‘เลขาธิการ มกอช.’ชื่นชม อย.ตรึงมาตรฐานห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงเข้มงวด

'เลขาธิการ มกอช.'ชื่นชม อย.ตรึงมาตรฐานห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงเข้มงวด

‘เลขาธิการ มกอช.’ชื่นชม อย.ตรึงมาตรฐานห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงเข้มงวด

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.46 น.

“เลขาธิการ มกอช.“ชื่นชม อย.ตรึงมาตรฐานห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงเข้มงวด ปกป้องสุขภาพคนไทย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภค จนไม่เคยเกิดการสูญเสียมากว่า 20 ปี

นายสัตวแพทย์ ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)กล่าวว่า ภายหลังจากที่ มกอช.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมไปถึง กรมอนามัย และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เพื่อบูรณาการการดำเนินงานมุ่งสู่ความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการนั้น มกอช.ต้องขอแสดงความชื่นชมต่อการทำหน้าที่เชิงรุกของ อย.ที่ตรึงมาตรฐานและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง
อย่างเคร่งครัดในอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ซึ่งประเทศไทยได้ประกาศห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง หรือสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสท์ ในการเลี้ยงสัตว์มานานกว่า 20 ปีแล้ว

นายสัตวแพทย์ ชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้เดินหน้าสั่งห้ามเกษตรกรใช้สารเร่งเนื้อแดงโดยเด็ดขาด และทาง อย.ได้กำหนดให้อาหารทุกชนิดมีมาตรฐาน ต้องไม่พบการปนเปื้อนของสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ และเกลือของสารกลุ่มนี้ โดยมีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากล ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานได้จับมือร่วมกันดำเนินมาตรการตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ต้นทางการผลิตจนถึงปลายทางการจำหน่าย เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารและสุขภาพของผู้บริโภค

เลขาธิการ มกอช.ยังกล่าวเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชน ร่วมมือกันรักษามาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารไทยให้มีคุณภาพ ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งการคุมเข้มเรื่องสารเร่งเนื้อแดงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่จะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลกด้วย

“ผมขอขื่นชมและขอบคุณ อย.ที่ได้ดำเนินการตรวจสอบการใช้สารเร่งเนื้อแดงอย่างเข้มแข็งมาต่อเนื่อง จนสามารถปกป้องสุขภาพของคนไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้บริโภคทั้งประเทศ ทำให้ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพหรือเสียชีวิตจากการบริโภคสารเร่งเนื้อแดงดังกล่าวเลย รวมถึงยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศ และคู่ค้าต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน” นายสัตวแพทย์ ชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

เกษตรกรภูเรือวิกฤต! ‘แก้วมังกรราคาดิ่ง’ ท้อแท้!นำไปทิ้ง-กลับไปปลูกยางพารา

เกษตรกรภูเรือวิกฤต! ‘แก้วมังกรราคาดิ่ง’ ท้อแท้!นำไปทิ้ง-กลับไปปลูกยางพารา

เกษตรกรภูเรือวิกฤต! ‘แก้วมังกรราคาดิ่ง’ ท้อแท้!นำไปทิ้ง-กลับไปปลูกยางพารา

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.32 น.

เกษตรกร อ.ภูเรือ จ.เลย วิกฤตหนัก! ‘แก้วมังกรราคาดิ่ง’ ท้อแท้!นำไปทิ้ง-กลับไปปลูกยางพารา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกรในอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย กำลังประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำอย่างหนัก โดยราคาขายจากสวนไม่ถึงกิโลกรัมละ 3 บาท ทำให้หลายรายตัดสินใจไม่เก็บเกี่ยวเพราะขาดทุนตั้งแต่วางแผน

นายสมศักดิ์ เกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกร เปิดเผยว่า สถานการณ์ตอนนี้ย่ำแย่มาก ราคานี้ยังไม่คุ้มกับค่าปุ๋ยด้วยซ้ำ หากพ่อค้าไม่มารับซื้อ ผลผลิตก็จะเน่าเสียภายในไม่กี่วัน ทำให้ต้องเร่งหาทางระบายผลผลิตอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะได้ราคาที่ดีกว่ามาก คือประมาณ 30-35 บาทต่อกิโลกรัม แต่ต้องเป็นลูกที่สวยและคัดมาอย่างดี

อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ ยอมรับว่า แม้จะพยายามขายออนไลน์ แต่ผลผลิตที่ออกมาจำนวนมากก็ไม่สามารถระบายได้ทัน ทำให้เกษตรกรบางส่วนต้องนำแก้วมังกรไปทิ้งหรือทำปุ๋ยหมัก ทั้งที่อยากขายเพื่อนำเงินมาใช้มากกว่า ซึ่งสถานการณ์ราคาที่ไม่แน่นอนนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมา 1-2 ปีแล้ว ทำให้เกษตรกรบางส่วนถึงขั้นตัดสินใจไถพื้นที่ปลูกแก้วมังกรทิ้งและหันกลับไปปลูกยางพาราแทน

ปัจจุบัน อำเภอภูเรือมีพื้นที่ปลูกแก้วมังกรกว่า 7,500 ไร่ ผลผลิตต่อปีประมาณ 33,750 ตัน หรือคิดเป็นจำนวนเกษตรกรประมาณ 1,310 ครัวเรือน ซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตราคาผลผลิตในขณะนี้ ///-026

เกษตรกรสทิงพระ-โชว์เคล็ดลับ ‘ปลูกแตงกวา’ ไร้สารเคมี-สร้างรายได้หลักหมื่น

เกษตรกรสทิงพระ-โชว์เคล็ดลับ ‘ปลูกแตงกวา’ ไร้สารเคมี-สร้างรายได้หลักหมื่น

เกษตรกรสทิงพระ-โชว์เคล็ดลับ ‘ปลูกแตงกวา’ ไร้สารเคมี-สร้างรายได้หลักหมื่น

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.10 น.

เกษตรกรสทิงพระ-โชว์เคล็ดลับปลูก ‘แตงกวาจังโก้’ ไร้สารเคมี-ใช้ปุ๋ยชีวภาพ สร้างรายได้หลักหมื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบัณฑิต สมาชิกสหกรณ์การเกษตรสทิงพระ จำกัด อ.สทิงพระ จ.สงขลา ประสบความสำเร็จในการปลูกแตงกวาพันธุ์ จังโก้ โดยใช้พื้นที่ 2 งาน ปลูกแตงกวา 850 ต้น ใช้วิธีการดูแลแบบปลอดสารพิษตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยการใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพและให้น้ำจากคลองส่งน้ำผ่านระบบสายยาง

นายบัณฑิต เปิดเผยว่า ใช้เวลาปลูกเพียง 35 วัน ต้นแตงกวาก็เติบโตได้ดี ไม่มีศัตรูพืชมารบกวน และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกได้ถึง 50 กิโลกรัม โดยมีแม่ค้ามารับซื้อในราคา กิโลกรัมละ 15 บาท และจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุกวันต่อเนื่องนานถึง 1 เดือน

สำหรับการลงทุนในครั้งนี้ นายบัณฑิตใช้เงินเพียง 2,000 บาท ซึ่งเป็นค่าปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากอุปกรณ์สำคัญอย่างไม้ค้าง ตาข่าย และเชือกนั้นสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำจากการปลูกครั้งที่ผ่านมาได้ ทำให้ลดต้นทุนไปได้กว่าครึ่ง คาดว่าผลผลิตในรอบนี้จะทำรายได้รวมได้ประมาณ 20,000-25,000 บาท เลยทีเดียว ///-026

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เฝ้ารับเสด็จฯ

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เฝ้ารับเสด็จฯ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เฝ้ารับเสด็จฯ

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.21 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ มาทรงเปิดงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 17 ภายใต้แนวคิด “พฤกษาเฉลิมราชย์ 93 พรรษา สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธาน เทิดไท้พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม 2568 เวลา 17.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ มาทรงเปิดงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 17 ภายใต้แนวคิด “พฤกษาเฉลิมราชย์ 93 พรรษา สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธาน เทิดไท้พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และทรงไถ่ชีวิตโค – กระบือ แทนพระองค์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา (12 สิงหาคม 2568) โดยทรงพระราชทานโค กระบือแก่เกษตรกร เพื่อนำไปเลี้ยงเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์และนำลูกที่ได้ไปส่งเสริมอาชีพต่อไป ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และคณะผู้บริหารกรมปศุสัตว์ เฝ้ารับเสด็จฯ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมหน่วยงานในสังกัดทั้ง 17 หน่วยงาน ได้ร่วมจัดนิทรรศการ นำเสนอผลการดำเนินงานโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวันที่ 8 – 13 สิงหาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “พฤกษาเฉลิมราชย์ 93 พรรษา สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธาน เทิดไท้พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการที่มีชีวิต สำหรับการจัดนิทรรศการดังกล่าวจะนำเสนอการพัฒนาที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง

โดยในส่วนของกรมปศุสัตว์ได้นำ “ห่านหัวสิงโต” มาจัดแสดงให้ชม พร้อมกับนำเสนอผลงานการศึกษาแปรรูปเนื้อห่านหัวสิงโตเป็นอาหาร เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในโครงการพระราชดำริต่อไป
 

‘ มาริษา เจียรวนนท์ ‘ เข้ารับพระราชทานรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ 2568

' มาริษา เจียรวนนท์ ' เข้ารับพระราชทานรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ 2568

‘ มาริษา เจียรวนนท์ ‘ เข้ารับพระราชทานรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ 2568

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.58 น.

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการเปิดงาน “วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568” ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ในโอกาสนี้  มาริษา เจียรวนนท์ ที่ปรึกษาพิเศษ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เข้ารับพระราชทานรางวัล “แม่ดีเด่นแห่งชาติ” สาขาผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม โดยมี สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์  และครอบครัว รวมถึงตัวแทนเยาวชนจากโครงการ “สานฝันปั้นเชฟ” (Chef Cares Dream Academy) ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น

มาริษา เจียรวนนท์ เปิดเผยว่า รางวัลนี้เป็นกำลังใจให้ตนมุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งดีเพื่อสังคมต่อไป พร้อมยกย่องคุณแม่ทุกท่านที่ไม่เพียงดูแลครอบครัว แต่ยังอุทิศเวลาเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พร้อมยืนยันว่า “การเป็นแม่และทำงานเพื่อสังคมควบคู่กัน แม้ไม่ง่าย แต่เป็นหน้าที่ที่ควรทำ”

สุภกิต เจียรวนนท์ ร่วมยินดีกับภรรยา มาริษา เจียรวนนท์ 

บทบาทของความเป็นแม่ไม่สิ้นสุด ทุกวันนี้ยังเรียนรู้ที่จะเป็นแม่ที่ดีขึ้นในทุกๆวัน จากการเรียนรู้นี้ได้นำไปพัฒนาตัวเอง ผ่านการทำงาน รวมถึงการทำงานเพื่อสังคม อย่างเช่น โครงการ สานฝันปั้นเชฟ เป็นโครงการที่ให้โอกาสน้องๆ จากสถานพินิจฯ ได้เปลี่ยนชีวิต เดินตามความฝันของตัวเอง กลายเป็นเชฟชั้นนำ การได้ดูแลพวกเขาเหมือนกับคุณแม่ที่ดูแลและให้ความอบอุ่นกับลูกๆ ทุกสิ่งที่ทำล้วนเป็นตัวอย่างที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับลูกๆ รวมถึงสร้างประโยชน์ให้กับคนรอบตัวและสังคม

มาริษา เจียรวนนท์  “แม่ดีเด่นแห่งชาติ” สาขาผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม 

ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา มาริษามีบทบาทโดดเด่นด้านการศึกษา สุขภาวะ โภชนาการ ศิลปวัฒนธรรม และการสร้างอาชีพเพื่อผู้ขาดโอกาส อาทิ ก่อตั้งมูลนิธิเดอะบิ้ลด์ สร้างโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลแล้วกว่า 13 แห่ง พร้อมมอบทุนการศึกษา โครงการเชฟแคร์ส ที่ส่งมอบอาหารคุณภาพกว่า 30,000 กล่องให้บุคลากรด่านหน้าในช่วงโควิด-19 และต่อยอดเป็นมูลนิธิเพื่อสนับสนุนเชฟไทยสู่เวทีโลก และโครงการ สานฝันปั้นเชฟ (Chef Cares Dream Academy) มอบโอกาสวิชาชีพเชฟแก่เยาวชนในสถานพินิจฯ และกลุ่มเปราะบาง สร้างเชฟรุ่นใหม่แล้วกว่า 30 คน ในฐานะประธานวิสาหกิจเพื่อสังคม “เชฟแคร์ส โปรเจกต์” นางมาริษานำกำไรทั้งหมดคืนสู่สังคม

ตัวแทนเยาวชนจากโครงการ “สานฝันปั้นเชฟ” (Chef Cares Dream Academy) ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น

นอกจากนี้มาริษายังเป็นผู้ก่อตั้งเขาใหญ่อาร์ตฟอเรสต์ (Khao Yai Art Forest) ซึ่งเป็นสถาบันศิลปะแนวคิดใหม่ ที่ตั้งอยู่ใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และบางกอก คุนสตาเล่อ (Bangkok Kunsthalle) พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยในซอยนานา กรุงเทพฯ

ด้วยหัวใจความเป็น “แม่” มาริษาไม่เพียงดูแลครอบครัว แต่ยังโอบอุ้มผู้คนในสังคมที่ขาดโอกาส ภายใต้ความเชื่อว่า “การให้โอกาส คือการให้ชีวิตใหม่”

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ 27’

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ 27’

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ 27’

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.50 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ 27”  พร้อมทอดพระเนตรการแสดงแบบเสื้อด้วยผ้าไหมพิมพ์ลาย ฝีมือการออกแบบลวดลายของสมาชิกสายใจไทย โดยผู้แสดงแบบกิตติมศักดิ์ และสินค้าที่ระลึก “ 50  ปี สายใจไทย”  ในโอกาสครบถ 50 ปี แห่งการก่อตั้งตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้ความช่วยเหลือเหล่าทหารตำรวจและอาสาสมัครผู้ทุพพลภาพสมาชิกสายใจไทย และยังคงดำเนินต่อไปสร้างสรรผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์สายใจไทย  ณ ลิฟวิ่ง ฮอลล์ ชั้น 3 สยามพารากอน

มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ 27” โดยมีวัตถุประสงค์หลักการจัดงานเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานฝีมือที่มีเอกลักษณ์ผลงานของทหารทุพพลภาพสมาชิกสายใจไทยและครอบครัวให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

ชฎาทิพ จูตระกูล, ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา, ม.ล.เอื้อมสุขย์ กิติยากร และ ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา

เกตุวลี นภาศัพท์ และ พาสินี ลิ่มอติบูลย์

รศ.นราพร จันทร์โอชา และพลโทหญิงสุพัตรา รัตนสุวรรณ

พิธีเปิดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ 27” ปีนี้ ได้รับเกียรติ จาก “ครูกิต-เดอะวอยส์” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กิตตินันท์ ชินสำราญ ผู้ซึ่งมีผลงานการสอนและการขับร้องเพลงทั้งในและต่างประเทศมาร่วมขับร้องเพลงอันไพเราะ ต่อด้วยการแสดงแบบเสื้อด้วยผ้าไหมพิมพ์ลาย ฝีมือการออกแบบลวดลายของสมาชิกสายใจไทยที่มีความงดงามกว่า 10 ลาย ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แสดงแบบกิตติมศักดิ์กว่า 30 คนสนับสนุนการแสดงในชื่อชุด “จากวันนั้น ถึง วันนี้…50 ปี สายใจไทย” พร้อมด้วยการแสดงแบบเสื้อชุดพิเศษจากนักแสดงสาวแสนสวยมากด้วยคุณภาพ แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ และ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ ควบคุมการแสดงโดย ต้อ-มารุต สาโรวาท และพิธีกรชื่อดัง  นีโน่-เมทนี บุรณศิริ รับหน้าที่ดำเนินรายการหน้าพระที่นั่งตลอดงาน

ลาลีวรรณ กาญจนจารี

สวรรยา กาญจนโภคิน

มนวิภา ประชัญคดี

พญ.จินตนา มโนรมย์ภัทรสาร

ไฮไลท์ของผลิตภัณฑ์สายใจไทย ในปี 2568  ซึ่งเป็นปีที่มูลนิธิสายใจไทยฯ ได้ก่อตั้งมาครบ 50 ปี แห่งการก่อตั้ง  มีสินค้าพิเศษ ดังนี้ สินค้าที่ระลึก “50 ปี สายใจไทย”  สินค้าลายดอกไม้พระนาม “สิรินธร” กระเป๋าหนังทรงใหม่หลายหลายแบบ แจกันเพนท์ลายพร้อมจัดดกอไม้ประดิษฐ์ ผ้าคลุมหมอนเอนกประสงค์ ผ้าห่มในรถ ผ้าไหมพิมพ์ลายที่สวยงามกว่า 10 ลาย

แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์

ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีสินค้ามากมายวางจำหน่าย เช่น งานทำลวดลายบนแก้ว  แก้วรูปทรงต่างๆ เช่น แก้วน้ำ  แก้วไวน์  แจกัน ฯลฯ แกะสลักลายที่ต้องการด้วยมีดคัตเตอร์แล้วพ่นทรายเพื่อให้เกิดลายที่ชัดเจนบนเนื้อแก้ว  การติด Decal หรือรูปลอกน้ำ งานเครื่องหนัง  เป็นผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยหนังแท้ หนังเทียม หนังประกอบผ้า ฯลฯ เช่น กระเป๋าถือสุภาพสตรีหลากหลายรูปแบบ  หมวก  ที่ใส่ปากกา เป็นต้น งานพู่กันระบายสี (ชิ้นงานไม้ / ชิ้นงานกระเบื้อง) เป็นการทำลวดลายบนไม้และกระเบื้องหลากหลายรูปแบบ เช่น พานไม้มะม่วงลายพวงมาลัย แจกันลายผ้าไทย ตลับไม้ ตลับกระเบื้อง เชิงเทียน แจกัน หรือชุดกาแฟ ลายต่างๆ เป็นต้น และงานผลิตภัณฑ์ผ้า อาทิ ผ้าไหมพิมพ์ลาย เนคไท ผ้าเช็ดมือและผ้าพันคอที่มีลวดลายให้เลือกมากมาย รวมถึงการตัดเย็บเสื้อในแบบใหม่และกระเป๋าผ้าทรงต่างๆ

นอกจากรายการสินค้าที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีร้าน “ครัวสายใจไทย” ที่ชาวสายใจไทยภูมิใจเสนอ นำมาจำหน่ายภายในงาน ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ  Living Hall ชั้น 3  ศูนย์การค้าสยามพารากอน 

คุณแหน : 13 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 13 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 13 สิงหาคม 2568

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • ศ.พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ เป็นประธานในงานครบรอบ 94 ปี การสถาปนาสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งนี้มี เฉลิมพล โชตินุชิต พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เป็นตัวแทนสมาคมฯ มาร่วมยินดีด้วย ..
  • ยินดีกับ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ 1 ต.ค.2568..
  • ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม ได้ร่วมกิจกรรม “Policy Innovation On Demand” ซึ่งจัดโดย สนง.นวัตกรรมแห่งชาติ โดยมี ภก.อภินันท์ วัชราภิชาต เข้าร่วมโครงการ Public and Private Chief Innovation Leadership ด้วย..
  • เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. มอบงบเพื่อสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell เบอร์ 5) ขนาด 170 กิโลวัตต์ แก่ รพ.อานันทมหิดล จ.ลพบุรี โดยมี พลตรี คิมห์ อิทธิกุล ผอ.รพ. รับมอบ..
  • เพื่อนๆปลื้มใจแทน ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ที่บริษัทมียอดขายไตรมาศ 2 รวม 7,584.57 ลบ. เติบโต 30.56% พร้อมมีกำไรเติบโตต่อเนื่องและจะจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.05 บ./หุ้น..
  • ข่าวน่ายินดีของ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บจ.บิทคับแคปปิตอลกรุ๊ปโฮลดิ้งส์ (Bitkub) ศิษย์เก่าเรียนระดับมัธยมต้นและปลาย ประเทศนิวซีแลนด์ จะเข้ารับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นนิวซีแลนด์ จาก ฯพณฯ โจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ในงานการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ 30 ส.ค.68 นี้ ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ เชิญ FC ไปร่วมยินดีกับคุณท๊อป ได้เลย..๐๐
  • วรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ วันเกิดปีนี้ได้ทำบุญถวายสังฆทาน เย็นมีฉลองกับครอบครัวที่บ้านอย่างอบอุ่น..
  • ดร.คณพศ นิจสิริภัช พร้อมเพื่อนชาว Digital CEO # 5 ไปร่วมเสียใจกับ ปริพรรห์ พิณสุรงค์ ที่สูญเสียคุณพ่อสุบิน พิณสุรงค์..
  • ยามว่าง ศรีวรรณ เศรษฐีวรรณ ชวนเพื่อนๆ อธิตานันท์ อภิธนทวีพัฒน์, ประภาพรรณ พิชัยคำ, ณรงค์ แผ้วพลสง, ดร.วิโรจน์ ศิริรัตนรักษ์, ดร.นิพนธ์ นาชิน, อรอุมา มั่นศิลป์, อดิศร ใจชอบชื่น ไปออกรอบกันที่ สนามกอล์ฟ รอยัล บางปะอิน และปิดท้ายด้วยอาหารอร่อยๆ..
  • แม้ว่าจะมีภารกิจมากแต่ รัชกฤต สงวนชีวิน บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดสรรเวลาไปบรรยายให้หลักสูตร Digital CEO รุ่นพิเศษ Avantgarde studies..
  • ศ.ปฏิบัติ ดร.ภก.สุพัฒน์ จิรานุสรณ์กุล คณบดีคณะเภสัชฯ มช. สุดปลื้มที่คณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ Asian Association of Schools of Pharmacy Conference (AASP) ครั้งที่ 13 ในปี พ.ศ. 2570 โดยมีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในระหว่าง 7 – 9 กค. 2570…

น้องใหม่

‘ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์’มอบทุนการศึกษาให้55เด็กไทย หวังนำความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเกิด

'ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์'มอบทุนการศึกษาให้55เด็กไทย หวังนำความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเกิด

‘ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์’มอบทุนการศึกษาให้55เด็กไทย หวังนำความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเกิด

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.55 น.

13 สิงหาคม 2568 นางงามจักรวาลคนที่ 2 ของประเทศไทย ‘ปุ๋ย’ ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซม่อน ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิแองเจิ้ลวิงส์ (Angels Wings) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2545 และดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องถึง 23 ปี เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนเด็กไทยผู้ด้อยโอกาส โดยมุ่งเน้นไปที่การให้ทุนการศึกษา การดูแลสุขภาพ และการสนับสนุนด้านต่างๆ

ล่าสุด ‘ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์’ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ขณะกำลังพูดคุยแสดงความยินดีกับนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา “Angel Wings Thai Scholarship” ในปีนี้จำนวน 55 คน ผ่านช่องทางออนไลน์แอปพลิเคชัน Zoom โดยทุนการศึกษานี้จะมอบให้แก่นักเรียนชาวไทยไปเรียนต่อ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อนำความรู้ที่ได้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด ซึ่งจากการพูดคุยในครั้งนี้ทำให้ ปุ๋ย เองก็ได้รับแรงบันดาลใจดี ๆ จากเรื่องราวชีวิตของน้อง ๆ และที่พิเศษสุด ๆ คือการได้เห็นสีหน้าแห่งความภาคภูมิใจของคนในครอบครัวน้องๆ ที่ได้ร่วมพูดคุยกันด้วย

“งานนี้เป็นงานที่ฉันชื่นชอบที่สุดในรอบปีจริงๆ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกับนักเรียนอันน่าทึ่งที่ได้รับทุนการศึกษา Angel Wings Thai Scholarship ซึ่งเป็นทุนเพียงหนึ่งเดียวที่เฉลิมฉลองเยาวชนไทยในอเมริกาที่มุ่งมั่นศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ปีนี้มีนักเรียนผู้รับทุนถึง 55 คนที่มาจากหลากหลายพื้นที่ แต่พวกเขามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน และความตั้งใจในการช่วยเหลือผู้อื่น 

ฉันภูมิใจในนักเรียนรุ่นพิเศษนี้อย่างยิ่ง! การได้พบกับพวกเขาทำให้ฉันได้เห็นใบหน้าของผู้คนเบื้องหลังเรื่องราวที่น่าประทับใจ ซึ่งฉันมีโอกาสได้อ่านในใบสมัครของพวกเขา สิ่งที่ฉันชื่นชอบที่สุดคือการได้เห็นแววตาแห่งความภาคภูมิใจของสมาชิกในครอบครัว ขณะที่เรานำเสนอและแสดงความยินดีต่อนักเรียนแต่ละคนในพิธีของเรา เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จอันน่าทึ่งของพวกเขา เราหัวเราะ ถ่ายรูป และสร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืมร่วมกัน การเฉลิมฉลองครั้งนี้สะท้อนถึงทุกสิ่งที่เราหวังจะได้เห็นในอนาคตของเรา ความหวัง แรงบันดาลใจ และคำมั่นสัญญาของเส้นทางที่สดใสรออยู่ข้างหน้า!”

ขอบคุณข้อมูล : 9entertain

‘ติ๊นา – ลูกเกด’ลงพื้นที่ให้ความรู้ แสดงพลังในการยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ

‘ติ๊นา – ลูกเกด’ลงพื้นที่ให้ความรู้ แสดงพลังในการยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ

‘ติ๊นา – ลูกเกด’ลงพื้นที่ให้ความรู้ แสดงพลังในการยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จากสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศในประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาสังคมหลักที่ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และการดำรงชีวิต โดยเฉพาะกับประชากรกลุ่มเปราะบาง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความรุนแรงเหล่านี้ ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหายาเสพติด ความเครียดจากเศรษฐกิจ และภาวะสุขภาพจิตที่ไม่ได้รับการดูแลเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆที่เกิดขึ้น กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำประเทศไทย ร่วมมือกับภาคีหลักบริษัท นินจา เพอร์เฟคชั่น จำกัด นำโดยคุณจิณณวัตร สิริวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร พร้อมคุณคริสติน่า อากีล่าร์  Champion of UNFPA คนแรกของประเทศไทย, คุณเมทินี กิ่งโพยม และองค์กรภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น องค์กรภาคประชาสังคม ได้ลงพื้นที่ร่วมให้ความรู้ในเขตเมืองกรุงเทพมหานครและจังหวัดสระบุรี ระหว่างวันที่ 6–7 สิงหาคม 2568 เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในการป้องกัน แก้ไข ติดตาม ยกระดับความร่วมมือในการยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ และขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความเท่าเทียมและปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยมี คุณสิริลักษณ์ เชียงว่อง หัวหน้าสำนักงาน UNFPA ประเทศไทย ให้การต้อนรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้

คริสติน่า อากีล่าร์  “ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ติ๊นาได้มีโอกาสลงพื้นที่ร่วมกับ UNFPA ในหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเชียงราย เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ และครั้งนี้ได้มาที่ชมรมผู้สูงอายุวัดขจรศิริ รวมถึงโรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์ เขตสวนหลวง ติ๊นาเชื่อว่าครอบครัวและโรงเรียนคือพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับน้อง ๆ แต่จากประสบการณ์ในการลงพื้นที่ทุกครั้ง สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ ทุกเสียงจากทุกคนมีความหมาย การรับฟังด้วยความเข้าใจสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง  ติ๊นารู้สึกดีใจทุกครั้งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและร่วมให้ข้อมูลแก่น้องๆ กับทางUNFPA ขอบคุณมากๆค่ะ”

ลูกเกด-เมทินี “เกดต้องขอบคุณบริษัทนินจา เพอร์เฟคชั่น และ UNFPA ที่ให้เกดได้มีส่วนร่วมรู้สึกเป็นเกียรติในทุกๆครั้ง การลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี ในครั้งนี้ ในฐานะที่เกดเป็นผู้หญิงและเป็นแม่คน เกดได้พูดคุยกับทั้งเจ้าหน้าที่ กลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิด มันทำให้เห็นว่าปัญหาความรุนแรงอยู่รอบตัวเรา และทุกคนควรมีบทบาทในการช่วยเหลือกันและแก้ไขร่วมกัน เกดเชื่อว่าเสียงเล็กๆ ของแต่ละคนจะสามารถกลายเป็นเสียงที่ทรงพลังได้ หากทุกคนร่วมมือกันและมองเห็นปัญหานี้อย่างจริงจัง”

ภารกิจดังกล่าวในครั้งนี้ มุ่งเน้นการสำรวจข้อเท็จจริงจากระดับพื้นที่ ให้ความรู้เรื่องความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ การเข้าถึงสิทธิทางเพศ รัฐสวัสดิการของผู้สูงอายุและทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อย่างแพลตฟอร์ม SoSafe พื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆที่เกิดจากความรุนแรง เป็นการเข้าถึงข้อมูลสิทธิประโยชน์สำหรับทุกเพศทุกวัย อีกทั้งยังเป็นช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาทางสังคมและขอความช่วยเหลือได้ พร้อมทั้งยกระดับบทบาทของผู้สูงอายุในสังคมเมืองให้สามารถรู้เท่าทันและป้องกันตนเองจากความรุนแรงทางเพศ

‘อิ๊งค์’ระทึก! ศาลรัฐธรรมนูญ นัด 29 ส.ค. ชี้ชะตาคำร้องคลิปเสียงคุย‘ฮุน เซน’

‘อิ๊งค์’ระทึก! ศาลรัฐธรรมนูญ นัด 29 ส.ค. ชี้ชะตาคำร้องคลิปเสียงคุย‘ฮุน เซน’

‘อิ๊งค์’ระทึก! ศาลรัฐธรรมนูญ นัด 29 ส.ค. ชี้ชะตาคำร้องคลิปเสียงคุย‘ฮุน เซน’

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.29 น.

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’นัดชี้ชะตา‘อิ๊งค์’ปมคลิปเสียงคุย‘ฮุน เซน’ 29 ส.ค.นี้ เรียกเจ้าตัวไต่สวนพร้อมเลขาสมช.21ส.ค.ไม่มาถือว่าไม่ติดใจ

13 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการพิจารณาคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา 36 คนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากรณีปรากฏ คลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จ ฮุน เซน ประธาน วุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18มิถุนายน 2568ซึ่งนางสาวแพทองธารผู้ถูกร้องแถลงข่าวยอมรับว่า เป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จ ฮุน เซน จริง แม้นางสาวแพทองธารผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุย ทางโทรศัพท์แบบส่วนตัวโดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทย ก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า น.ส.แพทองธารแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบหรือกำหนด มาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ใน สภาวะ วิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ เพราะเหตุแห่งความสัมพันธ์ส่วนตัวในลักษณะ เป็นฝั่งเดียวกันกับกัมพูชา พร้อมที่จะทำตามหรือจัดการตามที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการมาโดยตลอด ส่วนแม่ทัพภาคที่ 2 นางสาวแพทองธาร ผู้ถูกร้องเห็นว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้าม

นางสาวแพทองธารผู้ถูกร้องไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจึงเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160(4) และ (5) หรือไม่

ศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา กำหนดนัด ไต่สวนพยานบุคคลจำนวน 2 ปาก คือ นางสาวแพทองธาร ผู้ถูกร้องและเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 10.30น. พยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกหากไม่มาตามกำหนดนัดถือว่าไม่ติดใจเป็นพยานบุคคล และให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องที่ประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดีให้ยื่นเป็นหนังสือต่อศาลภายใน วันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568 หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจยื่น โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568เวลา 09.30 น. นัดฟังคำวินิจฉัย เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนและฟังคำวินิจฉัยเป็นรายบุคคล