ทั่วโลกติดโควิดกว่า66.8ล้านราย ตายกว่า 1.5ล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทั่วโลกติดโควิดกว่า66.8ล้านราย ตายกว่า 1.5ล้าน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 09:57 น.ทั่วโลกติดโควิดกว่า66.8ล้านราย ตายกว่า 1.5ล้านยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกล่าสุดกว่า 66.8 ล้านราย เสียชีวิต 1.53 ล้านราย สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อสูงสุด รองลงมาเป็นอินเดีย และบราซิล

เว็บไซต์ Worldometer รายงานข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 66,833,007 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,533,741 ราย

สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (14,981,840) รองลงมาคืออินเดีย (9,644,529), บราซิล (6,577,177), รัสเซีย (2,431,731) และฝรั่งเศส (2,281,475)

ส่วนประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านราย ได้แก่ สเปน สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนตินา โคลอมเบีย เม็กซิโก เยอรมนี โปแลนด์ และอิหร่าน

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (287,825) ตามมาด้วยบราซิล (176,641), อินเดีย (140,216), เม็กซิโก (108,863) และสหราชอาณาจักร (61,014)

“มหิดล” ผนึกกําลัง “รีเสิร์ชเอ็กซ์” ลงนามขับเคลื่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“มหิดล”ผนึกกําลัง”รีเสิร์ชเอ็กซ์”ลงนามขับเคลื่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (komchadluek.net)

“มหิดล”ผนึกกําลัง”รีเสิร์ชเอ็กซ์”ลงนามขับเคลื่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี

"มหิดล"ผนึกกําลัง"รีเสิร์ชเอ็กซ์"ลงนามขับเคลื่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี

5 ธันวาคม 2563 – 19:06 น.

“มหิดล”ผนึกกําลัง”รีเสิร์ชเอ็กซ์”ลงนามขับเคลื่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ จํากัด จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัย “การ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี” ณ ห้องประชุมพิทยา จารุพูนผล ชั้น 5 อาคารเทพนม เมืองแมน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก ที่ส่งผลกระทบทั้งด้าน เศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน การพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้านการแพทย์และสุขภาพ ถือเป็นเรื่องสําคัญและมีความจําเป็นอย่างยิ่งดังนั้นจึงเกดิความร่วมมือในการลงนามร่วมกันภายในเครือข่ายย่าน นวัตกรรมการแพทย์โยธี ที่มุ่งสร้างต้นแบบเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อนวัตกรรมการแพทย์ของประเทศ รัฐบาลจึง มีนโยบายที่จะพัฒนาย่านนี้ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและนวัตกรรมทางการแพทย์ ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธีขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ 2 กระทรวงคือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงสาธารณสุข

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ จํากัด จึงจับมือกันร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการ วิจัย “การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี” เพื่อร่วม ดําเนินการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ การ สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ และการมีส่วนร่วมแบบโปร่งใส เพื่อเป้าหมายของการ “อยู่ เป็น สุข” และ ร่วมมือกันผลักดันผลงานวิจัยนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าให้เกิดทรัพย์สินทางปัญญาจากหิ้งสู่ห้าง ยกระดับมาตรฐาน การดูแลสุขภาพและการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพตามแผนยุทธศาสตร์ของชาติ Thailand 4.0 ในการพัฒนา        

"มหิดล"ผนึกกําลัง"รีเสิร์ชเอ็กซ์"ลงนามขับเคลื่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี

ประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) พร้อมทั้งขับเคลื่อนการวิจัยค้นคว้าและพัฒนา ผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้องค์ความรู้ “อยู่ เป็น สขุ ” (V Wellbeing) ส่งเสริมงานวิจัยนวัตกรรมให้เกิดการต่อ ยอดสู่เชิงพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะ สาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงานและเป็นผู้แทนลงนาม พร้อมทั้งรอง ศาสตราจารย์ธราดล เก่งการพานิช คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นพยานในการลงนาม และได้รับเกียรติจาก นายภาคภูมิ เพิ่มมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ จํากัด ให้เกียรติเป็นผู้แทน ร่วมลงนาม พร้อมทั้งคุณนิตยา บุญเป็ง ผู้ประสานงานวิจัยเชิงพาณิชย์ บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ จํากัด ร่วมเป็นพยาน ในการลงนาม โดยเป็นผู้แทนของรองศาสตราจารย์ ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาด้านกฏหมายและทรัพย์สินทาง ปัญญา บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ จํากัด        

ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ความ ร่วมมือของคณะสาธารณสุขฯ กับ บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ จํากัด สืบเนื่องมาจากแผนงานของเราทั้งสองฝ่ายนั้น นอกจากจะตอบโจทย์ Health Literacy ซึ่งมีหัวใจสําคัญ คือ เข้าถึง เข้าใจ โต้ตอบ ซักถาม แลกเปลี่ยน ตัดสินใจ เปลี่ยนพฤติกรรม และบอกต่อ ตามนโยบายของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ คํานึงถึงสุขภาพของประชาชน คณะสาธารณสุขฯ ของเรายังต้องการองค์กรที่จะมาช่วยตอบโจทย์ด้านนวัตกรรม ดิจิทัลให้กับเราด้วย นั่นก็เพราะคณะสาธารณสุขฯ ของเราสามารถเป็นนวัตกรรมสังคมให้กับผู้คนได้ด้วยตัวเอง แต่ เรายังขาดองค์กรที่จะมาต่อยอดนวัตกรรมด้านดิจิทัลและไอทีที่สามารถเข้ากับ Health Literacy ของคนทั่วไปได้ แบบง่ายๆ ทางบริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ฯ มาเสนอแผนงานให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เราจึงเลือกที่จะลงนามความ ร่วมมือด้วย”         

ดร.ชะนวนทอง บอกอีกว่า “การที่ตัดสินใจลงนามร่วมมือกับ บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ฯ สิ่งสําคัญอีกประการก็คือ การมีค่านิยมร่วมที่ตรงกันของทั้งสองฝ่าย ซึ่งไม่ใช่ธุรกิจที่วัดเพียงตัวเงิน หรือรายได้เท่านั้น แต่เป็นธุรกิจที่สร้าง มูลค่าให้กับสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ตีค่าไม่ได้ อีกอย่างบริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ฯ ไม่ได้เอางานวิจัย หรือนวัตกรรมที่มีมาขาย แต่นํามาเพื่อพัฒนาร่วมกัน ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างมูลค่าให้กับทุกคน และช่วยลดช่องว่างระหว่างฐานะได้ นี่คือ หลักการของงานสาธารณสุขที่เห็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นสําคัญ”     

“ดิฉันมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า การลงนามร่วมมือกันในครั้งนี้ นอกจากจะตอบโจทย์ทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว ยัง ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับทุกคนอีกด้วย เพราะยุคนี้คําว่า สุขภาพกับเศรษฐกิจต้องเดินควบคู่กันไป ยิ่งในช่วง โควิด-19 ระบาดนี่ยิ่งสําคัญ เนื่องจากเราจะอยู่คนเดียวในสังคมไม่ได้ เราต้องพึ่งพากัน และมองไปในทางบวก ดิฉัน มองว่านักธุรกิจก็เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมทางที่ต้องเดินไปด้วยกัน ยิ่งงานวิจัยที่ทําให้สังคมดีขึ้น เรายิ่งต้องส่งเสริม สนับสนุน แต่ต้องทําด้วยความระมัดระวัง และทําด้วยความโปร่งใส เพื่อให้ผลที่ได้ออกมาดีที่สุดสําหรับทุกคน เพราะงานสาธารณสุขไม่ได้อยู่แค่ในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่อยู่ในชีวิตประจําวันของเราทุกคนด้วย อย่างโครงการ ‘สูงเนินโมเดล’ ที่ดิฉันเคยทําที่ จ.นครราชสีมา ที่เริ่มต้นเมื่อปี 2561 จนมาถึงปัจจุบันนี้ เชื่อมั้ยว่าเราสามารถช่วย ให้มีผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่สูงเนินน้อยลงอย่างมาก เพราะทุกคนที่เข้าร่วมได้รับความรู้และหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพ ตัวเองอย่างจริงจังนั่นเอง”

ดร.ชะนวนทอง พูดถึงแนวคิด ‘อยู่ เป็น สขุ ’ หรือ V Wellbeing ว่า V หมายถึง เราทุกคน ที่ต้องเข้าถึง และเข้าใจข้อมูลในเรื่องการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง และคําว่า Wellbeing หมายถึง สุขทั้งในและนอก อยู่ตรงไหนก็ สุข เพราะรู้ว่าตัวเองกําลังทําอะไร และรู้ว่าเพื่อน หรือครอบครัวเราทําอะไร คือต้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของ ตัวเองได้ เพราะเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไป เราก็จะสามารถอยู่กับการเปล่ียนแปลงได้อย่างมีความสุข

“สําหรับแนวคิดในการขับเคลื่อน หรือผลักดันงานวิจัยด้านสุขภาพ ตามความคิดของดิฉัน คือ การแชร์ ความรู้ให้กันและกันนั้นมีความสําคัญอย่างยิ่ง ซึ่งตรงกับหลักการของ Health Literacy ที่สุดเลย เพราะทุกคนเป็น หมอด้วยตัวเองในเรื่องสุขภาพได้ ฉะนั้น ก่อนที่จะเจ็บป่วย เราต้องรู้วิธีป้องกัน หรือเมื่อเจ็บป่วยแล้ว เราต้อง สามารถพูดคุยกับหมอที่โรงพยาบาลรู้เรื่อง นี่คือสิ่งที่คณะสาธารณสุขฯ ลุกขึ้นมาขับเคลื่อนและผลักดัน เพื่อทําให้ ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสมอภาคในเรื่องสุขภาพที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน”        

ด้าน นายภาคภูมิ เพิ่มมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ จํากัด พูดถึงความเป็นมาของการ จับมือร่วมกันทํางานด้านวิจัยให้ฟังว่า “เนื่องจากย่านโยธีเป็นพื้นที่ ที่เน้นในเรื่องนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ความเป็นมาที่ บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ฯ ได้มาร่วมมือกับคณะสาธารณสุขฯ ม.มหิดล เนื่องมาจาก ประเทศไทยของเรานั้น เป็นจุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ถือเป็นอันดับ 1 ของโลก ด้วยบริการที่ดีกว่า และราคาที่เป็นมิตร เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้ว เมืองไทยจึงได้เปรียบ สิ่งสําคัญอีกอย่างก็คือ บ้านเรามีสถานที่ ท่องเที่ยวที่สามารถเป็นที่พักฟื้นให้ผู้ป่วยซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก จะไปภูเขา หรือทะเลก็เดินทางแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น แถมค่าครองชีพในบ้านเรายังไม่สูงมาก รัฐบาลจึงต้องการโปรโมทเรื่องนี้ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากธุรกิจ       

"มหิดล"ผนึกกําลัง"รีเสิร์ชเอ็กซ์"ลงนามขับเคลื่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี

เกี่ยวกับการแพทย์อย่างโรงพยาบาลแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ธุรกิจอื่นๆ เช่น สปา และเวลเนส ซึ่งบ้าน เรามีชื่อเสียงเป็นอย่างดีอยู่แล้วทั่วทุกภูมิภาคของไทย พอเรานําโครงการนี้มาเสนอกับท่านคณบดีคณะสาธารณสุข ฯ ท่านก็เห็นด้วยทันที เพราะเป็นสิ่งที่คณะสาธารณสุขฯ ต้องการจะผลักดันในเรื่องนี้อยู่แล้ว”

นายภาคภูมิ บอกว่า “บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ฯ เคยเซ็นสัญญาลงนามความร่วมมือกับโรงพยาบาลและ สถาบันการแพทย์ชั้นนํามาก่อนแล้ว ซึ่งเป็นความร่วมมือกันในการพัฒนา นวัตกรรมการแพทย์เชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ดังนั้น เมื่อลงนามกับคณะสาธารณสุขฯ ม.มหิดล ก็จะเน้นนโยบาย ‘การป้องกัน’ ซึ่ง จะช่วยลดทั้งค่ายา ค่ารักษา และค่าเครื่องมือแพทย์ เป็นการช่วยประหยัดงบประมาณให้กับรัฐบาลได้อีกทางหนึ่ง เพราะต่อให้คุณเป็นคนร่ํารวยมีเงินเยอะ แต่ถ้าคุณต้องมาเจ็บป่วยบ่อยๆ คุณก็ไม่มีความสุขแน่นอน ดังนั้น มา หาทางป้องกันไว้ก่อนเป็นการดีที่สุด”         

“สําหรับบทบาทของ บริษัท รีเสิร์ช เอ็กซ์ฯ เราถือว่าเราเป็นบริษัทเอกชนรายแรกๆ ที่สํานักงานนวัตกรรม แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นสถาบันที่ก่อตั้ง โดยรัฐบาลได้ชวนเรามาร่วมมือด้วย ด้วยความที่บริษัทเราได้รับการสนับสนุนด้านนวัตกรรมมาโดยตลอด 11 ปี ทั้ง ทุนวิจัย ทั้งการประชาสัมพันธ์งานวิจัย ซึ่งทั้งหมดเป็นการนํางานวิจัยจากบนหิ้งไปสู่ห้าง พูดง่ายๆ ว่าเป็นการนํา งานวิจัยต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เมื่อ NIA ต้องการสนับสนุนงานวิจัยให้มีอิมแพคมากขึ้น NIA จึงมีนโยบายในการ สนับสนุนให้เกิดย่านนวัตกรรม อย่างที่ได้บอกไว้ว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์อันดับ 1 ของโลก ฉะนั้น ย่านนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพโยธีจึงเหมาะสมมาก เพราะมีโรงพยาบาลและสถาบันวิจัย การแพทย์ตั้งอยู่เยอะอยู่แล้ว”           

"มหิดล"ผนึกกําลัง"รีเสิร์ชเอ็กซ์"ลงนามขับเคลื่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี

“รูปแบบการทํางานของเรา คือ จะต้องคุยกับนักวิจัยก่อน ว่างานวิจัยไหนสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ได้บ้าง เช่น ถุงเท้าสําหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยูเรีย ชิ้นนี้เป็นงานวิจัยที่บริษัทเราทําขึ้นมา คุณสมบัติ คือ ถุงเท้านี้ จะช่วยลอกผิวหนังเท้าของผู้ป่วยเบาหวานให้หลุดร่อนออกมาโดยง่าย เพื่อไม่ให้ผิวหนังบริเวณเท้าเกิดแผลกดทับ แล้วลามเป็นแผลไม่หายจนถึงขั้นผู้ป่วยต้องตัดขา หรือจะเป็นนวัตกรรมวัสดุเส้นใยชีวภาพขึ้นรูปจากน้ํามะพร้าวที่ นํามาทําเป็นแผ่นมาส์กหน้าส่งไปขายที่เกาหลี ซึ่งมาส์กนี้สามารถช่วยป้องกันฝ้าและป้องกันการอักเสบที่เกิดจาก การยิงเลเซอร์เพื่อความงามบนใบหน้าได้ เป็นต้น”          

“ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ ก็ยิ่งเข้ากับนโยบายการป้องกันของ เราพอดีเลย สิ่งที่ทุกคนสามารถทําได้ในตอนนี้ คือ การป้องกัน โดยทําให้สุขภาพของตัวเองแข็งแรงเข้าไว้ วิธีการ ของเรา คือ เปลี่ยนวิธีให้ข้อมูล เป็นภาษา หรือ รูปภาพ ที่เข้าใจได้ง่าย สอดคล้องกับวิถีชีวิต และภูมิสังคม ของคน กลุ่มต่างๆ เพื่อเขาจะได้นําข้อมูลไปใช้ ในการตัดสินใจได้ และ ทําตามที่ตัดสินใจจนสําเร็จ ซึ่งกระบวนการนี้ เรียกว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (health literacy) เช่น ลดการกินยา โดยเลือกรับประทานอาหารที่ได้คุณค่าแทน ลดการรับประทานเค็มครึ่งหนึ่ง หรือลดการรับประทานหวานครึ่งหนึ่ง เป็นต้น โดยเราจะมีเครื่อง Bio Feedback ซึ่งเป็นเครื่องสแกนดิจิทัล เพื่อตรวจวัดตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งเครื่องนี้จะสะท้อนผลลัพธ์ออกมาให้เห็นว่า มี อวัยวะส่วนไหนภายในร่างกายของเราที่กําลังมีความผิดปกติเกิดขึ้นบ้าง ทําให้เรารู้ถึงสาเหตุและรีบป้องกันการ เจ็บป่วยได้นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมการทําUrbanFarmโดยใช้พื้นที่ของดาดฟ้าตึกปลูกผักและใช้ระบบดิจทิัล รดน้ําอัจฉริยะ โดยการวัดสภาพอากาศและควบคุมเวลาเปิด-ปิดน้ําผ่านแอพพลิเคชั่น มีโรงเรือนกางมุ้ง และมีห้อง แล็บ เพื่อตรวจสอบเรื่องยาฆ่าแมลง เชื้อโรค รวมทั้งไข่พยาธิด้วย ซึ่งเราจะใช้ตรงนี้เป็นโมเดลในอนาคต โดยจะเริ่ม ลงมือทําในเดือนธันวาคมนี้” นายภาคภูมิ กล่าวทิ้งท้าย

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ ‘นายกไก่’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ ‘นายกไก่’ (komchadluek.net)

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ ‘นายกไก่’

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ 'นายกไก่'

6 ธันวาคม 2563 – 12:35 น.

คู่เอก อบจ.แดนบูรพา “นายกไก่” ปะทะ “นายกสิงห์” ชี้ขาดที่พี่เลี้ยงระหว่าง “ตันเจริญ” กับ “ฉายแสง”….คอลัมน์ท่องยุทธภาพ โดย ขุนน้ำหมึก

ต้องยกให้เป็นคู่เอก ในสังเวียนชิงเก้าอี้นายก อบจ.ภาคตะวันออก ระหว่าง “นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา กับ “นายกสิงห์” จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบางผึ้ง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

อ่านข่าว : ศึกล้านนา’แม้ว’ ไม่ทน สยบเกม ‘จตุพร’

             : อบจ.ฝั่งโขง 3 คน 3 ค่าย โตมาจากทักษิณ

ลำพังชื่อชั้น นายก อบต.ย่อมสู้นายก อบจ. ไม่ได้ แต่บังเอิญ “นายกสิงห์” ได้พี่เลี้ยงระดับชาติอย่างตระกูล “ฉายแสง” แถมสวมเสื้อก้าวหน้าของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงสู้ได้แบบมีลุ้น

2 สมัยที่ผ่านมา “นายกไก่” ลงสนาม อบจ.แปดริ้ว เหมือนไม่มีคู่แข่ง จึงไม่ต้องหาเสียงอะไรมากมาย ผิดกับครั้งนี้ “นายกไก่” ต้องปรับตัว และปรับกลยุทธ์สู้กระแสธนาธร

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ 'นายกไก่'

ฐิติมา   ฉายแสง 

++

ฉายแสงไม่ยอมแพ้

++

แม้จะไม่ได้เป็น ส.ส.ทั้งตระกูล แต่ 3 พี่น้อง-จาตุรนต์ วุฒิพงศ์ และฐิติมา ก็ไม่หยุดการเคลื่อนไหว

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2563 “เจ๊เปิ้ล” ฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา โพสต์เฟซบุ๊คว่า “เกือบ 20 ปีแล้วที่จังหวัดฉะเชิงเทราไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร มีอย่างเหรอ ฉะเชิงเทราอยู่ติดกับกรุงเทพแต่ก็ยังมีปัญหาไม่มีน้ำประปาใช้ อย่างนี้มันต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตค่ะ..ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วค่ะ”

ตอนท้าย “ฐิติมา” บอกชัดๆว่า “ขอเชียร์ นายกสิงห์เป็นนายก อบจ.ฉะเชิงเทราคนใหม่ และ สจ. เขตเบอร์ 2 ทั้ง 2 ใบ”

จริงๆแล้ว ช่วงก่อนวันรับสมัครนายก อบจ. ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ นายกเทศมนตรีตำบลบางผึ้ง อ.บางปะกง ได้ออกงานร่วมกับกลยุทธ ฉายแสง นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา และวุฒิพงษ์ ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา อยู่บ่อยๆ

กลางปี 2562 “นายกสิงห์” เสนอตัวเป็นว่าที่นายก อบจ.แปดริ้ว ของพรรคอนาคตใหม่ และได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทน เมื่อพรรคถูกยุบ นายกสิงห์ได้เดินเคียงข้างคนตระกูลฉายแสงพบปะชาวบ้าน ก่อนจะสวมเสื้อ “คณะก้าวหน้า” ลงสนาม

ในเวทีการเมืองระดับชาติ จาตุรนต์ ประกาศตั้งพรรคการเมืองใหม่ ชูธงประชาธิปไตยสูงเด่น ฉะนั้นการเมืองท้องถิ่น ตระกูล “ฉายแสง” หวังให้ “นายกสิงห์” มายึดทำเนียบท้องถิ่น

ส่วนนายกเล็กเมืองแปดริ้ว ตระกูล “ฉายแสง” ผูกขาดมาแต่รุ่นเตี่ย ยันรุ่นลูก

++

พันธมิตร 3 ตระกูล

++

“นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ เป็นนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา มาตั้งแต่ปี 2547 และเพิ่งส่งลูกชาย-ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ เป็น ส.ส.แปดริ้ว สมัยแรกในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

มีความชัดเจนว่า ตระกูล “ตันเจริญ” และ “ศิริลัทธยากร” จับมือ “นายกไก่” ปูพรมหาเสียงกันหนักในช่วงโควิดระบาด

นอกจากนี้ ยังแตะมือกับจินดา มะลิผล พี่สาวสุชาติ (ภรรยา รส มะลิผล อดีต ส.ส.แปดริ้ว) บ้านใหญ่สนามชัยเขต

ผลสะเทือนจากการเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว กระแสธนาธร เขย่าบ้านใหญ่ชลบุรีจนร่วง และเบียดได้ 2 ที่นั่งในแปดริ้ว ทำให้ “นายกไก่” ต้องหันมาใช้กลยุทธ์สื่อดิจิตอลหาเสียง

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ 'นายกไก่'

นายกสิงห์  ขวัญใจคนบางปะกง

การพึ่งพาระบบหัวคะแนนอย่างเดียวคงไม่ได้ จึงใช้มืออาชีพมาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ “นายกไก่” เริ่มจากการเปิดแฟนเพจ “ผู้ใหญ่ไก่ รักแปดริ้ว” เพื่อสื่อสารกับผู้คนในโลกโซเชียล

ฉายแสงสู้ หนุนก้าวหน้า ล้มแชมป์ 'นายกไก่'

นายกไก่ ลงทุนใช้สื่อดิจิตอลหาเสียงกันคนรุ่นใหม่

ศึก อบจ.ยุคม็อบราษฎร “นายกไก่” เหนื่อยกว่าทุกครั้ง ลุยเคาะประตูบ้านทุกหมู่บ้านย่านตำบล

“เผ่าภูมิ” ชงแนวคิด ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เผ่าภูมิ” ชงแนวคิด ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว (komchadluek.net)

“เผ่าภูมิ” ชงแนวคิด ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว

"เผ่าภูมิ" ชงแนวคิด  ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว

6 ธันวาคม 2563 – 12:55 น.

“ดร.เผ่าภูมิ” ชงแนวคิด “ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว” ดูสินเชื่อและทิศทางพัฒนาท่องเที่ยวทั้งระบบ

 ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายฯพรรคเพื่อไทย และทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า  ภาคการท่องเที่ยวเป็นภาคการผลิตที่ใหญ่ และสำคัญมากของไทย ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานไปหลายภาคส่วน การจ้างงานจำนวนมหาศาลในวงกว้าง และเป็นอนาคตของไทย

 แต่ภาคท่องเที่ยวมีลักษณะจำเพาะ เพราะลักษณะธุรกิจมีความไม่เป็นทางการสูง เป็นรายย่อยสูง และมีความไม่แน่นอนสูง เช่น ร้านนวดสปาริมถนน โต๊ะทัวร์ เรือท้องแบนดูปะการัง เป็นต้น ซึ่งทำให้เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบธนาคารปกติรวมถึงพวก Soft Loan จึงล้มตายกันมากในช่วงโควิด-19 และกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยหรือกองทุนอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่ทางออกที่ดี

 ผมเห็นความจำเป็นที่เราจะต้องคิดใหญ่กว่านั้น ที่จะต้องมีสถาบันการเงินเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ หรือ “ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว” ทั้งในแง่สินเชื่อในวิกฤตินี้และวิกฤติอื่นๆ ในอนาคต เพราะความเข้าใจในสินเชื่อลักษณะจำเพาะของภาคการท่องเที่ยวเป็นเรื่องสำคัญ

 มากกว่านั้น “ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว” ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลจะส่งผ่านมาตรการภาครัฐผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจไปสู่ภาคท่องเที่ยว อย่างที่เรามี ธกส. ไว้รองรับมาตรการการเกษตรใหญ่ๆ ช่วยเกษตรกรตลอดมา มีธนาคารอาคารสงเคราะห์ ไว้รองรับมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ และในอดีตสมัยพรรคไทยรักไทยได้ก่อตั้ง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME bank ขึ้น ซึ่งตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของ SMEs ไทยในวันนี้

 “ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว” จะยังเป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวไทย ที่ปัจจุบันยังไร้ทิศทาง ยกตัวอย่าง หากเราต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เราสามารถใช้ “ทิศทางการให้สินเชื่อ” และมาตรการภาครัฐ เพื่อชี้นำการพัฒนาท่องเที่ยวในลักษณะท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้ ในพื้นที่ที่ต้องการได้ ในแบบที่ต้องการผลักดันได้

 โดยสรุป ผมมอง “ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว” เป็นเครื่องมือด้านสินเชื่อรองรับวิกฤติในระยะสั้น และมองเป็นเครื่องมือในการกำหนด “ทิศทางการพัฒนา” ภาคท่องเที่ยวทั้งระบบในระยะยาว

6 ธ.ค. 63 

‘ธนกร’ อุ้ม ‘บิ๊กตู่’ อยู่ต่อ อ้างผลโพลประชาชนหนุนขัดเจน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ธนกร’อุ้ม’บิ๊กตู่’อยู่ต่อ อ้างผลโพลประชาชนหนุนขัดเจน (komchadluek.net)

‘ธนกร’อุ้ม’บิ๊กตู่’อยู่ต่อ อ้างผลโพลประชาชนหนุนขัดเจน

'ธนกร'อุ้ม'บิ๊กตู่'อยู่ต่อ อ้างผลโพลประชาชนหนุนขัดเจน

6 ธันวาคม 2563 – 12:07 น.

“ธนกร” หยิบผลโพล หนุน “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯ ต่อ ชี้ 80 เปอร์เซ็นต์ประชาชนยังไม่เห็นใครเหมาะกว่า วอนฝ่ายค้านเพลาๆ การเมือง หันช่วยกันแก้ปัญหาให้ทำงานดีกว่า แนะคณะราษฏร หาทางลงด้วยการร่วมกรรมการสมานฉันท์ฯ

    นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการที่ ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ราษฏรพอใจลุงตู่ จากประชาชนทุกสาขาอาชีพประชาชนทั่วประเทศ

  ซึ่งเมื่อถามความเห็นของราษฏรต่อนักการเมืองที่บริสุทธิ์เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 80.1 ระบุว่าไม่มี ในขณะที่ร้อยละ 19.9 ระบุว่ามี เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั้น สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังให้การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ เพราะที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้สร้างผลงานไว้มากมาย โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน รวมไปถึงการแก้ปัญหาโควิด-19

       นายธนกร กล่าวอีกว่า อยากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเพลาๆ การเล่นการเมืองลงบ้าง เอาเวลามาช่วยกันทำงานให้กับประเทศ โดยเฉพาะช่วยกันพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งช่วยกันแก้ปัญหาความขัดแย้งให้กับบ้านเมืองดีกว่า ตนมองว่าวันนี้ประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดมากมาย จึงไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาชนะกันทางการเมือง เพราะอีกไม่กี่ปีก็ครบเทอม ก็ต้องเลือกตั้งใหม่แล้ว ควรเอาเวลาที่เหลือมาช่วยกันทำงานแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมืองจะดีกว่า

  นอกจากนั้น คณะราษฏรควรจะหาทางลงเข้าสู่กระบวนการสมานฉันท์จะดีกว่า เพราะการชุมนุมมีแต่จะส่งผลเสียให้กับประเทศ ที่สำคัญ การเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ควรยุติทันที เมื่อวานเราได้เห็นถึงพลังศรัทธาแห่งการจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของพี่น้องประชาชนคนไทยแล้ว ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประเทศ อย่านำประเทศไปสู่ความขัดแย้งอีก 

‘ฟันเฟืองธนบุรี’ นัดรวมพลฅนอาชีวะ สี่โมงเย็นวันนี้ ที่วงเวียนใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ฟันเฟืองธนบุรี’ นัดรวมพลฅนอาชีวะ สี่โมงเย็นวันนี้ ที่วงเวียนใหญ่ (komchadluek.net)

‘ฟันเฟืองธนบุรี’ นัดรวมพลฅนอาชีวะ สี่โมงเย็นวันนี้ ที่วงเวียนใหญ่

'ฟันเฟืองธนบุรี' นัดรวมพลฅนอาชีวะ สี่โมงเย็นวันนี้ ที่วงเวียนใหญ่

6 ธันวาคม 2563 – 11:45 น.

กลุ่ม ‘ฟันเฟืองธนบุรี’ โพสต์นัดรวมพลฅนอาชีวะ สี่โมงเย็นวันนี้ ที่วงเวียนใหญ่ ย้ำจุดยืน “เราจะปกป้องพวกคุณเอง”

วันนี้ (6 ธันวาคม 2563) บรรยากาศการชุมนุม ของกลุ่มราษฏร และกลุ่มอาชีวะหลากหาย เมื่อ 2-3 วันก่อน แม้มีการชุมนุมอยู่บ้าง แต่มีกระแสข่าวลือมากมายว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น

อ่านข่าว : เปลือยใจ “การ์ดแดง” ใครแท้ใครเทียม

ระหว่างกลุ่มแกนนำ กลุ่มการ์ดอาสา กลุ่มการ์ดคนเสื้อแดง และกลุ่มนักเรียนอาชีวะ จนทำให้“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ พร้อมกลุ่ม “WEVO” ประกาศขอยุติบทบาทในการทำหน้าที่การ์ดให้กลุ่มผู้ชุมนุมไปเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่กลุ่มนักเรียนอาชีวะหลายกลุ่มก็แสดงท่าทีว่าจะขอเป็นการ์ดอาสาสมัครที่จะคอยช่วยดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมต่อไป แต่จะไม่ขึ้นตรงกับแกนนำหรือฝ่ายใด

ล่าสุด กลุ่ม“ฟันเฟืองธนบุรี”ได้โพสต์ประชาสัมพันธ์ผ่านเฟซบุ๊ก ในกิจกรรม“รวมพลฅนอาชีวะ”เย็นนี้ เวลา 16.00 น. ที่วงเวียนใหญ่ พร้อมย้ำจุดยืนของกลุ่มคือ“เราจะปกป้องพวกคุณเอง”

'ฟันเฟืองธนบุรี' นัดรวมพลฅนอาชีวะ สี่โมงเย็นวันนี้ ที่วงเวียนใหญ่

“ทิพานัน” จี้ “ธนาธร” ตอบปมน้องชาย เอี่ยวติดสินบน 500 ล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ทิพานัน” จี้ “ธนาธร” ตอบปมน้องชาย เอี่ยวติดสินบน 500 ล้าน (komchadluek.net)

“ทิพานัน” จี้ “ธนาธร” ตอบปมน้องชาย เอี่ยวติดสินบน 500 ล้าน

"ทิพานัน" จี้ "ธนาธร" ตอบปมน้องชาย เอี่ยวติดสินบน 500 ล้าน

6 ธันวาคม 2563 – 09:08 น.

“ทิพานัน” จี้ “ธนาธร” ตอบปมน้องชายมีเอี่ยวติดสินบน 500 ล้าน แลกไม่ประมูลที่ดินสำนักงานทรัพย์สินฯ ตามขั้นตอนปกติ ซัด อย่าสองมาตรฐานกับเครือญาติและความผิดของตนเอง

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีคำพิพากษาคดีอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท 76/2562, คดีหมายเลขแดงที่ อท 228/2562 ที่มีข้อเท็จจริงในคดีเกี่ยวข้องกับ นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ 

 ระหว่างกลางเดือนมีนาคม 2560 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2560 ตกลงจ่ายค่าดำเนินการติดต่อประสานงาน และอำนวยความสะดวกแก่จำเลยทั้งสองจำนวน 500,000,000 บาท เพื่อให้ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้สิทธิการเช่าที่ดินแปลงบริเวณองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ชิดลม) จากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และได้จ่ายไปแล้วบางส่วนจำนวน 20,000,000 บาท

  เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยจะร่วมกันไปดำเนินการติดต่อประสานงานและนำเงินส่วนหนึ่งไปมอบให้รองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อจูงใจให้จัดสรรที่ดินบริเวณดังกล่าวให้บริษัท เรียลแอสเสทฯ ได้สิทธิการเช่าที่ดินระยะยาว โดยไม่ต้องผ่านการประมูลแข่งขันตามขั้นตอนปกติของการขอเช่าที่ดินนั้น สังคมมีข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว จึงขอให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทเรียลแอสเสทฯ ในขณะเกิดเหตุนั้น ตอบคำถามที่ประชาชนสงสัยดังนี้

  1. ในช่วงเกิดเหตุ นายธนาธร ซึ่งเป็น 1 ในผู้ถือหุ้นของบริษัท ทราบหรือรู้เห็นเป็นใจมากน้อยเพียงใดถึงการกระทำและเจตนาของนายสกุลธร กับการจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้บริษัทฯ ชนะการประมูล  ซึ่งเมื่อนายธนาธรที่มักชอบการตรวจสอบทุจริต เรียกร้องความโปร่งใสอยู่เป็นประจำ ทราบเหตุแล้วทำไมไม่ใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1169 ที่บัญญัติว่า “ถ้ากรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัท บริษัทจะฟ้องร้องเรียกเอาสินไหมทดแทนแก่กรรมการก็ได้ หรือในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้น ขึ้นว่าก็ได้” หรือว่านายธนาธรละเว้นการตรวจสอบทุจริตเพื่อความโปร่งใสเพราะเป็นการกระทำของเครือญาติของตนเองใช่หรือไม่

2. ในช่วงเกิดเหตุ กรรมการบริษัทเรียลแอสเสทมีผู้ใดบ้าง หากนายสกุลธรกระทำในฐานะกรรมการบริษัท นายธนาธรซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นก็ต้องร่วมรับผิดด้วยตามที่ ป.พ.พ. มาตรา 1144 บัญญัติว่า “บรรดาบริษัทจำกัด ให้มีกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนด้วยกันจัดการตามข้อบังคับของบริษัท และอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่แห่งผู้ถือหุ้นทั้งปวง” และมาตรา 1167 ที่บัญญัติว่า”ความเกี่ยวพันกันในระหว่างกรรมการและบริษัทและบุคคลภายนอกนั้น ท่านให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ว่าด้วยตัวแทน” น.ส. ทิพานัน กล่าว

 น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า “นายธนาธรไม่ควรทำตัวสองมาตรฐานเสียเอง ทั้งเรื่องการเรียกร้องปลดแอกและความไม่เท่าเทียม เหลื่อมล้ำ ต่อต้านระบบนายทุนและการคอร์รัปชัน สิ่งเหล่านี้พอเกิดกับคนในตระกูล เครือญาติ พรรคพวกพี่น้อง และอาจเป็นความผิดของตนเอง กลับมีพฤติกรรมไปในทางหลับตาไม่ตรวจสอบ ไม่เอาความจริงมาทำให้ปรากฏแก่สังคม และมันย้อนแย้งที่บุคคลอย่างนายธนาธรที่วิจารณ์ได้ทุกเรื่อง กลับปฏิเสธการตอบคำถามจากสังคมและนักข่าวที่ขอสัมภาษณ์”

 จากกรณีดังกล่าวก็ยิ่งทำให้สังคมวิจารณ์ว่า ที่ผ่านมา นายธนาธร มักเอาประเด็นความผิดพลาดส่วนตัวมาปลุกระดมการเคลื่อนไหวสังคม กล่าวโทษว่าเป็นเพราะผู้อื่น เช่น กรณีนี้เมื่อน้องชายและบริษัทที่ตนเองเคยถือหุ้นเป็นเจ้าของมีปัญหาเรื่องพยายามจ่ายเงินผิดกฎหมายแก่สำนักทรัพย์สินฯ นายธนาธรก็ออกมาเรียกร้องขอตรวจสอบงบฯ และการจัดการบริหารของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หรือตอนที่นายธนาธร ถูกตัดสิทธิ์การเป็น ส.ส. เพราะไม่โอนหุ้นสื่อ บ.วีลัค ให้ทันเวลา  

  รวมถึงพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบเพราะนายธนาธร ให้กู้เงินผิดกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง  นายธนาธร ก็ออกมาเรียกร้องกล่าวโทษว่า เป็นความผิดที่ระบบ ถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ปลุกระดมสังคมให้เคลื่อนไหว เพื่อคุ้มครองประโยชน์ส่วนตัวของนายธนาธร เองใช่หรือไม่” น.ส. ทิพานัน กล่าว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ร่วมงานมวยการกุศล เปรยลงชิงผู้ว่ากทม. แต่อุบไต๋อยู่พรรคไหน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ร่วมงานมวยการกุศล เปรยลงชิงผู้ว่ากทม. แต่อุบไต๋อยู่พรรคไหน (komchadluek.net)

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ร่วมงานมวยการกุศล เปรยลงชิงผู้ว่ากทม. แต่อุบไต๋อยู่พรรคไหน 

พล.ต.อ.จักรทิพย์  ร่วมงานมวยการกุศล เปรยลงชิงผู้ว่ากทม. แต่อุบไต๋อยู่พรรคไหน 

5 ธันวาคม 2563 – 22:22 น.

“บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ชิมลางพบประชาชนเขตหนองจอก ฝากเนื้อฝากตัว แย้มมีความเป็นไปได้ที่จะลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. แต่ยังไม่บอกจะลงอิสระหรือมีสังกัด

 วันที่ 5 ธ.ค. 63 ที่เคหะฉลองกรุง เขตหนองจอก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันชกมวยไทยมหากุศลและมอบทุนการศึกษาให้เด็กกำพร้า ซึ่งจัดโดยนายณรงค์ รัสมี ส.ก.เขตหนองจอกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ มีนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิด 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งระบุว่า ขอให้พี่น้องประชาชนดูแลชุมชนของตัวเองให้ดี และขอฝากเนื้อฝากตัวเผื่อในโอกาสต่อไปได้กลับมาเยี่ยมเยียนอีกครั้ง 
 

พล.ต.อ.จักรทิพย์  ร่วมงานมวยการกุศล เปรยลงชิงผู้ว่ากทม. แต่อุบไต๋อยู่พรรคไหน 

จากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ว่า มีความเป็นไปได้ในขณะนี้ แต่ก็ยังพอมีเวลาในการตัดสินใจ ส่วนจะลงอิสระ หรือสังกัดพรรคการเมืองใด คงต้องรอดูบรรยากาศอีกครั้ง พร้อมยอมรับว่าหากตัดสินใจลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพฯ ก็มีนโยบายอยู่แล้ว

พล.ต.อ.จักรทิพย์  ร่วมงานมวยการกุศล เปรยลงชิงผู้ว่ากทม. แต่อุบไต๋อยู่พรรคไหน 

ทั้งนี้ หลังร่วมพิธีเสร็จสิ้นมีการแจ้งว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะเดินพบปะทักทายพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงาน ทั้งนี้สำหรับการลงพื้นที่ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกหลังเกษียณอายุราชการ และหลังมีกระแสข่าวว่าเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

เนชั่นทีวีจัดดีเบต นายก อบจ.โคราช คึกคัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เนชั่นทีวีจัดดีเบต นายก อบจ.โคราช คึกคัก (komchadluek.net)

เนชั่นทีวีจัดดีเบต นายก อบจ.โคราช คึกคัก 

เนชั่นทีวีจัดดีเบต นายก อบจ.โคราช คึกคัก 

5 ธันวาคม 2563 – 19:33 น.

“เนชั่นทีวี” จัดเวทีดีเบต ศึกชิง นายก อบจ.นครราชสีมา คึกคัก 5 ผู้สมัครนายกเล็ก ประชันวิสัยทัศน์  ต่างงัดกลยุทธ์ ของแต่ละคนเพื่อให้ประชาชนหย่อนคะแนนให้ในวันที่ 20 ธันวาคมนี้

 เวทีดีเบต นายก อบจ.โคราช มีผู้สมัครนายก มาร่วมประชันวิสัยทัศน์ ครบทั้งหมด5 คน โดยมีชาวโคราชมานั่งรับฟังกันจำนวนมาก พร้อมกับกองเชียร์ของผู้สมัคร ทำให้เวทีดีเบตวันนี้คึกคักมาก

วันที่ 5 ธันวาคม 25ุ63 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา สถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ช่อง 22 ได้ร่วมกับพันธมิตร ทั้งเครือข่ายภาควิชาการและภาคประชาชน จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ ผู้สมัครนายก อบจ. ทั้งหมด 9 เวที หลัง กกต. ประกาศให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ 

โดยเวทีดีเบตที่นครราชสีมาเป็นเวทีที่2 ของภาคอีสานที่ต่อจากจ.อุบลราชธานี โดยวันนี้มีผู้สมัครนายกอบจ.ประกอบด้วย ดร.สาธิต ปิติวรา , ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล  , นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก  , นายวิทูร ชาติปฏิมาพงษ์ และนายตรีเพชร พรหมนิติพันธุ์  มาร่วมดีเบทบนเวที

โดย ดร.สาธิต ชู นโยบาย12ด้าน ครอบคลุมทุกกลุ่ม เน้น “ขนส่งสาธารณะ” ดันรถเมล์ไฟฟ้า ev นำเสนอแนวนโยบาย สำคัญ 3 เรื่องจะทำทันทีหากได้รับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ. คือเปิดพื้นที่ให้เยาวชนแสดงออก รวมถึง ทุ่มงบประมาณให้กับการศึกษาและเรื่องขนส่งสาธารณะ

ส่วน นพ.สำเริง แหยงกระโทก จะเชื่อม 3 พี่น้องท้องถิ่นทั้ง อบจ. เทศบาล และรัฐบาล เพื่อของบเพิ่มเติมในสิ่งที่จำเป็น ต้องให้คนทุกวัยมาร่วมบริหารในสภา และมั่นใจว่าจะทำได้โดยต้องเขื่อมโยงกับส่วนต่าง ๆจึงจะสำเร็จ นอกจากนี้ยังจะเน้นเรื่องสาธารณสุข สร้างแพทย์ให้ลงสู้ตำบล เพราะเรื่องสำคัญคือโควิด-19 ถึงแม้โควิดจะหายไป แต่ผลกระทบจะยังอยู่การบริหารครั้งนี้ทั้งโควิดและเศรษฐกิจต้องไปด้วยกัน ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำเข้ารายได้ วางแผนสร้างกระเช้าลอยฟ้าที่ เขื่อนลำตะคอง

ด้านนายวิทูร ชาติปฏิมาพงษ์ ผลักดันระบบขนส่งมวลชน 32 อำเภอ ที่ทันสมัยเชื่อมต่อเมือง สร้างทางจักรยานมอเตอร์ไซด์ ทุกถนนของ อบจ. นอกจากนี้ใช้ศูนย์ประสานงานที่มีอยู่แล้ว พร้อมจัดเครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญในการทำงานลงไปแก้ปัญหา ได้อย่างทันท่วงที ทุกด้าน ส่วนสิ่งสำคัญที่จะทำคือ ทุ่มงบประมาณให้กับการศึกษา เพราะอดีตเคยเป็น นายก อบจ.ได้สร้างโรงเรียนในสังกัด ชนะเลิศทั้งด้านวิชาการและกีฬา

นายตรีเพชร พรหมนิติพันธุ์ บอกว่า หากได้รับเลือกตั้งจะทุบโครงสร้างของ อบจ.ทั้งหมด ต้องรื้อใหม่เพื่อให้มีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ให้ประชาชนตรวจสอบได้ อีกทั้งยังจะย้าย สนง.อบจ.เพราะวันนี้ไม่เป็นที่สนใจของประชาชน ไม่มีคนรู้ว่า อบจ.ตั้งอยู่ที่ไหน และนำเงิน 4,000 บาทนั้นไปทำอะไรบ้าง 

ส่วน ดร.ยลดา โชว์การกู้วิกฤติทางด้านเศรษฐกิจ ในช่วงโควิด-19 ต้องกระตุ้นด้วยกันเชิญคหบดี หอการค้า มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะกระตุ้นไปด้านไหนมีการเชิญนักลงทุนมาที่โคราช มาดูว่าโคราชขาดอะไร และโคราชต้องจัดงานทุกเดือน กระตุ้นเศรษฐกิจเพราะคนมาเที่ยวจะมีการพัก รับประทานอาหารของฝาก โดยขอให้ทุกภาคส่วนตื่นตัวมาร่วมกัน เพราะโคราชเป็นเมืองหน้าด่าน 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชันวิสัยทัศน์ ผู้สมัคร นายก อบจ.ทั้ง5 คน วันนี้ทำให้เห็นว่าชาวโคราช ค่อนข้างสนใจและตื่นตัวในการเลือกตั้งครั้งนี้มาก เพราะอยากได้แนวคิดที่จะเป็นประโยชน์กับชาวโคราชเข้ามาบริหารงาน หลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้

ไทยทวงคืนแชมป์สำเร็จ ‘หอมมะลิ’ ดีที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ไทยทวงคืนแชมป์สำเร็จ ‘หอมมะลิ’ดีที่สุดในโลก (naewna.com)

ไทยทวงคืนแชมป์สำเร็จ  ‘หอมมะลิ’ดีที่สุดในโลก

ไทยทวงคืนแชมป์สำเร็จ ‘หอมมะลิ’ดีที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายกฯ ปลื้มข้าวหอมมะลิไทยได้แชมป์ข้าวโลก สั่งเดินหน้าเดินหน้ายุทธศาสตร์ข้าวไทย รายงานความคืบหน้าทุกสามเดือน

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบผลการประกวดข้าวไทย ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานให้ทราบว่า ทุกปีจะมีจัดการประชุมผู้ค้าข้าวทั่วโลก ปีนี้จัดขึ้น วันที่ 1-3 ธันวาคม ซึ่งประเทศไทยได้รับรางวัลชนะเลิศเป็น World’s Best Rice Award 2020 ข้าวที่ดีที่สุดในโลกปี 2020 คือ ข้าวพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่เพิ่งเก็บเกี่ยวในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยการแข่งขันมีมาทั้งหมด 12 ครั้งแล้ว ประเทศไทยได้รางวัลครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 โดยปีนี้ ประเทศที่เข้ารอบสุดท้ายมีไทย เวียดนามและกัมพูชา

โดย นายกฯ ได้กล่าวว่า ผลการประกวดเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำให้ข้าวไทยกลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง อีกทั้งเป็นเครื่องประกันถึงคุณภาพข้าวไทยในตลาดโลก ส่งผลบวกต่อโอกาสการส่งออกข้าวและรายได้เกษตรกรด้วย ที่สำคัญ เราจะต้องช่วยกันรักษาแชมป์ไว้ให้ได้ ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 2563-2567 ที่ตั้งเป้า ให้ประเทศเป็นผู้นำการผลิต การตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพของโลก โดยต้องพัฒนาสินค้าข้าวให้มีความหลากหลายและตรงกับความต้องการของตลาด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและภาคส่วนอื่นๆในห่วงโซ่อุปทาน และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าทุกสามเดือน ที่สำคัญต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ

รองโฆษกฯ กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) เมื่อตันสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเรื่องการเร่งสนับสนุนการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เพราะเป็นหัวใจหลักของการสร้างจุดแข็งของข้าวไทย ซึ่งในแผนยุทธศาสตร์ฯ เฉพาะการพัฒนาพันธุ์ข้าว ได้กำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน คือ

1) ได้ข้าวพันธุ์ใหม่ตรงตามความต้องการของตลาด อายุเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตต่อไร่สูงมาก ไม่น้อยกว่า 12 พันธุ์ ในปี 2567 ดังนี้ พันธุ์ข้าวเจ้าพื้นนุ่ม 4 พันธุ์ อายุสั้นไม่เกิน 100 วัน ผลผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่า 1 ตัน,- พันธุ์ข้าวเจ้าพื้นแข็ง 4 พันธุ์ อายุสั้นไม่เกิน 100 วัน ผลผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่า 1.5 ตัน,- พันธุ์ข้าวหอมไทย ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 0.8 ตันต่อไร่ จำนวน 2 พันธุ์, พันธุ์ข้าวโภชนาการสูง 2 พันธุ์ ผลผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่า 0.8 ตัน

2) เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพการลดต้นทุนการผลิตข้าวและผลผลิตต่อไร่ ไม่น้อยกว่า 10 เทคโนโลยี ในปี 2567 มากไปกว่านั้น แผนยุทธศาสตร์ฯยังครอบคลุมการสร้างความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาข้าวกับต่างประเทศในเรื่องพันธุกรรมข้าว โดยการจัดงานประกวดข้าวพันธุ์ใหม่รองรับตลาดนำการผลิต ปีละ 1 ครั้ง โดยปี 2564 จะจัด 2 ครั้ง ในเดือนมกราคม และธันวาคม 2564