ไซโคลนบีปอร์จอย ขึ้นฝั่งดับแล้ว 7 ศพ อินเดีย-ปากีสถาน อพยพ 1.7 แสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702267

ไซโคลนบีปอร์จอย ขึ้นฝั่งดับแล้ว 7 ศพ อินเดีย-ปากีสถาน อพยพ 1.7 แสน

16 มิ.ย. 2566 02:30 น.

ไซโคลนบีปอร์จอย ขึ้นฝั่งดับแล้ว 7 ศพ อินเดีย-ปากีสถาน อพยพ 1.7 แสน

ไซโคลนบีปอร์จอย ขึ้นฝั่งรัฐคุชราตของอินเดียแล้ว และกำลังแผ่อิทธิพลเล่นงานชายฝั่งทางตะวันตกของแดนภารตะ และทางใต้ของปากีสถาน ซึ่งต้องอพยพคนรวมกันกว่า 1.7 แสนคน เพื่อความปลอดภัย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ไซโคลนบีปอร์จอย ซึ่งพยากรณ์อากาศระบุว่าอาจเป็นพายุรุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปีในอ่าวอาหรับ เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งใกล้เมืองท่าจาคาอู ทางตะวันตกของอินเดีย ซึ่งอยู่ระหว่างเมืองมันทวีของรัฐคุชราต และเมืองเคตี บันดาร์ ในจังหวัดสินธ์ ของปากีสถาน ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 15 มิ.ย. 2566

หน่วยงานสภาพอากาศคาดว่าไซโคลนลูกนี้จะเคลื่อนตัวผ่านพื้นที่บางส่วนของรัฐคุชราตกับจังหวัดสินธ์ โดยสำนักงานจัดการภัยพิบัติของปากีสถานเตือนว่า อิทธิพลของพายุทำให้เกิดคลื่นพายุหนุนซัดฝั่ง (สตอร์มเซิร์จ) สูง 3-4 เมตร ตลอดแนวชายฝั่งเมืองการาจีไปจนถึงรัฐคุชราตของอินเดีย

ขณะที่ นายอาลอค ปันเดย์ เจ้าหน้าที่สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติของรัฐคุชราตกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ไซโคลนบีปอร์จอยอ่อนกำลังลงเล็กน้อย แต่ประเมินว่าความเร็วลมยังอยู่ในระดับ ‘อันตรายมาก’ ที่ราว 110-125 กม./ชม. ตอนที่มันขึ้นฝั่ง ในขณะที่กองทัพอินเดียกับหน่วยยามฝั่งเตรียมเรือ, เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบิน ไว้สำหรับปฏิบัติการกู้ภัยแล้ว

ด้านนายรูชิเกช พาเทล รัฐมนตรีสาธารณสุขรัฐคุชราต เรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงนี้ โดยมีเป้าหมายททำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเป็น 0

อย่างไรก็ตามในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อิทธิพลของไซโคลนบีปอร์จอย ทำให้เกิดฝนตกหนักในอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ศพ รวมถึงเด็ก 2 คนที่ถูกกำแพงพังถล่มทับ และผู้หญิงที่ถูกต้นไม้โค่นใส่ขณะขี่รถจักรยานยนต์

ก่อนหน้านี้ปากีสถานดำเนินการอพยพประชาชนกว่า 81,000 คน ออกจากพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ และจัดตั้งแคมป์อพยพ 75 แห่งตามโรงเรียนและวิทยาลัยต่างๆ โดย น.ส.เชอร์รี เรห์มาย รัฐมนตรีกระทรวงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศปากีสถาน ยืนยันว่า นครการาจียังไม่ถูกคุกคามในทันที แต่มีการใช้มาตรการฉุกเฉินเตรียมไว้แล้ว

ส่วนที่ รัฐคุชราต ทางการอพยพประชาชนกว่า 94,000 คน ออกจากพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งมีฝนตกหนักและลมแรงมาตั้งแต่เมื่อวันพุธแล้ว ทำให้บริการรถไฟหลายสายถูกระงับ ท่าเรือใหญ่สุด 2 แห่งของอินเดียในเมืองกันทลาและมันทลาต้องหยุดปฏิบัติการ.

ที่มา : bbc

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ตอบโต้เกาหลีใต้-สหรัฐฯ ซ้อมรบร่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702266

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ตอบโต้เกาหลีใต้-สหรัฐฯ ซ้อมรบร่วม

16 มิ.ย. 2566 01:55 น.

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ตอบโต้เกาหลีใต้-สหรัฐฯ ซ้อมรบร่วม

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูกตกทะเลใกล้ประเทศญี่ปุ่น อ้างตอบโต้การซ้อมรบกระสุนจริงร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นในวันพฤหัสบดี

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูก ลงทะเลนอกชายฝั่งทางตะวันออก ในวันพฤหัสบดีที่ 15 มิ.ย. 2566 ตามการเปิดเผยของกองทัพเกาหลีใต้ ไม่ถึงชั่วโมงหลังจากรัฐบาลเปียงยางเตือนว่า พวกเขาจะมีการตอบสนองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ซึ่งจัดขึ้นก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่ นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมประชุมกับที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งในการประชุมทั้ง 3 คนหารือกันเรื่องโครงการมิสไซล์ของเกาหลีเหนือ และตกลงว่าจะทำงานร่วมงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เปียงยางยอมละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์

ทั้งนี้ น.ส.คิมิ โอโนดะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นยืนยันว่า นี่เป็นครั้งที่ 13 ที่จรวดที่เกาหลีเหนือยิงมาตกภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของประเทศ โดยขีปนาวุธพิสัยใกล้ทั้ง 2 ลูก ตกห่างจากเกาะเฮะกุระ ของจังหวัดอิชิกาวะ ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 250 กม.

ด้านนายกรัฐมนตรี ฟุมิโอ คิชิดะ ประณามการยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ ว่าเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และเพิ่มระดับการยั่วยุต่อประชาคมนานาชาติทั้งหมด ก่อนที่สื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่นจะรายงานในเวลาต่อมาว่า รัฐบาลเตรียมจัดการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ.

ที่มา : cna

เกษตรโชว์อ้อยคั้นน้ำพันธุ์‘กวก.สุพรรณบุรี 1’ ในงานประชุมวิชาการน้ำตาลนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737671

เกษตรโชว์อ้อยคั้นน้ำพันธุ์‘กวก.สุพรรณบุรี 1’ ในงานประชุมวิชาการน้ำตาลนานาชาติ

เกษตรโชว์อ้อยคั้นน้ำพันธุ์‘กวก.สุพรรณบุรี 1’ ในงานประชุมวิชาการน้ำตาลนานาชาติ

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 09.43 น.

เกษตรโชว์อ้อยคั้นน้ำพันธุ์‘กวก.สุพรรณบุรี 1’ ในงานประชุมวิชาการน้ำตาลนานาชาติ

16 มิถุนายน 2566 นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเปิดเผยว่าศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรีกรมวิชาการเกษตร ดำเนินการวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยคั้นน้ำพันธุ์ “กวก.สุพรรณบุรี 1”ที่มีผลผลิตน้ำอ้อยและผลผลิตอ้อยสูงกว่าพันธุ์สุพรรณบุรี 50เพื่อเป็นพันธุ์ทางเลือกให้ปลูกทดแทนพันธุ์เดิมที่ปลูกเกษตรกรนิยมปลูกและได้ปลูกติดต่อกันเป็นเวลามากกว่า 20 ปีที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านการใช้พันธุ์เชิงเดี่ยวเป็นระยะเวลานาน

ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อยคั้นน้ำอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ มีพื้นที่ปลูกประมาณ 120,000 ไร่ กระจายทั้งในเขตชลประทาน น้ำเสริม และเขตน้ำฝน ซึ่งอ้อยคั้นน้ำพันธุ์กวก.สุพรรณบุรี 1มีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์สุพรรณบุรี 50 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนอาชีพและอุตสาหกรรมน้ำอ้อยที่สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูก และผู้ผลิตอ้อยคั้นน้ำอ้อยคั้นน้ำพันธุ์ กวก.สุพรรณบุรี 1มีลักษณะเด่นคือให้ผลผลิตน้ำอ้อยเฉลี่ย 3,622 ลิตรต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์สุพรรณบุรี 50 ถึงร้อยละ 26 โดยให้ผลผลิตอ้อยเฉลี่ย 11.43 ตันต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์สุพรรณบุรี 50 ถึงร้อยละ 21 มีกลิ่นหอม รสชาติหวานความหวานอยู่ที่ 21.54 องศาบริกซ์สีน้ำอ้อยมีสีเหลืองอมเขียวเจริญเติบโตเร็ว ลำแตกน้อยกว่าเดิม

ทั้งนี้ คณะนักวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยคั้นน้ำพันธุ์ “กวก.สุพรรณบุรี 1” ได้นำเสนอผลงานวิจัยผ่านการประชุมวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ได้แก่ การประชุมวิชาการน้ำตาลนานาชาติ“SUGARCON 2022” 7th IAPSIT International Sugar Conference & Expo ณ สถาบันวิจัยอ้อยแห่งประเทศอินเดีย เมืองลักเนา ประเทศอินเดียรวมทั้งยังมีการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่เกษตรกร นักวิจัย หน่วยงานภาครัฐและเอกชนด้วย

กรมส่งเสริมฯหนุนสหกรณ์นักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737609

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้กำหนดให้วันที่ 7 มิถุนายน ของทุกปีเป็น “วันสหกรณ์นักเรียน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระราชดำริในการส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนวิชาสหกรณ์ในโรงเรียน และปลูกฝังหลักการและวิธีการสหกรณ์ไปสู่เยาวชนผ่านกิจกรรมวันสหกรณ์นักเรียน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องของสหกรณ์นักเรียน ระหว่างโรงเรียนต่างๆ ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และมีทักษะในการทำงานร่วมกัน ฝึกการวางแผน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และแก้ไขปัญหาตามแนวคิดและวิธีการของสหกรณ์

ปัจจุบันมีโรงเรียนที่ได้รับการบรรจุไว้ในแผนงานการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น30,135 โรงเรียน และมีครูผู้สอนที่ผ่านการอบรมครูสหกรณ์ รวมทั้งสิ้น 15,090 คนมีการปลูกฝังแนวคิด แนวปฏิบัติตามอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ ให้แก่เด็กและเยาวชนไทย โดยจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ในสถานศึกษา ประกอบด้วยภาควิชาการและภาคปฏิบัติกิจกรรม 4 ด้าน ได้แก่ 1.กิจกรรมออมทรัพย์ ส่งเสริมการออม สร้างวินัยทางการเงินให้แก่เด็ก รู้จักวางแผนใช้จ่ายเงิน ประหยัดอดออม และมีความซื่อสัตย์ 2.กิจกรรมร้านค้าสหกรณ์ จำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเขียนและผลิตภัณฑ์ของนักเรียน และรับซื้อผลผลิตการเกษตรจากฟาร์มของโรงเรียน เพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียน

3.กิจกรรมส่งเสริมการผลิต/อาชีพ สอนให้เด็กได้ปลูกพืชผัก เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลา ทำการเกษตร หรือทำงานอาชีพอื่นๆ งานฝีมือ การผลิตต่างๆ ตามความเหมาะสม และ 4.กิจกรรมส่งเสริมการศึกษาและสวัสดิการ เป็นการส่งเสริมความรู้ให้แก่คณะกรรมการสหกรณ์นักเรียนหรือสมาชิก โดยพาไปทัศนศึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์งานสหกรณ์กับโรงเรียนต่างๆ และเรียนรู้การดำเนินงานสหกรณ์จากของจริง

รองปลัดฯลงพื้นที่ เยี่ยมตลาดกลาง ยางพาราที่สงขลา แนะนำข้อปฏิบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737606

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา โดยมีนายจักรพงศ์ อมรทรัพย์ นักวิชาการตลาด 4 สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา และคณะ ต้อนรับ พร้อมด้วยผู้แทนการยางแห่งประเทศไทยที่สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา โดยนายเศรษฐเกียรติ เน้นย้ำให้พัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (traceabilitysystem) ของการผลิตยางพาราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากล และส่งเสริมการให้ความร่วมมือกับภาคเอกชน ตลอดจนการขยายตลาดต่างประเทศ

จากนั้นรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรยางพารา ที่สวนยางพาราของนายสมพงษ์ ราชสุวรรณ อ.นาทวี จ.สงขลา และสวนยางพาราของนางพิมพ์ใจ อ่อนแก้ว อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งเป็นสวนยางพาราต้นแบบในการบริหารจัดการโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา ด้วยปุ๋ยน้ำชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับไตรโคเดอร์มา พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรนาทวี ทั้งนี้ นายเศรษฐเกียรติ ให้ข้อแนะนำในการขยายผลการบริหารจัดการโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราไปยังพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ และส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เช่น ระบบโดรน เพื่อพ่นละอองสารกำจัดเชื้อราโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา เป็นต้น พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการปลูกพืชชนิดอื่นควบคู่ไปกับการปลูกยางพาราเพื่อสร้างรายได้ใหม่ให้แก่เกษตรกร

เกษตรฯร่วมแลกเปลี่ยน พลิกโฉมเกษตร-อาหารยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737608

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก (UN Food Systems Summit : UNFSS) โดยเป็นประธานประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ Reconnecting the Partnerships : Thailand Food and Agriculture Systems Stocktaking ครั้งที่ 1 โดยมี Mr.Sridhar Dharmapuri, Senior Food Safety and Nutrition Officer, FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กทม.โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมิน ทบทวนความก้าวหน้า ประเด็นการพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ตามที่ประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก เมื่อเดือนกันยายน 2564 และรวบรวมข้อคิดเห็นประสบการณ์การดำเนินงานด้านเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของแต่ละหน่วยงานเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับจัดทำ Food and Agriculture Systems Stocktakingของประเทศไทย เตรียมความพร้อมการประชุม Food and agriculturestocktaking moment ระดับรัฐมนตรีในเดือนกรกฎาคมนี้ และเตรียมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) ในเดือนกันยายน 2566

น.ส.นฤมลกล่าวว่า ได้ดำเนินการในส่วนต่างๆ เพื่อแสดงเจตจำนงและความมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารที่ครอบคลุม ยืดหยุ่นและยั่งยืน ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการเตรียมความพร้อมเพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก สำนักการเกษตรต่างประเทศ ได้จัดเวที National Dialogue มากกว่า 10 ครั้ง โดยร่วมกับภาคประชาสังคม ภาคเอกชน สถาบันการวิจัย รวมถึงหน่วยงานในระดับนานาชาติ นำหลักการของการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก มาเป็นแนวทางเชื่อมโยงระบบอาหารกับมิติความยั่งยืนและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย และใช้หารือกับภาคส่วนต่างๆ ผ่านกิจกรรม “อิ่ม..และ..ดี..2030” ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีกับภาคเอกชน และภาคประชาสังคม มาร่วมทำงาน และร่วมขับเคลื่อนประเด็น “ระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน”

“การประชุมครั้งนี้ยังเป็นหนึ่งในโครงการ Technical assistance for national pathway for food andagriculture systems transformationเพื่อจัดทำกรอบนโยบายการพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารที่ครอบคลุม ยืดหยุ่นและยั่งยืนของประเทศไทย ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และขอบคุณ FAO ที่สนับสนุนประเทศไทยเสมอมา ตั้งแต่การจัดทำ Dialogues เพื่อเตรียมความพร้อมการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก ตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบันเพื่อให้ประเทศไทย มีกรอบการดำเนินงานเพื่อพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหาร อย่างเป็นรูปธรรม” น.ส.นฤมล กล่าว

สศก.ชี้ส่งออกสินค้า ได้เปรียบดุลการค้าอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737610

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรและยางพาราธรรมชาติของไทยกับอาเซียน9 ประเทศ ช่วง 3 เดือนแรก (มกราคม-มีนาคม) ปี 2566 ว่าไทยมีมูลค่าการค้า รวม 148,736 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.18 ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 โดยมีมูลค่าส่งออก 101,062 ล้านบาท สินค้าเกษตรส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำตาล เช่น น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายบริสุทธิ์ / เครื่องดื่มชูกำลัง / ข้าว / เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น นมยูเอชทีนมถั่วเหลือง / อาหารปรุงแต่ง เช่น เต้าหู้แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม / น้ำยางธรรมชาติ /อาหารสุนัขหรือแมว / ซอสและของปรุงแต่งสำหรับทำซอส / ของปรุงแต่งชนิดที่ใช้เลี้ยงสัตว์

สำหรับการนำเข้ามีการขยายตัวลดลง โดยมีมูลค่าการนำเข้า 47,674 ล้านบาท ลดลงจากปี 2565 ร้อยละ 2.81 สินค้าเกษตรนำเข้าสำคัญ ได้แก่ มันสำปะหลัง เช่น มันเส้น มันสำปะหลังอัดเม็ด และมันสำปะหลังแช่แข็ง / เมล็ดข้าวโพดสำหรับคั่ว(ป๊อบคอร์น) และข้าวโพดสำหรับบริโภคและทำอาหารสัตว์ / อาหารปรุงแต่ง เช่น เต้าหู้ แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม / บุหรี่ที่มียาสูบ / อาหารปรุงแต่งสำหรับทารกหรือเด็กเล็ก / ไขมันและน้ำมันที่ได้จากพืช เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด มะพร้าว ถั่วลิสง ฯลฯ

ทั้งนี้ ไทยยังได้เปรียบดุลการค้าตลาดอาเซียน 3 เดือนแรก คิดเป็นมูลค่า 53,387 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.53) โดยตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุด3 อันดับแรก คือ อินโดนีเซีย มีมูลค่าการส่งออก 26,290 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.01 รองลงมา คือมาเลเซียมีมูลค่าส่งออก 18,001 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.81 และอันดับที่ 3 คือกัมพูชา มีมูลค่าส่งออก 13,331 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13.17

CMC เปิดตัวคอนโดใหม่สไตล์อังกฤษ พร้อมเข้าอยู่ บนทำเลรัชโยธิน ใช้ชีวิตสุดฮิปใจกลางกรุงเทพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737716

CMC  เปิดตัวคอนโดใหม่สไตล์อังกฤษ พร้อมเข้าอยู่ บนทำเลรัชโยธิน ใช้ชีวิตสุดฮิปใจกลางกรุงเทพ

CMC เปิดตัวคอนโดใหม่สไตล์อังกฤษ พร้อมเข้าอยู่ บนทำเลรัชโยธิน ใช้ชีวิตสุดฮิปใจกลางกรุงเทพ

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.40 น.

บริษัท พระยาพาณิชย์พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้ดูแลโครงการ ในเครือ บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC GROUP ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนทำเลศักยภาพ เปิดตัวโครงการชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน (Chateau In Town Ratchayothin) คอนโดพร้อมเข้าอยู่สไตล์อังกฤษ บนทำเลรัชโยธิน ใช้ชีวิตสุดฮิปใจกลางกรุงเทพ สัมผัสมนต์เสน่ห์สไตล์อังกฤษที่มีความเป็นส่วนตัว เพียง 309 ยูนิต รูปแบบอาคารเป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 2 อาคาร ห้องพักอาศัยมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 26.5 – 48 ตารางเมตรด้วยการจัดวางพื้นที่และการออกแบบทุกฟังก์ชั่นให้ตอบสนองรูปแบบการใช้งานอย่างลงตัวทุกตารางเมตร  มาพร้อมพื้นที่สีเขียว British Style ที่ชั้น 1 และ ชั้นดาดฟ้า ขนาดพื้นที่รวม 1,152.03 ตร.ม และพื้นที่ส่วนกลางครบครัน เช่น Double Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือ 2 สระ ที่ชั้น 1 และชั้นดาดฟ้า ขนาดพื้นที่รวม 293.77 ตร.ม., Active Fitness, ซาวน่าแยกชาย-หญิง, CO-Kitchen, Co-Working, ระบบลิฟท์ล็อคชั้น และรถบริการรับ-ส่งพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัย เช่น EV CHARGER, ควบคุมทางเข้าออกโครงการด้วยกล้องอ่านทะเบียนรถอัตโนมัติ, Key Card Access บริเวณโถงทางเข้าอาคาร และ Digital Door Lock ห้องพักทุกยูนิต การเดินทางสะดวกสามารถเข้าออกได้หลายเส้นทางทั้งถนนพหลโยธิน ถนนรัชดาภิเษก ถนนเสนานิคม ใกล้ BTS สถานีรัชโยธิน และทางด่วนอุตราภิมุขรายล้อมไปด้วยโรงพยาบาล และแหล่งช้อปปิ้งสำคัญๆ อาทิ โรงพยาบาลเปาโล เกษตร โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น เซ็นทรัลลาดพร้าว เมเจอร์รัชโยธิน ตลาดจ็อดแฟร์ และตลาดนัดจตุจักร ใกล้สถานศึกษาและหน่วยงานสำคัญ เช่น โรงเรียนหอวัง โรงเรียนเซ็นจอนห์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ กระทรวงพลังงาน ศาลยุติธรรม กรมวิทยาศาลตร์ทหารบก และสำนักงานใหญ่ ปตท.นอกจากนี้คุณอนงค์ลักษณ์ แพทยานันท์ กรรมการผู้จัดการ ได้กล่าวถึงคอนเซ็ปท์การออกแบบโครงการว่า ด้วยทำเลโดยรอบที่เงียบสงบ และเป็นอาคารทรงเก่า จึงทำให้บริษัท พระยาพาณิชย์พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นำดีไซน์สไตล์อังกฤษเข้ามาเป็นแนวคิดในการออกแบบ และด้วยมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมอังกฤษสมัยเก่า แต่ยังคงความมีเสน่ห์ไม่ร่วงโรยตามกาลเวลา ที่มีความลักซ์ชัวรี่ทำให้ตึกมีความโดดเด่น และสะท้อนความสงบเมื่อได้พักอาศัยไม่ถูกกลืนตามกาลเวลา โดยจะรับรู้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงไตรมาส 3 และยอดขายทั้งหมดโครงการในไตรมาส 4สำหรับผู้ที่สนใจโครงการชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน (Chateau In Town Ratchayothin) ทางโครงการมีโปรโมชั่นสุดพิเศษ “คอนโดใหม่ แต่งครบพร้อมเข้าอยู่” ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 ก.ค. 66 สามารถเข้าชมโครงการได้ทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center : 1172 กด 30  หรือที่เว็บไซด์ http://www.cmc.co.th

LUSH เปิดตัว LUSH X The Super Mario Bros. เอาใจแฟนมาริโอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737537

LUSH เปิดตัว LUSH X The Super Mario Bros. เอาใจแฟนมาริโอ

LUSH เปิดตัว LUSH X The Super Mario Bros. เอาใจแฟนมาริโอ

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การร่วมงานกันที่ไม่เคยมีใครคิดว่า นี่คือสิ่งที่ทั่วโลกรอคอย!! บริษัทเครื่องสำอางที่ขึ้นชื่อว่าสดที่สุด และผลิตด้วยมือ “ลัช (LUSH)” เปิดตัวผลิตภัณฑ์คอลเลคชั่นสุดพิเศษ ด้วยการร่วมมือกันของ Ninterdo + Illumination จากภาพยนตร์แนวแอ๊กชั่น คอเมดี้ เรื่อง The Super Mario Bros. มาพร้อมผลิตภัณฑ์บอดี้สเปรย์ Princess Peach, เจลอาบน้ำMario และ Luigi, รวมไปถึงบาธบอมบ์Question Block รูปแบบพิเศษแบบแรกของ ลัช ที่จะทำให้คุณได้รู้สึก “เซอร์ไพรส์” ด้วยสบู่ก้อนที่จะช่วยเพิ่มพลังที่ซ่อนไว้ด้านใน

คอลเลคชั่น LUSH X ภาพยนตร์ The Super Mario Bros. จะทำให้แฟนๆ ของมาริโอ (Mario) ได้มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวละครสุดโด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง The Super Mario Bros. โดยมีผลิตภัณฑ์ลิมิเต็ดมากถึง8 ประเภทด้วยกัน

ผลิตภัณฑ์ประเภทแรก ซึ่ง ลัช ไม่เคยทำมาก่อน คือ บาธบอมบ์ Question Block ที่จะถูกซ่อนด้านในไว้ด้วยสบู่ก้อน ซึ่งสามารถใช้เพิ่มพลังในการแช่น้ำได้ โดยจะมี 6 รูปแบบให้สะสม นอกจากนี้ กลิ่นและสี ก็ยังแตกต่างกันอีกด้วย ตั้งแต่เจ้าเห็ดแสนซนไปจนถึงดาวสีทองที่เป็นแรร์ไอเท็ม

เจลอาบน้ำกลิ่นใหม่ ช่วยทำให้ห้องน้ำของคุณหอมหวล ประกอบไปด้วย เจลอาบน้ำมาริโอ (Mario) เจลอาบน้ำสีแดงที่จะทำให้คุณนึกถึงกลิ่นของโคล่าในวัยเด็ก ประกอบไปด้วย น้ำทับทิมสดที่จะช่วยทำความสะอาดผิว และเจลอาบน้ำลูอิจิ (Luigi) เจลอาบน้ำสีเขียวเรืองแสง ที่มีกลิ่นหอมสะอาด สดชื่นจากแอปเปิ้ลและกุหลาบสกัดเข้มข้น

สบู่ก้อน Gold Coin กลิ่นหอมเย้ายวนด้วยกลิ่นที่ใครๆ ก็ชื่นชอบอย่าง “Honey I Washed the Kids” จะช่วยทำความสะอาดร่างกายของคุณ แม้ในวันที่คุณจะต้องเผชิญกับการทำงานที่เหน็ดเหนื่อย นอกจากนี้ ยังมีเจลลี่อาบน้ำอีก 2 กลิ่น โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวละครในภาพยนตร์อย่างเจ้าหญิงพีช (Princess Peach) ซึ่งจะมีกลิ่นเหมือนลูกพีชผสมกับสับปะรด และบาวเซอร์ (Bowser) ที่มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์จาก ลัช ด้วยกลิ่นเผ็ดเครื่องเทศ ชื่อว่า “Fireside”

นอกจากนี้ ลัช ยังได้ใช้เวลาและทุ่มเทในการคิดค้นกลิ่นของบอดี้สเปรย์ให้กับ เจ้าหญิงพีช (Princess Peach) นางเอกของภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะมีกลิ่นผสมผสานกันระหว่างกลิ่นของพีชและสับปะรด

แฟนๆ ของภาพยนตร์ ยังสามารถสร้างสรรค์กล่องของขวัญสุดพิเศษที่ตะโกนความเป็นตัวตนของคุณได้ ด้วยกล่อง Question Block กล่องสีเหลืองที่ใครๆ เห็นก็ต้องรู้ว่ามาจากไหน คุณสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่คุณชื่นชอบ ใส่กล่องนี้ แล้วนำไปมอบเป็นของขวัญได้เลย

“พวกเราตื่นเต้นมากๆ ที่ได้สร้างสรรค์คอลเลคชั่น LUSH X The SuperMario Bros. ขึ้นมา” สเตฟานี่ เคราส์(Stephanie Kraus) รองประธานอาวุโสฝ่ายการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการออกแบบระดับภูมิประเทศ ด้านผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ของยูนิเวอร์แซล (Universal) กล่าว “คอลเลคชั่นนี้ เป็นนวัตกรรมและเอกลักษณ์ มาพร้อมกับความเซอร์ไพรส์และมีลูกเล่นที่จะช่วยเพิ่มความสุข โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ และเราตั้งหน้าตั้งตารอเสียงตอบรับจากแฟนๆ มาริโอทุกคน”

วางจำหน่ายเฉพาะที่ร้าน ลัช ประเทศไทย, เว็บไซต์ทางการของ ลัช ประเทศไทย, ร้าน ลัช ประเทศไทย บน Lazada, และ ร้าน ลัช ประเทศไทย บน Shopee คอลเลคชั่น LUSH X ภาพยนตร์ The Super Mario Bros.

ประกวดออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยและผ้าพื้นถิ่น สร้างกระแสแฟชั่นผ้าไทย เติมไฟท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737580

ประกวดออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยและผ้าพื้นถิ่น  สร้างกระแสแฟชั่นผ้าไทย เติมไฟท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ประกวดออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยและผ้าพื้นถิ่น สร้างกระแสแฟชั่นผ้าไทย เติมไฟท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะกรรมการจัดงาน นำโดย วีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์, จักรพงษ์ ชินกระโทก พร้อมด้วยผู้ชนะการประกวด

นักศึกษาหลักสูตรการออกแบบและธุรกิจแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(DPU) นายสรชาติ พานิช และนางสาวเกวลี กิตติอุดมพันธ์คว้ารางวัลชนะเลิศ Young TalentedDesigner โล่ พร้อมเงินรางวัล50,000 บาท ในการประกวดออกแบบเครื่องแต่งกาย โดยใช้ผ้าไทยและผ้าพื้นถิ่น ภายใต้โครงการ “FromTour to Runway” ยกระดับแฟชั่นผ้าไทย เติมไฟการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมด้วย บริษัท ฟายด์โฟล์ค จำกัด ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลได้จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี นายวีรพงศ์พงศ์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)เป็นประธานมอบ ณ ห้องไปรษณีย์นฤมิต ไปรษณีย์กลางบางรัก

นายจักรพงษ์ ชินกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟายด์ โฟล์ค จำกัด ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในนามผู้อำนวยการโครงการ และผู้จัดงานได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “ปัจจุบันกระแสการสวมใส่ผ้าลายไทยกำลังอยู่ในความสนใจ และยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว จึงได้เชิญภาคีพันธมิตรจัดทำโครงการ ค้นหาอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของชุมชนท้องถิ่นจากการเดินทางท่องเที่ยวโดยนักออกแบบรุ่นใหม่ นำผลิตภัณฑ์ อาทิ ผ้า ลวดลาย ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดให้มีความทันสมัยเข้าถึงง่าย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและสื่อในการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยว โดยชุมชนอย่างยั่งยืน”

ด้าน นายวีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม ททท. ผู้สนับสนุนโครงการฯ กล่าวว่า “Fashion เป็น 1 ในยุทธศาสตร์ 5F ของรัฐบาล นโยบายแผนผลักดัน
วัฒนธรรมที่มีศักยภาพเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย หรือ Soft Power ประกอบไปด้วย Film, Food, Fashion, Fighting และ Festival ซึ่ง ททท. ขานรับพร้อมขับเคลื่อนปีท่องเที่ยวไทย 2566มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและความหมาย เน้นเรื่องการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่จึงเป็นที่มาของการสนับสนุนจัดโครงการฯ เพื่อร่วมสร้างกระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ต่อยอดสินค้าให้ชุมชนให้เป็นอีกมิติของการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ”

ในส่วนภาคีพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวสำคัญอย่าง องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษอย่างยั่งยืน (อพท.) ที่ร่วมเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการให้ความสำคัญกับแหล่งผ้าไทยจากชุมชนท่องเที่ยว และเทคนิคภูมิปัญญาพื้นบ้าน ซึ่ง Young Talented Designerทั้ง 10 ทีม มีการใช้ผ้าท้องถิ่น ครอบคลุมทั่วภูมิภาคของไทย เช่น ผ้าขาวม้าจากภาคกลาง, ผ้าย้อมฮ่อม ผ้าฝ้าย จากภาคเหนือ, ผ้าหมักโคลน ผ้าไหม จากภาคอีสาน และผ้าบาติก จากภาคใต้เป็นต้น ถักทอเรียงร้อยจากวิถีชีวิตผ่านศิลปะท้องถิ่น ผสานเข้ากับเรื่องราวการท่องเที่ยวได้อย่างสวยงาม ลงตัวน่าสวมใส่ไปท่องเที่ยวอย่างไม่เคอะเขิน”

นอกจากนี้ พันธมิตรร่วมจัดงานอย่างบริษัท วีที ไทยกรุ๊ป จำกัด หรือ vtthai เจ้าของ website platform รวบรวมงาน handcraft โดย นายจิรโรจน์พจนาวราพันธุ์ ได้กล่าวว่า “คนไทยมีฝีมือทางด้านการหัตถกรรม มีผ้าไทยผ้าพื้นถิ่น ที่สวยงามโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ เป็นโอกาสดีที่จะช่วยสืบสาน รวมถึงสร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับสินค้าด้วยการท่องเที่ยวใช้พลังของ Soft Power ทำให้ผ้าไทยและชุมชนท่องเที่ยวเป็นที่รู้จัก”

ภายในงานได้มอบเงินรางวัล พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับ Young Talented Designer โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมทุ่งกุลาร้องไห้ผลงานทุ่งกุลาร้องไห้ จากชุมชนท่องเที่ยวฮ่องแฮ่ และผ้าทอร้อยรักษ์ จังหวัดร้อยเอ็ด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม KANOKPOND X SUPASIT ผลงานสายน้ำผสานวัฒนธรรม RIVER OF CULTURE จากชุมชนไทลื้อบ้านหาดบ้ายจังหวัดเชียงราย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม THANAWAT ผลงาน Place with blue nature จากชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง จังหวัดแพร่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ทีม Jediผลงาน Sand & Waves จากชุมชนบ้านนาตีน จังหวัดกระบี่

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการจัดแสดงนิทรรศการแสดงผลงาน การต่อยอดผลิตภัณฑ์จากชุมชนท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ทั้งงานผ้า และสินค้าในหลากหลายรูปแบบ ชูศักยภาพด้าน Soft Power-F-Fashion พร้อมผลักดันการท่องเที่ยว ซึ่งพันธมิตรร่วมจัดทุกท่านเชื่อมั่นว่าจะสามารถกระตุ้นให้เกิดมูลค่าในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยยกระดับผ้าไทย ทำให้เกิดการใช้งานมากขึ้น เป็นที่นิยมสวมใส่ง่ายในคนทุกวัย ทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลายเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ารวมไปถึงทำให้คนออกเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการและผลงานของนักออกแบบYoung Talented Designer ทั้ง 10 ทีมได้ที่ เว็บไซต์ http://www.fromtourtorunway.comและ Facebook Page : From Tour to Runway