ตร.แถลง เหตุรถพุ่งชนพาเหรดลิเวอร์พูล ไม่ใช่ก่อการร้าย บาดเจ็บ 27 คน

ตร.แถลง เหตุรถพุ่งชนพาเหรดลิเวอร์พูล ไม่ใช่ก่อการร้าย บาดเจ็บ 27 คน

27 พ.ค. 2568 05:21 น.

ตร.แถลง เหตุรถพุ่งชนพาเหรดลิเวอร์พูล ไม่ใช่ก่อการร้าย บาดเจ็บ 27 คน

เจ้าหน้าที่เมอร์ซีย์ไซด์แถลงหลังเกิดเหตุ รถยนต์พุ่งชนพาเหรดฉลองแชมป์ทีมลิเวอร์พูล โดยระบุว่า มีผู้บาดเจ็บถูกส่งโรงพยาบาล 27 ราย และไม่ได้สืบสวนคดีนี้ในฐานะเหตุก่อการร้าย

ตำรวจเมอร์ซีย์ไซด์จัดงานแถลงข่าวในคืนวันจันทร์ที่ 26 พ.ค. 2568 เพื่อเปิดเผยความคืบหน้าหลังเกิดเหตุ รถยนต์พุ่งชนผู้คนจำนวนมากบนถนน วอเตอร์สตรีท ซึ่งกำลังเดินขบวนเฉลิมฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกของทีมลิเวอร์พูล เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.วันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น และคาดว่าทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

เจนนี ซิมส์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจเมืองเมอร์ซีย์ไซด์ เริ่มแถลงด้วยการกล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ พร้อมขอบคุณประชาชนที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่ซิมส์กล่าวว่า มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากจากทุกช่วงอายุ ที่ได้รับการรักษาในที่เกิดเหตุ และไม่ต้องเข้ารักษาต่อในโรงพยาบาล แต่เธอไม่เปิดเผยจำนวนที่แน่ชัด

ชายวัย 53 ปี ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนขับรถยนต์คันก่อเหตุ ถูกจับกุมตัวแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนสถานการณ์ที่นำไปสู่เหตุการณ์นี้ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้สืบสวนคดีนี้ในฐานะเหตุก่อการร้าย

นายเดวิด คิตเชน จากหน่วยบริการรถพยาบาลฉุกเฉินเขตนอร์ทเวสต์ ขึ้นมากล่าวต่อ โดยระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 27 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วเมืองลิเวอร์พูล โดยผู้บาดเจ็บ 4 รายในจำนวนนี้เป็นเด็ก

ต่อมานาย นิค เซียร์เล หัวหน้าสำนักงานดับเพลิงเมอร์ซีย์ไซด์กล่าวว่า ตอนที่เขาเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากและมีคน 4 คนติดอยู่ใต้ท้องรถ โดย 3 คนเป็นผู้ใหญ่และอีกคนเป็นเด็ก ซึ่งทั้งหมดได้รับความช่วยเหลือออกมา และถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลไป

หลังจากนั้น นายเลียม โรบินสัน จากสภาปกครองเมืองลิเวอร์พูล ได้ขึ้นกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่การแพทย์และหน่วยฉุกเฉิน พร้อมเรียกร้องประชาชน ไม่ให้แชร์ภาพวิดีโอบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ และออกมาให้ข้อมูลใดๆ แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่เขาจะจบการแถลงโดยไม่ให้นักข่าวถามคำถามใดๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

วินาทีเกิดเหตุ รถยนต์พุ่งชนพาเหรดฉลองแชมป์ลิเวอร์พูลในอังกฤษ (คลิป)

วินาทีเกิดเหตุ รถยนต์พุ่งชนพาเหรดฉลองแชมป์ลิเวอร์พูลในอังกฤษ (คลิป)

27 พ.ค. 2568 04:45 น.

วินาทีเกิดเหตุ รถยนต์พุ่งชนพาเหรดฉลองแชมป์ลิเวอร์พูลในอังกฤษ (คลิป)

เกิดเหตุรถยนต์พุ่งชนผู้คนจำนวนมากบนถนน วอเตอร์สตรีท ซึ่งกำลังเฉลิมฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกของทีมลิเวอร์พูล คาดว่าทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

ผู้คนจำนวนหลายพันคนออกมารวมตัวบนถนนวอร์เตอร์สตรีท เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 26 พ.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการเป็นแชมป์ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของสโมสร ลิเวอร์พูล ก่อนจะมีรถยนต์สีดำคันหนึ่ง พุ่งฝ่าฝูงชน

ภาพจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นว่า รถยนต์คันหนึ่งจู่ๆ ก็เร่งความเร็วพุ่งเข้าใส่ผู้คนที่กำลังเดินขบวนบนท้องถนน ทำให้ผู้คนแตกฮือไปสองฟากฝั่งถนน ก่อนที่ผู้คนกับเจ้าหน้าที่จะเข้าไปล้อมรถคันก่อเหตุอย่างรวดเร็ว

หลังเกิดเหตุ ตำรวจจับกุมชายผิวขาวอายุ 53 ปี โดยเตือนผู้คนว่าอย่าเพิ่งคาดเดาไปต่างๆ นานา โดยที่ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่า มีผู้บาดเจ็บจำนวนเท่าใด แต่มีรายงานว่า มีผู้บาดเจ็บต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลหลายราย

ด้านเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองลิเวอร์พูลนั้นน่าตกใจมาก และขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทีมสโมสรลิเวอร์พูลแถลงว่า พวกเขาจะให้การสนับสนุนต่อปฏิบัติการของทีมฉุกเฉินอย่างเต็มที่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ช็อกรถพุ่งชนผู้คน พาเหรดฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกทีมลิเวอร์พูล

ช็อกรถพุ่งชนผู้คน พาเหรดฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกทีมลิเวอร์พูล

27 พ.ค. 2568 03:00 น.

ช็อกรถพุ่งชนผู้คน พาเหรดฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกทีมลิเวอร์พูล

ตำรวจเมืองเมอร์ซีย์ไซด์ จับกุมชายชาวอังกฤษอายุ 53 ปี หลังเกิดเหตุรถยนต์พุ่งชนผู้คนจำนวนมากบนถนนวอเตอร์สตรีท ซึ่งกำลังเฉลิมฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกของทีมลิเวอร์พูล

ผู้คนจำนวนหลายพันคนออกมารวมตัวบนถนนวอเตอร์สตรีท เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 26 พ.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการเป็นแชมป์ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของสโมสรลิเวอร์พูล ก่อนจะมีรถยนต์สีดำคันหนึ่งพุ่งฝ่าฝูงชน ทำให้ผู้คนแตกฮือไปคนละทาง

ตำรวจไม่ระบุว่าชายคนนี้คือคนขับรถหรือไม่ แต่เตือนผู้คนว่าอย่าเพิ่งคาดเดาไปต่างๆ นานา โดยที่ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนเท่าใด

ด้านเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองลิเวอร์พูลนั้นน่าตกใจมาก และขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทีมสโมสรลิเวอร์พูลแถลงว่า พวกเขาจะให้การสนับสนุนต่อปฏิบัติการของทีมฉุกเฉินอย่างเต็มที่

ที่มา : bbc

ปธน.ฝรั่งเศสถูกภริยาผลักหน้า ยืนยันแค่ล้อเล่นกัน ปัดมีปัญหาครอบครัว

ปธน.ฝรั่งเศสถูกภริยาผลักหน้า ยืนยันแค่ล้อเล่นกัน ปัดมีปัญหาครอบครัว

27 พ.ค. 2568 01:35 น.

ปธน.ฝรั่งเศสถูกภริยาผลักหน้า ยืนยันแค่ล้อเล่นกัน ปัดมีปัญหาครอบครัว

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสยืนยัน เขาแค่ล้อเล่นกับภริยา หลังมีคลิปแสดงให้เห็นเขาถูกสุภาพสตรีหมายเลข 1 ใช้สองมือผลักหน้า หลังเดินทางมาถึงสนามบินฮานอย ของเวียดนาม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ยืนยันในวันจันทร์ที่ 26 พ.ค. 2568 ว่า เขากับบริจิตต์ ภริยาแค่ล้อเล่นกัน หลังจากมีภาพวิดีโอแสดงให้เห็นว่า สุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งฝรั่งเศส ใช้สองมือผลักใบหน้าของเขาขณะที่ทั้งคู่อยู่บนเครื่องบินซึ่งพวกเขาเริ่มเดินทางทัวร์เอเชียในช่วงสุดสัปดาห์นี้

วิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นภาพ ประตูเครื่องบินเปิดออก นายมาครงก็ปรากฏตัวขึ้นและก้าวถอยหลังอย่างกะทันหัน ในขณะเดียวกัน มือของภรรยาของเขา ซึ่งสวมชุดสีแดง ทำท่าทางคล้ายจะพยายามผลักใบหน้าเขาออกไป ต่อมานายมาครงจึงตระหนักว่าตนกำลังถูกถ่ายวิดีโออยู่ จึงยิ้มให้กล้องและโบกมือทักทายอย่างรวดเร็ว

วิดีโอนี้กลายเป็นพาดหัวข่าวในฝรั่งเศสอย่างรวดเร็ว โดยสื่อพยายามตีความว่าปฏิกิริยาที่เห็นนั้นหมายความว่าอย่างไร สื่อบางเจ้าเช่นหนังสือพิมพ์ Le Parisien พาดหัวข่าวว่า “ตบหรือทะเลาะกัน?” ภาพของเอ็มมานูเอลกับบริจิตต์ มาครง ขณะลงจากเครื่องบินที่เวียดนาม ทำให้มีการแสดงความเห็นไปต่างๆ นานา

ในเวลาต่อมา นายมาครงบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขากับภริยาเพียงแค่ล้อเล่นกันเท่านั้น “พวกเราต่อล้อต่อเถียงกัน หรือพูดให้ถูกคือ ผมล้อเล่นกับภริยาของผม” และเรื่องนี้กำลังถูกทำให้ใหญ่โตเกินไปเหมือนกับเป็นหายนะของโลก

อย่างไรก็ตาม ภาพเหตุการณ์หลังจากนั้นแสดงให้เห็นว่า นายมาครงกับบริจิตต์ยืนอยู่ข้างกันบนบันไดเครื่องบินขั้นบนสุด โดยที่นายมาครงยื่นแขนให้ภริยาจับแต่เธอไม่รับ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินลงจากบันไดเคียงคู่กัน

แต่นายมาครงตอบโต้ว่า ภาพดังกล่าวกับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น เป็นคำเตือนเรื่องการให้ข้อมูลผิดๆ ในยุคเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคลิปวิดีโออื่นๆ กำลังถูกใช้เพื่อเผยแพร่เรื่องราวที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับตัวเขาด้วย “ทุกคนจำเป็นต้องใจเย็นลง” ประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าว

ทั้งนี้ นายมาครงพบกับนางบริจิตต์ครั้งแรกตอนที่เขาเป็นนักเรียนมัธยม ส่วนฝ่ายหญิงเป็นครู และเป็นที่ปรึกษาชมรมการละครที่นายมาครงเป็นสมาชิกอยู่ ก่อนที่เขาจะต้องย้ายไปกรุงปารีสตอนเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย แต่ให้สัญญาว่าเขาจะกลับมาแต่งงานกับบริจิตต์

หลังจากนั้น บริจิตต์ก็ได้ย้ายไปอยู่กรุงปารีส หย่าขาดกับสามี และแต่งงานกับนายมาครงในที่สุด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

อิสราเอลโจมตีหลายจุดในกาซา ดับแล้ว 54 ศพ โรงเรียนโดนถล่มด้วย

อิสราเอลโจมตีหลายจุดในกาซา ดับแล้ว 54 ศพ โรงเรียนโดนถล่มด้วย

26 พ.ค. 2568 23:53 น.

อิสราเอลโจมตีหลายจุดในกาซา ดับแล้ว 54 ศพ โรงเรียนโดนถล่มด้วย

อิสราเอลโจมตีทางอากาศหลายจุดในฉนวนกาซา รวมถึงที่โรงเรียนซึ่งกำลังถูกใช้เป็นที่พักชั่วคราวของผู้อพยพ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 54 ศพ

สำนักข่าวบีบีซีรายงานอ้างการเปิดเผยของผู้อำนวยการโรงพยาบาลในฉนวนกาซา ระบุว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่ของฉนวนกาซา ในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันจันทร์ที่ 26 พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา รวมถึงโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งกำลังถูกใช้เป็นที่พักชั่วคราวสำหรับผู้พลัดถิ่น มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 54 ศพ

ข่าวระบุว่า โรงเรียนฟาห์มี อัล-จาร์กาวี ในเมืองกาซาซิตี้ ถูกใช้เป็นที่หลบภัยสำหรับชาวปาเลสไตน์หลายร้อยคนที่อพยพมาจากเมืองเบท ลาเฮีย ซึ่งตอนนี้กำลังถูกกองทัพอิสราเอลโจมตีอย่างหนัก โดยการโจมตีที่โรงเรียนแห่งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 35 ศพ

สำนักงานป้องกันพลเรือนในกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาส ระบุว่า พวกเขาเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้มากมาย รวมถึงร่างของเด็กๆ โดยหลายรายถูกไฟไหม้อย่างหนัก หลังการโจมตีของอิสราเอลทำให้เกิดไฟไหม้ที่ห้องเรียน 2 ห้อง ซึ่งถูกใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของผู้อพยพ

อย่างไรก็ตาม กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า พวกเขาโจมตีโดยมีเป้าหมายไปที่ศูนย์ควบคุมและบัญชาการของกลุ่มฮามาสกับกลุ่มอิสลามิก ญิฮาด ซึ่งอยู่ที่นั่น IDF อ้างอีกว่า สถานที่แห่งนี้กำลังถูกผู้ก่อการร้ายใช้เพื่อวางแผนโจมตีพลเรือนอิสราเอลกับทหารของพวกเขา โดยใช้ชาวกาซาเป็นโล่มนุษย์

ภาพจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นว่ามีไฟไหม้บางส่วนของอาคารโรงเรียน โดยนายฟาริส อาฟานา ผู้จัดการสำนักงานบริการฉุกเฉินประจำภาคเหนือของกาซากล่าวว่า เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่ก็พบว่า ห้องเรียน 3 ห้องถูกไฟไหม้ ที่นั่นมีเด็กกับผู้หญิงกำลังนอนหลับ บางคนกรีดร้องออกมา แต่เราช่วยพวกเขาไม่ได้เพราะถูกไฟขวางเอาไว้

สื่อท้องถิ่นในกาซารายงานว่า นายโมฮัมหมัด อัล-คาซีห์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่สืบสวนของสำนักงานตำรวจของฮามาสในภาคเหนือของกาซา เสียชีวิตพร้อมกับภรรยาและลูกๆ ของเขาในการโจมตีครั้งนี้ด้วย

อีกด้านหนึ่ง อิสราเอลโจมตีทางอากาศโดนบ้านหลังหนึ่งในเมืองจาบาเลีย ทางตอนเหนือของกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ศพ โดยที่กองทัพอิสราเอลยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ

ทั้งนี้ การโจมตีทั้ง 2 แห่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลในภาคเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งขยายตัวขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย IDF ระบุว่า พวกเขาโจมตีเป้าหมายทั่วกาซาแล้ว 200 จุด ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ลั่น จะชนะปมฮาร์วาร์ด ขู่ตัดงบฯ 3 พันล้าน ฐานต่อต้านยิว

ทรัมป์ลั่น จะชนะปมฮาร์วาร์ด ขู่ตัดงบฯ 3 พันล้าน ฐานต่อต้านยิว

26 พ.ค. 2568 22:24 น.

ทรัมป์ลั่น จะชนะปมฮาร์วาร์ด ขู่ตัดงบฯ 3 พันล้าน ฐานต่อต้านยิว

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศจะคว้าชัยชนะข้อพิพาทกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดให้ได้ พร้อมกับข่มขู่อีกครั้งว่าจะตัดงบประมาณหลายพันล้านที่มอบให้กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในวันจันทร์ที่ 26 พ.ค. 2568 ว่า เขากำลังพิจารณาริบเงินอุดหนุนจำนวน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่มอบให้แก่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยอ้างว่าสถาบันแห่งนี้มีแนวคิดต่อต้านชาวยิวอย่างมาก และจะนำเงินดังกล่าวไปมอบให้โรงเรียนอาชีวศึกษาทั่วประเทศแทน

นับตั้งแต่นายทรัมป์รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 เขาก็เดินหน้าปราบปรามมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีแนวคิดไม่ตรงกับเขามากขึ้น โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนรัฐบาลของเขาออกคำสั่งถอนสิทธิ์รับนักศึกษาต่างชาติของฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นแหล่งเงินบริจาคและค่าเล่าเรียนที่สำคัญของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ก่อนจะถูกผู้พิพากษาสั่งระงับคำสั่งชั่วคราว

นายทรัมป์พูดถึงการเพิกถอนสิทธิ์ฮาร์วาร์ดในวันจันทร์ด้วยว่า เขากำลังรอมหาวิทยาลัยแห่งนี้เปิดเผยรายชื่อของนักศึกษาต่างชาติและประเทศที่พวกเขาเดินทางมาจาก เนื่องจากเขาต้องการพิจารณาว่า “หลังจากใช้จ่ายเงินหลายพันล้านดอลลาร์แล้ว ยังมีตัวปัญหาหัวรุนแรงกี่คน ที่ไม่ควรให้กลับเข้าสู่ประเทศของเรา”

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำด้วยว่า “ไม่ต้องกลัว รัฐบาลจะชนะในท้ายที่สุด” โดยการพิจารณาคดีของศาลเรื่องคำสั่งถอดถอนสิทธิ์รับนักศึกษาต่างชาติของฮาร์วาร์ด จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ปมปัญหาระหว่างนายทรัมป์กับฮาร์วาร์ดเริ่มขึ้นหลังจาก หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกแห่งนี้ ปฏิเสธการเรียกร้องของรัฐบาล ที่ต้องการให้พวกเขาเปลี่ยนแนวทางการจ้างงาน, รับนักศึกษา และแนวทางการเรียนการสอน เพื่อจัดการกับการต่อต้านชาวยิว กับแนวคิดเรื่องความหลากหลาย

นายทรัมป์โจมตีมหาวิทยาลัยกับสื่อหลายเจ้าในสหรัฐฯ ว่ากำลังมีแนวคิดเอียงซ้ายมากขึ้น และพยายามใช้อำนาจของประธานาธิบดีเข้าควบคุมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ในปมพิพาทระหว่างนายทรัมป์กับฮาร์วาร์ด เขาขู่จะตัดเงินอุดหนุนของรัฐบาลทั้งหมด 9 พันล้านดอลลาร์ โดยระงับเงินงวดแรก 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกับสัญญามูลค่า 60 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว รัฐบาลทรัมป์ยังวางแผนเนรเทศนักวิจัยของโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ดด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ปธน.มาครง ถูกสุภาพสตรีหมายเลข 1 “ผลักหน้า” ต่อหน้าสื่อก่อนลงเครื่องบินที่เวียดนาม

ปธน.มาครง ถูกสุภาพสตรีหมายเลข 1 "ผลักหน้า" ต่อหน้าสื่อก่อนลงเครื่องบินที่เวียดนาม

26 พ.ค. 2568 16:41 น.

ปธน.มาครง ถูกสุภาพสตรีหมายเลข 1 “ผลักหน้า” ต่อหน้าสื่อก่อนลงเครื่องบินที่เวียดนาม

ภาพของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ที่ถูกบริจิตต์ มาครง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ผลักเข้าที่ใบหน้า ได้รับการยืนยันจากทำเนียบประธานาธิบดีว่าเป็นเรื่องจริง หลังสื่อต่างประเทศหลายแห่งบันทึกภาพนี้ไว้ได้ขณะที่ทั้งสองเดินทางถึงกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

ในคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ได้โดยสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง รวมถึงสำนักข่าวเอพี และถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย เป็นภาพของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ที่ถูกบริเจ็ตต์ มาครง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ผลักเข้าที่ใบหน้า หลังเดินทางมาถึงสนามบินฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม ซึ่งเป็นที่ที่ผู้นำฝรั่งเศสเริ่มต้นการเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะประตูเครื่องบินเปิดออก นายมาครงก็ปรากฏตัวขึ้นและก้าวถอยหลังอย่างกะทันหัน ในขณะเดียวกัน มือของภรรยาของเขา บริจิตต์ มาครง ซึ่งสวมชุดสีแดง ดูเหมือนจะพยายามผลักหน้าเขาออกไป ต่อมานายมาครงจึงตระหนักว่าตนกำลังถูกถ่ายวิดีโอ จึงยิ้มและโบกมือทักทายอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าในตอนแรกทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสจะปฏิเสธวิดีโอดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นคลิปปลอม แต่คณะผู้ติดตามของนายมาครงได้นำวิดีโอดังกล่าวมาพิจารณา และวันนี้ได้ออกมากล่าวว่า วิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นถึง “ช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์” ระหว่างประธานาธิบดีฝรั่งเศสและภริยา มากกว่าจะเป็น “การทะเลาะวิวาท” ตามปกติของคู่รัก

เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีได้บรรยายว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงการทะเลาะเบาะแว้งธรรมดาๆ ระหว่างคู่รัก “เป็นช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีและภริยาได้ผ่อนคลายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มการเดินทางโดยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน” ส่วนคณะผู้ติดตามของเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวกับนักข่าวหลังการเดินทางเมื่อวันจันทร์ว่า “เป็นช่วงเวลาแห่งความสมรู้ร่วมคิด มันไม่เพียงพอที่จะให้ทฤษฎีสมคบคิดมีประเด็นมากขึ้น” แหล่งข่าวกล่าวเสริมว่าความคิดเห็นเชิงลบส่วนใหญ่มาจากกลุ่มที่สนับสนุนรัสเซีย

การเยือนของนายมาครงยังคงดำเนินต่อไปตามแผน โดยผู้นำฝรั่งเศสมีกำหนดพบปะกับผู้นำของเวียดนาม และเตรียมหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคพลังงานในวันอังคาร การเดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของนายมาครง ยังรวมถึงการเยือนอินโดนีเซียและสิงคโปร์อย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้.

ที่มา franceinfo

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เจ้าหน้าที่ยืนยัน ตุ๊กตา “แอนนาเบลล์” ยังอยู่ดี หลังข่าวลือว่อนว่าหายสาบสูญ

เจ้าหน้าที่ยืนยัน ตุ๊กตา "แอนนาเบลล์"  ยังอยู่ดี หลังข่าวลือว่อนว่าหายสาบสูญ

26 พ.ค. 2568 15:19 น.

เจ้าหน้าที่ยืนยัน ตุ๊กตา “แอนนาเบลล์” ยังอยู่ดี หลังข่าวลือว่อนว่าหายสาบสูญ

เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ในสหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันว่าตุ๊กตาแอนนาเบลล์ตัวจริง ยังคงอยู่ในสถานที่จัดแสดงตามปกติ หลังจากเกิดข่าวลือที่ว่าตุ๊กตาอาถรรพ์ตัวดังกล่าวที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง The Conjuring หายสาบสูญไป

มีข่าวลือว่าตุ๊กตาแร็กเกดี้ แอนน์ “ที่ถูกปีศาจเข้าสิง” ซึ่งกลายมาเป็นตุ๊กตาตัวโปรดของใครหลายๆ คนในภาพยนตร์แนวสยองขวัญ The Conjuring ได้หลุดออกมาจากกล่อง ขณะที่เธอเดินทางไปทั่วประเทศ ระหว่างการทัวร์ Devils on the Run ที่จัดโดยสมาคมวิจัยสิ่งเหนือวิทยาศาสตร์นิวอิงแลนด์ (NESPR)

ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ตุ๊กตาซึ่งปกติจะจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สิ่งลี้ลับวอร์เรน (Warrens’ Occult Museum) ของ NESPR ซึ่งก่อตั้งโดย เอ็ด และ ลอร์เรน วอร์เรน นักสืบเรื่องปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ได้ถูกนำมาจัดแสดงที่เมืองนิวออร์ลีนส์

การคาดเดาที่ไม่มีมูลความจริงที่ว่าตุ๊กตาแอนนาเบลล์หายตัวไปในรัฐหลุยเซียนาเริ่มแพร่กระจายทางออนไลน์ หลังจากนักท่องเที่ยวบางคนอ้างว่าพวกเขาไม่เห็นตุ๊กตาตัวนี้ระหว่างทัวร์ ในขณะเดียวกัน เหตุไฟไหม้ที่คฤหาสน์บ้านไร่น็อตโตเวย์ เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้มีการคาดเดากันมากขึ้นว่าอาจมีความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างการหายตัวไปของแอนนาเบลล์กับเหตุไฟไหม้

แดน ริเวรา หัวหน้าทีมสืบสวนของ NESPR ได้หักล้างทฤษฎีที่ว่าตุ๊กตาแอนนาเบลล์หายไปในวิดีโอ TikTok ที่โพสต์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (24 พ.ค.) “ตอนนี้ผมอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ และผมแค่อยากแสดงให้พวกคุณเห็นว่าแอนนาเบลล์อยู่ในพิพิธภัณฑ์ของวอร์เรน” “เข้าไปข้างในกันเถอะ แล้วมาตรวจสอบกัน”

หลังจากเข้าไปในพิพิธภัณฑ์แล้ว เขาก็เดินไปที่ตุ๊กตา และพบว่ามันยังอยู่ในกล่องไม้ “แอนนาเบลล์ไม่ได้หายตัวไป เธอไม่ได้อยู่ในชิคาโก” เขาให้คำยืนยันกับแฟนๆ โดยบอกว่าพวกเขาจะไปร่วมงาน Rock Island Roadhouse Esoteric Expo 2025 ที่เมืองร็อกไอส์แลนด์ รัฐอิลลินอยส์ ในวันที่ 4 ตุลาคม

มีการโพสต์ประกาศเพิ่มเติมบนบัญชีเฟซบุ๊กของ NESPR ว่า “เป็นข่าวลือ… แอนนาเบลล์ไม่ได้ถูกขโมยไป ตุ๊กตาถูกเก็บรักษาอย่างปลอดภัยที่พิพิธภัณฑ์สิ่งลี้ลับวอร์เรน”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การหายตัวไปของตุ๊กตาทำให้เกิดความตื่นตระหนกทางออนไลน์อย่างกว้างขวาง ในปี 2020 โทนี่ สเปรา ลูกเขยของเอ็ดและลอร์เรน วอร์เรน ถูกบังคับให้ชี้แจงข่าวลือที่ว่าตุ๊กตาหายออกจากกล่อง

“แอนนาเบลล์อยู่ที่นี่ เธอไม่ได้ไปไหน เธอไม่ได้ไปเที่ยว เธอไม่ได้บินชั้นเฟิร์สคลาส และเธอไม่ได้ออกไปเยี่ยมแฟนของเธอ” สเปราพูดติดตลกว่า “ผมจะกังวลมาก ถ้าแอนนาเบลล์จากไปจริงๆ เพราะเธอไม่มีอะไรจะเล่นด้วย”

เดิมทีตุ๊กตาแอนนาเบลล์เป็นของนักเรียนคนหนึ่ง ซึ่งสองสามีภรรยาวอร์เรนได้เดินทางไปเยี่ยมในปี 1970 เมื่อเธออ้างว่าแอนนาเบลล์เริ่ม “แสดงพฤติกรรมชั่วร้ายและน่ากลัว” เมื่อตรวจสอบแล้ว สองสามีภรรยาวอร์เรนอ้างว่าตุ๊กตาถูก “วิญญาณของเด็กหญิงที่เสียชีวิตเข้าสิง”

แอนนาเบลล์ปรากฏตัวครั้งแรกใน The Conjuring ปี 2013 ก่อนที่จะมีภาพยนตร์แยกเป็นของตัวเอง แอนนาเบลล์ออกฉายในปี 2014 ตามด้วย Annabelle: Creation ในปี 2017 และภาคล่าสุด Annabelle Comes Home ในปี 2019.

ที่มา Independent

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

กรมฝนหลวงฯ จับมือศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ยกระดับภารกิจฝนหลวงให้แม่นยำ

กรมฝนหลวงฯ จับมือศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ยกระดับภารกิจฝนหลวงให้แม่นยำ

กรมฝนหลวงฯ จับมือศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ยกระดับภารกิจฝนหลวงให้แม่นยำ

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.15 น.

กรมฝนหลวงฯ จับมือศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดัดแปรสภาพอากาศ ยกระดับภารกิจฝนหลวงให้แม่นยำ ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แห่งราชอาณาจักรไทย และศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศ (Weather Modification Centre: WMC) ภายใต้สังกัดองค์การอุตุนิยมวิทยา แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (China Meteorological Administration: CMA)  ลงนามข้อตกลงทางวิชาการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนาในการเพิ่มประสิทธิภาพการดัดแปรสภาพอากาศสำหรับการแก้ไขปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวน อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศในอนาคต

27 พฤษภาคม 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ลงนามฝ่ายไทย และ นายจ้าว จื้อเฉียง (Mr. Zhao Zhiqiang) รองอธิบดี ศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศ องค์การอุตุนิยมวิทยาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้ลงนามฝ่ายจีน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ ณ ห้องประชุมหยาดพิรุณ ชั้น 3 กรมฝนหลวง

และการบินเกษตร กรุงเทพมหานคร ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในเป้าหมายร่วมกันที่จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สนับสนุนทางเทคนิค และเสริมสร้างศักยภาพด้านการดัดแปรสภาพอากาศ โดยเฉพาะการพัฒนาแบบจำลอง ทางคณิตศาสตร์ อุปกรณ์เมฆฟิสิกส์ และเทคโนโลยีทางเลือกที่เหมาะสมกับบริบทของทั้งสองประเทศ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติการให้แม่นยำ รวดเร็ว และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เล็งเห็นถึงความเชี่ยวชาญและศักยภาพของทั้งสองประเทศ จึงได้ริเริ่มความร่วมมือกับศูนย์การดัดแปรสภาพอากาศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 และได้นำไปสู่การลงนามข้อตกลงฉบับแรกในปี พ.ศ. 2564 ภายใต้กรอบระยะเวลาความร่วมมือ 4 ปี ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อให้ความร่วมมือดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องภายหลังสถานการณ์ COVID-19 และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นชอบในการขับเคลื่อนดำเนินงานให้ต่อเนื่อง โดยบูรณาการประเด็นความสนใจเทคนิคการทำฝนของแต่ละฝ่าย ซึ่งจะนำแบบจำลองการพยากรณ์อากาศและการดัดแปรสภาพอากาศสำหรับเมฆอุ่นที่พัฒนาโดยฝ่ายสาธารณรัฐประชาชนจีน มาทดลองและเก็บข้อมูลการปฏิบัติการฝนหลวงเมฆอุ่นในประเทศไทย เพื่อพัฒนาผลการพยากรณ์ของแบบจำลองให้มีความแม่นยำมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อหวังให้เกิดผลประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประเทศไทย ทั้งด้านการพัฒนาและยกระดับโครงการวิจัยการปฏิบัติการทำฝนเมฆอุ่น ให้มีความแม่นยำ และหวังผลได้สูงสุด โดยการลงนามข้อตกลงฉบับใหม่นี้ ไม่เพียงเป็นกลไกในการขับเคลื่อนภารกิจร่วมกันเท่านั้น หากยังเป็นเสมือนสะพานแห่งมิตรภาพที่เชื่อมโยงสองประเทศให้มีความเข้าใจ สนับสนุน และเติบโตร่วมกันในมิติของวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป

-(016)

‘ชลประทาน–ท่องเที่ยว” ผนึกกำลัง ดันเขื่อนทั่วไทย สู่แหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ

‘ชลประทาน–ท่องเที่ยว” ผนึกกำลัง ดันเขื่อนทั่วไทย สู่แหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ

‘ชลประทาน–ท่องเที่ยว” ผนึกกำลัง ดันเขื่อนทั่วไทย สู่แหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.43 น.

27 พฤษภาคม 2568 กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่อ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานทั่วประเทศ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมด้วย นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว และคณะผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมประชุมฯ ณ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC)  กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพฯ และผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานทั่วประเทศ

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการภารกิจระหว่าง 2 หน่วยงาน ที่จะช่วยยกระดับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และเป็นจุดหมายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยที่ประชุมได้มีการหารือแผนพัฒนาและปรับปรุงอ่างเก็บน้ำ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่โดยรอบอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬา ด้านการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและภาพรวมของประเทศได้อีกด้วย

-(016)