วาติกันเผย สุขภาพโป๊ป “สถานการณ์ซับซ้อน” ต้องอยู่ รพ. ตราบที่จำเป็น

วาติกันเผย สุขภาพโป๊ป “สถานการณ์ซับซ้อน” ต้องอยู่ รพ. ตราบที่จำเป็น

18 ก.พ. 2568 02:08 น.

วาติกันเผย สุขภาพโป๊ป “สถานการณ์ซับซ้อน” ต้องอยู่ รพ. ตราบที่จำเป็น

สำนักวาติกันเผย โป๊ปฟรานซิสกำลังรับการรักษา สถานการณ์ซับซ้อนทางคลินิก และจะประทับที่โรงพยาบาลนานตราบเท่าที่จำเป็น

จากกรณี สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จประทับที่โรงพยาบาล “เจเมลลี” ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 ก.พ. 2568) เพื่อรับการรักษาและตรวจอาการปอดอักเสบที่พระองค์เป็นมาหลายวันก่อนหน้านั้น จนส่งผลกระทบต่อการเป็นผู้นำประกอบพิธีทางศาสนา

ในการอัปเดตเมื่อวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. 2568 นายมัตเตโอ บรูนี โฆษกสำนักวาติกันเผยว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระชนมายุ 88 พรรษา มีการติดเชื้อหลายชนิดร่วมกัน (polymicrobial infection) บริเวณทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการรักษา

“การทดสอบทั้งหมดที่ทำมาจนถึงวันนี้บ่งชี้ให้เห็นภาพสถานการณ์ทางคลินิกที่ซับซ้อน ซึ่งจำเป็นต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเหมาะสม” นายบรูนีกล่าว และเสริมว่า โป๊ปฟรานซิสยังคงมีขวัญกำลังใจดี

แถลงการณ์บอกด้วยว่า การเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาแบบทั่วไปประจำสัปดาห์ (general audience) ที่จะเกิดขึ้นในวันพุธนี้ (19 ก.พ.) จะถูกยกเลิก

ทั้งนี้ ปัญหาสุขภาพของโป๊ปฟรานซิสเริ่มเป็นที่จับตามองมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยพระองค์เข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเข้ารับการผ่าตัดช่องท้องในปี 2566

พระสันตะปาปาฟรานซิสมีอาการปอดอักเสบมาตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และต้องให้ผู้ช่วยอ่านแถลงการณ์และคำปราศรัยแทน และเมื่อวันศุกร์ พระองค์เข้าร่วมการประชุมกับบุคคลสำคัญหลายคน รวมถึงนายกรัฐมนตรีสโลวาเกีย แต่ในงานพระองค์มีปัญหาในการพูดอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากหายใจลำบาก ก่อนที่พระองค์จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนโมโห สหรัฐฯ แก้แถลงการณ์เรื่องเอกราชไต้หวัน จี้มะกันเร่งแก้ไข

จีนโมโห สหรัฐฯ แก้แถลงการณ์เรื่องเอกราชไต้หวัน จี้มะกันเร่งแก้ไข

18 ก.พ. 2568 00:11 น.

จีนโมโห สหรัฐฯ แก้แถลงการณ์เรื่องเอกราชไต้หวัน จี้มะกันเร่งแก้ไข

รัฐบาลจีนไม่พอใจ สหรัฐฯ แก้เนื้อหาเรื่องเอกราชไต้หวันในเอกสารของกระทรวงต่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ แก้ไขความผิดพลาดในทันที

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 17 ก.พ. 2568 รัฐบาลจีนออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังจากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ตัดประโยคที่ระบุว่า “เราไม่สนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวัน” ออกไปจากเอกสารสรุปข้อมูลสำคัญ (factsheet) ด้านความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ไต้หวัน บนเว็บไซต์ของพวกเขาในการอัปเดตเมื่อ 13 ก.พ.

นอกจากตัดประโยคดังกล่าวแล้ว เอกสารดังกล่าวยังระบุด้วยว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนการเป็นสมาชิกในองค์กรระหว่างประเทศของไต้หวันตามความเหมาะสม

ด้านโฆษกสถาบันอเมริกาในไต้หวัน ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นสถานทูตสหรัฐฯ ประจำไต้หวัน บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า เอกสารดังกล่าวได้รับการอัปเดตเพื่อแจ้งในสาธารณะทราบเกี่ยวกับความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน

โฆษกบอกอีกว่า ประเทศของเขายังคงยึดมั่นใน “นโยบายจีนเดียว” ซึ่งหมายถึงการยอมรับและมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับจีนเพียงผู้เดียว

ต่อมาในวันอาทิตย์ (16 ก.พ.) นาย หลิน เจียหลง รัฐมนตรีต่างประเทศของไต้หวัน ขอบคุณสหรัฐฯ ที่มีถ้อยคำอันเป็นมิตรกับพวกเขา

อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศของจีนออกมาโจมตีความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ อย่างรุนแรงที่งานแถลงข่าวในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. โดยระบุว่าการปรับแก้เนื้อหาในเอกสารดังกล่าว คือการถดถอยอย่างร้ายแรงในด้านจุดยืนของสหรัฐฯ ที่มีต่อไต้หวัน

“นี่เป็นการส่งสัญญาณที่ผิดและจริงจังต่อกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่อุทิศตัวเพื่อการแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวัน และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความดื้อรั้นของสหรัฐฯ ที่ยังคงใช้นโยบายผิดๆ ในการใช้ไต้หวันเพื่อควบคุมจีน” นายกั๊ว เจี่ยคุน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าว

“เราขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ แก้ไขความผิดพลาดของพวกเขาในทันที และปฏิบัติตามหลักการจีนเดียวอย่างจริงจัง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ผู้แทนสหรัฐฯ-รัสเซีย เตรียมพบกันที่ซาอุฯ ฟื้นความสัมพันธ์-คุยปมยูเครน

ผู้แทนสหรัฐฯ-รัสเซีย เตรียมพบกันที่ซาอุฯ ฟื้นความสัมพันธ์-คุยปมยูเครน

17 ก.พ. 2568 23:04 น.

ผู้แทนสหรัฐฯ-รัสเซีย เตรียมพบกันที่ซาอุฯ ฟื้นความสัมพันธ์-คุยปมยูเครน

สหรัฐฯ กับรัสเซียเตรียมส่งผู้แทนไปพบปะกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือเรื่องฟื้นฟูความสัมพันธ์ และคุยเรื่องการยุติสงครามยูเครน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ และรัสเซียยืนยันในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. 2568 ว่า ผู้แทนระดับสูงของพวกเขาจะพบกันที่ซาอุดีอาระเบียในสัปดาห์นี้ เพื่อฟื้นความสัมพันธ์และหารือกันเรื่องการยุติสงครามในยูเครน ท่ามกลางความกังวลของผู้นำชาติยุโรปที่ถูกกันออกไปจากการเจรจาที่สหรัฐฯ เป็นผู้ผลักดันครั้งนี้

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กับรัฐบาลเครมลินของรัสเซียยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพวกเขาจะเดินทางไปซาอุดีอาระเบียในวันจันทร์นี้ (17 ก.พ.) ก่อนจะพบกันที่กรุงริยาดในวันถัดไปเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาสันติภาพ

ตามการยืนยันของนาย ดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย กับนายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน จะเดินทางไปร่วมการพบปะพูดคุยในครั้งนี้ ซึ่งจะมุ่งเน้นที่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียเป็นหลัก

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ยืนยันว่า คณะของนายลาฟรอฟจะได้พูดคุยกับนาย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ, นายไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ และนาย สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง

นายรูบิโอกล่าวว่า การประชุมในวันอังคารจะเป็นการพูดคุยในหลากหลายประเด็น รวมถึงเรื่องยูเครน กับการยุติสงคราม และว่ากระบวนการไปสู่สันติภาพไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในการพบกันเพียงครั้งเดียว

การยืนยันเรื่องการพบปะกันในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจาก ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายปูติน และเห็นชอบร่วมกันว่าจะเริ่มการเจรจาเพื่อยุติสงครามยูเครนในทันที ซึ่งเป็นการสร้างความกังวลแก่ยูเครนและชาติพันธมิตรของพวกเขาในยุโรป ที่เหมือนถูกกันไม่ให้มีบทบาทในเรื่องนี้

ประกาศของนายทรัมป์ยังสร้างความกังวลว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นี้จะยอมตามเงื่อนไขที่ฝ่ายรัสเซียเรียกร้องเพื่อยุติสงครามในยูเครนอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นอาจทำให้โครงสร้างทางความมั่นคงของยุโรป และความเป็นหุ้นส่วนด้านการป้องกันระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯ อ่อนแอลง

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนระบุว่า พวกเขาจะไม่เข้าร่วมการพูดคุยที่ซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ และจะไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่มียูเครนเข้าไปมีส่วนร่วม เซเลนสกีบอกด้วยว่า เขาจะเดินทางไปซาอุดีอาระเบียในวันพุธ เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียจากเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน

ด้านผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร เตรียมร่วมประชุมฉุกเฉินที่กรุงปารีสในวันจันทร์นี้ เพื่อหารือวิธีตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายยูเครนของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งดูเหมือนว่ายูเครนกับชาติยุโรปกำลังถูกกีดกันไม่ให้มีส่วนร่วม

นางเออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า ความมั่นคงของยุโรปมาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องปรับวิธีคิดใหม่ จำเป็นต้องเพิ่มการป้องกันอย่างเร่งด่วน

ขณะที่นายโดนัลด์ ทุสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ เตือนว่ายุโรปจะไม่สามารถช่วยยูเครนอย่างมีประสิทธิภาพได้ หากยุโรปไม่ยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันของตัวเอง ซึ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ยังเทียบรัสเซียไม่ได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ' ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.16 น.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ร่วมติดตามคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการการส่งเสริมแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ พร้อมมอบนโยบายและรับฟังปัญหาแนวทางการแก้ไขและการพัฒนาของผู้นำชุมชน โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ แปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอม บ้านชุมพล ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ' ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการแปลงใหญ่มะพร้าวหอม จังหวัดสงขลา

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.06 น.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เขต 9 ร่วมติดตามคณะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการการส่งเสริมแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ พร้อมมอบนโยบายและรับฟังปัญหาแนวทางการแก้ไขและการพัฒนาของผู้นำชุมชน ในการนี้กรมปศุสัตว์ได้มอบปัจจัยการผลิตทางด้านปศุสัตว์ ได้แก่ พืชอาหารสัตว์ จำนวน 100 ฟ่อน อาหาร TMR และท่อนพันธุ์พืชอาหารสัตว์ให้แก่ผู้แทนเกษตรกรที่มาร่วมงานฯ โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ แปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอม บ้านชุมพล ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

– 006

‘ธนดล’บุกสอบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ ส.ป.ก.สั่ง’ปิดกิจการ’ ลุยต่อสนามกอล์ฟครอบครัว’อนุทิน’

'ธนดล'บุกสอบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ ส.ป.ก.สั่ง'ปิดกิจการ' ลุยต่อสนามกอล์ฟครอบครัว'อนุทิน'

‘ธนดล’บุกสอบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ ส.ป.ก.สั่ง’ปิดกิจการ’ ลุยต่อสนามกอล์ฟครอบครัว’อนุทิน’

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.52 น.

“ธนดล”ยกทีมเข้าตรวจสอบที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอปากช่อง รวม  3 จุด หลังพบว่าอาจมีการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ พบรีสอร์ทเขาใหญ่รุกที่ดิน ส.ป.ก.ชัดเจน สั่งส.ป.ก.โคราชทำหนังสือแจ้งเตือนให้ปิดกิจการ จับตาลุยสอบที่ดินสนามกอล์ฟของครอบครัว“อนุทิน”ยันไม่ใช่เกมการเมือง

18 ก.พ.68 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะทำงานการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโดยได้เข้าตรวจสอบพื่นที่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 

โดยนายธนดล กล่าวว่าสำหรับจุดแรก เนื้อที่ 31 ไร่ ตั้งอยู่ริมถนนเขาใหญ่-วังน้ำขียว บ้านตะเคียนงาม ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน แต่มีการก่อสร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยว บ้านพักและรีสอร์ท พบว่ามีอดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเกี่ยวข้องกับการครอบครอง ก่อนมีการซื้อขายเปลี่ยนมือสร้างแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ เบื้องต้นทาง ส.ป.ก.นครราชสีมาจะทำหนังสือแจ้งเตือนผู้ครอบครองให้ปิดกิจการ เนื่องจากเป็นการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ โดย ส.ป.ก.อนุญาตให้ใช้เพื่อทำการเกษตรเท่านั้น

ส่วนจุดที่ 2 ที่เข้าตรวจสอบเป็นสนามกอล์ฟ อยู่ในตำบลโป่งตาลองเช่นกัน โดยเจ้าของถือครองถูกต้องตามกฎหมาย แต่จุดที่เข้าตรวจสอบ มีโฉนดที่ดินอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สองพันกว่าไร่ เบื้องต้นพบว่าเป็นการออกโฉนดที่ดินจากเอกสาร นค. 3  ซึ่งเป็นที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเองลำตะคอง แต่กลับตรวจพบว่า เป็นโฉนดที่ดิน ที่พบพื้นที่ขยายเพิ่ม หรืองอกจากเขตนิคมฯ  หรือเรียกกัน นค. 3 บวมแล้วทับซ้อนกับเขต ส.ป.ก. ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด และอาจนำไปสู่การเพิกถอนโฉนดหากพบว่าขั้นตอนการออกโฉนดไม่ถูกต้อง

จากนั้น คณะทำงานจะเข้าตรวจสอบ สนามกอล์ฟของครอบครัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นจุดที่ 3 ซึ่งทางนายอนุทินเองก็ได้ยืนยันว่าครอบครัวได้มาอย่างถูกต้องและพร้อมให้ตรวจสอบ

โดยนายธนดล ยืนยันว่า ดำเนินการในครั้งนี้ไม่ใช่เกมการเมืองโดยเจ้าของกิจการซื้อขายที่ดินที่มีโฉนดถูกต้อง แต่ตามแผนที่เขตปฏิรูปที่ดิน ตรวจพบว่าสนามกอล์ฟอยู่ในเขต ส.ป.ก. จึงต้องตรวจสอบความถูกต้องการออกโฉนด เพราะที่ดินของสนามกอล์ฟออกเอกสาร นส 3 ก.ตั้งแต่ปี 2519 และมีการออกโฉนดเกือบทั้งหมด ก่อนจะประกาศเขตปฏิรูปที่ดินปี 2534

“สำหรับการตรวจสอบแปลงที่ดินเขต ส.ป.ก. และสนามกอล์ฟทั้ง 2 แห่ง ในวันนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หลังจากนี้จะตรวจสอบแปลงที่ดินที่คาดว่าเป็นการออกโฉนดที่ดินในเขตนิคมฯ ที่รุกล้ำเขตปฏิรูปที่ดิน อำเภอปากช่อง ใน 8 ตำบล โดยมีการออกโฉนดไปแล้ว 2 หมื่นกว่าไร่ และที่ออกเอกสารสิทธ์ เพื่อรอยื่นขอออกโฉนดอีก 2 หมื่นกว่าไร่เช่นกัน”นายธนดล กล่าว

ขณะที่นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากสนามกอล์ฟ แรนโชชาญวีร์ ฯ ยืนยันว่า โฉนดที่ดินแปลงนี้ออกตามกฎหมาย และเชื่อว่าเป็นปัญหาความขัดแย้งของหน่วยงานรัฐในเรื่องพิกัดแผนที่ ที่ควรตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะเมื่อเป็นกระแสข่าวได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน’ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง’

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน'ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง'

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน’ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง’

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.35 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เยี่ยมชมและตรวจติดตามผลการดำเนิน”ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง” พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมและตรวจติดตามการดำเนินงาน พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของศูนย์ฯ โดยมีนายประสบพร ทองนุ่น ผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลด้านการวิจัย การชันสูตรโรคสัตว์ และการตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของศูนย์ฯ ที่ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล มุ่งเน้นความถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว เพื่อสนับสนุนงานด้านปศุสัตว์ในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ยังได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานเชิงรุก เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ด้านปศุสัตว์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนล่าง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

– 006

‘นฤมล’หนุนน้ำหมักฯสู้โรคใบร่วงยาง

‘นฤมล’หนุนน้ำหมักฯสู้โรคใบร่วงยาง

‘นฤมล’หนุนน้ำหมักฯสู้โรคใบร่วงยาง

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดอบรมหลักสูตรการส่งเสริมการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อฟื้นฟูสวนยางพาราที่เป็นโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichumsiamense (ใบร่วงชนิดใหม่) ประจำปี 2568 โดยมี ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ วิทยากร และเกษตรกรชาวสวนยางพารา เข้าร่วม ที่โรงแรมณัฐพงษ์ แกรนด์ จ.หนองบัวลำภู ว่ากยท.ได้จัดทำโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้ในการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยฟื้นฟูต้นยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่

ศ.ดร.นฤมลกล่าวต่อว่า โครงการนี้เป็นสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรชาวสวนยางให้สามารถสำรวจต้นยางและประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดโรคระบาดในสวน
ยางพาราของตนเองได้ ซึ่งแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาโรคระบาดในสวนยาง โดยเฉพาะโรคใบร่วงชนิดใหม่ ปัจจุบันเรียกว่า โรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum
siamense ทั้งนี้ กยท.ได้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้ศึกษาและทบทวนแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาตามมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว รวมถึงดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยาง อาทิ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต และพันธุ์ยางต้านทานโรคให้แก่เกษตรกร เป็นต้น

ศ.ดร.นฤมลกล่าวอีกว่า นอกจากการสนับสนุนการใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราแล้วยังเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องเกษตรกรภาคประมงที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ

สกู๊ปพิเศษ : สาววิศวกรโยธาคนเก่ง ปลูกผักเคล ขายใบ ขายต้น รายได้ดี จากแค่ปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน สู่รายได้ครึ่งหมื่นต่อเดือน

สกู๊ปพิเศษ : สาววิศวกรโยธาคนเก่ง ปลูกผักเคล ขายใบ ขายต้น รายได้ดี  จากแค่ปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน สู่รายได้ครึ่งหมื่นต่อเดือน

สกู๊ปพิเศษ : สาววิศวกรโยธาคนเก่ง ปลูกผักเคล ขายใบ ขายต้น รายได้ดี จากแค่ปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน สู่รายได้ครึ่งหมื่นต่อเดือน

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.ส.ศิรินภา ช่วงชัย (น้องอ้อม) อายุ 28 ปี อาชีพวิศวกรโยธา โครงการต่อเติมท่าอากาศยานตรัง ได้ใช้เวลาว่างและพื้นที่ว่างข้างบ้านเช่าเลขที่ 108/3 หมู่ 10 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง มาปลูกผักเคลซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชินีผักใบเขียวทั้งปลูกแบบลงดินและใส่ในกระถาง เพื่อยกขายง่าย กระถางละตั้งแต่40-300 บาท และมีการตัดใบผักเคลขายถุงละ 2 ขีด ราคา 60 บาท 2 ถุง 100 บาท หากซื้อใบผักเคล 15 ถุงแถมฟรีให้ 1 ถุงด้วย

ซึ่งจุดเริ่มต้นของการหันมาปลูกผักเคลในกระถาง มาจากคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคไต เมื่อปี 2566 น้องอ้อมจึงคิดปลูกผักปลอดสารให้คุณแม่ทาน เพื่อให้คุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรง ได้ทานผักปลอดภัย ประกอบกับเป็นคนชอบปลูกผักต่างๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะผักเคล ที่พบว่ามีคุณประโยชน์มากมาย และดีต่อสุขภาพของผู้ป่วย จึงไปศึกษาวิธีการปลูกเพิ่มเติมในกลุ่มต่างๆ จนกระทั่งได้สูตรการปรุงดิน การทำน้ำหมักชีวภาพและการขายตลาดออนไลน์ จึงเริ่มปลูกมากขึ้นทั้งผักเคลใบหยิกและผักเคลไดโนเสาร์ ซึ่งทุกขั้นตอนปลอดสารเคมีเพราะคุณแม่และคนในครอบครัวรับประทานด้วย ทำให้มีลูกค้ากลุ่มคนรักสุขภาพ ทั้งใน จ.ตรังและจังหวัดใกล้เคียง สั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้เสริมไม่ต่ำกว่า 5,000-6,000 บาทต่อเดือน

สำหรับผักเคล มีสรรพคุณด้านการบำรุงสายตา บำรุงหัวใจ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงบำรุงผิวพรรณ ลดภาวะเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง มีวิตามินเอ วิตามินซี ลูทีน ไฟเบอร์ ช่วยควบคุมน้ำหนัก และนิยมทานสดในเมนูสลัด หรือทำสมูธตี้ ผักลวกจิ้มกับน้ำพริก แกงเลียงและอื่นๆ ทั้งยังนำไปประดับตกแต่งอาคาร บ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ได้สวยงาม และเก็บกินได้ตลอดทั้งปีไว้

ด้าน น.ส.ศิรินภา ช่วงชัย เกษตรกรผู้ปลูกผักเคลกล่าวว่า เริ่มปลูกผักเคลมาประมาณปีกว่าแล้ว เนื่องจากคุณแม่ไม่สบายเกี่ยวกับเรื่องไต จึงต้องการให้แกได้ทานผักที่ดีๆ ที่ต้องคุมเรื่องอาหาร จึงคิดว่าถ้าเราเอาราชินีผักใบเขียว คุณสมบัติเยอะอยู่แล้วมาปลูกเพื่อเอาไปให้แม่ และคิดต่อไปว่าถ้าเราปลูกเพื่อส่งต่อให้กับคนที่เขารักสุขภาพน่าจะเป็นเรื่องดี จึงใช้โอกาสนั้นปลูกเพื่อที่จะขายด้วย

โดยขายทั้งเป็นใบและเป็นต้น ถ้าเป็นใบถุงละ 2 ขีด ราคา 60 บาทถ้า 2 ถุงขาย 100 บาท ตอนนี้มีโปรโมชั่นซื้อครบ 15 ถุงแถมฟรี 1 ถุง ส่วนเป็นกระถางขายตั้งแต่กระถางละ 40-300 บาทพร้อมทาน ผลตอบรับดี มีทั้งคนตรังที่สนใจเรื่องสุขภาพและตัดส่งทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ รายได้รวม 5,000-6,000 บาทต่อเดือน ส่วนประโยชน์มีวิตามินซีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตาและอีกหลายอย่าง ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีผักใบเขียว SuperFood Thailand แนวโน้มดีมาก ส่วนใครสนใจสามารถติดต่อได้ทางเพจ/เฟซบุ๊ก บ้านฮักแพง Sirinapha chaungchai หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-5071706

ทรงวุฒิ นาคพล

‘อัครา’ดันกุ้งทะเล เป็นวาระแห่งชาติ จ่อใช้11มาตรการ มุ่งยกระดับกุ้งไทย

‘อัครา’ดันกุ้งทะเล  เป็นวาระแห่งชาติ  จ่อใช้11มาตรการ  มุ่งยกระดับกุ้งไทย

‘อัครา’ดันกุ้งทะเล เป็นวาระแห่งชาติ จ่อใช้11มาตรการ มุ่งยกระดับกุ้งไทย

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ ครั้งที่ 1/2568 ที่กรมประมง โดยที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2568–2572 ซึ่งกรมประมงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาด้านกุ้งทะเล และต้องการผลักดันการแก้ปัญหากุ้งทะเลให้เป็นวาระแห่งชาติ จึงจัดประชุมหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง จัดทำกิจกรรม/โครงการ และยกร่างมาตรการสำคัญเพื่อแก้ปัญหากุ้งทะเลตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลของประเทศไทย11 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการที่ 1 การพัฒนาลูกพันธุ์คุณภาพสูง มาตรการที่ 2 การจัดการฟาร์มเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน มาตรการที่ 3 การควบคุมคุณภาพอาหารกุ้ง มาตรการที่ 4 การจัดการโรคและการป้องกันโรคในกุ้ง มาตรการที่ 5 การพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปและการถนอมคุณภาพ

มาตรการที่ 6 การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและแปรรูปสินค้ากุ้งทั้งในและต่างประเทศ มาตรการที่ 7 การสร้างแบรนด์ และเพิ่มช่องทางการตลาด มาตรการที่ 8 การบริหารจัดการข้อมูลกุ้ง
มาตรการที่ 9 การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มาตรการที่ 10 การยกระดับความรู้บุคลากร ทั้งเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ และมาตรการที่ 11 การสร้างเครือข่ายความเข้มแข็ง ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนและพิจารณารายละเอียดของมาตรการ เพื่อช่วยยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย