บ.เจ้าของ TikTok ถูกกล่าวหาช่วยจีนสอดแนมนักเคลื่อนไหวในฮ่องกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699993

บ.เจ้าของ TikTok ถูกกล่าวหาช่วยจีนสอดแนมนักเคลื่อนไหวในฮ่องกง

7 มิ.ย. 2566 14:51 น.

บ.เจ้าของ TikTok ถูกกล่าวหาช่วยจีนสอดแนมนักเคลื่อนไหวในฮ่องกง

“ไบต์แดนซ์” (ByteDance) บริษัทเจ้าของติ๊กต่อก (TikTok) ถูกกล่าวหาว่าอนุญาตให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้าถึงข้อมูลของนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองและผู้ประท้วงชาวฮ่องกง

นายหยู หยินเทา อดีตผู้บริหารไบต์แดนซ์ ระบุในการยื่นฟ้องต่อศาลของสหรัฐฯ อีกว่า ผู้ใช้ที่อัปโหลดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงยังถูกระบุตัวและตรวจสอบอีกด้วย นอกจากนั้น สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ติ๊กต่อกของสหรัฐฯ ได้ด้วย ขณะที่โฆษกของไบต์แดนซ์ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว โดยอธิบายว่า “ไม่มีมูลความจริง”

ข้อกล่าวหาดังกล่าวอยู่ในการยื่นฟ้องของศาลสูงซานฟรานซิสโกในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องร้องโดยนายหยู ที่อ้างว่าสมาชิกของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ สามารถเข้าถึงข้อมูลบัญชีผู้ใช้พิเศษ ซึ่งอนุญาตให้พวกเขาดูข้อมูลทั้งหมดที่ไบต์แดนซ์รวบรวมได้ นอกจากนี้เขายังกล่าวหาว่า สมาชิกคณะกรรมการไม่ใช่พนักงานของไบต์แดนซ์ แต่อยู่ที่สำนักงานของบริษัทในกรุงปักกิ่ง

นายหยู ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมของไบต์แดนซ์ ในสหรัฐฯ ประมาณหนึ่งปีนับจากเดือนสิงหาคม 2560 กล่าวว่านี่เป็นสิ่งที่ทราบกันโดยทั่วไปในหมู่ผู้บริหารระดับสูง 

การยื่นฟ้องยังกล่าวหาว่าในปี 2561 สมาชิกคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ ใช้ข้อมูลบัญชีผู้ใช้พิเศษ ในการระบุและค้นหาผู้ประท้วงชาวฮ่องกง นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมือง และผู้สนับสนุนการประท้วง

ฮ่องกงมีการประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2557 หรือที่เรียกว่าการปฏิวัติร่ม ซึ่งประชาชนเรียกร้องสิทธิในการเลือกผู้นำของตนเอง หลังจากนั้นก็มีการเดินขบวนเล็กๆ น้อยๆ ของกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวส่วนใหญ่หายไปนับตั้งแต่ทางการจีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ หลังจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในปี 2562

ด้านโฆษกของไบต์แดนซ์กล่าวปฏิเสธคำกล่าวหาโดยระบุว่า “เราวางแผนที่จะต่อต้านสิ่งที่เราเชื่อว่าเป็นการกล่าวอ้างและข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงในการร้องเรียนนี้อย่างจริงจัง” ไบต์แดนซ์ยังกล่าวด้วยว่า นายหยูได้รับการว่าจ้างจากบริษัทไม่ถึงหนึ่งปี และในช่วงเวลานั้นทำงานบนแอปฯ ที่ยุติการพัฒนาแล้วที่มีชื่อว่า “ฟลิปาแกรม” (Flipagram)

คำกล่าวอ้างของนายหยูเกิดขึ้นหลังจากติ๊กต่อก ถูกหลายประเทศดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ในเดือนมีนาคม นายโจว โซ่ว จือ ซีอีโอของติ๊กต่อก เผชิญกับการซักถามจากรัฐสภาสหรัฐฯ นานกว่า 4 ชั่วโมงครึ่ง เขาถูกทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันตั้งคำถามเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของแอปฯ และข้อกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน

เมื่อเดือนพฤษภาคม รัฐมอนทานากลายเป็นรัฐแรกของสหรัฐฯ ที่ผ่านกฎหมายแบนแพลตฟอร์มแบ่งปันวิดีโอของจีน โดยการแบนจะมีผลในเดือนมกราคมปีหน้า ทำให้การเสนอแอปฯ ดังกล่าวในแอปสโตร์กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้ห้ามผู้ที่มีติ๊กต่อกอยู่แล้วไม่ให้ใช้งาน

ต่อมา ติ๊กต่อกดำเนินการฟ้องร้องเพื่อห้ามมิให้รัฐมอนทานาบังคับใช้คำสั่งห้าม โดยระบุว่าขัดแย้งกับสิทธิเสรีภาพในการพูดของสหรัฐฯ โดยรัฐมอนทานา ซึ่งมีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคน แบนติ๊กต่อกบนอุปกรณ์ของรัฐบาลเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ติ๊กต่อกระบุว่า มีผู้ใช้ชาวอเมริกัน 150 ล้านคน แม้ว่าฐานผู้ใช้ของแอปฯ จะขยายตัวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่แอปฯ นี้ก็ยังเป็นที่นิยมมากที่สุดในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป.

‘ชาวสวนมังคุดนครศรีธรรมราช’เฮ! ซื้อขายคึกคัก-ราคาดีต่อเนื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736019

'ชาวสวนมังคุดนครศรีธรรมราช'เฮ! ซื้อขายคึกคัก-ราคาดีต่อเนื่อง

‘ชาวสวนมังคุดนครศรีธรรมราช’เฮ! ซื้อขายคึกคัก-ราคาดีต่อเนื่อง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.05 น.

พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการซื้อขายมังคุดคุณภาพ พบการซื้อขายคึกคัก และร่วมกับกรมการค้าภายใน นำผู้ส่งออก และผู้รวบรวม รวมถึงห้างค้าส่ง-ค้าปลีก เข้าซื้อผลผลิตในพื้นที่ดันราคา ราคามังคุดผิวมันรวมอยู่ที่ กก.ละ 65 บาท เกรดลาย กก.ละ 58 บาท เกษตรกรพอใจเป็นอย่างมาก

วันที่ 6 มิถุนายน 2566 นางประไพ เพชรพงศ์พันธุ์ พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจมังคุดบ้านต้นกอ ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามราคาและกระบวนการคัด-จำหน่ายมังคุดคุณภาพ พบว่า ทิศทางราคาปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก มีผู้ประกอบการให้ความสนใจประมูลจำนวนมาก เนื่องจากมังคุดใต้เป็นมังคุดคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดปลายทางมาก

นอกจากนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร จังหวัดพังงา และนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังได้มีมาตรการส่งเสริมการจำหน่าย อาทิ การจำหน่ายช่องทางออนไลน์ โดยสนับสนุนกล่องใส่ผลไม้ ส่งฟรีทางบริษัทไปรษณีย์ไทย กล่องละ 10 กิโลกรัม และจังหวัดชุมพร มีการเพิ่มช่องทางให้โหลดขึ้นเครื่องบินฟรี กล่องละ 10 กิโลกรัม ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 กันยายน 2566

ทั้งนี้ สถานารณ์การซื้อขายมังคุดภาคใต้ ภาพรวมการซื้อขายคึกคัก และจังหวัดชุมพร พังงา นครศรีธรรมราช ร่วมกับกรมการค้าภายใน นำผู้ส่งออก และผู้รวบรวม รวมถึงห้างค้าส่ง-ค้าปลีก เข้าซื้อผลผลิตในพื้นที่ดันราคา ราคามังคุดผิวมันภาพรวมภาคใต้ อยู่ที่ กก.ละ 67 – 85 บาท เกรดคละ กก.ละ 45 – 50 บาท เกษตรกรพอใจเป็นอย่างมาก

– 006

รองปลัดฯรุดประชุม แก้ปัญหาภัยพิบัติการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735871

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ครั้งที่ 3/2566 โดยมีนายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

สำหรับการประชุมดังกล่าว เพื่อรับทราบสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน รับทราบผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2565/66 โดยมีพื้นที่การปลูกข้าวเกินกว่าแผน รวม 45 จังหวัด 1.14 ล้านไร่ จึงขอให้กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมการข้าว เพิ่มการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจและตระหนักรู้แก่เกษตรให้มากขึ้น เพราะปีนี้ปริมาณน้ำจะน้อยลง รับทราบความก้าวหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และรับทราบการป้องกันและการเฝ้าระวังการเผาซากพืชหรือวัชพืช เศษวัสดุทางการเกษตร

ในส่วนแนวทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูฝน ปี 2566 ได้กำหนดมาตรการลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและฝนทิ้งช่วง ประกอบด้วย 1.การป้องกันและเตรียมความพร้อม 2.การเผชิญเหตุและการหยุดยั้งความเสียหาย และ 3.การฟื้นฟูให้ดีกว่าเดิม โดยมีกลไกการบริหารจัดการสถานการณ์ระดับกระทรวง คือศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรกระทรวงเกษตรฯ ระดับจังหวัด คือศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัด และคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ (อพก.) ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติให้เร็วขึ้น ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562

กรมข้าวขนทัพวิชาการเสิร์ฟชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735870

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ได้มีการจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานส่วนกลาง และในส่วนภูมิภาคจัดงานอีก 2 แห่ง ที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ในวันที่ 16-17 มิถุนายน 2566 และ จ.นครราชสีมา จัดขึ้นที่ Korat Hall ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลนครราชสีมา ในวันที่ 22-23 มิถุนายน 2566

ด้านนายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติสถาบัน
พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์, นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนาและสถาบันชาวนา, นิทรรศการวิชาการ จากหน่วยงาน
ภาครัฐ และภาคเอกชน, การจัดเวทีเสวนาข้าวและชาวนาในหัวข้อเวทีเสวนา เรื่อง การลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, การจำหน่ายสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์ โดยเป็นสินค้าประเภทข้าวสารและสินค้าแปรรูป, การแสดงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาด้านข้าวและชาวนาและการแสดงวัฒนธรรม 4 ภาค กิจกรรมสาธิตและแข่งขันส่งเสริมงานวิชาการในข้าวไทย ตลอดจนกิจกรรมการประกวดวาดภาพสีโปสเตอร์ หัวข้อข้าวและชาวนาไทย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น, การประกวดงานศิลปะเรียงเมล็ดพันธุ์ข้าว หัวข้อ กสิกรรมนำไทยยั่งยืน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนรับ

เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน จากพระราชพิธีพืชมงคลฯ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพ

‘สุรเดช’ร่วมวงถก คกก.อ้อย-น้ำตาลฯ พิจารณา4ประเด็น บริหารจัดการสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735872

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ครั้งที่4/2566 ในฐานะกรรมการ(ผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ) ที่ห้องประชุม อก. 1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมโดยมี นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือและพิจารณาในประเด็น ดังนี้ 1.หลักการการดำเนินการกับน้ำตาลทรายภายใต้โควตาสหรัฐอเมริกา 2.การบริหารการนำเข้าสินค้าน้ำตาลทรายตามความตกลงการเกษตร ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2567-2569, 3.การบริหารการนำเข้าสินค้าน้ำตาลทรายตามความตกลงภายใต้ 3 กรอบความตกลง 4.การกำหนดปริมาณน้ำตาลทรายที่ให้โรงงานผลิตในฤดูกาลผลิตปี 2565/2566 (บัญชีจัดสรรปริมาณน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย) และ 5.(ร่าง) ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายปี 2566-2570

ชลประทานเดินหน้า รับมือฤดูฝนย้ำใช้12มาตรการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735873

ชลประทานเดินหน้า  รับมือฤดูฝนย้ำใช้12มาตรการ

ชลประทานเดินหน้า รับมือฤดูฝนย้ำใช้12มาตรการ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รับมือ : นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำ ลำดับความสำคัญ ทั้งเพื่อการอุปโภค-บริโภค ทำการเกษตรและรักษาระบบนิเวศ โดยใช้ 6 แนวทางปฏิบัติ ให้เกิดประสิทธิภาพ เป็นไปตามเป้าประสงค์ เกษตรกรและพี่น้องประชาชน มีน้ำใช้อย่างเพียงพอในทุกกิจกรรม

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 42,216 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรองรับปริมาณน้ำได้รวมกันประมาณ 30,463 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)มีปริมาณน้ำรวมกัน 12,494 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯรวมกัน รับน้ำได้รวมกันประมาณ 10,903 ล้าน ลบ.ม.

ขณะนี้ได้สิ้นสุดการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี2565/66 แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างรัดกุม โดยจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรน้ำ เพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก และปฏิบัติตาม 10 มาตรการฤดูแล้งปี 2565/66 นำมาสู่ 6 แนวทางปฏิบัติ ได้แก่ บริหารน้ำในอ่างฯ การจัดหาแล่งน้ำสำรอง การตรวจสอบความต้องการ การจัดสรรตามกิจกรรมหลัก การสำรองน้ำเก็บกักไว้ต้นฤดูฝน และการประเมินผลและประชาสัมพันธ์ ทำให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามเป้าประสงค์ เกษตรกรและพี่น้องประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ทั้งน้ำอุปโภค-บริโภค น้ำเพื่อการเกษตร และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม ที่สำคัญไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ทั้งยังสามารถควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักได้เป็นอย่างดีผลจากการบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต รัดกุม ทำให้ปัจจุบันเรามีปริมาณน้ำสำรองในต้นฤดูฝนถึง 20,000 ล้าน ลบ.ม.จากแผนที่วางไว้ 16,000 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าแผนที่กำหนด

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2566 ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับสถานการณ์ มีการปรับปฏิทินการเพาะปลูกในทุ่งบางระกำ และ 10 ทุ่งลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อให้พื้นที่ลุ่มต่ำเหล่านี้ได้ทำการเพาะปลูกและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนฤดูน้ำหลากจะมาถึง ช่วยลดความเสียหายต่อผลผลิต ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 อย่างเคร่งครัด ด้วยการกำหนดมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย กำหนดพื้นที่ กำหนดคน และจัดสรรทรัพยากร รวมทั้งประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำให้ผู้เกี่ยวข้องและพี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญการบริหารจัดการน้ำโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรและประชาชนให้ได้มากที่สุด

‘รมว.เฉลิมชัย’หนุนงานวิจัยพันธุ์ข้าว พร้อมยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องเกษตรกรไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735849

‘รมว.เฉลิมชัย’หนุนงานวิจัยพันธุ์ข้าว พร้อมยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องเกษตรกรไทย

‘รมว.เฉลิมชัย’หนุนงานวิจัยพันธุ์ข้าว พร้อมยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องเกษตรกรไทย

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.48 น.

“รมว.เฉลิมชัย”หนุนงานวิจัยพันธุ์ข้าว เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ชูเทคโนโลยี นวัตกรรมพัฒนาสายพันธุ์ข้าวไทยแข่งขันตลาดโลก พร้อมยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องเกษตรกรไทย

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปิดการจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจําปี 2566 ภายใต้แนวคิด “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่ สู่ข้าวไทยยั่งยืน” ณ กรมการข้าว เกษตรกลางบางเขน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมี นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นเกียรติในงาน โอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบรางวัลชนะเลิศการประกวดแข่งขันแฟนพันธุ์แท้ข้าวไทย การประกวดวาดภาพสีโปสเตอร์ภายใต้หัวข้อ “ข้าวและชาวนาไทย” และการประกวดงานศิลปะ เรียงเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้หัวข้อ “กสิกรรม นําไทยยั่งยืน” ให้กับผู้ชนะการแข่งขัน

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่จะสามารถช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ซึ่งเกษตรกรจะได้รับประโยชน์และมีรายได้เพิ่มขึ้น และยังได้รับองค์ความรู้จากเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ ภายในงาน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ได้ฝากให้กรมการข้าวเดินหน้าผลักดันงานวิจัยสายพันธุ์ข้าว ให้มีผลตอบแทนสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรฯ อีกทั้งเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้  ยังต้องมุ่งเน้นการเผยแพร่งานวิจัยไปยังศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศ และกลุ่มวิสาหกิจแปลงใหญ่อีกด้วย

“ขอฝากไปยังข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ให้ยึดหลักว่าพี่น้องเกษตรกรคือคนในครอบครัว เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหา และต่อยอดนโยบายที่ดีอยู่แล้วให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนผลักดันขยายการส่งออกข้าวไทยไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ติดตามรับฟังข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ภัยแล้ง” รมว.เกษตรฯ กล่าว

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ได้แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดแข่งขันดังกล่าว และชื่นชมต่อความสําเร็จของการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งการจัดงานทําให้เกษตรกร และผู้สนใจได้รำลึกถึงความสําคัญของข้าว ในฐานะพืชที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน ตลอดจนได้รับทราบองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว การยกระดับคุณภาพผลผลิตให้สนองความต้องการของตลาด พร้อมทั้งการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและนําไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ต่อไป

ทั้งนี้ ตามที่กรมการข้าวได้จัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสําหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจําปี 2566 ระหว่างวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2566 ณ กรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เพื่อให้ประชาชนรําลึกถึงความสําคัญของข้าว ในฐานะพืชที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว การยกระดับคุณภาพผลผลิตให้สนองความต้องการของตลาด พร้อมทั้งการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมงานได้รับทราบและนําไปประยุกต์ใช้ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรชาวนา วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ ภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ นิทรรศการ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงงานด้านข้าวและชาวนา นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนา นิทรรศการและการแสดงผลงานขององค์กรชาวนาหน่วยงาน ราชการ และภาคเอกชน การจัดเวทีเสวนาข้าวและชาวนา การสาธิตและประกวดแข่งขันและการจําหน่ายสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานและรับชม ผ่านทางออนไลน์ จํานวน  76,055 ราย ทําให้การจัดงานในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานอีก 2 จังหวัด ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 17 มิถุนายน 2566 และ Korat Hall ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 22 – 23 มิถุนายน 2566 อีกด้วย

– 006

สานสัมพันธ์ ไทย-อินเดีย ครั้งที่2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736022

สานสัมพันธ์ ไทย-อินเดีย ครั้งที่2

สานสัมพันธ์ ไทย-อินเดีย ครั้งที่2

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.08 น.

ดร.โอมประกาศ เกปาล ประธานอนุรักษ์ศาสนาและวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยดร.กัณฑ์ชิสา แสงปฐวีนันท์ ประธานองค์กรส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ,ประธานชมรมรักษ์ถิ่นสยามดร.ณัชฐ์ณฉัตร จันทวงศ์วิไลประธานกิตติมศักดิ์องค์กรอนุรักษ์ศาสนาและวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ,ประธานกิตติมศักดิ์องค์กรส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและ เด็กหญิงนันทพร งามเจริญ (น้องคากิ) Ambassador องค์กรอนุรักษ์ศาสนาและวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยร่วมเดินทางเข้าเยี่ยม ‘ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า’พร้อมเชิญชวนร่วมงาน ผ้าบารัตสู่สยามงดงาม สานสัมพันธ์ ภารตะ ไทย-อินเดีย (สานสัมพันธ์ ไทย-อินเดีย ครั้งที่2 )ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี 2023 ในวันที่ 16กรกฎาคม2566 ณ โรงแรมใบหยกสกาย โดยภายในงานมี หม่อมหลวงปานวาด ศุขสวัสดิ์ เป็นประธานในพิธี

‘โบว์’เมลดาพรีเซนเตอร์สาวสวย เปิดตัวผลิตภัณฑ์โคโลญ และโรลออน ใหม่ล่าสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736018

'โบว์'เมลดาพรีเซนเตอร์สาวสวย เปิดตัวผลิตภัณฑ์โคโลญ และโรลออน ใหม่ล่าสุด

‘โบว์’เมลดาพรีเซนเตอร์สาวสวย เปิดตัวผลิตภัณฑ์โคโลญ และโรลออน ใหม่ล่าสุด

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.02 น.

เอเวอร์เซ้นส์ (Eversense) ผู้นำผลิตภัณฑ์เพิ่มเสน่ห์ให้แก่สาววัยใสด้วยความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ จาก นีโอ คอร์ปอเรท บริษัทชั้นนำด้านสินค้าอุปโภคสัญชาติไทย คุณภาพระดับมาตรฐานสากล เปิดตัวโฆษณาใหม่ล่าสุด เอเวอร์เซ้นส์ ซุปเปอร์ วิตามิน เพอร์ฟูม มิสท์  และ เอเวอร์เซ้นส์ ซุปเปอร์ ไวท์เทนนิ่ง โรลออน พร้อมชวนพรีเซนเตอร์คนล่าสุด “โบว์” เมลดา สุศรี นักแสดงสาวหน้าหวานสุดฮอต ตัวแทนสาวมั่นแห่งยุค ที่จะพาสาว ๆ ไปพบกับดินแดนแห่งความหอม พร้อมไปให้สุดในทุกกิจกรรมกับแคมเปญ SHINE ความมั่น เวอร์ชั่น ME” สะท้อนความมั่นใจ ใช้ชีวิตเต็มที่ในแบบที่ต้องการ ที่ Pearl Bangkok  เมื่อเร็ว ๆ นี้

 ศิริสุภา อาจสัญจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด เผยแนวคิดหลักและความมุ่งหวังของแบรนด์ในปี 2023 ภายใต้แคมเปญ  “SHINE ความมั่น เวอร์ชั่น ME” ซึ่งต่อยอดมาจากแคมเปญปีที่แล้ว  “เชิ่ด SHINE ในแบบที่ใช่” โดยยังคงเน้นการสร้างความมั่นใจ ใช้ชีวิตเต็มที่ในแบบที่ต้องการ และมุ่งมั่นในการนำเสนอสินค้าที่ช่วยเสริมความมั่นใจ รวมทั้งดึงเสน่ห์ที่อยู่ในตัวตนของผู้หญิงทุกคนออกมา ให้กล้าที่จะเป็นตัวเองมากยิ่งขึ้น   

“เอเวอร์เซ้นส์ เป็นแบรนด์ที่มีจุดเด่นในการสร้างแนวกลิ่นให้เป็นความหอมที่มีเอกลักษณ์ อีกทั้งภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่สื่อถึงความมั่นใจ และครองใจกลุ่มวัยรุ่นมาอย่างยาวนาน รวมถึงประสิทธิภาพของสินค้าที่เน้นเรื่องแนวกลิ่นหอมที่สามารถสร้างเสน่ห์ให้แก่ผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี การันตีด้วยผลการสำรวจที่ได้รับคะแนนความชื่นชอบต่อแนวกลิ่นของผลิตภัณฑ์ ในทุกสินค้าของเอเวอร์เซ้นส์สูงกว่าคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจน และยืนยันความสำเร็จของผลิตภัณฑ์กลุ่มโรลออน Eversense Aura Beauty Roll On ที่ได้รับรางวัลจาก ELLE Beauty Star Awards 2022 อีกด้วย”

นอกจากนี้ยังได้พรีเซนเตอร์อย่าง “โบว์” เมลดา นักแสดงสาวหน้าหวานที่มีบุคลิกร่าเริง สดใส ตัวแทนสาวยุคใหม่มากความสามารถ และมีไลฟ์สไตล์ตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ร่วมตอกย้ำจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เอเวอร์เซ้นส์ ทั้ง 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ โคโลญ, โรลออน และแป้งเย็น ได้อย่างตรงใจวัยรุ่น

 “โบว์” เมลดา สุศรี นักแสดงสาวสุดฮอตที่มีความมั่นใจในแบบของตังเอง เผยความรู้สึกที่ได้ร่วมงานในฐานะพรีเซนเตอร์แบรนด์ เอเวอร์เซ้นส์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2  ว่า “ดีใจมาก ๆ ที่ได้ร่วมงานกับ     เอเวอร์เซ้นส์ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โบว์ชื่นชอบมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ความหอม และความมั่นใจที่อัพเกรดขึ้นไปอีก โดยปีนี้มาพร้อมแคมเปญ SHINE ความมั่น เวอร์ชั่น ME” ที่สะท้อนคาแรคเตอร์ของแบรนด์ และตัวตนของโบว์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งความหอมของผลิตภัณฑ์กลุ่มโคโลญและโรลออนในซีรีส์นี้ ยิ่งมีความหอมทวีคูณขึ้น หอมแล้ว หอมอีก ทำให้มั่นใจเวลาต้องพบปะกับผู้คนเยอะ ๆ หรือเวลาต้องอยู่ใกล้ชิดกับใคร     ก็จะมีคนทักเสมอว่า ทำไมตัวหอมจัง ใช้น้ำหอมอะไร ก็จะตอบไปอย่างมั่นใจทุกครั้งว่า ใช้เอเวอร์เซ้นส์ ซุปเปอร์วิตามิน เพอร์ฟูม มิสท์ ที่นอกจากความหอมที่เป็นเสน่ห์แล้ว ยังมีแนวกลิ่นหอมระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ รวมทั้งมีวิตามินบี 5 ที่ช่วยปกป้องและเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวอีกด้วย แล้วเวลาตัวเราหอม ก็มีความมั่นใจตามมา แถมกลิ่นหอมชื่นใจแบบนี้ ยังช่วยบำบัดให้รู้สึกผ่อนคลาย ที่สำคัญผลิตภัณฑ์โคโลญทุกกลิ่นของเอเวอร์เซ้นส์ ยังสามารถนำมามิกซ์กันให้กลายเป็นกลิ่นหอมใหม่ในสไตล์ที่แต่ละคนชื่นชอบได้อีกด้วย

“ส่วนอีกไอเท็มที่โบว์ใช้เป็นประจำ ซึ่งตอบโจทย์เมืองร้อนอย่างประเทศไทยมาก ๆ คือ โรลออน    เอเวอร์เซ้นส์ ดับเบิ้ล โพรเทคชั่น โรลออน ที่มีคุณสมบัติช่วยปกป้องกลิ่นกายได้ยาวนานสูงสุดถึง 72 ชั่วโมง ให้วงแขนแห้งสบาย ไม่ระคายเคืองผิว ซึ่งโบว์ใช้สลับกับ เอเวอร์เซ้นส์ ซุปเปอร์ ไวท์เทนนิ่ง    โรลออน ที่มีคุณสมบัติช่วยให้ใต้วงแขนแลดูกระจ่างใสได้ภายใน 5 วัน ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกครั้งที่ต้องชูแขนขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น เวลาออกกำลังกายที่ต้องยกแขนโหนบาร์ หรือเวลาชูแขนโบกทักทายแฟน

คลับที่มาให้กำลังใจ ก็มั่นใจและได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ สมกับสโลแกน SHINE ความมั่น เวอร์ชั่น ME เลยค่ะ”

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเอเวอร์เซ้นส์ ซึ่งเป็นไฮไลท์ในปี 2023 ได้แก่ เอเวอร์เซ้นส์ ซุปเปอร์วิตามิน เพอร์ฟูม มิสท์ (Eversense Super Vitamin Perfume Mist) น้ำหอมแนวกลิ่นเคาน์เตอร์แบรนด์ที่สาว ๆ ชื่นชอบ  มีส่วนผสมของวิตามินบี 5 ช่วยให้ผิวนุ่ม เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว, เอเวอร์เซ้นส์ ซุปเปอร์ ไวท์เทนนิ่ง โรลออน (Eversense Super Whitening Roll On) ที่มีนวัตกรรม 5X Whitening complex ช่วยให้ผิวใต้วงแขนแลดูขาวกระจ่างใสภายใน 5 วัน มาพร้อม PHA ผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ พร้อมปกป้องยาวนาน 48 ชม.และเอเวอร์เซ้นส์ ดับเบิ้ล โพรเทคชั่น โรลออน (Eversense Double Protection Roll On) เพิ่มประสิทธิภาพการระงับกลิ่นกายได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง  เนื้อบางเบา แห้งไวด้วย Dry Mineral Powder ช่วยให้ใต้วงแขนแห้งสบายยาวนานถึง 8 ชม.

เติมเต็มความมั่นใจ พร้อมเปล่งประกายความเป็นตัวเองในแบบที่ใจต้องการ ติดตามเสน่ห์แห่งความหอมจากเอเวอร์เซ้นส์ ได้ทางเฟซบุ๊ก  www.facebook.com/EversenseThailand  และ Instagram: eversense_thailand  

’45 ปี ซีไรต์มาไกลมาก’เชิญร่วมประกวดโปสเตอร์ภายใต้แนวคิดซีไรต์ใน ‘ภาพจำ’กับ ‘จินตนาการ’ของฉัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736016

'45 ปี ซีไรต์มาไกลมาก'เชิญร่วมประกวดโปสเตอร์ภายใต้แนวคิดซีไรต์ใน 'ภาพจำ'กับ 'จินตนาการ'ของฉัน

’45 ปี ซีไรต์มาไกลมาก’เชิญร่วมประกวดโปสเตอร์ภายใต้แนวคิดซีไรต์ใน ‘ภาพจำ’กับ ‘จินตนาการ’ของฉัน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.54 น.

สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลและสยามจุลละมณฑลผู้จัดงาน “45 ปี ซีไรต์มาไกลมาก”เชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมประกวดโปสเตอร์นิทรรศการ 45 ปีซีไรต์มาไกลมาก ภายใต้แนวคิด “ซีไรต์ใน “ภาพจำ” กับ “จินตนาการ” ของฉัน” เพื่อสะท้อนความรู้สึกและความคิดเห็นในฐานะผู้อ่านที่มีต่อวรรณกรรมรางวัลซีไรต์ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความมุ่งหวังที่ต้องการเห็นพัฒนาการของวรรณกรรมรางวัลซีไรต์ที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต โดยสามารถสมัครและส่งผลงานได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30มิถุนายน 2566 ที่https://forms.gle/Kcbc581XCNZkvjQu5

การประกวดแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทบุคคล และ ประเภททีมประกอบไปด้วยกลุ่มเด็ก-เยาวชน และกลุ่มประชาชนทั่วไปผู้สนใจสามารถสมัครได้โดยไม่จำกัดอายุและอาชีพ โดยต้องส่งผลงานในรูปแบบภาพนิ่ง (A3) โปสเตอร์ ไฟล์นามสกุลJPG, PNG ฯลฯ จำนวน 1 ไฟล์และไฟล์ต้นฉบับนามสกุล AI, PSD, PPT ฯลฯ จำนวน 1 ไฟล์ ความละเอียดไม่ต่ำกว่า 300 dpi โดยระบุชื่อ-นามสกุล สถานศึกษา (ถ้ามี) ช่องทางการติดต่อ พร้อมคำอธิบายที่สื่อถึงแนวคิดของโปสเตอร์นิทรรศการฯภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ที่อีเมล marketing@siamclmt.com ระบุหัวเรื่อง: ส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรม 45 ปีซีไรต์ (นิทรรศการ)

โดยคณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกผลงานที่ผ่านเข้ารอบ เพื่อจัดแสดงผ่านช่องทางออนไลน์ที่www.siamclmt.com และ Facebook Page : สยามจุลละมณฑลพร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมโหวตโปสเตอร์ที่เข้าประกวดได้ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2566 ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2566 โดย 20 ผลงานที่ได้รับการโหวตสูงสุดทางออนไลน์จะถูกนํามาจัดแสดงในงานกิจกรรมพิเศษ 45 ปีซีไรต์มาไกลมากและประกาศผลผู้ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด 3 อันดับแรกของแต่ละประเภทในวันที่ 27 สิงหาคม 2566 พร้อมร่วมพิธีมอบเกียรติบัตรและเงินรางวัล ในวันเดียวกัน ซึ่งรางวัลชนะเลิศมีทั้งหมด 4 รางวัล ได้แก่ ประเภทบุคคล และ ประเภททีม ในกลุ่มเด็กและเยาวชน และ กลุ่มประชาชนทั่วไป

กิจกรรมการประกวดโปสเตอร์นิทรรศการฯ เป็นหนึ่งในกิจกรรมของการจัดงาน “45 ปีซีไรต์มาไกลมาก” ในโอกาสที่รางวัลซีไรต์เดินทางมาครบ 45 ปี โดยต้องการปลุกกระแสแวดวงวรรณกรรมไทยและอาเซียนให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง พร้อมดึงเยาวชนและนักอ่านรุ่นใหม่ให้สร้างงานเขียนและการอ่านอย่างมีคุณค่า เพื่อพัฒนาศักยภาพพัฒนาความคิดและการเติบโตทางสังคม ซึ่งการจัดงานฯ มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม2566 สำหรับการจัดงาน“45 ปี ซีไรต์มาไกลมาก”ได้รับความร่วมมือจากสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานครองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรมธนาคารออมสิน และแอปพลิเคชันสอบติดจูเนียร์

ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดงาน “45 ปีซีไรต์มาไกลมาก” สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://www.siamclmt.com, Facebook: สยามจุลละมณฑล, Line Oa: @siamclmt หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.063-451-9359, 061-519-3641, 092-425-5229