ธัญญ่า ธัญญาเรศ เปิดใจกว่าจะมี น้องลียา ไม่ง่าย เผยเรื่องที่เคยกลัวลูกจะไม่เข้าใจ

ธัญญ่า ธัญญาเรศ เปิดใจกว่าจะมี น้องลียา ไม่ง่าย เผยเรื่องที่เคยกลัวลูกจะไม่เข้าใจ

10 เม.ย. 2568 18:16 น.

ธัญญ่า ธัญญาเรศ เปิดใจกว่าจะมี น้องลียา ไม่ง่าย เผยเรื่องที่เคยกลัวลูกจะไม่เข้าใจ

เป็นคุณแม่ที่รักและห่วงลูกสาวมาก สำหรับ ธัญญ่า ธัญญาเรศ ที่ตอนนี้ น้องลียา ลูกสาวเริ่มโตขึ้นทุกวัน ๆ จนทำเอาคนเป็นพ่ออย่าง เป๊ก สัณณ์ชัย นั้นห่วงมาก ล่าสุด ธัญญ่า ได้เปิดใจผ่านรายการ ดวงใจ STORY ทางยูทูบ Ch7HD เจ้าตัวก็ได้เปิดใจหลากหลายเรื่องราวในชีวิต ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ ที่เจ้าตัวยกให้เป็นความสุขที่สุดในชีวิต ก็คือ น้องลียา ลลียา ลูกสาวสุดที่รัก โดย ธัญญ่า เผยว่า

“ธัญญ่ากับพี่เป๊ก แต่งงานกันมา 4 ปี กว่าจะมีเขา ด้วยความที่ธัญญ่าแท้งหลายรอบ พยายามเองหลายรอบ แต่ก็ไม่สำเร็จ จนสุดท้ายพี่สาวที่อยู่อเมริกา ลูกพี่ลูกน้องของธัญญ่า เขาก็บอกว่าเดี๋ยวอุ้มบุญให้ ซึ่งตอนนั้นพี่สาวธัญญ่า เขามีลูกแล้ว 3 คน แล้วลูกเขาก็โตกันแล้ว เขาบอกธัญญ่าว่า ไม่ได้คิดจะมีลูกเพิ่มแล้ว แต่เขาอยากเห็นธัญญ่ามีลูก บอกว่ามีลูกแล้วมีความสุข แฮปปี้ เขาอยากให้เราได้รับรู้ความรู้สึกนั้น

ธัญญ่า ธัญญาเรศ เปิดใจกว่าจะมี น้องลียา ไม่ง่าย เผยเรื่องที่เคยกลัวลูกจะไม่เข้าใจ

ถ้าถามว่าคำถามไหนที่ลียาถามเรา แล้วตอบยากที่สุด ก็คงเรื่องนี้ เคยมีครั้งหนึ่งตอนประมาณลียาน่าจะ 4 ขวบ ซึ่งยังเด็กมาก เขาเห็นคนท้อง ก็ถามว่า หม่ามี้ ตอนลียาเด็ก ๆ ลียาอยู่ในนั้นใช่ไหม ตอนนั้นก็คิดว่าจะตอบลูกยังไงดี เพราะมันยังไม่ถึงวัยที่จะบอกเขาว่า เขาผ่านการอุ้มบุญมานะ ก็เลยคิดแบบไว ๆ บอกเขาว่า ใช่ ลียาเคยอยู่ในท้องหม่ามี้แบบนั้น แต่ว่าหม่ามี้ไม่สบาย เพราะลียาเคยมีพี่มาก่อน แต่เขาต้องตายไป เพราะว่าหม่ามี้ไม่สบาย ตอนลียาก็เหมือนกัน หม่ามี้ไม่สบาย ก็เลยเอาลียาไปฝากไว้ที่คุณป้า ลียาก็เลยพิเศษกว่าคนอื่น มีแม่สองคน เขาฟังแล้วก็ยิ้ม เราก็โล่งอก

พอมีลียา ธัญญ่าก็เป็นแม่ที่เหมือนเพื่อนกับลูก คุยกับเขาได้ทุกเรื่อง ตามใจจนพี่เป๊กบอกว่า ตามใจมากจนคุมเขาไม่ได้ เพราะธัญญ่าไม่ชอบเห็นลูกงอน มันรู้สึกไม่โอเค ไม่มีความสุข แม้ว่าเราจะตามใจ แต่บางทีมันก็มีอะไรที่เราไม่เห็นด้วยอยู่บ้างนะ ธัญญ่าก็จะใช้วิธีไปบอกพี่เป๊ก ให้พี่เป๊กช่วยพูดหน่อย คิดว่าอันนี้ไม่ได้แล้วนะ อะไรแบบนี้ ซึ่งตัวพี่เป๊กเองเขาก็ตามใจลูกนะ แต่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม ที่เขาจะต้องดุ ก็คือดุ ลียาก็จะเกรงใจพ่อเขา เขาจะเหมือนรู้ว่า อันไหนที่พูดกับพ่อได้ อันไหนพูดไม่ได้ อารมณ์ไหนที่จะเข้าไปขอเรื่องอะไรก็ตามแต่ เขาจะรู้และดูจังหวะ

ธัญญ่า ธัญญาเรศ เปิดใจกว่าจะมี น้องลียา ไม่ง่าย เผยเรื่องที่เคยกลัวลูกจะไม่เข้าใจ

ส่วนเรื่องความหวงลูกสาว พี่เป๊กจะหวงมากกว่า หวงที่จะมีคนมาจีบ หวงที่ลูกสาวจะมีแฟน ส่วนธัญญ่าก็ไม่ได้หวงขนาดนั้น คือถ้าลูกจะมี ก็ให้เป็นไปตามวัย มันก็เป็นวัยของเขา แต่ความห่วงธัญญ่ากับพี่เป๊กห่วงอยู่แล้ว ถ้ามีหนุ่ม ๆ มาจีบ ก็คิดว่าเขากล้าบอกธัญญ่านะ แต่กับพ่อเขาคงไม่กล้าบอก คิดว่านะ (หัวเราะ) หรืออาจจะไม่บอกเราเลยทั้งคู่ ก็ไม่รู้ แต่เท่าที่รู้มา ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ มาจีบลียา เพื่อน ๆ เขา บางคนก็มีแฟนกันนะ แต่ลียายังไม่มี เหมือนตัวเขายังมีความเป็นเด็กอยู่ ก็เลยยังไม่สนใจในเรื่องของเพศตรงข้าม ส่วนตัวธัญญ่าก็ไม่ได้กังวลเท่าไหร่ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ”

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิง” เพิ่มเติม

ธัญญ่า ธัญญาเรศ เปิดใจกว่าจะมี น้องลียา ไม่ง่าย เผยเรื่องที่เคยกลัวลูกจะไม่เข้าใจ
ธัญญ่า ธัญญาเรศ เปิดใจกว่าจะมี น้องลียา ไม่ง่าย เผยเรื่องที่เคยกลัวลูกจะไม่เข้าใจ

ไวตามิน เอ เปิดใจหลังปล่อยซิงเกิลใหม่ เธอครางชื่อใคร ขอบคุณทุกกระแสตอบรับ

ไวตามิน เอ เปิดใจหลังปล่อยซิงเกิลใหม่ เธอครางชื่อใคร ขอบคุณทุกกระแสตอบรับ

10 เม.ย. 2568 18:10 น.

ไวตามิน เอ เปิดใจหลังปล่อยซิงเกิลใหม่ เธอครางชื่อใคร ขอบคุณทุกกระแสตอบรับ

หลังจากที่ ไวตามิน เอ หรือ อิทธิพลธนินทร์ เดชฤกษ์ปาน ที่ปล่อยซิงเกิล เธอครางชื่อใคร พร้อมกับชวนศิลปินร่วมค่ายอาร์เอสในอดีต อาร์ม โต้รุ่ง มาฟีเจอริงกัน เรียกว่าเป็นการคัมแบ็กวงการเพลงแบบ 100% เต็มในรอบ 22 ปี สำหรับตัวพ่อขาแดนซ์ยุค 90 เจ้าของเพลงฮิตในตำนานอย่าง มองนานๆ

ล่าสุด เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐออนไลน์ถึงการกลับมาจับไมค์ในฐานะศิลปินหน้าใหม่วัยลุง อายุ 55 ปี แต่เอเนอร์จี้ยังฟิตปั๋ง ที่งานนี้ เจ้าตัวทุ่มแบบสุดๆ แต่งเอง ร้องเอง ทำเพลงเองทุกขั้นตอน ซึ่งเอได้เปิดใจถึงความรู้สึกหลังจากที่ปล่อยเพลงนี้ให้ฟังว่า 

การคัมแบ็กกลับมาในรอบ 22 อะไรที่ทำให้รู้ว่าถึงเวลาที่ต้องคัมแบ็ก?

อย่างแรกคือมีแพชชั่นจากเพลง มองนานๆ เนื่องจากเพลงมองนานๆ ได้ผลตอบรับที่ดี เพลงยังไม่เก่า ทำให้คนย้อนกลับไปดู MV เก่าๆ ของเรา แล้วเหมือนกับปลุกกระแส ปลุกไฟในตัวเรา

ประเด็นที่ 2 ที่หยุดหายไปเพราะมีความเฟลเรื่องแผ่น mp3 ในสมัยก่อน ที่เขาดูแลเราไม่ได้ และในยุคนี้มันเป็นเรื่องของสตรีมมิ่ง ซึ่งมันก็ชัดเจนตรงไปตรงมา ในเรื่องของกำลังใจในการทำงาน ผลตอบแทนต่างๆ มันก็ทำให้เราอยู่ได้

จริงๆ ก็คิดถึงอยู่ตลอด อยากออนสเตจตลอด แต่ภาระมันมี ก็ต้องทำในสิ่งที่ดูแลตัวเองและครอบครัวให้ได้ก่อน แต่ตอนนี้เราอยู่ตัวระดับนึง ภาระหน้าที่อะไรก็เบาบางไป อายุอานามของเราก็น่าส่งท้าย ทำให้เราอยากกลับขึ้นมาอีกที

อย่างเรื่องของศิลปินยุค 90 ที่นิยมกลับมาอีกครั้ง แล้วเราก็เว้นวรรคไปนานเหมือนกัน เราก็ไม่ได้อยากเป็นศิลปิน 90 เท่าไหร่ เราอยากเป็นศิลปินปัจจุบัน ก็เลยอยากทำเพลงใหม่ขึ้นมา มีแรงบรรดาลใจใหม่ๆ

กลับมาคราวนี้มันยิ่งกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา มันเหมือนยิ่งปะทุ อัดอั้น เพราะว่าเราเบรกไปนาน เมื่อก่อนเราทำเพลงประจำ แต่พอมันหยุดไปเราก็คิดถึง เพราะเนื่องจากมันไม่เอื้ออำนวย เราก็เหมือนฝืนใจตัวเอง แต่มาคราวนี้มันเหมือนพลุ่งพล่านไปหมดเลย

ไวตามิน เอ เปิดใจหลังปล่อยซิงเกิลใหม่ เธอครางชื่อใคร ขอบคุณทุกกระแสตอบรับ

กลับมาในวัย 55 รู้สึกยังไงบ้าง?

หลายๆ คนก็บอกว่า ไม่ต้องทำแล้ว อยู่เป็นตำนานไปดีกว่ามั้ย แต่เราเป็นคนดนตรี เป็นนักดนตรีมืออาชีพ เป็นนักร้องมืออาชีพ เป็นมืออาชีพทางด้านนี้ เป็นโปรดิวซ์เซอร์อะไรต่างๆ ทำไปเหอะ ทำไปจนกว่าเราจะไม่ไหวแล้วก็ได้

ในช่วงวัยหนุ่มเราอาจจะทำเพื่อความสำเร็จใช่มั้ย แต่ในวัยนี้ที่เรากลับมาทำอีกครั้งหนึ่ง เรารักมันและเราอยากทำ เหมือนถ้าเราจะลาวงการไป ตอนนั้นเราไม่ได้บอกลาเลย เพราะมันเงียบไปเฉยๆ เพราะว่าภาวะที่มันกระทบเรา แต่ตอนนี้เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอกลา ก็ทำเพลงไปแล้วมีความสุขกับการทำ

แสดงว่ารู้สึกไม่โอเคกับการที่มีคนบอกว่า เป็นตำนานไปเลยดีกว่ามั้ย?

ใช่ๆ เราไม่แคร์ตรงนั้นครับ เพราะว่าคนที่ทักหรือท้วงติงว่า เมื่อก่อนเราดังมากนะ กลับมาไม่กลัวไม่ดังเหมือนเดิมหรอ แต่พี่ว่านั่นไม่ใช่ประเด็น  ประเด็นคือทำแล้วเรามีความสุขมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป เราน่าจะทำนะ คนที่มีความสุขกับเบื้องหน้า พี่เชื่อว่าน่าจะมีคนที่ความมรู้สึกเหมือนกัน คือมันคิดถึง มันอยากจะทำ

แต่ว่าอาจจะเกิดจากความไม่มั่นใจในตัวเอง เช่น อายุมากไปแล้ว อะไรอย่างงี้รึเปล่า แต่พี่คิดว่า พี่ว่าพี่ไหว พี่ว่าพี่ทำได้ แล้วก็อย่างปลายปีที่ผ่านมา กระแสร่างทอง ที่คนแห่กันไปออกกำลังกาย พี่ก็ไปเหมือนกัน ก็น้ำหนักลดลง รูปร่างดีขึ้น ดูแลตัวเอง ก็รู็สึก เห้ยได้สิ ยังไหว ยังไม่ถึงขั้นลุง

แต่ตอนเปิดตัวก็ใช้คำว่าลุงนะ?

ก็วัยมันลุงแล้ว แต่เป็นลุงปึ๋งปั๋งอะไรอย่างงี้แทน (ยิ้ม) 

แล้วพี่เอก็ไม่ได้กลับมาคนเดียวด้วย ดึง อาร์ม โต้รุ่ง มาด้วย?

จริงๆ แล้วตอนแรกว่าจะมาคนเดียว แต่จังหวะพอดี อาร์มเขาทักมา แล้วก็รื้อฟื้นความหลังกัน เขาก็อยากกลับมาทำอะไรสนุกๆ เราก็ได้เลย เดี๋ยวพี่จัดให้ พอดีพี่ก็ออกซิงเกิลใหม่พอดี ก็ไม่เป็นไร ก็กลายเป็นว่าเปลี่ยนคอนเซ็ปนิดหน่อย ตอนแรกว่าจะเปิดตัวก่อนใช่มั้ย แต่อาร์มมาด้วย ก็พ่วงกัน ไปพร้อมๆกันก็ช่วยกันดี

ไวตามิน เอ เปิดใจหลังปล่อยซิงเกิลใหม่ เธอครางชื่อใคร ขอบคุณทุกกระแสตอบรับ

มันเป็นเหมือนการก้าวผ่านความรู้สึกอะไรหลายๆ อย่าง อายุมากขึ้น พอต้องมาทำอะไรในยุคเด็กเจนใหม่มีคววามกดดันอะไรมั้ย? 

มันก็มีนะ แต่พี่ไม่พยายามเอาสิ่งนั้นมาครอบไว้ว่า เราจะสู้เขาไหวมั้ยนะ เราจะนู่นเราจะนี่ พอพี่ไปทำงานส่วนตัว ไปทำธุรกิจนู่นนี่ มันก็สอนเราว่า อุปสรรคมันก็มีอยู่แล้วล่ะ เราจะต้องเจอคู่แข่งใหม่ๆ อยู่แล้วล่ะ

คนที่ทำธุรกิจหรือคนที่ทำงานด้วยการยืนด้วยขาของตัวเองมาแล้วเนี่ย มันจะตอบตัวเองได้อยู่แล้วว่ามันต้องมีอยู่แล้ว อุปสรรค ทำไปเหอะ รอมันสำเร็จ หรือรอวันที่ใช่ มันจะภูมิใจมากกว่าที่เราจะมานั่งคิดว่า กลัวนู่นกลัวนี่

เพราะฉะนั้นพี่ก็เลยตัดเรื่องความกลัวหรือความกังวลอะไรไป ไม่สนใจหรอก เราแค่ทำแล้วเรามองตัวเองแล้วเรามีความสุขรึเปล่า ถ้าเรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำอยู่ก็ไม่เป็นไร คำฟีดแบ็คมายังไงเราก็รับได้หมด

ไวตามิน เอ เปิดใจหลังปล่อยซิงเกิลใหม่ เธอครางชื่อใคร ขอบคุณทุกกระแสตอบรับ

แต่เห็นบอกว่าเพลงนี้ ทำเองทั้งหมด? 

จริงๆ แล้วหลายๆ คนอาจจะไม่รู้ เมื่อก่อนพี่ก็ทำเองทั้งหมดนะ เนื้อร้อง ทำนอง เรียบเรียง พี่ก็ทำเองทั้งหมด 1 อัลบั้ม เมื่อก่อนมี 10 เพลง มีเพลงที่พี่ไม่ถนัดที่จะทำ อย่างมากไม่เกิน 2 เพลง

และส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพลงช้า แต่เพลงเร็วก็รวบทุกเพลง พอมายุคนี้มันก็เป็นเรื่องที่เราเคยทำมาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอาจจะมากขึ้นด้วยซ้ำไป เพราะเมื่อก่อนมีค่าย อันนี้เราก็ต้องทำงานเบท้องหลังด้วย หลังบ้านด้านดิจิตอลอะไรต่างๆด้วยตัวเอง เพิ่มมากขึ้นอีกด้วยซ้ำไป

เพลงนี้มันได้แรงบันดาลใจมาจากอะไรยังไง?

เอาเป็นว่ามันเป็นคอนเซ็ปต์ละกัน จริงๆ แล้ว คนเป็นนักแต่งเพลงหรือโปรดิวเซอร์ก็ทำได้ทุกแนวแหละ แต่ทีนี้พอมีอาร์มเข้ามาปุ๊บ เราก็ย้อนไปดูว่า อาร์มเค้าจะออกแนวจิ๊กโก๋ๆ หน่อย แฟนๆ เขาก็บแบบว่า มาโต้รุ่งกันหน่อย เราก็เลยคิดว่า น่าจะหาคำที่เรากับอาร์มจะมาแชร์คอนเซ็ปต์กันคนละครึ่งหนึ่ง จิ๊กโก๋ผสมกับสายแดนซ์ ในท่อนที่พี่ร้องมันก็จะเป็นแบบแดนซ์ๆ หน่อย แต่พอท่อนฮุก เนื้อร้อง หรือชื่อเพลงอย่าง เธอครางชื่อใคร มันก็โจ๋ะๆ ดีเหมาะกับอาร์ม แล้วก็ผสมกับพี่เข้าไป เลยเป็นคอนเซ็ปต์แบบนี้

พอปล่อยเพลงออกมาเป็นไงบ้าง?

เหมือนเลี้ยงลูกเลย ก็เฝ้าดูการเติบโตของมัน ถ้าดูคลิปตัวเอง ส่วนตัวก็น่าจะดูเป็นร้อยรอบละมั้ง (ปั่นวิวๆ) ไม่หรอก ดูไปมันก็เช็กตัวเองไง ว่าถ้าเป็นคนอื่นเขามอง เขาจะมองเป็นแบบไหนนะ

กลุ่มแฟนๆ เขาจะคิดถึงเราบ้างมั้ยน้า หรือจะมีอะไรบกพร่องที่เราจะพอพัฒนาไปต่อได้อีกมั้ย ก็ทั้งตื่นเต้น ทั้งประคบประหงม ทั้งเรียนรู้ ทั้งเช็กกระแส

ฟีดแบ็กดีมากครับ ถ้าตีว่า 95% ขึ้นไป หลายๆ คนก็ชื่นชม และให้กำลังใจครับ จะมี 1% นิดหน่อยที่ อาจจะไม่เข้าหู แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นครับ เหรียญมี 2 ด้านเสมอครับ สบายมาก

ไวตามิน เอ เปิดใจหลังปล่อยซิงเกิลใหม่ เธอครางชื่อใคร ขอบคุณทุกกระแสตอบรับ

แล้วด้วยความที่เราก็อยู่ตรงนี้มานาน มันก็ต้องมีทั้งคำชม แล้วก็คำวิจารณ์?

คำวิจารณ์เราก็ดูเฉยๆ ว่ามันตรงกับที่เขาวิจารณ์มั้ย หรือแค่ป่วนเฉยๆ ในอินเตอร์เน็ต บางทีเราก็ต้องเจออยู่แล้ว มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่เท่าที่ดูก็คือป่วน ก็ไม่สนใจ

ถ้าอยากฟังเพลงนี้ต้องติดตามจากที่ไหนได้?

ชื่อเพลงนี้ค่อนข้างจะยูนีค เสริชได้ทุกช่องทางเลยครับ เธอครางชื่อใคร ก็มีอยู่เจ้าเดียวในโลกออนไลน์ครับ หรือทาง ไวตามินเอ มิวสิค ทุกช่องทางเหมือนกันครับ ในสื่อโซเชียลมีเดีย

ไวตามิน เอ เปิดใจหลังปล่อยซิงเกิลใหม่ เธอครางชื่อใคร ขอบคุณทุกกระแสตอบรับ

เอ๋ มิรา โพสต์ข้อความเรื่องเงินค่าเสียหาย นายห้างประจักษ์ชัย โผล่คอมเมนต์แบบช็อตฟีล

เอ๋ มิรา โพสต์ข้อความเรื่องเงินค่าเสียหาย นายห้างประจักษ์ชัย โผล่คอมเมนต์แบบช็อตฟีล

10 เม.ย. 2568 16:39 น.

เอ๋ มิรา โพสต์ข้อความเรื่องเงินค่าเสียหาย นายห้างประจักษ์ชัย โผล่คอมเมนต์แบบช็อตฟีล

หลังจากที่เรื่องราวคดีความพรากผู้เยาว์ ระหว่าง ครูไพบูลย์ และ แม่ของเอ๋ มิรา เหมือนจะเจรจากันได้ตามที่นำเสนอข่าวไปเมื่อวานนี้ ซึ่งครูไพบูลย์ขอจ่ายเงิน 8 แสนบาท ทางด้าน เอ๋ มิรา ก็ได้โพสต์ถึงเงินที่ได้จากค่าเสียหายเอาไว้ในเฟซบุ๊กของตัวเองซึ่งมีใจความว่า 

“เงินทุกบาทที่ได้มาจากค่าเสียหาย หนูไม่ขอเก็บไว้สักบาท ขอมอบให้แม่ ตา ยาย ตอบแทนที่ท่านเลี้ยงดูหนูมา หนูอยากให้ทุกคนมีความสุข ไม่รู้พรุ่งนี้จะเป็นยังไง ไม่อยากโกรธ ไม่อยากเกลียด เคียดแค้นอะไรกับใครเลยค่ะ”

หลังจากที่เจ้าตัวโพสต์ข้อความดังกล่าวไป นายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ เจ้าของค่ายเพลงไหทองคำ ที่เคยให้การช่วยเหลือเอ๋เมื่อครั้งที่ถูก ครูไพบูลย์ แสงเดือน ฟ้องร้อง เข้าไปคอมเมนต์แบบช็อตฟีลในโพสต์ดังกล่าวของเอ๋ ซึ่งมีใจความว่า  

“เงินทุกบาทที่ผมเสียไป เวลา ชื่อเสียง ผมขอมอบให้เจ้ากรรมนายเวรผม ทุกภพทุกชาติที่ผ่านมา..เงินผมวางศาล 1 ล้าน ใครมาเบิกไปจ่ายใครรึเปล่า?”

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

เอ๋ มิรา โพสต์ข้อความเรื่องเงินค่าเสียหาย นายห้างประจักษ์ชัย โผล่คอมเมนต์แบบช็อตฟีล
เอ๋ มิรา โพสต์ข้อความเรื่องเงินค่าเสียหาย นายห้างประจักษ์ชัย โผล่คอมเมนต์แบบช็อตฟีล
เอ๋ มิรา โพสต์ข้อความเรื่องเงินค่าเสียหาย นายห้างประจักษ์ชัย โผล่คอมเมนต์แบบช็อตฟีล
เอ๋ มิรา โพสต์ข้อความเรื่องเงินค่าเสียหาย นายห้างประจักษ์ชัย โผล่คอมเมนต์แบบช็อตฟีล

ร้านอาหารจีนในสิงคโปร์ ปลดป้ายชาร์จ 104% ลูกค้าชาวอเมริกัน

ร้านอาหารจีนในสิงคโปร์ ปลดป้ายชาร์จ 104% ลูกค้าชาวอเมริกัน

11 เม.ย. 2568 15:00 น.

ร้านอาหารจีนในสิงคโปร์ ปลดป้ายชาร์จ 104% ลูกค้าชาวอเมริกัน

ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านไชน่าทาวน์ของสิงคโปร์ ได้ปลดป้ายที่ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งซึ่งระบุว่า “มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 104 เปอร์เซ็นต์ จากลูกค้าชาวอเมริกัน” หลังจากได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทางออนไลน์

ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านไชนาทาวน์ของสิงคโปร์ ได้ถอดป้ายที่ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งซึ่งระบุว่า “มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 104 เปอร์เซ็นต์ จากลูกค้าชาวอเมริกัน” หลังจากได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทางออนไลน์

ข้อความบนกระดาษสองแผ่นที่ติดไว้ที่ประตูหน้าของร้านอาหาร “เซี่ย เหล่า ซ่ง” ซึ่งให้บริการอาหารจีน เริ่มแพร่กระจายในโซเชียลมีเดียเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อความดังกล่าวเขียนเป็นทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน โดยระบุว่า “ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2025 เป็นต้นไป ชาวอเมริกันจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 104 เปอร์เซ็นต์เมื่อรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งนี้” และข้อความปิดท้ายว่า “เซี่ย เหล่า ซ่ง, สิงคโปร์”

ข้อความดังกล่าวปรากฏขึ้นไม่นานหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 104% เมื่อวันพุธ (9 เมย.) ขณะที่ปัจจุบันอัตราดังกล่าวอยู่ที่ 145%

อย่างไรก็ตาม พบประกาศดังกล่าวก็ถูกยกเลิกในวันนี้ (11 เม.ย.) โดยทั้งพนักงานและเจ้าของร้านต่างปฏิเสธแสดงความคิดเห็น

การเคลื่อนไหวของร้านอาหารได้นำไปสู่การถกเถียงอย่างกว้างขวางทางออนไลน์ โดยมีโพสต์บน TikTok ที่แชร์โดยผู้ใช้ sgwhatsup แสดงให้เห็นว่ามีผู้เข้าชมมากกว่า 400,000 ครั้ง และแสดงความคิดเห็นมากกว่า 1,700 รายการ ในขณะที่ผู้ใช้หลายคนตำหนิป้ายดังกล่าวว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ผู้ใช้คนอื่นๆ ก็ตั้งคำถามว่ากฎหมายของสิงคโปร์ห้ามการกระทำดังกล่าวหรือไม่

บน Reddit โพสต์เกี่ยวกับปัญหานี้ได้รับการโหวตมากกว่า 2,800 ครั้ง โดยผู้ใช้บางคนคาดเดาว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นกลวิธีประชาสัมพันธ์ร้านหรือไม่ โดยร้านอาหาร “เซี่ย เหล่า ซ่ง” ให้บริการอาหารจีน เช่น เป็ดปักกิ่ง กุ้งแม่น้ำรสเผ็ด และเกี๊ยว

ดูเหมือนว่าจะไม่มีกฎหมายในสิงคโปร์ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดราคาที่เลือกปฏิบัติโดยพิจารณาจากสัญชาติโดยเฉพาะ ด้านนายยูจีน แทน ทนายความของมหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ กล่าวว่า “โดยทั่วไปแล้วมันคือ “ผู้ซื้อเต็มใจ ผู้ขายเต็มใจ” ผมไม่คิดว่ามันจะผิดกฎหมาย แต่ชัดเจนว่ามันทำให้เกิดคำถามทางจริยธรรม” 

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (การค้าที่เป็นธรรม) ของสิงคโปร์ระบุว่า ผู้จัดหาสินค้าที่หาประโยชน์จากลูกค้าที่ไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองได้ ถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หากผู้จัดหาสินค้าปกปิดข้อมูลที่อาจนำไปสู่การหลอกลวงลูกค้า หรือมีการกล่าวอ้างเท็จ ถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการเลือกปฏิบัติโดยพิจารณาจากสัญชาติถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม.

ที่มา CNA

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

หญิงออสเตรเลียช็อค กำเนิดทารกคนแปลกหน้า หลังคลินิกฝังตัวอ่อนผิดคน

หญิงออสเตรเลียช็อค กำเนิดทารกคนแปลกหน้า หลังคลินิกฝังตัวอ่อนผิดคน

11 เม.ย. 2568 13:07 น.

หญิงออสเตรเลียช็อค กำเนิดทารกคนแปลกหน้า หลังคลินิกฝังตัวอ่อนผิดคน

หญิงชาวออสเตรเลียรายหนึ่งได้ให้กำเนิดทารกของคนแปลกหน้าโดยไม่รู้ตัว หลังจากที่คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากได้ฝังตัวอ่อนของผู้หญิงอีกคนเข้าไปในตัวเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ

หญิงชาวออสเตรเลียรายหนึ่งได้ให้กำเนิดทารกของคนแปลกหน้าโดยไม่รู้ตัว หลังจากที่คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากได้ฝังตัวอ่อนของผู้หญิงอีกคนเข้าไปในตัวเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ สื่อออสเตรเลียรายงานว่าความผิดพลาดที่คลินิก Monash IVF ในเมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ นั้นเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์

ไมเคิล แนปป์ ซีอีโอของคลินิก Monash IVF กล่าว พร้อมเสริมว่าทุกคนในคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากรู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” กับความผิดพลาดดังกล่าว เมื่อปีที่แล้ว คลินิกเดียวกันนี้ก็ได้จ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวน 56 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ให้กับผู้ป่วยหลายร้อยรายที่ตัวอ่อนถูกทำลาย แม้ว่าตัวอ่อนเหล่านั้นจะยังมีชีวิตก็ตาม

ตามคำกล่าวของโฆษกของคลินิก Monash IVF พนักงานได้ทราบถึงปัญหานี้ในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อผู้ให้กำเนิดขอโอนตัวอ่อนแช่แข็งที่เหลือไปยังคลินิกอื่น คลินิก Monash ได้ยืนยันว่ามีการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปในโพรงมดลูกของบุคคลที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ทารกเกิด

คลินิกได้เริ่มการสอบสวน และนายแนปป์ กล่าวว่าคลินิกแสดงมั่นใจว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว คลินิก Monash กล่าวว่าเมื่อพบว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คลินิกได้เรียกทีมจัดการวิกฤต และภายในหนึ่งสัปดาห์ คลินิกก็เริ่มพบปะกับผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบเพื่อขอโทษและเสนอความช่วยเหลือ

บริษัทได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการรับรองเทคโนโลยีการสืบพันธุ์ และรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อหน่วยงานกำกับดูแลเทคโนโลยีการสืบพันธุ์ช่วยเหลือแห่งใหม่ในควีนส์แลนด์โดยสมัครใจ

เมื่อปีที่แล้ว คลินิก Monash IVF ได้บรรลุข้อตกลงจ่ายเงินชดเชย 56 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ในคดีกลุ่มผู้ป่วย 700 รายที่ทำลายตัวอ่อนหลังจากการทดสอบทางพันธุกรรมที่ไม่ถูกต้อง หลังพบว่าประมาณ 35% ของตัวอ่อนที่ปกติและอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ พบความผิดปกติจากการตรวจคัดกรองที่ผิดพลาด

IVF หรือการปฏิสนธิในหลอดแก้ว คือการใช้เทคโนโลยี ช่วยการเจริญพันธุ์ สำหรับคู่สมรสที่มีบุตรยาก ด้วยการนำไข่ และอสุจิมาผสมกันให้มีการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย โดยทำในห้องปฏิบัติการเพื่อให้เกิดตัวอ่อนแล้วนำตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อให้ฝังตัวและเกิดการตั้งครรภ์ต่อไป เป็นกระบวนการที่มีค่าใช้จ่ายสูงและไม่ประสบความสำเร็จทุกครั้ง

ตามรายงานของมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ในปี 2021 มีทารก 20,690 รายที่เกิดจากการทำ IVF ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์.

ที่มา  BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ราคาทองโลกพุ่งกระฉูด ทะลุ 3,200 ดอลลาร์ นักลงทุนแห่ซื้อหวั่นสงครามการค้า

ราคาทองโลกพุ่งกระฉูด ทะลุ 3,200 ดอลลาร์ นักลงทุนแห่ซื้อหวั่นสงครามการค้า

11 เม.ย. 2568 11:25 น.

ราคาทองโลกพุ่งกระฉูด ทะลุ 3,200 ดอลลาร์ นักลงทุนแห่ซื้อหวั่นสงครามการค้า

ราคาทองคำทะลุระดับสำคัญที่ 3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก และทะลุระดับสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้บรรดานักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

ราคาทองคำทะลุระดับสำคัญที่ 3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก และทะลุระดับสูงสุดใหม่วันนี้ (11 เม.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้บรรดานักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

ราคาทองคำพุ่งขึ้น 1.3% สู่ระดับ 3,216.48 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 02.30 น. ตามเวลามาตรฐานสากล ส่วนทองคำแท่งพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 3,219.73 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน โดยเพิ่มขึ้นกว่า 5% ในสัปดาห์นี้ ส่วนราคาทองคำในตลาดซื้อขายล่วงหน้าของสหรัฐพุ่งขึ้น 1.9% สู่ระดับ 3,236.00 ดอลลาร์

Ilya Spivak หัวหน้าฝ่ายมหภาคระดับโลกของ Tastylive กล่าวว่า “การอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดูเหมือนจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นในขณะนี้ ซึ่งดูเหมือนจะสะท้อนถึงการเทขายหุ้นและพันธบัตรท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีศุลกากร”

ดัชนีหุ้นหลักๆ ก็ร่วงลงเช่นกัน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็น 145% แต่ได้ชะลอการขึ้นภาษีสินค้าหลายสิบประเทศที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้เป็นเวลา 90 วัน ส่วนจีนได้ขึ้นภาษีสินค้าของตัวเองตามการขึ้นภาษีของทรัมป์ทุกครั้ง ทำให้เกิดความกลัวว่าจีนอาจขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ เกินกว่า 84% ในปัจจุบัน

นอกเหนือจากภาษีแล้ว ความต้องการของธนาคารกลาง ความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและยุโรป และกระแสเงินที่ไหลเข้ากองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนที่หนุนหลังด้วยทองคำที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นแรงผลักดันให้ราคาทองพุ่งสูงขึ้นในปีนี้ด้วย

ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนมีนาคม แต่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะกลับมาลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนมิถุนายน และอาจลดอัตราดอกเบี้ยลง 1 เปอร์เซ็นต์เต็ม ภายในสิ้นปี 2568

ราคาเม็ดโลหะเงินลดลง 0.2% เหลือ 31.13 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแพลตตินัมลดลง 0.4% เหลือ 934.20 ดอลลาร์ แพลเลเดียมเพิ่มขึ้น 0.7% เหลือ 914.70 ดอลลาร์

การประกาศของทรัมป์ยังส่งผลให้ดัชนีหลักทั้งสามของวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงหลังปิดทำการในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี S&P 500 ลดลง -3.5% ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลง -2.5% และดัชนีแนสแดก ลดลง -4.3%

ส่วนหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชียปรับตัวลดลงหลังจากหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลงโดยดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่น ลดลง -4.5% Kospi ของเกาหลีใต้ (-1.7%) ฮั่งเส็งของฮ่องกง (-0.7%) และ ASX 200 ของออสเตรเลีย (-1.6%).

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

“มิเชล โอบามา” โต้ข่าวรักร้าว เผยเป็นการเลือกใช้ชีวิตของตัวเองไม่ได้จะหย่า

"มิเชล โอบามา" โต้ข่าวรักร้าว เผยเป็นการเลือกใช้ชีวิตของตัวเองไม่ได้จะหย่า

11 เม.ย. 2568 11:21 น.

“มิเชล โอบามา” โต้ข่าวรักร้าว เผยเป็นการเลือกใช้ชีวิตของตัวเองไม่ได้จะหย่า

“มิเชล โอบามา” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ออกสื่อครั้งแรกในรอบหลายเดือน โต้ข่าวลือรักร้าว ยืนยันว่าไม่ได้จะหย่า แต่ไม่ปรากฏตัวเพราะเลือกใช้ชีวิตของตัวเอง ในฐานะผู้หญิงที่โตแล้วสามารถเลือกใช้ชีวิตตามใจตัวเองได้

วันที่ 11 เมษายน 2568 มิเชล โอบามา อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ พูดคุยผ่านรายการทางพอดแคสต์ Work in Progress ที่จัดโดยโซเฟีย นักแสดงสาว ท่ามกลางกระแสลือสะพัดเรื่องชีวิตคู่ระหว่างเธอกับสามี อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา โดยเธอระบุว่า การไม่ปรากฏตัวของเธอเป็น การตัดสินใจของผู้หญิงคนหนึ่งที่โตแล้ว ไม่ใช่สัญญาณรักล่มอย่างที่สังคมคาดเดา

โดยหลายเดือนที่ผ่านมา มีข่าวลือแพร่สะพัดว่า มิเชล โอบามา อาจจะกำลังหย่ากับสามี หลังจากอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งไม่ปรากฏตัวร่วมงานใหญ่กับสามีหลายครั้ง อาทิ พิธีสาบานตนของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ พิธีศพของอดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์

มิเชลกล่าวว่า ผู้คนไม่อยากจะเชื่อว่าฉันตัดสินใจเองได้ และคิดว่าเธอกับสามีกำลังจะหย่ากัน แต่นี่มันเป็นการตัดสินใจของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากใช้ชีวิตของตัวเอง ในขณะที่บ่อยครั้งผู้หญิงมักรู้สึกผิดที่ไม่สามารถทำตามความคาดหวังของผู้อื่นได้ โดยเฉพาะบทบาทในที่สาธารณะต่างๆ

มิเชลกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้หันมาให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้น แต่ก็ยังทำงานเพื่อสังคมอยู่เสมอ โดยเฉพาะโครงการเพื่อการศึกษาของเด็กผู้หญิงที่เธอยังสานต่ออย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ครอบครัวโอบามาเพิ่งฉลองครบรอบแต่งงาน 32 ปี ไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และในหนังสือ Becoming ซึ่งเป็นบันทึกความทรงจำของมิเชลเอง เธอก็เคยเปิดใจถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิตคู่ ระหว่างที่บารัคดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ.

ด่วน ฮ.ตกกลางแม่น้ำฮัดสัน ในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ กู้ภัยเร่งหาผู้รอดชีวิต ล่าสุดพบแล้ว 1 ศพ

ด่วน ฮ.ตกกลางแม่น้ำฮัดสัน ในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ กู้ภัยเร่งหาผู้รอดชีวิต ล่าสุดพบแล้ว 1 ศพ

11 เม.ย. 2568 03:35 น.

ด่วน ฮ.ตกกลางแม่น้ำฮัดสัน ในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ กู้ภัยเร่งหาผู้รอดชีวิต ล่าสุดพบแล้ว 1 ศพ

เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกลงกลางแม่น้ำฮัดสัน ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ หน่วยกู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต แต่พบผู้เสียชีวิต 1 ศพ ขณะที่ตำรวจเร่งสอบสาเหตุ ยังไม่ชัดมีกี่คนบนเครื่อง

วันที่ 11 เมษายน 2568 สำนักข่าว CNN รายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเคอร์ลำหนึ่ง ตกลงกลางแม่น้ำฮัดสัน ในนครนิวยอร์ก บริเวณใกล้ย่านเวสต์ วิลเลจ และมหาวิทยาลัยชื่อดัง NYU ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ สามารถช่วยผู้รอดชีวิตได้อีก 2 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้ที่อาจยังอยู่ในน้ำ

รายงานข่าวอ้างคำเปิดเผยของตำรวจที่ระบุว่า ยังไม่แน่ชัดว่ามีกี่คนบนเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ แต่เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 15.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 02.15 น. ตามเวลาในไทย ตำรวจนิวยอร์กรายงานว่าเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกลงในแม่น้ำฮัดสัน บริเวณใกล้ท่าเรือหมายเลข 40 ฝั่งตรงข้ามรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งอยู่ใกล้กับย่านเวสต์ วิลเลจ แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารชื่อดังของเมือง

ขณะที่ภาพวิดีโอจากโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งจมอยู่บางส่วนในแม่น้ำ โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้งทางบกและทางน้ำเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเร่งด่วน 

ด้านสำนักงานดับเพลิงนิวยอร์กยืนยันว่า มีการส่งทีมปฏิบัติการทั้งทางบกและทางน้ำเข้าพื้นที่เกิดเหตุในทันที ขณะนี้ยังไม่มีรายงานแน่ชัดว่ามีผู้โดยสารบนเครื่องทั้งหมดกี่คน รวมถึงสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน.

นายกฯ มาเลเซียชี้ความตึงเครียดจากขัดแย้งทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ – จีน กระทบเสถียรภาพมาเลเซียและอาเซียน

นายกฯ มาเลเซียชี้ความตึงเครียดจากขัดแย้งทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ - จีน กระทบเสถียรภาพมาเลเซียและอาเซียน

10 เม.ย. 2568 23:30 น.

นายกฯ มาเลเซียชี้ความตึงเครียดจากขัดแย้งทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ – จีน กระทบเสถียรภาพมาเลเซียและอาเซียน

อันวาร์เตือนความขัดแย้งการค้าจีน–สหรัฐฯ ยังส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอาเซียน และมาเลเซียเอง แม้สหรัฐฯ จะชะลอบังคับใช้นโยบายเพิ่มภาษีออกไปอีก 90 วัน ระบุ มาเลเซียพร้อมนำอาเซียนรวมพลังรับมือ

วันที่ 10 เมษายน 2568 นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวต่อที่ประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียน ครั้งที่ 12 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระบุว่า แรงกดดันจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจโลก สหรัฐฯ และจีน จะยังคงส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอาเซียน และมาเลเซียเอง แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะชะลอการเก็บเพิ่มภาษีนำเข้าออกไปอีก 90 วัน

ผู้นำมาเลเซียกล่าวว่า แม้จะมีการชะลอขึ้นภาษี แต่ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่สูง และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค แรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นก็ยังคงสร้างแรงกดดันต่อประเทศในอาเซียนอย่างหนัก พร้อมย้ำมาเลเซียจะประสานแนวร่วมอาเซียน เพื่อหาทางออกอย่างสงบแต่หนักแน่น

นายอันวาร์กล่าวว่า มาเลเซียซึ่งทำหน้าที่ในฐานะประธานอาเซียนประจำปีนี้ จะประสานเสียงประเทศสมาชิกในการจัดทำจุดยืนร่วมของภูมิภาค และรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าจะไม่ตอบโต้โดยใช้อารมณ์ แต่จะดำเนินการอย่างสุขุม หนักแน่น และยึดผลประโยชน์ของภูมิภาคเป็นที่ตั้ง

ผู้นำมาเลเซียกล่าวว่า แม้จะมีแรงกดดัน แต่มาเลเซียจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยในระยะสั้นจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอาจพิจารณาทบทวนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของปีนี้ หากมาตรการมีผลในวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดช่วงผ่อนผัน 90 วัน

ทั้งนี้ มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของรัฐบาลทรัมป์ ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในอาเซียน โดยเวียดนาม และกัมพูชาถูกกำหนดอัตราภาษีสูงถึง 46% และ 49% ตามลำดับ ส่วนมาเลเซียได้รับภาษีในอัตรา 24% ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวอ้างว่ามาเลเซียเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ สูงถึง 47% ซึ่งทางการมาเลเซียได้ปฏิเสธอย่างชัดเจน.

‘กรมปศุสัตว์’บูรณาการ 3 หน่วยงานรัฐ ตรวจยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้า

'กรมปศุสัตว์'บูรณาการ 3 หน่วยงานรัฐ ตรวจยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้า

‘กรมปศุสัตว์’บูรณาการ 3 หน่วยงานรัฐ ตรวจยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้า

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.18 น.

“กรมปศุสัตว์”บูรณาการ 3 หน่วยงานรัฐ ตรวจยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้ารวมกว่า 1,100 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 3 แสนบาท บริเวณริมโขง จ.เชียงราย

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ส่งเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์เชียงราย ร่วมปฏิบัติการกับเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงของ หน่วยงานความมั่นคง ร้อย ท.พ.3101 และเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอเชียงของ ตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสินค้าต้องห้าม บริเวณริมแม่น้ำโขง พบเนื้อสัตว์แช่แข็งและผลิตภัณฑ์จากสัตว์แปรรูปแช่แข็ง รวมกว่า 1,100 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 3.6 แสนบาท

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 16.00 น. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์เชียงราย เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงของ หน่วยงานความมั่นคง ร้อย ท.พ.3101 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ตรวจสอบพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านดอนที่ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการลักลอบขนส่งสินค้าต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร

จากการตรวจสอบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านดอนที่ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบกล่องโฟมจำนวน 22 กล่อง วางกระจายอยู่โดยไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ ตรวจสอบภายในพบว่าเป็นเนื้อสัตว์แช่แข็งและผลิตภัณฑ์จากสัตว์แปรรูปแช่แข็ง น้ำหนักรวมประมาณ 1,100 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 361,500 บาท เจ้าหน้าที่จึงทำการอายัดของกลาง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

การนำเข้าสินค้าดังกล่าวไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242, 252, 166 และ 167 และยังเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 มาตรา 31 เนื่องจากเป็นของต้องห้ามและของต้องกำกัดที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและโรคระบาดในสัตว์

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือที่ดีระหว่างกรมปศุสัตว์ ศุลกากร และหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งนายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการป้องกันโรคระบาดจากสัตว์ และคุ้มครองความปลอดภัยทางอาหาร เพื่อความปลอดภัยของทั้งสัตว์และผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์

หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดโปรดแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งได้ที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที

– 006