อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย ‘ตาปลอม3มิติ’ จากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก

อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย ‘ตาปลอม3มิติ’ จากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก

อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย ‘ตาปลอม3มิติ’ จากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.14 น.

อว.เชิดชูนักประดิษฐ์ไทย คิดค้น ‘ตาปลอม 3 มิติ’ ฝีมือจากทีมแพทย์ มธ. คว้ารางวัลระดับโลก-เพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วย

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานอันทรงเกียรติเพื่อมอบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยชาวไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศด้วยการคว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติถึง 11 เวที ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี นายวิเชียร สุขสร้อย เลขานุการรัฐมนตรีฯ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงฯ และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมมอบรางวัล

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมอย่างล้นหลาม คือผลงานนวัตกรรม ‘การสร้างดวงตาปลอมจากเครื่องพิมพ์สามมิติให้ผู้ป่วยได้ภายในหนึ่งวัน’ ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของทีมจากศูนย์ดวงตาประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่นำโดย รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ และ ผศ.ทพญ.จิตพิมล ศิริพันธ์ุ

นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับโลกด้วยการคว้ารางวัลสำคัญมากมาย อาทิ JDIE Best Invention Award จากงาน Japan Design, Idea and Invention Expo ที่ประเทศญี่ปุ่น, รางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) จาก World Invention Intellectual Property Associations และถ้วยรางวัล NRCT Special Award จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ทีมวิจัยระบุว่า นวัตกรรมนี้ได้เริ่มนำมาใช้จริงเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องสูญเสียดวงตาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการพัฒนาต่อยอดไปสู่การช่วยเหลือผู้ป่วยโรคตาอื่นๆได้ในอนาคต ซึ่งตอกย้ำถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ส่งผลดีต่อสังคมอย่างแท้จริง ///-026

ไทยพีบีเอสเปิดตัว 2 สารคดี Soft Power ไทย’Thailand Insight’และ’ศรีเทพฯ’ครั้งแรกทาง VIPA เริ่ม 23 ส.ค.นี้

ไทยพีบีเอสเปิดตัว 2 สารคดี Soft Power ไทย'Thailand Insight'และ'ศรีเทพฯ'ครั้งแรกทาง VIPA เริ่ม 23 ส.ค.นี้

ไทยพีบีเอสเปิดตัว 2 สารคดี Soft Power ไทย’Thailand Insight’และ’ศรีเทพฯ’ครั้งแรกทาง VIPA เริ่ม 23 ส.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.42 น.

ไทยพีบีเอส จับมือกองทุนพัฒนาสื่อฯ สมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย เปิดตัว 2 สารคดี ส่งเสริม Soft Power ของไทย “Thailand Insight” และ “ศรีเทพ อารยธรรมแห่งสุริยะเทพที่ไม่เคยดับ” เริ่มสตรีมครั้งแรกที่ VIPA 23 ส.ค. และออกอากาศทาง Thai PBS ช่องหมายเลข 3 เริ่ม 30 ส.ค.นี้ พร้อมเตรียมส่งออกสู่ตลาดสารคดีระดับโลก        

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2568 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย เปิดตัวสารคดี “Thailand Insight” และ “ศรีเทพ อารยธรรมแห่งสุริยะเทพที่ไม่เคยดับ” สารคดีที่ลงลึกในระดับจิตวิญญาณของคนไทย เพื่อส่งเสริม Soft Power นำเสนอเรื่องราวครอบคลุมศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี อาหาร สมุนไพร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เด็กและเยาวชน ความงดงามที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ของผู้คนจะถูกถ่ายทอดผ่านสารคดีไปสู่เวทีระดับโลก

นายสมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านสร้างสรรค์เนื้อหา ไทยพีบีเอส กล่าวว่า ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับสารคดีคุณภาพทั้งด้านเนื้อหา การถ่ายทอดที่ละเมียดละไม ซึ่งจากผลการสำรวจระดับการจดจำสื่อสาธารณะของคนไทย (Public Perception Survey) ปี 2567 ของศูนย์วิจัยและพัฒนาสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส พบว่า ไทยพีบีเอส เป็นสื่อที่โดดเด่นในด้านสารคดี ที่ประชาชนนึกถึงเป็นอันดับ 1 ทั้งในด้านการส่งเสริมคุณค่าวัฒนธรรมความเป็นไทย ส่งเสริมคุณค่าผู้สูงอายุ และสะท้อนความหลากหลายทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สารคดีทั้งสองเรื่องนี้จึงไม่ได้เพียงเล่าเรื่องราว แต่จะพาผู้ชมสัมผัสถึงความคิด ความตั้งใจ และคุณค่าลึกซึ้งของคนไทย ไทยพีบีเอส ภูมิใจนำเสนอ Thailand Insight และศรีเทพฯ บนแพลตฟอร์ม VIPA เป็นแห่งแรก เพื่อส่งเสริม Soft Power ของไทย ถ่ายทอดความงดงามไปสู่สายตาผู้ชมทั้งชาวไทยและต่างชาติ

สำหรับสารคดีชุด “Thailand Insight” มีจำนวน 8 ตอน ถ่ายทอดเรื่องราวอันงดงามและลึกซึ้งของประเทศไทย ในมุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก หรืออาจมองข้าม โดยจะเผยแพร่ตอนแรกทาง VIPA วันที่ 23 ส.ค. 2568 และออกอากาศต่อทาง Thai PBS ทุกวันเสาร์ เริ่มตอนแรกวันที่ 30 ส.ค.นี้ ส่วนสารคดี ศรีเทพฯ ความยาว 55 นาที จะเผยแพร่ครั้งแรก ทาง VIPA วันที่ 25 ต.ค. 2568 และออกอากาศทาง Thai PBS ในวันที่ 30 ต.ค. 2568

ดร.ธนกร ศรีสุขใส  ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อฯ ถือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ทำงานร่วมกันสร้างสรรค์สื่อมาอย่างยาวนาน  ขณะที่สมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย เป็นแหล่งของนักผลิตสารคดีฝีมือดี ที่กองทุนพัฒนาสื่อฯ อยากสนับสนุนให้เป็นโรงเรียนของนักผลิตสารคดี ซึ่งเรามีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดัน Soft Power ไทย ซึ่งความร่วมมือผลิตสารคดี Thailand Insights และศรีเทพฯ เป็นสารคดีเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เป็นคอนเทนต์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมได้ และมั่นใจในศักยภาพของสมาคมผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย ในการผลิตคอนเทนต์ที่สามารถนำเรื่องราววัฒนธรรมไทยไปสู่เวทีโลก

นางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส กล่าวว่า VIPA โดดเด่นในฐานะแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงที่เน้นทั้งละคร และสารคดีคุณภาพ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ปัจจุบันมีหลากหลายกลุ่มเนื้อหา ซึ่งแบ่งเป็น 7 หมวด มากกว่า 500 รายการ 7,000 วิดีโอ โดยสารคดีไทยและต่างประเทศเป็นเนื้อหาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีสัดส่วนสูงสุดถึง 46.3% ของทั้งหมด แบ่งเป็นสารคดีไทย 62.3% และสารคดีต่างประเทศ 37.8% รองรับผู้ใช้ในระบบมากกว่า 200,000 บัญชี และมียอดเข้าชมรวมทุกรายการ 37.8 ล้านเพจวิว ในปี 2568 ได้วางกลยุทธ์เนื้อหาสอดคล้องกับยุทธศาสตร์องค์การ เน้นสื่อสารประเด็นทางสังคม ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาสิ่งแวดล้อม (Climate Change), สุขภาพจิต (Mental Health), การส่งเสริม Soft Power ไทย VIPA ทำหน้าที่คัดสรรสารคดีที่มีคุณภาพ พร้อมจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นการรับรู้และขยายฐานผู้ชมแพลตฟอร์ม ซึ่งสารคดีทั้ง 2 เรื่อง สอดคล้องกับทิศทางและเป้าหมายของ VIPA และไทยพีบีเอส ในการสร้างคุณค่าส่งเสริม Soft Power ไทยเป็นอย่างดี ทีกทั้ง ยังสามารถรับชมสารคดีแบบ 4K มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษครบครัน นอกจากนั้น ให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่พัฒนาผู้ผลิตหน้าใหม่ ซึ่งจะเปิดตัวโครงการ Pitching Project 2025 ตามหาผู้สร้างสรรค์หน้าใหม่ สามารถติดตามรายละเอียดได้เร็ว ๆ นี้

ด้าน นายชนินทร์ ชมะโชติ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย และหัวหน้าทีมผู้ผลิตสารคดี Thailand Insight และศรีเทพฯ กล่าวถึงแนวคิด และรูปแบบการผลิตสารคดีชุดนี้ว่า การเล่าเรื่องลงลึกในภูมิปัญญา จิตวิญญาณของคนไทย โดยทีมสารคดีแต่ละเรื่องใช้เวลาค้นคว้าและลงพื้นที่อย่างลึกซึ้ง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแบบที่ผู้ชมจะได้ทั้งความรู้และความเข้าใจประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดย Thailand Insight จะพาไปค้นพบความงดงามและภูมิปัญญาไทยที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ดนตรี อาหาร ไปจนถึงพลังของชุมชน โดยมุ่งเน้นให้เห็นว่า “Soft power” ของไทยคือเรื่องราวและความรู้สึกที่สร้างความรักและความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลก ส่วนศรีเทพฯ จะพาย้อนเวลาไปสัมผัสเมืองโบราณศรีเทพ มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนเมื่อ 19 ก.ย. 2566 ถ่ายทอดความสำคัญของศรีเทพในฐานะศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมเชื่อมภาคกลางกับภาคอีสานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงวัฒนธรรมเขมรโบราณ

สำหรับสารคดีจำนวน 9 ตอนนี้ มีกำหนดเผยแพร่ทาง VIPA เริ่มตอนแรก วันที่ 23 ส.ค. 2568 และออกอากาศทาง Thai PBS ทุกวันเสาร์ 9 สัปดาห์ต่อเนื่อง ตอนที่ 1. Lovely Garbage band สารคดีการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของชนเผ่า วันที่ 30 ส.ค. 2. Saving Hornbill Island สารคดีความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และนกเงือก วันที่ 6 ก.ย. 3. Massaman the curry สารคดีเกี่ยวกับแกงมัสมั่นไทย วันที่ 13 ก.ย. 4. Little butterflies สารคดีเกี่ยวกับการส่งเสริมนักเขียนรุ่นเยาว์ วันที่ 20 ก.ย. 5. Farm for life สารคดีเกี่ยวกับสมุนไพรไทย วันที่ 27 ก.ย. 6. On a Thai Note สารคดีความคิด ตัวตนและผลงานของสมเถา สุจริตกุล ศิลปินแห่งชาติ วันที่ 4 ต.ค. 7. Esan power สารคดีเกี่ยวกับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางภูมิปัญญา วันที่ 11 ต.ค. 8. Mekong Paddlers สารคดีเกี่ยวกับประเพณีการแข่งเรือในแม่น้ำโขง วันที่ 18 ต.ค. และ 9. ศรีเทพ อารยธรรมแห่งสุริยะเทพที่ไม่เคยดับ ออกอากาศวันที่ 25 ต.ค. เวลา 10.00-11.00 น.

งานเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนพลังของการเล่าเรื่องในแบบสารคดี แต่ยังเป็นการประกาศให้โลกเห็นถึงความหลากหลายและคุณค่าของวัฒนธรรมไทย ที่รอให้ค้นพบผ่านสายตาและหัวใจของผู้ชมทุกคน ทั้งนี้สามารถติดตาม  “VIPA” ทุกความสุข ดูฟรี ไม่มีโฆษณา ทางแอปพลิเคชัน VIPA ดาวน์โหลดได้ ทั้งในระบบ Android, iOS และและ Android TV หรือรับชมผ่าน http://www.VIPA.me

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Website : http://www.thaipbs.or.th  

▪ Application : Thai PBS

▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

เกียรติแห่งความกตัญญู! ‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’รับโล่เชิดชูเกียรติวันแม่แห่งชาติ 2568

เกียรติแห่งความกตัญญู! 'อธิบดีกรมฝนหลวงฯ'รับโล่เชิดชูเกียรติวันแม่แห่งชาติ 2568

เกียรติแห่งความกตัญญู! ‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’รับโล่เชิดชูเกียรติวันแม่แห่งชาติ 2568

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.46 น.

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความกตัญญูต่อแม่ผู้เป็นผู้ให้กำเนิดและหล่อหลอมลูกให้เติบโตเป็นคนดีของสังคม

ในปีนี้ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่” อันเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติที่สะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และการดูแลเอาใจใส่ผู้เป็นแม่ด้วยหัวใจอันซื่อสัตย์และมุ่งมั่นตลอดมา

การได้รับโล่เกียรติคุณจากพระหัตถ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต หากยังเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณค่าของความกตัญญู ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นคนดีในทุกยุคทุกสมัย นายราเชนกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า จะตั้งมั่นดำรงตนด้วยความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณตลอดไป และมุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมและประเทศชาติให้สมกับรางวัลอันทรงเกียรตินี้

– 006

ชายไทยในสหรัฐฯ ถูกแชตบอต AI “เมตา” ลวงนัดพบ ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

ชายไทยในสหรัฐฯ ถูกแชตบอต AI "เมตา" ลวงนัดพบ ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

15 ส.ค. 2568 14:31 น.

ชายไทยในสหรัฐฯ ถูกแชตบอต AI “เมตา” ลวงนัดพบ ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “Thongbue Wongbandue” ชายไทยสัญชาติอเมริกันวัย 76 ปี ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หลังจากถูกนัดเจอโดยแชตบอต AI ของเมตา บนเฟซบุ๊ก ที่เขาเชื่อว่าเป็นหญิงสาวจริง

รายงานระบุว่า ในช่วงเช้าวันหนึ่งในเดือนมีนาคม นาย Thongbue Wongbandue ซึ่งมีอาการป่วยทางสมองจากการเป็นอัมพาตและเพิ่งจะหลงทางในละแวกบ้านที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ กำลังเก็บกระเป๋าเพื่อจะไปเยี่ยมเพื่อนที่นครนิวยอร์ก ด้านภรรยาของเขา นางลินดา รู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก เนื่องจากสามีไม่ได้อาศัยอยู่ในนิวยอร์กมานานหลายสิบปีและไม่มีเพื่อนอยู่ที่นั่นอีกแล้ว และเมื่อเธอพยายามสอบถามว่าเขากำลังจะไปหาใคร นาย Thongbue ก็พยายามบ่ายเบี่ยง ทำให้ภรรยาของเขาคิดว่าเขาอาจกำลังถูกหลอกลวงให้เข้าไปในเมืองเพื่อปล้นชิงทรัพย์สิน

ความกังวลของนางลินดากลายเป็นจริง แต่นาย Thongbue ไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของโจร เขาถูกล่อลวงให้ไปพบนัดกับหญิงสาวสวยคนหนึ่งที่เขาคิดว่าได้รู้จักกันทางออนไลน์ แต่ในความเป็นจริง หญิงสาวคนนี้ไม่มีตัวตนอยู่จริง เธอคือ “บิ๊กซิส บิลลี่” (Big sis Billie) ซึ่งเป็นแชตบอต AI ที่สร้างโดยบริษัทเมตา แพลตฟอร์ม ร่วมกับ เคนดัลล์ เจนเนอร์ นางแบบชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลทางโซเชียลมีเดีย

นาย Thongbue และแชตบอต AI ได้มีการสนทนาแนวโรแมนติกผ่านทางเฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์ โดยแชทบอทได้ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าตนเองมีตัวตนจริงและได้ชักชวนให้เขามาที่อพาร์ตเมนต์ พร้อมระบุที่อยู่ให้ด้วย ในบทสนทนาหนึ่ง บิ๊กซิส บิลลี่ ยังถามนาย Thongbue ด้วยว่า “อยากให้ฉันกอดหรือจูบดีนะ”

ด้วยความรีบเร่งที่จะไปให้ทันรถไฟเพื่อพบเธอ นายทองบือได้ล้มลงใกล้ลานจอดรถของมหาวิทยาลัยรัทเจอร์ส ในนิวเจอร์ซีย์ จนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและคออย่างรุนแรง หลังจากการรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจเป็นเวลาสามวัน เขาก็เสียชีวิตลงในวันที่ 28 มีนาคม

ครอบครัวของนาย Thongbue ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวนี้เป็นครั้งแรก พร้อมทั้งแสดงหลักฐานการสนทนาระหว่างเขากับแชตบอตของเมตา เพื่อเตือนให้สาธารณชนตระหนักถึงอันตรายของการที่คนที่ความเปราะบางอาจตกเป็นเหยื่อของ AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะนี้

จูลี่ ลูกสาวของนาย Thongbue กล่าวว่า “ฉันเข้าใจว่าการสร้างสิ่งดึงดูดความสนใจผู้ใช้มีไว้เพื่อการตลาด แต่การที่แชตบอตบอกว่า ‘มาหาฉันสิ’ นั้นเป็นเรื่องที่บ้ามาก” กรณีของนาย Thongbue ชี้ให้เห็นถึงด้านมืดของการปฏิวัติเทคโนโลยี AI ที่กำลังแพร่หลายในโลกธุรกิจและเทคโนโลยี

บริษัทเมตา ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนาย Thongbue หรือตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุผลที่อนุญาตให้แชตบอตอ้างว่าตนเองเป็นคนจริงหรือเริ่มต้นการสนทนาเชิงโรแมนติก ขณะที่ตัวแทนของเคนดัลล์ เจนเนอร์ ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมตาชี้แจงว่า “บิ๊กซิส บิลลี่ ไม่ใช่เคนดัลล์ เจนเนอร์ และไม่ได้อ้างว่าเป็นเคนดัลล์ เจนเนอร์”

เรื่องนี้สะท้อนถึงประเด็นที่คล้ายกันกับกรณีที่มีการฟ้องร้องบริษัท Character.AI โดยแม่ของเด็กชายวัย 14 ปีในรัฐฟลอริดา ซึ่งอ้างว่าแชตบอตที่เลียนแบบตัวละครจาก “Game of Thrones” เป็นสาเหตุให้ลูกชายของเธอฆ่าตัวตาย ตัวแทนของ Character.AI ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการฟ้องร้อง แต่ระบุว่าบริษัทได้แจ้งให้ผู้ใช้ทราบอย่างชัดเจนว่าตัวตนดิจิทัลไม่ใช่คนจริง และได้กำหนดมาตรการป้องกันการโต้ตอบกับเด็กไว้แล้ว

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเมตา เคยกล่าวไว้ว่า ผู้คนส่วนใหญ่มีเพื่อนในชีวิตจริงน้อย ซึ่งคนเหล่านี้ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่สำหรับเพื่อนดิจิทัลของเมตา เขาเชื่อว่าแม้แชตบอตจะไม่สามารถมาแทนที่ความสัมพันธ์ของมนุษย์ได้ แต่ก็จะเข้ามาเติมเต็มชีวิตทางสังคมของผู้ใช้เมื่อเทคโนโลยีดีขึ้นและ “ความรู้สึกอับอาย” ในการผูกพันกับเพื่อนดิจิทัลลดลง

หลังจากเหตุการณ์นี้ ครอบครัวของนาย Thongbue ได้ตรวจสอบโทรศัพท์ของเขา และพบข้อความจาก “บิ๊กซิส บิลลี่” ซึ่งเป็นแชตบอต AI โดยในบทสนทนานี้ แม้จะมีข้อความเตือนว่าข้อความเหล่านี้สร้างโดย AI แต่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกเลื่อนออกไปจากหน้าจอได้ง่าย และตลอดการสนทนา บิ๊กซิส บิลลี่ มีเครื่องหมายยืนยันตัวตนสีฟ้า (Blue Check Mark) ซึ่ง Meta ระบุว่าใช้เพื่อยืนยันว่าโปรไฟล์เป็นของจริง ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดได้ง่าย

นางลินดาและลูกสาวของนาย Thongbue ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาไม่ได้ต่อต้านปัญญาประดิษฐ์ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่เมตานำมาใช้ จูลี่กล่าวทิ้งท้ายว่า “ทำไมมันถึงต้องโกหก? ถ้ามันไม่ตอบว่า ‘ฉันเป็นคนจริง’ บางทีพ่อก็อาจจะเลิกเชื่อไปแล้วว่ามีคนกำลังรอเขาอยู่ที่นิวยอร์กจริงๆ”


ที่มา REUTERS

นักการเมืองเคารพศาลเจ้ายาสุคุนิ รำลึก 80 ปี ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

นักการเมืองเคารพศาลเจ้ายาสุคุนิ รำลึก 80 ปี ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

15 ส.ค. 2568 13:08 น.

นักการเมืองเคารพศาลเจ้ายาสุคุนิ รำลึก 80 ปี ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

ญี่ปุ่นรำลึกครบรอบ 80 ปีความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2  โดยมีรัฐมนตรีอย่างน้อยหนึ่งคน และประชาชนจำนวนมาก เดินทางไปยังศาลเจ้ายาสุคุนิ ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านของญี่ปุ่นมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการรุกรานในช่วงสงคราม

ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรญี่ปุ่น และผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว ได้เดินทางมาถึงศาลเจ้ายาสุกุนิในกรุงโตเกียวเมื่อเช้าตรู่ของวันนี้ (15 ส.ค.)

ในบรรดาผู้เสียชีวิตจากสงคราม 2.5 ล้านคนที่ได้รับการรำลึกที่ศาลเจ้าแห่งนี้ มีผู้นำในช่วงสงคราม 14 คน ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในอาชญากรรมสงครามที่ร้ายแรงที่สุด พร้อมด้วยผู้นำอีกกว่า 1,000 คน ที่ถูกศาลฝ่ายสัมพันธมิตรตัดสินว่ามีความผิดหลังจากญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามในปี 1945

จีนและเกาหลีใต้วิพากษ์วิจารณ์การเยือนศาลเจ้ายาสุคุนิของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของญี่ปุ่นในอดีต ซึ่งพวกเขากล่าวว่าเป็นการมองข้ามการกระทำที่โหดร้ายในช่วงสงครามของญี่ปุ่นและทำลายความสัมพันธ์ทางการทูต

โคอิซูมิกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สิ่งสำคัญคือต้องไม่ลืมแสดงความเคารพต่อผู้ที่สละชีพเพื่อประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาติใดก็ตาม ผมเชื่อว่านี่เป็นหลักการที่สำคัญมาก” 

ด้านนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ เข้าร่วมพิธีรำลึกความพ่ายแพ้สงครามในกรุงโตเกียว พร้อมกับสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ  โดยนายโยชิมาสะ ฮายาชิ โฆษกรัฐบาลกล่าวในการแถลงข่าวว่า “วันที่ 15 สิงหาคม เป็นวันไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตในสงครามและรำลึกถึงสันติภาพ รัฐบาลจะยังคงแสดงความกตัญญูต่อผู้เสียชีวิตในสงครามและครอบครัวของพวกเขาต่อไป”

ทั้งนี้ ไม่มีนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใดที่เดินทางไปยังศาลเจ้ายาสุกุนิ ขณะยังคงดำรงตำแหน่ง นับตั้งแต่นายชินโซ อาเบะ ในเดือนธันวาคม 2013 ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวังจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ ในขณะนั้น  โดยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนสุดท้ายที่เดินทางเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิ เนื่องในวันครบรอบการยอมแพ้สงครามของญี่ปุ่นคือ จุนอิจิโร โคอิซูมิ บิดาของโคอิซูมิ ในปี 2006

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซานาเอะ ทาคาอิจิ และ ทาคายูกิ โคบายาชิ ก็เดินทางไปที่ศาลเจ้าแห่งนี้เช่นกัน ทั้งคู่ลงสมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแอลดีพีเมื่อปีที่แล้ว

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น นายอิชิบะยังได้ส่งเครื่องบูชาไปยังศาลเจ้าในวันนี้ โดยเครื่องบูชาที่เขาส่งไปในเดือนตุลาคมก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งเกาหลีใต้ ซึ่งตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นมายาวนาน 35 ปี และจีน ซึ่งดินแดนของทั้งสองประเทศถูกกองทัพญี่ปุ่นยึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

วันครบรอบครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการประชุมกับประธานาธิบดีอี แจ มยอง ของเกาหลีใต้ ซึ่งจะเดินทางเยือนญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคและความสัมพันธ์ไตรภาคีกับสหรัฐอเมริกา

สื่อญี่ปุ่นยังรายงานว่า สมาชิกรัฐสภาทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นจากพรรคซันเซโตะ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวาจัดของญี่ปุ่นจำนวน 88 คน ได้เดินทางไปยังศาลเจ้ายาสุกุนิ โดยพรรคชูนโยบายต่อต้านการอพยพ ซึ่งพรรคระบุว่าเป็นภัยคุกคามต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่น.

ที่มา Reuters

ฮ่องกงเลื่อนการพิจารณาคดี จิมมี ไหล เจ้าพ่อสื่อฝ่ายประชาธิปไตย จากปัญหาโรคหัวใจ

ฮ่องกงเลื่อนการพิจารณาคดี จิมมี ไหล เจ้าพ่อสื่อฝ่ายประชาธิปไตย จากปัญหาโรคหัวใจ

15 ส.ค. 2568 12:13 น.

ฮ่องกงเลื่อนการพิจารณาคดี จิมมี ไหล เจ้าพ่อสื่อฝ่ายประชาธิปไตย จากปัญหาโรคหัวใจ

ผู้พิพากษาฮ่องกงได้เลื่อนการพิจารณาคดีความมั่นคงแห่งชาติของนายจิมมี ไหล เจ้าพ่อสื่อผู้สนับสนุนประชาธิปไตย หลังจากที่ทนายความของเขาระบุว่านายไหลมีอาการใจสั่น ซึ่งถือเป็นการเลื่อนการพิจารณาคดีครั้งที่สองในสัปดาห์นี้

คำแถลงปิดคดีจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในวันที่ 18 ส.ค. หลังจากที่ศาลเลื่อนการพิจารณาคดีเพื่อให้นายไหล วัย 77 ปี ได้รับยาและเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

นายไหล ผู้สนับสนุนประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์แอปเปิลเดลี ซึ่งถูกบังคับให้ปิดตัวลงหลังจากถูกตำรวจบุกค้นและอายัดทรัพย์สินในเดือนมิถุนายน 2021 ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาสองกระทงในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ และข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการเผยแพร่เนื้อหาปลุกปั่น

โรเบิร์ต ปัง ทนายความของเขากล่าวต่อศาลว่า ไหล มีอาการบางอย่างที่ทำให้เขา “หมดสติ” โดยเสริมว่าเขายอมรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มาเยี่ยมแล้ว แต่การเตรียมการยังคงดำเนินต่อไป

เอสเธอร์ โทห์ หนึ่งในผู้พิพากษากล่าวว่า “เขาไม่ได้รับยาตามที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำหรือเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ดังนั้นฉันจึงรู้สึกกังวลเล็กน้อย”  โดยนายไหล ซึ่งเป็นพลเมืองอังกฤษ ถูกคุมขังเดี่ยวมานานกว่า 1,700 วัน โดยก่อนหน้านี้นายเซบาสเตียน ไหล ลูกชายของเขาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพที่ทรุดลงของเขา

อัยการแอนโทนี เชา กล่าวต่อศาลว่า ทีมแพทย์ประจำศาลกำลังเตรียมพร้อมอยู่ และจะมีการจัดเตรียมยาและเครื่องตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจให้ก่อนการพิจารณาคดีใหม่ในวันจันทร์

รัฐบาลชาติตะวันตก รวมถึงสหรัฐอเมริกา ได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายไหลโดยทันที โดยระบุว่าการพิจารณาคดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองภายใต้การปราบปรามด้านความมั่นคงแห่งชาติที่ดำเนินมายาวนานหลายปี ทางการฮ่องกงและจีนกล่าวว่าไหลกำลังได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และประณามรัฐบาลต่างประเทศที่เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า เขาจะ “ทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตเขา”

มีนักการทูตจากอย่างน้อย 7 ประเทศเข้าร่วมการพิจารณาคดี โดยคาดว่าจะใช้เวลา 8 วันในการยื่นคำร้องปิดคดี คาดว่าผู้พิพากษาทั้งสามคนจะปรึกษาหารือกันเป็นเวลาหลายเดือนก่อนที่จะมีคำตัดสิน ซึ่งนานกว่า 5 ปีหลังจากที่นายไหลถูกจับกุมครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2020

นายไหลเดินทางมาถึงศาลวันนี้ โดยสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันลมสีขาว เขายิ้มและโบกมือให้ครอบครัวและผู้สนับสนุน ซึ่งบางคนต่อแถวนานหลายชั่วโมงเพื่อรอเข้าฟังการพิจารณาคดี

การพิจารณาคดีความมั่นคงแห่งชาติของเขาเริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคม 2023  นายไหลกล่าวต่อศาลว่าเขากำลังปกป้องเสรีภาพในการพูดและปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาล็อบบี้สหรัฐฯ ให้คว่ำบาตรฮ่องกงและจีน.

ที่มา Reuters

3 ผู้โดยสารรอดตาย โดรนตกใส่รถยนต์ในรัสเซีย

3 ผู้โดยสารรอดตาย โดรนตกใส่รถยนต์ในรัสเซีย

15 ส.ค. 2568 11:12 น.

3 ผู้โดยสารรอดตาย โดรนตกใส่รถยนต์ในรัสเซีย

พลเรือน 3 คนรอดชีวิตหวุดหวิด หลังจากโดรนของยูเครนตกใส่รถยนต์คันหนึ่งในเมืองเบลโกรอด เมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคที่มีชื่อเดียวกัน ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนยูเครน

วยาเชสลาฟ กลัดคอฟ ผู้ว่าการภูมิภาคเบลโกรอด กล่าวว่า โดรนดังกล่าวพุ่งชนรถยนต์ที่มีพลเรือน 3 คน ทำให้เกิดเพลิงไหม้ ก่อนที่ทั้ง 3 จะได้รับการช่วยเหลือจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ และหน่วยกู้ภัยจะดับไฟได้สำเร็จ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เผยแพร่ทางช่องเทเลแกรม อย่างเป็นทางการของนายกลัดคอฟ เผยให้เห็นวินาทีที่โดรนตกใส่รถยนต์ใจกลางเมืองเบลโกรอด

นายกลัดคอฟกล่าวว่า “สถานการณ์อยู่ในภาวะยากลำบากอย่างยิ่ง” และแจ้งให้ประชาชนทราบว่าจากการโจมตีเบลโกรอด ซึ่งเป็นภูมิภาคของรัสเซียที่อยู่ติดชายแดนยูเครนเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้สถานที่สาธารณะและกิจกรรมต่างๆ ในเมืองทั้งหมดจะถูกยกเลิกจนถึงสิ้นสัปดาห์นี้

ส่วนในการโจมตีอีกกรณีหนึ่งในพื้นที่อื่นของเมือง นายกลัดคอฟกล่าวว่าอาคารรัฐบาลแห่งหนึ่งถูกโดรนโจมตีในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งนั้น

โดยรวมแล้ว กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่าโดรนของยูเครน 44 ลำถูกทำลายเหนือพื้นที่ของรัสเซียและดินแดนไครเมียเมื่อคืนนี้.

ที่มา AP

จีนหนุน ไทย-กัมพูชา สร้างความปรองดอง พร้อมยื่นมือช่วยหากทั้งสองฝ่ายต้องการ

จีนหนุน ไทย-กัมพูชา สร้างความปรองดอง พร้อมยื่นมือช่วยหากทั้งสองฝ่ายต้องการ

15 ส.ค. 2568 10:29 น.

จีนหนุน ไทย-กัมพูชา สร้างความปรองดอง พร้อมยื่นมือช่วยหากทั้งสองฝ่ายต้องการ

“หวัง อี้” รมว.ต่างประเทศจีน ประกาศสนับสนุนไทยและกัมพูชาในการคลี่คลายข้อพิพาทตามแนวชายแดน หวังฟื้นความไว้เนื้อเชื่อใจ-มิตรภาพ พร้อมช่วยเหลือตามความประสงค์ของทั้งสองประเทศ

วันที่ 14 สิงหาคม 2568  นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงว่าจีนให้การสนับสนุนประเทศไทยและกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทบริเวณชายแดนอย่างสันติ พร้อมยืนยันพร้อมให้ความช่วยเหลือตามที่ทั้งสองฝ่ายต้องการ

โดยนายหวัง อี้ กล่าวในโอกาสพบปะรัฐมนตรีต่างประเทศไทยและกัมพูชา ที่มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง (Lancang-Mekong Cooperation Foreign Ministers’ Meeting) ที่มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ระบุว่า จีนสนับสนุนให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มการเจรจา สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและฟื้นฟูมิตรภาพระหว่างกัน   

ทั้งนี้ ไทยและกัมพูชาเผชิญความตึงเครียดบริเวณชายแดนยาวนานหลายทศวรรษ และกลับมาร้อนแรงอีกครั้งหลังเหตุปะทะเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา.

ที่มา CNA

จับตา! ลี แจมยอง ประกาศจับมือเกาหลีเหนือ สร้างความเชื่อใจทางทหาร

จับตา! ลี แจมยอง ประกาศจับมือเกาหลีเหนือ สร้างความเชื่อใจทางทหาร

15 ส.ค. 2568 10:23 น.

จับตา! ลี แจมยอง ประกาศจับมือเกาหลีเหนือ สร้างความเชื่อใจทางทหาร

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศเดินหน้าเจรจาเกาหลีเหนือโดยไม่มีเงื่อนไข หวังลดความตึงเครียดและฟื้นความไว้วางใจ แม้เปียงยางเพิ่งยืนยันไม่สนใจฟื้นความสัมพันธ์

ประธานาธิบดี ลี แจมยอง ของเกาหลีใต้ กล่าวในงานครบรอบวันปลดปล่อยจากการปกครองของญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปีว่า จะเคารพระบบการเมืองของเกาหลีเหนือและสร้าง ความไว้วางใจทางทหาร พร้อมย้ำเดินหน้านโยบายเข้าหาเปียงยางด้วยการเปิดเจรจา โดยไม่มีเงื่อนไขล่วงหน้า

คำประกาศนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังเกาหลีเหนือเพิ่งยืนยันท่าทีว่าไม่สนใจ ที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้

ลี แจมยอง ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีท่าทีตรงข้ามกับอดีตผู้นำที่ยึดจุดยืนแข็งกร้าว โดยเขาระบุว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความตึงเครียดอย่างเป็นรูปธรรมและฟื้นฟูความไว้วางใจกับเกาหลีเหนือ

การประกาศดังกล่าวถูกจับตาว่าอาจเป็นก้าวแรกสู่การลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี แม้ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติยังเต็มไปด้วยอุปสรรคทางการเมืองและความมั่นคงก็ตาม.

ที่มา :channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีใต้

“มิน อ่อง หล่าย” ลั่น เลือกตั้งเมียนมา ธ.ค.นี้ จัดแน่นอน แม้ไฟสงครามกลางเมืองยังคุกรุ่น

“มิน อ่อง หล่าย” ลั่น เลือกตั้งเมียนมา ธ.ค.นี้ จัดแน่นอน แม้ไฟสงครามกลางเมืองยังคุกรุ่น

15 ส.ค. 2568 09:30 น.

“มิน อ่อง หล่าย” ลั่น เลือกตั้งเมียนมา ธ.ค.นี้ จัดแน่นอน แม้ไฟสงครามกลางเมืองยังคุกรุ่น

“มิน อ่อง หล่าย” ลั่น เลือกตั้งพม่าปลายปีนี้ “ไม่มีเลื่อน” จัดแน่นอน แม้ไฟสงครามกลางเมืองยังคุกรุ่น พร้อมออกกม.คุ้มครองเลือกตั้ง โทษสูงสุดประหารชีวิต ด้านตะวันตกชี้เป็นเพียงเกมสืบอำนาจ 

วันที่ 14 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวอิรวดี รายงานว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า ประกาศย้ำในที่ประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐว่า การเลือกตั้งทั่วไปของประเทศจะมีขึ้นในเดือนธันวาคมนี้แน่นอน ไม่ว่ากรณีใดๆ เพื่อเปิดทางสู่การจัดตั้งรัฐสภา เลือกประธานาธิบดี และตั้งรัฐบาลชุดใหม่

แม้รัฐบาลทหารอ้างว่าการเลือกตั้งเป็นขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญสู่ประชาธิปไตย แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่าจริงๆ แล้ว เป็นเพียงแผนตอกย้ำอำนาจของกองทัพ ผ่านพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (Union Solidarity and Development Party-USDP) ซึ่งได้เปรียบจากกติกาเลือกตั้งใหม่ ตัดสิทธิพรรคฝ่ายค้านหลัก และยังมีเก้าอี้ทหารในสภาถึง 25%

ขณะเดียวกัน มิน อ่อง หล่าย ยังสั่งการให้พิจารณาคดีฆาตกรรมช่วงเลือกตั้งแบบรวดเร็ว โดยกฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้งที่เพิ่งประกาศเมื่อ 29 กรกฎาคม กำหนดโทษผู้ขัดขวางการเลือกตั้งตั้งแต่จำคุก 3 ปี จนถึงประหารชีวิต

ขณะที่กองกำลังต้านรัฐหลายกลุ่ม อาทิ กองทัพอาระกัน (AA) สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และกองทัพปลดปล่อยชนเผ่าตะอ้อง ต่างประกาศไม่ยอมให้จัดเลือกตั้งในพื้นที่ของตัวเอง และพร้อมใช้ทุกวิถีทางขัดขวาง

ด้านประชาคมโลก สหรัฐฯ และชาติยุโรป รวมถึงรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ประณามการเลือกตั้งว่าเป็น ฉากบังหน้า เพื่อสืบอำนาจ ขณะที่มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนเรียกร้องให้หยุดความรุนแรงก่อนจัดเลือกตั้ง แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน อินเดีย รวมถึงรัสเซียและเบลารุส กลับส่งสัญญาณสนับสนุน.

ที่มา Irrawaddy