ทรัมป์ประกาศส่งเจ้าหน้าที่ ICE ช่วยคุ้มกันสนามบินในวันจันทร์นี้

ทรัมป์ประกาศส่งเจ้าหน้าที่ ICE ช่วยคุ้มกันสนามบินในวันจันทร์นี้

23 มี.ค. 2569 04:43 น.

ทรัมป์ประกาศส่งเจ้าหน้าที่ ICE ช่วยคุ้มกันสนามบินในวันจันทร์นี้

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE) ไปประจำการที่สนามบินต่างๆ ในวันจันทร์นี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) เพื่อรับมือปัญหาเจ้าหน้าที่ขาดแคลน เนื่องจากไม่มีงบประมาณ

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) จะเริ่มเข้าประจำการในสนามบินในวันจันทร์นี้ เพื่อช่วยรับมือกับแถวรอคิวที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณจุดตรวจความปลอดภัย อันเป็นผลจากภาวะขาดงบประมาณ จนไม่มีเงินจ่ายเงินเจ้าหน้าที่

ทางด้านสหภาพแรงงานที่เป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSA) ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความเคลื่อนไหวนี้ โดยระบุว่าพนักงาน “ควรได้รับค่าจ้าง ไม่ใช่ถูกแทนที่ด้วยเจ้าหน้าที่ติดอาวุธที่ไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมด้านนี้มาโดยเฉพาะ”

อนึ่ง ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นักเดินทางต้องเผชิญกับการเข้าแถวรอคิวตรวจความปลอดภัยนานหลายชั่วโมง เนื่องจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) อยู่ในสภาวะขาดงบประมาณมาตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงด้านงบประมาณได้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ TSA ไม่ได้รับค่าจ้าง

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า: “ในวันจันทร์นี้ เจ้าหน้าที่ ICE จะเดินทางไปยังสนามบินต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ TSA ที่แสนวิเศษของเราซึ่งยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่”

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่เขาขู่ว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ ICE ไปประจำการในสนามบินต่างๆ เพื่อจับกุมผู้อพยพผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชาวโซมาเลีย หากพรรคเดโมแครตไม่ตกลงอนุมัติงบประมาณให้ DHS โดยทันที

ด้านนาย ทอม โฮแมน “ผู้คุมชายแดน” (Border Czar) ของนายทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ State of the Union ของช่อง CNN ว่า เจ้าหน้าที่ ICE จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการตรวจค้นผู้โดยสาร แต่พวกเขาจะถูกนำมาใช้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ TSA สามารถไปทำหน้าที่ตรวจคัดกรองตามที่พวกเขาได้รับการฝึกฝนมาได้อย่างเต็มที่

โฮแมนเสนอแนะว่า เจ้าหน้าที่ ICE จะช่วยดูแลจุดเข้าและออก เพื่อให้ “เป็นการปลดภาระเจ้าหน้าที่ TSA ให้ไปทำหน้าที่ตรวจคัดกรองและช่วยลดแถวรอคิวเหล่านั้น” และเขายังคงทำงานร่วมกับ TSA และ ICE เพื่อเก็บรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงจำนวนเจ้าหน้าที่ที่จะต้องใช้ แต่ยืนยันว่าแผนการนี้จะเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่จะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ในวันจันทร์

ทั้งนี้ ภาวะชัตดาวน์บางส่วนของ DHS บีบให้เจ้าหน้าที่ TSA ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ได้รับค่าจ้างมานานกว่าหนึ่งเดือน ซึ่งนำไปสู่การขาดงานของเจ้าหน้าที่ที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ ทางทำเนียบขาวยังระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ลาออกไปแล้วกว่า 400 ราย นับตั้งแต่การชัตดาวน์เริ่มขึ้น

“สมาชิก TSA ของเรามาทำงานทุกวันโดยไม่มีเช็คเงินเดือน เพราะพวกเขามีความเชื่อมั่นในภารกิจที่จะรักษาความปลอดภัยให้แก่สาธารณชนที่เดินทางโดยเครื่องบิน” เอเวอเรตต์ เคลลีย์ ประธานสหพันธ์พนักงานรัฐแห่งอเมริกา (AFGE) ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงาน TSA กล่าว

“พวกเขาควรได้รับค่าจ้าง ไม่ใช่ถูกแทนที่ด้วยเจ้าหน้าที่ติดอาวุธที่ไม่ได้ผ่านการฝึกอบรม ซึ่งเคยแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถสร้างอันตรายได้เพียงใด” เคลลีย์ระบุในแถลงการณ์ โดยสื่อถึงการปราบปรามผู้อพยพในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชายแดนสังหารชาวอเมริกาไป 2 ศพ จนทำให้เกิดการประท้วงอย่างรุนแรง

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว พรรคเดโมแครตได้เรียกร้องให้มีการปฏิรูปหน่วยงาน ICE โดยร้องขอให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) สั่งห้ามเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสวมหน้ากากอำพรางใบหน้า ให้มีการระบุตัวตนของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และเพิ่มความเข้มงวดในกฎระเบียบการขอหมายศาล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เซเลนสกีเตือน สงครามอิหร่านยิ่งยืดเยื้อ จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อปูติน

เซเลนสกีเตือน สงครามอิหร่านยิ่งยืดเยื้อ จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อปูติน

23 มี.ค. 2569 01:48 น.

เซเลนสกีเตือน สงครามอิหร่านยิ่งยืดเยื้อ จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อปูติน

ประธานาธิบดียูเครนออกมาแสดงความกังวลว่า สงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อจะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อรัสเซีย หลังการเจรจาต่างๆ เกี่ยวกับสงครามยูเครนถูกเลื่อนออกไปหมด และรัสเซียก็เริ่มการโจมตีรอบใหม่แล้ว

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนออกมากล่าวว่า เขามีสังหรณ์ไม่ดีเลยเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่จะมีต่อประเทศของเขา ในขณะที่กองทัพรัสเซียเริ่มเปิดฉากบุกโจมตีในช่วงฤดูใบไม้ผลิแล้ว ในพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครน

“คุณจะเห็นว่าการประชุมทางการทูต หรือการประชุมไตรภาคีของเราถูกเลื่อนออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันมีสาเหตุเดียวเท่านั้น คือสงครามในอิหร่าน” เซเลนสกีให้สัมภาษณ์กับ BBC ในวันอาทิตย์

เขากล่าวเสริมว่า “ปูติน ต้องการให้สงครามยืดเยื้อ สำหรับปูตินแล้ว สงครามที่ยาวนานในอิหร่านคือผลกำไร” เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและการระงับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อน้ำมันดิบของรัสเซียบางส่วน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของรัสเซีย

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว รัสเซียกำลังเร่งการโจมตีพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครนมากขึ้น โดย โอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า “ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ผู้รุกรานชาวรัสเซียได้เพิ่มแรงกดดันในหลายภาคส่วนของพื้นที่แนวหน้า”

ทางด้าน สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) ในกรุงวอชิงตัน ตั้งข้อสังเกตว่า “การบุกโจมตีในระดับกองพันครั้งนี้ มีขนาดใหญ่กว่าการรุกคืบด้วยยานยนต์ของรัสเซียเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

โป๊ปเลโอประณามสงครามตะวันออกกลาง คือ “ความอัปยศ” ของมนุษยชาติ

โป๊ปเลโอประณามสงครามตะวันออกกลาง คือ "ความอัปยศ" ของมนุษยชาติ

23 มี.ค. 2569 01:22 น.

โป๊ปเลโอประณามสงครามตะวันออกกลาง คือ “ความอัปยศ” ของมนุษยชาติ

โป๊ปเลโอทรงประณามสงครามในตะวันออกกลางว่าเป็นความอัปยศของมนุษยชาติ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการต่อสู้แล้วแก้ปัญหาด้วยการเจรจา

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงประณามสงครามในตะวันออกกลางว่าเป็น “ความอัปยศต่อมวลมนุษยชาติและเป็นเสียงร่ำไห้ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า” ในระหว่างการสวดภาวนาประจำสัปดาห์ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ในนครรัฐวาติกัน

ตามรายงานจาก Vatican News สื่อทางการของวาติกัน ระบุว่า โป๊ปเลโอทรงสนับสนุนให้ผู้ที่มารวมตัวกันร่วมกันสวดภาวนาเพื่อให้ “การสู้รบยุติลง” และให้หนทางแห่งสันติภาพที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเจรจาอย่างจริงใจและการเคารพในศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคนได้เปิดออกเสียที

พระองค์ยังทรงแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงส่วนอื่นๆ ของโลก โดยตรัสว่า “เราไม่อาจนิ่งเฉยต่อความทุกข์ทรมานของผู้คนจำนวนมาก ที่ต้องตกเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์ของความขัดแย้งเหล่านี้ได้”

ทั้งนี้ พระดำรัสของโป๊ปเลโอมีขึ้นในขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ และยอดผู้เสียชีวิตทั่วทั้งภูมิภาคยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมากกว่า 4,300 ศพแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลทำลาย สะพานหลักของเลบานอน สั่งรื้อบ้านติดชายแดน

อิสราเอลทำลาย สะพานหลักของเลบานอน สั่งรื้อบ้านติดชายแดน

23 มี.ค. 2569 00:19 น.

อิสราเอลทำลาย สะพานหลักของเลบานอน สั่งรื้อบ้านติดชายแดน

กองทัพอิสราเอลทำลายสะพานสายหลักที่เชื่อมโยงภาคใต้ของเลบานอนกับภูมิภาคอื่นๆ และกำลังเร่งรื้อบ้านของชาวเลบานอนบริเวณชายแดน อ้างเพื่อกำจัดภัยคุกคามต่อชุมชนต่างๆ ของอิสราเอล

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 กองทัพอิสราเอลโจมตีสะพานหลักที่เชื่อมต่อพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนกับส่วนอื่นๆ ของประเทศแล้ว หลังจากได้รับคำสั่งให้ทำลายจุดข้ามแม่น้ำลิตานี (Litani River) ทั้งหมด และให้ยกระดับการรื้อถอนบ้านเรือนบริเวณใกล้ชายแดนทางตอนใต้ของเลบานอนด้วย

การทำลายสะพานและบ้านเรือนในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนครั้งสำคัญ หลังจากเลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามระดับภูมิภาคเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ยิงมิสไซล์เข้าไปในดินแดนของอิสราเอล เพื่อแสดงการสนับสนุนอิหร่าน ที่ถูกสหรัฐฯ กับอิสราเอลโจมตีไปก่อนหน้านั้น

ตามปกติแล้ว กฎหมายระหว่างประเทศสั่งห้ามกองทัพโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ซึ่งหัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของอิสราเอลในเลบานอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อำนาจสั่งอพยพผู้คนในเลบานอนเป็นวงกว้าง

การโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ได้ทำลายจุดข้ามบนทางหลวงเลียบชายฝั่งของเลบานอนซึ่งตัดผ่านพื้นที่เกษตรกรรม และถือเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่เชื่อมระหว่างภาคใต้และภาคกลางของเลบานอนจนแหลกละเอียด

ทั้งนี้ โฆษกกองทัพอิสราเอลได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า กองทัพจะดำเนินการโจมตีสะพานดังกล่าว

ด้านนายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กองทัพได้รับคำสั่งให้ทำลายสะพานข้ามแม่น้ำลิตานีทุกแห่งที่ถูกใช้สำหรับ “กิจกรรมก่อการร้าย” เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์และอาวุธต่างๆ เคลื่อนย้ายลงมาทางใต้ได้

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลได้ทำลายสะพานในตอนใต้ของเลบานอนไปแล้ว 3 แห่งในช่วง 10 วันที่ผ่านมา

คัตซ์ยังระบุว่า กองทัพได้รับคำสั่งให้เร่งรัดการรื้อถอนบ้านเรือนของชาวเลบานอนใน “หมู่บ้านแนวหน้า” เพื่อกำจัดภัยคุกคามต่อชุมชนต่างๆ ของอิสราเอลด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผู้คนทั่วโลก เดินขบวนประท้วง ต่อต้านสงครามในอิหร่าน

ผู้คนทั่วโลก เดินขบวนประท้วง ต่อต้านสงครามในอิหร่าน

22 มี.ค. 2569 23:00 น.

ผู้คนทั่วโลก เดินขบวนประท้วง ต่อต้านสงครามในอิหร่าน

ประชาชนในหลายประเทศออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านการทำสงครามกับอิหร่านของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ซึ่งตอนนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนในหลายประเทศทั่วโลกที่ออกมาเดินขบวนเพื่อแสดงพลังประท้วงต่อต้านการทำสงครามกับอิหร่านของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ที่ดำเนินมานานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว และกำลังทำให้เกิดวิกฤตพลังงาน และมีทีท่าว่าจะลุกลามกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคต

ประชาชนออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน ในกรุงเทลอาวิฟ ของอิสราเอล
ประชาชนออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน ในกรุงเทลอาวิฟ ของอิสราเอล

หนึ่งในผู้ที่ออกมาประท้วงคือชาวอิสราเอล โดยพวกเขาเดินขบวนในกรุงเทลอาวีฟ ผู้ประท้วงบางส่วนทาสีแดงลงบนฝ่ามือ ขณะที่คนอื่นๆ ชูป้ายข้อความมากมาย รวมถึงป้ายที่เขียนว่า “หยุดสงคราม” และ “ระงับการส่งอาวุธเดี๋ยวนี้” นอกจากนั้น ยังมีผู้ถือป้ายที่ทำเองพร้อมข้อความต่างๆ เช่น “สหรัฐฯ และอิสราเอล = กลุ่มอักษะแห่งความชั่วร้าย”

ที่สหราชอาณาจักร มีผู้ออกมาเดินขบวนประท้วงตามท้องถนนในกรุงลอนดอนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.) พร้อมชูป้ายข้อความว่า “หยุดสงครามของทรัมป์” และ “หยุดทิ้งระเบิดอิหร่าน” โดยบางส่วนได้รวมตัวกันที่หน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ซึ่งเป็นทำเนียบพักอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี

กลุ่มผู้ชุมนุมถือป้ายประท้วงที่หน้าฐานทัพอากาศ “แฟร์ฟอร์ด”ของอังกฤษ
กลุ่มผู้ชุมนุมถือป้ายประท้วงที่หน้าฐานทัพอากาศ “แฟร์ฟอร์ด”ของอังกฤษ

ส่วนที่ฐานทัพอากาศ “แฟร์ฟอร์ด” (Fairford) ในกลอสเตอร์เชอร์ ซึ่งเป็นฐานทัพที่เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) ใช้งานด้วยนั้น กลุ่มผู้ประท้วงได้ถือโปสเตอร์ที่มีข้อความว่า “อย่าแตะต้องอิหร่าน”, “หยุดฆ่าคนได้แล้ว” และ “วันนี้คุณช่วยฆ่าเด็กไปกี่คนแล้ว?” มารวมตัวกันอยู่

ที่เยอรมนี มีฝูงชนจำนวนมากออกมาประท้วงในกรุงเบอร์ลินเมื่อวานนี้ ณ จุดรำลึกถึงเหยื่อผู้เสียชีวิตจากการโจมตีโรงเรียนประถมในอิหร่านในช่วงเริ่มสงคราม มีป้ายข้อความระบุว่า “เด็กหญิงตัวน้อย 168 คน ถูกสังหารโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล”

ผู้ประท้วงรายหนึ่งกล่าวว่า “พวกเขาไม่ได้เล่นตามกติกา เหมือนกับที่เคยทำในช่วงสงครามอิรัก สหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศมานานแล้ว และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสถานการณ์มีแต่จะแย่ลง ตัวอย่างล่าสุดเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านี่คือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างหน้าไม่อาย”

ผู้คนรวมตัวในกรุงมาดริดของสเปน เพื่อประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน
ผู้คนรวมตัวในกรุงมาดริดของสเปน เพื่อประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน

ที่สเปน มีผู้ประท้วงมารวมตัวกันในกรุงมาดริด โดยถือป้ายแบนเนอร์ที่มีข้อความว่า “ไม่เอาสงคราม” และ “สันติภาพ” โดยมีผู้คนจำนวนมากโบกธงปาเลสไตน์ร่วมด้วย

ขณะที่ในอินเดีย ก็มีชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ออกมาชุมนุมกันตามท้องถนนในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียบริหาร พร้อมถือภาพเหมือนของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับของอิหร่าน และต่างสวมชุดสีดำเพื่อเป็นการไว้อาลัย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐาน “อย่างไม่อาจฟื้นคืน” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

อิหร่านลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐาน “อย่างไม่อาจฟื้นคืน” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

22 มี.ค. 2569 22:17 น.

อิหร่านลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐาน “อย่างไม่อาจฟื้นคืน” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

อิหร่านประกาศลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานในตะวันออกกลางอย่างไม่อาจฟื้นคืน หากสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านตามคำขู่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยื่นคำขาดให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชม.

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่และสื่อของรัฐบาลอิหร่านออกมาประกาศกร้าวว่า อิหร่านจะดำเนินการตอบโต้ทั่วทั้งภูมิภาค หาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ตามที่ตัวเขาพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้

ความเคลื่อนไหวของอิหร่านเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.) ทรัมป์ยื่นคำขาดว่า เขาจะสั่งให้กองทัพทิ้งระเบิดทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิดให้เรือขนส่งผ่านได้อย่างเต็มที่ภายใน 48 ชั่วโมง

แม้เมื่อวันศุกร์ (20 มี.ค.) ประธานาธิบดีทรัมป์จะบอกว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเริ่มลดระดับลงแล้ว แต่คำขู่ของเขาและการตอบโต้จากอิหร่านบ่งชี้ว่า สิ่งอำนวยความสะดวกภาคพลเรือนทั่วตะวันออกกลาง อาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมากขึ้นในสัปดาห์หน้า

นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ว่า โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในตะวันออกกลางอาจถูก “ทำลายอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้” หากโรงไฟฟ้าของอิหร่านตกเป็นเป้าหมาย

นายกาลิบาฟบอกอีกว่า โครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคจะกลายเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” ทันทีหากฐานที่มั่นของอิหร่านถูกโจมตี และการตอบโต้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นเวลานาน

ด้านสำนักข่าว “เมห์ร” (Mehr) สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน เผยแพร่แผนที่โรงไฟฟ้าในอ่าวเปอร์เซียพร้อมคำเตือนว่า “เตรียมบอกลาไฟฟ้าได้เลย” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

“ในกรณีที่มีการโจมตีเพียงเล็กน้อยต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของอิหร่าน ทั้งภูมิภาคจะตกอยู่ในความมืดมิด… โรงไฟฟ้าหลัก 70% ถึง 80% ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย… ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระยะการป้องปรามของอิหร่าน”

ทางด้านสำนักข่าว Nour news ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสภาความมั่นคงสูงสุดแห่งชาติของอิหร่าน ระบุว่าคำขู่ของทรัมป์ไม่ใช่การแสดงความแข็งแกร่ง แต่เป็นการเปิดเผยจุดอ่อนของสหรัฐฯ แม้จะมีการกล่าวอ้างเรื่องความเป็นอิสระทางพลังงานก็ตาม

Nour news เสริมอีกว่า “การยกระดับความรุนแรงใดๆ จะกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้แบบหลายชั้นจากอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินในภูมิภาค และก่อให้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง”

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกองทัพอิหร่านยังได้แสดงท่าทีท้าทายว่า “หลักการของกองทัพเราได้เปลี่ยนจาก ‘เชิงรับ’ เป็น ‘เชิงรุก’ แล้ว และกำลังจะมีเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ ตามมา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในกาตาร์ ดับยกลำ 7 ศพ คาดขัดข้องทางเทคนิค

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในกาตาร์ ดับยกลำ 7 ศพ คาดขัดข้องทางเทคนิค

22 มี.ค. 2569 21:53 น.

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในกาตาร์ ดับยกลำ 7 ศพ คาดขัดข้องทางเทคนิค

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในประเทศกาตาร์ ระหว่างปฏิบัติการฝึกซ้อม ส่งผลให้คนบนเครื่องทั้งหมด 7 รายเสียชีวิตทั้งหมด ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากความขัดข้องทางเทคนิค

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ทหารตกในน่านน้ำของกาตาร์ระหว่างการฝึกซ้อมทางทหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. 2569 ส่งผลให้ผู้อยู่บนเครื่องทั้ง 7 รายเสียชีวิตทั้งหมด โดยมีสาเหตุมาจากความขัดข้องทางเทคนิค

ทางการกาตาร์และตุรกีให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกาตาร์ 4 นาย, ทหารชาวตุรกี 1 นาย และช่างเทคนิคจากบริษัทด้านการป้องกันของตุรกีอีก 2 นาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงในการตกของเฮลิคอปเตอร์ลำนี้

อนึ่ง ตุรกีมีฐานทัพตั้งอยู่ในกาตาร์ภายใต้ข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศที่ทั้งสองลงนามร่วมกันในปี 2557

กระทรวงมหาดไทยของกาตาร์ระบุในแถลงการณ์ว่า พบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายแล้ว พร้อมทั้งขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อครอบครัวของผู้ประสบภัย

ทางด้านกระทรวงกลาโหมของตุรกีเปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ทหารของกาตาร์ลำดังกล่าวอยู่ระหว่าง “การปฏิบัติภารกิจฝึกซ้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองบัญชาการกองกำลังร่วมกาตาร์-ตุรกี”

กระทรวงกลาโหมตุรกีระบุเพิ่มเติมว่า ช่างเทคนิคทั้งสองรายมาจากบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ Aselsan โดยทางการกาตาร์จะเป็นผู้สรุปสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกในครั้งนี้ต่อไป

ทั้งนี้ เหตุเฮลิคอปเตอร์ตกครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างกว้างขวาง ขณะที่ทางเตหะรานก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและรัฐพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

พม. เปิด ‘มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569’ เปิดพื้นที่โชว์อัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ เชื่อมเศรษฐกิจชุมชน – ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความยั่งยืน

พม. เปิด ‘มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569’ เปิดพื้นที่โชว์อัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ เชื่อมเศรษฐกิจชุมชน - ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความยั่งยืน

พม. เปิด ‘มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569’ เปิดพื้นที่โชว์อัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ เชื่อมเศรษฐกิจชุมชน – ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.25 น.

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 มีนาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “เส้นทางพระราชา พัฒนาสายใยถัก อัตลักษณ์ วิถีชาติพันธุ์ ผลักดันสวัสดิการยั่งยืน” โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ นายศราวุธ มูลโพธิ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พม. ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมในพิธี ที่พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูง สวนล้านนา ร.9 จังหวัดเชียงใหม่

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า กระทรวง พม. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมบนพื้นฐานของความหลากหลายทางวัฒนธรรม มุ่งส่งเสริมให้กลุ่มชาติพันธุ์สามารถดำรงวิถีชีวิตตามอัตลักษณ์ของตนเอง ควบคู่กับการเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และโอกาสทางสังคมอย่างเท่าเทียม พร้อมชื่นชมความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสืบสานและเผยแพร่วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ให้คงอยู่และเกิดคุณค่าในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

นายกันตพงศ์ กล่าวต่อไปว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ ภายใต้ “เป้าหมายเดียวกัน” คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของประเทศไทย

นายกันตพงศ์ เปิดเผยว่า สำหรับภายในงาน ได้รวบรวมอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของ 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ กะเหรี่ยง ขมุ ถิ่นหรือมัลปรัย ม้ง อิ้วเมี่ยนหรือเย้า ลัวะหรือละว้า ลาหู่หรือมูเซอ ลีซูหรือลีซอ อ่าข่าหรืออีก้อ และมละบริ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายตลอด 3 วัน ทั้งนิทรรศการพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูง การจำลองวิถีชีวิตชาติพันธุ์ การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน กิจกรรมเสวนา และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน รวมถึงกิจกรรม “จับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching)” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชุมชนบนพื้นที่สูงได้เชื่อมโยงตลาด สร้างเครือข่ายทางการค้า และต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่การแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ นิทรรศการ “กาแฟของพ่อ ผ้าทอของแม่” ที่ถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาอาชีพบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ ผ้าทอ เครื่องแต่งกาย งานหัตถกรรม เครื่องเงิน กาแฟ อาหาร และเครื่องดื่มพื้นถิ่น รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง

“งานมหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569 แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสืบทอดวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ เชื่อมโยงจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อฟื้นฟู อนุรักษ์ และต่อยอดอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ ให้เกิดคุณค่าทางสังคม และเป็นมรดกภูมิปัญญาที่สำคัญของประเทศต่อไป” นายกันตพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

KEMREX ฉลองครบรอบ 15 ปี เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย ‘MDGT’ รุ่นล่าสุด

KEMREX ฉลองครบรอบ 15 ปี เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย 'MDGT' รุ่นล่าสุด

KEMREX ฉลองครบรอบ 15 ปี เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย ‘MDGT’ รุ่นล่าสุด

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.18 น.

บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด (KEMREX) ผู้นำด้านนวัตกรรมฐานรากเข็มเหล็ก จัดงานภายใต้แนวคิด “Beyond 300 Million : Genuine Trust, Solid Foundation” ณ KEMREX Hall @ Sukhumvit 101 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ พิธีรับมอบกรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability Insurance) วงเงินความคุ้มครอง 300 ล้านบาท จาก Allianz Ayudhya ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจของบริษัท พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัวนวัตกรรมรถติดตั้งเข็มเหล็ก “MDGT” ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานหน้างานก่อสร้าง

การรับมอบกรมธรรม์ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณนนท์วริศ สมฤทธิ์ฐิติกุล ตัวแทนจาก Allianz Ayudhya เป็นผู้ส่งมอบ โดยการยกระดับวงเงินความคุ้มครองของบริษัทอย่างต่อเนื่องจาก 100 ล้านบาท สู่ 200 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านบาทในปัจจุบัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทประกันภัยระดับโลกต่อมาตรฐานผลิตภัณฑ์และระบบการดำเนินงานของ KEMREX ซึ่งมีประวัติการดำเนินงานที่โดดเด่นและ ไม่เคยมีประวัติการเคลมความเสียหายจากผลิตภัณฑ์ (Zero Claim History)

ภายในงานยังมีการเสวนาเกี่ยวกับมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นครินทร์ ศรีสุวรรณ นักวิจัยจากสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ร่วมให้ข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับการทดสอบความแข็งแรงและมาตรฐานความปลอดภัยของระบบฐานราก เพื่อยืนยันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบตามหลักวิศวกรรม

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือการเปิดตัว “MDGT” นวัตกรรมรถติดตั้งเข็มเหล็กที่พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง KEMREX และ บริษัท สุธีแทงเกอร์ แอนด์ สเปเชียลทรัคส์ จำกัด (บริษัทในเครือสุธีกรุ๊ป) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตรถบรรทุกเฉพาะทางและรถแทงเกอร์สำหรับภาคอุตสาหกรรม โดย คุณประดิษฐ์ ธรรมมนุญกุล ผู้บริหารจากบริษัท สุธีแทงเกอร์ แอนด์ สเปเชียลทรัคส์ จำกัด ได้ร่วมบรรยายถึงสมรรถนะของรถติดตั้งที่ถูกออกแบบ “โดยคนไทย เพื่อหน้างานไทยโดยเฉพาะ” ซึ่งสามารถรองรับการทำงานที่สูงขึ้น เร็วขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหน้างานได้มากถึง 30%

คุณประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด กล่าวว่า “การรับมอบกรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ วงเงินความคุ้มครอง 300 ล้านบาทในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจของ KEMREX ขณะเดียวกัน การเปิดตัวรถติดตั้งเข็มเหล็ก MDGT ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงตัวผลิตภัณฑ์ แต่ครอบคลุมถึงเครื่องมือและกระบวนการติดตั้งทั้งหมด เพื่อยกระดับมาตรฐานงานฐานรากของไทย และสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและลูกค้าในทุกโครงการ”

บทเพลงพระนิพนธ์และท่วงทำนองดนตรีแห่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ‘งามแม้เดือนเหมือนดวงจันทร์งาม’ ชะตาฟ้า พระองค์จักรฯ

บทเพลงพระนิพนธ์และท่วงทำนองดนตรีแห่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ 'งามแม้เดือนเหมือนดวงจันทร์งาม' ชะตาฟ้า พระองค์จักรฯ

บทเพลงพระนิพนธ์และท่วงทำนองดนตรีแห่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ‘งามแม้เดือนเหมือนดวงจันทร์งาม’ ชะตาฟ้า พระองค์จักรฯ

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.02 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ หรือพระองค์จักรฯ (เดิมคือหม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์) ทรงถวายงานแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาโดยตลอด นับตั้งแต่รัชกาลที่ 9 ยังทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระอนุชาธิราช

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ

พระองค์จักรฯ ทรงเป็นพระสหายในรัชกาลที่ 9 และทรงถวายงานต่าง ๆ ทั้งในด้านเกษตรกรรม งานบริหารประเทศตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ งานในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ งานองคมนตรี และงานมูลนิธิชัยพัฒนา จวบจนพระองค์จักรฯ สิ้นพระชนม์ เมื่อปี พ.ศ. 2536

พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล

หม่อมอัญวิดา-พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล ณ อยุธยา

พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์-หม่อมอัญวิดา ยุคล ณ อยุธยา และ ม.ร.ว.เบญจมาศ ไกรฤกษ์

พระองค์จักรฯ ทรงพระปรีชาในหลากหลายด้าน แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้หลงใหลในเสียงเพลงต่างรู้จักพระองค์เป็นอย่างดีในฐานะนักประพันธ์เพลง จนกล่าวว่าเพลงพระองค์จักรฯ มีความไพเราะและนับได้ว่าเป็นอมตะ โดยแบ่งได้เป็นเพลงที่ทรงนิพนธ์คำร้องถวายในบทเพลงพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 9 อาทิ แสงเทียน, ยามเย็น, สายฝน, เทวาพาคู่ฝัน, แก้วตาขวัญใจ, ลมหนาว, แสงเดือน, ยิ้มสู้, พรปีใหม่, Lullaby, Still on my mind เป็นต้น

พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์-หม่อมอัญวิดา ยุคล ณ อยุธยา และ ม.ร.ว.ภวรี สุชีวะ

ม.ร.ว.เบญจมาศ ไกรฤกษ์

และยังทรงนิพนธ์บทเพลงให้วงสุนทราภรณ์อีกนับ 100 เพลง อาทิ ชะตาฟ้า พร่ำรัก ฝากรัก จากรัก สวนรัก ขยี้ใจ ดาวดล เกาะสวรรค์ กล่อมสาวงาม เธอนะเธอ หลงคอย รำวงชาวทะเล เป็นต้น และยังมีเพลงประกอบภาพยนตร์และเพลงประกอบอุปรากร อาทิ นันทาเทวี ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล คณะอัศวินการละคร และเพลงร่มเกล้า ในภาพยนตร์เรื่อง เงิน เงิน เงิน ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ แห่งละโว้ภาพยนตร์

ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ กับลูกสาว นันทมาลี ภิรมย์ภักดี

ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน

คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน,อาสา-ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน และศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ 

ครอบครัวไกรฤกษ์ ม.ร.ว.เบญจาภา-ศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์, ทิพยนิภา สมะลาภา และครอบครัวลูกชายคนกลาง เพิ่มศักดิ์- อชิรญา-คนธี-สุธีสันต์-ภัททิย ไกรฤกษ์

นอกจากนั้น ยังทรงนิพนธ์เพลงประจำคณะ และเพลงมหาวิทยาลัย อาทิ มาร์ชเกษตรศาสตร์ รำวงเกษตร รำวงรัฐศาสตร์ จุฬาฯ บันเทิง และจุฬาฯ แซมบา เป็นต้น

คุณหญิงกษมา วรวรรณ

อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์

ศักดิ์ทิพย์ กับลูกสาว ทิพยนิภา สมะลาภา

เมื่อค่ำวันที่ 21 มีนาคม 2569 ทายาทของพระองค์จักรฯ จัดงาน The Lyrics and melodies of Prince Chakrabandh Pensiri ณ บ้านทับเลน Agalin Garden Room สำโรงเหนือ เพื่อรำลึกถึงบทเพลงพระนิพนธ์ในพระองค์จักรฯ และหาเงินสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลเกษตรศาสตร์

กุณฑิกา ไกรฤกษ์

นันทมาลี ภิรมย์ภักดี,คลาวเดีย จักรพันธุ์ และเพิ่มศักดิ์-อภิชญา ไกรฤกษ์

ทิพยนิภา สมะลาภา,เพิ่มศักดิ์-ม.ร.ว.เบญจมาศ ไกรฤกษ์

คลาวเดีย จักรพันธุ์

ในงานนี้ พลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เสด็จร่วมงานพร้อมหม่อมอัญวิญา ยุคล ณ อยุธยา และยังมีแขกเหรื่อผู้หลักผู้ใหญ่มากมายไปร่วมงานด้วย อาทิ อาสา-ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน ท่านผู้หญิงมณฑินี  มงคลนาวิน คุณหญิงกษมา วรวรรษ ณ อยุธยา คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน อรนุช โอสถานนท์ กังสดาร-ศ. (เกียรติคุณ) วัลลภา เทพหัสดิน ณ อยุธยา อติพร เสนะวงศ์ ทญ. พิมสวาท วัฒนศิริโรจน์  เป็นต้น

ส่วนนักร้องคือทายาทพระองค์จักรฯ เช่น ม.ร.ว. มาลินี จักรพันธ์ุ, ม.ร.ว. เบญจาภา ไกรกฤษ์, ทิพยนิภา สมะลาภา, เพิ่มศักดิ์-คนที-สุธีสันต์-ภัททิย ไกรกฤษ์, คลาวเดีย จักรพันธ์ุ ณ อยุธยา, วรณัน ภิรมย์ภักดีล อรพิม ปลื้มอารมณ์, น.พ. ภาสนันต์ สุคันธนาค และนักร้องกิตติมศักดิ๋ เช่น วิสาขา ภูมิรัตน, รวมพร เกตุทัต, กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ อภิชาติ อินทรวิศิษฎ์ พร้อมนักดนตรีกิตติมศักดิ์ คือ วินท์ โอสถานนท์ และ พงศธร สุรภาพ สำหรับเจ้าของสถานที่จัดงานสุดแสนโรแมนติกคือ อำนาจ คีตพรรณา สถาปนิกชื่อดังของไทย