ไทยพีบีเอสจับมือ สพป.ขอนแก่นเขต 4 ‘พัฒนาหน่วยการเรียนรู้’ ลดเหลื่อมล้ำเพิ่มโอกาสการศึกษาเด็กไทย

ไทยพีบีเอสจับมือ สพป.ขอนแก่นเขต 4 'พัฒนาหน่วยการเรียนรู้' ลดเหลื่อมล้ำเพิ่มโอกาสการศึกษาเด็กไทย

ไทยพีบีเอสจับมือ สพป.ขอนแก่นเขต 4 ‘พัฒนาหน่วยการเรียนรู้’ ลดเหลื่อมล้ำเพิ่มโอกาสการศึกษาเด็กไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.46 น.

ไทยพีบีเอส จับมือ สพป.ขอนแก่น เขต 4 พัฒนาหน่วยการเรียนรู้ เสริมทักษะการใช้สื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาสการเรียนรู้อย่างทั่วถึง

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดย รศ. ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ และสร้างเสริมทักษะการใช้สื่อให้บุคลากรเพื่อการศึกษา กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 นำโดย นายวิโรจน์ ค้อไผ่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา

รศ. ดร.วิลาสินี กล่าวถึงจุดมุ่งหมายสำคัญในการร่วมมือครั้งนี้ว่า 1.เพื่อร่วมมือและสนับสนุนการออกแบบ ผลิต จัดทำ หน่วยการเรียนรู้ และแผนการสอนโดยใช้สื่อและผลิตภัณฑ์ของ ส.ส.ท. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพในการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย การจัดการเรียนการสอน สำหรับเด็กประถมศึกษาและมัธยมศึกษาขยายโอกาส ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่เกิดแก่สาธารณะในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นสำคัญ 2.เพื่อส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัย อบรม พัฒนาความรู้ และทักษะในการใช้สื่อเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน และบุคลากรทางการศึกษาภายใต้ความร่วมมือนี้ และ 3.เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และบุคลากรภายใต้กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ของทั้งสองหน่วยงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ความร่วมมือนี้เปิดโอกาสให้ทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ การใช้สื่อของไทยพีบีเอสในการออกแบบการเรียนรู้กับคุณครูที่นำไปใช้จริงในห้องเรียนได้ เนื่องจากสื่อวิดีโอช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ ด้วยหวังว่าไทยพีบีเอสจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเรียนรู้แบบการบูรณาการที่ยั่งยืนและเกิดประโยชน์ต่อระบบการศึกษาไทยในระยะยาว การลงนามครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของไทยพีบีเอส และ สพป.ขอนแก่น เขต 4 ในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ที่เท่าเทียม ทั่วถึง และทันสมัย สำหรับเด็กและเยาวชนไทยในทุกพื้นที่ของประเทศ โดยมุ่งหวังให้การใช้สื่อมีบทบาทในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที

▪ Website : www.thaipbs.or.th   
▪ Application : Thai PBS
▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

สกร.สนองพระราชดำรัสกรมสมเด็จพระเทพฯเปิด’Central Lab’

สกร.สนองพระราชดำรัสกรมสมเด็จพระเทพฯเปิด'Central Lab'

สกร.สนองพระราชดำรัสกรมสมเด็จพระเทพฯเปิด’Central Lab’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.59 น.

สนองพระราชดำรัสกรมสมเด็จพระเทพฯ สกร. จับมือ สพฐ. เปิดห้องปฏิบัติการกลางทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในศูนย์วิทย์ฯ 19 แห่งทั่วประเทศ ให้บริการนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และโรงเรียนที่ขาดแคลน ฟรี!

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้  เปิดเผยว่า จากการที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสให้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ จัดทำห้องปฏิบัติการกลางทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Central Lab ) สำหรับให้บริการกับโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และโรงเรียนที่ขาดแคลนในการจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ นั้น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้น้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน โดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พิจารณารายการวัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ มาตรฐานห้องวิทยาศาสตร์ควรเป็นแบบใด จากหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนในแต่ละภาคเรียน และให้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแต่ละแห่งเตรียมความพร้อมรองรับนักเรียนและครู ที่จะเข้ามาใช้บริการในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 นี้  ซึ่งขณะนี้ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ทั้ง 19 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมแล้วที่จะให้โรงเรียนนำนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 คือ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 และ นักเรียนช่วงชั้นที่ 3 คือ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าใช้ประโยชน์ใน Central Lab โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้ห้องปฏิบัติการ

อธิบดี สกร.กล่าวต่อไปว่า โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และโรงเรียนที่ขาดแคลนห้องปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถติดต่อประสานขอใช้ห้องปฏิบัติการกลางทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ทั้ง 19 แห่ง ดังนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษากาญจนบุรี ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาขอนแก่น ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาตรัง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครราชสีมา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาปัตตานี ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพิษณุโลก ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาลำปาง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสมุทรสาคร ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาอุบลราชธานี ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด และอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยดูข้อมูลเพิ่มเติมและช่องทางการติดต่อใช้บริการ Central Lab ทั่วประเทศ ที่  sce-events.my.canva.site/centrallab

บุคคลในข่าว 29 พฤษภาคม 2568

บุคคลในข่าว 29 พฤษภาคม 2568

29 พ.ค. 2568 04:40 น.

บุคคลในข่าว 29 พฤษภาคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นันทิยา อินทรลิบ นำผู้สนับสนุนการจัดงานและเชฟในงาน “Bangkok Chef Charity 2025” ครั้งที่ 12 เฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายเงินรายได้จากการจัดงาน เพื่อสมทบทุนมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นันทิยา อินทรลิบ นำผู้สนับสนุนการจัดงานและเชฟในงาน “Bangkok Chef Charity 2025” ครั้งที่ 12 เฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายเงินรายได้จากการจัดงาน เพื่อสมทบทุนมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล เมื่อวันก่อน.

เพลิงสุริยะ รายงานตัวท่านผู้อ่าน เสร็จสิ้นจากภารกิจเดินสายต่างประเทศ สหราชอาณาจักร–ราชรัฐโมนาโก ต่อด้วย การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 ที่มาเลเซีย นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ประจำการอยู่ประเทศไทย เพราะมีวาระสำคัญคือการประชุมสภาฯ ระหว่างวันที่ 28-31 พ.ค.นี้ เพื่อพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท รัฐบาลเสนอของบเพิ่มขึ้นจากปีก่อน (2568) 27,900 ล้านบาท คิดเป็น 0.7%

ปลอดภัย - พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ลงนามความร่วมมือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้านสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพของประชาชนให้ปลอดภัย โดยมี กิตติกร โล่ห์สุนทร มาร่วมในพิธีด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.
ปลอดภัย – พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ลงนามความร่วมมือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้านสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพของประชาชนให้ปลอดภัย โดยมี กิตติกร โล่ห์สุนทร มาร่วมในพิธีด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.

ตีเข้าแสกหน้า สำนักงบประมาณของรัฐสภา (สงร.) ทำรายงานวิเคราะห์ไว้ให้ สส.ศึกษาก่อนอภิปรายเนื้อหา มีจุดที่น่าสนใจคือ ข้อเสนอพึงระวังต่อสถานการณ์การบรรลุเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2567 ที่ลดลง อาทิ ดัชนีประชาธิปไตย, อัตรารายได้ต่อหัวประชากร, คุณธรรมของคนในสังคม, การมีส่วนร่วมด้านชีวิต ครอบครัวและชุมชน, ความยากจนของกลุ่มผู้สูงอายุ ขณะที่ รายจ่ายประจำสูงถึง 70.1% เป็นภาระต่องบประมาณ ควรได้รับการทบทวนปรับโครงสร้างการบริหารภาครัฐ มีงบลงทุนอยู่ที่ 22.9% แม้สัดส่วนจะไม่น้อยกว่า 20% ตามกรอบวินัยการเงินการคลัง แต่รัฐบาลควรทบทวนความเหมาะสม เพื่อให้รายจ่ายลงทุนสามารถยกระดับการแข่งขันของประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหลายมิติ โดยเฉพาะช่วงที่เศรษฐกิจต้องการแรงกระตุ้นจากภาครัฐ

ตามไปชม - พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิด “THAIFEX-ANUGA ASIA 2025” งานแสดงสินค้าอาหารครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย จัดถึง 31 พ.ค. โดยมี วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ และ สุนันทา กังวาลกุลกิจ มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.
ตามไปชม – พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิด “THAIFEX-ANUGA ASIA 2025” งานแสดงสินค้าอาหารครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย จัดถึง 31 พ.ค. โดยมี วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ และ สุนันทา กังวาลกุลกิจ มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.

ลองไปดูท็อป 10 ของหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรสูงสุด ได้แก่ งบประมาณกลาง วงเงิน 6.32 แสนล้านบาท…..กระทรวงการคลัง 3.97 แสนล้านบาท…..กระทรวงศึกษาธิการ 3.55 แสนล้านบาท…..กระทรวงมหาดไทย 3.01 แสนล้านบาท …..กระทรวงกลาโหม 2.04 แสนล้านบาท…..องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2.02 แสนล้านบาท…..กระทรวงคมนาคม 2 แสนล้านบาท…..กระทรวงสาธารณสุข 1.77 แสนล้านบาท….. รัฐวิสาหกิจ 1.43 แสนล้านบาท และ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ 1.4 แสนล้านบาท

อาหารอร่อย - ดร.จุฬา สุขมานพ เปิดโครงการยกระดับภูมิปัญญาสู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา ชูจุดเด่นอาหารอัตลักษณ์ของจังหวัด โดยมี ดร.สง่า ดามาพงษ์, ดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์, ดร.ดารินันท์ นันทวงค์ และ ชุมพล แจ้งไพร มาร่วมงานด้วย ที่อาคาร NT Tower บางรัก วันก่อน.
อาหารอร่อย – ดร.จุฬา สุขมานพ เปิดโครงการยกระดับภูมิปัญญาสู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา ชูจุดเด่นอาหารอัตลักษณ์ของจังหวัด โดยมี ดร.สง่า ดามาพงษ์, ดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์, ดร.ดารินันท์ นันทวงค์ และ ชุมพล แจ้งไพร มาร่วมงานด้วย ที่อาคาร NT Tower บางรัก วันก่อน.

เห็นหรือยังว่าทำไม อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน ภูมิใจไทย ถึงย้ำนักย้ำหนาว่าไม่มีทางที่จะคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 69 ก็ใน 10 อันดับแรก มี 3 กระทรวงที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยกำกับดูแล รวมกันก็ปาเข้าไปกว่า 7.96 แสนล้านบาทแล้ว รวม กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานในกำกับอีกเกือบจะ 1 ใน 3 ของงบประมาณปี 69 การเมืองมันเรื่องของผลประโยชน์ทั้งนั้น

การท่องเที่ยว - ธนพล ชีวรัตนพร เป็นประธานการประชุมสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวสมัยที่ 41 ครั้งที่ 2 โดยมี มณเฑียร ตันตกิตติ์, ชัยกิจ คงสกนธ์, ประยุทธ ตามธรรม, ปรางทอง ณ สงขลา และ กัลยกร หลงวารี ให้การต้อนรับ ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันก่อน.
การท่องเที่ยว – ธนพล ชีวรัตนพร เป็นประธานการประชุมสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวสมัยที่ 41 ครั้งที่ 2 โดยมี มณเฑียร ตันตกิตติ์, ชัยกิจ คงสกนธ์, ประยุทธ ตามธรรม, ปรางทอง ณ สงขลา และ กัลยกร หลงวารี ให้การต้อนรับ ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันก่อน.

ตัดกลับไปที่ฉากเวทีประชุมสุดยอดอาเซียน นายกฯแพทองธาร เพิ่งจะขึ้นกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม เรียกร้องให้ชาติสมาชิกต้องประเมินยุทธศาสตร์ของอาเซียนอีกครั้ง เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นร่วมกัน มีจุดยืนอันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อรับมือกับภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน รวมถึงเสริมสร้างความเป็นศูนย์กลาง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน บนผลประโยชน์ของพลเมืองอาเซียนอย่างแท้จริง “ไทยจะทำงานร่วมกับสมาชิกอาเซียนและพันธมิตรต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าอาเซียนยังคงเป็นผู้เล่นระดับโลกที่มีความรับผิดชอบ และเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือสำหรับทุกฝ่าย และต้องยึดมั่นปกป้องผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะแนวทางร่วมกันของอาเซียนต่อนโยบายภาษีของสหรัฐฯที่สร้างสรรค์และมีเอกภาพ”

เท่มาก - วุฒิพงศ์ แซ่อึ้ง จัดงาน “Urban Dude x Akamine” ให้สุภาพบุรุษได้ดื่มด่ำศิลปะการแต่งกายอย่างลึกซึ้ง โดยมี ยูกิโอะ อาคามิเนะ, ธีร์ ธีระโกเมน, รัตน จันทร์ประสิทธิ์, พชร จิราธิวัฒน์ และ ภัทริณี กรรณสูต มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน MUU Social Club วันก่อน.
เท่มาก – วุฒิพงศ์ แซ่อึ้ง จัดงาน “Urban Dude x Akamine” ให้สุภาพบุรุษได้ดื่มด่ำศิลปะการแต่งกายอย่างลึกซึ้ง โดยมี ยูกิโอะ อาคามิเนะ, ธีร์ ธีระโกเมน, รัตน จันทร์ประสิทธิ์, พชร จิราธิวัฒน์ และ ภัทริณี กรรณสูต มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน MUU Social Club วันก่อน.

ท่ามกลางความพยายามในการสร้างตัวตนของ ผู้นำประเทศไทย ในเวทีนานาชาติ แต่ยังไร้วี่แววความหวัง ก่อนหน้านี้ผู้นำประเทศมหาอำนาจ ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองโลก อย่าง สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน บินเยือน 3 ชาติอาเซียน คือ เวียดนาม–มาเลเซีย– กัมพูชา มาช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา อิชิบะ ชิเงรุ นายกฯญี่ปุ่น เพิ่งจะเดินทางมาเยือน เวียดนาม–ฟิลิปปินส์ ล่าสุดเป็น เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ยกคณะชุดใหญ่มาเยือน เวียดนาม–อินโดนีเซีย–สิงคโปร์ หมุดหมายของผู้นำระดับโลก คือ เวียดนาม และชาติอื่นในอาเซียน ไม่เคยปักหมุดประเทศไทยในการเจรจาการค้าการลงทุน ถ้าบรรดาท่านผู้มีอำนาจ ทั้งในที่แจ้งและในที่ลับ ที่กำลังเล่นเกมชิงอำนาจกันอยู่ ยังคิดกันไม่ได้ แผนที่ประเทศไทยคงหายไปจากจีพีเอสของนักลงทุน อีกนานนน มันจะเป็นหายนะของแทร่

เชิญบริจาค - ศิริพร แผลงจันทึก จัดโครงการ “POP BLOOD GIVER CAMPAIGN SEASON 4” เพื่อรณรงค์ให้ร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ โดยมี ปิยนันท์ คุ้มครอง, กุลมาศ สารสาส และ นิรินา เหลืองวิบูลย์พร มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ วันก่อน.
เชิญบริจาค – ศิริพร แผลงจันทึก จัดโครงการ “POP BLOOD GIVER CAMPAIGN SEASON 4” เพื่อรณรงค์ให้ร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ โดยมี ปิยนันท์ คุ้มครอง, กุลมาศ สารสาส และ นิรินา เหลืองวิบูลย์พร มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ วันก่อน.

ทักษิณ.. Where Are You? บรรดาพวก ฝ่ายแค้น ฝ่ายต้าน ปล่อยข่าวต่อเนื่องกันมาหลายวัน อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว หลอนหนักถึงขั้นปล่อยข่าวว่านัดแนะลูกสาว นายกฯอิ๊งค์ เตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ หลังคดีความทางการเมืองในช่วงหลังๆ บ่งชี้ทิศทางที่มีแต่ด้านลบ สุดท้ายก็เป็นได้แค่ข่าวปล่อย ตามเกมถนัดปั่นกระแสของพวกฝ่ายต้าน อดีตนายกฯทักษิณ มาตามนัดในฐานะ ที่ปรึกษาประธานอาเซียน ขึ้นเวทีปาฐกถาพิเศษ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมองและความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” ของ ป.ป.ส. มีรัฐมนตรีมารอรับกันพร้อมหน้า ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม, อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย, สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. “พี่โทนี่” ถือโอกาสโบกมือทักทายนักข่าว “ยังอยู่ดีกินดี ไม่ได้ไปไหน” “แก่แล้ว 70 กว่าแล้วนะ ใจเย็นๆ” นับเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของ อดีตนายกฯทักษิณ หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวน คดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ 13 มิ.ย.นี้

มีฝีมือ - ศ.ดร.พัดชา อุทิศวรรณกุล, ผศ.ดร.อรรถพนธ์ พงษ์เลาหพันธุ์, ผศ.ตฤศ หริตวร และ รุจิเรศ นีรปัทมะ มาร่วมชมผลงาน “AISLE Graduate Fashion Show 2025” ของ นิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬา เพื่อแสดงศักยภาพการออกแบบเสื้อผ้า ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
มีฝีมือ – ศ.ดร.พัดชา อุทิศวรรณกุล, ผศ.ดร.อรรถพนธ์ พงษ์เลาหพันธุ์, ผศ.ตฤศ หริตวร และ รุจิเรศ นีรปัทมะ มาร่วมชมผลงาน “AISLE Graduate Fashion Show 2025” ของ นิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬา เพื่อแสดงศักยภาพการออกแบบเสื้อผ้า ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

การเมืองนับจากนี้ห้ามกะพริบตา จากสงครามตัวแทนกำลังจะเข้าสู่จุดไคลแมกซ์ด้วยนิติสงคราม ทั้ง คดีฮั้วเลือก สว., คดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ, ผลต่อเนื่องจากคดีรับจำนำข้าว ฯลฯ น่าจับตาว่า ดีลพิเศษ เพื่อพลิกขั้วการเมืองครั้งนี้ จะถูกล้มดีลหรือไม่ สถานการณ์หลัง ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 69 ผ่าน คงได้เห็นอะไรที่ชัดเจนขึ้นว่า “รัฐบาลอิ๊งค์ 1” จะเกิดความ เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด…..ปรับ ครม. …..ลาออก…..หรือยุบสภา ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองจริงๆ

พิธีฌาปนกิจ เง็กเจ็ง แซ่ฉั่ว วันที่ 29 พ.ค. เวลา 17.00 น. ณ วัดตรีทศเทพ


“เพลิงสุริยะ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

สถานทูตอิสราเอลจัดงานวันครบรอบ 77 ปีของการสถาปนาประเทศ

สถานทูตอิสราเอลจัดงานวันครบรอบ 77 ปีของการสถาปนาประเทศ

29 พ.ค. 2568 15:44 น.

สถานทูตอิสราเอลจัดงานวันครบรอบ 77 ปีของการสถาปนาประเทศ

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยจัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปีแห่งการสถาปนาประเทศอิสราเอล เน้นความเรียบง่าย ไม่ได้ฉลองเต็มรูปแบบ เพื่อร่วมอาลัยต่อเหตุสังหารหมู่ที่ผ่านมา

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย จัดงานครบรอบ 77 ปีแห่งการสถาปนาประเทศอิสราเอลในปีนี้อย่างเรียบง่าย ที่โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพ สุขุมวิท เนื่องจากอิสราเอลยังคงเผชิญกับผลกระทบจากเหตุการณ์การสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 โดยกลุ่มก่อการร้ายฮามาส โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้มากกว่า 1,200 ราย รวมถึงคนงานชาวไทย 41 ราย มีผู้ถูกลักพาตัวไปยังกาซามากกว่า 250 ราย ขณะนี้ยังคงมีตัวประกันอีก 58 คนที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในกาซา ซึ่งในจำนวนนั้นมีชาวไทยรวมอยู่ด้วย 3 คน

สถานทูตอิสราเอลจัดงานวันครบรอบ 77 ปีของการสถาปนาประเทศ

สำหรับไฮไลท์ของงานในปีนี้คือพิธีมอบรางวัลมิตรภาพอิสราเอล-ไทยประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่องบุคคลที่ให้การสนับสนุนอิสราเอลอย่างต่อเนื่องและยืนหยัดเคียงข้างอิสราเอลทั้งในยามรุ่งเรืองและยามท้าทาย การสนับสนุนอย่างแน่วแน่มั่นคงของพวกเขาเป็นที่ประทับใจและมีคุณค่าเกินคำบรรยาย

สถานทูตอิสราเอลจัดงานวันครบรอบ 77 ปีของการสถาปนาประเทศ

โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยได้กล่าวแสดงความยินดีและส่งความปรารถนาดีมายังรัฐบาลและประชาชนชาวอิสราเอล โดยระบุว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ประเทศอิสราเอลได้มีการพัฒนาอย่างรุดหน้า ทั้งด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเกษตรกรรม ด้วยความมุ่งมั่นอันเป็นแบบอย่างให้นานาประเทศ

สถานทูตอิสราเอลจัดงานวันครบรอบ 77 ปีของการสถาปนาประเทศ

ขณะที่เอกอัครราชทูตอิสราเอล นางออร์นา ซากิฟ กล่าวว่า “ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ดิฉันจะเสร็จสิ้นภารกิจในประเทศไทย และจะเดินทางกลับประเทศอิสราเอล ในระหว่างการดำรงตำแหน่งสี่ปีที่ผ่านมา เป็นสี่ปีที่ไม่อาจลืมเลือน ทั้งยังเป็นประสบการณ์พิเศษยิ่ง ดิฉันเริ่มปฏิบัติภารกิจท่ามกลางการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และดำเนินต่อเนื่องมา และแม้จะผ่านช่วงเวลาสองปีอันยากลำบากสำหรับอิสราเอล แม้ในช่วงเวลาท้าทายที่สุด ดิฉันก็ได้รับกำลังใจจากการต้อนรับอย่างอบอุ่นของชาวไทยความแข็งแกร่งของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างเรา และมิตรภาพอันลึกซึ้งที่เชื่อมโยงประเทศของเรา ดิฉันมั่นใจว่ามิตรภาพระหว่างอิสราเอลและประเทศไทยจะเจริญรุ่งเรืองและพัฒนาต่อไปในอนาคต”

สถานทูตอิสราเอลจัดงานวันครบรอบ 77 ปีของการสถาปนาประเทศ

ตุรกีจ่อปรับกว่า 2,000 คนลุกขวางทางเดิน ก่อนเครื่องบินจอดที่เกต

ตุรกีจ่อปรับกว่า 2,000 คนลุกขวางทางเดิน ก่อนเครื่องบินจอดที่เกต

29 พ.ค. 2568 15:39 น.

ตุรกีจ่อปรับกว่า 2,000 คนลุกขวางทางเดิน ก่อนเครื่องบินจอดที่เกต

ผู้โดยสารที่เดินทางไปตุรกี ซึ่งปลดเข็มขัดนิรภัยและลุกยืนบนทางเดิน หรือเปิดช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ก่อนที่เครื่องบินจะที่จอดที่เกตของสนามบิน มีสิทธิ์ถูกปรับตามกฎระเบียบใหม่ที่ออกโดยสำนักงานการบินพลเรือนของตุรกี

ภายใต้กฎระเบียบที่ปรับปรุงใหม่ สายการบินพาณิชย์ที่ให้บริการเที่ยวบินในตุรกีจะต้องแก้ไขมาตรฐานประกาศบนเที่ยวบิน โดยแจ้งให้ผู้โดยสารนั่งและคาดเข็มขัดนิรภัยจนกว่าเครื่องบินจะถึงประตูขึ้นเครื่องหรือจุดแวะพักสุดท้ายอื่นๆ

ปัจจุบัน สายการบินจำเป็นต้องแจ้งเตือนว่าจะมีการบันทึกและรายงานการละเมิดขั้นตอนดังกล่าว ตามหนังสือเวียนที่ออกโดยสำนักงานการบินพลเรือนของตุรกี ประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเตือนผู้โดยสารว่าควรให้คนที่นั่งในแถวหน้าออกจากเครื่องก่อน

รายงานของสื่อตุรกีระบุว่า ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎอาจถูกปรับสูงสุดถึง 70 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,290 บาท ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนฯ ไม่ได้ระบุจำนวนเงิน แต่ระบุว่าได้ปรับปรุงกฎระเบียบตามคำร้องเรียนของผู้โดยสารและการตรวจสอบเที่ยวบิน ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการละเมิดความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น

สำนักงานการบินพลเรือนฯ กล่าวว่า “แม้จะมีการประกาศให้ผู้โดยสารทราบถึงกฎดังกล่าว แต่หลายคนก็ยังยืนขึ้นก่อนที่เครื่องบินจะถึงตำแหน่งจอดและก่อนที่สัญญาณรัดเข็มขัดนิรภัยจะดับลง พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและสัมภาระ ไม่สนใจความพึงพอใจและลำดับความสำคัญในการออกจากเครื่องบินของผู้โดยสารคนอื่นๆ”

ผู้โดยสารที่รีบลุกขึ้นและคว้าสิ่งของของตัวเองทันทีที่ไฟเตือนรัดเข็มขัดนิรภัยดับลง ซึ่งมักเรียกกันว่า “ผู้ที่รีบยืนทางเดิน” หรือแย่กว่านั้น ถือเป็นภัยต่อผู้โดยสารจำนวนมาก

หลายประเทศมีกฎระเบียบเพื่อควบคุมผู้โดยสารที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม และส่วนใหญ่มีกฎระเบียบที่บังคับให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามคำแนะนำว่าเมื่อใดจึงจะรัดเข็มขัดนิรภัยได้ อย่างไรก็ตาม การถูกปรับเงินจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลังจากเครื่องลงจอดนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงพอที่จะดึงดูดความสนใจได้

กฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือนนี้ ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับคนที่ถูกปรับ หรือสายการบินที่บังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าวซึ่งรายงานผู้ละเมิดกฎ โดยตุรกีเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนทุกปี

ในสหรัฐฯ กฎระเบียบของสำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้โดยสารต้องรัดเข็มขัดนิรภัยให้แน่นหนาในขณะเคลื่อนที่ขึ้น ลง และในเวลาอื่นๆ ตามคำแนะนำของลูกเรือ การไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยอาจส่งผลให้มีโทษทางแพ่งที่หนักหน่วง แต่รายงานที่ระบุว่าสำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ และหน่วยงานการบินอื่นๆ ลงโทษผู้โดยสารที่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และหากมีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ก็มักจะเกิดพฤติกรรม “ไม่เหมาะสม” เพิ่มเติมตามมา

ตัวอย่างเช่น ในปี 2021 สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ เสนอให้ปรับผู้โดยสารสายการบิน Endeavor Airlines เป็นเงิน 14,000 ดอลลาร์ เนื่องจากผู้โดยสารปลดเข็มขัดนิรภัยในขณะที่มีไฟสัญญาณ “รัดเข็มขัดนิรภัย” และยังปฏิเสธที่จะสวมหน้ากากอย่างถูกต้อง แม้ว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะแจ้งหลายครั้งแล้วก็ตาม

หน่วยงานการบินทั่วโลกรายงานว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผู้โดยสารที่ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามนโยบายการสวมหน้ากาก

เนื่องจากเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2021 สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ (FAA) จึงได้นำนโยบาย “ไม่ยอมรับโดยสิ้นเชิง” มาใช้ โดยการสั่งปรับแทนการออกจดหมายเตือนผู้โดยสารที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสมหรือทางเลือกในการให้คำปรึกษาเพื่อแก้ไข ปัจจุบัน ผู้โดยสารที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสมอาจต้องเผชิญกับค่าปรับสูงถึง 37,000 ดอลลาร์ต่อเหตุการณ์ รวมทั้งอาจถูกดำเนินคดีอาญา

สายการบิน หน่วยงานกำกับดูแลการบิน และองค์กรด้านความปลอดภัยต่างแสดงจุดยืนมาอย่างยาวนานถึงความสำคัญของการนั่งและคาดเข็มขัดนิรภัยในขณะที่เครื่องบินกำลังเคลื่อนที่ เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่หยุดชะงัก เช่น สภาพอากาศแปรปรวน โดยหลังจากเครื่องบินลงจอด ผู้โดยสารมีความเสี่ยงที่จะล้มหรือได้รับบาดเจ็บอื่นๆ หากยืนและพยายามเคลื่อนไหวในขณะที่เครื่องบินกำลังเคลื่อนที่ไปจอดที่ประตูขึ้นเครื่อง.

ที่มา AP

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ไทยเฟ้นหาสุดยอดเชฟรุ่นใหม่ร่วมเวทีแข่งทำอาหารที่เกาหลีใต้

ไทยเฟ้นหาสุดยอดเชฟรุ่นใหม่ร่วมเวทีแข่งทำอาหารที่เกาหลีใต้

29 พ.ค. 2568 15:02 น.

ไทยเฟ้นหาสุดยอดเชฟรุ่นใหม่ร่วมเวทีแข่งทำอาหารที่เกาหลีใต้

ประเทศไทยเฟ้นหาสุดยอดเชฟรุ่นใหม่ ที่สร้างสรรค์เมนูจากซอสเกาหลี ผสานความเป็นไทย ได้อย่างน่าสนใจ เพื่อเป็นตัวแทนไปแข่งขันเวทีระดับโลก “K-Food Global Hidden Master Competition” ณ ประเทศเกาหลีใต้

สถาบันส่งเสริมอาหารเกาหลี (KoreanFood Promotion Institute) กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทเกาหลีใต้ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจําประเทศไทย โดย ฯพณฯ เอกอัครราชทูต พัค ยง มิน ให้การสนับสนุนจัดการแข่งขัน K-Sauce Crossover Challenge: Thai Twist & Zero Waste ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯโดยตัวแทนจากประเทศไทยที่ชนะการแข่งขันดังกล่าวจะได้รับเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 45,000 บาท และโอกาสพิเศษเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมเวทีการแข่งขันระดับโลก ณ ประเทศเกาหลีใต้พร้อมการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตลอด 6 วัน 5 คืนอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก การเดินทางภายในประเทศ และบริการล่าม เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันระดับสากลอย่างเต็มที่

โดยงานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดรักษ์โลก ไม่สร้างขยะ โดยผสมผสานเอกลักษณ์ของซอสเกาหลี (K-Sauce) เข้ากับความเป็นอาหารไทยอย่างสร้างสรรค์ เพื่อตอกย้ำบทบาทของอาหารไทยในฐานะ “ครัวของโลก” ที่กําลังผลักดัน Soft Power ของชาติสู่เวทีสากลโดย ฯพณฯ เอกอัครราชทูต พัค ยง มิน (H.E. Park Yong-min) จะให้เกียรติร่วมงาน และกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้เข้าร่วมแข่งขัน

ภายในงานจะมีการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจําประเทศไทย
สมาคมมิตรภาพไทย-เกาหลี และสื่อมวลชนสายอาหารชั้นนําของไทย โดยการแข่งขันรอบสุดท้ายจะคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 100 คน เหลือเพียง 12 ทีมสุดท้าย เพื่อชิงตําแหน่ง “แชมป์สุดยอดเชฟไทยสาย Zero Waste” ที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมแข่งขันทําอาหารระดับโลก “K-Food Global Hidden Master Competition” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4 ตุลาคม 2568 ณ เมืองมกโพ จังหวัดชอลลาใต้ ประเทศเกาหลีใต้ โดยจะรวบรวมแชมป์จากการแข่งขันทําอาหารระดับประเทศจาก 13 ประเทศทั่วโลก เพื่อประชันฝีมือและนําเสนอความสามารถด้านการประกอบอาหารในระดับนานาชาติ โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมอาหารนานาชาติ Namdo International Culinary Expo 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–26 ตุลาคม ทั่วทั้งจังหวัดชอลลาใต้.

เครื่องบินตรวจการณ์กองทัพเรือเกาหลีใต้ตก มีคนบนเครื่อง 4 คน

เครื่องบินตรวจการณ์กองทัพเรือเกาหลีใต้ตก มีคนบนเครื่อง 4 คน

29 พ.ค. 2568 14:28 น.

เครื่องบินตรวจการณ์กองทัพเรือเกาหลีใต้ตก มีคนบนเครื่อง 4 คน

เครื่องบินตรวจการณ์ของกองทัพเรือเกาหลีใต้พร้อมลูกเรือ 4 คน ตกระหว่างบินฝึกซ้อมวันนี้ และยังไม่แน่ชัดว่าลูกเรือรอดชีวิตหรือไม่

กองทัพเรือเกาหลีใต้กล่าวในแถลงการณ์ว่า เครื่องบินตรวจการณ์ P-3C ขึ้นบินจากฐานทัพในเมืองโพฮัง ทางตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเวลา 13.43 น. วันนี้ (29 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น แต่ประสบอุบัติเหตุตกโดยไม่ทราบสาเหตุ

เครื่องบินตกเมื่อเวลา 13.50 น. มีผู้เห็นเหตุการณ์รายงานว่ามีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากภูเขา กองทัพเรือระบุในประกาศแจ้งต่อผู้สื่อข่าวว่า “เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-3 ที่ขึ้นบินเพื่อฝึกซ้อมจากฐานทัพอากาศในเมืองโพฮัง เมื่อเวลา 13.43 น. ตกในบริเวณใกล้เคียงเนื่องจากไม่ทราบสาเหตุ” โดยกองทัพเรือกำลังดำเนินการตรวจสอบสถานะของผู้โดยสาร 4 คนบนเครื่องบินและสาเหตุที่เครื่องบินตก ไม่มีรายงานพบพลเรือนเสียชีวิตบนพื้นดิน

สถานีตำรวจนัมบู ในเมืองโพฮังยืนยันว่า เครื่องบินที่ตกเป็นของเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพเรือ และไม่สามารถยืนยันได้ทันทีว่ามีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บหรือไม่

สำนักงานฉุกเฉินในเมืองโพฮังระบุว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถดับเพลิงถูกส่งไปที่เกิดเหตุหลังจากรับรายงานจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีเครื่องบินไม่ทราบรุ่นตกบนเนินเขาใกล้กับอาคารอะพาร์ตเมนต์และทำให้เกิดไฟไหม้

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบขนาดและความเสียหายของไฟไหม้ในทันที สำนักข่าวยอนฮัปเผยแพร่ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำอย่างน้อย 1 คันกำลังปฏิบัติการใกล้กับจุดที่เครื่องบินตก โดยมีเปลวไฟในขณะที่ควันดำเทาปกคลุมต้นไม้

ในเดือนธันวาคม เครื่องบินโดยสารของสายการบินเชจูแอร์ ลงจอดฉุกเฉินและชนแท่งปูนที่สนามบินนานาชาติมูอัน ทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 181 คนเสียชีวิตทั้งหมด ยกเว้นลูกเรือ 2 คน นับเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การบินของเกาหลีใต้.

ที่มา Yonhap  AP

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฝูงชนผู้หิวโหยบุกคลังเก็บอาหารในกาซา แย่งชิงกระสอบแป้งและอาหารจนเกลี้ยง

ฝูงชนผู้หิวโหยบุกคลังเก็บอาหารในกาซา แย่งชิงกระสอบแป้งและอาหารจนเกลี้ยง

29 พ.ค. 2568 13:53 น.

ฝูงชนผู้หิวโหยบุกคลังเก็บอาหารในกาซา แย่งชิงกระสอบแป้งและอาหารจนเกลี้ยง

โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติช็อก ฝูงชนผู้หิวโหยบุกชิงอาหารจากคลังเก็บใจกลางฉนวนกาซาจนเกลี้ยง เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย ขณะนี้ทีม WFP ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

วิดีโอจากสำนักข่าว AFP เผยภาพฝูงชนเร่งแย่งชิงถุงแป้งสาลีและกล่องอาหาร ที่คลังอัล-กาฟารี ในเมืองเดียร์ อัล-บาลาห์ ท่ามกลางเสียงปืนดังขึ้นแต่ยังไม่ชัดเจนว่าปืนมาจากฝ่ายใด

โดยโครงการอาหารโลกเน้นย้ำว่า การขนส่งความช่วยเหลือด้านอาหารไปยังกาซาได้เตรียมไว้แล้ว แต่ภาวะขาดแคลนอย่างหนักทำให้ประชาชนสิ้นหวัง ต้องบุกเข้าไปในคลังสินค้าเพื่อแย่งชิงเสบียงกันเอง ซึ่งโครงการอาหารโลกได้ออกแถลงการณ์ให้ กาซาต้องได้รับการยกระดับความช่วยเหลือด้านอาหารทันที นี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้ผู้คนมั่นใจว่าจะไม่อดอยาก

ฝูงชนผู้หิวโหยบุกคลังเก็บอาหารในกาซา แย่งชิงกระสอบแป้งและอาหารจนเกลี้ยง

ด้านอิสราเอลระบุว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้อนุญาตให้รถพ่วงบรรทุกความช่วยเหลือ 121 คัน ผ่านด่านเข้าสู่กาซา โดยบรรทุกทั้งแป้งและอาหารสำเร็จรูป แต่ปริมาณยังถือว่าน้อยเกินกว่าจะลดแรงจูงใจในการชิงข้าวของ

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหประชาชาติประจำตะวันออกกลาง นาย ซิกริด คาก์ เตือนสภาความมั่นคงว่า การปล่อยความช่วยเหลือในปริมาณจำกัดนั้นเปรียบเสมือนเรือชูชีพที่มาถึงหลังจากเรือล่มแล้ว เพราะทุกชีวิตกำลังเผชิญวิกฤตขาดอาหาร

ฝูงชนผู้หิวโหยบุกคลังเก็บอาหารในกาซา แย่งชิงกระสอบแป้งและอาหารจนเกลี้ยง

นอกจากนี้ โครงการ Gaza Humanitarian Foundation (GHF) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐและอิสราเอล ได้ตั้งศูนย์แจกของ 4 แห่งในกาซาใต้และกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงการเบียดเบียนทรัพยากรของกลุ่มติดอาวุธ แต่ UN ประณามว่าเป็นระบบที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริงและขาดจริยธรรม

ล่าสุด สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) รายงานว่าวันอังคารมีผู้บาดเจ็บ 47 คน หลังฝูงชนบุกศูนย์แจกของ GHF ในเมืองราฟาห์ ซึ่งยิ่งแสดงให้เห็นว่า ความช่วยเหลือที่มียังไม่เพียงพอและควรเพิ่มปริมาณความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กาซา

เหตุปะทะช่องบก: นายกฯ กัมพูชา “ฮุน มาเนต” เผยไม่อยากสู้รบ แต่ขอสงวนสิทธิ์ปกป้องอาณาเขต

เหตุปะทะช่องบก: นายกฯ กัมพูชา "ฮุน มาเนต" เผยไม่อยากสู้รบ แต่ขอสงวนสิทธิ์ปกป้องอาณาเขต

29 พ.ค. 2568 13:04 น.

เหตุปะทะช่องบก: นายกฯ กัมพูชา “ฮุน มาเนต” เผยไม่อยากสู้รบ แต่ขอสงวนสิทธิ์ปกป้องอาณาเขต

จากเหตุปะทะที่บริเวณช่องบก จ. อุบลราชธานีเมื่อวานนี้ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (29 พ.ค.) โดยกล่าวว่า ไม่อยากเห็นการต่อสู้ระหว่างกองทัพกับกองทัพที่ไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ใดๆ แก่ประเทศและประชาชน แต่กัมพูชาขอสงวนสิทธิ์ที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อปกป้องอาณาเขตของตน

นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า ข่าวที่เกี่ยวข้องกับการปะทะกันด้วยอาวุธระหว่างกองทัพกัมพูชากับกองทัพไทยที่ชายแดนที่พื้นที่มอมเตยเมื่อวานนี้ ที่รวมถึงการระดมกำลังทหารและอาวุธหนักบางส่วนไปที่ชายแดน ในขณะที่เขาไม่อยู่ในประเทศ ทำให้ประชาชนจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับความคลุมเครือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ชายแดน ว่าสงครามจะปะทุขึ้นหรือไม่ และใครจะควบคุมสถานการณ์หรือสั่งการระดมกำลังทหาร ในขณะที่นายกรัฐมนตรีอยู่ต่างประเทศ

“ผมอยากแจ้งให้เพื่อนร่วมชาติของผมทราบโดยย่อว่า แม้ว่าตอนนี้ผมจะอยู่ที่ญี่ปุ่นและมีการประชุมงานอื่นๆ มากมาย แต่ระบบและลำดับชั้นของผู้นำการบังคับบัญชาในกรณีใหญ่เช่นนี้เป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี”

นายฮุน มาเนต กล่าวว่า เขาได้รับรายงานความคืบหน้าทั้งหมดของสถานการณ์ที่ชายแดน ผ่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก รวมถึงผลการสื่อสารระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบกของทั้งกัมพูชาและฝ่ายไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามและพยายามนำสถานการณ์กลับคืนสู่ความสงบและเสถียรภาพ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกองทัพแนวหน้าของประเทศเรา “ในขณะเดียวกันการตัดสินใจที่สำคัญทั้งหมดต้องได้รับการอนุมัติหรือสั่งการจากผม รวมถึงการเคลื่อนย้ายกำลังทหารและอาวุธไปยังชายแดน”

ผู้นำกัมพูชายังกล่าวว่า “ผมไม่อยากเห็นการต่อสู้ระหว่างกองทัพกับกองทัพที่ไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ใดๆ แก่ประเทศและประชาชนของเรา โดยเฉพาะกองทัพที่ต้องต่อสู้โดยตรงในแนวหน้า” “ในแง่นี้ ผมหวังว่าการประชุมระหว่างผู้บัญชาการกองทัพกัมพูชาและผู้บัญชาการกองทัพไทยในเย็นวันนี้ จะนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวกในการรักษาสถานการณ์ที่สงบสุขและการสื่อสารที่ดีระหว่างกองทัพแนวหน้าทั้งสองของเรา เช่นเดียวกับที่เคยเป็นมาในอดีต” และสำหรับการเคลื่อนย้ายกำลังและอาวุธไปยังชายแดนนั้น เป็นการดำเนินการตามแผนสำรองของกองทัพเพื่อปกป้องดินแดนของกัมพูชา ซึ่งควรเตรียมพร้อมไว้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น

นายฮุน มาเนต กล่าวว่า เขาเคยกล่าวต่อสาธารณะก่อนหน้านี้ว่ากัมพูชาไม่มีเจตนารุกรานประเทศใดๆ และเราต้องการการแก้ไขปัญหาชายแดนโดยยึดตามกฎหมายเทคนิคและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่กัมพูชาก็สงวนสิทธิ์ที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อปกป้องอาณาเขตของตน รวมทั้งการใช้กำลังทหารในกรณีที่มีการพยายามบุกรุกอาณาเขตของกัมพูชาโดยใช้กำลังทหาร

“ดังนั้น ผมจึงอยากขอร้องพี่น้องชาวเขมรให้รับทราบข้อมูลและอย่าวิตกกังวลกับข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปโดยไม่มีแหล่งที่มาที่ชัดเจน นอกจากนี้ ฉันยังอยากเรียกร้องให้พี่น้องชาวเขมรของเราป้องกันไม่ให้ปัญหานี้ลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งในระดับชาติ และให้ความเชื่อมั่นกับรัฐบาลและกองทัพของเราในการหาทางแก้ไขปัญหานี้ด้วยความรับผิดชอบ”

ผู้นำกัมพูชา ยังอธิบายถึงภาพ 2 ภาพ ที่โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ว่าถ่ายไว้ในช่วงที่เกิดการสู้รบระหว่างกองทัพกัมพูชากับกองทัพไทยที่บริเวณปราสาทพระวิหาร วัดตะมาน และวัดตากเบรย์ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ในปี 2008 และ 2011 ภาพหนึ่งถ่ายใกล้กับผู้บัญชาการแนวหน้าในเมืองสมรภูมิ จังหวัดอุดรเมียนเจย ในระหว่างการสู้รบระหว่างกองทัพกัมพูชากับกองทัพไทย อีกภาพหนึ่งเป็นการเจรจาระหว่างกองทัพไทยกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อระงับการสู้รบระหว่างสองกองทัพ.

ที่มา FB Hun Manet

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

“เนทันยาฮู” ยืนยัน อิสราเอลสังหาร “โมฮัมเหม็ด ซินวาร์” ผู้นำฮามาส

"เนทันยาฮู” ยืนยัน อิสราเอลสังหาร "โมฮัมเหม็ด ซินวาร์" ผู้นำฮามาส

29 พ.ค. 2568 12:18 น.

“เนทันยาฮู” ยืนยัน อิสราเอลสังหาร “โมฮัมเหม็ด ซินวาร์” ผู้นำฮามาส

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่ากองทัพได้ “กำจัด” โมฮัมเหม็ด ซินวาร์ ผู้นำกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยมากที่สุดของกลุ่มและเป็นพี่ชายของนายยาห์ยา ซินวาร์ อดีตผู้นำกลุ่ม

รายงานระบุว่าโมฮัมเหม็ด ซินวาร์ เป็นเป้าหมายการโจมตีครั้งใหญ่ของอิสราเอลที่บริเวณโดยรอบโรงพยาบาลยุโรปในเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งกองทัพอิสราเอลระบุว่าได้ทำลาย “โครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน” ของกลุ่มฮามาส

หน่วยงานป้องกันพลเรือนของฮามาสในฉนวนกาซากล่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 28 ราย โดยฮามาสไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธการเสียชีวิตของนายโมฮัมเหม็ด ซินวาร์ ส่วนนายยาห์ยา ซินวาร์ ผู้วางแผนการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ถูกทหารอิสราเอลสังหารเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

อิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้การโจมตีข้ามพรมแดนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อ 600 วันก่อน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 ราย และอีก 251 รายถูกจับเป็นตัวประกัน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาอย่างน้อย 54,084 ราย นับตั้งแต่นั้น ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮามาส

โมฮัมเหม็ด ซินวาร์ วัย 49 ปี เข้าร่วมกับกลุ่มฮามาสไม่นานหลังจากกลุ่มก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1980 และกลายเป็นสมาชิกของกองกำลังทหารของกลุ่ม ซึ่งก็คือกองพลอิซเซดีน อัล-กัสซัม เขาไต่เต้าขึ้นมาจนได้เป็นผู้บัญชาการกองพลข่านยูนิสในปี 2005 เชื่อกันว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้วางแผนการโจมตีข้ามพรมแดนในปี 2006 ซึ่งจับกุมกิลาด ชาลิต ทหารอิสราเอล จ่าสิบเอกชาลิตได้รับการปล่อยตัวหลังจากถูกจองจำเป็นเวลา 5 ปี เพื่อแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์กว่า 1,000 คนในเรือนจำของอิสราเอล รวมถึงยาห์ยา ซินวาร์

มีรายงานว่าโมฮัมเหม็ด ซินวาร์ มีความใกล้ชิดกับอดีตผู้บัญชาการทหารฮามาส โมฮัมเหม็ด เดอิฟ และมีส่วนร่วมในการวางแผนโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023

เนทันยาฮูประกาศการเสียชีวิตของเขา ในระหว่างการอภิปรายพิเศษในรัฐสภาอิสราเอลเมื่อวันอังคาร (27 พ.ค.) ซึ่งจัดขึ้นโดยฝ่ายค้านเพื่อพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า “ความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงของรัฐบาลในการบรรลุเป้าหมายของสงคราม นั่นคือการส่งตัวประกันทั้งหมดกลับคืนมาและเอาชนะฮามาส”

แถลงการณ์ของกองทัพอิสราเอลเกี่ยวกับการโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมไม่ได้กล่าวถึงโมฮัมเหม็ด ซินวาร์ โดยระบุเพียงว่าการโจมตีมีเป้าหมายที่ผู้ก่อการร้ายฮามาสที่ปฏิบัติการในศูนย์ควบคุมและสั่งการซึ่งซ่อนตัวอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานของผู้ก่อการร้ายใต้ดินใต้โรงพยาบาลยุโรป อย่างไรก็ตาม สื่ออิสราเอลรายงานในเวลานั้นว่าเขาคือเป้าหมาย

5 วันต่อมา นายอิสราเอล คัทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล กล่าวต่อรัฐสภาว่า ถึงแม้จะไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่สิ่งบ่งชี้ทั้งหมดจากหน่วยข่าวกรองของอิสราเอลบ่งชี้ว่านายซินวาร์ถูกสังหาร

เจ้าหน้าที่แพทย์ของโรงพยาบาลยุโรประบุว่าไม่ได้รับคำเตือนใดๆ จากทางการอิสราเอล นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังไม่ได้รับคำสั่งอพยพของอิสราเอลที่ออกตั้งแต่กองทัพกลับมาเปิดฉากโจมตีกลุ่มฮามาสอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 มีนาคม หลังจากข้อตกลงหยุดยิง 2 เดือนล้มเหลว.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign