอย่างบางช่วงบางตอนในเล่มนี้ “ที่นั่น เป็นโลกที่เทพมารปกครอง ทุกแห่งหนล้วนเป็นศัตรูของเจ้า พวกเราคิดหาวิธีปลอมแปลงกระแสปราณของเจ้าให้ปะปนอยู่หมู่ปุถุชนได้ แต่ทันทีที่ถูกจับได้ในโลกต้าฉู เกรงว่าบรรดามารสวรรค์จะลงมือโดยตรงทันที” เขียนโดย “หว่อซือซีหงสื้อ” แปลเป็นไทยโดย “ หลินหยาง”

Science Update : ยานฉางเอ๋อ-5 เดินทางกลับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Science Update : ยานฉางเอ๋อ-5 เดินทางกลับโลก (naewna.com)

Science Update : ยานฉางเอ๋อ-5 เดินทางกลับโลก

Science Update : ยานฉางเอ๋อ-5 เดินทางกลับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักงานด้านอวกาศของจีน เปิดเผยว่า ยานฉางเอ๋อ-5 ซึ่งเป็นยานสำรวจดวงจันทร์ของจีน ออกเดินทางจากดวงจันทร์เมื่อเวลา 22.10 น.ของคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจนาน 19 ชั่วโมง ในการเก็บตัวอย่างดินและหินน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม จากจุดที่เรียกว่า มหาสมุทรพายุ (Oceanus Procellarum) เป็นแอ่งใหญ่อยู่ทางขอบด้านตะวันตกของด้านใกล้ของดวงจันทร์ มีพื้นที่ราว 4 ล้านตารางกิโลเมตร เกิดจากภูเขาไฟระเบิดบนดวงจันทร์ และเป็นพื้นที่ที่ยังไม่เคยถูกสำรวจมาก่อน เพื่อนำกลับมาให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการกำเนิดของดวงจันทร์ นับเป็นการเก็บตัวอย่างวัตถุจากพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี

ก่อนที่ยานฉางเอ๋อ-5 จะออกเดินทางจากดวงจันทร์ ได้มีการนำธงชาติจีนไปปักไว้บนพื้นผิวของดวงจันทร์ หากยานฉางเอ๋อ-5 กลับมาลงจอดที่เขตปกครองตนเองในมองโกเลียได้สำเร็จตามแผน จะทำให้จีนเป็นประเทศที่ 3 ของโลกที่สามารถส่งยานขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ จากที่มีเพียงสหรัฐ และสหภาพโซเวียต ทำสำเร็จมาเมื่อหลายสิบปีก่อน

โควิด-19 ทำให้คนทั้งโลกต้องเผชิญปัญหาพร้อมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่เราต้องเอาตัวรอดให้ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – โควิด-19 ทำให้คนทั้งโลกต้องเผชิญปัญหาพร้อมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่เราต้องเอาตัวรอดให้ได้ (naewna.com)

โควิด-19 ทำให้คนทั้งโลกต้องเผชิญปัญหาพร้อมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ  แต่เราต้องเอาตัวรอดให้ได้

โควิด-19 ทำให้คนทั้งโลกต้องเผชิญปัญหาพร้อมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่เราต้องเอาตัวรอดให้ได้

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อวันแรกที่เราได้รับคำสั่งหรือคำขอร้องจากทางการให้ปิดร้าน เราก็งง ไปไม่เป็นอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ตั้งสติได้ แล้วบอกกับทุกคนในร้านของเราว่า เราต้องรอดไปด้วยกัน เราต้องปรับตัวเพื่อสู่กับมัน 

แนวหน้าวาไรตี้สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับผู้ประกอบการร้านอาหารอิตาเลียน ชื่อ Duo Cucina คือ คุณงามจิตต์และคุณณัฐวดี สุขุมาลวัฒน์ โดยผู้บริหารทั้งสองรายย้ำว่า แม้จะมีปัญหาโควิด-19 แต่ก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ และต้องนำพาธุรกิจให้รอด 

สวัสดีครับณัฐวดี ขอเรียนถามว่าในช่วงที่สังคมไทยประสบปัญหาโควิด-19 ทางร้านแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะการทำให้ลูกค้าประจำมั่นใจว่าอาหารของร้านปลอดภัยปราศจากโควิด-19 

คุณณัฐวดี เราให้ความสำคัญกับความสะอาดของวัตถุดิบทุกชนิดสำหรับทำอาหาร และเราเน้นเรื่องความสะอาดภายในร้าน และความสะอาดของพนักงานของเราทุกคน แม้ในช่วงที่ร้านต้องปิด เนื่องจากทางการประกาศของความร่วมมือให้ปิด เราก็ยังเน้นย้ำให้พนักงานทุกคนที่ยังต้องมาทำงาน ต้องรักษาความสะอาดร่างกาย เสื้อผ้า และทำความสะอาดร้านทุกวัน แม้ร้านจะปิดก็ตาม แต่สำหรับเชฟและพนักงานในครัวยิ่งต้องเน้นความสะอาดมากขึ้น ต้องเปลี่ยนชุดใหม่ทันทีเมื่อต้องเข้าปฏิบัติงานในครัว แล้วข้าวของวัตถุดิบ เช่น ผัก เนื้อสัตว์ และภาชนะหีบห่อต่างๆ ที่ส่งมาจากภายนอก เราก็ต้องทำความสำอาดใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ลูกค้ากลัวโควิด-19 เท่านั้น เราทุกคนในร้านก็กลัวเช่นกันค่ะ (หัวเราะ) อาจไม่เรียกว่ากลัวดีกว่า แต่เรียกว่าเราระวังตัวมาก เพราะเราก็ไม่รู้เลยว่าจะมีเชื้อโรคนี้แอบแฝงเข้ามากับหีบห่อต่างๆ หรือไม่เราจึงต้องรอบคอบมากที่สุด ตั้งแต่ต้นน้ำถึงการปรุงอาหารเสร็จที่พร้อมส่งให้ลูกค้า กล่าวได้ว่าในครัวและในร้านของเรานั้นต้องเน้นการทำความสะอาดมากขึ้นกว่าช่วงที่ไม่มีโรคระบาด จานชามช้อนและภาชนะต่างๆ ก็ต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง แล้วยิ่งเมื่อรัฐบาลประกาศผ่อนคลายให้เปิดร้านได้เมื่อเดือนกรกฎาคม เราก็ต้องเคร่งครัดในเรื่องการรับลูกค้าแบบเว้นระยะห่าง (Social Distancing) ต้องวัดอุณหภูมิร่างกายลูกค้าทุกคนก่อนเข้าใช้บริการ และขอให้สวมหน้ากากอนามัยด้วย แล้วเราก็จัดโต๊ะแบบเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด ส่วนพนักงานก็ต้องสวมหน้ากากสวมถุงมือตลอดเวลาที่เสิร์ฟลูกค้า 

ปกติร้านที่เมืองทองธานีรับลูกค้าได้ เต็มที่กี่สิบคนครับ แล้วช่วงที่ทำ Social Distancingรับลูกค้าได้ครั้งละกี่คนครับ ส่วนร้านที่ตลอดยอดพิมาน ปากคลองตลาดรับลูกค้าได้กี่รายครับ 

คุณณัฐวดี : เราเคยจัดงานเลี้ยงได้รวม 100 คน คือทั้งนั่งและยืนนะคะ หากนั่งอย่างเดียวก็ประมาณ 60 คนค่ะ แต่ช่วง Social Distancing เรารับลูกค้าในร้านเพียง 25 คนเท่านั้น โดยเราจะเน้นประชาสัมพันธ์ให้สั่งไปรับประทานที่บ้าน จนกระทั่งล่าสุดเราก็ยังคงรับลูกค้าในร้านไม่เกิน 35 คน ยกเว้นงานเลี้ยงเฉพาะของลูกค้าที่จองมาเป็นกลุ่มเท่านั้น เราจะรับได้ประมาณ 70-90 คน ตามปกติเราจะเน้นให้ลูกค้าโทรฯ มาจองก่อนว่าจะมีกี่คน เพื่อเราจะได้จัดสถานที่ได้เหมาะสม ส่วนร้านที่ตลาดยอดพิมาน รับลูกค้าในร้านได้ประมาณ40-50 คน แต่เรามีลานกลางแจ้งริมแม่น้ำ สามารถรับลูกค้าได้ 150 คนเลยค่ะ 

ช่วง lock down เพื่อป้องกันโควิด-19ทางร้านมีกลยุทธ์อะไรเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ครับ 

คุณณัฐวดี : กลยุทธ์แรกคือเน้นความสะอาดปลอดเชื้อโรค และเน้นมาตรฐานรสชาติอาหาร คือไม่ว่าจะรับประทานในร้านหรือสั่งไปรับประทานที่บ้าน รสชาติจะไม่ต่างกัน และเราก็จัด special promotion คือจัดอาหารแบบset menu ที่เน้นราคาประหยัด และให้บริการส่งอาหารโดยไม่คิดค่าจัดส่งให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เช่น box setราคา 189 บาท แล้วถ่ายภาพยืนยันส่งให้กับผู้สั่งที่ขอให้เราส่งอาหารให้กับบุคลากรทางการแพทย์ค่ะซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก 

เราไปสนทนากับผู้บริหาร Duo Cucinaอีกราย คือคุณงามจิตต์ สุขุมาลวัฒน์ เรียนถามว่าเมื่อช่วงโควิด-19 ระบาดหนักๆ ที่ร้านปรับตัวอย่างไรในเชิงธุรกิจครับ 

คุณงามจิตต์ : วันแรกที่รัฐบาลขอให้ปิดร้านเราก็งงจนไปเกือบไม่ถูก แต่ก็คิดตามความจริงว่า ปัญหานี้มันใหญ่มากและเผชิญกันทั้งโลก เราก็ต้องช่วยกันทุกคนเพื่อให้บ้านเมืองเรารอดพ้นวิกฤตินี้ เมื่อตั้งสติได้ก็ทำตามคำแนะนำของรัฐบาลทุกอย่างไม่ว่าจะรักษาความสะอาดร้าน ครัว ข้าวของเครื่องใช้โต๊ะเก้าอี้ ภาชนะทุกชนิดในร้าน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อต้องเจอผู้คนอื่นๆ รักษาระยะห่าง คือทำตัวเป็นเด็กดีมาก เพราะอยากให้บ้านเมืองเราปลอดพ้นจากโรคนี้ แต่เราขายอาหารอิตาเลียนอาหารชนิดนี้ต้องรับประทานที่ร้านจึงจะอร่อยสดใหม่ แต่เมื่อเราต้อง delivery ให้ลูกค้าที่บ้าน ก็ต้องทำให้อาหารมีรสชาติเหมือนรับประทานในร้านเมื่อปรุงเสร็จใหม่ๆ เราจึงเน้นการทำ salespromotion เช่น ส่งให้ถึงมือลูกค้าภายในเวลา15-30 นาที มีการทำอาหารแบบ set menu และใช้พนักงานส่งอาหารที่เราจ้างไว้ประจำของเรา เพราะไม่ต้องการให้คนส่งสินค้าปะปนกับผู้อื่นนอกเหนือจากลูกค้าของเรา แล้วเรายังต้องคำนึงถึงราคาขายด้วย เนื่องจากในช่วงนั้น หลายรายถูกลดค่าจ้างเงินเดือน เมื่อรายได้เขาลด เราก็ต้องหาของที่ราคาเหมาะสมกับผู้บริโภค แล้วเราก็ดูว่าเราจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายใดได้บ้าง เช่น ต้นทุนเรื่องคนงานซึ่งก็โชคดี เพราะคนงานที่เป็นชาวต่างชาติจากเพื่อนบ้านของกลับบ้านไปบางส่วน ก็ช่วยประหยัดค่าจ้างไปได้ ช่วงแรกเราคิดว่าต้องทำให้ร้านของเราอยู่ให้ได้ เพราะเรามีพนักงาน เราไม่อยากเลิกจ้างเขาเราต้องประคองร้านให้รอด แม้จะได้กำไรไม่มากก็ต้องอยู่ให้ได้ เพราะเรามั่นใจว่าเราทุกคนจะชนะโควิด-19 ได้ มีอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยร้านของเราได้มากคือ การส่งอาหารให้กับคุณหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ เพราะบุคคลเหล่านี้ต้องทำงานหนักในช่วงโควิด-19 ระบาด ไปไหนมาไหนยากมาก เราเชื่อว่าเขาต้องการรับประทานอาหารที่แปลกไปจากประจำวัน เช่น ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวข้าวผัด เราจึงทำ set menu ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน เน้นความสะอาดของอาหารซึ่งเราให้คำสัญญาว่าเมื่อเราปรุงเสร็จ เราสามารถส่งอาหารให้ได้ภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที เพื่อรักษาความสดใหม่ของอาหาร เราพบว่าบุคลากรทางการแพทย์ชอบรับประทานพิซซ่ามาก เพราะรับประทานง่าย แค่เพียงทุกคนล้างมือให้สะอาด แล้วหยิบพิซซ่าคนละชิ้นไปรับประทาน ไม่ต้องใช้ช้อนชามด้วย ชิ้นของใครของมัน ไม่ต้องสัมผัสอาหารของกันและกันด้วย รับประทานเรียบร้อยก็ล้างมือแล้วทำงานต่อได้ทันที แล้วรสชาติก็แตกต่างไปจากอาหารประจำวันในโรงอาหารของโรงพยาบาล เรื่องของความสดใหม่ของอาหารคือหัวใจที่เราเน้นมาก เพื่อให้ลูกค้าได้รับประทานของอร่อยเหมือนอยู่ในร้าน 

ของอร่อยอื่นๆ ในร้านมีอะไรอีกครับ แต่ผมได้ยินเสียงชื่นชมขนมปังปาเนตโตเน (panettone)กันมาก ช่วยเล่าให้ฟังด้วยครับว่าพิเศษอย่างไร 

คุณงามจิตต์ : อาหารเด่นๆ ของเรานอกจากพิซซ่าแล้ว ก็มีสเต๊กค่ะโดยเฉพาะ lamp shop ที่รับรองไม่มีกลิ่นสาบเลย หากรับประทานแล้วพบว่ามีกลิ่นสาบ เรายินดีไม่คิดเงินค่ะ ส่วนสเต๊กปลาก็ได้รับคำชมมาก เพราะเรา grill บนกระทะร้อนจัดที่ใช้การถ่ายความร้อนจากกระทะสู่เนื้อปลา เราไม่ย่างปลากับไฟโดยตรง เพื่อป้องกันการไหม้ที่เนื้อปลาเพื่อไม่ให้เกิดสาร carbon แล้วเราก็ไม่นำเนื้อปลาไปสะดุ้งในน้ำมันก่อนเหมือนที่อื่น แต่เราจะ grillด้วยความร้อนจากกระทะไปทีละน้อย เพราะฉะนั้นสเต๊กของเราจึงใช้เวลาทำนานสักหน่อย 

เชฟหรือแม่ครัวที่ทำอาหารอิตาเลียนเป็นคนไทยหรือต่างชาติครับ 

คุณงามจิตต์ : แม่ครัวเอกของเราคือคนในครอบครัวของเรา เป็นน้องสะใภ้ค่ะ เขาเคยไปทำอาหารที่อิตาลีมานาน 20 ปี อยู่กับเชฟดังคือMr.Enzo เขาได้รับการถ่ายทอดฝีมือการทำอาหารอิตาเลียนมาโดยตรง เน้นการทำอาหารเหมือนเราทำกินเองในครอบครัว แล้วที่สำคัญคือต้องมีอารมณ์สุนทรีมากในการปรุงอาหาร ดังนั้นเขาจะเปิดเพลงคลาสสิกของอิลาเลียนไว้ในห้องครัวตลอดเวลาเพื่อช่วยสร้างบรรยากาศแบบอิตาเลียน ส่วนpanettone หรือขนมปังที่คนพูดถึงมากก็คือขนมปังที่ชาวยุโรปนิยมรับประทานกันในช่วงChristmas แต่เขาจะทำอันใหญ่โตมาก แต่เราดัดแปลงทำเป็นขนาดไม่ใหญ่เหมือนในยุโรป แรกๆเราก็ทำเฉพาะช่วง Christmas แต่เมื่อลูกค้าบอกว่าอร่อย เราก็ทำเป็นประจำ เพราะเรามีลูกค้าทั่วประเทศ สาเหตุที่เราทำอันเล็กๆ ก็เพราะมีผู้สั่งตลอดเวลา แล้วลูกค้าบอกว่าขอให้ทำอันไม่ใหญ่มากนัก ส่วนผสมที่ทำให้ขนมอร่อยก็คือเราใช้วัตถุดิบบางอย่างจากอิตาลี แล้วผสมกับวัตถุดิบในบ้านเรา ผิวส้ม และลูกเกด ที่เราทำเอง เพราะเราต้องการมั่นใจว่าทุกอย่างสะอาดจนเราพอใจ แล้วเราไม่ใส่สารกันบูดนะคะ เราผสมแป้งแล้วหมักไว้ตามเวลา ซึ่งต้องใช้เวลาหมักเป็นวัน เพื่อให้แป้งฟูได้ที่แล้วรอให้แป้ง set ตัว จากนั้นจึงนำไปอบ เมื่อสร้างตั้งต้นการผลิตมีคุณภาพดี ประกอบกับฝีมือของแม่ครัวดี ทุกอย่างก็ออกมาดีทำให้ขนมปังปาเนตโตเนของเรามีรสชาติดีจนหลายคนให้คำชมเชยอย่างมาก 

คุณจะได้พบกับรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการแนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ TNN 2 ช่อง 784ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube แนวหน้าวาไรตี้

Good news : ยิ้มกันวันอาทิตย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Goodnews : ยิ้มกันวันอาทิตย์ (naewna.com)

Goodnews : ยิ้มกันวันอาทิตย์

Goodnews : ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เปิดไฟต้นคริสต์มาส : ต้นคริสต์มาสความสูง 23 ฟุต ด้านหน้าอาคารร็อกเฟลเลอร์ในนครนิวยอร์กของสหรัฐ เปิดไฟประดับประดาหลากสีสันอย่างเป็นทางการ อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จัดขึ้นต่อเนื่องมานาน 88 ปี ถือเป็นการเริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุขในวันคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างเป็นทางการ

อย่าลืมแมส : ภาพวาดสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษพร้อมข้าราชบริพาร ถูกคนนำเอาหน้ากากอนามัยมาสวมปิดบังใบหน้าให้ บริเวณใกล้กับตู้จดหมายของบ้านหลังหนึ่ง ท่ามกลางหิมะตกปกคลุมขาวโพลน ในเมืองพิตโลชี ของสกอตแลนด์

เต็มดวง : ดวงจันทร์เต็มดวงกลมโตและขยับมาอยู่ใกล้โลกอย่างยิ่ง ลอยเด่นบนท้องฟ้ายามพลบค่ำ เหนือหุบเขาที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนของชาวยิว ในเมือง
อัชเคลอน ทางตอนใต้ของอิสราเอล

สวมแมสกันเถอะ : มาสคอตตัวการ์ตูน 3 ตัว เดินผ่านลานสเก็ตกลางแจ้ง ที่มีป้ายแจ้งเตือนเป็นภาษารัสเซียให้สวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่าง เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ใกล้จัตุรัสวลาดิเมียร์ เลนิน ในเมืองเซวาสโตโพล ประเทศรัสเซีย

Tech for Life : 6 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Tech for Life : 6 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

Tech for Life : 6 ธันวาคม 2563

Tech for Life : 6 ธันวาคม 2563

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ลอยน้ำ

กฟผ. วางทุ่นเอก โครงการโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำ เขื่อนสิรินธรแบบไฮบริด ขนาด 45 เมกะวัตต์ คาดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์กลางปีหน้า พร้อมดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี

โครงการนี้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนจึงเรียกว่าระบบไฮบริด ขนาดกำลังผลิต45 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นโครงการโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำแบบไฮบริดใหญ่ที่สุดแห่งแรกของไทย ปัจจุบันมีความคืบหน้างานก่อสร้างของโครงการ อยู่ที่ร้อยละ 66

ผู้ใช้5จีพุ่ง

อีริคสัน เปิดเผยรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด โดยระบุว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนผู้สมัครใช้ 5G ทั่วโลก เพิ่มเป็น 220 ล้านราย พร้อมระบุว่าในปี 2569 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียจะมีผู้ใช้ 5G เพิ่มขึ้นเป็น 380 ล้านราย หรือคิดเป็น 32% ของจำนวนผู้ใช้มือถือทั้งหมด 

ขณะที่ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอเชียเนีย และอินเดียจะมีรายได้จากการให้บริการ 5G แก่ผู้บริโภครวมกันถึง 297 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2569
 

ไฮเทค

หงฉี หรือ Hongqi (แปลว่า ธงแดง) แบรนด์รถซีดานของจีน นำรถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่E-HS9 จำนวน 9 คัน ได้โลดแล่นบนท้องถนนในเมืองฉางชุนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนและมุ่งสู่เมืองไหโข่วทางภาคใต้ของประเทศ การเดินทางที่เรียกว่า “Hongqi Journey” ครอบคลุมระยะทาง 6,170 กิโลเมตรในหลายเมืองของจีน เช่น ปักกิ่ง หนานจิง และเซี่ยงไฮ้ โดยเป็นการทดสอบยานยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี อาทิ ระบบนำทางด้วยภาพจริงเทคโนโลยี AR พวงมาลัยเซ็นเซอร์อัจฉริยะ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ

สะท้อนแสง

เอปสัน เปิดตัวเครื่องพิมพ์เพื่ออุตสาหกรรมสิ่งทอ รุ่น SC-F531 เป็นเครื่องพิมพ์หน้ากว้าง 24 นิ้วมีขนาดกะทัดรัด สามารถพิมพ์หมึกสะท้อนแสงเครื่องแรกของโลก

ทั้งนี้หมึกสะท้อนแสงจะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับงานพิมพ์ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของพรีเมียม เช่น เคสมือถือ แก้ว ที่รองแก้ว หรือหมอนเป็นต้น หรือชุดและอุปกรณ์กีฬา เช่น เสื้อวิ่ง เสื้อจักรยาน หรือแบรนด์เสื้อผ้าที่ต้องการผลิตสินค้าเพื่อทดลองตลาด หรือชุดต้นแบบเพื่อจัดแสดง ทั้งยังสามารถพิมพ์วัสดุสำหรับตกแต่งภายในสถานที่ต่างๆ อย่างร้านอาหารและสถานบันเทิง

Health News : สหรัฐเปิดตัวใบบันทึกฉีดวัคซีนโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Health News : สหรัฐเปิดตัวใบบันทึกฉีดวัคซีนโควิด-19 (naewna.com)

Health News : สหรัฐเปิดตัวใบบันทึกฉีดวัคซีนโควิด-19

Health News : สหรัฐเปิดตัวใบบันทึกฉีดวัคซีนโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยแพร่ภาพใบบันทึกการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และชุดอุปกรณ์การฉีดวัคซีนเป็นครั้งแรก โดย นพ.เคลลี มัวร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการพันธมิตรการสร้างภูมิคุ้มกัน องค์กรเผยแพร่ข้อมูลวัคซีนและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ที่จะฉีดวัคซีนโควิด-19 เผยว่า ใบบันทึกเป็นวิธีง่ายที่สุด ผู้ได้รับวัคซีนสามารถพกติดตัวในกระเป๋าสตางค์ เจ้าหน้าที่จะบันทึกด้วยมือระบุวันรับวัคซีนโดสแรกและโดสสอง คลินิกที่ฉีดวัคซีนจะต้องรายงานการฉีดต่อสำนักทะเบียนวัคซีนระดับรัฐเพื่อให้สามารถติดตามข้อมูลได้ เจ้าหน้าที่อาจขอหมายเลขโทรศัพท์เพื่อแจ้งวันและสถานที่ฉีดโดสที่สอง ด้านผู้อำนวยการสมาคมผู้จัดการสร้างภูมิคุ้มกันเผยว่า การฉีดวัคซีนทุกโดสต้องรายงานต่อศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคหรือซีดีซี

ผู้ดำเนินโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลสหรัฐ (Operation Warp Speed) เผยว่า เตรียมชุดอุปกรณ์พร้อมใช้งานไว้แล้ว 100 ล้านชุด ด้านไฟเซอร์และโมเดอร์นากำลังรอรัฐบาลสหรัฐอนุมัติให้ใช้วัคซีนเป็นการฉุกเฉิน คณะกรรมการของสำนักงานอาหารและยาหรือเอฟดีเอ จะหารือในวันที่ 10 และ 17 ธันวาคมตามลำดับบริษัท หากได้รับอนุมัติจะสามารถลำเลียงชุดแรกได้ในวันที่ 15 และ 22 ธันวาคมตามลำดับ และฉีดให้ชาวอเมริกันได้ 20 ล้านคนภายในเดือนนี้

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘วัดโพธิ์ประทับช้าง’ ภูมิศิลป์ถิ่นกำเนิดพระเจ้าเสือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วัดโพธิ์ประทับช้าง’ ภูมิศิลป์ถิ่นกำเนิดพระเจ้าเสือ (naewna.com)

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วัดโพธิ์ประทับช้าง’  ภูมิศิลป์ถิ่นกำเนิดพระเจ้าเสือ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วัดโพธิ์ประทับช้าง’ ภูมิศิลป์ถิ่นกำเนิดพระเจ้าเสือ

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อาทิตย์นี้ได้ตามรอยสยามไปกับเรื่องราวของพระเจ้าเสือไปที่วัดโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร หลังจากที่สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กรมศิลปากร ได้ขุดค้นแหล่งโบราณสถานเพิ่มเติม จนทำให้เป็นแหล่งศึกษาสำคัญของท้องถิ่นไปแล้ว ด้วยวัดโพธิ์ประทับช้างแห่งนี้เป็นวัดที่มีหลักฐานในประวัติศาสตร์ว่าพระเจ้าเสือ กษัตริย์อยุธยา แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ซึ่งครองราชย์ในช่วง พ.ศ.2246-2251 นั้น ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นในบริเวณสถานที่ประสูติที่บ้านโพธิ์ประทับช้างในพระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์วัดพระเชตุพน ฉบับตัวเขียน ระบุว่าเป็นพระเจ้าเสือเป็นพระราชโอรสลับในสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกับพระสนมซึ่งเป็นพระราชธิดาของพญาแสนหลวง เมืองเชียงใหม่ (คำให้การขุนหลวงหาวัด) ออกพระนามว่าพระราชชายาเทวี หรือ เจ้าจอมสมบุญ แต่คำให้การชาวกรุงเก่าว่า นางกุสาวดี ต่อมาสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้พระราชทานพระสนมนี้ให้แก่พระเพทราชาเมื่อครั้งเป็นเจ้ากรมช้าง ทั้งคำให้การขุนหลวงหาวัดและคำให้การชาวกรุงเก่า มีเนื้อหาสอดคล้องกันว่านางเป็นสนมลับของพระนารายณ์แม้จะต่างกันเพียงชื่อของนาง ในพระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระชาติกำเนิดแตกต่างไปว่าสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงทำศึกสงครามกับเมืองเชียงใหม่แล้วได้ราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่เป็นสนม แต่นางสนมเกิดตั้งครรภ์ พระองค์ได้ละอายพระทัยด้วยเธอเป็นนางลาว พระองค์จึงได้พระราชทานแก่พระเพทราชาดังความว่า แล้วเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาจากเมืองเชียงใหม่นั้น พระองค์เสด็จทรงสังวาสด้วยพระราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่ และนางนั้นก็ทรงครรภ์ขึ้นมา ทรงพระกรุณาละอายพระทัย จึงพระราชทานนางนั้นให้แก่พระเพทราชา แล้วดำรัสว่านางลาวนี้มีครรภ์ขึ้นมา เราจะเอาไปเลี้ยงไว้ในพระราชวังก็คิดละอายแก่พระสนมทั้งปวง และท่านจงรับเอาไปเลี้ยงไว้ ณ บ้านเถิด และพระเพทราชาก็รับพระราชทานเอานางนั้นไปดูแลเลี้ยงไว้   

เมื่อพระเจ้าเสือขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์จึงสร้างวัดโพธิ์ประทับช้างที่บ้านเกิด วัดนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านเก่า หันหน้าลงสู่แม่น้ำน่านที่อยู่ทางทิศตะวันตกด้วยก่อนนั้นใช้เป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่ทัพพระนารายณ์ ได้ล่องเรือผ่านมา และได้ตั้งบ้านให้พระสนมจากเมืองเชียงใหม่ไว้ที่นี่ อยู่จนพระสนมคลอดพระโอรสคือ นายมะเดื่อ จากเหตุเกิดใต้ต้นมะเดื่อ เมื่อเติบโตแล้วจึงรับมารับราชการอยู่กับพระเพทราชา มีนามที่รู้จักกันดีว่า ขุนสรศักดิ์

สำหรับวัดโพธิ์ประทับช้างแห่งนี้สร้างเป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ มีพระอุโบสถเป็นประธานอยู่กึ่งกลางเขตพุทธาวาสพระอุโบสถเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ตั้งอยู่บนฐานไพที มีมุขเด็จด้านหน้าและด้านหลัง ประตูตกแต่งสวยงามด้วยซุ้มยอดบุษบก ผนังอุโบสถเจาะช่องหน้าต่างเป็นช่องแสงแคบๆ ให้แสงสว่างเข้าด้านใน มีเสารับน้ำหนักโครงสร้าง ซุ้มหน้าต่างประดับลวดลายปูนปั้นรูปพันธุ์พฤกษา นอกอุโบสถมีใบเสมาทั้ง ๘ ทิศ รูปแบบสถาปัตยกรรมพระอุโบสถ เป็นศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลายที่นิยมศิลปะแบบยุโรป ภายในพระอุโบสถตั้งฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นสด เรียกกันว่า “หลวงพ่อโต” แสดงปางมารวิชัย รอบโบสถ์นั้นมีเจดีย์รายและเจดีย์ย่อมุมอยู่ด้านหน้ากับวิหารน้อย ด้านขวาเป็นเขตที่มีอาคารนัยว่าเป็นตำหนักของพระเจ้าเสือถัดไปเป็นเขตสังฆาวาสที่มีอาคารหรือกุฏิสำหรับพระสงฆ์จำพรรษา ส่วนด้านซ้ายของเขตพุทธาวาส ด้านหน้านั้นมีกำแพงล้อมรอบเป็นบริเวณกว้างตรงกลางสร้างศาลาขนาดใหญ่ น่าจะเป็นส่วนที่ถูกใช้ในส่วนติดตามพระเจ้าเสือในครั้งมากำกับการก่อสร้างวัดแห่งนี้   

ลักษณะพิเศษของวัดนี้คือฐานปรางค์และเจดีย์ย่อมุมของวัดโพธิ์ประทับช้าง มีการเจาะช่องเป็นซุ้มโค้งเพื่อบรรจุพระพิมพ์ขนาดใหญ่หรือตามประทีป เช่นเดียวกับซุ้มที่พบในวังนารายณ์ราชนิเวศน์ จ.ลพบุรี นับเป็นจุดท่องเที่ยวใน ๔ จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เพื่อสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจเพื่อไม่ให้เป็นเมืองผ่านแต่จะทำให้ทุกคนได้เรียนรู้และเข้าถึงข้อมูลพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้มากขึ้น

ตะลอนเที่ยว : วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง งดงามวิจิตรอลังการ เมื่อได้ยลในยามคํ่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ตะลอนเที่ยว : วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง งดงามวิจิตรอลังการ เมื่อได้ยลในยามคํ่า (naewna.com)

ตะลอนเที่ยว : วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง  งดงามวิจิตรอลังการ เมื่อได้ยลในยามคํ่า

ตะลอนเที่ยว : วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง งดงามวิจิตรอลังการ เมื่อได้ยลในยามคํ่า

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ใกล้จะเข้าสู่ปีพุทธศักราชใหม่แล้ว คือ ปีพุทธศักราช2564 ในโอกาสสำคัญเช่นนี้ คนไทยโดยเฉพาะชาวพุทธ ก็มักนิยมไปทำบุญ ทำทาน และกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตของตนเอง ส่วนคนไทยที่นับถือศาสนาอื่นๆ ก็มักจะไปทำกิจพิธีทางศาสนาตามที่แต่ละคนนับถือ  

สถานที่สำคัญอันดับต้นๆ ของคนไทยผู้นับถือพุทธศาสนา และคนไทยที่นับถือศาสนาอื่น รวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทยคือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ววัดประจำพระบรมมหาราชวัง หรือวังหลวงของกรุงรัตนโกสินทร์ 

ที่ผ่านมาทุกปี เราจะพบว่ามีคนไทยจำนวนมากมายไปกราบนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เพื่อขอพรให้มีชีวิตรุ่งเรืองสดใส มีความเจริญก้าวหน้า โดยคนจำนวนมากจะไปกราบนมัสการในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม และจะมีคนจำนวนมากเช่นกันที่ไปกราบพระแก้วมรกตในวันสิ้นปีที่ต่อเนื่องกับวันเริ่มต้นปีใหม่ แต่จะต้องกราบนมัสการอยู่ภายนอกพระกำแพงวัด  

แต่สำหรับปีนี้ นับได้ว่าคนไทยมีความโชคดีมากเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เปิดวัดพระแก้วในยามค่ำ ตั้งแต่วันที่ 1-6 ธันวาคม 2563 เวลา 16.30-21.30 น. เพื่อให้ชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเข้ากราบนมัสการพระแก้วมรกตได้ เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติและวันชาติไทย วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นยังเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  

สำหรับประตูที่เปิดให้เข้ากราบนมัสการพระแก้วมรกต และชมความงดงามวิจิตรของวัดพระแก้วได้คือประตูสวัสดิโสภา ตรงข้ามกับกระทรวงกลาโหม 

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการไตรโครงการ งานวันพ่อแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2563 เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของล้นเกล้าล้นกระหม่อม รัชกาลที่ 9 นิทรรศการจัดที่บริเวณถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ และมิวเซียมสยาม (ที่ตั้งกระทรวงพาณิชย์เดิม) 

ขอเชิญชวนคุณๆ ที่ยังไม่ได้เข้าชมความงดงามวิจิตรของวัดพระแก้วในยามค่ำคืน และยังไม่ได้เข้ากราบนมัสการขอพรพระแก้วมรกต โดยยังสามารถเข้าชมได้จนถึงเวลา 21.30 น. ของวันที่ 6 ธันวาคม 2563