จับตา พรรคส้ม รื้อโครงสร้างดิ้นสู้คดี 44 สส. ด้าน เท้ง ปัดตอบปมเปลี่ยนตัวหัวหน้า

จับตา พรรคส้ม รื้อโครงสร้างดิ้นสู้คดี 44 สส. ด้าน เท้ง ปัดตอบปมเปลี่ยนตัวหัวหน้า

จับตา พรรคส้ม รื้อโครงสร้างดิ้นสู้คดี 44 สส. ด้าน เท้ง ปัดตอบปมเปลี่ยนตัวหัวหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.54 น.

จับตา พรรคส้ม รื้อโครงสร้างดิ้นสู้คดี 44 สส. ด้าน เท้ง ปัดตอบปมเปลี่ยนตัวหัวหน้า วงในยันชื่อ วีระยุทธ จ่อรับไม้ต่อคุมพรรค ณัฐพงษ์ ถอยไปนั่งเลขาฯ

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับกรรมการบริหารพรรคประชาชนช่วงเดือน เม.ย. ว่า ที่ประชุมใหญ่จะต้องรับรองกรรมการบริหารทั้งหมดอยู่แล้ว  ส่วนจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดหรือไม่  ก็เป็นสิ่งที่ต้องปรึกษาปรึกษาหารือร่วมกัน ขอรอความชัดเจนดีกว่า 

เมื่อถามว่าคดี 44 สส.ก็งวดเข้ามาแล้ว จะเกิดสุญญากาศทางการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รอความชัดเจนจากเรื่องคดี 44 สส. ก่อนดีกว่า ความคืบหน้าล่าสุดเห็นว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมจะยื่นเร็วๆนี้อยู่แล้ว ซึ่งจะมีการแถลงแนวทางในการรับมือของพรรคต่อไป

เมื่อถามว่าหากเลือกกรรมการบริหารช่วงปลายเดือน เม.ย. จะช้าไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่หรอก เพราะตําแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน จริงๆโดยกระบวนการต้องใช้ระยะเวลาอีกเวลาหนึ่ง ซึ่งต้องรอจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้ามา จึงจะมีความแน่ชัดว่าตกลงแล้วตามรัฐธรรมนูญ พรรคใดเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลบ้าง และใช้เวลาอีกเป็นแรมเดือนเหมือนกัน กว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา ดังนั้น ตามไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นจึงคิดว่าในวันประชุมใหญ่พรรคยังไม่ต้องมีการเตรียมในตอนนี้

เมื่อถามว่าตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านก็เป็นตำแหน่งที่โปรดเกล้าฯ เหมือนกัน ควรจะทำให้ชัดเจนตั้งแต่แรกหรือไม่  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะให้ได้ความชัดเจนมากขึ้น ภายหลังที่ ป.ป.ช.ให้ความชัดเจนกับพวกเราเช่นเดียวกัน 

เมื่อถามว่าหัวหน้าคนใหม่อยู่ข้างๆ (นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน) ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ตอบทันทีว่า เดี๋ยวรอดูความชัดเจนดีกว่า ตอนนี้คดียังไม่ได้ออกจาก ป.ป.ช. ก็ยังไม่อยากที่จะไปพูดอะไรล่วงหน้า

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการปรับโครงสร้างและเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใหม่ของพรรคประชาชนนั้น จะเกิดขึ้นช่วงเดือนหน้า โดยแหล่งข่าวภายในพรรคยืนยันว่านายวีระยุทธ จะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทนนายณัฐพงษ์ และนายณัฐพงษ์ จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค 

เท้ง ณัฐพงษ์ ลั่นพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มตัว ปกป้องภาษี-ผลประโยชน์ประชาชน

เท้ง ณัฐพงษ์ ลั่นพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มตัว ปกป้องภาษี-ผลประโยชน์ประชาชน

เท้ง ณัฐพงษ์ ลั่นพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มตัว ปกป้องภาษี-ผลประโยชน์ประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.50 น.

“ณัฐพงษ์” ย้ำพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านปกป้องผลประโยชน์และภาษีพี่น้องประชาชน

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน  โพสต์ผ่านเฟชบุ๊ก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ -Natthaphong Ruengpanyawut  ระบุว่า พวกเราในฐานะผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อปกป้องผลประโยชน์และภาษีของพี่น้องประชาชนทุกคนครับ

วันนี้ผมได้อภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา ภายใต้การถูกเสนอชื่อให้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมขอย้ำให้ชัดอีกครั้งว่า พรรคประชาชนไม่ได้มีเจตนาจะจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เพราะเรายึดหลักการว่า พรรคการเมืองที่ได้รับเสียงอันดับ 1 ควรมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อนเสมอ สิ่งที่เราทำในวันนี้ คือการใช้เวทีสภาเพื่อสะท้อนความห่วงใยต่อประเทศ และส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลชุดใหม่ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตรอบด้านที่ไม่อาจมองข้ามได้

ในขณะที่โลกกำลังเผชิญความไม่มั่นคงจากสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และราคาพลังงานที่ผันผวน ซึ่งกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน รัฐบาลไทยกลับยังไม่มีท่าทีหรือยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการรับมือ ขณะเดียวกัน ปัญหาภายในประเทศเองก็ทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ผู้ประกอบการรายเล็กที่ล้มลง ระบบราชการที่ไม่ตอบสนองประชาชน และโครงสร้างการเมืองที่เปิดช่องให้ผลประโยชน์ทับซ้อนดำรงอยู่

หากรัฐบาลไม่กล้าจัดการคนในไม่กล้าปฏิรูปตัวเอง ประเทศไทยจะไม่มีทางก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง และต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมาว่า การทุจริตคอรัปชันยังคงเป็นรากของปัญหาทั้งหมด เมื่อกติกาไม่เป็นธรรม คนที่ทำถูกต้องจะอยู่ไม่ได้ แต่คนที่มีเส้นสายกลับได้เปรียบ เศรษฐกิจที่เป็นธรรมจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้ หากการเมืองยังปล่อยให้ปัญหานี้ดำรงอยู่

เราเชื่อมั่นว่า การเมืองต้องเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ไม่ใช่พื้นที่ของการต่อรองผลประโยชน์หรือการแบ่งอำนาจ เราจะยืนหยัดบนหลักการ ความโปร่งใส และการยึดโยงกับเสียงของประชาชน ไม่ว่าเราจะอยู่ในบทบาทใด เราจะทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเมืองกลับมาเป็นความหวังของประเทศอีกครั้ง

ผมเข้าใจดีว่าความรู้สึกของประชาชนจำนวนมากในวันนี้ คือความผิดหวังและความไม่มั่นใจต่อระบบ แต่ผมอยากขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งหมดความหวัง ประเทศไทยยังมีศักยภาพ ยังมีผู้คนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง และยังมีพลังของประชาชนที่สามารถกำหนดอนาคตของประเทศได้

ร่วมกันในการตรวจสอบ ตั้งคำถาม และนำเสนอผลักดันให้ประเทศเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง และพรรคประชาชนจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ในสภาในฐานะฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และผลักดันทางออกให้กับประเทศ

จนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน

ยศชนัน มั่นใจจับมือภูมิใจไทย ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ

ยศชนัน มั่นใจจับมือภูมิใจไทย ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ

ยศชนัน มั่นใจจับมือภูมิใจไทย ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.32 น.

ยศชนัน มั่นใจจับมือภูมิใจไทย ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ มองไร้ปัญหาร่างนโยบายรัฐบาล เหตุ 2 พรรคคลายคลึงกัน ด้าน จุลพันธ์ เผยส่งรายชื่อโควตาพท. ทั้งหมดถึงมือ อนุทิน แล้ว 

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมนโยบายที่จะไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย ว่า มีการเตรียมทีมเรียบร้อยแล้ว และภายในต้นสัปดาห์หน้าจะมีการเข้าไปพูดคุยกัน 

เมื่อถามว่า มีนโยบายใดที่ต้องการผลักดันเป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย ร่วมไปกับรัฐบาลภูมิใจไทย นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นนโยบายที่เราพูดมาโดยตลอด อย่างนโยบายการแก้ไขปัญหาปากท้อง นโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนให้ดีขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายหลายส่วนที่คล้ายคลึงกัน ก็น่าจะต้องมีการพูดคุย และตัวบริบทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค่อนข้างที่จะชัดเจนว่าทำไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็เห็นตรงกันจึงมองว่าไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร 

เมื่อถามว่าในด้านการเมืองจะสามารถให้ความมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าจะจับมือกันไปตลอดรอดฝั่งให้ครบ 4 ปี นายยศชนัน กล่าวว่า แน่นอนว่าความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกัน 

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังจากการโหวตนายกรัฐมนตรีว่า ได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว คงไม่มีการพูดคุยอะไรกันเพิ่มเติมแล้ว 

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ให้กับนายอนุทิน ทางนายจุลพันธ์ พยักหน้า พร้อมกล่าวว่า “ครับ”

เมื่อถามว่า รวมถึงในสัดส่วนของรัฐมนตรีช่วยด้วยหรือไม่ ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ลงตัว นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ได้ส่งไปหมดแล้ว เรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ

อนุทิน ขอบคุณ สส.โหวตเป็นนายกฯ สมัย 2 ไม่ตอบปมงูเห่าสีส้ม ยกมือให้

อนุทิน ขอบคุณ สส.โหวตเป็นนายกฯ สมัย 2 ไม่ตอบปมงูเห่าสีส้ม ยกมือให้

อนุทิน ขอบคุณ สส.โหวตเป็นนายกฯ สมัย 2 ไม่ตอบปมงูเห่าสีส้ม ยกมือให้

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.16 น.

อนุทิน ขอบคุณ สส.โหวตเป็นนายกฯ สมัย 2 ไม่ตอบปมงูเห่าสีส้ม ยกมือให้ 

เมื่อเวลา 13.43 น. วันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการได้รับการโหวตเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ว่า ขอบคุณสส. ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ซึ่งทุกคนก็ได้ให้ข้อคิด และแสดงท่าทีของตัวเองอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า มีสส.พรรคประชาชน เป็นงูเห่าโหวตให้ 1 เสียง นายอนุทิน ปฏิเสธตอบคำถาม โดยได้เดินเข้าห้องประชุม เพื่อเป็นประธานประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) 

​เช็กได้เลย!!! กางเสียงโหวตสภาฯดัน อนุทิน นั่งนายกฯสมัย 2

​เช็กได้เลย!!! กางเสียงโหวตสภาฯดัน อนุทิน นั่งนายกฯสมัย 2

​เช็กได้เลย!!! กางเสียงโหวตสภาฯดัน อนุทิน นั่งนายกฯสมัย 2

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

เช็กได้เลย!!! กางเสียงโหวตสภาฯดัน”อนุทิน”ท่วมท้น นั่งนายกฯสมัย 2 “งูเห่าสีส้ม”เสิร์ฟให้หวานๆ 1 เสียง ด้าน”ชัชวาล ไทยสร้างไทย”ร่วม รบ.แต่งดออกเสียง

19 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า ในจำนวน 293 เสียง ที่สนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี มีเสียงงูเห่า 1 เสียง จากพรรคประชาชน คือ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี ร่วมโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ขณะที่ผลการลงคะแนนส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ พรรคร่วมรัฐบาล เห็นชอบนายอนุทิน เป็นนายกฯ ยกเว้น นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย แม้จะเป็นเสียงฝ่ายรัฐบาล แต่โหวตงดออกเสียง

ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน มีเพียงพรรคประชาชน และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เท่านั้น ที่โหวตสนับสนุน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกฯ

ด้านพรรคฝ่ายค้านอื่นอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ , พรรคกล้าธรรม , พรรคไทยภักดี ต่างโหวตงดออกเสียง รวมถึง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร , น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช , นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และ 2 ต่างลงมติงดออกเสียงเช่นกัน

ส่วนพรรคไทรวมพลัง จำนวน 6 เสียง แม้จะไม่ถูกเชิญร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ สส.ทั้ง 6 คน ต่างโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ

– 006

ยังไม่ทันได้ถกวิกฤตน้ำมัน! ไอซ์ ฉะ โสภณ หลังสั่งปิดประชุมทันที พออนุทิน ได้ตำแหน่งแล้ว

ยังไม่ทันได้ถกวิกฤตน้ำมัน! ไอซ์ ฉะ โสภณ หลังสั่งปิดประชุมทันที พออนุทิน ได้ตำแหน่งแล้ว

ยังไม่ทันได้ถกวิกฤตน้ำมัน! ไอซ์ ฉะ โสภณ หลังสั่งปิดประชุมทันที พออนุทิน ได้ตำแหน่งแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.59 น.

ไอซ์ รักชนก ฉุน! ฉะยังไม่ทันถก วิกฤตน้ำมัน แต่ โสภณ สั่งปิดประชุมมันที หลังอนุทิน ได้ตำแหน่งแล้ว 

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 จากกรณีมีการโหวตเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งปรากฎว่า เสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัยที่ 2 โดยได้คะแนนเสียงสนับสนุน 293 เสียง ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้คะแนนเสียง 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง จากนั้นนายโสภณ ได้สั่งปิดประชุม ในเวลา 13.21 น. 

ล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “โหวตนายกเสร็จแล้ว ได้ตำแหน่งแล้ว แต่สภาเพิ่งประชุมมาครึ่งวัน ยังเหลือเวลาทำงานต่อได้อีก พรรคประชาชน แจ้งความประสงค์ ต้องการเสนอญัตติด่วน เรื่อง ‘วิกฤตน้ำมัน’ ที่กำลังส่งผลกระทบทุกชีวิตและทุกอาชีพ

ตอนนี้ประชาชนไม่ว่าภูมิภาคไหน เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ประชาชนรอความชัดเจนจากรัฐบาล ปัญหารอการบรรเทา ประชาชนอยากเห็นสภา ลงมือทำอะไรสักอย่าง

แต่ประธานสภา โสภณ ซารัมย์ สส. จากพรรคภูมิใจไทย ปิดประชุมหนี”

งูเห่าสีส้ม โผล่แล้ว! สุริยา วงศ์อารีย์ สส.ปชน.สวนมติพรรค โหวตอนุทินนายกฯ

งูเห่าสีส้ม โผล่แล้ว! สุริยา วงศ์อารีย์ สส.ปชน.สวนมติพรรค โหวตอนุทินนายกฯ

งูเห่าสีส้ม โผล่แล้ว! สุริยา วงศ์อารีย์ สส.ปชน.สวนมติพรรค โหวตอนุทินนายกฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.38 น.

“งูเห่าสีส้ม”โผล่แล้ว! “สุริยา วงศ์อารีย์”สส.อุดรธานี เขต 7 พรรค ปชน. โหวตสวนมติพรรคส้ม หนุน”อนุทิน”นายกฯ

19 มีนาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน

โดยการโหวตเลือกนายกฯ นั้น เป็นการแสดงตนและขานชื่อ ทั้งนี้ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน ได้โหวต นายอนุทิน เป็นนายกฯ สวนทางมติของพรรคประชาชน ที่โหวตนายณัฐพงษ์

สำหรับ นายสุริยานั้น นับเป็น “งูเห่าสีส้ม” รายแรกในพรรค นับตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง 69 โดยก่อนหน้านี้ นายสุริยา ยังฝืนมติของพรรค มาเอาหนังสือรับรอง สส.จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และมารายงานตัวต่อสภาฯ เป็นคนแรกของพรรค เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2569 ทั้งที่พรรคประชาชนนัดมารายงานตัวพร้อมกันวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา

สภาฯโหวตท่วมท้น! อนุทิน นั่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2

สภาฯโหวตท่วมท้น! อนุทิน นั่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2

สภาฯโหวตท่วมท้น! อนุทิน นั่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.22 น.

19 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 12.08 น.ที่รัฐสภา ในการการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ภายหลังเปิดใก้สมาขิกอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง จากนั้นเข้าสู่กระบวนการโหวตโดยการขานชื่อสส. เป็นรายบุคคล เรียงตามลำดับอักษร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ

กระทั่งเวลา 13.20 น. นายโสภณ ได้แจ้งผลการตรวจนับคะแนน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการดำรงตำแหน่งนายกฯ จากสมาชิกผู้ลงคะแนนทั้งหมด 498 คน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัยที่ 2 โดยได้คะแนนเสียงสนับสนุน 293 เสียง ขณะที่นายณัฐพงษ์ ได้คะแนนเสียง 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง จากนั้นนายโสภณ ได้สั่งปิดประชุม ในเวลา 13.21 น.

กล้าธรรมงดออกเสียง อรรถกรย้ำไม่ตีรวน อยากให้ประเทศไทยเดินหน้า

กล้าธรรมงดออกเสียง อรรถกรย้ำไม่ตีรวน อยากให้ประเทศไทยเดินหน้า

กล้าธรรมงดออกเสียง อรรถกรย้ำไม่ตีรวน อยากให้ประเทศไทยเดินหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.57 น.

“อรรถกร”เตือน”อนุทิน”อย่าลืมความเดือดร้อนประชาชน ย้ำ”กล้าธรรม”ไม่ตีรวน อยากให้ประเทศไทยเดินหน้า แต่ขอใช้สิทธิ์งดออกเสียง วอนรัฐบาลใจกว้างรับฟังปัญหา

19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรรคกล้าธรรม (กธ.) อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ ในวาระเรื่องด่วน พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีบุคคลที่ถูกเสนอชื่อ 2 คน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า นายอนุทิน ฐานะนายกฯ ทำงานได้รวดเร็ว แต่วันนี้ตนไม่แน่ใจว่านายอนุทินมีความจำที่ดีหรือไม่ เพราะตนกังวลว่าการทำงานมากเกินไป อาจมีภาวะขี้ลืม หากลืมเยอะ อาจกระทบต่อการรทำงานแก้ป้ญหาให้ประชาชนได้ครบทุกมิติ

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมานายกฯ ตั้งศูนย์ ศปก.แก้วิกฤตปัญหาสงคราม องค์ประกอบคณะดูดี แต่นายกฯ ลืมภาคการท่องเที่ยว รวมถึงลืมคำมั่นสัญญาที่บอกว่าให้คนไทยรวยทุกคน มีรายได้ แต่การแก้วิกฤตน้ำมันเป็นทิศทางตรงกันข้าม และ ผมกลัวว่าจะลืมพี่ ลืมน้อง ลืมเพื่อน เดือนที่แล้วบอกว่าไม่น่าพลิกขั้ว แต่คนร่วมสู้กันมา ลืมผู้กองธรรมนัส ผมไม่ว่า ขออย่างเดียวว่าอย่าลืมความเดือดร้อนของประชาชน

“พรรคกล้าธรรม จะไม่ตีรวน เพราะอยากให้ประเทศไทยเดินหน้า ขอให้สภาฯ เร่งแก้ไขปัญหาประชาชน หากเป็นคนไม่ลืม ขอความกรุณาใจกว้างด้วย หลังจบสิ้นกระบวนการโหวตนายกฯ ขอให้ใจกว้างให้มีการเสนอญัตติ เพื่อให้ สส.นำปัญหาที่เดือดร้อนของประชาชนมาหารือ วันนี้ไม่สามารถโหวตให้ได้ แต่หากพาประเทศผ่านวิกฤตที่น่ากังวลได้ เราอาจจะโหวตกฎหมายที่ท่านเสนอมา เราจะทำหน้าที่ต่อไป ครั้งนี้พรรคกล้าธรรมใช้สิทธิ์งดออกเสียง” นายอรรถกร กล่าว

พรรคส้มเปิดหัวเดือด! ทุบอนุทินขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริต

พรรคส้มเปิดหัวเดือด! ทุบอนุทินขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริต

พรรคส้มเปิดหัวเดือด! ทุบอนุทินขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.48 น.

สภาฯโหวตเลือกนายกฯ69! “พรรคส้ม”เปิดหัวกระซวกเดือด ยกวิกฤตน้ำมัน-เลือกตั้ง 69 สุดสกปรก-ฮั้ว สว. ทุบ”อนุทิน”ขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตาม ม.160 ทำประชาชนขาดศรัทธา

19 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซาซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ที่ประชุมรับทราบ

นอกจากนี้ ประธานฯ ยังได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร ให้ผู้มีรายชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็น สส.แทนตำแหน่งที่ว่าง คือ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แทน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ลาออกจาก สส. รวมถึง นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ลาการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้กล่าวปฏิญานตนในการประชุมก่อนรับหน้าที่ โดยได้ให้นายไชยชนก และนายอรรถวิชช์ กล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนรับหน้าที่

ต่อมาได้เข้าสู่วาระการโหวตเลือกนายกฯ ประธานฯ ที่ประชุมได้แจ้งขั้นตอนการดำเนินการตาข้อบังคับการประชุม โดยนายไชยชนก ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ มีผู้รับรองถูกต้อง ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ มีผู้รับรองถูกต้องเช่นกัน

จากนั้น นายโสภณ ได้เปิดให้สมาชิกอภิปรายถึงคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยนายรังสิมันต์ อภิปรายเป็นคนแรก กล่าวตอนหนึ่งว่า นายอนุทิน ที่เป็นนายกฯ รักษาการคนปัจจุบัน และได้รับโอกาสในการเป็นนายกฯ มาก่อน พฤติกรรมในอดีตล้วนเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า สุดท้ายนายอนุทิน มีความเหมาะสมในการเป็นนายกฯ จริงๆ หรือตนอยากให้ข้อมูลต่อสภาฯ โดยเฉพาะวิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นในรัฐบาลรักษาการปัจจุบัน มันเป็นตัวสะท้อนที่ดี แสดงให้เห็นว่าการบริหารบ้านเมืองเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร ปัญหาน้ำมันเถื่อนมีมาอย่างยาวนาน เป็นโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฝังรากลึกในประเทศไทยมาช้านาน โครงสร้างนี้ในอดีตส่วนมากจะมีการนำเข้าน้ำมันจากประเทศต่างๆเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ ให้อภิปรายอยู่ในประเด็นเรื่องคุณสมบัตินายกฯ ไม่ใช่อภิปรายปัญหาที่เกิดขึ้น ในเรื่องปัญหาน้ำมัน ขอให้เสนอเป็นญัตติเข้ามาเพื่อให้มีการอภิปรายกันทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ทำให้นายโสภณ วินิจฉัยให้นายรังสิมันต์ อภิปรายในเรื่องคุณสมบัติ ความเหมาะสม หรือการทำงานของนายกฯ แต่ต้องไม่อภิปรายข้ามไปถึงรายละเอียดที่จะต้องนำไปเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายรังสิมันต์ จึงอภิปรายต่อว่า ยืนยันว่าสิ่งที่ตนอภิปราย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ในเรื่องคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตนกำลังกังขาในความซื่อสัตย์สุจริตของนายอนุทิน การพิจารณาคุณสมบัติว่าท่านใดเป็นผูัที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เราไม่จำเป็นต้องพิจารณาจากสิ่งที่เขาทำในอดีตหรือ เราจะคิดไปข้างหน้าโดยมองและประเมินเอาว่า ตัวเขาจะต้องซื่อสัตย์สุจริตแน่ๆ ทั้งๆ ที่วันนี้ท่านมีอำนาจ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นท่านแถลงออกมาตลอดเวลาว่าน้ำมันต้นทางมีพอ แล้วมันหายไปไหน ถ้าไม่ใช่การทำนโยบายเชิงทุจริตแบบที่ผ่านมา แล้วประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนแบบนี้ได้อย่างไร สิ่งที่ตนกำลังอภิปราย มันคือการตั้งประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และสิ่งที่ตนกำลังโน้มน้าวต่อสภาฯแห่งนี้เพื่อบอกว่านายอนุทินขาดคุณสมบัติข้อนี้

“ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้มีความเชี่ยวชาญเรื่องน้ำมันแน่นอน ดังนั้น การที่วิกฤตแบบนี้เกิดขึ้น มันคืออาการที่แสดงให้เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นมันเกิดขึ้นภายใต้การนำของรัฐบาลนี้แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการ สิ่งที่ผมต้องโน้มน้าวต่อสภาฯแห่งนี้คือถ้านายอนุทิน ยังเป็นนายกฯต่อไป ผมเป็นห่วงจริงๆว่าท่านอาจไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในด้านความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา160” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เราผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนมั่นใจได้เลยว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสาตร์ชาติไทยของเรา ตนไม่ได้กำลังบอกว่ามีแค่เฉพาะซื้อเสียง หรือโกงการเลือกตั้ง แน่นอนว่าเราอาจชี้นิ้วไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่ากำลังทำหน้าที่ไม่ดี มีปัญหา แต่นายอนุทิน เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถจัดได้อย่างสุจริตยุติธรรมได้

ทำให้ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ทันทีว่า การกล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สกปรกที่สุด เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในฐานะที่ตนมีส่วนได้เสีย สส.ที่เข้ามามีเกียรติมีศักดิ์ศรี เรามาด้วยข้อกฎหมายข้อบังคับเดียวกัน ถ้าสกปรกที่สุด มันก็เป็นทั้งหมด ไม่ใช่จะดีเฉพาะผู้อภิปรายคนเดียว ทำให้นายโสภณ วินิจฉัยว่า เป็นคำกล่าวที่ไม่เหมาะสม แต่คงไม่ถึงขั้นต้องถอนคำพูด

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนขอถามว่ามันเป็นมาตรฐานการเมืองที่ดีหรือ ก่อนที่เราจะมีการเลือกตั้งท่านโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอรวมกันถึง 250 ตำแหน่ง นี่คือมาตรฐานที่ดีของทางการเมืองไทยจริงๆหรือ นี่คือมาตรฐานที่ดีของผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหารที่จะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ ในการที่จะทำให้การเลือกตั้งอย่างน้อยที่สุดถูกนินทา ถูกรู้สึกว่าอาจไม่เป็นกลางโดยผู้ที่จัดการเลือกตั้ง ถ้าเป็นพรรคการเมืองอื่นทำแบบเดียวกัน ท่านจะยอมรับหรือว่าการโยกย้ายตำแหน่งมากมายขนาดนี้จะยอมรับได้ ระบบเลือกตั้งที่มันต้องโยกย้ายกันก่อนในตำแหน่งที่มันมโหฬารขนาดนี้ เรายอมรับกันจริงๆ หรือ สิ่งที่นายอนุทิน ในฐานะนายกฯ และรมว.มหาดไทย ทำก่อนการเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถยอมรับให้เป็นมาตรฐานของการเมืองไทยได้ ส่อทุจริต โกงการเลือกตั้ง หวังว่านายอนุทิน คงไม่ทำ

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่เรื่องฮั้ว สว.ที่เป็นองค์กรสำคัญในการเลือกองค์กรอิสระ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ ที่เขาว่ากันว่า เป็นการฮั้ว สว.สีน้ำเงิน ตกลงแล้วนายอนุทิน ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาจากเรื่องนี้ มันยังไม่ชัดเจนหรือว่านายอนุทิน มีข้อกังขาในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตฯมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นการบ่อนทำลายการเลือก สว. ทำให้ประชาชนสิ้นศรัทธา

ทั้งนี้ นายสนอง ได้ลุกขึ้นประท้วง นายรังสิมันต์อีกครั้งโดยกล่าวย้อนว่า ในคดี 44 สส.ของพรรคฝ่ายตรงกันข้าม ศาลได้ชี้ไปแล้วตัดสินไปแล้ว แต่คดีฮั้ว สว.ยังอยู่ในกระบวนการ มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินการอยู่แล้ว ก็ว่ากันไปหน้าที่ใครหน้าที่มัน ทำให้นายรังสิมันต์ พยายามจะชี้แจงในคดี 44 สส. แต่ถูกนายโสภณตัดบท เพราะจะทำให้ลุกขึ้นมาชี้แจงกันไปมาไม่จบ และเตือนให้นายรังสิมันต์ ไม่ให้พูดลงลึกในรายละเอียด จนเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

จากนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ทั้ง 3 เรื่องที่ตนยกตัวอย่างมา สะท้อนมาจากความรู้สึกประชาชน เป็นตัวอย่างแสดงว่า นายอนุทินเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา160 เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์