‘มาริโอ้-คิมเบอร์ลี่’ ขอบน้ำใจ! แฟนๆ ‘หมอหลวง’ ครองอันดับ 1 จนถึงโค้งสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/735202

‘มาริโอ้-คิมเบอร์ลี่’ ขอบน้ำใจ! แฟนๆ ‘หมอหลวง’  ครองอันดับ 1 จนถึงโค้งสุดท้าย

‘มาริโอ้-คิมเบอร์ลี่’ ขอบน้ำใจ! แฟนๆ ‘หมอหลวง’ ครองอันดับ 1 จนถึงโค้งสุดท้าย

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ใกล้จะลาจอแล้ว กระแสและเรตติ้ง “หมอหลวง” ช่อง 3 ไม่เคยแผ่วสองอีพีก่อนละครจบก็ทำเอาคนดูตื่นเต้นลุ้นสุดขีด บีบหัวใจเจ็บจี๊ดกับหลายเหตุการณ์ทั้ง หมอทองแท้ (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) ติดโรคระบาดไข้ทรพิษพี่จุ่นกับครูหาญสละชีวิตกลางสงคราม และไหนจะเรื่องความรักระหว่าง แม่บัว (คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส) กับทองอ้น (มาริโอ้ เมาเร่อ) ที่ต้องลุ้นกันตลอดว่าแม่บัวจะโดนพายุพัดกลับไปในยุคปัจจุบันเมื่อไหร่ลุ้นหนักขนาดไหนก็ดูได้จากตัวเลขเรตติ้งอีพีล่าสุด“หมอหลวง EP.21”ที่ทำเรตติ้งของ 15+ BU ไปได้ 6.36 เรตติ้งใน Bangkokสูงปรี๊ดถึง 7.73 และเรตติ้ง NATIONWIDEทำได้ 4.18

ละครปังมาแรงเหนือใครเยี่ยงนี้ ทองอ้น หรือ “มาริโอ้” ก็ได้มีโอกาสออกมาเผยความในใจว่า “ดีใจมากกับทุกกระแสเลยครับ ไปที่ไหนก็มีแต่คนเรียกทองอ้น ดีใจที่เขาชอบผลงานเรื่องนี้ รู้สึกหายเหนื่อย คุ้มค่ากับที่พวกเราตั้งใจทำงานกันมา และรู้สึกดีใจที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจกับการแพทย์แผนไทยมากขึ้นซึ่งการแพทย์แผนไทยเป็นอะไรที่อยู่คู่กับคนไทยมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว บางทีน้องๆ ที่เป็นนักศึกษาการแพทย์แผนไทยจริงๆมาบอกผมว่าดีใจที่มีละครแบบนี้ มันทำให้เขามีกำลังใจทำให้เห็นคุณค่าของอาชีพนี้และอยากจะฝากให้แฟนๆ มาลุ้นตอนสุดท้ายของ หมอหลวง เป็นอะไรที่พิเศษมากๆ สำหรับใครที่เป็นแฟนหมอหลวงก็ยิ่งพลาดไม่ได้เลย เพราะมันคือบทสรุปของละครเรื่องนี้ โอ้บอกเลยว่ามันน่ารัก พูดไปเดี๋ยวก็สปอยต้องดูตอนจบห้ามพลาดเลยครับ” ละคร “หมอหลวง”ตอนอวสาน EP.22 คืนนี้ จันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2566 นี้ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

‘DPU’ต้อนรับซีโอโอ‘The Sandbox’ แพลตฟอร์มโลกเสมือนจริงระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735208

‘DPU’ต้อนรับซีโอโอ‘The Sandbox’ แพลตฟอร์มโลกเสมือนจริงระดับโลก

‘DPU’ต้อนรับซีโอโอ‘The Sandbox’ แพลตฟอร์มโลกเสมือนจริงระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากที่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.-DPU) ปักธงนำเรื่องการพัฒนาองค์กรให้มีความโดดเด่นในด้าน Metaverse เป็นมหาวิทยาลัยลำดับต้นๆ ของประเทศไทย ทั้งยังมีการพัฒนาหลักสูตรเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนเข้าใจระบบนิเวศ Web3 ผ่านทาง “Metaverse Campus” แบบไร้ขีดจำกัดบนเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมหาวิทยาลัยได้เลือก The Sandbox Metaverse platform เป็น Metaverse แรกที่จะให้นักศึกษาได้เข้าไปทำความรู้จักโลกใหม่นี้

ไม่นานมานี้ เซบาสเตียน บอร์เกต์ (Sebastien Borget) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) จาก The Sandbox มาเยือนมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดย ดร.ดาริกาลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจาก The Sandbox มาเยือนและร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับ DPU ด้วยเป้าหมายของ DPU คือ มุ่งทำให้นักศึกษารู้จักและเข้าใจเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะ Web3 technology ซึ่งเป็นเทรนด์แห่งอนาคต ผ่านการพัฒนา Metaverse Campus

โดย DPU เริ่มต้นจากการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่ “มอบปริญญาบัตร NFT” ให้กับบัณฑิตที่จบการศึกษา ตามด้วยการมอบ “NFT Avatar” ให้นักศึกษาในปีที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นและสร้างการมีส่วนร่วมของนักศึกษา (Student Engagement) กับทางมหาวิทยาลัย ด้วยเล็งเห็นว่า การมอบ NFT จะผลักดันให้นักศึกษาเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างการใช้งาน Wallet รู้จักบล็อกเชน เข้าใจเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล และอีกหลายเทคโนโลยีที่อยู่รายล้อม และเชื่อว่าจะได้เห็นความก้าวหน้าใหม่ๆ จากการจับมือกับ The Sandbox

“สำหรับปีนี้ สิ่งที่จะได้เห็นคือ DPU Metaverse Campus แพลตฟอร์มที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Web3 ซึ่งเป็นระบบนิเวศเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะเปลี่ยนผ่านการศึกษาแบบเดิมไปสู่ EdTech และ Edutainment ที่สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ทั้งในโลก Digital และ Physical ให้แก่ผู้เรียนได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยผู้เรียนจะได้รับประสบการณ์รูปแบบใหม่ เช่น สามารถใช้ NFT รับคะแนนสะสม (Point) นำคะแนนไปสร้างหรือเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้ Avatar ที่อยู่ใน D.OASIS บน The Sandbox จากการเข้าร่วมกิจกรรมหรือการเรียนการสอนวิชาต่างๆ และยังสามารถนำไปแลกของรางวัล อาหาร เครื่องดื่ม ตั๋วภาพยนตร์ ฯลฯ ได้อีกมากมายในอนาคต” ดร.ดาริกา กล่าว

ไทม์ไลน์สำคัญของ DPU เพื่อเตรียมก้าวสู่ยุค Web3 ไล่ตั้งแต่ “มีนาคม 2565” – มอบปริญญาบัตร NFT (NFT Certificates for Graduates) ให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาเป็นปีแรกและครั้งแรกของมหาวิทยาลัยในไทย “กรกฎาคม 2565” – เริ่ม Airdrop NFT Avatar ที่เรียกว่า“DPUVERSE” ให้แก่นักศึกษาปี 1 ทุกคน เพื่อเป็นกุญแจเข้าสู่ Metaverse Campus ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

“ภายในปี 2566” เปิดตัว DPU Metaverse Campus มหาวิทยาลัยในโลกเสมือนบนพื้นที่ของ D.OASIS จากการที่ D.OASIS เข้าไปซื้อที่ดิน (Land) บนแพลตฟอร์ม The Sandbox Metaverse ซึ่งการมาเยือน DPU ของทีม The Sandbox นี้ ผู้บริหาร The Sandbox ได้ไปร่วมชมผลงานการออกแบบคาแร็กเตอร์ของนักศึกษา วิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี (ANT) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ณ ANT Experience ซึ่งเป็นผลงานที่สร้างสรรค์โดยใช้เครื่องมือ VoxEdit บนแพลตฟอร์ม The Sandbox นั่นเอง

“หลายๆอย่างที่เราทำคงเห็นแล้วว่า เราจริงจังกับการสร้าง Web3 Ecosystem และที่สำคัญเรายังปรับแก้หลักสูตรการศึกษาพื้นฐานของทุกคณะ เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จัก เข้าใจ Technology ใหม่ๆ ที่กำลังมีบทบาทอย่างมากในอนาคต เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน, สกุลเงินดิจิทัล, เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์, การออกแบบงานดิจิทัล โดยนักศึกษาสามารถคิดโปรเจกท์ สร้างเกม ออกแบบคาแร็กเตอร์สรรสร้างสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ทาง Metaverse Campus ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการขับเคลื่อนและส่งต่อองค์ความรู้ผ่านวิทยาลัย ANT ไปสู่ The Sandbox Metaverse” อธิการบดีมธบ. ระบุ

หลังจากคณะผู้บริหาร DPU ได้นำเซบาสเตียนกับทีม The Sandbox เดินชมส่วนหลักๆ ของมหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีการแสดงแฟชั่นโชว์ในโลกเสมือน และเซอร์ไพรส์ด้วยการแสดงแฟชั่นโชว์ในโลกจริงในคอลเลคชั่นเดียวกัน ซึ่งเป็นฝีมือการออกแบบของนักศึกษา ทั้งหมด 3 เซต รวม 15 ชุด ณ ห้อง Maker Space และในตอนท้าย ดร.ดาริกา ยังมอบ “Yak” ผลงานการออกแบบ NFT Avatar ในรูปของ “ยักษ์สไตล์ดิจิทัล” ศิลปะร่วมสมัย โดย นายณัฏฐพัชร์ เชื้อสุวรรณ หรือ ต้นเลอร์ ศิษย์เก่า DPU ซึ่งจัดทำขึ้นสำหรับ THE SANDBOX DPU CAMPUS VISIT โดยเฉพาะ

เซบาสเตียน COO จาก The Sandbox กล่าวขอบคุณสำหรับการต้อนรับและของที่ระลึกจาก DPU และ D.OASIS ทั้งยังกล่าวถึงศักยภาพของคนไทย ประเทศไทย ตลอดจนรู้สึกชื่นชมยินดีที่ได้เห็นการเตรียมบุคลากรสู่อนาคตของสถาบันการศึกษาไทยอย่าง DPU ที่มุ่งพัฒนาการเรียนการสอนเกี่ยวกับเทคโนโลยี Web3 เป็นมหาวิทยาลัยแรกๆ ของประเทศ

“ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เรามีพาร์ตเนอร์ในไทยแล้ว 20 ราย แบ่งเป็น 6 สตูดิโอ กับ 14 แบรนด์ท้องถิ่น โดยเรามองว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่โดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมอาหาร ความบันเทิง กีฬา แฟชั่น และสามารถโชว์สิ่งเหล่านี้ออกไปเพื่อดึงดูดความสนใจจากคนทั่วโลกได้ แม้ไม่ใช่ทุกประเทศที่สนใจจะมา Collaboration กับไทย แต่ทาง The Sandboxเล็งเห็นศักยภาพและโอกาสที่ไทยจะโดดเด่นด้าน Metaverse ในระดับภูมิภาค” คุณเซบาสเตียนกล่าว

อย่างไรก็ดี แม้ว่าปัจจุบันยังเกิด Metaverseขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์ เพราะในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี Web3 ยังอยู่ในขั้นพัฒนา แต่เซบาสเตียนให้ความเห็นเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า ทิศทางของเทคโนโลยีและการดำเนินธุรกิจจะขับเคลื่อนไปในทิศทางนี้ ไม่ช้าก็เร็ว และใครทำก่อน รู้ก่อน ย่อมได้เปรียบ โดยจะเห็นว่ามีการพัฒนาและทดลองทำ Metaverse มากมายในปัจจุบัน ทำให้มีนวัตกรรมใหม่ๆ โมเดลธุรกิจใหม่เกิดขึ้น

สำหรับการพัฒนา Metaverse ต้องอาศัยเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (learning by doing) ซึ่งบางครั้งอาจล้มเหลว บางครั้งเป็นได้แค่การทดลอง บางครั้งอาจทำแล้วได้สิ่งที่ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เว็บส่วนใหญ่ยังเป็น Web1 และ Web2 หากใครเข้า Web3ก่อนก็จะยิ่งได้เปรียบ และจะยิ่งดีถ้าโพสิชันนิงตัวเองว่าจะเป็น Web3 ได้ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า เพราะเมื่อเทคโนโลยี Web3 ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ จะนำไปสู่โมเดลธุรกิจที่มีความก้าวหน้าอย่างมาก!!!

‘สศร.’ชวน‘เสพศิลป์ ฟินอาร์ต’ พบ3โครงการในเดือนมิถุนายนนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735207

‘สศร.’ชวน‘เสพศิลป์ ฟินอาร์ต’ พบ3โครงการในเดือนมิถุนายนนี้

‘สศร.’ชวน‘เสพศิลป์ ฟินอาร์ต’ พบ3โครงการในเดือนมิถุนายนนี้

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) เปิดเผยว่า สศร. โดยกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย จัดโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 “เสพศิลป์ ฟินอาร์ต” ประจำเดือนมิ.ย. 2566 เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านศิลปะร่วมสมัยสู่ประชาชนที่สนใจ และสนับสนุนการเปิดพื้นที่แสดงผลงานของศิลปินสาขาต่างๆ จำนวน 3 โครงการ

ได้แก่ 1.การแสดงผลงานในระดับนานาชาติ ผ่านระบบออนไลน์ ของโครงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถอุตสาหกรรมชุมชน จากการสร้างสรรค์ผสานอัตลักษณ์และภูมิปัญญาเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์ลำปาง ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2566 โดยเข้าชม รูปแบบ Virtual Tour ได้ที่ http://ADA.RMUTR.AC.TH/ADA2023 ดูรายละเอียดที่ เฟซบุ๊ก : ออกแบบหัตถอุตสาหกรรม มธ. ศูนย์ลำปาง

2.โครงการการแสดงศิลปกรรมของสมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 16 ที่ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ระหว่างวันที่ 13 มิ.ย.-8 ก.ค. 2566 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊ก : สมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย และ 3.โครงการ ศิลปะรัศมี “นครศรีฯไฉไล 3” โดย ผศ.ปริทรรศ หุตางกูรที่ PARETAS ART CLUB ที่ จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 23 มิ.ย.- 8 ก.ค. 2566 ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ เฟซบุ๊ก : Paretas Art Club /ปารีทัส อาร์ตคลับ

ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่างๆ ของโครงการที่ได้รับทุนอุดหนุน กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย และกิจกรรมของ สศร. ได้ที่เฟซบุ๊ก : สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

ศิษย์เก่าMBA‘ศศินทร์’ ทรานส์ฟอร์ม‘River City Bangkok’ ด้วยความคิดสร้างสรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735206

ศิษย์เก่าMBA‘ศศินทร์’  ทรานส์ฟอร์ม‘River City Bangkok’  ด้วยความคิดสร้างสรรค์

ศิษย์เก่าMBA‘ศศินทร์’ ทรานส์ฟอร์ม‘River City Bangkok’ ด้วยความคิดสร้างสรรค์

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คุณลินดา เชง (Linda Cheng) นิสิตเก่า MBA ศศินทร์ (MBA 1990) ชาวไต้หวัน กรรมการผู้จัดการ River City Bangkok ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยน River City Bangkok ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ด้านศิลปวัฒนธรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้กลายเป็น ecosystem แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ในการสร้าง “ประสบการณ์” ด้านการชื่นชมงานศิลปะ ซึ่งคุณลินดา ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณผู้ประกอบการในการนำนิทรรศการ “Up the River Between Qingming” จากพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติไต้หวันมาจัดแสดงเมื่อปี 2561

จากนั้นก็ประสบความสำเร็จอีกหลายครั้งในการนำนิทรรศการอื่นๆ ได้แก่ “From Monet to Kandinsky”, “Italian Renaissance”, “Something Nouveau” และ “Van Gogh” เข้ามาจัดแสดงในประเทศไทย นิทรรศการเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างการมีส่วนร่วม ยังก้าวข้ามความจำเจได้สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ชมจากการสัมผัสและดื่มด่ำประสบการณ์ศิลปะในรูปแบบใหม่ๆ

– อานุภาพแห่งศิลปะ : ระหว่างเรียนที่ศศินทร์ คุณลินดาได้เรียนทักษะในการศึกษาตลาด หาจุดบอดและประเด็นที่มาของปัญหา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะเป็นแรงผลักดันทางธุรกิจอย่างยั่งยืน คุณลินดาพบว่าพื้นที่แสดงศิลปะที่ศิลปิน ผู้รักศิลปะและนักสะสมของโบราณมาพบปะกันเป็นที่ต้องการอย่างมาก เชื่อว่าศิลปะเป็นสื่อเชื่อมโยงกันระหว่างมนุษย์และช่วยหล่อหลอมการเติบโตของแต่ละบุคคล เป้าหมายในการจัดนิทรรศการนั้นเพื่อส่งเสริมประสบการณ์ที่มีความหมาย กระตุ้นให้ผู้เข้าชมเห็นและสัมผัสศิลปะในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม เน้นย้ำถึงความสำคัญของการได้สัมผัสศิลปะโดยตรง

คุณลินดากล่าวว่า “การอยู่ในวงการศิลปะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะศิลปะสามารถเป็นอะไรก็ได้ เป็นนามธรรมก็ได้ คุณต้องสัมผัสและรู้จักศิลปะด้วยตัวคุณเอง” โดยอุปสรรคอย่างหนึ่งที่เธอเผชิญในการนำงานศิลปะจากต่างประเทศเข้ามาสู่เมืองไทย คือการโน้มน้าวให้ผู้บริหารพิพิธภัณฑ์ที่ National Museum Palace ในไต้หวันทำงานร่วมกับศูนย์ศิลปะที่ไม่ใช่หอศิลป์แห่งชาติที่เป็นที่รู้จัก ซึ่งต้องเต็มใจ และกล้าพอที่จะบอกว่าเราต้องเปลี่ยนแม้จะยากมากที่จะเปลี่ยนคนและเปลี่ยนความคิดก็ตาม ดังนั้นการสื่อสารและการสนทนาต่อเนื่องทั้งภายในและภายนอกสำคัญมาก

– ความยั่งยืนผ่านความคิดสร้างสรรค์ :คุณลินดาเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของ creative industry แม้ว่านวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีอย่างยั่งยืนจะมีความสำคัญ แต่ธุรกิจด้าน Creative จะเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้นั้น ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ที่สูงกว่าองค์ประกอบอื่น ซึ่งแนวคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่เราต้องมีอยู่ในใจ ในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งเติบโตได้เรื่อยๆ จงอย่ากลัวที่จะฝัน อย่ากลัวที่จะจินตนาการถึงสิ่งที่ยังไม่มี นั่นคือสิ่งที่ท้าทายที่สุดในการอยากทำสิ่งที่แตกต่าง สร้างสรรค์และไม่ธรรมดา

การผสมผสานความยั่งยืนเข้ากับธุรกิจ หรือศิลปะอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย การคิดสร้างสรรค์จึงมีความสำคัญมาก พันธกิจของ River City Bangkok คือการส่งเสริมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอย่างยั่งยืนด้วยการมอบประสบการณ์ที่ไม่ได้เน้นเฉพาะการค้า คุณลินดาเชื่อว่า การให้ผู้คนได้มีโอกาสสัมผัสศิลปะโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือในราคาที่เอื้อมถึงนั้นมีความสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ แม้ว่าพวกเขาอาจยังไม่สามารถซื้องานศิลปะหรือของโบราณได้ในตอนนี้ แต่ก็ยังสามารถมีส่วนร่วมและชื่นชมศิลปะได้ คุณลินดาตั้งเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนทางสังคม โดยสร้างความเป็นชุมชนศิลปะ ทำให้คนได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับศิลปะและให้ศิลปินได้แสดงผลงานสร้างสรรค์ของพวกเขา

ด้วยวิสัยทัศน์อันเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ River City Bangkok ได้กลายเป็นสถานที่สำหรับผู้คนที่จะเพลิดเพลินไปกับศิลปะ เป็นความสำเร็จที่ตอนแรกดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในเมืองที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าหรูหราความฝันของเธอกลายเป็นความจริงแล้ว และเธอยังมีแผนโครงการในอนาคต คือการเปิดร้านหนังสือ ไลฟ์สไตล์ที่เน้นด้านศิลปะและการออกแบบ ซึ่งมีต้นแบบมาจากต่างประเทศ ซึ่งจะเปิดบริการในปลายปีนี้ที่ River City Bangkok

“ดิฉันคิดว่าความยั่งยืนนั้นยังหมายถึงประสบการณ์ของมนุษย์ที่สามารถยืนยาวได้มากกว่าประสบการณ์ทางวัตถุ และสำหรับฉันประสบการณ์ทางจิตวิญญาณนั้นจะช่วยให้ผู้คนมีความสุขมากขึ้นด้วย” คุณลินดา กล่าวในตอนท้าย

ความสำเร็จของคุณลินดาเป็นแรงบันดาลใจในการเป็นผู้ประกอบการในวงการของ creative industry ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และการคิดนอกกรอบในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนตามแบบฉบับของ Sasin School of Management ในการ Inspire. Sonnect. Transform เพื่อโลกที่ดีขึ้น ฉลาดขึ้น และยั่งยืน!!!

เปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทำงานแบบไม่มีวันหยุด ‘ก้าวไกล’ ลุยต่อวาระปัญหา พลังงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550358

04 มิ.ย. 2566

เปลี่ยนผ่านรัฐบาล   ทำงานแบบไม่มีวันหยุด 'ก้าวไกล' ลุยต่อวาระปัญหา พลังงาน

เปลี่ยนผ่านรัฐบาล ท่องไว้อย่างเดียว “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกฯแห่งพรรคก้าวไกล เคาะไทม์ไลน์การทำงานของคณะก่อตั้งรัฐบาล วันอังคาร ประชุมคณะทำงานชุดเล็ก ลุ้นอาจจะมีคณะทำงานเพิ่มขึ้นมาอีก มองปัญหาที่ต้องไฮไลท์ในขณะนี้คือเรื่องของ”พลังงาน”

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า   ในการจัดตั้งรัฐบาล ถือว่ามีความคืบหน้าตามลำดับ   ทั้งนี้ในวันอังคารที่ 6  มิ.ย.  จะมีการประชุมของคณะกรรมการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล  และมีประเด็นที่จะดำเนินการต่อ คือการแก้ไขในเรื่องของปัญหาพลังงานที่เป็นต้นทุนทางด้านต่าง ๆ   ซึ่งสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกันอาจจะมีการ
ตั้งคณะทำงานเพิ่ม   ส่วนวันพุธที่ 8  จะเป็นการประชุมหัวหน้าพรรค ซึ่งทั้ง 8 พรรค คาดว่าจะจบลงด้วยดี   จะไม่เสียสมาธิในการแก้ปัญหาประชาชน 

“ประเด็นการถือหุ้นสื่อ ผมพร้อมชี้แจงในเรื่องหลักฐานและกฎหมาย แต่ตอนนี้ยังไม่มีหนังสือเชิญจากสำคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากมีเอกสารมาก็จะชี้แจงกลับไป  พยายามทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องบริสุทธิ์ และไม่มีอะไรที่จะทำให้การตั้งรัฐบาลสะดุดลงได้  ” นายพิธา กล่าว 

‘พิธา’ ร่วมงาน Bangkok Pride ประกาศชัดพร้อมดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550354

04 มิ.ย. 2566

'พิธา' ร่วมงาน Bangkok Pride ประกาศชัดพร้อมดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ทันที

Bangkok Pride 2023 : พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บอกยินดีที่ได้มาร่วมงาน มองเป็นนิมิตหมายดี ลบคำครหาไทยมีอคติทางเพศสภาพ เปลี่ยนให้เป็นจุดแข็งของประเทศ พร้อมดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ทันที

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เปิดเผยก่อนเข้าร่วมขบวนพาเหรด Bangkok Pride Month 2023 ว่า ดีใจที่ได้มาร่วมงาน Pride ในวันนี้

ถือเป็นการส่งสัญญาณไปทั่วโลกในการแสดงความรักทุกรูปแบบของสังคมไทย สามารถเป็นไปได้ และเป็นการส่งสัญญาณไปถึงโลกว่า ความรักจะชนะหลายเรื่อง 

การที่มาฉลองกันในวันนี้ ไม่ใช่แค่พาเหรดหรือสัญลักษณ์ และเมื่อรัฐบาลจัดตั้งได้เมื่อไหร่จะสนับสนุนสมรสเท่าเทียมและอัตลักษณ์ทางเพศ รวมไปถึงสวัสดิการ ซึ่งหากทำได้จะเป็นการสนับสนุน Pride month ให้เป็น Pride Always จริงๆ

เมื่อถึงตอนนั้น คนจะมองว่าประเทศไทยเป็นพื้นที่เปิดเผยได้ ปลอดภัยและอิสระ ที่จะให้คนเป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุดและลบคำครหาบางอย่างที่กำหนดสังคมจากเพศสภาพบางคนอยากเป็นครูก็เป็นไม่ได้ บางคนอยากวางแผนครอบครัวก็ทำไม่ได้เพราะเพศสภาพ บางคนอยากจะวางแผนภาษีซื้อประกันให้คนที่รักก็ทำไม่ได้

“และหวังว่าปี 2028 กรุงเทพฯ จะได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน world pride ซึ่งผลพวงที่ตามมาเช่นนผลพวงทางเศรษฐกิจ “นายพิธากล่าว

'พิธา' ร่วมงาน Bangkok Pride ประกาศชัดพร้อมดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ทันที

นายพิธา ยังยืนยันว่า แน่นอน ร่างพ ร.บ.สมรสเท่าเทียม ก็ยังอยู่ในสภาฯ สามารถผลักดันต่อได้เลย ซึ่งหากไปดูแล้ว วิปรัฐบาลในขณะนั้นก็ให้ผ่านกฎหมาย ซึ่งส่วนตัวก็เห็นด้วยเพราะไม่ใช่เรื่องปฏิบัติทางเพศ ทำให้คนสามารถเลือกระดับชีวิตได้ว่าจะเป็นแบบไหนจะเป็นระดับคนรักหรือว่าระดับสมรส เพื่อมีไว้ให้คนไม่จำกัดเพศสภาพ

'พิธา' ร่วมงาน Bangkok Pride ประกาศชัดพร้อมดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ทันที

“คิดว่าเป็นการสร้างนิมิตรใหม่ให้สังคมไทย ซึ่งต้องทำให้ได้ใน 100 วันแรก เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยก็เห็นด้วยและจะผ่านสภาอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเราก็แสดงให้โลกเห็นความหลากหลายไม่ได้เป็นจุดอ่อนของประเทศนี้แต่เป็นจุดแข็ง” นายพิธา กล่าว

‘สุพันธ์” พร้อมดัน ‘พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม’ ตามเอ็มโอยูตั้งรัฐบาล 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550331

04 มิ.ย. 2566

'สุพันธ์" พร้อมดัน 'พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม' ตามเอ็มโอยูตั้งรัฐบาล 

‘สุพันธุ์ มงคลสุธี’ ยืนยันเดินตามเอ็มโอยูต้ังรัฐบาล ต้อนรับ Pride Month 2023 พร้อมผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม 

Pride Month 2023 นอกจากเดือนแห่งการรณรงค์ความหลากหลายทางเพศแล้ว ยังเป็นช่วงที่มีการจัดตั้งรัฐบาลของไทย ที่พรรคร่วมรัฐบาลแสดงจุดยืนในการเดินหน้าตาม MOU ที่มีการตกลงกันเอาไว้ โดยหนึ่งในนั้นคือประเด็นนโยบาย “สมรสเท่าเทียม”

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลตามเอ็มโอยูที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ เปิดเผยว่า เนื่องในเดือน Pride Month เห็นว่ารัฐบาลใหม่ที่จะมาถึงจะต้องผลักดัน พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม เพื่อเป็นการประกันสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนตามเอ็มโอยูที่ได้ประกาศแก่พี่น้องประชาชน

'สุพันธ์" พร้อมดัน 'พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม' ตามเอ็มโอยูตั้งรัฐบาล 

นายสุพันธุ์ ระบุว่าเดือนมิถุนายน ที่ถูกถือกันว่าเป็น Pride Month เป็นเดือนที่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมากว่า 50 ปี และจนมาถึงวันนี้ตนไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลอะไรที่จะต้องกีดกันหรือแบ่งแยกกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศโดยเฉพาะเรื่องสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย สิทธิในการไม่ถูกแบ่งแยกในที่ทำงาน และที่สำคัญคือสิทธิในการสมรส 

สิทธิในการสมรสนั้น ในมุมหนึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น เพราะนั้นเกี่ยวข้องกับกฎหมายแพ่ง การรับมรดก การทำธุรกรรมทางการเงิน ถ้าหากกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้เหมือนคู่ชายหญิง จะทำให้เกิการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น เช่นการซื้อบ้าน หรือ อสังหาริมทรัพย์ต่างๆร่วมกัน รวมถึงการวางแผนที่จะทำธุรกิจร่วมกัน เพราะปัจจุบันมีคู่รักจำนวนมากที่ไม่ก้าทำธุรกิจ่วมกันเพราะหากใครคนหนึ่งเป็นอะไรไป เกรงว่าสิ่งที่ทำด้วยกันมาตนจะไม่ได้รับอะไรเลยเพราะไม่มีสิทธิรับมรดก 

ดังนั้นการมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมจะช่วยให้ประชาชนคนตัวเล็กกลุ่มที่เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ สามารถลงทุนร่วมกัน กู้ร่วมกันเพื่อไปสร้างเศรษฐกิจต่อได้ รวมถึงเศรษฐกิจที่จะได้จากการผลักดันการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับผู้มีความหลากหลายทางเพศก็จะทำได้มากขึ้นและจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ 

นายสุพันธุ์ย้ำว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีชื่อเสียงที่ดีกับชุมชน LGBT ทั่วโลก เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงสถานบันเทิงที่เป็นมิตรต่อกลุ่ม LGBT อยู่เยอะมาก เราได้เม็ดเงินมหาศาลจากตรงนี้ แต่ในทางหนึ่งเราจะเป็นสวรรค์ของ LGBT ทั่วโลกอย่างแท้จริงไม่ได้เลย ถ้าเรายังไม่ให้สิทธิที่ทุกคนพึงได้ไม่ว่าจะเพศใดก็ตามแก่คนในชุมชนเหล่านี้ ดังนั้นตนหวังว่ารัฐบาลใหม่จะผลักดันพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ตามที่ได้ประกาศไว้ใน MOU ให้ได้โดยเร็ว

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2699067

"สุธี ทองแย้ม" เปิดงานเทศกาล “มหัศจรรย์นนทบุรี ทุเรียนลอยฟ้า”

4 มิ.ย. 2566 05:01 น.

“สุธี ทองแย้ม” เปิดงานเทศกาล “มหัศจรรย์นนทบุรี ทุเรียนลอยฟ้า”

อย่าพลาด  –  สุธี ทองแย้ม ผวจ.นนทบุรี เปิดเทศกาล “มหัศจรรย์นนทบุรี ทุเรียนลอยฟ้า” ชวนลิ้มรสความอร่อยกับบุฟเฟต์ทุเรียนคุณภาพพรีเมียม จัดถึง 5 มิ.ย. โดยมี ดวงตา พงษ์วิไลย์, ไชยวัฒน์ แย้มนาค และ จิราภรณ์ อ่อนเกิด มาร่วมงานด้วย ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน วันก่อน.

การเข้าสู่อำนาจรัฐต้องยึดขั้นตอนกฎหมาย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…กลายเป็นวิวาทะสลับฉากในห้วงที่รอลุ้นการจัดตั้ง รัฐบาล 8 พรรค ภายใต้การนำของ พรรคก้าวไกล หลังจาก วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาให้ความเห็นกรณีหาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ในประเด็นถือหุ้นไอทีวี และถูกร้องเรื่องการรับรองผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคก้าวไกล อาจเป็นเหตุให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมทั้งประเทศ…ล่าสุด รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ออกมาตอบโต้ รองนายกฯวิษณุ ว่าไม่อยากไปพูดถึงข้อวิจารณ์ มีข้อวิจารณ์มากมายที่ยังมีปัญหาในเชิงข้อกฎหมายอยู่ ยืนยันว่าเรื่องหุ้นสื่อไอทีวีของ พิธา ทาง พรรคก้าวไกล พร้อมต่อสู้ข้อกฎหมายต่างๆ และยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทางการเมือง เป็นเรื่องการกลั่นแกล้งกัน จุดประสงค์ของ วิษณุ ที่ออกมาในการพูด ก็เพื่อชี้นำ ส.ว. ใช่หรือไม่ เป็นการชี้นำสังคม เพื่อที่จะหวังผลทำให้ ส.ว. เกิดความลังเลใจ หวังส้มหล่น ทั้งๆที่ในความเป็นจริงเรามีการเลือกตั้งแล้ว ทุกอย่างมันกำลังสมมติ มันกำลังไปได้สวยแต่ทำไมถึงต้องใช้กระบวนการแบบนี้ คำถามคือทำแบบนี้บ้านเมืองมันจะวุ่นวายหรือเปล่า ทำแบบนี้มันก็เท่ากับเป็นการไม่เคารพเจตจำนงประชาชนที่เขาไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ บางครั้งเราอย่าไปให้ความสำคัญกับเรื่องความเห็นทางกฎหมายของ รองนายกฯวิษณุ มาก เพราะที่ผ่านมาก็ไม่ได้ถูกทุกเรื่อง
  • ขณะที่ ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สำทับว่า เรื่องจะต้องเลือกซ่อมทั่วประเทศห่างไกลมาก เพราะ พิธา ลงนามส่งคนลงสมัคร ส.ส.ในฐานะ หัวหน้าพรรค ไม่ใช่ฐานะ ส.ส. หรือ นายกรัฐมนตรี ความเป็น หัวหน้าพรรค ถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับพรรค ไม่เกี่ยวกับถือหุ้น หรือไม่ถือหุ้น…มุมมองสอดคล้องกันในฐานะที่ จับมือมัดข้าวต้มรอจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน
  • ส่วนทางฟาก เสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. มองต่างมุม ออกมาถือหาง รองนายกฯ วิษณุ โดยตอกย้ำว่า เรื่องการถือหุ้นสื่อของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อาจทำให้เกิดปัญหาการเลือกตั้งเป็นโมฆะต้องเลือกตั้งใหม่ มีความเป็นไปได้ เพราะ พิธา รู้ตัวว่าขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. เนื่องจากถือหุ้นสื่อแต่ไปเซ็นรับรองผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลในฐานะ หัวหน้าพรรค เท่ากับไปรับรองทั้งที่ตัวเองไม่มีคุณสมบัติ หากจะเป็น โมฆะ ควรเป็นเฉพาะเขตที่ผู้สมัครพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ควรโมฆะทั้งหมด แต่บางฝ่ายเห็นว่าต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เพราะคะแนนที่ พรรคก้าวไกล ได้ไป ทำให้คะแนนเสียงของ คนอื่นๆ ผิดเพี้ยนไม่ตรงกับความจริง คะแนนจึงเสีย ทั้งระบบ เพราะหาก พิธา ไม่เซ็นรับรองผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล ประชาชนอาจไปพิจารณา เลือกพรรคอื่น ขึ้นอยู่กับ ศาลรัฐธรรมนูญ จะเห็นอย่างไร และ มีคำวินิจฉัยเช่นใดออกมา ถ้าเลือกตั้งเฉพาะเขตที่พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง ก็เสียหายน้อยหน่อย แต่ถ้าต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศคงเสียหายเยอะ แต่ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับจะเสียหายมากน้อยอย่างไร…สรุปความปมหุ้นสื่อ เป็นด่านหินสำคัญที่อาจดับฝันคนชื่อ “พิธา” เพราะสุดท้ายเรื่องของกฎหมาย อยู่ที่การชี้ขาดของศาล จบข่าว
  • ผ่างๆ…หลังจาก วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาแฉเรื่อง ส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนวงการตำรวจถึงขั้นที่ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และมีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. มารักษาราชการแทน ผบก.ทล. เพื่อสะสางเรื่องส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก ที่เป็นปัญหาหมักหมมมานาน พร้อมแต่งตั้ง พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก. เป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส
  • ล่าสุด อภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และเครือข่าย 10 สมาคม ได้เข้าให้ข้อมูล และมอบเอกสารสติกเกอร์ส่วย 46 ป้าย รวมทั้งรายชื่อตำรวจที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ว่าที่ ส.ส.วิโรจน์ เพื่อส่งให้ จเรตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการสอบสวนต่อไป…หวังล้างขบวนการส่วยให้สิ้นซาก
  • ขณะที่ นิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. ออกมาระบุว่า เรื่อง ส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก น่าจะมีเจ้าที่รัฐเกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการต่อไป …ส่วนเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ป.ป.ช. ได้เสนอมาตรการป้องกันทุจริตต่อคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบ โดยให้ กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปดำเนินการ 6 ประเด็น อาทิ การบังคับใช้กฎหมายลงโทษผู้ประกอบการที่บรรทุกน้ำหนักเกินอย่างเป็นรูปธรรม นำระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้ ลดการใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่ในการชั่งน้ำหนัก เพิ่มมาตรการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่มีปัญหาทุจริต ทั้งนี้ จากการติดตามความคืบหน้าพบว่าหน่วยงานต่างๆได้เริ่มดำเนินการตามข้อเสนอไปบ้างแล้ว แต่บางเรื่องยังมีข้อติดขัด โดย ป.ป.ช. จะเร่งผลักดัน ทุกหน่วยงาน ทำงานเชิงรุกป้องกันการทุจริตรถบรรทุกน้ำหนักเกินต่อไป…งานนี้นอกจากการเสนอแนวทางป้องกันทุจริตแล้ว ป.ป.ช.จะต้องลงโทษขบวนการส่วยอย่างเด็ดขาดด้วย
  • สังคมทั่วไป…พระราชทานเพลิงศพ รัชทิน ศยามานนท์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย วัดธาตุทอง 4 มิ.ย. 16.00 น.
  • ศพ วราวิทย์ เพ็ญภาคกุล บิดา วิทยา–พรรณงาม–ภาคิน เพ็ญภาคกุล ตั้งสวดวัดประชุมคงคาราม อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ 4 มิ.ย.คืนสุดท้าย ฌาปนกิจ 5 มิ.ย. 15.00 น.
  • ศพ คุณพ่อฉาย ทองเสม ตั้งสวดวัดหนองพะอง ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 18.00 น. ถึง 6 มิ.ย. ฌาปนกิจ 7 มิ.ย. 16.00 น. 

“ธนูเทพ”

บาดเจ็บ 20 ราย หลังรัสเซียโจมตีเมืองดนีโปรในยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699229

บาดเจ็บ 20 ราย หลังรัสเซียโจมตีเมืองดนีโปรในยูเครน

4 มิ.ย. 2566 10:03 น.

บาดเจ็บ 20 ราย หลังรัสเซียโจมตีเมืองดนีโปรในยูเครน

มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 20 คน และคาดว่ามีผู้ติดอยู่ในซากอาคารที่ได้รับความเสียหายจำนวนมาก หลังรัสเซียเปิดฉากการโจมตีในเมืองดนีโปร ทางตอนกลางของยูเครน โดยคลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังค้นหาผู้รอดชีวิตจากซากอาคาร 2 ชั้น เจ้าหน้าที่อีกรายกล่าวว่า เหยื่อ 5 รายเป็นเด็ก และชายคนหนึ่งถูกดึงออกมาจากซากปรักหักพัง

เสียงระเบิดยังคงเกิดขึ้นทั่วกรุงเคียฟ ซึ่งมีการติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ ขณะที่พื้นที่ทั้งหมดของยูเครนอยู่ภายใต้การแจ้งเตือนการโจมตีทางอากาศ ด้านรัสเซียยังคงไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ล่าสุด

นายเซเลนสกี กล่าวว่า เหตุระเบิดในเมืองดนีโปร เป็นการโจมตีโดยเจตนาของรัสเซีย แม้ว่าก่อนหน้านี้รัสเซียจะปฏิเสธว่าไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือนในระหว่างการรุกรานยูเครนก็ตาม

นายเซอร์ฮีย์ ไลแซก ผู้ว่าการแคว้นดนีโปร กล่าวว่า ไฟไหม้เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีในเขตทางตอนเหนือของเมือง และกล่าวเสริมว่ามีเด็ก 5 คนที่ได้รับบาดเจ็บ โดย 3 คนมีอาการสาหัส และผู้บาดเจ็บ 17 คน จาก 20 คนในเหตุการณ์ดังกล่าว ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

นอกจากนั้น ยังมีรายงานการระเบิดในพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศ หน่วยงานบริหารทางทหารของกรุงเคียฟ ระบุในเทเลแกรมว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศเริ่มทำงานในช่วงต้นวันอาทิตย์ เพื่อต่อต้านการโจมตีทางอากาศใกล้กับกรุงเคียฟ ส่วนเจ้าหน้าที่ในเมืองซูมีทางตอนเหนือ สามารถบันทึกการระเบิดได้ถึง 87 ครั้ง จากการยิงของรัสเซีย โดยระบุพบผู้บาดเจ็บและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่ง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการระเบิดมากกว่า 12 ครั้ง ในเมืองเบอร์เดียนสค์และเมลิโทโปล ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัสเซียยึดครอง แม้ว่าจะมีรายละเอียดไม่มากนักก็ตาม

ส่วนในรัสเซีย เจ้าหน้าที่กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า มีผู้เสียชีวิตอีก 2 ศพจากการโจมตีครั้งใหม่ในเขตชายแดนเมืองเบลโกรอด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวโทษว่าเป็นการโจมตีของยูเครน แม้ว่ายูเครนเองจะกล่าวว่า การเสียชีวิตเป็นผลมาจากการที่รัสเซียพยายามพุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักรบที่ต่อต้านรัฐบาลในกรุงมอสโก

ทั้งนี้ การโจมตีจำนวนมากในรัสเซียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการบุกรุกข้ามพรมแดนครั้งใหญ่เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งรัสเซียระบุว่าจบลงด้วยการเสียชีวิตของผู้โจมตี 70 ศพ ด้านยูเครนปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ โดยตรง โดยกล่าวว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นโดยกองกำลังกึ่งทหารของรัสเซีย

ส่วนความคืบหน้าอื่นๆ ผู้ช่วยคนสนิทของประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวว่า ยูเครนยังไม่พร้อมที่จะเริ่มปฏิบัติการตอบโต้ต่อทหารรัสเซียที่เข้ายึดครอง ดร.อิฮอร์ ชอฟควา กล่าวกับหนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทมส์ ของอังกฤษ ว่าเนื่องจากขาดแคลนอาวุธและเครื่องกระสุน อย่างไรก็ตาม คำพูดของเขาดูขัดแย้งกับคำพูดของนายเซเลนสกี ซึ่งเพิ่งอ้างเมื่อวันก่อนว่า ยูเครนพร้อมที่จะเริ่มการตอบโต้

ซันเดย์ไทมส์ แสดงความเห็นว่า ความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกันดังกล่าว อาจเป็นความพยายามโดยเจตนาที่จะสร้างความสับสนให้กับรัสเซีย.

ชาวเซอร์เบียนับหมื่นรวมตัวประท้วงต่อต้านรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699216

ชาวเซอร์เบียนับหมื่นรวมตัวประท้วงต่อต้านรัฐบาล

4 มิ.ย. 2566 08:13 น.

ชาวเซอร์เบียนับหมื่นรวมตัวประท้วงต่อต้านรัฐบาล

ชาวเซอร์เบียหลายหมื่นคนเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในกรุงเบลเกรดเมื่อวันเสาร์ โดยกล่าวโทษวัฒนธรรมแห่งความรุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18  ศพ จากเหตุกราดยิง 2 ครั้ง และเรียกร้องให้รัฐมนตรีมหาดไทยลาออก

การประท้วงครั้งล่าสุดถือเป็นวันครบรอบ 1 เดือน ของเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนครั้งแรกของประเทศ เมื่อวันที่ 3 พ.ค. เมื่อเด็กนักเรียนก่อเหตุกราดยิง จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 ศพ ในโรงเรียนประถมในกรุงเบลเกรด ส่วนเหตุกราดยิงครั้งที่สอง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม เมื่อชายวัย 21 ปี ก่อเหตุกราดยิง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ ในเมืองนอกกรุงเบลเกรด

จากเหตุกราดยิงทั้งสองครั้ง ทำให้รัฐบาลเซอร์เบียประกาศให้วันหยุดฤดูร้อนของโรงเรียนเริ่มขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม 2 สัปดาห์

ด้านพรรคฝ่ายค้านที่จัดการประท้วงครั้งที่ 5 ในรอบ 1 เดือน กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูซิช ล้มเหลวในการจัดการกับการส่งเสริมความรุนแรงในสื่อ และปล่อยให้ความรุนแรงแทรกซึมเข้าไปในสังคม

การประท้วงทำให้เกิดความโกรธแค้นต่อพรรครัฐบาล ต่อสิ่งที่ผู้ประท้วงกล่าวว่าเป็นวัฒนธรรมแห่งความรุนแรงที่รัฐบาลและสื่อต่างๆ เป็นผู้ควบคุม หลังจากเมื่อเร็วๆ นี้ รายการเรียลลิตี้ทีวีของเซอร์เบียรายการหนึ่งนำเสนออาชญากรที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด รวมถึงฆาตกร และแสดงให้เห็นภาพผู้ชายรุมทำร้ายผู้หญิง 

นายเนนาด ฮัดซี มาริซิช นักแสดงซึ่งเป็นผู้กล่าวปราศรัยหลักในการประท้วง ได้กล่าวถึงข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง ซึ่งรวมถึงการปลดนายบราติสลาฟ กาซิก รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และนายอเล็กซานดาร์ วูลิน หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับ รวมถึงการยุติรายการทีวีทั้งหมดที่ส่งเสริมความรุนแรงทันที ผู้ชุมนุมยังต้องการให้รัฐบาลเพิกถอนใบอนุญาตออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ที่ส่งเสริมเนื้อหาที่มีความรุนแรง และสั่งแบนหนังสือพิมพ์ที่สนับสนุนรัฐบาล ซึ่งปลุกระดมความตึงเครียดโดยพุ่งเป้าไปที่ผู้เห็นต่างทางการเมือง

ด้านสถานีโทรทัศน์ พิงค์ ทีวี ให้คำมั่นว่าจะหยุดออกอากาศรายการเรียลลิตี้ที่มีชายคนหนึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีฆาตกรรมตั้งแต่สัปดาห์หน้า

การชุมนุมซึ่งในครั้งแรกเป็นการชุมนุมอย่างสงบ ได้กลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างเต็มตัว หลังจากที่ข้อเรียกร้องของพวกเขาถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากประธานาธิบดีและพันธมิตรของเขา ซึ่งล้อเลียนการชุมนุมและกล่าวว่าร้ายผู้เข้าร่วมชุมนุม

หลายปีที่ผ่านมา บรรดานักวิจารณ์รัฐบาล กล่าวหาว่าประธานาธิบดีวูซิช ว่าพึ่งพามาตรการเผด็จการมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านเกิดความระส่ำระสาย ขณะที่สื่อและสถาบันของรัฐอยู่ใต้อำนาจของเขา

นายวูซิชมองว่าการประท้วงเกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง และเป็นการเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับอำนาจต่างชาติที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการชุมนุม.