‘ภูมิธรรม’รับคุย‘ธรรมนัส’ อย่าโยงคดี‘ฮั้วสว.-ปรับ ครม.’ ชี้การเมืองเป็นไปได้ทั้งนั้น

‘ภูมิธรรม’รับคุย‘ธรรมนัส’ อย่าโยงคดี‘ฮั้วสว.-ปรับ ครม.’ ชี้การเมืองเป็นไปได้ทั้งนั้น

‘ภูมิธรรม’รับคุย‘ธรรมนัส’ อย่าโยงคดี‘ฮั้วสว.-ปรับ ครม.’ ชี้การเมืองเป็นไปได้ทั้งนั้น

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.17 น.

‘ภูมิธรรม’รับคุย‘ธรรมนัส’หลังไม่ได้เจอนาน ออกตัวอย่าดรามาโยงคดี‘ฮั้วสว.-ปรับ ครม.’ แต่ยอมรับหลังงบ69ผ่านสภา สถานการณ์การเมืองเป็นไปได้ทั้งนั้น

23 พ.ค.68 ที่กระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาประธาน พรรคกล้าธรรม เดินทางเข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาลวานนี้ (22 พ.ค.68)ว่า วานนี้ ตนมีภารกิจค่อนข้างข้างรัดตัว แต่ระหว่างทางที่เดินออกมาจากห้องประชุม ได้พบกับ ร.อ.เอกธรรมนัส ก็เลยชวนเข้าไปนั่งกินกาแฟ ใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 10 นาที พูดคุยทักทายกันตามปกติ เพราะไม่ได้เจอกันมาซักระยะหนึ่งแล้ว เพราะ ร.อ.ธรรมนัส  ไม่ได้อยู่ในครม. ชุดนี้ก็เลยไม่เจอกัน ที่ตนต้องออกมาพูดเพราะห่วงว่าจะไปดรามาแล้วโยงคดีฮั้วสว. รวมถึงการปรับครม. ขอย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มี

เมื่อถามว่าหลัง งบประมาณปี 69 ก็ไม่แน่ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “สถานการณ์ทางการเมืองเป็นไปได้ทั้งนั้น แต่ไม่ใช่การส่งสัญญาณ เดี๋ยวไปพาดหัวข่าวกันอีกว่าภูมิธรรม ส่งสัญญาณปรับครม. ยืนยันยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้”

‘แทนคุณ’ยื่น‘วันนอร์’ จี้‘สว.’ที่ต้องคดีฮั้ว หยุดปฏิบัติหน้าที่

‘แทนคุณ’ยื่น‘วันนอร์’ จี้‘สว.’ที่ต้องคดีฮั้ว หยุดปฏิบัติหน้าที่

‘แทนคุณ’ยื่น‘วันนอร์’ จี้‘สว.’ที่ต้องคดีฮั้ว หยุดปฏิบัติหน้าที่

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.10 น.

ประชาชนเอือมพฤติกรรมแล้ว! ‘แทนคุณ’ยื่น‘วันนอร์’ จี้‘สว.’ที่ต้องคดีฮั้ว หยุดปฏิบัติหน้าที่ อ้างท้าโชว์สปิริตลาออก ลามแฉไม่ใช่แค่‘สีน้ำเงิน’ ยังมี‘สีอื่น’ที่นัดกันก่อนวันเลือก ด้าน”อาจารย์ ม.รังสิต”ซัดคนรู้ทั้งประเทศยังออกมา”โกหกลิ้นดำ”

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมภาคประชาชน ยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา โดยมีนายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้กำกับดูแลสว. ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อเปิดทางให้มีการสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

โดย นายแทนคุณ กล่าวว่า เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัย หรือความปรากฎต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 มาตรา 77(1) และมาตรา 62 โดยมี สว.ถูกตั้งข้อกล่าวหา และมีหลักฐานชัดเจนว่ากระทำความผิดในคดีพิเศษทั้งอั้งยี่ และฮั้วเลือกตั้ง สว. รวมถึงกรณีที่ สว.บางส่วนยื่นร้องเรียนให้อธิบดีดีเอสไอและอนุกรรมการสืบสวนของ กกต.พ่วงดีเอสไอหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่งการกระทำลักษณะนี้เหมือนการแทรกแซงอำนาจการสอบสวนของพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนเป็นอดีต สส.และภาคประชาชนทนไม่ไหวต่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในในลักษณะต่อต้านการตรวจสอบและปัดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายและขาดวุฒิภาวะ ทำให้ภาพลักษณ์สภาไทยเสียหายรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน สว.หลายคนมีลักษณะยกตนข่มท่าน แสดงท่าทีตลกขบขัน เสียดสีอย่างไร้มารยาท เช่น แลบลิ้น ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาต่างประเทศอย่างผิดกาลเทศะ เพียงเพื่อต้องการตอบโต้หรือหลีกหนีการตอบคำถามของสื่อ

นายแทนคุณ กล่าวอีกว่า พวกตนไม่สามารถทนดูสภาพที่อดสูที่เกิดขึ้นได้ จึงขอให้ประธานรัฐสภาหามาตรการดำเนินการให้สว.เหล่านี้หยุดปฎิบัติหน้าที่ชั่วคราว หรือหากให้ดีคือลาออกเพื่อแสดงสปิริตไม่เป็นการสิ้นเปลืองเงินภาษีของประชาชนต่อไป และสามารถอ้างได้ว่าสมาชิกรัฐสภายังมีศักดิ์ศรี คงเกียรติภูมิไว้ให้ลูกหลานได้ภูมิใจบ้าง เพราะหากยังมีพฤติกรรมน่าละอายต่อไปอาจจะเกิดเหตุการณ์บานปลายและไร้ความศรัทธาจากประชาชนจากการกระทำที่ไม่สง่างามเหล่านี้

“แม้ว่ากระบวนการยุติธรรมจะล่าช้ากว่าจะดำเนินการจนถึงที่สุด แต่กระบวนกฎแห่งกรรมที่อยู่ในของท่านจะเป็นตัวชี้วัดสำนึกความละอาย กลัวบาปที่กระทำลงไป ท่านย่อมทราบดีว่าที่ท่านทำคืออะไร และต้องยอมรับผลกฎนั้นแน่นอนและจะรวดเร็วกว่ากฎใดๆ” นายแทนคุณ กล่าว

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า ตนเคยสมัคร สว.ในรอบที่ผ่านมา และเห็นว่ามีการนัดหมายกันก่อนวันเลือกตั้งทุกครั้ง ซึ่งไม่ใช่แค่สีน้ำเงิน ยังมีสีอื่นอีก ซึ่งสถานที่นัดหมายคือ พิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแห่งหนึ่งแถวสยามสแควร์ตรงข้ามกับสนามกีฬาฯ ตนได้ผ่านคัดเลือกไปถึงระดับเขต ก็มีเลขออกมาตรงตามที่ล็อกไว้เลย 2 หมายเลข คะแนนนำโดดจนคนอื่นตามไม่ทัน ตนยังเก็บและจดตัวเลขเหล่านั้นไว้ หากจะให้ตนไปเป็นพยานก็ยินดี ทั้งนี้ที่ตนไม่ออกมาเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ เพราะยังอยากเห็นสำนึกของ สว.แต่ตอนนี้สถานการณ์เรื่องการทุจริตลุกลามบานปลายจนได้ชื่อว่าเทาแลนด์ หากจะเริ่มต้นแก้ไขก็ควรเริ่มที่การเมืองซึ่งสามารถตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะจากสมาชิกวุฒิสภา ตนเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป หากมีสำนึกก็ขอให้ลาออกเพราะจะสง่างามมากกว่าการถูกดำเนินคดี เพราะวันนั้นจะไม่เหลือที่ให้อยู่ในแผ่นดินไทย

ด้าน นายบุญส่ง ชเลธร รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองหัวหน้าพรรคก้าวอิสระ กล่าวว่า แม้คนจะรู้กันทั่วประเทศ แต่ผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ออกมาปฏิเสธกันจนลิ้นดำ ตนขอใช้คำว่าโกหกจนลิ้นดำ เพราะความหมายของมันไม่ใช่อยู่ที่การแลบลิ้นมาโชว์ว่าลิ้นขาวหรือไม่ แต่คือการโกหกจนเคยตัว เป็นสันดาน อย่างไม่น่าเชื่อถือ ทุกวันนี้เราปล่อยให้ สว.ลิ้นดำทั้งหลายออกมาโฆษณาชวนเชื่อ ปกป้องตัวเอง

นายบุญส่ง กล่าวต่อว่า ดังนั้น ตนจึงไม่เชื่อว่าคนเหล่านี้จะมีจิตสำนึกในการลาออกหรือยุติบทบาทหน้าที่ด้วยตัวเอง จึงขอเรียกร้องทุกฝ่ายรวมถึงประธานรัฐสภา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนให้ช่วยกันสร้างกระแสกดดันให้สว.ที่ถูกกล่าวหายุติการปฏิบัติหน้าที่โดยทันที เพราะหากปล่อยไว้ สัปดาห์หน้าก็จะมีการรับรองกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ยิ่งเป็นการขัดกันของผลประโยชน์ชัดเจนจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ดำเนินต่อไปไม่ได้

ขณะ นายคัมภีร์ กล่าวว่า ตนจะรับเรื่องดังกล่าวเพื่อส่งต่อให้นายวันมูหะมัดนอร์พิจารณาดำเนินการต่อไป

‘3 อดีต สส.’ยื่น’วันนอร์’ ชงตั้ง กมธ.วิสามัญ ป้องกัน’องค์กรพิเศษ’แทรกแซงอำนาจหลัก

'3 อดีต สส.'ยื่น'วันนอร์' ชงตั้ง กมธ.วิสามัญ ป้องกัน'องค์กรพิเศษ'แทรกแซงอำนาจหลัก

‘3 อดีต สส.’ยื่น’วันนอร์’ ชงตั้ง กมธ.วิสามัญ ป้องกัน’องค์กรพิเศษ’แทรกแซงอำนาจหลัก

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.07 น.

“3 อดีต สส.”ยื่น”วันนอร์” เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญ หาทางป้องกัน”องค์กรพิเศษ”แทรกแซงบิดเบือนอำนาจหลัก ยกคดี”โฮปเวลล์-เขากระโดง”เทียบ ห่วงอำนาจการเมืองแทรกแซง ปฏิเสธอำนาจตุลาการ

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก 3 อดีต สส. นายสัญญา สถิรบุตร , นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล และนายอันวาร์ สาและ ที่เสนอแก้ไขโครงสร้างประเทศ ขอให้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจากทุกพรรคการเมือง ขึ้นมาพิจารณาหาทางป้องกันและแก้ไขไม่ให้มีกระบวนการใดๆ ที่จะเข้ามาแทรกแซงบิดเบือน กลไกกระบวนการอำนาจหลักของประเทศ คืออำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ที่ก่อให้เกิด ความรวนเรและสับสน กระทบต่อความ เชื่อถือและความเชื่อมั่น อย่างร้ายแรง เพราะก้าวก่ายในอำนาจซึ่งกันและกัน

พร้อมยกตัวอย่างกรณีโฮปเวลล์ และเขากระโดง ที่มีคำพิพากษาตัดสินเป็นที่สุดแล้ว แต่กลับไปยืมมือองค์กรอื่นเข้ามา เพื่อบิดเบือนผลคำพิพากษา โดยไม่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของระบบ ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว แต่ก็มีการใช้อำนาจทางการเมือง เข้าไปแทรกแซง เพื่อที่จะปฏิเสธอำนาจตุลาการ

นายสัญญา กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขโดยฝ่ายนิติบัญญัติ และควรรีบแก้ไขเป็นการด่วน เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องในทำนองนี้ ทำขึ้นมาอีก เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่วิกฤตที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ แต่เป็นวิกฤตของบุคคลที่มีอำนาจบางคน ที่ไม่พอใจผลคำตัดสิน และพยายามใช้กลอุบาย ดำเนินการให้ได้มาซึ่งผลคำตัดสินตามความต้องการของตัวเอง นอกจากนี้ จะยื่นเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานฝ่ายบริหาร และประธานศาลฎีกา ในฐานะประมุขฝ่ายตุลาการ รวมถึงพรรคการเมืองต่างๆ ให้ร่วมกันแก้ปัญหานี้

ด้าน นายคัมภีร์ กล่าวว่า การยื่นครั้งนี้เพื่อให้แก้ไขปัญหาวิกฤตศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม เป็นข้อคิดที่จะนำไปสู่การแก้ไข โดยจะรับเรื่องส่งประธานรัฐสภา เพื่อดำเนินการต่อไป ให้เกิดความยุติธรรมในบ้านเมือง

อย่าอ้างระเหย! ‘ภูมิธรรม’จี้ ผบ.เหล่าทัพ เคลียร์ให้ชัด หลังสะพัด‘น้ำมันหาย’ 10,000 ลิตร

อย่าอ้างระเหย! ‘ภูมิธรรม’จี้ ผบ.เหล่าทัพ เคลียร์ให้ชัด หลังสะพัด‘น้ำมันหาย’ 10,000 ลิตร

อย่าอ้างระเหย! ‘ภูมิธรรม’จี้ ผบ.เหล่าทัพ เคลียร์ให้ชัด หลังสะพัด‘น้ำมันหาย’ 10,000 ลิตร

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.52 น.

‘ภูมิธรรม’ย้ำ ผบ.เหล่าทัพ เคลียร์ให้ชัดปมทุจริตในหน่วยงาน หลัง‘น้ำมันหาย’ 10,000 ลิตร อย่าอ้าง‘ระเหย’ บอกได้ยินมานานแล้ว

23 พ.ค.68 ที่กระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวที่หน่วยทหารมีน้ำมันหายประมาณ 10,000 ลิตร ซึ่งที่ผ่านมาจะมีลักษณะเช่นนี้เรื่อย ๆ จะมีการสั่งตรวจสอบอย่างไร เพื่อไม่ให้กรณีนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก ว่า เรื่องแบบนี้ตนเคยได้ยิน แต่ไม่ใช่เพิ่งได้ยิน ได้ยินมาก่อนหน้านี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้พบกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงได้กำชับไปว่าเรื่องเหล่านี้ต้องทำให้ชัดเจน ซึ่งจากข่าวบอกว่าเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ไม่ทราบว่าเหล่าไหน ตนจึงได้พูดคุยกับทุกเหล่าว่าช่วยไปทำตรงนี้ให้ชัดเจน ตรวจสอบให้หมด เพราะตนยังไม่ได้เชื่อว่าเรื่องเป็นอย่างนี้หรือไม่ เพราะตนไม่เคยได้ข่าวมาก่อน แต่นักข่าวสายทหารอาจจะทราบ ดังนั้นมีอะไรให้มาบอกตนได้ จะได้ตั้งตัว

เมื่อถามว่าส่วนใหญ่เวลาตรวจสอบแล้ว มักมีคำอ้างว่าน้ำมันระเหย นายภูมิธรรม กล่าวว่า “โอ้โห ระเหย 10,000 ลิตร มันก็ต้องสมเหตุผล จะอ้างอะไร เราก็รับฟังและตรวจสอบ”

‘ซีเอ็นเอช’หนุนต่อเนื่อง‘วทกอ.ขอนแก่น-มิตรผล’ สร้างคนไทยใช้‘เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรม’

'ซีเอ็นเอช'หนุนต่อเนื่อง‘วทกอ.ขอนแก่น-มิตรผล' สร้างคนไทยใช้‘เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรม’

‘ซีเอ็นเอช’หนุนต่อเนื่อง‘วทกอ.ขอนแก่น-มิตรผล’ สร้างคนไทยใช้‘เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรม’

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.52 น.

23 พ.ค. 2568 ซีเอ็นเอช บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านอุปกรณ์และบริการทางการเกษตรและก่อสร้าง ร่วมพิธีเปิดศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมชั้นสูงขอนแก่น (วทกอ.ขอนแก่น) ต.โนนทัน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา โดยในวันดังกล่าว มาร์ค บรินน์ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นของซีเอ็นเอช กล่าวว่า ที่ซีเอ็นเอช เรามุ่งเน้นการสนับสนุนอุตสาหกรรมการเกษตรในภาพรวมให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการเรียนรู้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“การนำเครื่องจักรกลการเกษตรขั้นสูงเข้ามาในวิทยาลัยฯ จะช่วยให้นักศึกษาไม่เพียงเข้าใจเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำได้ดีขึ้น แต่ยังสามารถฝึกปฏิบัติจริงกับโซลูชันต่าง ๆ เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Auto Guidance) และระบบเทเลมาติกส์ (Telematics)” กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นของซีเอ็นเอช กล่าว

ขณะที่ อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า กลุ่มมิตรผลได้สนับสนุนการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษา ทั้งห้องเรียน ระบบการเรียนรู้ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างครบวงจร โดยได้สร้างศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ (Innovative Learning Center) เพื่อให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดโอกาสให้ครู นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนทุกคนในชุมชนได้เข้ามาเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำให้วิทยาลัยฯ เป็นวิทยาลัยฯ ที่มีชีวิต (Open college)    

“ศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของกำลังคนอาชีวศึกษา ให้มีความพร้อมเข้าสู่ภาคการเกษตรอุตสาหกรรม โดยเน้นความรู้พื้นฐาน และถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ง่าย ผ่านการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Learning) ซึ่งจะช่วยยกระดับสมรรถนะกำลังคนให้มีความรู้ และเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนา ภาคเกษตรอุตสาหกรรมของไทยต่อไปในอนาคต” ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มมิตรผล กล่าว

ทั้งนี้ ศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ฯ แห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญภายใต้ความร่วมมือระหว่างซีเอ็นเอช วิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมชั้นสูงขอนแก่น และกลุ่มมิตรผล ซึ่งได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและพัฒนาการด้านการศึกษาทางการเกษตร

นอกจากการส่งมอบรถตัดอ้อย Austoft 4000 ซึ่งมอบให้กับวิทยาลัยฯ ไปเมื่อปี 2566 เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้เชิงปฏิบัติแล้ว ในปี 2568 นี้ ซีเอ็นเอชได้มอบเครื่องมือและอุปกรณ์เวิร์กชอปกว่า 100 รายการ อาทิ เครื่องมือวัดความแม่นยำสูง เครื่องมือวิเคราะห์ และโต๊ะปฏิบัติงานสำหรับการเรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรม นอกจากนี้ นักศึกษาจากวิทยาลัยฯ และสถาบันที่เน้นการศึกษาด้านการเกษตรยังมีโอกาสเข้าร่วมฝึกงานกับซีเอ็นเอช ประเทศไทย เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์จริงในภาคสนาม

อนึ่ง ในวันที่ 17 พ.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก “วิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมชั้นสูงขอนแก่น” โพสต์ภาพงานในวันดังกล่าว พร้อมข้อความระบุว่า..

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2568 นายนักรบ  จันทร์สุกรี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมชั้นสูงขอนแก่น พร้อมด้วยผู้บริหารและคณะครู ร่วมกับบุคลากรกลุ่มมิตรผล ได้ให้การต้อนรับ คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ

ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มมิตรผล คุณวิทวัต  ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดร.สุเทพ  ชิตยวงษ์  อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน

ในการนี้ได้รับเกียรติจาก คุณอิสระ  ว่องกุศลกิจ และคุณวิทวัต  ปัญจมะวัต  ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุมและเปิดป้ายศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ (Innovative Learning Center) และเยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ พร้อมเยี่ยมชม การสาธิตการใช้โปรแกรม Simulation กระบวนการผลิตน้ำตาล โดยครูวิทยาลัยฯ และครูฝึกกลุ่มมิตรผล ต่อด้วยการเยี่ยมชมศูนย์เทคโนโลยีการผลิตเกษตรอุตสาหกรรม สาธิตการใช้งานเทคโนโลยี CNC โดยครูฝึกจาก บริษัท เรียล โซลูพลัส จำกัด และได้เยี่ยมชมนิทรรศการของโรงเรียนบ้านหนองไผ่ดุสิตประชาสรรค์ โดยคุณดรุณี  ศรีบุรินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ

ในโอกาสเดียวกันนี้ ทางบริษัท ซีเอ็นเอช อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบครุภัณฑ์ด้านช่างกลเกษตร และรถตัดอ้อย CASE IH รุ่น A8000 ให้แก่ทางวิทยาลัย

จากนั้น นายนักรบ  จันทร์สุกรี ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ ได้รายงานการดำเนินงานของวิทยาลัย ต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา เพื่อรับฟังแนวทางการพัฒนาวิทยาลัยฯ และได้ลงนามความร่วมทางวิชาการโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาระหว่างวิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมชั้นสูงขอนแก่น และกลุ่มมิตรผล โดยคุณนักรบ  จันทร์สุกรี ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ และคุณวีระศักดิ์  พลอาจ ผู้อำนวยการ โรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง

โดยมีคุณอิสระ  ว่องกุศลกิจ ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มมิตรผล  คุณวิทวัต  ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดร.สุเทพ  ชิตยวงษ์  อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมไร่ฟ้า  วิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมชั้นสูงขอนแก่น “เรียนดี  มีความสุข”

ขอบคุณเรื่องจาก

‘กยศ.’เร่งผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท เข้าปรับโครงสร้างหนี้ภายใน 24 พ.ค.นี้

'กยศ.'เร่งผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท เข้าปรับโครงสร้างหนี้ภายใน 24 พ.ค.นี้

‘กยศ.’เร่งผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท เข้าปรับโครงสร้างหนี้ภายใน 24 พ.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.16 น.

“กยศ.”เร่งผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท เข้าปรับโครงสร้างหนี้ภายใน 24 พ.ค.นี้ รับประโยชน์ 2 ต่อ”ลดยอดหนี้รายเดือน-ปลดผู้ค้ำประกัน”

เมื่อวันที่ ​23 พฤษภาคม 2568 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขอให้ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการแจ้งหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท เร่งปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ จะช่วยลดยอดหนี้ผ่อนชำระรายเดือน ปลดผู้ค้ำประกันทันที และให้โอกาสผู้กู้ยืมผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 15 ปี หรือ ผู้กู้ยืมสามารถยื่นขอปรับลดจำนวนเงินหักเดือนละ 3,000 บาท ให้เสร็จสิ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 ภายในเวลา 16.00 น.ที่เว็บไซต์ กยศ.

​ทั้งนี้ กยศ.มีจำนวนผู้กู้ยืมที่ได้รับแจ้งการหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท มีจำนวนประมาณ 500,000 ราย ซึ่งมีผู้กู้ยืมมาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว และได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างหนี้จำนวน ประมาณ 275,000 ราย ยังมีผู้กู้ยืมที่ยังไม่ปรับโครงสร้างหนี้ อีกจำนวนประมาณ 225,000 ราย ดังนั้น จึงขอให้ผู้กู้ยืมเร่งเข้ามาทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th เมื่อปรับโครงสร้างหนี้แล้วให้ผู้กู้ยืมแจ้งต่อนายจ้างทราบ เพื่อระงับการถูกหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท และจะได้รับประโยชน์ 2 ต่อ โดยต่อที่ 1 จะช่วยลดยอดหนี้รายเดือน และต่อที่ 2 ปลดผู้ค้ำประกันทันที ทั้งนี้ หากผู้กู้ยืมที่ได้รับแจ้งการหักเงินเดือนเพิ่มและยังไม่ได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ สามารถยื่นขอปรับลดจำนวนเงินได้ทางเว็บไซต์ กยศ.ภายในวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.00 น.หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ ไลน์บัญชีทางการ กยศ.หักเงินเดือน

‘กสศ.’ชูเปิดเทอมใหม่’เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิฯ’ สานต่อแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ

'กสศ.'ชูเปิดเทอมใหม่'เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิฯ' สานต่อแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ

‘กสศ.’ชูเปิดเทอมใหม่’เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิฯ’ สานต่อแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.12 น.

กสศ. ชูเปิดเทอมใหม่ เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา สานต่อแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ตั้งเป้าใช้การศึกษายืดหยุ่นช่วยเด็กกลับมาเรียนไม่น้อยกว่า 5.5หมื่นคน ในปีการศึกษา2568

นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า เปิดเรียนครั้งนี้ มีเด็กและเยาวชน ที่หลุดจากระบบการศึกษา และไม่สามารถกลับเข้าสู่การเรียนในระบบโรงเรียนได้ เพราะปัญหาที่มีความซับซ้อน เช่น ปัญหาสุขภาพ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว ปัญหาการเดินทาง  และข้อจำกัดในชีวิตอื่นๆ  ราว 1,000 คน สามารถกลับมาเรียนด้วยแนวทางการจัดการศึกษายืดหยุ่น เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา  ผ่านโครงการโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School ที่ กสศ. ร่วมมือ สพฐ. และเครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ตามมาตรา 12 แห่งพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542  ซึ่งเป็นหนึ่งใน 13 รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต ภายใต้แนวคิดนำการเรียนไปให้น้องตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่ร่วมมือกับกสศ.   เพื่อสานต่อมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ตั้งเป้า ใช้การศึกษายืดหยุ่นช่วยเด็กกลับมาเรียนไม่น้อยกว่า 5.5 หมื่นคน ในปีการศึกษา 2568 นี้

นายพัฒนะพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา กว่า 8.8 แสนคน เป็นตัวเลขที่ลดจากปีการศึกษา 2567 ที่มีอยู่ราว 1.02 ล้านคน ข้อค้นพบจากการทำงานช่วยเหลือน้องๆ คือ ระบบการศึกษาและการเรียนรู้ต้องปรับให้ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิต และปากท้อง ปัจจุบันเรามีตาข่ายการศึกษาที่ช่วยโอบอุ้มรับเด็กๆ ในทุกข้อจำกัดไว้ ตั้งแต่โรงเรียน ที่ปัจจุบันมีนวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ  สกร.(กรมส่งเสริมการเรียนรู้) และศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ที่จัดการศึกษาเหมือนกับสกร. แต่ต่างกันที่ผู้จัดการศึกษาไม่ใช่รัฐแต่เป็นสถาบันทางสังคมที่ไม่แสวงหาผลกำไร อยู่ภายใต้สังกัด สพฐ. เป็นการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ และพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับผู้เรียนรายบุคคล และบริบทชุมชน มีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาและสถานที่  ที่สำคัญคือทุกคนเป็นครูของผู้เรียนได้ (มาตรา 53พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542)

ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า เปิดเทอมใหม่ เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา คือ การผู้เรียนไม่ได้เรียนที่โรงเรียน แต่เรียนรู้ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ทักษะวิชาการและประสบการณ์ต่างๆ จากแหล่งเรียนรู้อื่น ตามความถนัด ความสนใจของแต่ละคน และสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ที่น้องๆ อาศัยอยู่  เช่น ฟาร์มเกษตร  นาข้าว ผืนป่า สวนผัก สวนผลไม้  ตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านตัดผม วงดนตรีหมอลำ หรือแม้แต่ผู้เรียนที่มีข้อจำกัดเรื่องสุขภาพ ก็สามารถออกแบบวิธีการเรียนให้น้องๆ สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดของตัวเองได้  โดยคุณครูจากศูนย์การเรียนฯ จะวางแผนการจัดการเรียนการสอน ร่วมกับนักวิชาชีพต่างๆ ที่เป็นเจ้าของความรู้ในอาชีพนั้นๆ ไม่ว่าจะพ่อแม่ ปราชญ์ชุมชน กลุ่มแม่บ้าน ผู้นำชุมชน อบต. ท้องถิ่น นักวิชาชีพ ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจเอกชน ฯลฯ  มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ร่วมกับหน่วยงาน องค์กร นักวิชาชีพต่างๆ ที่ร่วมจัดการศึกษา  ที่สำคัญน้องๆ จะมีรายได้จากการได้ลงมือทำงานจริงในเส้นทางเรียนรู้รูปแบบนี้ด้วย

“ ในปีการศึกษา 2568 กสศ. ได้รับความร่วมมือจากหุ้นส่วนการศึกษาทั้ง ชุมชนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ร่วมจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ให้แก่น้องๆ ที่หลุดจากระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นร้านไก่ทอด KFC  สำนักข่าวออนไลน์ The Reporters  New Gen Entertainment หมอลำไอดอล   แพลตฟอร์มShopee ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทในเครือ Sea Thailand ฟาร์มไก่โคราช พลูโตฟาร์ม สหกรณ์การเกษตรพืชผักอินทรีย์หนองสนิทจำกัด สวนทุเรียนแปลงใหญ่ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ฯลฯ“

นางสาววรัญญาภรณ์ วันทา หรือ “น้องฮักแพง” อายุ 18 ปี กำลังเรียนชั้นม.ปลาย หลักสูตรหมอลำศึกษา ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ เครือข่ายการศึกษายืดหยุ่น กสศ. เล่าว่า ปัจจุบันตนทำงานในตำแหน่งศิลปินผู้แสดง โจทย์เรียนรู้ที่ได้รับจึงปรับจาก ‘หน้าที่’ หรือ‘มุมมองเฉพาะ’ ตามบทบาท สู่การคิดที่เชื่อมโยงมากขึ้น เช่น เรียนวิชาคณิตศาสตร์จากการหาพื้นที่ หรือสัดส่วนความกว้างยาวของเวที หรือเรื่องการแสดงก็จะโยงกับวิชาสังคมศึกษา วัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งสืบค้นไปได้ถึงรากวิถีชีวิตของคนในแถบภาคอีสาน

“การติดตามบทเรียนต่าง ๆ แทบไม่ต่างจากการเรียนในห้องเลยค่ะ แค่วิธีนี้เราใช้ออนไลน์เป็นหลักและมีเวลาเรียนที่ไม่ตายตัวเท่านั้น ข้อดีของวิธีการนี้คือเราได้รับคำแนะนำจากครูได้ทันที และเป็นคำแนะนำรายคนที่ทำให้เห็นความก้าวหน้าหรือจุดบกพร่องของตัวเองทุกสัปดาห์ ไม่ต้องรอให้ถึงช่วงสอบและวัดผลทีเดียวนอกเหนือจากบทเรียน การที่ครูจัดกิจกรรมกลุ่มเป็นบางช่วง ยัง ‘ช่วยเรื่องความรู้สึก’ ว่าตนได้กลับสู่ safe zone ของ ‘ระบบการศึกษา’ อีกครั้ง“

นายคติกร ทองนรินทร์ หรือ “เนส” นักเรียนโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile school ศูนย์การเรียนซีวายเอฟ อบต.หนองสนิท จ.สุรินทร์ เครือข่ายการศึกษายืดหยุ่น กสศ. เล่าว่า งานหลักของผมคือ เป็นช่างตัดผม การเรียนแต่ละครั้ง จะมีการตั้งหัวข้อ ตั้งโจทย์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับ 8 กลุ่มสาระวิชาหลักของ สพฐ. เพื่อให้สามารถนำไปวัดประเมินผลลัพธ์ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ก็จะมีการตั้งโจทย์ ให้ผมลองทำบัญชี รายรับรายจ่าย ของร้านตัดผม คำนวณต้นทุน ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเปิดร้าน วิชาศิลปะ ก็จะให้โจทย์เรื่องการออกแบบทรงผม ตามความต้องการของลูกค้า

“Mobile school ช่วยให้ผมมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดขึ้น ช่วยสานฝันในการเป็นช่วงตัดผมประจำหมู่บ้านให้เป็นจริง เปลี่ยนชีวิตผมจากเด็กเกเรที่ไม่มีความรับผิดชอบ ทำให้เรามีความรับผิดชอบขึ้นในหน้าที่การเรียนและการทำงาน“

ทั้งนี้กสศ.ได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณารณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจแนวคิดการศึกษายืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิตอีกด้วย สำหรับท้องถิ่น ชุมชน หรือ ภาคเอกชนสนใจร่วมเป็นเครือข่ายการศึกษายืดหยุ่น เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้แก่เด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา สามารถติดต่อกสศ.ได้ที่ โทร. 02 -079 5475 ต่อ 0 

สำหรับโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School  กสศ.และศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม  ยังเปิดรับสมัครเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 7 -24 ปี จากทั่วประเทศ ที่หลุดจากระบบการศึกษา และไม่สามารถเรียนในโรงเรียนหรือสถานศึกษารูปแบบอื่นได้  เรียนต่อตั้งแต่ช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6   มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถติดต่อทุกวัน ไม่มีวันหยุด สอบถามได้ที่  โทร. 02 -079 5475 ต่อ 0   หรือ http://www.eef.or.th และ เพจเฟซบุ๊ก กสศ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

บุคคลในข่าว 23 พฤษภาคม 2568

บุคคลในข่าว 23 พฤษภาคม 2568

23 พ.ค. 2568 05:36 น.

บุคคลในข่าว 23 พฤษภาคม 2568

ผู้คิดทำการใหญ่ต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเปิดนิทรรศการพิเศษภาพถ่ายจากฟิล์มกระจก  ชุดหอพระสมุดวชิรญาณ  ณ  หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  เมื่อวันที่  21  พฤษภาคม.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเปิดนิทรรศการพิเศษภาพถ่ายจากฟิล์มกระจก ชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังการประชุม ครม. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบทบทวนค่าใช้จ่ายงบประมาณปี 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ผ่าน โครงการแจกเงินหมื่นผ่านดิจิทัลวอลเล็ต โดยชะลอออกไปก่อน ให้สอดคล้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ตามที่รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ขอให้ทบทวนการกระตุ้นเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก เปลี่ยนเงินก้อนนี้มาลงทุนในเรื่องของ โครงสร้างพื้นฐาน และลงทุนในมนุษย์ที่เป็นการลงทุนระยะยาว เมื่อมีเรื่อง กำแพงภาษี เข้ามา เราต้องพิจารณาทบทวน ซึ่งข้อเสนอจาก ธปท. และ สศช. ให้ทบทวนเรื่องว่าเงินก้อนนี้จะใช้อะไรที่จำเป็นและเร่งด่วนกว่าเรื่อง เงินดิจิทัล คือเปลี่ยนรูปแบบไปทำอะไรที่เรียงลำดับความสำคัญ อะไรที่จำเป็น ณ ขณะนี้จะเกิดผลต่อประเทศมากที่สุดและสูงสุด ตอนนี้มีปัญหามาแทรก เงินก้อนนี้เกิดประโยชน์ตรงไหนสูงสุดก็เน้นที่ตรงนั้น

น่าเรียน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดตัวหลักสูตรโรงเรียนเตรียมการโรงแรมและการท่องเที่ยวไทย-ฝรั่งเศส ของวิทยาลัยนานาชาติ ม.ศิลปากร โดยมี ศ.ดร.ภก.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ และ รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่อาคารเอ็มไพร์ วันก่อน.
น่าเรียน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดตัวหลักสูตรโรงเรียนเตรียมการโรงแรมและการท่องเที่ยวไทย-ฝรั่งเศส ของวิทยาลัยนานาชาติ ม.ศิลปากร โดยมี ศ.ดร.ภก.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ และ รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่อาคารเอ็มไพร์ วันก่อน.

ส่วนการชะลอ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 จะกระทบกับฐานเสียงหรือไม่นั้น พรรคเพื่อไทย เวลาหาเสียงประเมินสถานการณ์ว่าทำได้จริง แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่อง กำแพงภาษีสหรัฐฯ ไม่มีประเทศไหนคาดคิด ที่ผ่านมาเราทำไปแล้ว ไม่ใช่ว่า นโยบายนี้ทำไม่ได้เลย แต่สถานการณ์ที่แทรกมา มันสุดวิสัย ครั้งนี้มีเหตุการณ์ใหม่ คือเรื่องของภาษีเข้ามา มันผ่านไม่ได้ ดังนั้นจะให้ สส. ไปทำความเข้าใจกับประชาชนว่าเงินก้อนนี้เรานำไปทำ โครงสร้างพื้นฐาน เช่นเรื่องน้ำ ทั้งอุปโภคบริโภค น้ำท่วม น้ำแล้ง โดยเงินที่เราจะลงทุนเป็น โครงสร้างของทั้งประเทศ อาจไม่ได้ลงไปถึงรายบุคคล แต่เป็นภาพรวม เมื่อเหตุการณ์แทรกขึ้นมามันทำให้เราต้องชะลอในเรื่องนี้ ต้องทบทวนว่าเงินก้อนนี้มันสำคัญ เพราะฉะนั้นเราต้องทำอะไรก่อน เพื่อที่จะกอบกู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจไว้…สรุปจำเป็น ต้องยอมถอย เพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ ถือว่าพอฟังขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่ก็คงเข้าใจ

ให้โรงพยาบาล ปณต สิริวัฒนภักดี มอบเงินรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือไทยเบฟ ในงานตรุษจีนเยาวราช ปี 2568 จำนวน 110,454 บาท ให้ สมัย กวักเพฑูรย์ เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วย โดยมี กมลนัย ชัยเฉนียน มาร่วมในพิธีด้วย ที่โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ วันก่อน.
ให้โรงพยาบาล ปณต สิริวัฒนภักดี มอบเงินรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือไทยเบฟ ในงานตรุษจีนเยาวราช ปี 2568 จำนวน 110,454 บาท ให้ สมัย กวักเพฑูรย์ เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วย โดยมี กมลนัย ชัยเฉนียน มาร่วมในพิธีด้วย ที่โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ วันก่อน.

ขณะที่ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง สำทับว่า สำหรับวงเงินที่เตรียมไว้ใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 157,000 ล้านบาท ที่มีมติให้ชะลอไว้ก่อน จะให้หน่วยงานขอรับงบประมาณทำเรื่องขอใช้งบฯมาภายใต้กรอบ ดังนี้ 1.การแก้ปัญหา เชิงโครงสร้างที่เกี่ยวกับน้ำ 2.การพัฒนา โครงสร้างด้านคมนาคม ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ และถนนต่างๆ 3.การพัฒนา การท่องเที่ยว ในเรื่องปัญหาเฉพาะหน้าและเรื่องเร่งด่วน 4.การจัดหา วงเงินกู้ซอฟต์โลน ให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 5.ทบทวนการสร้างงานผ่าน โครงการกองทุนหมู่บ้าน และ 6.ใช้ ดิจิทัล มาเพิ่มขีดความสามารถในการจ้างงาน วันนี้ยังไม่เห็นตัวโครงการจริงๆ ต้องรอให้หน่วยงานรับ งบประมาณเสนอโครงการขึ้นมาให้ คณะอนุกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ พิจารณาก่อน โดยส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่ดำเนินการในปีหน้า ทั้งหมดจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ 0.7–1%

เที่ยวเพลิน สมชัย เลิศสุทธิวงค์ และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ เปิดโครงการ “สุขใจ เที่ยวไทยอุ่นใจทุกที่” เชื่อมต่อประสบการณ์ท่องเที่ยวผ่านโครงข่ายอัจฉริยะเอไอเอส 5G พร้อมรับ สิทธิพิเศษ โดยมี นิธี สีแพร และ ประพัฒน์ เสียงจันทร์ มาร่วมงานด้วย ที่สเตเดียมวัน วันก่อน.
เที่ยวเพลิน สมชัย เลิศสุทธิวงค์ และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ เปิดโครงการ “สุขใจ เที่ยวไทยอุ่นใจทุกที่” เชื่อมต่อประสบการณ์ท่องเที่ยวผ่านโครงข่ายอัจฉริยะเอไอเอส 5G พร้อมรับ สิทธิพิเศษ โดยมี นิธี สีแพร และ ประพัฒน์ เสียงจันทร์ มาร่วมงานด้วย ที่สเตเดียมวัน วันก่อน.

แน่นอน เมื่อฝืนความจริงในสถานการณ์เศรษฐกิจดิ่งเหวไม่ได้รายได้เข้ารัฐหดหาย ก็ต้องยอมถอย ปรับเปลี่ยนไปใช้ในโครงการอื่นๆ ที่จำเป็นมากกว่า แต่ที่สำคัญงบฯกลาง ที่เปลี่ยนแปลงโยกโอน ต้องใช้ด้วยความโปร่งใสอย่าปล่อยให้มีการทุจริตเด็ดขาด

ตามไปซื้อ ธรรมรัตน์ โชควัฒนา เปิด “Wacoal Yaowarat Space” เนรมิตตึกเก่าใจกลางเยาวราชตกแต่งสไตล์โมเดิร์นโทนชมพูเอกลักษณ์ของวาโก้เจาะกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติโดยมี บุญดี อำนวยสกุล และ ประณต เวสารัชวิทย์ มาร่วมงานด้วย ที่ถนนเยาวราช วันก่อน.
ตามไปซื้อ ธรรมรัตน์ โชควัฒนา เปิด “Wacoal Yaowarat Space” เนรมิตตึกเก่าใจกลางเยาวราชตกแต่งสไตล์โมเดิร์นโทนชมพูเอกลักษณ์ของวาโก้เจาะกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติโดยมี บุญดี อำนวยสกุล และ ประณต เวสารัชวิทย์ มาร่วมงานด้วย ที่ถนนเยาวราช วันก่อน.

อืม…หลังจากที่ประชุม ครม. มีมติมอบหมายให้ ชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในการกำกับดูแล กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)…รมต.ชูศักดิ์ ระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่าเป็นเพียงการ รักษาราชการแทน ตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการแผ่นดิน เฉพาะในส่วนของ ดีเอสไอ ไม่ต้องไปมอบนโยบายอะไร เพียงแต่เข้าไปดูว่าเขามีความจำเป็นอะไรที่จะให้รัฐมนตรีสั่งการหรืออนุมัติก็ว่ากันมา ส่วนที่มองกันว่ากรณี คดีฮั้วเลือก สว. เป็นเผือกร้อน ก็ไม่ได้กังวล ตอนนี้แค่ดูว่าเขาทำอะไรอยู่ ก็ให้ว่ากันไปตามระบบ เราก็ดูไปตามกฎหมาย ไม่ได้มาสั่งคดี ไม่ได้มาบอกว่าคดีต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เขาทำกันอยู่แล้วตามอำนาจหน้าที่ รัฐมนตรี ไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวนด้วย ไม่ได้เกี่ยวอะไร เรื่องนี้ไม่มีการเมือง ปล่อยให้เขาทำหน้าที่ต่อไปโดยอิสระ และก็ไม่หนักใจอะไรให้เป็นไป ตามครรลอง ตามกฎหมายก็แค่นั้น…ถือว่ามีชั้นเชิง ไม่ออกตัวแรง เพราะถ้าพลาดพลั้ง อาจติดบ่วงคดี โดนนิติสงครามเล่นงานได้ง่ายๆ

การก่อสร้าง วิชัย กุลสมภพ และ ดร.เกชา ธีระโกเมน จัดงาน “CECI Steering Committee” ครั้งที่ 1/2568 การประชุมกลุ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยมี วิชัย รายรัตน์ และ บุญเลิศ ชูวา มาร่วมประชุมด้วย ที่คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ วันก่อน.
การก่อสร้าง วิชัย กุลสมภพ และ ดร.เกชา ธีระโกเมน จัดงาน “CECI Steering Committee” ครั้งที่ 1/2568 การประชุมกลุ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยมี วิชัย รายรัตน์ และ บุญเลิศ ชูวา มาร่วมประชุมด้วย ที่คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ วันก่อน.

เฮ้อ…ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายส่อเข้ามาแทรก เมื่อ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร. ออกมาระบุ ถึงการจัดหา เรือฟริเกต ของ กองทัพเรือ ว่าได้เสนอผ่าน กระทรวงกลาโหม แล้ว ทาง รัฐบาล น่าจะเห็นชอบ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอน สภาฯ ทั้งนี้ ในปีงบฯ 2569 กองทัพเรือ เสนอจัดซื้อไป 2 ลำ เพราะมีความจำเป็นและถึงเวลาที่ต้องจัดหา ส่วนโครงการจัดหา เรือดำน้ำ สิ่งที่ รมว.กลาโหม ต้องการทราบก็ได้คำตอบครบถ้วนแล้ว 2 เรื่อง คือกรณีที่ เยอรมนี จะขายเครื่องยนต์เรือดำน้ำให้ไทยได้หรือไม่ และการสอบถามข้อมูลทาง ปากีสถาน ที่ได้ใช้เครื่องยนต์เรือดำน้ำที่ผลิตใน จีน แล้ว คำตอบที่ได้ถือเป็นเรื่องที่ดี ขึ้นอยู่กับ รมว.กลาโหม จะเดินหน้าต่ออย่างไร…ในภาวะประเทศเผชิญ วิกฤติเศรษฐกิจ ชาวบ้านกำลังเผชิญ ปัญหาปากท้อง แต่กองทัพยังของบฯจัดซื้อ อาวุธยุทโธปกรณ์ แม้อ้างมีความจำเป็นต่อภารกิจ แต่เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ โปรดตรองดูเองก็แล้วกัน

จากธรรมชาติ รติรส จุลชาต และ รุจจิ์ จุลชาต เปิดตัว “rati Space” เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายจากธรรมชาติแบรนด์ rati โดยมี อรธิรา ภาคสุวรรณ์, ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์, น้อยนัดดา อัศวนฤนาท และ อรณิชา กรินชัย มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.
จากธรรมชาติ รติรส จุลชาต และ รุจจิ์ จุลชาต เปิดตัว “rati Space” เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายจากธรรมชาติแบรนด์ rati โดยมี อรธิรา ภาคสุวรรณ์, ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์, น้อยนัดดา อัศวนฤนาท และ อรณิชา กรินชัย มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.

สังคมทั่วไป…ศพ สมภพ วโรดมสถาน พี่ชาย ณรงค์ วโรดมสถาน (ออด สยามรัฐ) ตั้งสวด ศาลา ภปร. วัดนิมมานรดี เขตบางแค 18.00 น. 23 พ.ค. คืนสุดท้าย ฌาปนกิจ 24 พ.ค. 16.00 น.

โปรดทราบ นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประกาศจัดตั้งบริษัท “เซ็นทรัลพัฒนากรีนโกรท” เพื่อขับเคลื่อนการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์, พิชัย จิราธิวัฒน์, รุจิเรศ นีรปัทมะ และ อุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
โปรดทราบ นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประกาศจัดตั้งบริษัท “เซ็นทรัลพัฒนากรีนโกรท” เพื่อขับเคลื่อนการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์, พิชัย จิราธิวัฒน์, รุจิเรศ นีรปัทมะ และ อุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

เจฟ ซาเตอร์ พูดซึ้งถึง แม่สีดา พัวพิมล ตอนขึ้นรับรางวัล ‘อยากบอกแม่เราทำได้แล้ว’

เจฟ ซาเตอร์ พูดซึ้งถึง แม่สีดา พัวพิมล ตอนขึ้นรับรางวัล 'อยากบอกแม่เราทำได้แล้ว'

22 พ.ค. 2568 22:09 น.

เจฟ ซาเตอร์ พูดซึ้งถึง แม่สีดา พัวพิมล ตอนขึ้นรับรางวัล ‘อยากบอกแม่เราทำได้แล้ว’

เป็นอีกหนึ่งประโยคสุดซึ้งในงานประกาศรางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด 2025 เมื่อ เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ และ เก่ง หฤษฎ์ จากภาพยนตร์วิมานหนาม ขึ้นไปรับรางวัลทีมงานสร้างสรรค์แห่งปี 

โดยเจฟได้กล่าวขอบคุณทีมงานและนักแสดงทุกๆ คน บอกว่าจะทำออกมาไม่ได้เลยถ้าไม่มีทีมที่ดี และเพื่อนๆ ที่ดี จนฝ่าฟันมาได้ ขอบคุณอีกคนที่วันนี้ไม่มากับเรา แต่อาจจะมองอยู่จากบนฟ้า หวังว่าท่านจะภูมิใจกับเรา ที่มายืนอยู่ตรงนี้ อยากจะบอกแม่ว่าเราทำได้แล้ว 

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

เจฟ ซาเตอร์ พูดซึ้งถึง แม่สีดา พัวพิมล ตอนขึ้นรับรางวัล 'อยากบอกแม่เราทำได้แล้ว'
เจฟ ซาเตอร์ พูดซึ้งถึง แม่สีดา พัวพิมล ตอนขึ้นรับรางวัล 'อยากบอกแม่เราทำได้แล้ว'

จึ้งมากแม่ เป้ย ปานวาด พูดประโยคสุดพีกตอนขึ้นรับรางวัล ทำคนกรี๊ดกันทั้งงาน

จึ้งมากแม่ เป้ย ปานวาด พูดประโยคสุดพีกตอนขึ้นรับรางวัล ทำคนกรี๊ดกันทั้งงาน

22 พ.ค. 2568 21:36 น.

จึ้งมากแม่ เป้ย ปานวาด พูดประโยคสุดพีกตอนขึ้นรับรางวัล ทำคนกรี๊ดกันทั้งงาน

แม่ก็คือแม่ สำหรับคุณแม่ลูกสองคนสวยอย่าง เป้ย ปานวาด ที่ได้รับรางวัล ละคร/ซีรีส์แห่งปี ในงานประกาศรางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด 2025 จากละครเรื่องสงครามสมรส ที่เป้ยคว้ารางวัลไปอย่างสมมง

แต่ที่ทำให้คนกรี๊ดทั้งงาน เพราะตอนที่เป้ยขึ้นรับรางวัล เจ้าตัวได้พูดประโยคที่โดนใจใครหลายคนเอาไว้สั้นๆ แต่ปังมากว่า “ทุกคนพูดกันไปหมดแล้วนะคะ สำหรับเป้ยคงมีแค่ ผัวที่ดีคือผัวใหม่ค่ะ” แม่เริ่ดเกิ้นนนนน 

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

จึ้งมากแม่ เป้ย ปานวาด พูดประโยคสุดพีกตอนขึ้นรับรางวัล ทำคนกรี๊ดกันทั้งงาน
จึ้งมากแม่ เป้ย ปานวาด พูดประโยคสุดพีกตอนขึ้นรับรางวัล ทำคนกรี๊ดกันทั้งงาน
จึ้งมากแม่ เป้ย ปานวาด พูดประโยคสุดพีกตอนขึ้นรับรางวัล ทำคนกรี๊ดกันทั้งงาน