ปูตินดีใจ กลุ่มทหารรับจ้าง “วากเนอร์” ของรัสเซีย อ้างยึดบักห์มุตได้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695628

ปูตินดีใจ กลุ่มทหารรับจ้าง "วากเนอร์" ของรัสเซีย อ้างยึดบักห์มุตได้แล้ว

21 พ.ค. 2566 10:52 น.

ปูตินดีใจ กลุ่มทหารรับจ้าง “วากเนอร์” ของรัสเซีย อ้างยึดบักห์มุตได้แล้ว

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย แสดงความยินดีกับกลุ่มทหารรับจ้าง “วากเนอร์” หลังจากอ้างว่าสามารถยึดเมืองบักห์มุตของยูเครนได้แล้ว หลังปรากฏภาพของ นายเยฟเกนี ปริโกซิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มวากเนอร์ ได้โพสท่าร่วมกับนักสู้ของเขาในวิดีโอที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครน ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว แต่ยอมรับว่าสถานการณ์ในเมืองนี้ยังคงวิกฤติ การต่อสู้ในเมืองบักห์มุตของยูเครน ถือเป็นหนึ่งในการต่อสู้ที่นองเลือดที่สุดของสงคราม โดยการสู้รบที่นี่ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม

กองกำลังกึ่งทหารของวากเนอร์ได้นำการโจมตีของรัสเซียที่บักห์มุต ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าไม่มีประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ต่อรัสเซีย ขณะที่ทหารรัสเซียหลายพันนายถูกสังหาร ส่วนยูเครนได้ตัดสินใจที่จะยืนหยัดในการสู้รบที่นี่ ซึ่งกลายเป็นสงครามที่ยาวนานและนองเลือดที่สุดในสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน

อย่างไรก็ตาม ผู้นำรัสเซียได้แสดงความคิดเห็นที่เผยแพร่โดยสื่อทางการของรัสเซียที่ระบุว่า กองกำลังของวากเนอร์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเครื่องบินไอพ่นของกองทัพอากาศรัสเซียได้เสร็จสิ้น “ปฏิบัติการเพื่อปลดปล่อย” เมืองบักห์มุตแล้วเมื่อวันเสาร์ หลังจากการสู้รบนานหลายเดือน

นายปริโกซิน ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีรัสเซีย ได้กล่าวอ้างก่อนหน้านี้ว่า กองกำลังวากเนอร์สามารถยึดเมืองบักห์มุตได้ทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมดแล้ว มีเพียงชาวยูเครนเท่านั้นที่ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว นายปริโกซิน ยังได้พุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพรัสเซีย โดยวิจารณ์พวกเขาต่อสาธารณะว่าไม่ได้จัดส่งกระสุนเพียงพอให้กับกองกำลังของเขา

ในวิดีโอล่าสุดซึ่ง นายปริโกซิน อ้างสิทธิ์ในการยึดครองเมืองบักห์มุต เขากล่าวว่า “ไม่มีใครสามารถประณามเราได้อย่างโอ้อวดสำหรับข้อเท็จจริงที่ว่า มีเพียงพื้นที่ส่วนน้อยที่ยังไม่ถูกยึดครอง” เขายังให้คำมั่นว่าจะส่งมอบเมืองนี้ให้กับกองทหารประจำการของรัสเซียในเดือนต่อมา

อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์บนแพลตฟอร์มเทเลแกรม ฮันนา มาลิอาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครน กล่าวว่า “การสู้รบอย่างหนักในบักห์มุต และสถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤติ ณ ตอนนี้ฝ่ายป้องกันของยูเครนควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนในพื้นที่และภาคเอกชน”

เจ้าหน้าที่ตะวันตกประเมินว่าทหารรัสเซียราว 20,000 ถึง 30,000 นายเสียชีวิต หรือบาดเจ็บในการสู้รบที่เมืองบักห์มุต ขณะที่กองทัพยูเครนสูญเสียกำลังพลจำนวนมากเช่นกัน สิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และชาวเมืองทั้งหมดได้อพยพออกไปหมดแล้ว

คำกล่าวอ้างล่าสุดของวากเนอร์มีขึ้นขณะที่ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือจี 7 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น และได้ร่วมหารือกับบรรดาผู้นำชาติต่างๆ ที่รวมถึงประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ

พันธมิตรตะวันตกของเขาให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการสนับสนุนยูเครน ที่รวมถึงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 และประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม

กองทหารรัสเซียบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว และควบคุมพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครน แม้มีการคาดหมายว่ายูเครนจะเปิดฉากรุกเพื่อยึดดินแดนคืน แต่นายเซเลนสกีกล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่าต้องใช้เวลามากกว่านี้ในการเตรียมพร้อม ความหวังของยูเครนคือ การสู้รบเพื่อแย่งชิงเมืองบักห์มุตได้บั่นทอนความสามารถของรัสเซียในการปฏิบัติการรุกรานของตนเอง และทำให้กองทัพและเสบียงหมดสิ้นไป.

‘จัดตั้งรัฐบาล’ พรรค ‘ก้าวไกล’ ไม่ยึดติดโควต้ารัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549441

22 พ.ค. 2566

'จัดตั้งรัฐบาล' พรรค 'ก้าวไกล' ไม่ยึดติดโควต้ารัฐมนตรี

เข้าใจธรรมชาติรัฐบาลผสม ผู้จัดการรัฐบาลพรรค ‘ก้าวไกล’ ยัน ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ยึดวาระตามนโยบายของแต่ละพรรค ย้ำ 313 เสียง เพียงพอ

ชัยธวัช ตุลาธน ผู้จัดการรัฐบาล พรรคก้าวไกลระบุว่าการจัดตั้งรัฐบาลคราวนี้ เป็นสิ่งใหม่สำหรับสังคมไทย แต่พรรคก้าวไกลเชื่อว่ากระบวนการดังกล่าวที่อ้างอิงจากหลายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยทั่วโลก

จะเป็นกระบวนการที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ในประเทศ ที่ยกระดับความมั่นใจของประชาชนต่อระบบการเมืองไทย และเพิ่มความชัดเจนกับประชาชนว่าในบริบทของรัฐบาลผสมที่ประกอบไปด้วยหลายพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาด้วยนโยบายที่ทั้งมีจุดร่วมและจุดต่างกัน

รัฐบาลผสมนี้จะร่วมผลักดันและรับผิดชอบวาระอะไรเพื่อประชาชนยืนยันมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ว่าการจัดตั้งและร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคการเมืองควรต้องเอาวาระหรือนโยบายเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่กระทรวงหรือตำแหน่งเป็นตัวตั้ง

ในฐานะพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับหนึ่ง เราได้เดินหน้าเพื่อเป้าหมายในการจัดตั้งรัฐบาลกับ 8 พรรคการเมือง รวมทั้งหมด 313 คน ที่เราเชื่อว่ามีอุดมการณ์และมุมมองต่ออนาคตประเทศไทยที่อยากเห็น ที่สอดคล้องกันในภาพรวม

รัฐบาลก้าวไกลเป็นรัฐบาลผสมที่ประกอบไปด้วยหลายพรรคการเมือง เราจำเป็นต้องเคารพความเห็นที่แตกต่างเชิงนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลอื่น โดยคำนึงถึงความไว้วางใจที่พรรคการเมืองเหล่านี้ได้รับจากประชาชนมาผ่านคูหาเลือกตั้งเช่นกัน

เพื่อให้ประชาชนได้รับความชัดเจนว่ารัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคก้าวไกลจะผลักดันวาระอะไรบ้าง เราแบ่งวาระออกเป็น 2 ส่วน

วาระร่วม ของทุกพรรคร่วมรัฐบาล (ระบุใน MOU)

วาระและนโยบายที่ทุกพรรคเห็นตรงกัน พร้อมผลักดันร่วมกันผ่านกลไกบริหารและนิติบัญญัติ และพร้อมรับผิดชอบร่วมกัน
 

วาระเฉพาะ ของแต่ละพรรคการเมือง (ไม่ถูกระบุใน MOU)

วาระและนโยบายที่แต่ละพรรคขับเคลื่อนเอง เพิ่มเติมจาก (แต่ต้องไม่ขัดแย้งกับ) นโยบายใน MOU ผ่าน 2 กลไกหลัก

-ผลักดันผ่านกลไกบริหารของกระทรวงที่พรรคมีตัวแทนเป็นรัฐมนตรี เช่น (หากพรรคก้าวไกลบริหารกระทรวงศึกษาธิการ) นโยบายการศึกษานอกเหนือจากใน MOU ที่อยู่ในขอบเขตอำนาจของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ

-ผลักดันผ่านกลไกนิติบัญญัติของระบบรัฐสภาโดยผู้แทนราษฎรของพรรค เช่น กฎหมาย 45 ฉบับที่พรรคพร้อมเสนอสู่สภาทันทีที่สภาเปิด ไม่ว่าจะปรากฎอยู่ใน MOU หรือไม่

พรรคก้าวไกลเรายืนยันว่าจะพยายามเต็มที่ในการผลักดัน 300 นโยบายก้าวไกลที่เราสื่อสารกับประชาชนก่อนเลือกตั้งให้สำเร็จ โดยการพยายามบรรจุนโยบายเข้าไปใน วาระ ร่วม หรือ MOU ให้ได้เยอะที่สุด

ในขณะที่นโยบายอะไรที่ไม่ถูกบรรจุใน MOU เราจะผลักดันต่อผ่านกระทรวงที่พรรคก้าวไกลบริหารและผ่านจำนวนผู้แทนราษฎร 152 คน ที่เรามีในสภาผู้แทนราษฎร

ศุภโชค ศรีสุขจร ‘ชาติไทยพัฒนา’ นครปฐม เขต 1 ชนะเลือกตั้งเหมือนเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549434

21 พ.ค. 2566

ศุภโชค ศรีสุขจร ‘ชาติไทยพัฒนา’ นครปฐม เขต 1 ชนะเลือกตั้งเหมือนเดิม

เลือกตั้งใหม่ นครปฐม เขต 1 ‘ศุภโชค ศรีสุขจร’ ชาติไทยพัฒนา ชนะเหมือนเดิม แม้ ‘ก้าวไกล’ ได้คะแนนหน่วยเลือกตั้งที่ 10 เพิ่มอีก 211 คะแนน มีผู้มาใช้สิทธิ 515 คน จากผู้มีสิทธิ 943 คน ไม่ส่งผลต่อการเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 17.00 น.หน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขต 1 ม.8 ต.บางแขม ปิดหีบลงเพื่อรวบรวมเอกสารและเริ่มนับคะแนน หลัง กกต.มีคำสั่ง ให้ลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐมใหม่ เนื่องจากเหตุฝนตกหนักและลมพัดแรง สถานที่ลงคะแนนได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 จึงมีประกาศให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค. 2566 ตั้งแต่ 08.00-17.00 น. เพื่อแสดงพลังของคนจ.นครปฐม อีกครั้งนั้น

การใช้สิทธิลงคะแนนใหม่ในวันนี้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิประมาณ 515 คนเฉลี่ยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 54.61 % จาก 943 คน 

โดยมีน.ส.บุญเรือน ไทยวัฒนาธรรม ผอ.กกต.จ.นครปฐม นายศิริชัย เลี้ยงอำนวย ผอ.กต.เขตฯ นายยุทธนา โพธิวิหก ประธานกกต.เขตฯ 2. นางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ กกต.เขตฯ 3. นายศรีศักดิ์ สังข์เฉย กกต.เขตฯ ไปดูความเรียบร้อยการใช้สิทธิ

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.20 น.การนับคะแนนได้เสร็จสิ้นลง ผลการนับคะแนนปรากฎว่า

เบอร์ 1 น.ส.จารุพรรณ เพชรดี พรรคก้าวไกล 211 คะแนน

เบอร์ 2 นายศุภโชค ศรีสุขจร พรรคชาติไทยพัฒนา 162 คะแนน

เบอร์ 3 นายสุเทพ เข้มแข็งปรีชานนท์ พรรคประชาธิปัตย์ 3 คะแนน

เบอร์ 4 นายอภิรักษ์ สัตย์ชาพงษ์ พรรครวมแผ่นดิน 0 คะแนน

เบอร์ 5 นายสมชาย มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย 29 คะแนน

เบอร์ 6 นายพงศ์ธวัช เศรษฐพินิจ พรรคไทยสร้างไทย 4 คะแนน

เบอร์ 7 นายภาณุวิทย์ เอี้ยวโพธิเงิน พรรคเสรีรวมไทย 2 คะแนน

เบอร์ 8 นายมารุต บุญมี พรรคพลังประชารัฐ 7 คะแนน

เบอร์ 9 นายณัทกร แก้วพิจิตร พรรครวมไทยสร้างชาติ 74 คะแนน

เบอร์ 10 น.ส.อมรรัตน์ รุ่งเรือง พรรคภูมิใจไทย 0 คะแนน

เบอร์ 11 นายธีรพันธุ์ บุญเลิศฟ้า พรรคไทยภักดี 0 คะแนน

เบอร์ 12 นางสาวหฤทัย จตุรวัฒนา พรรคช่วยชาติ 0 คะแนน

ผู้ใช้สิทธิไม่ลงคะแนนเลือกผู้สมัครหมายเลขใด 13 ใบ บัตรดี 493 ใบ บัตรเสีย 9 ใบ รวมผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 515 คน

ส่วนผลคะแนนเลือกพรรคการเมืองปรากฎว่า

หมายเลข 1 พรรคใหม่ 2 คะแนน

หมายเลข 2 พรรค ประชาธิปไตยใหม่ 3 คะแนน

หมายเลข 3 พรรคเป็นธรรม 1 คะแนน

หมายเลข 5 พรรคพลังสังคมใหม่ 1 คะแนน

หมายเลข 8 พรรคแรงงานสร้างชาติ 1 คะแนน

หมายเลข 9 พรรคพลัง 4 คะแนน

หมายเลข 11 พรรคประชาชาติ 1 คะแนน

หมายเลข 12 พรรคไทยรวมไทย 1 คะแนน

หมายเลข 14 พรรคชาติพัฒนากล้า 1 คะแนน

หมายเลข 18 พรรคชาติไทยพัฒนา 35 คะแนน

หมายเลข 21 พรรคไทยภักดี 3 คะแนน

หมายเลข 22 พรรครวมไทยสร้างชาติ 75 คะแนน

หมายเลข 24 พรรคเพื่อชาติ 2 คะแนน

หมายเลข 25 พรรคเสรีรวมไทย 9 คะแนน

หมายเลข 26 พรรคประชาธิปัตย์ 3 คะแนน

หมายเลข 29 พรรคเพื่อไทย 66 คะแนน

หมายเลข 30 พรรคทางเลือกใหม่ 1 คะแนน

หมายเลข 31 พรรคก้าวไกล 279 คะแนน

หมายเลข 32 พรรคไทยสร้างไทย 4 คะแนน

หมายเลข 33 พรรคไทยเป็นหนึ่ง 1 คะแนน

หมายเลข 37 พรรคพลังประชารัฐ 5 คะแนน

หมายเลข 43 พรรคพลังสหกรณ์ 1 คะแนน

หมายเลข 56 พรรคประชาไทย 2 คะแนน

โดยมีบัตรเสีย 8 ใบ บัตรไม่เลือกพรรคใด 6 ใบ บัตรดี 501 ใบ

สำหรับผลการนับคะแนนเลือกตั้งครั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 อันดับที่ 1 ที่ยังคงเป็น นายศุภโชค ศรีสุขจร จากพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ทำคะแนนจากมหาชนไปได้ถึง 39,715 คะแนน

ตามต่อด้วย น.ส.จารุพรรณ เพชรดี จากพรรคก้าวไกล ที่มีคะแนน 26,893 คะแนน

ทั้งนี้พรรคชาติไทยพัฒนา มีคะแนนทิ้งห่างจากผู้สมัครพรรคก้าวไกล 12,822 คะแนน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยน ผู้ชนะเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 ยังเป็น นายศุภโชค ศรีสุขจร จากพรรคชาติไทยพัฒนา เหมือนเดิม

‘ชาวสัตหีบ’ พบพิรุธเลือกตั้งเขต 10 ชลบุรี ต้นขั้ว ‘บัตรเลือกตั้ง’ ถูกทิ้งขยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549433

21 พ.ค. 2566

'ชาวสัตหีบ' พบพิรุธเลือกตั้งเขต 10 ชลบุรี ต้นขั้ว 'บัตรเลือกตั้ง' ถูกทิ้งขยะ

‘ชาวสัตหีบ’ จี้ กกต.ชลบุรี แจง หลังพบพิรุธเลือกตั้งเขต 10 ชลบุรี ต้นขั้ว ‘บัตรเลือกตั้ง’ ถูกทิ้งกองขยะ รวมถึงเอกสารสรุปคะแนน บัตรเลือกตั้งสีเขียว-สีม่วง

เลือกตั้งจบ แต่ชาวสัตหีบ จ.ชลบุรี ไม่จบ หลังพบความผิดปกติการนับคะแนน ทั้งการขีดทับเลขคะแนน ก่อนใช้ปากกาเขียนใหม่หลุดเผยแพร่ในโลกออนไลน์ และจำนวนบัตรเสียและบัตรไม่เลือกผู้ใดยอดรวมไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง

ล่าสุดชาวบ้านที่ร่วมตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 10 พบต้นขั้วบัตรจำนวนมากใส่ถุงปนอยู่กับกองขยะที่เตรียมนำไปรวมกับขยะอุปกรณ์เลือกตั้ง 

ชาวบ้านที่เข้าไปร่วมตรวจสอบ เล่าว่า ตนกับเพื่อนมาเดินตรวจสอบรอบอาคารศูย์ประสานงานเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรี พบหน้าต่างเปิดอยู่บางจุดและพบถุงที่ใส่บัตรคล้ายกับบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นบัตรอะไร เนื่องจากอยู่ข้างนอก จึงไปแจ้งกับ กกต.เขต 10 ชลบุรีให้รับทราบ

ชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรีชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรี

ทาง กกต. แจ้งว่า จะไม่มีการเคลื่อนย้ายบัตร จะนำไปเก็บรวมไว้ในห้องเก็บบัตรลงคะแนนเลือกตั้งและเก็บอุปกรณ์บางส่วนกลับไปเก็บที่สำนักงาน กกต.ชลบุรี หลังจากนี้ จะให้ตัวแทนของแต่ละพรรคการเมือง เข้าไปสำรวจบริเวณด้านในอาคาร อุปกรณ์ เอกสาร ที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงานเก็บกลับไปที่สำนักงาน กกต.ชลบุรี


 
แต่หลังจากเปิดห้องเข้าไป กลับพบถุงพลาสติกจำนวนมากที่กองไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นบัตรต้นขั้ว แต่ตนสงสัยว่า บัตรบางฉบับไม่ได้เจาะรู จึงถามเจ้าหน้าที่อีกราย อีกฝ่ายตอบกลับมายืนยันว่าเจาะรูแล้ว บัตรร้อยเชือกอยู่ ซึ่งในถุงมีบัตรจำนวนมาก จึงไม่ได้แตะต้องถุง

ชาวบ้าน เล่าต่อว่า ขณะที่ร่วมกันตรวจสอบกับตัวแทนพรรคการเมืองหลายๆ พรรค ได้มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ ท่านเดิมแจ้งว่า บัตรดังกล่าวไม่ใช่บัตรต้นขั้ว บัตรเลือกตั้งมีขั้นตอนวิธีการเรียงลำดับ ซึ่งตนและเพื่อนได้เดินไปเจอเอกสารสรุปคะแนน ถูกวางกองไว้ที่พื้นเหมือนขยะ ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาห้ามไม่ให้ถ่ายรูป หรือนำไปเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก จึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อความโปร่งใส ซึ่งได้ถามว่า บัตรในถุงคือบัตรอะไร เจ้าหน้าที่ก็ตอบว่าเป็นบัตรเลือกตั้งที่ฉีกแล้ว จึงนำมารวมกันไว้ แต่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อีกคนบอกว่าเป็นบัตรต้นขั้ว ซึ่งไม่ตรงกัน นอกจากนี้ยังพบบัตรเลือกตั้งสีเขียวกับสีม่วงภายในกองขยะและมีหีบบัตรเลือกตั้งอยู่ 1 หีบ อยู่ในกองขยะด้วยเช่นกัน

กิตติคม

ชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรีชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรี

ชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรีชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรี

กกต.นนทบุรี ยัน ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ ใช้สิทธิเลือกตั้งช่วงเช้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549431

21 พ.ค. 2566

กกต.นนทบุรี ยัน ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ ใช้สิทธิเลือกตั้งช่วงเช้า

กกต.จ.นนทบุรี ยืนยัน ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ แคดดิเดตนายกคนที่ 3 พรรคเพื่อไทย ใช้สิทธิเลือกตั้ง 9.00 น. แต่ไม่ได้ยกเลิกหมายข่าวแจ้งสื่อไปใช้สิทธิ์บ่ายโมงครึ่ง ทำสื่อเข้าใจผิด

ย้อนอดีตในวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 พรรคเพื่อไทยแจ้งสื่อมวลชน ถึงการเดินทางออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของ ชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย  โดยระบุว่าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ในช่วงเวลา 13.30 น.ในเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 52 บริเวณลานจอดรถหน้าพาราไดซ์ หรือปากซอยรัตนาธิเบศร์ 22 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ทำให้ผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปดักรอนชัยเกษม ตามเวลานัดหมาย ที่ทางพรรคเพื่อไทยแจ้งมา จนกระทั่งหมดเวลาเลือกตั้ง ก็ไม่พบว่านายชัยเกษมได้เดินทางออกมาใช้สิทธิ์ ตามเวลาที่นัดหมายไว้

โดยไม่มีใครรู้ว่า แคนดิเดตนายกฯคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ก่อนเวลานัดหมายหรือเกิดอาการเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัวจนไม่สามารถเดินทางออกมาใช้สิทธิ์ได้

หลังเกิดความสับสนเกี่ยวกับการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของ ชัยเกษม ทางพรรคเพื่อไทยได้ออกมาชี้แจงว่า ทางแพทย์ประจำตัวได้แนะนำให้เขาหลีกเลี่ยงการอยู่ในกลุ่มคนจำนวนมาก จึงทำให้เขาต้องเดินทางออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 09.00 น.แล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง กกต.จังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามความชัดเจนเกี่ยวกับการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของ ชัยเกษม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า จากเรื่องดังกล่าว ทาง กกต.จังหวัดได้สอบถามไปยัง ผอ.เขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งได้รับคำยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 52 ว่า ชัยเกษม นิติศิริ ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ในช่วงเช้าแล้ว 

แต่เรื่องที่ผู้สื่อข่าวเข้ามาสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยว่า ชัยเกษม เดินทางมาใช้สิทธิ์หรือยังนั้น ทางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย ไม่สามารถตรวจสอบให้ได้ และเป็นการนัดหมายกันเองส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดตามว่าชัยเกษม ยังไม่ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันดังกล่าว

และหลังจากชัยเกษม ได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในช่วงเช้าแล้ว ก็ไม่ได้แจ้งยกเลิกหมายกำหนดการกับทางผู้สื่อข่าวเอง หรือแจ้งกับทางพรรคเพื่อไทย ประสานยกเลิกหมายกำหนดการดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่เป็นระดับแกนนำคนสำคัญของพรรคที่มีผู้สื่อข่าวให้ความสนใจติดตามการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง2566

กกต.จ.นนทบุรี เปิดเผยอีกว่า ในส่วนของการตรวจสอบลายเซ็นต์ต้นขั้วของบัตรเลือกตั้ง ทั้งสองใบที่ผู้เดินทางไปใช้สิทธิ์จะต้องเซ็นต์รับบัตรเลือกตั้งนั้น โดยทั่วไปบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่สามารถยื่นตรวจสอบเองได้ นอกจากจะมีการร้องเรียนหรือมีการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อจะเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองต่าง ๆ ทาง กกต.จังหวัด จึงจะสามารถเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้ ซึ่งในตอนนี้ทั้งต้นขั้วลายเซ็นต์ของบัตรเลือกตั้งรวมทั้งหีบบัตรคะแนนเลือกตั้งต่าง ๆ ถูกเก็บรักษาอยู่ที่สำนักงานเขตเลือกตั้งจนกว่าจะมีการรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป

หอมกลิ่นปฏิวัติ? ‘สว.กิตติศักดิ์’ เมินทัวร์ลง ไม่เลือก ‘พิธา-ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549432

21 พ.ค. 2566

หอมกลิ่นปฏิวัติ? 'สว.กิตติศักดิ์' เมินทัวร์ลง ไม่เลือก 'พิธา-ก้าวไกล'

‘สว.กิตติศักดิ์’ เมินทัวร์ลงสืบประวัติ เรียนจบมัธยมปลาย หลังประกาศไม่เลือก ‘พิธา-ก้าวไกล’ ด้วยเหตุผล แตะม.112 เผยหอมกลิ่น ‘ปฏิวัติ’ โชยมา

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. อีก 1 เสียง ที่ยืนยันอย่างหนักแน่น ไม่โหวตเลือก “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”  เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 และตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ถึงขั้นสืบประวัติกันเลนทีเดียว

วันนี้ สว.กิตติศักดิ์ ส่งข้อความผ่านทางไลน์ ระบุว่า 

ประเทศไทยที่รักของฉัน
สว.กิตติศักด์ ต้องขยายบริเวณบ้านอีกเท่าตัวเพราะทัวร์มาลง มาเท่าไรยินดีต้อนรับถึงทัวร์ลงก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ เชิดชูคนดี โดยเฉพาะผู้ที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ พร้อมซัดคนชั่วขายชาติ เนรคุณแผ่นดิน

ส่วนพวกที่จะขุดคุ้ยประวัติของ สว.กิตติศักดิ์ เชิญตามสบายถ้าใจปรารถนา

สว.กิตติศักดิ์ เป็นเกษตรกร ชาวนาชาวไร่ เรียนจบแค่ ม.ปลาย ดีถมไปแล้ว ภูมิใจส่งลูกเรียนจบ ม.กรุงเทพฯ ไปสืบประวัติ สว.กิตติศักดิ์ ให้ลึกถึงความรู้น้อย แต่รัก “พระเจ้าแผ่นดิน” มากนะแก (!)

เคยเป็นครูฝึก “ลูกเสือชาวบ้าน” เป็นครูฝึก ทสปช.ให้คนไทยรักสามัคคีกัน จนได้เข้าเฝ้า “ในหลวงรัชกาลที่ 9” พร้อมพระราชินี และสมเด็จฯพระเทพรัตนราชสุดาฯ ณ จังหวัดกำแพงเพชร ราวปี 2522

หรือค้นประวัติ สว.กิตติศักดิ์ ได้ในทำเนียบฯสมาชิกสภานิติบัญญัติ และสมาชิกวุฒิสภา คุณสมบัติครบตามรัฐธรรมนูญ เชิญนะจ้ะ

เอาข่าวเด่นประเด็นร้อน สว.เราดีกว่า ต่างความคิด เห็นชอบต่างกันเป็นเรื่องปกติธรรมดา
 

แต่ที่ไม่ธรรมดาฝ่ายตรงข้ามเป็นใครไม่รู้ ปล่อยข่าวว่า สว.เรารับเงินคนละ 50 ล้านบาท เพื่อโหวตให้ “พิธา” เป็นนายกรัฐมนตรี (!)

ส่วนตัวไม่เชื่อเด็ดขาด สว. เราจะมีท่านใดไปรับเงินสินบนแลกกับความเสียหายของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้

ความลับไม่มีในโลก หากมีใครเอาเงินมาติดสินบน ต้องรู้ทั้งคนให้และคนรับ (!)

หากมีใครเอาเงินมาติดสินบน ขอให้มันฉิบหาย ตายไม่ดี เป็นมะเร็งทั้งคนให้และคนรับ อย่าได้ผุดได้เกิดมาเป็นคน

หากเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่จริง ขอให้ สว.ทุกคนเจริญรุ่งเรือง ยิ่งๆขึ้นไป

การเลือกผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย ต้องเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และไม่มีประวัติถูกกล่าวหาเป็นประชาธิปไตย แบบตะวันตก

ประเทศไทยเหมาะที่จะปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เท่านั้น

พรรคก้าวไกล ทำไมจงเกลียดจงชังพระมหากษัตริย์ ทั้งยังสนับสนุนให้คนไทยแตกแยกทะเลาะเบาะแว้ง แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวต่อพระราชวงศ์ ปฏิเสธไม่ได้

คุณพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล เลือกตั้งได้ สส.มา 152 ที่นั่งเป็นที่ทราบกันทั่วประเทศ

คุณพิธา กำลังรวบรวม สส.ให้ได้เกินครึ่ง คือ 251 คนขึ้นไป ทราบตามข่าวรวบรวม สส.เพื่อตั้งรัฐบาล ได้แล้ว 313 ที่นั่ง

หากจะตั้งนายกฯตาม มาตรา 272 ต้องใช้จำนวนกึ่งหนึ่งทั้ง สส.-สว. คือ 376 คน จาก 750 คน

เมื่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ให้ สว.มีอำนาจเลือกนายกฯด้วย 

สว.แต่ละท่านมีสิทธิที่จะเลือกแคนดิเดตนายกฯที่แต่ละพรรคส่งชื่อมา

สว.กิตติศักดิ์ เป็นเกษตรกรชาวนาชาวไร่ ไม่เลือกคุณพิธา ไม่รับเงิน 50 ล้านบาท หากจริงตามข่าวลือ

ตั้งแต่เกิดจนตายเห็น “พระเจ้าแผ่นดิน” ทำทุกอย่างเพื่อคนไทย ไม่มีเลือกที่รักมักที่ชัง แม้เชื้อชาติใดใต้พระบรมโพธิสมภาร

พิธา กับพวก ปิยะบุตร ช่อ ฯ มีคุณสมบัติเหล่านี้มั๊ย (!)

สว.กิตติศักดิ์ ความรู้น้อย เป็นเกษตรกรใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอย “ในหลวงรัชกาลที่ 9

ประกาศ “ไม่โหวต” ให้พิธา และพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล เด็ดขาด

ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

-พิธาและพรรคก้าวไกลแก้ มาตรา 112

-หากเลือกพิธาและพรรคก้าวไกล ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม คือ เกิดสงครามกลางเมืองแน่นอน

-ควาสัมพันธ์ระหว่างประเทศสั่นคลอน เพราะฝักไฝ่อเมริกา เราจะเสียเพื่อน จีน รัสเซีย ตะวันออกกลาง ฯ

ด้วยเหตุผลอีกมากมาย จึงไม่โหวตให้พิธา

โดยเฉพาะหอมกลิ่นปฏิวัติ โชยมา

โปรดฟังอีกครั้ง (!) (!) (!)
หอมกลิ่นปฏิวัติ? 'สว.กิตติศักดิ์' เมินทัวร์ลง ไม่เลือก 'พิธา-ก้าวไกล'

อสป.-ท่าเรือประมงหัวหินฯ เปิดตลาดขายสินค้าประมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732213

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานท่าเทียบเรือประมงหัวหินและปราณบุรี องค์การสะพานปลา (อสป.) ได้เปิดพื้นที่บนสะพานปลาท่าเทียบเรือประมงหัวหิน เพื่อเปิดเป็น “ตลาดถนนคนเดิน” ให้พ่อค้าแม่ค้า และกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน ได้ร่วมจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์สินค้าสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย โดยสำนักงานท่าเทียบเรือประมงหัวหิน ร่วมกับสมาคมเรือเล็ก กลุ่มเรือเล็ก F16 และชุมชุนสมอเรียงที่ได้จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาชายหาดลำวงย้อนยุค เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ ซึ่งเป็นการส่งเสริม สนับสนุนช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงก่อให้เกิดรายได้ในครัวเรือน และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

ทั้งนี้ ด้วยความร่วมมือจากผู้แทนของหน่วยงานต่างๆ ได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชน และการขนถ่ายนักท่องเที่ยวจากเรือยูโรป้า 400 คน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นอย่างมาก

กรมข้าวลงพื้นที่ ศูนย์ฯเพชรบูรณ์ ชูทำBCGโมเดล ทำนาแบบยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732210

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อพบปะพี่น้องชาวนา/เกษตรกร กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนฯ โดยมี น.ส.ชวนชม ดีรัศมี ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก พร้อมด้วย สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ให้การต้อนรับ ที่ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองผักบุ้งพัฒนา ต.นายม อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าว นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า เนื่องจากได้รับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคที่ชาวนากำลังประสบ พร้อมได้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำนา โดยให้หันมาปลูกข้าวรักษ์โลกในรูปแบบ BCG Model ที่เป็นการทำนาแบบประณีต เลิกใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมียาฆ่าแมลง ทำให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังแนะนำให้ใช้จุลินทรีย์ในการปลูกและนำสาหร่ายแกมเขียวมาผสมผสานในการเพาะปลูก ที่จะสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตได้ต่อไป

“ผมไม่มีคำว่าวันเสาร์-อาทิตย์ ผมลงพื้นที่พบปะพี่น้องตลอด ไม่ใช่แค่นั่งทำงานอยู่ในห้องแอร์เท่านั้น เพราะพวกเขาคือครอบครัวของผม เราต้องฟังเสียงของประชาชนแล้วนำมาแก้ปัญหา เราจะต้องสร้างความเข้มแข็งให้พี่น้อง เราจะไม่ทิ้งกัน”อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

คกก.นมเพื่อเด็กฯจ่อปรับราคานมดิบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732212

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 3/2566 โดยมีนายประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบการปรับราคากลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน โดยเสนอปรับราคานมโรงเรียนเพิ่มขึ้น 0.46 บาท/หน่วย เพื่อให้สอดคล้องกับราคาน้ำนมดิบ ซึ่งการปรับราคาดังกล่าวอยู่ในกรอบอำนาจของคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ส่วนค่าบริหารจัดการขอให้ทางคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk board) พิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ตรวจสอบข้อมูลและยืนยันกรอบวงเงินเพิ่มเติม เพื่อให้ฝ่ายเลขานุการรวบรวมนำเสนอสำนักงบประมาณ และเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาข้ออุทธรณ์ของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2566 จำนวน 26 ราย พร้อมทั้งเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องอุทธรณ์เพิ่มเติม โดยมีรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน และให้ฝ่ายเลขาฯ นำเสนอองค์ประกอบ และอำนาจหน้าที่ในการประชุมครั้งต่อไป

นายประยูรกล่าวว่า เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำชับให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงานโดยยึดหลักให้เกษตรกรภาครัฐ และเอกชน ทำงานร่วมกัน หากต้องปรับปรุงแก้ไขเรื่องใดให้ดำเนินการทันที เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร

กยท.พลิกโฉมประมูลยาง เชื่อมโยงข้อมูลตลาดสู่ระบบดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732211

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการพัฒนาตลาดยางพาราให้เป็น Digital Platform ผ่านระบบ Thai Rubber Trade โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาระบบการซื้อขายประมูลยางพารา สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานตลาดกลางยางพาราของ กยท.ทั้ง 8 แห่ง และตลาดเครือข่ายกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี Block chain มาใช้ในการทำธุรกรรมเพื่อเพิ่มความโปร่งใส แม่นยำ มีความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบ และมีระบบตรวจสอบการโอนเงิน ลดความเสี่ยงในการปลอมแปลงบัญชี สามารถทำสัญญาต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ด้วย Smart Contract

อย่างไรก็ดี ในระยะแรกภายในเดือนพฤษภาคมนี้ กยท.จะนำระบบ Thai Rubber Trade มาใช้ในการซื้อขายยางของสำนักงานตลาดกลางยางพารา กยท.เป็นการนำร่องก่อน 4 แห่ง คือ สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.เชียงราย  สำนักงานตลาดกลาง จ.หนองคาย สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.บุรีรัมย์ และสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.ระยอง  จากนั้นจะขยายผลนำระบบ Thai Rubber Trade มาใช้ในการซื้อขายยางของสำนักงานตลาดกลางยางพาราในพื้นที่ภาคใต้อีก 4 แห่ง คือสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.สุราษฎร์ธานี สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.นครศรีธรรมราช สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา และสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.ยะลา เพื่อให้ครบทั้ง 8 แห่งภายในเดือนกันยายน 2566

น.ส.อธิวีณ์ แดงกนิษฐ์ ผอ.ฝ่ายเศรษฐกิจยาง กยท.กล่าวว่า ระบบ  Thai Rubber Trade เป็นระบบซื้อขายยางที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ระบบการซื้อขายยางด้วยวิธีการประมูลของ กยท.ให้เป็น Digital Platform  ซึ่งมีการพัฒนาระบบใช้งานผ่าน Mobile Platform และ Web Application ช่วยลดระยะเวลาในการทำธุรกรรม  และบริหารจัดการข้อมูลการซื้อขายยางทั้งหมดแบบ Real Time ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อยางที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามความต้องการได้จากทุกตลาดกลางยางพาราและตลาดเครือข่าวทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การนำระบบ  Thai Rubber Trade  มาใช้ซื้อขายยางเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบตลาดยางพาราของ กยท. ที่ช่วยสร้างราคาที่เป็นธรรม อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสขยายช่องทางการตลาดให้เกษตรกรชาวสวนยาง นอกจากนี้เทคโนโลยี Block chain ที่นำมาใช้ในระบบ Thai Rubber Trade ยังรองรับการตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลแหล่งที่มาของผลผลิตยางพาราได้ สอดคล้องกับกฎระเบียบของ EU (EUDR : EU Deforestation-free Regulation) ที่กำหนดให้การนำเข้ายางและผลิตภัณฑ์จากยางจะต้องมาจากสวนยางที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย ไม่อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่อนุรักษ์ และพื้นที่ป่า รวมถึงการจัดการสวนยางพาราที่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม

“การซื้อขายยางผ่านระบบตลาดกลางของ กยท.ต้องลงทะเบียนสมาชิกทั้งผู้ซื้อและผู้ขายยาง กยท. สามารถเชื่อมโยงทะเบียนสมาชิกผู้ขายกับทะเบียนเกษตรกร จึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังพื้นที่สวนยางที่เป็นแหล่งผลิตได้อย่างถูกต้อง” ผอ.ฝ่ายเศรษฐกิจยาง กยท.กล่าว