เกาหลีใต้ครองแชมป์ช็อปแบรนด์เนมต่อหัวสูงที่สุดในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2603260

เกาหลีใต้ครองแชมป์ช็อปแบรนด์เนมต่อหัวสูงที่สุดในโลก

15 ม.ค. 2566 10:49 น.

เกาหลีใต้ครองแชมป์ช็อปแบรนด์เนมต่อหัวสูงที่สุดในโลก

มอร์แกน สแตนลีย์ บริษัทที่ปรึกษาและบริหารการเงินและการลงทุนชื่อดังจากสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีการใช้จ่ายซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยส่วนตัวต่อหัวสูงที่สุดในโลก

มอร์แกน สแตนลีย์ ประเมินว่าการใช้จ่ายรวมของชาวเกาหลีใต้สำหรับสินค้าฟุ่มเฟือยส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 24% ในปี 2565 เป็น 16,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 552,000 ล้านบาท) หรือประมาณ 325 ดอลลาร์ (ราว 10,725 บาท) ต่อคน ซึ่งมากกว่าค่าใช้จ่าย 55 ดอลลาร์ และ 280 ดอลลาร์ต่อหัวของชาวจีนและชาวอเมริกันตามลำดับ 

ขณะที่หลายแบรนด์หรูได้ระบุถึงยอดขายที่แข็งแกร่งในเกาหลีใต้ เช่น มงแคลร์ แฟชั่นหรูสัญชาติอิตาลี ที่กล่าวว่ารายได้ของบริษัทในเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในไตรมาสที่สองเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโรคระบาด ส่วนบริษัท ริชมอนต์ กรุ๊ป เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ “คาร์เทียร์” กล่าวว่าเกาหลีเป็นหนึ่งในประเทศที่ยอดขายเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในปี 2565 เมื่อเทียบกับปี 2564 และ 2563 

ในขณะที่ “พราดา” กล่าวว่าการล็อกดาวน์ของจีนส่งผลให้ผลประกอบการค้าปลีกในปี 2565 ลดลง 7% แต่ระบุว่าการลดลงนั้น ถูกทดแทนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในเกาหลีใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ อธิบายว่าความต้องการสินค้าฟุ่มเฟือยของผู้ซื้อชาวเกาหลีใต้นั้นได้รับแรงผลักดันจากทั้งกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นและความปรารถนาที่จะแสดงสถานะทางสังคมภายนอก

นักวิเคราะห์ระบุในรายงานว่า “รูปลักษณ์ภายนอกและความสำเร็จทางการเงินถือเป็นสิ่งผู้บริโภคในเกาหลีใต้ให้ความสำคัญมากกว่าประเทศอื่นๆ” 

จากการสำรวจของ “แมคคินซีย์” บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการระดับโลก พบว่าการแสดงความมั่งคั่งยังเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับของสังคมมากกว่าในสังคมเกาหลี พบว่ามีเพียง 22% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวเกาหลีเท่านั้นที่คิดว่าการแสดงสินค้าฟุ่มเฟือยมีรสนิยมไม่ดี เทียบกับ 45% ของญี่ปุ่นและ 38% ของจีน

ความต้องการสินค้าหรูหรายังได้รับแรงหนุนจากความมั่งคั่งในครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลของธนาคารแห่งเกาหลีแสดงให้เห็นว่ามูลค่าสุทธิของครัวเรือนในประเทศเพิ่มขึ้น 11% ในปี 2564 ประมาณ 76% ของความมั่งคั่งในครัวเรือนในเกาหลีอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี 2563

มอร์แกน สแตนลีย์ ยังตั้งข้อสังเกตว่าแบรนด์หรูหลายแบรนด์ ได้อาศัยชื่อเสียงของบรรดาไอคอนเกาหลีเพื่อกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค

รายงานระบุว่า คนดังเกาหลีเกือบทั้งหมดเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์หรูชั้นนำ เช่น “อีมินโฮ” นักแสดงชื่อดัง ที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ “เฟนดิ” หรือ “จี ดราก้อน” กับแบรนด์ “ชาแนล”

เช่นเดียวกับ “ดิออร์” ที่เลือก “โรเซ่” หนึ่งในสมาชิกวง “แบล็กพิงก์” ในการโปรโมตคอลเลกชัน “ฮาร์ดแวร์” ซึ่งดิออร์กล่าวว่า ได้รับการตอบรับดีมากและเพิ่มยอดขายให้กับคอลเลกชันนี้สองเท่า

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการ “เบน แอนด์ โค” (Bain & Co) แนะนำว่าไม่ควรใช้วิธีวัดค่าใช้จ่ายต่อหัว เพราะสินค้าหรูไม่ใช่สินค้าที่คนจำนวนมากใช้ โดยแนะนำให้คิดสัดส่วนการใช้จ่ายทั้งหมดต่อประชากรที่เป็นชนชั้นกลางขึ้นไปแทน เพราะจะสะท้อนทัศนคติและพฤติกรรมการบริโภคได้ดีกว่า และจะลดช่องว่างระหว่างเกาหลีใต้และประเทศอื่น.

โชคหล่นทับ! สหรัฐฯ พบผู้ถูกหวย “เมกะ มิลเลียนส์” 44,550 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2603121

โชคหล่นทับ! สหรัฐฯ พบผู้ถูกหวย “เมกะ มิลเลียนส์” 44,550 ล้าน

15 ม.ค. 2566 08:06 น.

โชคหล่นทับ! สหรัฐฯ พบผู้ถูกหวย “เมกะ มิลเลียนส์” 44,550 ล้าน

สหรัฐฯ พบผู้โชคดีถูกรางวัลแจ็กพอตลอตเตอรี่ “เมกะ มิลเลียนส์” (Mega Millions) และได้รับเงินรางวัลราว 1,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 44,550 ล้านบาท

สหรัฐฯ พบผู้โชคดีถูกรางวัลแจ็กพอตลอตเตอรี่ “เมกะ มิลเลียนส์” และได้รับเงินรางวัลราว 1,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 44,550 ล้านบาท ในการจับรางวัลเมื่อวันที่ 13 มกราคม หลังจากไม่มีผู้คว้าเงินแจ็กพอตดังกล่าวในการจับรางวัลตลอด 25 งวด ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

นายแพท แมคโดนัลด์ ผู้อำนวยการลอตเตอรี่ของรัฐโอไฮโอ และผู้อำนวยการของเมกะ มิลเลียนส์ คอนซอร์เทียม กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ขอแสดงความยินดีกับลอตเตอรี่รัฐเมน ซึ่งเพิ่งถูกแจ็กพอตเมกะ มิลเลียนส์เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นแจ็กพอตที่มีเงินรางวัลมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ เป็นลำดับที่สี่ในประวัติศาสตร์ของเมกะ มิลเลียนส์”

ลอตเตอรีที่ถูกรางวัลซึ่งมีราคา 2 ดอลลาร์ และตรงกับหมายเลขทั้ง 6 หมายเลข ถูกซื้อที่ร้านสะดวกซื้อ โฮมทาวน์ แก๊ส แอนด์ กริลล์ ในเมืองเลบานอน รัฐเมน ผู้ถือตั๋วซึ่งยังไม่ระบุตัวตน มีทางเลือกในการรับรางวัลเป็นเงินก้อนจำนวน 723.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 23,875 ล้านบาท หรือรับเงินรางวัลเป็นรายปีตลอด 30 ปี

ทั้งนี้ จากข้อมูลในเว็บไซต์ของเมกะ มิลเลียนส์ ผู้ชนะส่วนใหญ่จะได้รับเงินก้อนซึ่งจะถูกหักเงินภาษีจำนวนมาก โดยหมายเลขที่ถูกรางวัลแจ็กพอตในครั้งนี้คือ 30, 43, 45, 46 และ 61 รวมถึงหมายเลขพาวเวอร์บอล 14

เฟรด คอตโทร เจ้าของร้าน โฮมทาวน์ แก๊ส แอนด์ กริลล์ เปิดเผยว่า “เรายังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ชนะ แต่เรากำลังรออย่างใจจดใจจ่อเพื่อดูว่าใช่หนึ่งในเพื่อนของเราหรือไม่”

เงินแจ็กพอตครั้งนี้เริ่มมีการสะสมมาตั้งแต่ที่มีผู้ชนะครั้งล่าสุดที่ชนะเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม โดยเป็นการแบ่งเงินรางวัล 502 ล้านดอลลาร์จากลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลในแคลิฟอร์เนียและฟลอริดา โดยถือเป็นเงินรางวัลที่มากที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ 20 ปีของเมกะ มิลเลียนส์ โดยเป็นรองเพียงรางวัลแจ็กพอต 1,537 ล้านดอลลาร์ ในเซาท์แคโรไลนา เมื่อเดือนตุลาคม 2018

นอกจากลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลแจ็กพอตแล้ว พบผู้ถูกลอตเตอรีจำนวน 14 ใบ ที่มีหมายเลขทั้งห้าหลักตรงกับเลขที่ออกรางวัล ที่ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ โดย 4 ใบจำหน่ายในรัฐนิวยอร์ก 2 ใบในรัฐแคลิฟอร์เนีย และ 1 ใบในรัฐฟลอริดา อิลลินอยส์ แคนซัส เคนทักกี มิสซูรี นอร์ทแคโรไลนา เพนซิลเวเนีย และเทกซัส

ครึ่งหนึ่งของรายได้จากการจำหน่ายลอตเตอรี่เมกะ มิลเลียนส์ แต่ละใบ จะยังคงอยู่ในรัฐที่มีการจำหน่าย ซึ่งเงินดังกล่าวจะนำไปใช้ในการสนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น การศึกษา หรือเงินบำนาญพนักงานของรัฐ และค่าคอมมิชชั่นของผู้ค้าปลีก.

สงครามยกระดับรับปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2602735

สงครามยกระดับรับปีใหม่

15 ม.ค. 2566 06:03 น.

  • วีรพจน์ อินทรพันธ์

สงครามยกระดับรับปีใหม่

เสียงระเบิดและการห้ำหั่นกันด้วยอาวุธสงครามนานาชนิดยังคงดังระงมเหนือแผ่นดินยูเครนกันข้ามปีและยังไม่มีท่าทีว่าจะจบสิ้น

หนีไม่พ้นที่จะยืดเยื้อกันต่อไปจนถึงวันครบรอบการทำสงคราม 1 ปี ในวันที่ 24 ก.พ.นี้ ท่ามกลางการคาดคะเนว่า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจจะเปิดฉาก “การรุกระลอกใหม่” ในช่วงที่ดินฤดูหนาวเริ่มแข็งตัว หรือไม่ก็อาจชะลอการบุกไปจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สภาพแวดล้อมเหมาะสมกว่า

ทั้งนี้ คำว่าสภาพแวดล้อมเหมาะสมไม่ขึ้นอยู่ที่ปัจจัยทางธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความพร้อมของกำลังรบด้วยเช่นกัน สำหรับ “ฝ่ายรัสเซีย” นั้นจะเห็นได้ว่า มีการปรับกระบวนทัพกันใหม่ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ถอนหน่วยรบออกจากจุดที่ป้องกันได้ยาก เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่ไม่จำเป็น อย่างกรณีการล่าถอยที่จังหวัดคาร์คิฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดเคียร์ซอน ทางภาคใต้

ตามด้วยการวางเครือข่ายแนวป้องกัน รักษาชัยภูมิที่ได้ ถ่วงเวลาให้หน่วยรบระดับหัวกะทิมีเวลาพักฟื้น เติมเสบียง รับมอบยุทโธปกรณ์ทดแทนที่เสียไป เปลี่ยนรูปแบบจากการบุกชิงดินแดนเป็นการ รบแบบทำลายล้างอย่างช้าๆ (War of Attrition) มุ่งเน้นไปยังจุดยุทธศาสตร์ในจังหวัดโดเนตสก์ (ที่ยึดครองดินแดนได้น้อยที่สุด เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆอย่างลูฮานสก์ ซาโปริชเชีย และเคียร์ซอน)

ดังที่เห็นในสมรภูมิเมือง “บาคห์มุท” ใช้ทหารรับจ้างกลุ่มวากเนอร์เจาะแนวป้องกัน และบีบให้ยูเครนส่งกำลังเข้ามาละลาย ตกเป็นเหยื่อของอาวุธระยะไกล ควบคู่ไปกับการใช้ขีปนาวุธจรวดร่อนถล่มหลังบ้าน ตัดไฟฟ้าสาธารณูปโภค คลังกระสุน และอาวุธ

สงครามยกระดับรับปีใหม่

ส่วนทาง “ฝ่ายยูเครน” นั้น แม้จะประสบความเสียเปรียบจากการสูญเสียอย่างต่อเนื่องด้วยปัจจัยของ “ปริมาณ” ที่เทียบกับทางรัสเซียไม่ได้ แต่ก็ได้รับการชดเชยด้วยแรงช่วยเหลือจากสหรัฐฯและพันธมิตรชาติตะวันตก มีอะไรขาดเหลือ “ขอเบิก” ได้ตลอดเวลา (ยกเว้นเรื่องกำลังพล) จึงยังสามารถรักษาโมเมนตัมของการบุกไว้ได้ คล้อยหลังเหตุการณ์ตีโต้ครั้งใหญ่ที่จังหวัดคาร์คิฟและเคียร์ซอน

มีรายงานประปรายว่า หน่วยรบยูเครนยังคงพยายามหาช่องโหว่ของแนวรบรัสเซียในสมรภูมิอื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดลูฮานสก์ ที่อยู่ติดกับโดเนตสก์ ด้วยเหตุผลว่า หากเจาะเข้าไปในลูฮานสก์ได้เมื่อใด แนวรบโดเนตสก์ก็อาจถูกตีตลบ ตัดการส่งกำลังบำรุง

จากปัจจัยทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่คำถามสำคัญว่า ใครจะพร้อมเมื่อไร และใครจะพร้อมเปิดฉากการรุกก่อนกัน? ทางฝ่ายรัสเซียเป็นที่รับรู้กันว่า การปรับรูปแบบการรบมีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการระดม “กำลังสำรอง” ทั่วประเทศ 300,000 นาย เพื่อใช้ทดแทนและเสริมแนวรบ เกือบครึ่งหนึ่งถูกส่งลงสนามรบเรียบร้อยแล้ว ขณะที่เหลือยังอยู่ในกระบวนการฝึกฝนที่ใช้เวลานานกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง

เช่นเดียวกับการยกระดับกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม เพื่อป้อนกระสุน อาวุธ ยุทโธปกรณ์ใหม่ๆเข้าสู่สมรภูมิ ควบคู่ไปกับการเจรจาจัดหาสิ่งจำเป็นและเหมาะสมจากชาติพันธมิตรและหุ้นส่วน ที่น่าสนใจคือมีการขยับเขยื้อนกำลังพลบางส่วนเข้าไปใน “เบลารุส” ทางภาคเหนือของยูเครน

จนเกิดข้อสงสัยว่า จะมีการ “เปิดแนวรบใหม่” หรือไม่ และหากบุกจริงจะเป็นเช่นไร จะบุกตามแผนเดิมคือ มุ่งสู่ “กรุงเคียฟ” เหมือนช่วงเริ่มสงครามปีก่อน หรือบุกจากเบลารุสมุ่งสู่ “เมืองลวิฟ” ทางภาคตะวันตกของยูเครน เพื่อตัดการส่งเสบียงข้ามพรมแดนโปแลนด์ หรือจริงๆแล้วเป็นเพียงแค่ “แผนลวง” สร้างแรงกดดันทางภาคเหนือ เพื่อให้กองทัพยูเครนโยกย้ายกำลังพลบางส่วนไปตั้งรับ

สงครามยกระดับรับปีใหม่

สำหรับฟากยูเครนเองก็ไม่ได้ย่อหย่อนแต่อย่างใด มีการเดินสายขอความช่วยเหลือ ล็อบบี้ยิบเพื่อให้สหรัฐฯและชาติตะวันตกผู้อุปถัมภ์จัดหาของที่ดีกว่าเดิมให้กองทัพยูเครนจนเป็นที่มาของรายงานข่าวว่า ใน ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้ กองทัพยูเครน จะมีอาวุธหนักจากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ NATO เข้าไปโลดแล่นในสมรภูมิ

ไม่ว่าจะเป็นยานเกราะแบรดลีย์ ยานเกราะสไตรเกอร์ (ติดจรวดต่อต้านรถถัง) และระบบต่อต้านขีปนาวุธและอากาศยานขั้นสูง “แพทริออต” จากสหรัฐฯ ยานเกราะปืนใหญ่ 105 มม. รุ่นเอเอ็มเอ็กซ์จากฝรั่งเศส ไปจนถึงรถถังประจัญบานอันน่าเกรงขามอย่าง “แชลเลนเจอร์” จากอังกฤษและ “เลพเพิร์ด” จากเยอรมนี

เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า สเต็ปความช่วยเหลือของชาติตะวันตกมีเป้าประสงค์ ช่วงต้นปีส่งจรวดต่อต้านรถถัง เพื่อทลายขบวนทหารม้ารัสเซีย ช่วงกลาง-ปลายปีส่งปืนใหญ่-จรวดไฮมาร์ส เพื่อทำลายกำลังพลและเสบียงกรังในแนวหลัง ซึ่งชุดความช่วยเหลือระลอกใหม่สำหรับปีนี้ก็เห็นได้ว่าต้องการให้ยูเครนเอาไปใช้ “บุกทะลวง” ทวงดินแดน และสกัดกั้นการถูกถล่มโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน

เพราะสุดท้ายแล้ว การเจรจาหาข้อยุติย่อมไม่มีทางเกิดขึ้นจนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างชัดเจน.

วีรพจน์ อินทรพันธ์

‘ดีเจผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก’ ถึงแก่กรรมแล้วหลังทำงานมานานกว่า 70 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2603105

‘ดีเจผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก’ ถึงแก่กรรมแล้วหลังทำงานมานานกว่า 70 ปี

15 ม.ค. 2566 05:30 น.

‘ดีเจผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก’ ถึงแก่กรรมแล้วหลังทำงานมานานกว่า 70 ปี

ลุงเรย์ เจ้าของฉายาดีเจผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ในวงการวิทยุฮ่องกงมานานกว่า 70 ปี ถึงแก่กรรมแล้ว ขณะมีอายุได้ 98 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเรนัลโด มาริอา กอร์เดโร หนึ่งในนักจัดรายการวิทยุผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในฮ่องกง เจ้าของฉายา ‘ดีเจที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก’ หรือเรียกขานกันในหมู่แฟนๆ ว่า ‘ลุงเรย์’ ถึงแก่กรรมแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ม.ค. 2566 ที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยฮ่องกงแห่งประเทศจีน (CUHK) ขณะมีอายุได้ 98 ปี

ลุงเรย์ได้รับการยกย่องเป็นผู้มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมดนตรี เขาช่วยให้ศิลปินท้องถิ่นมากมายได้แจ้งเกิด และทำให้แนวเพลงป๊อปเป็นที่รู้จักแก่เหล่าแฟนๆ ในฮ่องกงตลอดการทำงานในวงการวิทยุอันยาวนานมากกว่า 7 ทศวรรษของเขา ซึ่งเคยสัมภาษณ์ศิลปินระดับโลกมาแล้วหลายราย ไม่ว่าจะเป็น เดอะ บีเทิลส์, บีจีส์, เบลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ และ แฟรงก์ ซินาตรา

คณะกรรมการจัดพิธิศพเปิดเผยว่า ลุงเรย์จากไปอย่างสงบในฮ่องกง โดยมีครอบครัวกับเพื่อนๆ รายล้อม และร้องเพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ (คุณจะไม่มีวันเดินอย่างเดียวดาย) เป็นการอำลา

ทั้งนี้ นายกอร์เดโรเกิดที่ฮ่องกงในปี พ.ศ. 2467 เป็นลูกคนที่ 5 จาก 6 คนในครอบครัวซึ่งสืบเชื้อสายมาจากผู้อพยพเข้าเมืองชาวโปรตุเกส เขาเคยทำงานเป็นผู้คุมเรือนจำและเสมียนธนาคารก่อนจะเข้าสู่วงการดนตรี โดยรายการแรกที่เขาจัดคือ ‘Progressive Jazz’ ออกอากาศผ่านสถานีวิทยุ Radio Rediffusion ในปี 2492

กอร์เดโรกลายเป็นชื่อที่ทุกบ้านรู้จักในช่วงทศวรรษที่ 1960 ด้วยวิธีจัดรายการฟังสบายๆ กับสถานีวิทยุ RTHK จนเป็นที่นิยมในหมูวัยรุ่น ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2513 เขาจะเริ่มจัดรายการรอบดึก ‘All The Way With Ray’ ซึ่งกลายเป็นลายเซ็นของเขาและรายการที่ออกอากาศยาวนานที่สุดของสถานี RTHK

ลุงเรย์ประกาศเกษียณอายุในปี 2564 โดยบอกกับ RTHK ว่า เขาได้มีชีวิตที่ดีที่สุดแล้ว และเขามีทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการจะมี ได้ทำทุกอย่างที่เขาต้องการจะทำแล้ว

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นายกอร์เดโรเผชิญปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจมาตลอด และเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อเดือนมกราคมปีก่อน หลังเกิดอาการเส้นเลือดในสมองอุดตัน

กอร์เดโรเคยเขียนในหนังสืออัตชีวประวัติของเขาว่า “การแบ่งปันเพลงดีๆ กับแฟนๆ ของผม ทำให้ผมมีความสุข” “ขอปฏิเสธโลกที่ปราศจากดนตรี”

ที่มา : cna

นายกฯ UK ยืนยัน เตรียมส่งรถถัง ‘ชาเลนเจอร์ 2’ ให้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2603103

นายกฯ UK ยืนยัน เตรียมส่งรถถัง ‘ชาเลนเจอร์ 2’ ให้ยูเครน

15 ม.ค. 2566 04:30 น.

นายกฯ UK ยืนยัน เตรียมส่งรถถัง ‘ชาเลนเจอร์ 2’ ให้ยูเครน

นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรยืนยันว่า พวกเขาเตรียมจะส่งรถถัง ชาเลนเจอร์ 2 ให้แก่ยูเครน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำสงครามให้แก่ชาติยุโรปตะวันออกนี้

เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ส.ค. 2566 บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง หรือสำนักงานนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ริชี ซูแน็ก ได้โทรศัพท์พูดคุยกัย โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน และยืนยันว่า เขาจะส่งรถถัง ชาแลนเจอร์ 2 รวมถึงระบบปืนใหญ่เพิ่มเติมให้แก่ยูเครน

บ้านเลขที่ 10 บอกอีกว่า ความเคลื่อนไหวนี้เป็นการแสดงให้การความทะเยอทะยานของ UK เพื่อเพิ่มการสนับสนุนแก่ยูเครน โดยไม่มีการเปิดเผยว่า อังกฤษจะส่งรถถังให้กี่คัน แต่สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ตัวเลขเบื้องต้นคือ 12 คัน

ด้านนายเซเลนสกีออกมาขอบคุณสหราชอาณาจักร ระบุว่าการตัดสินใจส่งรถถังให้พวกเขานั้นไม่เพียงเพิ่มความแข็งแกร่งให้ยูเครนในสมรภูมิเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ถูกต้องแก่ชาติพันธมิตรอื่นๆ ด้วย

ทั้งนี้ รถถังชาเลนเตอร์ 2 เป็นรถถังหลังในกองทัพของสหราชอาณาจักร สร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 แต่แม้จะมีอายุมากกว่า 20 ปีแล้ว แต่ชาเลนเจอร์ 2 จะกลายเป็นรถถังใหม่ที่สุดที่ยูเครนมี โดยคาดกันว่า รถถังชนิดนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการป้องกันของยูเครน รวมทั้งเพิ่มความแม่นยำในการยิงโจมตีด้วย

การส่งรถถังชาเลนเจอร์ไปช่วยยูเครน แม้จะไม่ถูกมองว่าเป็นตัวเปลี่ยนเกมในสงคราม แต่อาจเป็นการจุดประกายให้ประเทศอื่นๆ ตามรอย UK และส่งอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้นให้แก่ยูเครน

ปัจจุบัน โปแลนด์มีแผนส่งรถถัง แลพเพิร์ด ซึ่งผลิตโดยเยอรมนีจำนวน 14 คันให้ยูเครน แต่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ผลิตอย่างเยอรมนีก่อนจึงจะส่งให้ได้

ที่มา : bbc

รัสเซียโจมตีระลอกใหม่ โดนอพาร์ตเมนต์ถล่ม ตายแล้ว 9 ศพ-ไฟดับหลายแคว้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2603098

รัสเซียโจมตีระลอกใหม่ โดนอพาร์ตเมนต์ถล่ม ตายแล้ว 9 ศพ-ไฟดับหลายแคว้น

15 ม.ค. 2566 03:40 น.

รัสเซียโจมตีระลอกใหม่ โดนอพาร์ตเมนต์ถล่ม ตายแล้ว 9 ศพ-ไฟดับหลายแคว้น

รัสเซียระดมโจมตีในยูเครนระลอกใหม่ มิสไซล์ไปโดนอพาร์ตเมนต์ในเมืองดนีโปรพังถล่ม มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญโดนโจมตีทำให้ต้องตัดไฟในหลายแคว้น

เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ม.ค. 2566 กองทัพรัสเซียระดมโจมตีรอบใหม่เข้าใส่พื้นที่หลายจุดทั่วยูเครน โดยมิสไซล์ลูกหนึ่งตกใส่อาคารอพาร์ตเมนต์สูง 9 ชั้นในเมืองดนีโปร เมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศ ในแคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์ ทำให้อาคารพังถล่ม พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ศพ บาดเจ็บอีก 64 ราย เป็นเด็ก 14 ราย

นายคีรีโล ทีโมเชนโก รองหัวหน่าเจ้าหน้าที่สำนักงานประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า การโจมตีทำให้ทางเข้าด้านหนึ่งของอพาร์ตเมนต์หายไป ผู้คนที่อยู่บ้านในวันหยุดถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ขณะที่สำนักงานบริการฉุกเฉินท้องถิ่น ระบุว่า จนถึงตอนนี้ มีผู้รอดชีวิตถูกช่วยออกจากซากปรักอาคารแล้ว 35 ราย เป็นเด็ก 6 คน

ด้านนายโวโลดีเมียร์ คูดริตสกี ซีอีโอของบริษัท ยูเครเนอร์โก (Ukrenergo) ผู้ให้บริการดด้านพลังงานในยูเครนเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ระบบพลังงานของประเทศถูกมิสไซล์โจมตี 12 ระลอกในวันเสาร์ สถานีพลังงานหลายแห่งใน 5 แคว้นถูกโจมตี ซึ่งทีมวิศวกรกำลังทำงานเพื่อฟื้นฟูระบบกลับมา

“สถานการณ์ยากลำบากในเมืองคาร์คิฟและลวิฟ ทีมซ่อมแซมกำลังทำงานอยู่ที่นั่น เช่นเดียวกันในแคว้นอื่นๆ” นายคูดริตสกี กล่าว

ขณะที่ นายเฮอร์มัน ฮาลุชเชนโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของยูเครน ระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานจากการโจมตีระลอกล่าสุดของรัสเซีย ทำให้เกิดการตัดไฟฉุกเฉินเพื่อซ่อมแซมในเกือบทุกแคว้นทั่วประเทศ “หลายวันข้างหน้าจะยากลำบาก วิศวกรพลังงานกำลังทำงานเพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้าอยู่ตอนนี้”

ที่มา : cnn

อิหร่านประหาร อดีต รมช.กลาโหม ข้อหาเป็นสายลับให้อังกฤษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2603090

อิหร่านประหาร อดีต รมช.กลาโหม ข้อหาเป็นสายลับให้อังกฤษ

15 ม.ค. 2566 02:24 น.

อิหร่านประหาร อดีต รมช.กลาโหม ข้อหาเป็นสายลับให้อังกฤษ

อิหร่านประหารชีวิตพลเมืองซึ่งถือครอง 2 สัญชาติ อิหร่าน-อังกฤษ และเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมแล้ว ข้อหาเป็นสายลับให้อังกฤษ

เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ม.ค. 2566 เจ้าหน้าที่ของประเทศอิหร่านดำเนินการแขวนคอประหารชีวิต นายอาลีเรซา อัคบารี พลเมืองวัย 61 ปี ผู้ถือครอง 2 สัญชาติ อิหร่าน-อังกฤษ และเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของอิหร่านแล้ว ด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นสายลับให้อังกฤษ โดยไม่สนเสียงต่อต้านจากสหราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่าคดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง

นายกรัฐมนตรี ริชี ซูแน็ก แห่งสหราชอาณาจักรออกมาประณามการประหารชีวิตนายอัคบารีในทันที ระบุว่าเป็นการกระทำที่ขี้ขลาดปราศจากความเห็นอกเห็นใจของรัฐบาลป่าเถื่อน ไม่มีความเคารพในสิทธิมนุษยชนของประชาชนตัวเอง

ตามรายงานของสำนักข่าว Mizan การประหารเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ โดยไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด “อาลีเรซา อัคบารี ผู้ต้องโทษประหารชีวิตในข้อหาทุจริตต่อโลก และกระทำการอย่างกว้างขวางที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศทั้งภายในและนอกประเทศด้วยการ จารกรรมข้อมูลให้แก่สำนักงานข่าวกรองของรัฐบาลอังกฤษ … ถูกประหารชีวิตแล้ว”

ทั้งนี้ นายอัคบารีถูกจับกุมในปี 2562 โดยถูกกล่าวหาว่ารับเงินจำนวน 1,805,000 ยูโร แลกกับการจารกรรมข้อมูล โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านเผยแพร่วิดีโอแสดงให้เห็นการสารภาพความผิดของนายอัคบารี

อย่างไรก็ตามในวันพุธที่ผ่านมา สำนักข่าว บีบีซี ภาษาเปอร์เซีย เผยแพร่เทปบันทึกเสียง ซึ่งอ้างว่าเป็นเสียงของนายอัคบารีพูดว่า เขายอมรับสารภาพความผิดที่เขาไม่ได้ก่อขึ้นหลังจากโดนทรมานอย่างหนัก

หลังข่าวการประหารชีวิตนายอัคบารีได้รับการเปิดเผยออกมา กระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศสเรียกตัวนักการทูตระดับสูงที่สุดของอิหร่านในกรุงปารีสเข้าพบ และเตือนว่า การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศซ้ำแล้วซ้ำอีกของอิหร่านจะไม่ถูกปล่อยผ่าน

ด้านสหราชอาณาจักรบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่ออัยการสูงสุดของอิหร่าน ระบุว่าพวกเขาต้องการให้รัฐบาลอิหร่านชดใช้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างน่าหวาดกลัว นอกจากนั้น กระทรวงกลาโหม UK ยังเรียกตัวนาย ไซมอน เชอร์คลิฟฟ์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำอิหร่านกลับประเทศเป็นการชั่วคราวด้วย

ที่มา : bbc

ทางการจีนยอมรับ เหยื่อโควิดพุ่งเฉียด 60,000 ศพในเดือนเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2603083

ทางการจีนยอมรับ เหยื่อโควิดพุ่งเฉียด 60,000 ศพในเดือนเดียว

15 ม.ค. 2566 00:09 น.

ทางการจีนยอมรับ เหยื่อโควิดพุ่งเฉียด 60,000 ศพในเดือนเดียว

หน่วยงานสาธารณสุขของจีนรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับไวรัสโควิด-19 เกือบ 60,000 ศพ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หลังคลายมาตรการคุมเข้ม

เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ม.ค. 2566 สำนักงานบริหารจัดการทางการแพทย์ (BMA) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (NHC) ของจีน รายงานว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 8 ธ.ค. 2565 ถึงวันที่ 12 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ถึง 59,938 ศพ

ตามการเปิดเผยของนาง เจียว ยาฮุย ผู้อำนวยการของ BMA ในหมู่ผู้เสียชีวิตดังกล่าวมี 5,503 ศพที่เสียชีวิตเพราะภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวซึ่งมีสาเหตุจากโควิด-19 โดยตรง ส่วนที่เหลือ 54,435 ศพ เป็นเพราะโรคประจำตัวผสมกับโควิด โดยอายุเฉลี่ยของผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 80.3 ปี กว่า 90.1% ของผู้เคราะห์ร้ายเป็นคนอายุมากกว่า 65 ปีและเกือบทั้งหมดมีโรคประจำตัว

อย่างไรก็ตาม BMA เชื่อว่า จุดสูงสุดของการระบาดระลอกปัจจุบันอาจผ่านพ้นไปแล้ว เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลลดน้อยลง จากกว่า 2.9 ล้านคนทั่วประเทศในวันที่ 23 ธ.ค.ปีก่อนเหลือเพียง 477,000 คนในวันที่ 12 ม.ค. นอกจากนั้นจำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับอัตราผู้มีผลตรวจโควิดเป็นบวก

นางเจียว ระบุอีกว่า จำนวนผู้ป่วยอาการรุนแรงก็มาถึงจุดสูงสุดแล้ว แม้ว่าจะยังอยู่ในระดับสูงและผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ จีนกำลังเผชิญกับการระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโควิด-19 หลังจากพวกเขาผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดตามนโยบายทำให้โควิดเป็นศูนย์เกือบทั้งหมดเมื่อเดือนธันวาคม โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนทางการตัดสินใจหยุดรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อประจำวัน ท่ามกลางความกังวลเรื่องอัตราการฉีดวัคซีนที่ต่ำในหมู่ผู้สูงอายุ

ที่มา : cna

อีสานสะเทือน “อุ๊งอิ๊ง” จับคู่ “เศรษฐา” กินเรียบบน-ล่าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540924

ขุนน้ำหมึก

15 ม.ค. 2566

อีสานสะเทือน “อุ๊งอิ๊ง” จับคู่ “เศรษฐา” กินเรียบบน-ล่าง

นารีขี่ม้าขาวภาคใหม่ “อุ๊งอิ๊ง” ยึดตลาดรากหญ้า “เศรษฐา” ชิงตลาดบนกับก้าวไกล ถอนเสาเข็มภูมิใจไทย บดขยี้ลุงป้อม-ลุงตู่ ตั้งเป้ายึดอีสานเบ็ดเสร็จ 132 ที่นั่ง

อีสานแลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” ขายคู่ “เศรษฐา” ยึดตลาดล่าง ต่อยอดประชานิยมทักษิณ ชิงตลาดบนกับก้าวไกล

ปั่นกระแสนารีขี่ม้าขาวภาคใหม่ “อุ๊งอิ๊ง” แคนดิเดตนายกฯคนที่ 1 “เศรษฐา” คนที่ 2 ว่าที่แม่ทัพเศรษฐกิจ รัฐบาลเพื่อไทย 

ทั้งคนแดนไกลและประมุขบ้านจันทร์ส่องหล้า มีความพร้อมและสุกงอมแล้วว่า อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ควรจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของตระกูลชินวัตร

สอดรับกับกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย วางแผนเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในช่วงเดือน ก.พ.หรือ มี.ค.นี้ โดยพรรคจะส่งรายชื่อครบทั้ง 3 คน

ที่ชัดแล้วคือ แพทองธาร ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน ส่วนคนที่ 3 กำลังพิจารณาระหว่างชัยเกษม นิติสิริ กับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว 


วันที่อาทิตย์ 15 ม.ค.2566 อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร พาครอบครัวเพื่อไทย ไปเปิดปราศรัยใหญ่ที่ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี เป็นเวทีกลางแจ้งครั้งแรก เปรียบเสมือนการโหมโรงการเดินสายหาเสียงทั่วไทย

ว่ากันว่า เวทีกลางแจ้งที่ทุ่งศรีเมือง ชาวอุดรธานี อาจได้พบกับมหาเศรษฐี-เศรษฐา ทวีสิน ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

เหตุที่พรรคเพื่อไทย ต้องประเดิมเวทีปราศรัยใหญ่ที่อุดรธานี เพราะเป็นเมืองหลวงคนเสื้อแดง สัญลักษณ์ทางการเมืองอันทรงพลัง

เหนืออื่นใด การเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 ตามกติกาใหม่ มี ส.ส. 400 เขตใหม่ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี ส.ส.เพิ่มขึ้น จากเดิม 116 คน เป็น 132 คน เพิ่มขึ้นถึง 16 คน 

ดังนั้น สมรภูมิภาคอีสาน 20 จังหวัด พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่าหลายสมัย จะต้องกวาดเก้าอี้ ส.ส. 132 ที่นั่ง มาให้มากที่สุด เหมือนการเลือกตั้งปี 2554 ส.ส.อีสาน จำนวน 126 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย กวาดมาได้ 104 ที่นั่ง

‘แดงทั้งอีสาน’

กลยุทธ์ขายคู่ภาคอีสาน “อุ๊งอิ๊ง” เน้นตลาดล่าง ลูกสาวนายห้างดูไบ ไม่มีพรรคสาขา ส่วน “เศรษฐา” ขายตลาดบน ช่วงชิงคนชั้นกลาง-คนรุ่นใหม่

  แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง และเศรษฐาแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง และเศรษฐา

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กติกาบัตรใบเดียว ส.ส.ลดเหลือ 350 เขต เฉพาะภาคอีสาน ลดเหลือ 116 เขต 116 คน พรรคเพื่อไทย ชูคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ยังครองแชมป์อีสาน ได้ ส.ส. 83 คน 

โซนอีสานเหนือ อุดรธานี ,หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, เลย, สกลนคร, นครพนม และมุกดาหาร เพื่อไทย ได้ ส.ส. 24 คน โดยมี ส.ส.ภูมิใจไทย แทรกเข้ามาคนเดียวคือ ศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม เขต 1

โซนอีสานกลาง ขอนแก่น, ชัยภูมิ, กาฬสินธ์, ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม เพื่อไทย ได้ ส.ส.28 คน พลังประชารัฐ ,อนาคตใหม่ และชาติไทยพัฒนา เบียดเจาะได้ 5 คน

โซนอีสานใต้ ตอนบน ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เพื่อไทย ได้ ส.ส. 18 คน ภูมิใจไทย,ประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ แทรกเข้ามาได้ 5 คน

โซนอีสานใต้ ตอนล่าง นครราชสีมา, บุรีรัมย์ และสุรินทร์ เป็นจุดอ่อนของเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พลังประชารัฐ ,ภูมิใจไทย และชาติพัฒนา กวาด ส.ส.ได้ 20 คน ส่วนเพื่อไทย ได้ 10 คน

‘สแกนพรรคคู่แข่ง’

การบ้านข้อใหญ่ของ “อุ๊งอิ๊ง” และ “เศรษฐา” สองแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย จะต้องทำการบ้านอย่างหนักคือ ช่วงชิง ส.ส.อีสานใต้คืนมาให้ได้

กล่าวกันว่า การเลือกตั้งปี 2566 จะคล้ายกับปี 2554 ที่ยึดกติกาบัตร 2 ใบ 400 เขต ซึ่งเป็นสิ่งที่ทักษิณ ชินวัตร ต้องการให้เกิดขึ้น

ปี 2554 เก้าอี้ ส.ส.ภาคอีสาน 126 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทยกวาดไปได้ 104 ที่นั่ง โดยมี 13 จังหวัด จากทั้งหมด 20 จังหวัด ที่เพื่อไทยชนะยกจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อีสานเหนือ

ส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แค่ 13 ที่นั่ง พรรคชาติพัฒนาฯ 4 ที่นั่ง พรรค ปชป. 4 ที่นั่ง และพรรคชาติไทยพัฒนา 1 ที่นั่ง

การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2566 ในสมรภูมิอีสาน พรรคเพื่อไทยจะต้องเจอคู่แข่งที่ไม่ธรรมดาอย่างพรรคภูมิใจไทย, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคก้าวไกล และพรรคไทยสร้างไทย


ส่วนพรรคชาติพัฒนากล้า ,พรรคประชาธิปัตย์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็อาจเจาะได้บางเขตบางจังหวัดเท่านั้น
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก

‘แพทองธาร’ พร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540970

15 ม.ค. 2566

'แพทองธาร' พร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย

ต้องชนะแบบแลนด์สไลด์ เพื่อผลักดันนโยบายให้เป็นจริง แพทองธาร พร้อมรับการเสนอชื่อเป็น’แคนดิเดตนายกฯ’พรรคเพื่อไทย

แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยบอกเหตุผลที่พร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ และอยากให้พรรคแลนด์สไลด์ เพื่อจะนำนโยบายต่างๆที่สัญญากับประชาชนทุกจังหวัดผลักดันให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ แต่เป้าหมายคือนโยบายที่จะผลักดันให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น

ถ้าสุดท้ายแล้วพรรคมีคนที่เหมาะสมกว่า ก็พร้อมหลีกทางเช่นกัน แต่จะยังอยู่ในส่วนของการทำนโยบาย ส่วนของการคุยกับประชาชน ให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับชีวิตของประชาชน

ประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรียังอยู่ในกรอบเวลาของพรรค ซึ่งขณะนี้มีหลายกระแสทั้งเรื่องยุบสภา การรวมตัวของส.ส. และยังอยู่ระหว่างการหารือของคณะกรรมการบริหารพรรค ส่วนคำถามที่ว่า จะมีชื่อเศรษฐา ทวีสิน เป็นแคนดิเดตนายกฯด้วยหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า

พรรคเพื่อไทย มีการแนะนำอยู่แล้วในเรื่องนโยบาย เศรษฐกิจ เพราะคุณเศรษฐาเป็นคนมีความรู้ความสามารถ นอกจากคุณเศรษฐาก็มีปรึกษานักวิชาการหรือคนที่มีความรู้ เพื่อมาทำนโยบายของพรรคให้ตอบโจทย์ประชาชน เราไม่สามารถทำแค่ในพรรคได้ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

แพทองธาร ยืนยันว่า ถ้าต้องจับมือกับพรรคการเมืองหลังการเลือกตั้ง ต้องจับมือกับคนที่ไม่ขัดกับประชาธิปไตย  มีความคิดเห็นในเรื่องของนโยบายตรงกัน เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้สร้างนโยบายมาเพื่อให้ชนะเฉยๆ   ต้องการทำให้สำเร็จ ถ้าคนที่จะมาจับมือไม่ได้เห็นด้วยกับนโยบายหรือไม่เห็นด้วยกับประชาธิปไตย ก็คงไม่ใช่แนวทางของพรรค

สำหรับความเป็นไปได้ในการจับมือกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้น แพรทองธาร บอกว่า ยังไม่เคยคุยกัน อยากให้เคารพเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ว่าประชาชนเลือกใคร เสียงข้างมากก็ต้องได้จัดตั้งรัฐบาล