Science Update : หุ่นยนต์ปิงปองโค่นแชมป์

Science Update : หุ่นยนต์ปิงปองโค่นแชมป์

Science Update : หุ่นยนต์ปิงปองโค่นแชมป์

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วารสารวิชาการ Nature รายงานในสัปดาห์นี้ว่า หุ่นยนต์ปิงปอง Ace ที่พัฒนาโดย Sony AI สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะหุ่นยนต์ตัวแรกที่สามารถเอาชนะนักกีฬาปิงปองมนุษย์ระดับ “Elite” ได้สำเร็จในการแข่งขันจริง โดยใช้กติกามาตรฐานของสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) โดย Ace สามารถเอาชนะนักกีฬาที่มีทักษะสูง ฝึกซ้อมเฉลี่ย 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ได้ถึง 3 ใน 5 แมตช์

แม้ในช่วงทดสอบในเมษายน 2025 Ace จะแพ้ให้กับมืออาชีพอย่าง มินามิ อันโดะ และ คะเคะรุ โซเนะ แต่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า Ace สามารถพัฒนาจนเอาชนะนักกีฬาระดับโปรได้แล้วในช่วงเดือนธันวาคม 2025 และมีนาคม 2026 รวมถึงผู้เล่นระดับโลกอย่าง มิยู คิฮาระ นอกจากนี้ Ace สามารถทำ “Clean Aces” ได้ถึง 16 ครั้งในการเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ในขณะที่มนุษย์ทำได้เพียง 8 ครั้งในเกมเดียวกัน

นักกีฬาที่เคยแข่งกับ Ace ต่างให้ความเห็นว่า ความยากของการสู้กับหุ่นยนต์ตัวนี้คือการคาดเดาไม่ได้ เพราะ Ace ไม่มีอารมณ์และไม่แสดงท่าทางตอบสนองใดๆ ทำให้มนุษย์ไม่สามารถอ่านใจหรือหาจุดที่หุ่นยนต์ไม่ชอบได้ อย่างไรก็ตาม นักกีฬาบางส่วนพบว่า Ace ยังมีจุดอ่อนในเรื่องการรับลูกเสิร์ฟแบบง่ายๆ ซึ่งมักจะส่งลูกคืนกลับมาแบบง่ายๆ ทำให้มนุษย์หาจังหวะบุกกลับได้

Health News : อังกฤษห้ามคนเกิดหลังปี 2008 ซื้อบุหรี่

Health News : อังกฤษห้ามคนเกิดหลังปี 2008 ซื้อบุหรี่

Health News : อังกฤษห้ามคนเกิดหลังปี 2008 ซื้อบุหรี่

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สภาขุนนางอังกฤษผ่านร่างกฎหมายเกี่ยวกับยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า ถือเป็นมาตรการด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษเพื่อสร้างคนรุ่นที่ปลอดบุหรี่ โดยคนที่เกิดหลังจากปี 2008 จะถูกห้ามไม่ให้ซื้อบุหรี่อย่างเด็ดขาด

เนื้อหาสาระสำคัญของร่างกฎหมายนี้ คือห้ามขายบุหรี่ให้แก่ทุกคนที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2009 เป็นต้นไป อายุขั้นต่ำในการซื้อบุหรี่ ซึ่งปัจจุบันคือ 18 ปี จะเพิ่มขึ้น 1 ปีในทุก ๆ ปีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 นั่นหมายความว่าในปีหน้า อายุขั้นต่ำในการซื้อบุหรี่จะขยับจาก 18 ปี เป็น 19 ปี ในปีถัดไปจะขยับเป็น 20 ปี และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ส่งผลให้เด็กที่ปัจจุบันอายุไม่เกิน 17 ปี จะไม่สามารถซื้อบุหรี่ได้อย่างถูกกฎหมายไปตลอดชีวิต ร้านค้าที่ฝ่าฝืนขายให้เด็กจะถูกปรับทันที 200 ปอนด์ และหากทำผิดซ้ำอาจถูกสั่งห้ามขายสินค้าเหล่านี้นานถึง 1 ปี

นอกจากการสั่งห้ามขายบุหรี่ตามเกณฑ์ปีเกิดแล้ว กฎหมายฉบับนี้ยังมอบอำนาจให้รัฐมนตรีในการควบคุมผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งในเรื่องรสชาติ บรรจุภัณฑ์ และการจัดแสดงสินค้า เพื่อไม่ให้ดึงดูดใจเด็กและเยาวชน การขยายพื้นที่ห้ามสูบและห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณะบางแห่ง เช่น สนามเด็กเล่น หน้าโรงเรียน และหน้าโรงพยาบาล และห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าในรถยนต์ที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่ด้วย

ในอังกฤษเพียงแห่งเดียว การสูบบุหรี่ทำให้คนต้องเข้าโรงพยาบาลถึงปีละกว่า  400,000 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ประมาณปีละ 64,000 – 80,000 คน สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ระบบสาธารณสุขสูงถึงปีละ 3,000 ล้านปอนด์ (ประมาณ 130,000 ล้านบาท)

ตะลอนเที่ยว : บ้านซอยสวนพลู ไม้กลางกรุงฯ ในทุ่งคอนกรีต

ตะลอนเที่ยว : บ้านซอยสวนพลู ไม้กลางกรุงฯ ในทุ่งคอนกรีต

ตะลอนเที่ยว : บ้านซอยสวนพลู ไม้กลางกรุงฯ ในทุ่งคอนกรีต

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กรุงเทพฯ ในยุคนี้ นับวันจะกลายสภาพเป็นป่าคอนกรีตที่มีความหนาแน่นมากยิ่งขึ้นในทุกขณะ เมื่อเมืองเติบโตขึ้น สภาพดั่งเดิมของบ้านเรือนเมื่อครั้งอดีตก็ถูกลบเลือนไป จะเรียกว่าความเจริญเข้ามาแทนที่ความล่าสมัยได้หรือไม่ คำตอบนี้อยู่ที่มุมมองของแต่ละฝ่าย ฝ่ายที่ต้องการตึกสูงระฟ้า ก็คงตอบว่าจำเป็นต้องทำให้บ้านเมืองเติบโตให้สอดคล้องกับจำนวนผู้คนที่เพิ่มมากขึ้น แต่ฝ่ายที่ต้องการเก็บรักษาแหล่งประวัติศาสตร์ของเมืองเอาไว้ ก็คงตอบว่า ไม่ขัดขวางความเจริญของเมือง แต่ขออย่าทำลายล้างโบราณสถานที่บ่งบอกถึงรากเหง้าความเป็นมาของเมือง

อันที่จริงกรุงเทพฯ ได้ชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออกมาก่อน เพราะอุดมไปด้วยคลองสายต่าง ๆ ที่เคยถูกใช้เป็นเส้นทางสัญจรของผู้คน แล้วยังได้รับการยอมรับว่าเคยมีบ้านเรือนไม้ที่งดงามกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ในเขตพระนคร อาทิ บ้านทรงไทยซอยสวนพลู และบ้านไม้ที่ไม่ได้ปลูกแบบทรงไทยแต่เป็นบ้านไม้ที่งดงามมาก เช่น บ้านขนมปังขิง เสาชิงช้า และบ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้สักอายุกว่า 100 ปี รวมถึงทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเทพฯ เป็นต้น

บ้านไม้เป็นอาคารได้รับการยอมรับว่างดงามมาก เพราะกลมกลืนไปกับธรรมชาติของสวนป่าและหมู่ต้นไม้ที่ปลูกรายล้อมรอบบ้าน แต่ก็ต้องยอมรับด้วยเช่นกันว่าบ้านไม้เป็นสิ่งที่ยากกับการรักษาดูแลและซ่อมบำรุง เพราะต้องอาศัยความเอาใจใส่เป็นพิเศษ ต้องใช้ช่างไม้ฝีมือชั้นเยี่ยม และต้องใช้วัสดุในการบำรุงรักษาที่มีคุณภาพดี บวกกับต้องใช้เงินทองจำนวนมากเพื่อซ่อมบำรุงให้คงอยู่ในสภาพดีตลอดเวลา

วันนี้จะชวนคุณไปบ้านซอยสวนพลู ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช บุคคลสำคัญของไทยผู้มีหลายบทบาทจนไม่สามารถจะบรรยายให้ครบจบสิ้นภายในเวลาอันจำกัด เพราะเป็นทั้งนายกรัฐมนตรี นักปราชญ์ นักประพันธ์ นักการแสดง ผู้เล่นโขนละคร และอีกสารพัดบทบาทสำคัญ 

บ้านไม้ทรงไทยอายุกว่า 100 ปี หลังนี้อยู่ในซอยพระพินิจ เขตสาทร กรุงเทพฯ เมื่อครั้งโบราณกาลนั้น ย่านนี้เป็นสวนพลู ดังนั้น จึงถูกเรียกขานว่าสวนพลูสืบต่อมาจนบัดนี้ 

บ้านแห่งนี้เป็นของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ อยู่บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ประกอบเป็นกลุ่มเรือนไทย 5 หลัง เป็นแบบเรือนเครื่องสับของภาคกลาง เริ่มสร้างเรือนตั้งแต่ปี 2490 โดยนำเรือนไทยเดิมมาจากหลายที่ ทั้งจากย่านเสาชิงช้า กรุงเทพฯ และจากอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

หม่อมหลวงรองฤทธิ์ ปราโมช บุตรของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ เคยเล่าให้ Mr. Flower ฟังว่า เรือนใหญ่หลังกลางนี้เฮี้ยนหนักหนา เพราะมีทั้งบานประตูและเสาไม้ตกน้ำมัน เข้าใจว่าวิญญาณเดิมของเจ้าของบ้านที่เป็นสตรีหวงเป็นยิ่งนัก จึงยังผูกพันกับบ้านหลังนี้มากเหลือเกิน วันดีคืนดีก็จะตกน้ำมันจนเยิ้มนอง แล้วก็จะเห็นว่ามีสตรีนางหนึ่งอยู่ในบริเวณนั้น 

ตามประวัติระบุว่าบ้านนี้เดิมเป็นของหม่อมราชวงศ์บุญรับ พินิจชนคดี (พี่สาวหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์) ภรรยาพลตำรวจตรี พระพินิจชนคดี แล้วต่อมาได้ตกเป็นของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์

ส่วนบริเวณหน้าบ้านมีศาลาทรงไทย สร้างแบบศาลาวัดคือไม่มีข้างฝา แต่เปิดโล่ง ใช้สำหรับประกอบพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์ไทย และดนตรีไทย และใช้เล่นโขนละครประจำบ้านซอยสวนพลู บริเวณริมศาลาด้านขวา (หันหน้าออกจากบริเวณตั้งโต๊ะหมู่ของศาลา) เป็นศาลเจ้าจีนประจำบ้าน ด้านหน้าของศาลาเป็นสวนไม้พุ่ม และมีบ่อน้ำขนาดเล็กประดับสวน

หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์อาศัยอยู่ในบ้านซอยสวนพลูจนวันที่ท่านถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปี 2538 โดยในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น บ้านหลังนี้มีความคึกคักมาก เพราะเป็นที่รวมตัวของนักการเมือง นักหนังสือพิมพ์ นักเขียน นักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง รวมถึงนิสิตนักศึกษาที่เข้าพบหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์เป็นประจำ เมื่อเจ้าของบ้านถึงแก่อสัญกรรมแล้ว บ้านหลังนี้เคยถูกเปิดให้ชาวไทยและคนต่างชาติเข้าเยี่ยมชมได้ แต่เมื่อถึงช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด บ้านหลังนี้ก็ถูกปิดลง แต่บัดนี้บ้านซอยสวนพลูเตรียมพร้อมจะเปิดรับผู้สนใจเข้าศึกษาเรื่องราวของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์เข้าเยี่ยมชมอีกครั้ง (คาดว่าจะเปิดให้เข้าชมในเร็ว ๆ นี้)

ปัจจุบัน กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนบ้านซอยสวนพลูเป็นโบราณสถานประเภทบ้านบุคคลสำคัญ และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อยู่ในการดูแลของหม่อมหลวงวิสุมิตรา ปราโมช ธิดาของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์

สำหรับผู้อ่านคอลัมน์ตะลอนเที่ยว โปรดรอฟังว่า Mr. Flower จะจัดทริปพิเศษพาคุณไปเยี่ยมชมบ้านซอยสวนพลูในวันเวลาใด ซึ่งคาดว่าจะจัดในเร็ววันนี้ ผู้สนใจร่วมทริปโปรดติดต่อ 091 7233615 รับจำนวนจำกัด 30 คนเท่านั้น

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

สกู๊ปพิเศษ : ความลับ ‘หมาล่า’ รสเผ็ดชาที่เป็นเอกลักษณ์ กับเสน่ห์วัฒนธรรมการกินจากแดนมังกร

สกู๊ปพิเศษ : ความลับ ‘หมาล่า’ รสเผ็ดชาที่เป็นเอกลักษณ์ กับเสน่ห์วัฒนธรรมการกินจากแดนมังกร

สกู๊ปพิเศษ : ความลับ ‘หมาล่า’ รสเผ็ดชาที่เป็นเอกลักษณ์ กับเสน่ห์วัฒนธรรมการกินจากแดนมังกร

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หากพูดถึงเทรนด์อาหารที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “หมาล่า” ได้กลายเป็นรสชาติโปรด ของใครหลายคนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหม้อไฟ หรือปิ้งย่างริมทาง กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์และความรู้สึก “ชาลิ้น” ได้กลายเป็นกระแสยอดนิยมไปทั่วประเทศไทย แต่เบื้องหลังรสชาติที่ชวนให้เสพติดนี้ มีที่มาและเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์อาหารที่น่าสนใจซ่อนอยู่

รศ.ดร.ขนิษฐา ธนานุวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมาไขข้อสงสัยตั้งแต่ต้นกำเนิดของรสชาติ ไปจนถึงสารเคมีในเครื่องเทศที่ทำให้เราหลงใหลในความ “เผ็ดชา” นี้ โดยเริ่มจาก ทำความรู้จักกับ “หมาล่า” รสชาติเผ็ดชา เอกลักษณ์จากเสฉวน

คำว่า “หมาล่า” เป็นการผสมผสานของคำสองคำในภาษาจีน คือ “หมา” หมายถึง อาการชา และ “ล่า” หมายถึง รสเผ็ด เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึงรสชาติ ที่ทั้งเผ็ดและชาในคำเดียว

จุดต้นกำเนิดของหมาล่านี้มาจาก มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ซึ่งมีสภาพอากาศหนาวจัดและชื้นในฤดูหนาว การรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของรสนิยม แต่เป็นภูมิปัญญาใน การกระตุ้นการเผาผลาญ และให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

“เมนูอาหารคาวของเสฉวนมักมีความเผ็ดร้อนหรือเผ็ดชาตามหลักการที่ว่า ‘เผ็ดแต่ไม่ถึงตาย เผ็ดแต่ปากไม่แห้ง’ ซึ่งหมายถึงความเผ็ดในระดับที่ร่างกายทนทานได้ ไม่ทำให้แสบร้อนหรือทรมานจนเกินไปหลังรับประทาน” รศ.ดร.ขนิษฐา เล่าถึงวัฒนธรรมการกินที่แฝงอยู่ในรสชาติ

หมาล่า เป็นเครื่องเทศที่มีเอกลักษณ์มาจากอาหารจีนเสฉวน โดย รศ.ดร.ขนิษฐา ระบุว่าส่วนประกอบหลักที่มีนัยสำคัญประกอบไปด้วย ดังนี้ 1.พริก (เป็นพืชสกุล Capsicum) ที่ให้ความเผ็ดร้อน , 2.พริกเสฉวน (เป็นพืชสกุล Zanthoxylum) ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและให้ความรู้สึกชาบนลิ้น , 3.เครื่องเทศสมุนไพร อาทิ โป๊ยกั๊ก ยี่หร่า และขิง ซึ่งช่วยเสริมกลิ่นรสโดยรวมให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยองค์ประกอบที่หลากหลายนี้เอง ทำให้หมาล่าถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูได้สารพัดรูปแบบ ตั้งแต่ปิ้งย่าง ผัด ไปจนถึงหม้อไฟที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลก

ความรู้สึกชามาจาก “แซนชูล” ซึ่งเป็นสารในกลุ่มอัลคิลเอไมด์ สารกลุ่มแซนชูลชนิดที่สำคัญ ได้แก่ ไฮดรอกซิล – อัลฟ่า – แซนชูล ซึ่งพบในพริกเสฉวน สารกลุ่มแซนชูลนี้จะไปกระตุ้นตัวรับความรู้สึกเจ็บปวด แสบร้อนและระคายเคืองในช่องปาก ทำให้รู้สึกเผ็ดชา แตกต่างจากความเผ็ดร้อนของแคปไซซินในพริกขี้หนูไทย” รศ.ดร.ขนิษฐา ระบุ

ซึ่งความโดดเด่นนี้ทำให้หมาล่าเข้าถึงคนได้กว้างขึ้น แม้แต่ผู้ที่ทานเผ็ดจัดไม่ได้ ก็ยังสามารถสนุกไปกับความเผ็ดชาที่มีมิติของกลิ่นหอมสมุนไพรจีนได้ จึงกลายเป็นเมนูยอดฮิตในหลายๆประเทศ นอกจากประเทศจีนและประเทศไทยอีกด้วย

เหรียญสองด้านของหมาล่า กินอย่างไรให้ได้รสชาติและไม่เสี่ยงต่อสุขภาพ ซึ่ง รศ.ดร.ขนิษฐา ให้มุมมองที่สมจริงในฐานะนักเทคโนโลยีทางอาหารว่า “โดยภาพรวม การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของหมาล่า จะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและความอร่อย รวมถึงจะช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ แต่ปริมาณสารสำคัญที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพจริงๆ ในอาหารนั้นอาจยังไม่สูงพอที่จะส่งผลชัดเจนในเชิงรูปธรรม”

ในขณะเดียวกันสิ่งที่ควรตระหนักคือ “ความเสี่ยงแฝง” จากกรรมวิธีการปรุง เนื่องจากเมนูหมาล่ามักมีปริมาณโซเดียมสูงจากการเติมเกลือเพื่อเสริมความเข้มข้นของรสชาติ และมีไขมันสูงจากน้ำมันที่เติมเพื่อสกัดสารให้กลิ่นรส การบริโภคโซเดียมในปริมาณที่เกินความจำเป็น (มากกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน) เป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคไต ส่วนการบริโภคอาหารไขมันสูงเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไขมันในเลือดสูงได้

นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหาร หรือโรคลำไส้อักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหมาล่าในปริมาณมาก เนื่องจากอาจทำให้เกิดความระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร ปวดท้องและเสียดท้องได้

และเพื่อให้การรับประทานหมาล่าเป็นไปอย่างเหมาะสมต่อสุขภาพ รศ.ดร.ขนิษฐา ทิ้งท้ายด้วยเคล็ดลับการทานหมาล่าให้เหมาะสมต่อสุขภาพไว้ 2 ข้อสำคัญดังนี้ 1.ไม่ควรรับประทานเป็นประจำทุกวัน ควรหมุนเวียนไปทานเมนูอื่นบ้าง เพื่อลดการสะสมของโซเดียมและไขมันในร่างกาย , 2.หลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำซุปหมาล่าโดยตรง หากทานหม้อไฟ ควรใช้น้ำซุปหมาล่าเพียงแค่ลวกเนื้อสัตว์และผักเท่านั้น เพราะน้ำซุปหมาล่ามีเครื่องเทศที่เข้มข้น รวมถึงมีเกลือและน้ำมันในปริมาณที่สูงมาก หากบริโภคโดยตรงอาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารได้

ดังนั้น การรับประทานหมาล่าให้เหมาะสม ควรเน้น “ความพอดี” และเลือกบริโภคอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ยังคงได้ทั้งความอร่อยและไม่กระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

แหวกฟ้าหาฝัน : Swedish Art in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Swedish Art in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Swedish Art in National Museum Stockholm

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ใน National Museum Stockholm เมืองหลวงของสวีเดนย่อมต้องมีผลงาน Swedish Art เป็นจำนวนมากอย่างไม่ต้องสงสัย Swedish Art หรือศิลปะของสวีเดนเป็นศิลปะที่ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยศิลปินชาวสวีเดนที่มีอยู่มากว่าพันปี ในช่วงเวลาย้อนไปก่อนสิ้นยุคน้ำแข็ง ดินแดนสแกนดิเนเวียเต็มไปด้วยนักล่า ศิลปะที่หลงเหลืออยู่ให้ศึกษาก็มาจากยุคหินซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างง่าย ๆ จากวัสดุที่หาได้ในช่วงเวลานั้น ในยุคทองแดงศิลปะมักเกี่ยวเนื่องกับเครื่องประดับซึ่งได้รับอิทธิพลจากเดนมาร์ก ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 7 เครื่องประดับได้ปรับสู่ Vendel Style ศิลปะสวีเดนโดยเฉพาะทางตอนใต้ของประเทศถูกเรียกว่า Viking Art ยิ่งหลังจากการกำเนิดของศาสนาคริสต์และมีการบับติสมาแล้ว การสร้างสรรค์งานศิลปะก็เริ่มเข้าหาศาสนามากขึ้นโดยมักรังสรรค์งานด้านประติมากรรมเป็นส่วนใหญ่ ยุคสมัยแรกที่งานซึ่งเกี่ยวเนื่องกับศาสนจักรเริ่มมีบทบาทสำคัญก็คือ ยุค Romanesque โดยศิลปินรังสรรค์งานด้านผ้าและทองเป็นหลัก

หลังคริสต์ศตวรรษที่ 13 สวีเดนเข้าสู่ยุคโกธิค โบสถ์แรกที่รับเอาศิลปะแนวนี้คือ Linkoping โดยได้รับอิทธิพลจากโกธิคของอังกฤษ ส่วนงานประติมากรรมกลับได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศส และเยอรมันมากกว่า ของตกแต่งโบสถ์ไม่เพียงทำด้วยไม้และหินแล้ว ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังด้วย ของเหล่านี้ยังคงหาดูได้ทั่วไปใน Scania และ Uppland งานทัศนศิลป์เริ่มเป็นศิลปะหลักในสวีเดนตอนกลางตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 โดยมีทั้งงานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนจักรและนิยายปรัมปรา รวมทั้งกระจกสี ส่วนงานตกแต่งจากศิลปินต่างประเทศ หรือศิลปินท้องถิ่นที่เรียนรู้มาจากต่างประเทศเริ่มต้นจริงจังในคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยมีการตกแต่งทั้งโบสถ์ ปราสาทและพระราชวัง อาทิ พระราชวัง Drottningholm เมื่อศิลปะแบบ Rococo เริ่มอุบัติขึ้นในภาคพื้นยุโรป ศิลปะแบบ Gustavian ก็อุบัติขึ้นในสวีเดนโดยได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะแบบ Rococo ทั้งฝรั่งเศส และอังกฤษซึ่งเน้นสร้างสรรค์งานภาพเหมือน ศิลปินสวีเดนที่รังสรรค์งานโดยอาศัยแรงบันดาลใจจาก Jacques Louis David คือ Olof Johan Sodemark

หลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้า Gustav ที่สาม ศิลปะสวีเดนก็ชะงักงัน งานทัศนศิลป์ในช่วงเวลานั้นเน้นไปที่ชาวนา อาทิ French Peasant Girl โดย Hugo Salmson ทิวทัศน์ชนบท อาทิ The Last Ray of Sunshine โดย Julia Beck และ Summer Landscape โดย Edvard Bergh ในมุมมองของนักวิพากษ์ศิลป์นั้น ศิลปะสวีเดนคลุมเครือไม่โดดเด่นมาตลอดจวบจนปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 จึงเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นงานด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ศิลปินสวีเดนเริ่มรังสรรค์งานด้วยฝีแปรงที่ใหญ่ ชัดเจน สีสันสดใสโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Van Gogh อาทิ Church Goers in a Boat โดย Carl Wilhelmson และ Self Portrait โดย Eugene Janssen

คุยกัน 7 วันหน : อาชญากรรมไซเบอร์ กลายเป็นอุตสาหกรรมชั้นนำใน “Scambodia” ได้อย่างไร

คุยกัน 7 วันหน : อาชญากรรมไซเบอร์ กลายเป็นอุตสาหกรรมชั้นนำใน “Scambodia” ได้อย่างไร

คุยกัน 7 วันหน : อาชญากรรมไซเบอร์ กลายเป็นอุตสาหกรรมชั้นนำใน “Scambodia” ได้อย่างไร

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal หรือ WSJ ได้เผยแพร่บทความเรื่อง How Cybercrime Became a Leading Industry in ‘Scambodia’ หรือ “อาชญากรรมไซเบอร์กลายเป็นอุตสาหกรรมชั้นนำใน “Scambodia” ได้อย่างไร” โดยมีเนื้อหาสรุปได้ว่า ประเทศกัมพูชาได้กลายเป็นศูนย์กลางหลักของอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ โดยการดำเนินงานต้มตุ๋นหลอกลวงขนาดใหญ่สามารถสร้างรายได้มหาศาลถึงประมาณปีละ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อย่างเป็นทางการของกัมพูชา

เกเบรียล สไตน์เฮาเซอร์ (Gabriele Steinhauser) และ แพตทริเซีย เคาส์มานน์ (Patricia Kowsmann) ผู้เขียนบนความนี้ระบุว่า กลุ่มอาชญากรรมที่นำโดยชาวจีนเป็นผู้ควบคุมและดำเนินกิจการภายใน “อาณาจักรเครือข่ายต้มตุ๋น” (Scam Compounds) ขนาดมหึมา สถานที่เหล่านี้เป็นที่กักขังแรงงานเหยื่อค้ามนุษย์หลายพันคน ซึ่งถูกบังคับให้ทำการฉ้อโกงออนไลน์พุ่งเป้าไปที่เหยื่อทั่วโลก ผ่านวิธีการปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นและการหลอกลวงให้ลงทุน ขบวนการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่ได้พัฒนาเป็นเครือข่ายข้ามชาติที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยใช้พื้นที่ที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่มาสร้างเป็น “นิคมสแกมเมอร์” ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา มีทั้งที่พัก ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรภายในตึกเดียว

เหยื่อส่วนใหญ่ถูกหลอกว่ามีงานไอทีรายได้สูงในกัมพูชา แต่เมื่อไปถึงกลับถูกยึดหนังสือเดินทางและบังคับให้ทำงานหลอกลวงวันละ 12–16 ชั่วโมง หากขัดขืนจะถูกกักขังหรือทำร้ายร่างกาย เทคนิคากรหลอกลวงหลัก คือการ “หลอกให้รักแล้วเชือด” โดยการสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจกับเหยื่อผ่านโซเชียลมีเดีย ก่อนจะชักชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มคริปโตเคอเรนซีปลอม นอกจากการหลอกล่อด้วยคำพูด ปัจจุบัน มีการใช้มัลแวร์ (Malware) โดยเฉพาะในระบบ Android เพื่อดักจับรหัส SMS และหลบเลี่ยงระบบสแกนใบหน้าเพื่อดูดเงินจากบัญชีธนาคารโดยตรง

บทความเน้นย้ำถึงบทบาทของบริษัทขนาดใหญ่ (Conglomerates) ในกัมพูชาที่จัดหาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น ระบบการชำระเงินที่เข้ารหัสลับ และบริการฟอกเงิน ทำให้ขบวนการเหล่านี้สามารถเคลื่อนย้ายเงินจำนวนมหาศาลข้ามพรมแดนได้โดยที่ระบบธนาคารปกติไม่สามารถตรวจพบ บทความมีการกล่าวถึงตึกระฟ้าสีทองในกรุงพนมเปญ ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศ โดยระบุว่าบริษัทที่สร้างตึกนี้มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คว่ำบาตร เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสแกมเมอร์

จากหลักฐานที่ถูกเปิดโปง ทั้งบันทึกการคว่ำบาตร เอกสารการจดทะเบียนบริษัท และการสัมภาษณ์เหยื่อรวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พบว่าเครือข่ายอาชญากรเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับนักธุรกิจที่มีเส้นสายทางการเมือง และในบางกรณีรวมถึงบุคคลระดับสูงในรัฐบาลกัมพูชาด้วย

แม้รัฐบาลกัมพูชาได้ออกมาปฏิเสธการมีส่วนรู้เห็น ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา แม้จะมีการบุกทลายจับกุม และเนรเทศชาวต่างชาติที่มาร่วมงานต้มตุ๋นหลายหมื่นคน แต่ดูเหมือนการดำเนินงานเหล่านี้เป็นเพียงการทำให้กลุ่มอาชญากรกระจายตัวออกไปมากกว่าที่จะหายไปอย่างสิ้นเชิง การแพร่ระบาดของกิจกรรมต้มตุ๋นยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชื่อเสียงและเศรษฐกิจของกัมพูชา รวมถึงทำให้นักท่องเที่ยวลดลง นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมายังคงไม่สม่ำเสมอ และมีการดำเนินคดีกับตัวการระดับสูงในจำนวนที่น้อยมาก

รัฐบาลกัมพูชาไม่พอใจคำว่า ‘Scambodia’

ภายหลังบทความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสความไม่พอใจของชาวกัมพูชาทั้งประเทศ โดยล่าสุดเทพ อัสนาริธ โฆษกกระทรวงสารสนเทศกัมพูชาได้ประณามบทความดังกล่าวที่ใช้คำว่า “Scambodia” ในพาดหัว โดยระบุว่าคำดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นมืออาชีพ และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ การนำชื่อประเทศเอกราชไปเชื่อมโยงกับกิจกรรมอาชญากรรมระดับโลก ถือเป็นการเยาะเย้ยและบั่นทอนศักดิ์ศรีของประชาชนชาวกัมพูชา ทางกระทรวงได้จัดทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงกองบรรณาธิการและผู้บริหารของ The Wall Street Journal เพื่อขอให้มีการทบทวนและแก้ไขบทความดังกล่าว เพราะบทบาทของสื่อมวลชนคือการให้ข้อมูล นำเสนอข้อเท็จจริง และช่วยแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ทำลายเกียรติยศของประเทศใดประเทศหนึ่ง

ขณะที่ เกียว เรมี ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ออกมาเรียกร้องให้ The Wall Street Journal ถอนคำว่า Scambodia และกล่าวขอโทษ โดยระบุว่าเป็นคำที่ดูหมิ่น สร้างความเสื่อมเสีย และละเลยความพยายามของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ คณะกรรมการฯ ระบุว่าคำดังกล่าวเป็นการสร้างภาพจำที่ผิดพลาดต่อประชากรกว่า 18 ล้านคน และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และว่าการใช้ภาษาที่สร้างความตื่นตระหนก (Sensationalism) เพื่อดึงดูดความสนใจนั้นขัดต่อหลักวิชาชีพสื่อที่ควรเน้นข้อเท็จจริง

ที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชายืนยันว่าไม่ได้นิ่งนองใจกับปัญหานี้ โดยได้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทางการได้ดำเนินการปราบปรามคดีหลอกลวงออนไลน์มากกว่า 250 คดี ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2568 ถึงกลางเดือนเมษายนปีนี้ รวมถึงการเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เชื่อมโยงกับกาสิโน 91 แห่ง พร้อมเดินหน้าดำเนินคดีอาญา 112 คดี ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยประมาณ 1,089 คน ถูกส่งฟ้องต่อศาล ผู้ต้องสงสัยมีทั้งสัญชาติจีน ไทย เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และกัมพูชา นอกจากนี้ ทางการยังระบุว่าได้ส่งตัวชาวต่างชาติ 13,039 คน ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลอกลวงออนไลน์ออกนอกประเทศ ระหว่างเดือนมกราคม 2568 ถึงวันที่ 19 เมษายนปีนี้ อีกทั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กัมพูชาได้เพิ่มความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อปราบปรามเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดน

ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานจากองค์กรระดับโลกหลายแห่ง เช่น Amnesty International และ สหประชาชาติ ที่ระบุว่า กัมพูชาได้กลายเป็นศูนย์กลางของอาชญากรรมไซเบอร์และการค้ามนุษย์ ซึ่งกัมพูชามองว่าเป็นการกล่าวหาที่เกินจริงและละเลยความร่วมมือระดับนานาชาติที่กำลังดำเนินอยู่ ขณะที่บรรดาผู้นำกัมพูชาเคยตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในเดือนเมษายนปีนี้ จะต้อง “กำจัด” เครือข่ายสแกมเมอร์ออนไลน์ในประเทศให้หมดสิ้นไป ท่ามกลางข้อกังขาจากหน่วยงานตรวจสอบระหว่างประเทศ ที่ยังคงระบุว่า ปัญหาระบบการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานในนิคมสแกมเมอร์เหล่านี้ยังคงฝังรากลึกอยู่ในกัมพูชาเหมือนเดิม

โดย ดาโน โทนาลี

Photo of the week : ‘น้ำตกมอเตอร์ไซค์’ ที่ไต้หวัน

Photo of the week : 'น้ำตกมอเตอร์ไซค์' ที่ไต้หวัน

Photo of the week : ‘น้ำตกมอเตอร์ไซค์’ ที่ไต้หวัน

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประมวลภาพถ่ายปรากฏการณ์ “น้ำตกมอเตอร์ไซค์” (Scooter Waterfall) อันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงไทเป เกิดขึ้นบริเวณทางลงสะพานไทเป (Taipei Bridge) ทุกเช้าในช่วงเวลาเร่งด่วน มวลมหาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์จำนวนมหาศาลจะหลั่งไหลลงจากสะพานเพื่อเข้าสู่ใจกลางเมือง สร้างภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนกระแสน้ำที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ไต้หวันมีรถจักรยานยนต์จดทะเบียนมากกว่า 14.5 ล้านคัน จากประชากรราว 23 ล้านคน ทำให้พาหนะชนิดนี้เป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางที่ได้รับความนิยม เนื่องจากความสะดวกคล่องตัวในการซอกแซกผ่านการจราจรที่หนาแน่น และความคุ้นเคยมาตั้งแต่ยุคที่ระบบขนส่งมวลชนแบบราง (MRT) ยังไม่ครอบคลุมเท่าปัจจุบัน

PET Planet รักนี้มีหาง กระแสดี 3 พิธีกร เอ เอ๋ แป้ง สุดแฮปปี้

PET Planet รักนี้มีหาง กระแสดี 3 พิธีกร เอ เอ๋ แป้ง สุดแฮปปี้

PET Planet รักนี้มีหาง กระแสดี 3 พิธีกร เอ เอ๋ แป้ง สุดแฮปปี้

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.00 น.

ออกอากาศได้เพียงไม่กี่ตอน ฟีดแบ็กของรายการ  “PET Planet รักนี้มีหาง” ผลิตโดย บริษัท เทล ทู เทล จำกัด ก็ดีเลิศ!!! จน 3 พิธีกรสุดคิวบ์ เอ ไชยา, เอ๋ ดาเรศ และ น้องแป้ง ศรัณฉัตร แฮปปี้ และปลื้มปริ่มมากๆ ด้วยการตอบรับจากผู้ชมที่ชมรายการ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00 น. ทางช่อง 3HD กด 33 และฟีดแบ็กทางโลกโซเชียลก็กระหน่ำ ติดแฮชแช็ก #แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง กันรัวๆ

งานนี้ทั้ง 3 พิธีกรเผยความรู้สึกว่า

“กลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยงติดตามเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทราบถึงกระแสตอบรับ ผู้ชมรีเควสต์ ว่าอยากดูเหล่าซุปตาร์หลายคนจากหลายคำแนะนำ ทางรายการจะทยอยเชิญ รวมถึงสัตว์เลี้ยงยอดฮิตของเหล่าดาราเซเลบนะครับ ถือเป็นสัญญาณบวกที่ผู้ชมแสดงถึงความสนใจแบบชัดเจน ความนิยมเทปแรกๆ เป็นการทำความรู้จักรูปแบบรายการ ผู้ชมและทีมงานจะอยู่ในช่วงสังเกตการณ์ เรียนรู้สไตล์การนำเสนอต่อไป กระแสตอบรับเป็นส่วนสำคัญทั้งคำติและคำชม ทำให้เรามีพลัง มีกำลังใจ เป็นส่วนสำคัญของการสร้างงานที่ดีต่อไปครับ”  เอ-ไชยา กล่าว

ด้าน คุณเอ๋-ดาเรศ พัฒนรัตน์เจริญ ที่เป็นทั้งผู้บริหาร บริษัท เทล ทู เทล จำกัด และ พิธีกร ก็เผยความรู้สึกว่า 

“ฟีดแบ็กนับว่าเป็นที่พอใจ สำหรับ 3 ep ที่ผ่านมา ก่อนอื่นขอขอบคุณจากใจมากๆ เลยค่ะ สำหรับทุกคนที่ติดตาม รายการ PET Planet รักนี้มีหาง  คำติชมช่วยให้ผู้ผลิต เข้าใจมุมมองของผู้ชมมากขึ้น  เป็นของขวัญที่มีค่า เพราะเป็นการสะท้อนมุมมองทั้งด้านดีและด้านที่ควรปรับปรุง เพื่อการพัฒนาผลงานให้ตรงใจของผู้ชมในเทปต่อๆ ไปได้อย่างชัดเจน คำติชมไม่ว่าจะมาจาก ผู้รับชมทางบ้าน เพื่อนร่วมงาน สมาชิกในครอบครัว เพื่อนใกล้ตัวทุกคน ฟีดแบ็ก ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ทางเราผู้ผลิตยินดีอย่างยิ่ง และพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้โดนใจผู้ชมค่ะ”

สำหรับพิธีกรน้องนุชคนสุดท้องของรายการ น้องแป้ง-ศรันฉัตร์ ก็เผยว่า

 “สำหรับแป้ง หลายคนรอบๆ ตัวรวมถึง แฟนคลับที่รับชมรายการ ส่วนใหญ่บอกว่าชอบเวลาได้ยินแล้วใจฟู มีกำลังใจที่ดี อยากให้ติดตามชมต่อไปเรื่อยๆ แป้งเชื่อว่ายิ่งรู้จักจะยิ่งรัก รายการ PET Planet รักนี้มีหาง สิ่งที่อยากฝากถึงผู้ชมทุกท่าน โดยเฉพาะ “คนคลั่งรักสัตว์เลี้ยง” อาจนึกไม่ถึงว่ายังมีความสุขและเรื่องดี ๆ อีกมากมายที่ซ่อนอยู่ในการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนจะค้นพบได้ เมื่อต่างฝ่ายต่างมอบความรักและความอบอุ่นให้แก่กันในทุก ๆ วัน 

และอย่าลืมร่วมสนุก โดยส่ง “คลิปลูกรัก” ลุ้นขึ้นจอช่วง “แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง” กันได้  เพียงกด Follow Subscribe ช่องทาง Social Media ของรายการในทุกช่องทาง แล้วโพสต์คลิปน้อง ๆ ลงโซเชียลตัวเอง ติดแฮชแท็ก #แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง  พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ เพียงแค่นี้ก็สามารถลุ้นแจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง ในรายการ PET Planet รักนี้มีหาง พร้อมรับของที่ระลึกกันได้ทุกสัปดาห์นะคะ”

โอ๊ต ป๊อบ ปล่อยภาพทีเซอร์ เบิ้ม เบิ้ม Concert เวรี่ไทย

โอ๊ต ป๊อบ ปล่อยภาพทีเซอร์ เบิ้ม เบิ้ม Concert เวรี่ไทย

โอ๊ต ป๊อบ ปล่อยภาพทีเซอร์ เบิ้ม เบิ้ม Concert เวรี่ไทย

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.00 น.

เอาแล้ว!!!! เบิกฤกษ์ตำนานใหม่สะเทือนเวที ที่ไทยต้องจารึก แค่เห็นชิ้นงาน ก็เตรียมฮากันได้เลย…เมื่อคู่ซี้ โอ๊ต-ป๊อบ เปิดภาพ ยักษ์ชนยักษ์ ปลุกตำนานคอนเสิร์ตที่เดือดที่สุด ประกาศเตรียมประลองฝีมือกันแบบเดือดๆใน “เบิ้ม เบิ้ม Concert” #เวรี่ไทย ที่ปักหมุดทวงบัลลังก์  ในวันที่ 26 และ 27 กันยายน 2569 ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน

จะเกิดอะไรขึ้น!!!

“เมื่อบัลลังก์นี้มิอาจมีสองจึงต้องประลองในศึกมหาประลัย”

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเร็วๆนี้

ได้ที่ : เพจ Ho Hee Ho, Khotkool และ PONGKOOL24

Link Post Facebook > https://www.facebook.com/share/1EpTFrbNgt/?mibextid=wwXIfr

#เบิ้มเบิ้ม #เวรี่ไทย #OATPRAMOTE #PONGKOOL #HOHEEHO #โฮ่ฮี้โฮ่

Celebrity Gossip : 26 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 26 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 26 เมษายน 2569

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– นิตยสารชื่อดังระดับโลก People Magazine ประกาศรายชื่อ “ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกประจำปี 2026” อย่างเป็นทางการ โดยตำแหน่งสูงสุดตกเป็นของ แอนน์ แฮทธาเวย์ นักแสดงฮอลลีวูดวัย 43 ปี ที่ยังคงรักษาความสง่างามและเสน่ห์เฉพาะตัวได้อย่างโดดเด่น จนได้รับการยกย่องว่าเป็นไอคอนความงามแห่งยุค ภายหลังได้รับตำแหน่งดังกล่าว แฮทธาเวย์ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว แสดงความขอบคุณต่อ People Magazine ที่มอบโอกาสให้เธอขึ้นปก พร้อมระบุว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งในเส้นทางอาชีพการแสดงที่ยาวนานกว่า 20 ปี นักแสดงสาวรายนี้กำลังกลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง จากการเตรียมเข้าฉายในภาพยนตร์ภาคต่อเรื่อง The Devil Wears Prada 2 ซึ่งนับเป็นการหวนคืนสู่จักรวาลแฟชั่นระดับตำนาน หลังจากภาคแรกออกฉายในปี 2006 และกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

– จากกรณีที่มีข่าวว่า คิมจองฮุน พี่ชายแท้ๆของ จีซู  สมาชิกพี่ใหญ่จากวง BlackPink ล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาวจนกลายเป็นคดีความ แม้ จีซู จะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ แต่กระแสโกรธแค้นก็ลามมาถึงเธอ ชาวเน็ตบางส่วนถึงขั้นประกาศว่าจะ ไม่ดูผลงาน, ไม่ฟังเพลง, ไม่สนับสนุนใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเธอ เพราะไม่อยากสนับสนุนคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิด นอกจากนั้น ยังมีการปล่อยข่าวลือว่า พี่ชายของ จีซู มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารงาน บริษัท BLISSOO ต้นสังกัดของเธอ ทำให้ชาวเน็ตประกาศแบน จีซู และค่ายของเธอทันที งานนี้ทางต้นสังกัดของ จีซู ออกมาตอบโต้ทันควัน พร้อมระบุว่า จีซู แยกออกมาใช้ชีวิตของตนเองนานแล้ว ส่วนพี่ชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจและชีวิตส่วนตัวของเธอใดๆ ทั้งสิ้น เธอไม่ได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินหรือทางกฎหมายใดๆ แก่พี่ชายของเธอ และตัดขาดการติดต่อทุกรูปแบบ

– แชนนอน เอลิซาเบธ นักแสดงจากภาพยนตร์ American Pie หนังตลกคลาสสิกยุค 90 ประกาศเข้าร่วมแพลตฟอร์ม OnlyFans โดยมีรายงานจาก Page Six ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่เธอยื่นฟ้องหย่า ไซมอน บอร์เชิร์ต สามีแบบเงียบ ๆ ซึ่งแหล่งข่าวเผยว่าเธอเพิ่งกลับมาโสดหมาด ๆ และเตรียมเปิดบัญชี OnlyFans อย่างเป็นทางการ นักแสดงวัย 52 ปี เปิดใจกับ People ว่า ตลอดอาชีพในฮอลลีวูด เธอมักถูกควบคุมภาพลักษณ์โดยผู้อื่น การเข้าสู่ OnlyFans จึงเป็นโอกาสในการกำหนดเส้นทางของตัวเอง พร้อมเผยด้านที่เซ็กซี่มากขึ้นและใกล้ชิดแฟนคลับ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์กับผู้ติดตามในรูปแบบที่แพลตฟอร์มอื่นให้ไม่ได้ เอลิซาเบธยังย้ำว่า เธอยังคงใช้ชีวิตอยู่ในแอฟริกาใต้ และทำงานด้านอนุรักษ์ผ่านมูลนิธิของตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอให้ความสำคัญอย่างมาก

– ผลชันสูตรพลิกศพเด็กสาววัย 14 ปีที่หายตัวไปและพบศพในรถของศิลปินหนุ่ม D4vd ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว โดยระบุว่าเธอเสียชีวิตจากการถูกแทงหลายจุด และมีการอำพรางศพอย่างทารุณ ร่างของเธอถูกพบในสภาพแยกชิ้นส่วนบรรจุอยู่ในถุงขยะ 2 ใบภายในกระโปรงหน้ารถเทสล่าของ D4vd เมื่อเดือนกันยายน 2025 อัยการเชื่อว่า D4vd มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ตายตั้งแต่เธออายุ 13 ปี และได้ลงมือฆ่าเธอเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2025 หลังจากที่เธอขู่ว่าจะเปิดเผยความลับนี้ ซึ่งอาจทำลายชื่อเสียงและอาชีพนักร้องของเขา D4vd ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา และถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา พร้อมข้อหาทารุณกรรมทางเพศต่อเด็ก และการทำลายชิ้นส่วนศพ เขาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในการขึ้นศาลครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 เมษายน

– สมาชิกวง Foo Fighters เปิดใจในบทสัมภาษณ์กับ BBC และ MOJO เกี่ยวกับการก้าวเดินต่อไปหลังจากสูญเสียมือกลองผู้ร่วมก่อตั้งวงอย่าง เทย์เลอร์ ฮอว์กินส์ ไปในปี 2022 พวกเขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า วงที่เปลี่ยนไปแล้วเมื่อไม่มีเทย์เลอร์ การทำวงต่อเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและรู้สึกแปลกมาก เพราะพวกเขาเป็นเหมือนพี่น้องและเพื่อนสนิทกัน เดฟ โกรห์ล เผยว่าเขาใช้ดนตรีเป็นตัวช่วยเพื่อผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะเขากลัวความเงียบที่ทำให้ต้องเผชิญกับความรู้สึกสูญเสีย และยังเปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับความเจ็บปวดเมื่อครั้งเสีย เคิร์ต โคเบน ซึ่งดนตรีก็ได้ช่วยชีวิตเขาไว้เช่นเดียวกัน Foo Fighters กำลังจะปล่อยอัลบั้มชุดที่ 12 ชื่อ Your Favourite Toy ในวันที่ 24 เมษายน โดยมี  อิลาน รูบิน อดีตมือกลอง Nine Inch Nails รับหน้าที่มือกลองคนใหม่