หวานฉ่ำไม่มีเปลี่ยน แพท สุธาสินี โพสต์ภาพย้อนวันวาน ฉลองครบรอบแต่งงาน 20 ปี

หวานฉ่ำไม่มีเปลี่ยน แพท สุธาสินี โพสต์ภาพย้อนวันวาน ฉลองครบรอบแต่งงาน 20 ปี

หวานฉ่ำไม่มีเปลี่ยน แพท สุธาสินี โพสต์ภาพย้อนวันวาน ฉลองครบรอบแต่งงาน 20 ปี

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.08 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งคู่รักมาราธอนของวงการบันเทิงที่ความหวานไม่เคยลดลงเลย สำหรับอดีตเจ้าหญิงแห่งวงการละครเวที “แพท-สุธาสินี พุทธินันทน์” ที่ล่าสุดทำเอาแฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงพากันเข้ามาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม หลังจากที่เธอได้ออกมาโพสต์ภาพโมเมนต์สุดประทับใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อฉลองครบรอบวันแต่งงาน

โดยในโพสต์ดังกล่าว สาวแพทได้แชร์ภาพย้อนวันวานไปในวันวานอันแสนหวาน ตั้งแต่ภาพบรรยากาศพิธีแต่งงานในชุดไทยจิตรลดาประยุกต์สีครีมทองสุดสง่างามเคียงคู่กับสามีชาวต่างชาติ (ตามที่ปรากฏใน image.png) ภาพถ่ายพอร์ตเทรตขาวดำสุดคลาสสิก (ตามที่ปรากฏใน image_3.png) ไปจนถึงภาพคู่ในปัจจุบันที่ทั้งสองยังคงกุมมือกันด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข

พร้อมระบุแคปชันภาษาไทยและภาษาอังกฤษสุดซึ้งที่เผยให้เห็นว่าเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ว่า “20ปีแล้วค่ะ เร็วมาก Today marks 20 years  It seems like it just happened!”

งานนี้ทำเอาแฟนๆ และเพื่อนสนิทพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ร่วมยินดีให้กับความรักที่มั่นคงและยาวนานของทั้งคู่แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 2 ทศวรรษ แต่ความรักของทั้งคู่ยังคงหวานชื่นและมั่นคงเหมือนวันแรกไม่เปลี่ยนแปลง

พิมรี่พาย เปิดใจน้ำตาร่วง ไลฟ์ขายทุเรียนขาดทุนยับ 200 ล้าน ลั่นแค่นี้ไม่ตาย พร้อมสู้ต่อ

พิมรี่พาย เปิดใจน้ำตาร่วง ไลฟ์ขายทุเรียนขาดทุนยับ 200 ล้าน ลั่นแค่นี้ไม่ตาย พร้อมสู้ต่อ

พิมรี่พาย เปิดใจน้ำตาร่วง ไลฟ์ขายทุเรียนขาดทุนยับ 200 ล้าน ลั่นแค่นี้ไม่ตาย พร้อมสู้ต่อ

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.59 น.

เป็นกระแสฮือฮาและทอล์กออฟเดอะทาวน์บนโลกออนไลน์ทันที เมื่อ “พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์ชื่อดังระดับประเทศ ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตาถึงเบื้องหลังกระแสดราม่าขาดทุนมหาศาล จากแคมเปญไลฟ์สดขายทุเรียนในราคาเพียงลูกละ 100 บาท ซึ่งเป็นโครงการที่ทำร่วมกับกระทรวงพาณิชย์

โดย พิมรี่พาย ได้ชี้แจงรายละเอียดให้ทีมงานฟังว่า ต้นทุนที่แท้จริงของทุเรียนที่นำมาจำหน่ายในแคมเปญนี้ตกอยู่ที่ลูกละกว่า 200 บาท และเมื่อนำมารวมกับค่าคัดเกรดพรีเมียม รวมถึงค่าดำเนินการอื่น ๆ แล้ว การเปิดขายในปริมาณมหาศาลด้วยราคาที่ต่ำกว่าทุนอย่างมาก ส่งผลให้ตัวเลขบัญชีติดลบสูงถึง 200 ล้านบาท ในระยะเวลาอันสั้นอย่างไรก็ตาม เธาระบุว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติของคนค้าขายที่มีทั้งช่วงเวลากำไรและขาดทุน และไม่ได้มองว่าความผิดพลาดในครั้งนี้จะเป็นจุดจบของเธอแต่อย่างใด “แค่ขาดทุนไม่ตาย…” พิมรี่พายลั่นวาจาพร้อมสู้ต่อ

แม้จะต้องแบกรับภาระหนี้ก้อนใหญ่จากการลงทุนในครั้งนี้ แต่แม่ค้าออนไลน์ชื่อดังยืนยันว่าไม่มีความท้อถอย โดยขณะนี้ได้เร่งวางแผนขึ้นไลฟ์สดเพื่อระบายสินค้าที่เหลืออยู่ในโกดังด้วยราคาพิเศษ เพื่อนำรายได้กลับมาเติมเต็มส่วนที่ขาดทุนและใช้หนี้จากการลงทุนดังกล่าวทั้งนี้ หลังจากคลิปคำอธิบายของเธอถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ติดตามเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องบนโลกโซเชียล ซึ่งหลายคนชื่นชมในการยอมรับความผิดพลาดด้วยความตรงไปตรงมาตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ

วงการบันเทิงร้อนฉ่า คุณชายอดัม ฟาด กองถ่าย-ผู้กำกับ ถ้ายังไม่หยุดเจอแจ้งความอาญาแน่

วงการบันเทิงร้อนฉ่า คุณชายอดัม ฟาด กองถ่าย-ผู้กำกับ ถ้ายังไม่หยุดเจอแจ้งความอาญาแน่

วงการบันเทิงร้อนฉ่า คุณชายอดัม ฟาด กองถ่าย-ผู้กำกับ ถ้ายังไม่หยุดเจอแจ้งความอาญาแน่

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.04 น.

วันนี้ 28 พฤษภาคม 2569 เกิดประเด็นร้อนแรงที่ทำเอาชาวเน็ตต้องหูผึ่ง เมื่อ คุณชายอดัม หรือ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้กำกับมือทองและบุคคลสำคัญในวงการบันเทิง ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยถ้อยคำที่เผ็ดร้อนและจริงจังเป็นอย่างมาก โดยพุ่งเป้าไปที่พฤติกรรมสุดฉาวของคนในกองถ่ายละครแห่งหนึ่ง ที่ทำตัวไม่เหมาะสมและก้าวล้ำเส้นความเป็นมืออาชีพ จนเจ้าตัวทนไม่ไหวต้องขอออกมาเป็นกระบอกเสียงตักเตือนคนในวงการให้หันกลับมาทบทวนมารยาทและจรรยาบรรณในการทำงานร่วมกันใหม่ โดยระบุว่า “กองถ่ายเลวๆ กับผู้กำกับเลวๆ ทำละครแล้วคงอินเกินไป เลยกลายเป็นตัวละครซะงั้น เป็นตัวนางเอกพระเอกก็คงดี แต่เป็นนางอิจฉา นางร้ายก็ไม่ไหวนะ แล้วเรื่อง Sexual Harassment ด้วย ….เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ? Consent ที่เค้ารณรงค์กันเคยเข้าหูบ้างไม๊?​ อะไรทำได้ไม่ได้เคยคุยไหม แล้วปล่อยให้คนในกองถ่ายรูปไปลง Social Media พูดล้อเลียนกันสนุกปากได้ยังไง … Protocol ในกองถ่ายมีไหม? ใครควรอยู่ Onset หรือไม่ ปฎิบัติตัวยังไงรู้หรือเปล่า? หรือแค่แก่เพราะอยู่นานเท่านั้น

ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ อยากจะเตือนด้วยความหวังดี อย่าก้าวข้ามเส้นเกินไปเลยครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน …แฟนผมเป็นทนาย ไปแจ้งความอาญาก็ทำได้นะ แล้วเรื่องแย่ๆที่คุณทำคนอื่นไว้ในกอง ไม่ได้มีคนเดียวที่เห็น คนอื่นรู้ คนอื่นเห็น คนอื่นเป็นพยาน แล้วก็บอกต่อได้เหมือนกัน อยากอยู่ในวงการสมัยใหม่หลังจากงานหดงานหาย ก็กรุณาทำตัวให้สมกับอายุ สมกับประสบการณ์ที่เคยมีมาด้วยนะครับ ถือว่าเตือนกันดีๆแล้วนะครับ”

คุณชายอดัม

ทันทีที่โพสต์ของ คุณชายอดัม หรือ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ถูกเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นชนวนเหตุให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์นี้กันอย่างดุเดือด เช่น

“โอ้ววว ทำไมวันนี้มีแต่เรื่องแย่ๆเกี่ยวกับกองถ่ายคะเนี่ย”

“งานยิ่งน้อย ปลดคนยิ่งกระจาย ยังจะมีอย่างนี้อีก เห้อ”

“เคสนี้ ใครกันฮะเนี่ย น่ารังเกียจมาก”

“ทีมท่านชาย”

“กฏหมายเเรงด้วยนะครับ”

“คนไทยเราเชื่อว่าคุณชายมีพลังครับ คุณชายอาจไม่อยากยอมรับ แต่มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว”

“เป็นปากเป็นเสียง! ชื่นชมครับ”

คุณชายอดัม
คุณชายอดัม
คุณชายอดัม
คุณชายอดัม
คุณชายอดัม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เฉลิมชาตรี ยุคล

ยังจำได้ไหม จิ้งหรีดขาว นางเอกลิเกในตำนาน ขวัญใจคนไทย ที่ปัจจุบันสวยเป๊ะกว่าเดิม

ยังจำได้ไหม จิ้งหรีดขาว นางเอกลิเกในตำนาน ขวัญใจคนไทย ที่ปัจจุบันสวยเป๊ะกว่าเดิม

ยังจำได้ไหม จิ้งหรีดขาว นางเอกลิเกในตำนาน ขวัญใจคนไทย ที่ปัจจุบันสวยเป๊ะกว่าเดิม

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.46 น.

ทำเอาแฟนคลับถึงกับต้องขยี้ตารัว ๆ เมื่อได้เห็นภาพล่าสุดของ จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ นางเอกลิเกระดับตำนานที่กาลเวลาทำอะไรเธอไม่ได้เลยจริง ๆ แม้ว่าปัจจุบันจะมีอายุ 52 ปีแล้ว แต่เจ้าตัวยังคงดูแลรูปร่างหน้าตาได้อย่างเป๊ะปัง สมฉายาความสวยอมตะที่แฟน ๆ ยกให้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าวงการ จนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาว่านี่คือภาพของสาววัยเลข 5 เพราะความออร่าและความสดใสยังคงเปล่งประกายเหมือนวันวานไม่มีผิดเพี้ยน

สำหรับ จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ ถือเป็นศิลปินลิเกที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นขวัญใจของพ่อแม่พี่น้องชาวไทยมาอย่างยาวนาน เธอไม่เพียงแต่มีความสามารถด้านการแสดงลิเกที่เป็นเอกลักษณ์และหาตัวจับยากเท่านั้น แต่ยังมีผลงานเพลงลูกทุ่งที่เป็นที่จดจำมากมาย โดยเฉพาะเพลงจังหวะสนุก ๆ ที่ใครได้ยินเป็นต้องลุกขึ้นมาเต้นตาม นอกจากนี้ เธอยังเป็นตัวอย่างของศิลปินที่ขยันทำงานและมีวินัยในการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกาย เพื่อรักษามาตรฐานความสวยและความพร้อมสำหรับการแสดงบนเวทีที่เธอรักอยู่เสมอ

จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ

ภาพชุดล่าสุดที่เผยแพร่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นลุคสาวหวานในชุดเดรสสีละมุน หรือลุคจัดเต็มในชุดลิเกอลังการประดับเพชรวิบวับ ก็ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าเธอยังคงรักษาความสง่างามไว้ได้อย่างดีเยี่ยม แฟน ๆ ที่ติดตามอินสตาแกรมส่วนตัวต่างเข้าไปคอมเมนต์ชื่นชมในความสวยที่ดูอ่อนกว่าวัยกันอย่างล้นหลาม กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนหันมาใส่ใจดูแลตัวเองตามแบบฉบับของนางเอกลิเกคนดังรายนี้ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป จิ้งหรีดขาวก็ยังคงครองใจแฟนคลับและรักษาตำแหน่งนางเอกในดวงใจของใครหลายคนได้อย่างเหนียวแน่นจริง ๆ ครับ

จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ
จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ
จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ
จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ

ขอขอบคุณข้อมูลบและภาพจาก อินสตาแกรม jingreedkhaow

หลบหน่อยตัวแม่มา!! ‘เบน ชลาทิศ’ ชวนเฉิดฉายในแบบตัวเอง! พร้อมแดนซ์สะบัดกับ Drag Queen

หลบหน่อยตัวแม่มา!! ‘เบน ชลาทิศ’ ชวนเฉิดฉายในแบบตัวเอง! พร้อมแดนซ์สะบัดกับ Drag Queen

หลบหน่อยตัวแม่มา!! ‘เบน ชลาทิศ’ ชวนเฉิดฉายในแบบตัวเอง! พร้อมแดนซ์สะบัดกับ Drag Queen

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.20 น.

กลับมาทวงบัลลังก์ตัวมัมรับ Pride Month!! สำหรับศิลปินเสียงทรงพลัง เบน – ชลาทิศ ตันติวุฒิ   จากค่าย Tero Music  ล่าสุดพร้อมส่งซิงเกิลใหม่  “Spotlight”  เพลงแห่งแสงไฟที่จะปลุกความ Shine Bright  ในตัวคุณให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง  ซิงเกิลนี้มาในดนตรีสไตล์  Pop Dance  จังหวะสนุก ๆ  ชวนทุกคนให้ขยับไปตามท่อนฮุคที่กระแทกใจ…

เบน เผยเบื้องหลังการทำงานว่า .. “เพลง  “Spotlight” เป็นเพลงที่ผมตั้งใจหยิบเอาเรื่องราวในสังคมปัจจุบันมาถ่ายทอด  ซึ่งตอนนี้ทุกคนต่างมี Social Media อยู่ในมือ  และหลายคนต้องการที่จะมีพื้นที่ของตัวเอง  อยากวิ่งเข้าไปหาชื่อเสียง เงินทอง  อยากได้ “Spotlight” เป็นของตัวเองจนบางทีต้องยอมเหยียบข้ามคนอื่น  ยอมแลกกับชีวิตและความสุขส่วนตัวไปเพียงเพื่อคอนเทนต์  เราต้องการเปรียบเทียบว่า “Spotlight”  เหมือนกับกองไฟกองหนึ่งที่ยั่วยวนให้แมลงตัวเล็ก ๆ บินเข้าไปครับ   ส่วนคำนิยาม  ‘Spotlight’  สำหรับผม  ก็คือการเป็น “เบน ชลาทิศ” และได้อยู่ในที่ ๆ ผมอยู่แล้วสามารถเป็นตัวเองได้อย่าง 100% ครับ   ไม่ต้องไปวิ่งไล่ตามแสงของใคร   เพลงนี้ยังคงได้  Manyx Boy (แมนิกซ์ บอย) มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้ผมอีกครั้ง   เพลงนี้เราทำมาเป็น Pop Dance จังหวะสนุก ให้ทุกคนโยกตามกันได้   ด้วยความที่เพลงนี้เราตั้งใจทำมาเพื่อต้อนรับการเฉลิมฉลองในช่วง Pride Month พอดี   ในพาร์ทของมิวสิกวิดีโอ  ความพิเศษคือผมอยากได้ตัวแม่ตัวมัมในวงการ  Drag Queen มาร่วมซีน สร้างสีสันใน MV ด้วยกัน  ซึ่งพวกเขาเวลาเมื่อถึงเวลาที่ขึ้นโชว์ เมื่อขึ้นเวทีมีแสงไฟสาดส่องมา เขาก็พร้อมจัดเต็มสร้างความสร้างความสนุกให้กับทุกคนเต็มที่  เรายกกองไปถ่ายกันที่บาร์  The Stranger Bar (House of Drag Queens)  ครับ   บรรยากาศในกองถ่ายคือทุกคนพลังงานล้นมาก  จัดเต็มหน้าผม ชุด  ไม่มีใครยอมใคร  ยิ่งพอสปอตไลท์ส่องปุ๊บ  อินเนอร์แต่ละคนก็คือมาเต็มสุด ๆ    ยังไงผมก็ขอฝากเพลง Spotlight ด้วยนะครับ  ผมและทีมงานทุกคนตั้งใจกับเพลงนี้เต็มที่มาก ๆ  ช่วงนี้ใครที่รู้สึกว่ากำลังหมดพลัง  ลองเปิดเพลงนี้ฟังแล้วมาเพื่อเติมไฟให้กับตัวเองไปพร้อมกันครับ”

MV https://www.youtube.com/watch?v=KCFgBj97nf0

‘KATSEYE’ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ คว้า 3 รางวัลใหญ่จาก 2026 American Music Awards

‘KATSEYE’ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ คว้า 3 รางวัลใหญ่จาก 2026 American Music Awards

‘KATSEYE’ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ คว้า 3 รางวัลใหญ่จาก 2026 American Music Awards

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.16 น.

KATSEYE โกลบอลเกิร์ลกรุ๊ป ดีกรีเข้าชิง 2 รางวัลแกรมมี ตอนนี้เพิ่มรางวัลใหม่เข้าไปในลิสต์เรียบร้อยแล้ว หลังจากคว้ารางวัลใหญ่จาก 2026 American Music Awards หรือ American Music Awards ครั้งที่ 52 สาขา New Artist of the Year, Breakthrough Pop Artist และ Best Music Video จากเพลง “Gnarly” มาครองได้สำเร็จ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกที่ชนะครบทุกสาขาที่ได้รับการเสนอชื่อ พิสูจน์ความสามารถและความนิยมของ KATSEYE ในฐานะโกลบอลเกิร์ลกรุ๊ปได้เป็นอย่างดี

ในช่วงกล่าวรับรางวัล สมาชิกแต่ละคนต่างขอบคุณแฟน ๆ ชาว Eyekons ครอบครัวของพวกเธอ รวมถึง Bang Si-hyuk ประธาน HYBE พร้อมกล่าวคำขอบคุณสั้น ๆ ในภาษาที่สองของตัวเอง ด้าน Sophia Laforteza ยังเอ่ยขอบคุณรุ่นพี่ร่วมค่าย BTS เป็นพิเศษ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเธอได้เป็นตัวแทนเผยแพร่วัฒนธรรมของตัวเองสู่เวทีโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ สาว ๆ KATSEYE ยังได้ทำการแสดงสดเพลง “PINK UP” ในงานประกาศรางวัลครั้งนี้ด้วย และเป็นครั้งแรกที่การแสดงสดเพลงนี้ได้ออกอากาศผ่านโทรทัศน์ทั่วอเมริกา หลังจากเปิดตัวครั้งแรกบนเวที Coachella 2026 ที่ผ่านมา และได้กระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ทั่วโลก รวมถึงในไทยที่คอนเทนต์ที่ใช้เพลง “PINKY UP” ยังคงไวรัลต่อเนื่องไม่หยุด โดยมีจำนวนคลิปที่ใช้เพลงนี้มากถึง 2.5 ล้านคลิป ยอดวิวรวมทั้งหมดทะลุ 1,800 ล้านวิวเข้าไปแล้ว และยังคงเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ สมแล้วที่เป็น Breakthrough Pop Artist ประจำปีนี้จริง ๆ

ก่อนหน้านี้ KATSEYE ประกาศเตรียมปล่อย WILD อีพีใหม่ชุดที่ 3 ในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ สานต่อความสำเร็จอย่างสวยงามของอีพีก่อนหน้าอย่าง BEAUTIFUL CHAOS ในปี 2025 ที่มีเพลงฮิตมากมายอย่าง “Gnarly”, “Gabriela”, “Gameboy” ที่ยอดสตรีมถล่มทลายไปทั่วโลก และส่งให้ KATSEYE มีชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมีถึง 2 สาขา ได้แก่ Best New Artist และ Best Pop Duo/Group Performance จากเพลง “Gabriela” ดังนั้นในอีพีชุดใหม่นี้ แฟน ๆ ชาว EYEKONS สามารถคาดหวังเพลงสุดปังจากสาว ๆ กันต่อได้เลย

สพฐ.ทำทันทีลดภาระครูเริ่มปีนี้ โรงเรียนไม่ต้องกรอก ITA ป.ป.ช.

สพฐ.ทำทันทีลดภาระครูเริ่มปีนี้ โรงเรียนไม่ต้องกรอก ITA ป.ป.ช.

สพฐ.ทำทันทีลดภาระครูเริ่มปีนี้ โรงเรียนไม่ต้องกรอก ITA ป.ป.ช.

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.06 น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดินหน้าลดภาระครูอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มปีการศึกษา 2569 โรงเรียนไม่ต้องกรอกข้อมูลการประเมิน ITA ระดับสถานศึกษา ของ ป.ป.ช. พร้อมทยอยยกเลิกการประเมิน การรายงาน และการประกวดบางโครงการ ที่สร้างภาระงานให้ครู-โรงเรียน

28 พ.ค.69 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เดินหน้าลดภาระครูอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป โรงเรียนไม่ต้องกรอกข้อมูลการประเมิน ITA ระดับสถานศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมทั้งทยอยยกเลิกการประเมิน การรายงาน และการประกวดบางโครงการ ที่สร้างภาระงานให้ครูและโรงเรียน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญ ในการลดภาระงานด้านเอกสาร และงานประเมินที่ไม่จำเป็น เพื่อเปิดโอกาสให้ครูมีเวลาในการจัดการเรียนการสอน และดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่ ตามแนวทาง “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” ของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นผลมาจากการที่ สพฐ.ได้ทบทวนโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ซึ่งมีทั้งสิ้น 116 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของครู 50 โครงการ และภายหลังการพิจารณาร่วมกันของหน่วยงานภายใน สพฐ. เห็นว่าสามารถปรับลดขั้นตอนและกิจกรรม ที่เป็นภาระต่อครูและโรงเรียนได้ อาทิ การยกเลิกการรายงานที่ซ้ำซ้อน การลดขั้นตอนการดำเนินงาน การบูรณาการข้อมูลร่วมกัน รวมถึงการพิจารณายกเลิกบางโครงการที่ไม่จำเป็น

“มาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที คือ การยกเลิกการกรอกข้อมูล ITA ระดับสถานศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป โดย สพฐ.ได้หารือร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. และเห็นว่า ข้อมูลที่ใช้ในการประเมิน เช่น การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) และข้อมูลเชิงประจักษ์ สามารถดึงจากฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เช่น ระบบ Connext ED สำหรับโรงเรียน และระบบ OIT Plus สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มาใช้แทนได้” เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า นอกจากนี้ สพฐ.ยังพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้โรงเรียนสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระงานเอกสารของครูอย่างเป็นระบบ

สำหรับโครงการที่เตรียมปรับลดหรือยกเลิกในปีงบประมาณ 2570 เบื้องต้นมี 6 โครงการ ได้แก่ 1. ยกเลิกการประเมิน ITA ออนไลน์ ระดับสถานศึกษา 2. ยกเลิกการประเมินโรงเรียนคุณธรรม ระดับ 4 ดาว และ 5 ดาว 3. ยกเลิกการรายงานโครงการยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียน ตามกรอบการประเมินระดับนานาชาติ 4. ยกเลิกการรายงานโครงการยกระดับ OBEC Channel ศูนย์กลางสื่อสารและบริหารงานดิจิทัล สพฐ. 5. ยกเลิกการรายงานโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สู่ห้องเรียน และ 6. ยกเลิกการประกวดโครงการส่งเสริมสุขภาพและพลานามัย

นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า หลายโครงการของ สพฐ. มีหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ภายใต้แนวคิด “All for Education” ซึ่งทุกภาคส่วนมีบทบาทในการพัฒนาการศึกษา อย่างไรก็ตาม สพฐ.จะพิจารณารายละเอียดของแต่ละโครงการอย่างรอบคอบ หากพบว่าโครงการใดสร้างภาระด้านการรายงาน หรือเพิ่มงานเอกสาร ให้ครูและโรงเรียน ก็อาจพิจารณาปรับลดหรือยกเลิก ขณะเดียวกัน โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผู้เรียน ทั้งด้านความรู้ คุณธรรม และทักษะชีวิต ยังคงได้รับการสนับสนุนต่อไป โดยจะเน้นลดกิจกรรมหรือขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนมากขึ้น โรงเรียนมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากขึ้น และผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ.

สาทิตย์ ดักคอ สส.ปักษ์ใต้ ขวางตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์ ย้ำคิดจากคนข้างบนบดขยี้วิถีชีวิตชาวบ้าน

สาทิตย์ ดักคอ สส.ปักษ์ใต้ ขวางตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์ ย้ำคิดจากคนข้างบนบดขยี้วิถีชีวิตชาวบ้าน

สาทิตย์ ดักคอ สส.ปักษ์ใต้ ขวางตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์ ย้ำคิดจากคนข้างบนบดขยี้วิถีชีวิตชาวบ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.33 น.

‘สาทิตย์’ ดักคอ ’สส.ปักษ์ใต้‘ หากไม่ให้ตั้ง’กมธ.วิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์‘ ต้องตอบให้ได้ปิดหู ปิดตา คนบ้านเดียวกันทำไม

วันนี้ 28 พ.ค. 2569 เมื่อเวลา 15.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(โครงการแลนด์บริดจ์) เสนอโดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และญัตติที่เสนอเกี่ยวเนื่องกันอีก4ญัตติ ได้แก่ของ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ โดยพิจารณาไปพร้อมกัน ลงมติพร้อมกัน

สาทิตย์

นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตนตั้งใจให้เป็นญัตติคู่กับเรื่องแลนด์บริดจ์ เพราะปัจจุบันมีความพยายามมุ่งให้ข้อมูลเพียงด้านเดียว โดยหว่านล้อมชี้นำให้ประชาชนโดยเฉพาะภาคใต้ ให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังนำความเจริญไปสู่ส่วนภูมิภาค แต่ปกปิดข้อเท็จจริงบางส่วนที่ประชาชนสมควรจะได้รับ เช่น การพัฒนาแลนด์บริดจ์เป็นการกระทำเฉพาะพื้นที่ ได้ประโยชน์เฉพาะบางกลุ่มบางพวกเท่านั้น และเป็นการพัฒนาที่ฉีกทิ้งภาคใต้ให้แยกออกเป็นส่วนๆ เพราะมีแค่ 4 จังหวัดที่อยู่ในโครงการนี้ คือระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ขณะที่ภาคใต้มี 14 จังหวัด รวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ประชากรกว่า 14 ล้านคนจะต้องได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ โดยที่ไม่ได้รับประโยชน์อะไร ตนจึงตั้งใจเสนอญัตตินี้เสนอแนวคิดพัฒนาภาคใต้ให้ได้ประโยชน์ทั้ง 14 จังหวัด ด้วยการเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งด้วยเงินลงทุนในขนาดประมาณที่เท่ากัน คือ เซาท์เทิร์น คอนเนค เชื่อมใต้เชื่อมโลกที่สอดคล้องกับโครงสร้างของเศรษฐกิจภาคใต้อีกด้วย

นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เสนอแนวคิดนี้เพียงเพราะเป็นสส.ภาคใต้ แต่เป็นคนปักษ์ใต้ และเกิดที่ภาคใต้ มีญาติพี่น้อง คนรู้จัก เพื่อนฝูงญาติมิตรทั้ง 14 จังหวัด กังวลว่าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ขนาดนี้ที่กระทบกับสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตของคนชุมชน หากไม่มีการศึกษาที่ละเอียดรอบคอบรอบด้าน ฟังเสียงประชาชนไม่เพียงพอ เป็นโครงการที่คิดจากคนข้างบนเพียงไม่กี่คน ละเลยเสียงของชาวบ้านระดับฐานรากที่สุดแล้วโครงการอย่างนี้จะบดขยี้วิถีชีวิตของคนภาคใต้

นายสาทิตย์ กล่าวว่า แลนด์บริดจ์ไม่ใช่แนวความคิดใหม่ แต่เป็นความคิดเก่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2528 คู่กับแนวคิดที่จะพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ที่ทำไปแล้ว จนนำไปสู่พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในภาคตะวันออก(EEC) ที่ขณะนี้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชุมชนอย่างมหาศาล ชาวภาคใต้ต่างกังวลว่าหากทำแลนด์บริดจ์แล้วจะมีลัษณะใกล้เคียงกับEEC ทำลายทรัพยากรวิถีชีวิตชุมชนอย่างที่เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ภาครัฐไม่เคยให้ โครงการนี้มุ่งลงทุนขนาดใหญ่ ดึงดูดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ละเลยประชาชนตัวเล็ก ตัวน้อย ที่อยู่ในภาคเกษตรกร ภาคแรงงาน ว่าจะมีวิถีชีวิตต่อไปอย่างไร บางคนบอกว่าเป็นโครงการคิดต่อจากโครงการ ”ขุดคลองคอดกะ“ ด้วยซ้ำ แต่เมื่อโครงการล้มเหลว และมีการหากินของหลายฝ่าย เลยมีการหยิบโครงการนี้ขึ้นมา
         
นายสาทิตย์ กล่าวว่า นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีเคยแถลงว่าเนื่องจากผลการศึกษาจัดทำขึ้นภายใต้บริบทโลกในรูปแบบเก่า แตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบันโดยเฉพาะประเด็นภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่มีความตึงเครียดสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการทำแลนด์บริดจ์จึงไม่ใช่แค่โครงการก่อสร้างท่าเรือ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยไทยสามารถยืนบนลำแข้งของตนเองได้อย่างมั่นคง ซึ่งมีเหตุผลที่ฟังได้เท่านี้ แต่ตนแปลกใจว่าแนวคิดนี้มาได้อย่างไร หากบอกว่าภูมิรัฐศาสตร์โลกเกิดความตึงเครียดเช่นช่องแคบฮอร์มุซ เพราะเป็นทางผ่านของการขนส่งสินค้าหลายชาติ แล้วแลนด์บริดจ์จะไม่มีสภาพที่ใกล้เคียง ทำให้เกิดปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคหรือความตึงเครียดเพิ่มขึ้นหรืออย่างไร
           
นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า อีกทั้งยังอ้างตัวเลขขนส่งหรือคาร์โก้ ผลตอบแทนดูเหมือนอยู่ในระดับหนึ่ง แต่มองภาพรวมเรื่องความสะดวกรวดเร็วมั่นคง โดยเฉพาะการชูจุดขายเรื่องความมั่นคงทางอาหารจะพบว่าไทยได้เปรียบอย่างมหาศาล เท่านี้ก็ยิ่งงงไปใหญ่ เพราะแลนด์บริดจ์ที่พูดถึงคือการทำท่าเรือขนส่งสินค้าสองข้างแล้วยกขึ้นมาบนบกเพื่อขนไปอีกข้างหนึ่งโดยไม่ต้องไปทางช่องแคบมะละกา ความมั่นคงทางอาหารจึงเหมือนกับเป็นความล่องลอยอยู่ในอากาศ จากผลการศึกษาที่มีอยู่ในเรื่องนี้ไม่ว่าจากสนข. หรือสภาพัฒฯ ที่ทำร่วมกับจุฬาลงกรณ์ ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนจึงไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ท่านพูดเอามาจากไหน จึงมีความสับสนเป็นอย่างยิ่ง
           
“ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แม้ท่าทีฝ่ายรัฐบาลบอกว่าไม่จำเป็น ผมถือว่านี่คือการปิดหู ปิดตา ประชาชน จะบอกว่ารัฐบาลตั้งคณะทำงานแล้ว มีปลัดกระทรวงนั้น กระทรวงนี้ แล้วชาวบ้านในพื้นที่อยู่ไหนทำไมถึงไม่มีส่วนร่วมเข้าไปรับรู้กับโครงการที่จะกระทบต่อวิถีชีวิตของเขา คิดแค่กลุ่มคนเดียวข้างบน บังคับคนข้างล่างไม่ได้ มันต้องมีส่วนร่วมของคนข้างล่างด้วย คือสส.ในสภานี้ สส.ปักษ์ใต้คนไหนถ้ามีความเห็นว่าไม่ต้องตั้งกมธ.วิสามัญ ต้องตอบกับเราด้วยว่าปิดหู ปิดตา คนบ้านเราทำไม” นายสาทิตย์ กล่าว

ภคมน ปูด ทุนใหญ่ กว้านซื้อที่ดิน รอรับ แลนด์บริดจ์ จนแทบตั้งชื่อเป็นอำเภอได้แล้ว

ภคมน ปูด ทุนใหญ่ กว้านซื้อที่ดิน รอรับ แลนด์บริดจ์ จนแทบตั้งชื่อเป็นอำเภอได้แล้ว

ภคมน ปูด ทุนใหญ่ กว้านซื้อที่ดิน รอรับ แลนด์บริดจ์ จนแทบตั้งชื่อเป็นอำเภอได้แล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.22 น.

’ภคมน’ ปูด ‘ทุนใหญ่’ ระดมกว้านซื้อที่ดินลูบปากรอรับ ‘แลนด์บริดจ์’ จนจะตั้งชื่อเป็นอำเภอได้แล้ว ซัด ‘รัฐบาล’ ซุก ‘พ.ร.บ.SEC’ เอื้อต่างชาติ-เล่นเกมซอยโครงการ ผลักชาวบ้านเป็น ‘พลเมืองชั้น2’ ซ้ำรอย EEC ข้องใจเงินเข้ากระเป๋าใคร เหน็บ ‘พิพัฒน์’ ยังรักคนใต้เหมือนช่วงหาเสียงหรือไม่ หลังยกเลิกภารกิจลงรับฟังความเห็น สอนมวยต้องวางผลประโยชน์ส่วนตน-พวกพ้องก่อน แล้วค่อยกลับมาคิดจะพัฒนาภาคใต้อย่างไร 

วันนี้ 28 พ.ค. 2569 เมื่อเวลา 15.25 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(โครงการแลนด์บริดจ์) เสนอโดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และญัตติที่เสนอเกี่ยวเนื่องกันอีก4ญัตติ ได้แก่ของ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ โดยพิจารณาไปพร้อมกัน ลงมติพร้อมกัน

ภคมน หนุนอนันต์

น.ส.ภคมน กล่าวว่า การพัฒนาภาคใต้ถูกนำเสนอผ่านโครงการแลนด์บริดจ์ ถูกนำเสนอมาแล้วต่อเนื่องผ่านนายกรัฐมนตรี 3 คน แต่หากจะพูดกันอย่างตรงไปตรงมานโยบายแลนด์บริดจ์ เป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2562 และรอบนี้พรรคภูมิใจไทยเข้ามามีอำนาจบริหารเต็มที่ ก็ดูเหมือนจะเดินหน้าและมีท่าทางว่าจะเอาจริง แต่ยืนยันอีกครั้งว่าตนไม่ได้ขวางการพัฒนาภาคใต้ แต่เพื่อให้ประชาชนจับอาการพยายามแรงกล้าของรัฐบาลที่จะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ทั้งที่มีเสียงทักท้วงทุกแวดวง ประชาชนจำเป็นต้องรู้ทันว่าแท้จริงแล้วรัฐบาลต้องการอะไรกันแน่ ทุกครั้งที่รัฐบาลพยายามสื่อสารเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์อยู่เสมอว่าโครงการนี้จะเป็นโอกาสสร้างเงินสร้างรายได้ของพี่น้องประชาชนในภาคใต้ และเป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่ ยอมรับว่าโครงการดังกล่าวถูกเส้นคนใต้ เพราะภาคใต้ต้องการเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่จริง ตนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า รัฐบาลไม่เคยพูดให้ชัดว่าก่อนที่จะมีโครงการดังกล่าวต้องมีกฎหมายพิเศษหรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor หรือ SEC) ก่อน โดยพ.ร.บ.SEC จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งมีอำนาจแบบรัฐเหนือรัฐ สามารถอนุมัติ อนุญาตและยกเว้นกฎหมายปกติได้อย่างน้อย 16 ฉบับ รวมถึงสามารถอนุมัติ อนุญาตสัมปทานที่ดินให้กับต่างชาติได้ชั่วลูกชั่วหลานถึง 99 ปี แม้วันนี้รัฐบาลจะบอกว่าปรับปรุงและแก้ไขแล้วเหลือเพียงแค่ 50 ปี แต่คณะกรรมการชุดนี้สุดท้ายแล้วท่านก็สามารถที่จะแก้ไขต่อสัญญาเพิ่มเติมได้อีก 49 ปีซึ่งรวมเป็น 99 ปีอยู่ดี นอกจากนี้ ยังเปิดทางให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาประกอบอาชีพที่เคยถูกสงวนไว้ให้กับคนไทยได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกพูดถึงและนี่ก็เป็นความจริงที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้คำโฆษณา หากมีโครงการแลนด์บริดจ์ งานและรายได้เหล่านี้จะตกเป็นของใคร คนไทยในพื้นที่ หรือทุนใหญ่หรือทุนต่างชาติ

น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า เมื่อมีทุนใหญ่เข้ามา แน่นอนว่าตัวเลขจีดีพีก็พุ่งสูงขึ้น รัฐบาลก็จะพูดได้ว่าเป็นผลงานของรัฐบาล แต่เม็ดเงินจริงๆ แล้วมันเข้ากับกระเป๋าใคร เมื่อสู้ทุนใหญ่ไม่ได้ประชาชนในพื้นที่ก็จะถูกผลักให้เป็นพลเมืองชั้นสองเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หากท่านนึกไม่ออก จำไม่ได้หลงลืมไปแล้ว จะมีเพื่อนสมาชิกมาพูดให้ฟังถึงความล้มเหลวของโครงการ EEC 

“หากเป็นคนอื่นที่ตั้งท่าจะผลักดันกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติขนาดนี้ท่านคงกล่าวหาเขาได้ว่าเป็นโครงการขายชาติ โครงการไม่รักชาติ แต่เมื่อถูกผลักดันโดยคนรักชาติเอง จึงไม่เป็นไร ท่านไม่รักให้ตลอด ท่านรักเป็นเรื่องๆ คำถามต่อมาสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดระนองก็มีการกว้านซื้อที่ดินอย่างหนักจากนายทุนเพียงเจ้าเดียว ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันได้เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว และได้เรียกร้องให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงไปในพื้นที่เพื่อที่ท่านจะได้ทราบว่านายทุนที่ดิฉันบอกว่ากว้านซื้อที่ดินที่เขาเรียกกันว่าอาม่านั้น แท้จริงแล้วเป็นอาม่าไหน“ น.ส.ภคมน กล่าว 

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า เมื่อตอนเปิดไปว่าเป็นอาม่า ท่านก็ตกใจขวัญอ่อนเอาอาม่ามารีน หรือ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) บริษัทของน้องชายท่านมาแถลงว่าไม่เกี่ยวข้อง คนเค้าขำกันทั่วเมือง เพราะคนละอาม่า แทนที่นายพิพัฒน์จะสวมบทบาทรัฐมนตรีปกป้องทรัพยากรของชาติ แต่ท่านกลับสวมบทบาทนายทุนปกป้องสมบัติของตัวเอง และจากการที่ตนลงพื้นที่พบว่าลักษณะการซื้อที่ดินของนายทุนคนนี้เขาสามารถคำนวณได้เลยว่าพื้นที่ตรงนี้หาก SEC ผ่านมันจะถูกแปลงเป็นอะไร และลักษณะการซื้อที่ดินเขาจะจัดซื้อที่ดินห่างจากที่ดินที่ถูกเวนคืนประมาณ 200 เมตร ซื้อหมดไม่สนว่ามีโฉนดหรือไม่มีโฉนดแล้วบอกกับชาวบ้านว่าเขาสามารถไปออกโฉนดได้ และพื้นที่สำคัญที่เขาซื้อไปแล้วคือพื้นที่แหลมริ่ว พื้นที่หลังท่าที่เรารู้ดีว่าจะเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่สำคัญ และมีมูลค่าสูงมากหากมีท่าเรือเกิดขึ้น ขณะนี้อาม่าซื้อภูเขาริ่วไปแล้วทั้งลูกตั้งแต่หน้าหาด ขึ้นภูเขา ทะลุไปออกถนนใหญ่ แม้ว่าชาวบ้านบางคนเขาจะไม่อยากขาย แต่สุดท้ายเขาก็ถูกบีบให้ต้องขาย ซึ่งเมื่อขายแล้วอาม่าก็ใจดีไม่ไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ แต่ให้ประชาชนเช่าที่ตัวเองปีละ 5 หมื่นบาท หักตั้งแต่ตอนซื้อเลย แม้ว่ากฎหมายจะยังไม่ถูกบังคับใช้แต่นายทุนกับเดินเกมล่วงหน้าไปแล้ว แถมยังทำเงินได้อีกด้วย

น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า นายทุนเจ้านี้เขาครอบครองที่ดินชนิดที่ว่าประชาชนในพื้นที่เขาแซวกันว่าอำเภอนี้จะสามารถเปลี่ยนชื่อเป็นนายทุนคนนี้ได้แล้ว มันมากพอหรือยังที่รัฐบาลจะต้องลงไปตรวจสอบท่านจำเป็นต้องไปตรวจสอบหรือไม่ว่า การซื้อที่ดินที่ไม่มีโฉนดแล้วไปบอกว่าสามารถออกโฉนดได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดบ้างที่อำนวยความสะดวกอยู่ แม้ว่าท่านจะได้ยินข้อมูลของตนแล้วบอกว่าเป็นการลงทุนปกติของนักธุรกิจ แต่ตนเชื่อว่าไม่มีรัฐบาลที่ไหนปล่อยให้นายทุนเจ้าเดียวกว้างซื้อที่ดินเกือบทั้งอำเภอ ขออย่าเมินเฉยแล้ว ปล่อยให้ประชาชนเขาจำได้ว่าครั้งหนึ่งในรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจากที่เขาเคยหากินบนที่ดินของตัวเอง แต่วันนี้ถูกบีบให้ต้องขายแล้วต้องเช่าที่ดินตัวเอง และตนไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคนที่เป็นนายทุนใหญ่จะไม่ได้รับสัญญาณจากผู้ที่มีอำนาจ มาว่าการลงทุนหมื่นล้าน พันล้านบาทนั้นจะได้รับกำไรที่มีมูลค่าสูงกลับมา 

น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า ดังนั้น ตนคิดว่าวันนี้รัฐบาลอาจจะกำลังแบ่งรับแบ่งสู้กับโครงการนี้ เพราะท่านรู้ดีว่านี่คือการตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญของรัฐบาลภูมิใจไทย และคณะกรรมการศึกษาของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จากไฟเขียวหรือหาทางลง ก็ขอให้ตัดสินใจดีๆ แต่ขณะนี้ตนอยากทราบว่านายพิพัฒน์ยังยืนกรานเสียงแข็งที่จะผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ ท่านยังรักคนใต้เหมือนที่รักในช่วงหาเสียงหรือไม่ เพราะช่วงหลังมานี้ท่านยกเลิกภารกิจที่จะลงไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์บ่อย และล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรก็ถูกเลื่อนออกไป มีประชาชนในพื้นที่เขาเฝ้ารอที่จะสะท้อนปัญหาและถามถึงความชัดเจนของโครงการดังกล่าวก็ไม่ได้ถาม

น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า สุดท้ายตนคิดว่าการที่จะเผชิญหน้ารับฟังความคิดเห็นของประชาชนมีความจำเป็นในฐานะผู้บริหารประเทศนี้ นอกจากนี้ประเด็นที่ต้องถามว่าขณะนี้รัฐบาลทำอะไรอยู่กันแน่ เพราะมีประชาชนตั้งข้อสังเกต ตนได้ลงพื้นที่ไปรับฟังด้วยหูของตัวเอง วันนี้รัฐบาลกำลังเล่นแร่แปรธาตุ ซอยโครงการรับฟังความคิดเห็นในโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ ท่านกำลังต่อจิ๊กซอว์ย่อยโครงการรับฟังความคิดเห็นหรือไม่ เพราะเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมาเรื่องการก่อสร้างทางรถไฟราง 1.43 เมตรชุมพร-ระนอง ซึ่งอยู่ในเขตโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ท่านไม่ได้ใส่คำว่าแลนด์บริดจ์ลงไป ในชื่อโครงการและใช้วิธีเดียวกับโครงการสร้างถนน MR8 มอเตอร์เวย์ชุมพรระนอง ให้ชาวบ้านไปเซ็นหลังเอกสารสุดท้ายเพื่อรับโครงการถนนสี่เลน โดยไม่บอกว่ามอเตอร์เวย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่การพูดถึงผลกระทบต้องพูดถึงภาพใหญ่ทั้งหมด

“หรือเพราะท่านรู้ว่าแลนด์บริดจ์เป็นยาขมที่หากพูดออกไปประชาชนจะออกมาคัดค้าน ท่านจึงเอาความฝันของการอยากมีถนนหนทางของประชาชน เอาเรื่องอยากมีรถไฟเชื่อมต่อระหว่างเมืองและชนบทของประชาชนใช้เล่นกลในการสอบถามพวกเขาเช่นนั้น เมื่อท่านไปถามแยกย่อยเช่นนั้น ประชาชนก็บอกว่ากระทบไม่เยอะ รู้ตัวอีกทีท่านต่อจิ๊กซอว์เสร็จเป็นภาพใหญ่เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านยอมรับโครงการไปโดยที่ไม่รู้ตัวแล้ว“ น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หากเริ่มต้นเช่นนี้การพัฒนาในแบบที่รัฐบาลกำลังจะทำจะผลิดอกออกกำไรให้กับประชาชนได้ตรงไหน ตนคิดว่าวันนี้รัฐบาลต้องวางมูลค่าผลประโยชน์ที่ท่านคำนวณเอาไว้ลงกล่อง แล้วกลับมาที่โจทย์ตามญัตติของตนที่เสนอว่าการพัฒนาภาคใต้ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนความจำเป็นเช่นไร หากเราคิดกันโดยปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน ตนคิดว่าเราจะมีตัวเลือกที่เป็นโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนได้ วันนี้หน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่การไปคุยกับนายทุนแล้วเอาโครงการใหญ่มายัดเยียดให้กับประชาชน แต่ท่านต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดบทสนทนาในรูปแบบใหม่ๆ โดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง 

น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า ตนรู้สึกเสียดายเสียโอกาสแทนคนใต้มากๆ เราเสียเวลาในการจินตนาการกับเรื่องแลนด์บริดจ์มากเกินไป นานจนไม่มีจิตใจที่จะจินตนาการถึงการพัฒนาในแบบอื่นเลย ทั้งที่พื้นที่ภาคใต้มีความอุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรที่หลากหลาย มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดและสร้างมูลค่าได้มหาศาล มีทรัพยากรที่จะสร้างพลังงานสะอาดได้ หรือรัฐบาลไม่ต้องรอลงทุนตูมเดียวกับแลนด์บริดจ์ ท่านค่อยๆ ทำไป ท่านไปปรับปรุงเรื่องท่าเรือระนองและยกระดับให้เป็นประตูทางการค้าทางฝั่งทะเลอันดามันไปสู่เมียนมาร์และเอเชียใต้ได้ ท่านยกระดับจังหวัดข้างเคียงจังหวัดระนองคู่ขนานกับการผลักดันโครงการท่าเรือระนอง พัฒนาโครงการท่าเรือสงขลาใหม่และยกระดับเป็นศูนย์กลางขนส่งภาคใต้ตอนล่าง ยกระดับเส้นทางรถไฟรางคู่ ที่รัฐมีโครงการจะทำอยู่แล้วเชื่อมท่าเรือปีนังกับหาดใหญ่-สงขลาด้วยทางราง เชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านแดนไปยังฝั่งมาเลเซีย เชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ให้ครบทั้งทางเรือ ทางราง ทางรถยนต์ 

น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า วันนี้รัฐบาลต้องวางผลประโยชน์ส่วนตน ส่วนพวกพ้องไว้ก่อน แล้วกลับมาที่คำถามสำคัญที่สุดคือเราจะพัฒนาภาคใต้อย่างไรให้คนใต้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน การพัฒนาที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขการลงทุนหรือเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ภาคใต้เราไม่ได้ขาดโปรเจกต์ขนาดใหญ่ แต่ต้องทำให้ประชาชนในพื้นที่มีงานที่มั่นคง มีรายได้ที่เป็นธรรม มีที่ดินทำกิน มีสิทธิในการกำหนดอนาคตบ้านของตัวเอง และลูกหลานมีโอกาสเติบโตในบ้านเกิดได้อย่างมีศักดิ์ศรี รัฐควรสร้างพื้นที่ให้เกิดพูดคุยกันกับประชาชน เพื่อให้เห็นอนาคตร่วมกัน ไม่ใช่หนีหน้าประชาชน เลี่ยงคำพูดไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ปล่อยให้การพัฒนาถูกผูกขาดอยู่กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ขณะที่ประชาชนได้รับเพียงเศษเสี้ยวของผลประโยชน์ แต่ต้องแบกรับผลกระทบทั้งหมด

”สุดท้ายอาจมีคนบอกว่าพวกดิฉันไม่เคยบริหาร ทำงานไม่เป็น แต่ถ้าการทำงานเป็นคือการทำให้ผลประโยชน์ตัวเองงอกเงย ดิฉันก็ภูมิใจที่ยืนข้างประชาชน หลังจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาชนจะขึ้นมาฉายภาพให้เห็นว่า การพัฒนาที่ประชาชนได้ประโยชน์จริง หน้าตาควรเป็นอย่างไร แล้วสังคมจะได้ร่วมกันพิสูจน์ว่า วิธีคิดแบบไหนคือการทำงานเป็นและทำงานเพื่อประเทศโยชน์ของประเทศจริงๆ“ น.ส.ภคมน กล่าว

อภิสิทธิ์ อัด เอกนัฏ ทำขึงขัง แต่สวนทางแก้น้ำมัน-ไฟฟ้า เหน็บไปไม่สุดซอย มีนักเลงอยู่ท้ายซอยหรือไม่

อภิสิทธิ์ อัด เอกนัฏ ทำขึงขัง แต่สวนทางแก้น้ำมัน-ไฟฟ้า เหน็บไปไม่สุดซอย มีนักเลงอยู่ท้ายซอยหรือไม่

อภิสิทธิ์ อัด เอกนัฏ ทำขึงขัง แต่สวนทางแก้น้ำมัน-ไฟฟ้า เหน็บไปไม่สุดซอย มีนักเลงอยู่ท้ายซอยหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.54 น.

‘อภิสิทธิ์’ อัด ’รมว.พลังงาน‘ ท่าทีขึงขังแต่สวนทางแก้ปัญหา ’ค่าน้ำมัน-ไฟฟ้า‘ เหน็บไปไม่สุดซอย มีนักเลงอยู่ท้ายซอยหรือไม่ จึงถอยกลับ ชี้ ‘กำไรโรงกลั่นไตรมาสแรก’ เป็นบทพิสูจน์ เจอ ‘ส่วนต่าง-ลาภลอยจริง’ สุดท้ายประชาชนแบกรับภาระ

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการดำเนินงานด้านพลังงานของรัฐบาลว่า การลดภาระด้านพลังงานที่ผ่านมา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน มาชี้แจงต่อสภาทั้งการอภิปรายการตอบกระทู้หลายครั้งโดยแสดงท่าทีขึงขังมากว่าต้องการทำเรื่องนี้ให้ประชาชน พร้อมที่จะเผชิญกับทุนกลุ่มทุนหรือผู้ได้ประโยชน์ธุรกิจพลังงาน แต่ปรากฏว่าการดำเนินการในสองเรื่องหลักที่ผ่านมาไม่ได้เป็นไปตามที่ประกาศต่อสภาฯไว้เรื่องแรกคือน้ำมันซึ่งความจริงแล้วเป็นข้อเรียกร้องของพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอดว่าถ้ารัฐบาลทำเรื่องนี้อย่างจริงจังก็ไม่จำเป็นต้องทำให้ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤติค่าครองชีพและวิกฤตรายได้อย่างที่รัฐบาลนำมาเป็นข้ออ้างในการกู้เงินสร้างหนี้สินให้กับประเทศอีก 400,000 ล้านบาท เดิมทีหลายคนคงจำได้ว่ารัฐมนตรีบอกว่าจะมาปรับโครงสร้างทั้งหมดโดยการยกเลิกเรื่องการอ้างอิงราคาของสิงคโปร์  และต่อมาก็ดูเหมือนว่าจะเดินหน้าเป็นรูปธรรมมากขึ้นจากการบอกว่าจากนี้จะใช้ระบบที่เรียกว่าสิงคโปร์ดิสเคานต์คือมีการลดราคาหน้าโรงกลั่น  แต่ที่สำคัญสิ่งที่หลายฝ่ายอาจไม่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดคือทางรัฐบาล ไม่มีการลดราคาอีกต่อไป แปลว่าสิ่งที่เคยพูดกับประชาชนว่าจะมาปรับโครงสร้าง ตอนนี้ยกเลิกไปแล้ว แถมยังกลับมาใช้เรื่องของกองทุนน้ำมันเป็นตัวแบกรับเครื่องนี้ซึ่งตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับที่เคยมาชี้แจงต่อสภา 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่เราตั้งเป็นข้อสังเกตต่อไป จากเดิมที่มีการ รายงานค่าการกลั่น ที่เป็นการคำนวณจากส่วนต่างระหว่าง น้ำดิบที่เข้ามากับการอ้างอิงราคาที่สิงคโปร์ ปัจจุบันก็มีความพยายาม ในการที่จะบอกว่ามีการ ปรับค่าการกลั่น โดยอ้างว่า อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเราไม่ปฏิเสธ จะจากสงครามหรือประกันภัยอะไรก็ตาม แต่ไม่ได้มีความโปร่งใสเลยถึง ต้นทุนที่แท้จริง

“จึงต้องมีการตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จึงไม่ดำเนินการตามที่มาบอกกับสภา ถอยเพราะอะไร เรามองว่าไปยังไม่ถึงกลางซอย ตนไม่ทราบว่าไปเห็นอะไรอยู่ท้ายซอย นักเลงหรืออะไรจึงถอยกลับมา  และถ้าถามว่าก่อนหน้านี้เป็นความเข้าใจผิดหรือไม่ ว่ามีส่วนต่างหรือลาภลอยอย่างที่คนพูดกัน  เราก็คิดว่ากำไรของโรงกลั่นในไตรมาสแรกมันเป็นบทพิสูจน์ไปแล้วว่าเรื่องเหล่านี้มีจริง  เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราต้องการชี้ให้เห็นชัดว่า  ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่ได้ดำเนินการตามที่พูดกับสภาไว้ว่าจะให้โรงกลั่นหรือธุรกิจน้ำมัน มีส่วนร่วมรับผิดชอบในการดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่สำคัญ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่คือ เรื่องค่าไฟ เคยมาบอกกับเราว่าจะเอาจริงกับกลุ่มทุนเพื่อที่จะทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลงโดยเฉพาะมีการหาเสียงว่าจะมีการขายค่าไฟ 200 หน่วยแรกในราคา 3 บาทแต่ปรากฏว่าข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ในการอภิปรายหลายครั้งว่าทำเรื่องนี้ต้องรีบเข้าไปดูคือ สูตรคำนวณค่าไฟฟ้าและค่าเอฟที เพราะเมื่อไหร่ที่ค่าต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นแต่ไม่มีการดำเนินการตรงนี้ก็จะกลายเป็นว่าอัตราค่าเฉลี่ยค่าไฟที่รัฐบาลจะใช้ก็ใช้สูตรเดิมแต่มาลดราคาตามนโยบายที่หาเสียงแต่คนที่จะต้องรับภาระคือผู้ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยทั้งหมด  รัฐบาลอาจจะพยายามสร้างภาพว่าคนใช้ไฟเกิน 400 หน่วยคือคนรวยแต่ความจริงไม่ใช่  ตนเชื่อว่าประชาชนจำนวนมากยืนยันได้  ครอบครัวที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวที่ขยายหรือร้านค้าเล็กๆแค่มีตู้แช่เครื่องดื่มก็จะกลายเป็นคนรวยในความหมายของรัฐบาลแล้ว  ที่ต้องมาแบกรับค่าไฟที่สูงขึ้นตามนโยบายหาเสียงของรัฐบาล  ในขณะที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไฟฟ้าทั้งหมดไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนใดๆเลยเพราะกระทรวงพลังงานยังคงคำนวณสูตรไฟฟ้าสูตรเดิม ดังนั้นภาพความขึงขังของรมว.พลังงานที่มาแสดงต่อสภาฯกับสิ่งที่แสดงไปในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา สวนทางกัน

ด้านนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้แม้ราคาน้ำมันจากหน้าปั๊มจะไม่ขึ้นสักเท่าไหร่ เพราะมีการลดค่าการกลั่นไปแล้ว แต่เนื่องจากการเปลี่ยนโครงสร้างในลักษณะเงียบๆแบบนี้ พรรคประชาธิปัตย์เป็นห่วงและกังวล และขณะนี้รัฐบาลก็มีการนำเงินจากกองทุนน้ำมันมาใช้มากขึ้น ทั้งที่เงินกองทุนติดลบอยู่แล้ว ดังนั้นการแบ่งเบาภาระจากวิกฤตครั้งนี้ กับประชาชนและบริษัทขนาดใหญ่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เลือกแล้วว่า ให้ประชาชนแบกรับภาระหนี้แทนแทบทั้งหมด เรากำลังพูดถึงภาระหนี้ที่พอกพูนเพิ่มขึ้นทุกวัน ตนมีความกังวลในระยะยาว แม้สงครามจะยุติลง แต่เราอาจจะไม่สามารถใช้น้ำมันได้ทุกโรงตามราคาตลาดโลก ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต และขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต