สภาฯโหวตท่วมท้น! อนุทิน นั่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2

สภาฯโหวตท่วมท้น! อนุทิน นั่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2

สภาฯโหวตท่วมท้น! อนุทิน นั่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.22 น.

19 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 12.08 น.ที่รัฐสภา ในการการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ภายหลังเปิดใก้สมาขิกอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง จากนั้นเข้าสู่กระบวนการโหวตโดยการขานชื่อสส. เป็นรายบุคคล เรียงตามลำดับอักษร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ

กระทั่งเวลา 13.20 น. นายโสภณ ได้แจ้งผลการตรวจนับคะแนน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการดำรงตำแหน่งนายกฯ จากสมาชิกผู้ลงคะแนนทั้งหมด 498 คน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัยที่ 2 โดยได้คะแนนเสียงสนับสนุน 293 เสียง ขณะที่นายณัฐพงษ์ ได้คะแนนเสียง 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง จากนั้นนายโสภณ ได้สั่งปิดประชุม ในเวลา 13.21 น.

กล้าธรรมงดออกเสียง อรรถกรย้ำไม่ตีรวน อยากให้ประเทศไทยเดินหน้า

กล้าธรรมงดออกเสียง อรรถกรย้ำไม่ตีรวน อยากให้ประเทศไทยเดินหน้า

กล้าธรรมงดออกเสียง อรรถกรย้ำไม่ตีรวน อยากให้ประเทศไทยเดินหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.57 น.

“อรรถกร”เตือน”อนุทิน”อย่าลืมความเดือดร้อนประชาชน ย้ำ”กล้าธรรม”ไม่ตีรวน อยากให้ประเทศไทยเดินหน้า แต่ขอใช้สิทธิ์งดออกเสียง วอนรัฐบาลใจกว้างรับฟังปัญหา

19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรรคกล้าธรรม (กธ.) อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ ในวาระเรื่องด่วน พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีบุคคลที่ถูกเสนอชื่อ 2 คน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า นายอนุทิน ฐานะนายกฯ ทำงานได้รวดเร็ว แต่วันนี้ตนไม่แน่ใจว่านายอนุทินมีความจำที่ดีหรือไม่ เพราะตนกังวลว่าการทำงานมากเกินไป อาจมีภาวะขี้ลืม หากลืมเยอะ อาจกระทบต่อการรทำงานแก้ป้ญหาให้ประชาชนได้ครบทุกมิติ

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมานายกฯ ตั้งศูนย์ ศปก.แก้วิกฤตปัญหาสงคราม องค์ประกอบคณะดูดี แต่นายกฯ ลืมภาคการท่องเที่ยว รวมถึงลืมคำมั่นสัญญาที่บอกว่าให้คนไทยรวยทุกคน มีรายได้ แต่การแก้วิกฤตน้ำมันเป็นทิศทางตรงกันข้าม และ ผมกลัวว่าจะลืมพี่ ลืมน้อง ลืมเพื่อน เดือนที่แล้วบอกว่าไม่น่าพลิกขั้ว แต่คนร่วมสู้กันมา ลืมผู้กองธรรมนัส ผมไม่ว่า ขออย่างเดียวว่าอย่าลืมความเดือดร้อนของประชาชน

“พรรคกล้าธรรม จะไม่ตีรวน เพราะอยากให้ประเทศไทยเดินหน้า ขอให้สภาฯ เร่งแก้ไขปัญหาประชาชน หากเป็นคนไม่ลืม ขอความกรุณาใจกว้างด้วย หลังจบสิ้นกระบวนการโหวตนายกฯ ขอให้ใจกว้างให้มีการเสนอญัตติ เพื่อให้ สส.นำปัญหาที่เดือดร้อนของประชาชนมาหารือ วันนี้ไม่สามารถโหวตให้ได้ แต่หากพาประเทศผ่านวิกฤตที่น่ากังวลได้ เราอาจจะโหวตกฎหมายที่ท่านเสนอมา เราจะทำหน้าที่ต่อไป ครั้งนี้พรรคกล้าธรรมใช้สิทธิ์งดออกเสียง” นายอรรถกร กล่าว

พรรคส้มเปิดหัวเดือด! ทุบอนุทินขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริต

พรรคส้มเปิดหัวเดือด! ทุบอนุทินขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริต

พรรคส้มเปิดหัวเดือด! ทุบอนุทินขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.48 น.

สภาฯโหวตเลือกนายกฯ69! “พรรคส้ม”เปิดหัวกระซวกเดือด ยกวิกฤตน้ำมัน-เลือกตั้ง 69 สุดสกปรก-ฮั้ว สว. ทุบ”อนุทิน”ขาดคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตาม ม.160 ทำประชาชนขาดศรัทธา

19 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซาซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ที่ประชุมรับทราบ

นอกจากนี้ ประธานฯ ยังได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร ให้ผู้มีรายชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็น สส.แทนตำแหน่งที่ว่าง คือ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แทน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ลาออกจาก สส. รวมถึง นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ลาการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้กล่าวปฏิญานตนในการประชุมก่อนรับหน้าที่ โดยได้ให้นายไชยชนก และนายอรรถวิชช์ กล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนรับหน้าที่

ต่อมาได้เข้าสู่วาระการโหวตเลือกนายกฯ ประธานฯ ที่ประชุมได้แจ้งขั้นตอนการดำเนินการตาข้อบังคับการประชุม โดยนายไชยชนก ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ มีผู้รับรองถูกต้อง ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ มีผู้รับรองถูกต้องเช่นกัน

จากนั้น นายโสภณ ได้เปิดให้สมาชิกอภิปรายถึงคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยนายรังสิมันต์ อภิปรายเป็นคนแรก กล่าวตอนหนึ่งว่า นายอนุทิน ที่เป็นนายกฯ รักษาการคนปัจจุบัน และได้รับโอกาสในการเป็นนายกฯ มาก่อน พฤติกรรมในอดีตล้วนเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า สุดท้ายนายอนุทิน มีความเหมาะสมในการเป็นนายกฯ จริงๆ หรือตนอยากให้ข้อมูลต่อสภาฯ โดยเฉพาะวิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นในรัฐบาลรักษาการปัจจุบัน มันเป็นตัวสะท้อนที่ดี แสดงให้เห็นว่าการบริหารบ้านเมืองเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร ปัญหาน้ำมันเถื่อนมีมาอย่างยาวนาน เป็นโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฝังรากลึกในประเทศไทยมาช้านาน โครงสร้างนี้ในอดีตส่วนมากจะมีการนำเข้าน้ำมันจากประเทศต่างๆเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ ให้อภิปรายอยู่ในประเด็นเรื่องคุณสมบัตินายกฯ ไม่ใช่อภิปรายปัญหาที่เกิดขึ้น ในเรื่องปัญหาน้ำมัน ขอให้เสนอเป็นญัตติเข้ามาเพื่อให้มีการอภิปรายกันทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ทำให้นายโสภณ วินิจฉัยให้นายรังสิมันต์ อภิปรายในเรื่องคุณสมบัติ ความเหมาะสม หรือการทำงานของนายกฯ แต่ต้องไม่อภิปรายข้ามไปถึงรายละเอียดที่จะต้องนำไปเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายรังสิมันต์ จึงอภิปรายต่อว่า ยืนยันว่าสิ่งที่ตนอภิปราย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ในเรื่องคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตนกำลังกังขาในความซื่อสัตย์สุจริตของนายอนุทิน การพิจารณาคุณสมบัติว่าท่านใดเป็นผูัที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เราไม่จำเป็นต้องพิจารณาจากสิ่งที่เขาทำในอดีตหรือ เราจะคิดไปข้างหน้าโดยมองและประเมินเอาว่า ตัวเขาจะต้องซื่อสัตย์สุจริตแน่ๆ ทั้งๆ ที่วันนี้ท่านมีอำนาจ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นท่านแถลงออกมาตลอดเวลาว่าน้ำมันต้นทางมีพอ แล้วมันหายไปไหน ถ้าไม่ใช่การทำนโยบายเชิงทุจริตแบบที่ผ่านมา แล้วประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนแบบนี้ได้อย่างไร สิ่งที่ตนกำลังอภิปราย มันคือการตั้งประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และสิ่งที่ตนกำลังโน้มน้าวต่อสภาฯแห่งนี้เพื่อบอกว่านายอนุทินขาดคุณสมบัติข้อนี้

“ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้มีความเชี่ยวชาญเรื่องน้ำมันแน่นอน ดังนั้น การที่วิกฤตแบบนี้เกิดขึ้น มันคืออาการที่แสดงให้เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นมันเกิดขึ้นภายใต้การนำของรัฐบาลนี้แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการ สิ่งที่ผมต้องโน้มน้าวต่อสภาฯแห่งนี้คือถ้านายอนุทิน ยังเป็นนายกฯต่อไป ผมเป็นห่วงจริงๆว่าท่านอาจไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในด้านความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา160” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เราผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนมั่นใจได้เลยว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสาตร์ชาติไทยของเรา ตนไม่ได้กำลังบอกว่ามีแค่เฉพาะซื้อเสียง หรือโกงการเลือกตั้ง แน่นอนว่าเราอาจชี้นิ้วไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่ากำลังทำหน้าที่ไม่ดี มีปัญหา แต่นายอนุทิน เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถจัดได้อย่างสุจริตยุติธรรมได้

ทำให้ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ทันทีว่า การกล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สกปรกที่สุด เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในฐานะที่ตนมีส่วนได้เสีย สส.ที่เข้ามามีเกียรติมีศักดิ์ศรี เรามาด้วยข้อกฎหมายข้อบังคับเดียวกัน ถ้าสกปรกที่สุด มันก็เป็นทั้งหมด ไม่ใช่จะดีเฉพาะผู้อภิปรายคนเดียว ทำให้นายโสภณ วินิจฉัยว่า เป็นคำกล่าวที่ไม่เหมาะสม แต่คงไม่ถึงขั้นต้องถอนคำพูด

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนขอถามว่ามันเป็นมาตรฐานการเมืองที่ดีหรือ ก่อนที่เราจะมีการเลือกตั้งท่านโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอรวมกันถึง 250 ตำแหน่ง นี่คือมาตรฐานที่ดีของทางการเมืองไทยจริงๆหรือ นี่คือมาตรฐานที่ดีของผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหารที่จะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ ในการที่จะทำให้การเลือกตั้งอย่างน้อยที่สุดถูกนินทา ถูกรู้สึกว่าอาจไม่เป็นกลางโดยผู้ที่จัดการเลือกตั้ง ถ้าเป็นพรรคการเมืองอื่นทำแบบเดียวกัน ท่านจะยอมรับหรือว่าการโยกย้ายตำแหน่งมากมายขนาดนี้จะยอมรับได้ ระบบเลือกตั้งที่มันต้องโยกย้ายกันก่อนในตำแหน่งที่มันมโหฬารขนาดนี้ เรายอมรับกันจริงๆ หรือ สิ่งที่นายอนุทิน ในฐานะนายกฯ และรมว.มหาดไทย ทำก่อนการเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถยอมรับให้เป็นมาตรฐานของการเมืองไทยได้ ส่อทุจริต โกงการเลือกตั้ง หวังว่านายอนุทิน คงไม่ทำ

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่เรื่องฮั้ว สว.ที่เป็นองค์กรสำคัญในการเลือกองค์กรอิสระ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ ที่เขาว่ากันว่า เป็นการฮั้ว สว.สีน้ำเงิน ตกลงแล้วนายอนุทิน ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาจากเรื่องนี้ มันยังไม่ชัดเจนหรือว่านายอนุทิน มีข้อกังขาในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตฯมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นการบ่อนทำลายการเลือก สว. ทำให้ประชาชนสิ้นศรัทธา

ทั้งนี้ นายสนอง ได้ลุกขึ้นประท้วง นายรังสิมันต์อีกครั้งโดยกล่าวย้อนว่า ในคดี 44 สส.ของพรรคฝ่ายตรงกันข้าม ศาลได้ชี้ไปแล้วตัดสินไปแล้ว แต่คดีฮั้ว สว.ยังอยู่ในกระบวนการ มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินการอยู่แล้ว ก็ว่ากันไปหน้าที่ใครหน้าที่มัน ทำให้นายรังสิมันต์ พยายามจะชี้แจงในคดี 44 สส. แต่ถูกนายโสภณตัดบท เพราะจะทำให้ลุกขึ้นมาชี้แจงกันไปมาไม่จบ และเตือนให้นายรังสิมันต์ ไม่ให้พูดลงลึกในรายละเอียด จนเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

จากนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ทั้ง 3 เรื่องที่ตนยกตัวอย่างมา สะท้อนมาจากความรู้สึกประชาชน เป็นตัวอย่างแสดงว่า นายอนุทินเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา160 เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

เท้ง เผย พรรคประชาชน จ่อเสนอญัตติด่วนแก้วิกฤตพลังงานเข้าที่ประชุมสภาฯ

เท้ง เผย พรรคประชาชน จ่อเสนอญัตติด่วนแก้วิกฤตพลังงานเข้าที่ประชุมสภาฯ

เท้ง เผย พรรคประชาชน จ่อเสนอญัตติด่วนแก้วิกฤตพลังงานเข้าที่ประชุมสภาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.43 น.

เท้ง เผย พรรคประชาชน จ่อเสนอญัตติด่วนแก้วิกฤตพลังงานเข้าที่ประชุมสภาฯ หวังเสียงข้างมากให้พื้นที่สะท้อนปัญหา แนะรัฐบาลเปิดเผยข้อมูลให้โปร่งใส เหตุยังไม่ชัดใครกักตุนน้ำมัน

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลายฝ่ายมองว่าฝ่ายค้านไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีตรวจสอบเรื่องวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันเท่าที่ควร ว่า จริงๆ ต้องบอกว่าฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการยังไม่ได้เริ่มขึ้น เพราะขณะนี้ยังไม่ได้โหวตนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขณะนี้มีการหารือกันแล้วว่าอาจจะมีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ในการที่จะหารือในที่ประชุมสภาในวันนี้ เพื่อหาทางออกเรื่องดังกล่าว และเชื่อว่าฝ่ายเสียงข้างมากหรือฝ่ายรัฐบาล น่าจะให้โอกาสและให้พื้นที่กับพวกเราในการอภิปรายและเสนอแนะไปยังรัฐบาลรักษาการ ซึ่งตนคิดว่าสิ่งที่มีความสำคัญในขณะนี้ พอๆ กับเรื่องราคาน้ำมันคือเรื่องของสถานการณ์การขาดแคลนน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งในส่วนของฝ่ายรัฐบาลเองดูเหมือนจะยังให้คำตอบไม่ชัด ว่าตกลงแล้วน้ำมันหายไปไหน ใครที่เป็นคนกักตุน และทราบมาว่าวันนี้ฝ่ายรัฐบาลจะมีการเชิญผู้ประกอบการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเชนมาหารือ  ตนคิดว่าสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมา คือการเปิดเผยข้อมูลให้มีความโปร่งใส 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า  ตั้งแต่มีวิกฤตเกิดขึ้น พรรคประชาชนได้ส่งให้ สส.หรือตัวแทนของพรรคในพื้นที่ลงไปสำรวจราคาน้ำมันต่างๆ ว่าประชาชนพบปัญหา หรือมีวิกฤตขาดแคลนน้ำมันที่ใดบ้าง รวมถึงในหลายพื้นที่สินค้าที่จำเป็นก็มีการปรับตัวสูงขึ้น โดยจะมีการรวบรวมเพื่อสะท้อนเสียงในวันนี้ ซึ่งหากฝ่ายรัฐบาลเองให้พื้นที่สภาเราก็พร้อมที่จะส่งมอบข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลรักษาการเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร็วที่สุด  

เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าพรรคประชาชนออมมือให้กับพรรคภูมิใจไทยมากเกินไป  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีการออมมือใดๆ ตนเชื่อว่าการอภิปรายเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีวันนี้ก็จะมีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของตัวนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาชน และจากหลายส่วนน่าจะออกมามีการอภิปราย ในเรื่องนี้แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อยากทำความเข้าใจว่าเวทีนี้ยังไม่ใช่เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นในการพูดเราเองต้องพยายามรักษาบรรยากาศให้อยู่ในกรอบของการอภิปรายที่ถูกต้องในวันนี้ด้วย แต่ยืนยันว่าในเรื่องของการตรวจสอบสามารถตรวจสอบทุกเวทีได้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว รวมถึงการส่งข้อเสนอแนะคุณสมบัติเช่นเดียวกัน  

ส่งสารถึงชาวอเมริกัน เจิมศักดิ์จี้หยุดผู้นำก่อนโลกพัง ด้วยน้ำมือของคนเพียงคนเดียว

ส่งสารถึงชาวอเมริกัน เจิมศักดิ์จี้หยุดผู้นำก่อนโลกพัง ด้วยน้ำมือของคนเพียงคนเดียว

ส่งสารถึงชาวอเมริกัน เจิมศักดิ์จี้หยุดผู้นำก่อนโลกพัง ด้วยน้ำมือของคนเพียงคนเดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.57 น.

19 มีนาคม 2569 ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา ประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนชาวอเมริกัน

ผ่าน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

เรื่อง: เสียงสะท้อนจากประชาคมโลกต่อวิกฤตภาวะผู้นำและความมั่นคงสากล

เรียน พี่น้องประชาชนชาวอเมริกัน

ในฐานะพลเมืองของโลกที่เฝ้ามองประเทศของคุณด้วยความเคารพในหลักการประชาธิปไตยเสมอมา วันนี้มีความจำเป็นต้องส่งสารถึงพวกคุณด้วยความสัตย์จริงและด้วยความกังวลอย่างสูงสุด สิ่งที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่เพียงเกมการเมืองภายในของสหรัฐฯ แต่คือ “วิกฤตการณ์ระดับนานาชาติที่มีลมหายใจ”

ภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกในขณะนี้ คือภาพของมหาอำนาจอันดับหนึ่งที่เลือกผู้นำผู้มีพฤติกรรมหลงใหลในอำนาจและขาดความยับยั้งชั่งใจ ข้อเสนอที่ฟังดูเหลือเชื่ออย่างการเข้ายึดครองกรีนแลนด์ การยื่นคำขาดต่อคิวบา การข่มขู่จะบุกรุกเพื่อนบ้านอย่างเม็กซิโก หรือแม้แต่การพูดเรื่องการผนวกแคนาดาราวกับเป็นเพียงทรัพย์สินส่วนบุคคล สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ “ยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด” แต่มันคือสัญญาณของความไม่มั่นคงทางจิตใจและภาวะผู้นำที่ถดถอย

“นี่ไม่ใช่พฤติกรรมปกติ และไม่ใช่ความแข็งแกร่ง แต่มันคือพฤติกรรมของคนที่กำลังคว่ำกระดานเกมเพียงเพราะตัวเองกำลังจะแพ้”

เราขอสื่อสารไปยังพวกคุณทุกคน ไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง:

• เมื่อประธานาธิบดีของคุณใช้อำนาจในลักษณะ “เจ้าพ่อมาเฟีย” ข่มขู่และละเมิดอธิปไตยของประเทศอื่น คนทั่วโลกไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง แต่เรากลับต้องเป็นผู้รับ “ผลลัพธ์” จากการกระทำนั้น

• คำพูดที่ว่า “ฉันไม่ได้เลือกเขา” อาจใช้เป็นข้ออ้างในวงสนทนาได้ แต่ใช้ไม่ได้ในเวทีโลก เมื่อประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในมือมหาศาลกำลังสั่นคลอนเสถียรภาพของทุกภูมิภาค

• นี่คือระบบของคุณ นี่คือประธานาธิบดีของคุณ และสุดท้ายแล้ว นี่คือความรับผิดชอบของคุณ

เรามองเห็นชายวัยใกล้ 80 ปี ที่มีสภาพจิตใจเสื่อมถอยอย่างเห็นได้ชัด ผู้นำที่ไม่มีแผนการระยะยาวและทำตัวเหมือนไม่มีอะไรสำคัญอีกต่อไปหลังจากที่ตนเองจากโลกนี้ไปแล้ว คือผู้นำที่อันตรายที่สุด เพราะเขาไม่มีอะไรจะเสีย แต่อีโก้ของเขากลับต้องการการตอบสนองอยู่ตลอดเวลา

ทำไมครอบครัวในเอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ หรือออสเตรเลีย ต้องตื่นมาพร้อมความกังวลเรื่องสงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจ เพียงเพราะอเมริกาไม่สามารถจัดการปัญหาภายในบ้านของตัวเองได้?

นี่ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา แต่มันคือเรื่องของ “สติสัมปชัญญะขั้นพื้นฐาน” เมื่อสงครามเริ่มขึ้นหรือพันธมิตรแตกสลาย มันจะไม่มีปุ่มรีเซ็ตให้พวกเราอีกต่อไป

เราขอเรียกร้องให้พวกคุณลุกขึ้นมารับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่พวกคุณมีส่วนสร้างขึ้น:

1. ใช้กลไกทางรัฐธรรมนูญและระบบที่มีอยู่เพื่อยับยั้งและควบคุมผู้นำคนนี้

2. ตรวจสอบและถอดถอนหากเห็นว่าภาวะจิตใจไม่เหมาะสมกับการครองอำนาจ

3. กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ความเสียหายจะเกินเยียวยา

พวกเราที่เหลือในโลกนี้เพียงแต่อยากใช้ชีวิต เลี้ยงดูลูก และทำหน้าที่ของตนเองไปในแต่ละวัน เราไม่อยากตื่นมาพบกับสงครามโลกครั้งที่ 3 เพียงเพราะชายชราคนหนึ่งต้องการรู้สึกมีอำนาจเป็นครั้งสุดท้าย

อเมริกาต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของคนเพียงคนเดียว

ด้วยความเคารพในเสรีภาพและสันติภาพ
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
อดีตสมาชิกวุฒิสภา ประเทศไทย
18 มีนาคม 2569

อนุทิน ปัดตอบ กล้าธรรม ร่วมโหวตหนุนนั่ง นายกฯ หรือไม่

อนุทิน ปัดตอบ กล้าธรรม ร่วมโหวตหนุนนั่ง นายกฯ หรือไม่

อนุทิน ปัดตอบ กล้าธรรม ร่วมโหวตหนุนนั่ง นายกฯ หรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.54 น.

อนุทิน ปัดตอบ กล้าธรรม ร่วมโหวตหนุนนั่ง นายกฯ หรือไม่ ยอมรับกังวลงานที่จะเข้ามามากกว่าเสียงโหวต บอกดีใจได้ทำงานร่วมกับทุกพรรค พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ แม้ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความรู้สึกก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ว่า วันนี้มาประชุมกับสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความมั่นใจ และให้การสนับสนุนให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรอการประชุมสภาให้เรียบร้อยก่อน 

เมื่อถามว่า มีสัญญาณอะไรจากพรรคกล้าธรรม บ้างหรือไม่ นายอนุทินไม่ได้ตอบคําถามนี้ 

เมื่อถามย้ำว่า ในวันนี้จะมีการโหวตเลือกนายกฯ ในสภา ไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาดแล้ว รู้สึกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีโอกาสจะได้ทํางานร่วมกันกับพรรคร่วมรัฐบาล แม้กระทั่งพรรคที่ไม่ได้อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล ถ้ามีสิ่งใดที่จะเสนอแนะ แล้วเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อบ้านเมือง ต่อประชาชน นายกฯ คนนี้พร้อมที่จะรับฟัง และก็ให้ความร่วมมือ 

เมื่อถามอีกว่า มีความกังวลหรือไม่ว่าพรรคประชาชน (ปชน.) จะเสนอชื่อนายกฯ แข่ง นายอนุทิน ตอบเพียงว่า ไม่ทราบ เมื่อถามต่อว่าจะมีพรรคการเมืองอื่นร่วมโหวตสนับสนุนให้เป็นนายกฯ อีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เชิญทุกพรรคมาหมดแล้ว มันเป็นเสียงที่เพียงพอ

ปกรณ์วุฒิ เผยได้เวลาอภิปรายฝ่ายละ 70 นาที คาดโหวตนายกฯ เสร็จบ่ายสาม มั่นใจไร้งูเห่าส้ม

ปกรณ์วุฒิ เผยได้เวลาอภิปรายฝ่ายละ 70 นาที คาดโหวตนายกฯ เสร็จบ่ายสาม มั่นใจไร้งูเห่าส้ม

ปกรณ์วุฒิ เผยได้เวลาอภิปรายฝ่ายละ 70 นาที คาดโหวตนายกฯ เสร็จบ่ายสาม มั่นใจไร้งูเห่าส้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.30 น.

ปกรณ์วุฒิ เผยโหวต นายกฯ วันนี้ใช้เวลากว่า 4 ชม. แบ่งเวลาให้ฝ่ายค้าน-รัฐบาล ฝ่ายละ 70 นาที ส่วนกระบวนการโหวตอีก 2 ชม. มั่นใจไร้งูเห่าสีส้ม บอกให้ดูผลลงคะแนน  

เมื่อเวลา 09.04 น. วันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระหารือก่อนเริ่มเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ความเห็นชอบบุคคลเหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ได้เรียกหัวหน้าหรือตัวแทนพรรคการเมืองเข้าประชุมร่วมกันก่อนมีการประชุมสภาฯ โดยเป็นการวางกรอบแนวทางขั้นตอนในวันนี้ 

โดยมีหัวหน้าพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน  นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส. เลย พรรคเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี นายสุรทิน พิจารณ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง นายสุไลมาน บือแนปีแน สส. ยะลา พรรคประชาชาติ

ด้านนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าการนัดประชุมหัวหน้าพรรคการเมืองในวันนี้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรี  คาดว่ากระบวนการขานชื่อจะใช้เวลา 2 ชั่วโมงบวกกับช่วงเวลาอภิปรายหารือ ซึ่งตามข้อบังคับหากมีการเสนอชื่อนายกฯ2 คน ก็ไม่ได้มีการเปิดให้แสดงวิสัยทัศน์ 

จากนั้นนายปกรณ์วุฒิ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้ตามข้อบังคับไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์ แต่การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเป็นญัตติหนึ่ง ซึ่งสมาชิกมีสิทธิ์อภิปราย ส่วนในที่ประชุมเมื่อสักครู่มาคุยเรื่องกรอบเวลา คุยลงตัวไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ที่ใช้เวลานานนั้น เพราะมีการพูดหลายคน โดยสรุปแล้วมีการอภิปรายฝ่ายละ 70 นาทีโดยประมาณ คือฝ่ายรัฐบาล 70 นาทีและฝ่ายค้าน 70 นาที ซึ่งในเวลานี้จะรวมกันอภิปรายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย รวมถึง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน หลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการโหวตนายกฯ ของสมาชิก 499 คน คาดว่าใช้เวลาราว 2 ชม. 

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่พรรคประชาชนมีงูเห่าสีส้ม 120 สส. จะโหวตไปในทางเดียวกันหรือไม่  นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ให้รอดูตอนโหวต เชื่อว่าไม่มีอะไร มั่นใจ 120 เสียง โหวตให้นายณัฐพงษ์ 

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า บรรยากาศการประชุมในวันนี้เป็นไป ด้วยความราบรื่นเรียบร้อยดีไม่มีความเห็นต่างอะไร เพียงแต่มีรายละเอียด และประเมินเวลาประชุมในวันนี้ คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเวลา 15.00 น. 

อนุทิน นำถก 16 พรรคร่วม ย้ำเร่งตั้งรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาประชาชน

อนุทิน นำถก 16 พรรคร่วม ย้ำเร่งตั้งรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาประชาชน

อนุทิน นำถก 16 พรรคร่วม ย้ำเร่งตั้งรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.24 น.

19 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 08.50 น.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่รัฐสภา ว่าทันทีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา ได้ขึ้นมายังห้องประชุม CB 406 เพื่อประชุม สส.พรรคร่วมรัฐบาล นำโดย พรรคภูมิใจไทย , พรรคเพื่อไทย , พรรคพลังประชารัฐ , พรรคประชาชาติ , พรรคเศรษฐกิจ , พรรคเพื่อชาติไทย , พรรครวมไทยสร้างชาติ , พรรคไทยสร้างไทย , พรรคใหม่ , พรรครวมใจไทย , พรรคไทยทรัพย์ทวี , พรรครวมพลังประชาชน , พรรคมิติใหม่ , พรรคประชาธิปไตยใหม่ , พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ รวม 292 เสียง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดา หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล และ สส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ทยอยมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายอนุทิน กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอถือโอกาสนี้ แสดงความยินดีกับทุกคนที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ให้เข้ามาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากพรรคการเมืองทั้ง 16 พรรค ที่จะมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล และบริหารราชการแผ่นดินเพื่อความผาสุก เพื่อประโยชน์สุข ของประเทศชาติ และประชาชนอันเป็นที่รัก เราคาดว่า จะสามารถดำเนินการทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายบริหารได้อย่างราบรื่น ตนมั่นใจว่าด้วยพลังของพวกเราทุกคน ทั้งด้านประสบการณ์ คุณ วุฒิวัย และความตั้งใจที่ทุกคนได้มาเป็นผู้แทนของราษฎรในครั้งนี้ จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองระยะยาวด้วยความรักความสามัคคี

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนต้องกราบขอบพระคุณหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกของทุกพรรคการเมือง ที่ได้ให้ความเชื่อมั่น และให้ความร่วมมือในการสนับสนุนให้ตนได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า และต้องขอบคุณบรรดาผู้ประสานงานจากทุกพรรคที่ได้ร่วมกันประสานงาน และทำให้ ความมุ่งมั่นตั้งใจในเจตนารมณ์ของพวกเรา ได้มาบรรจบกันด้วยความสามัคคี ตนให้คำยืนยันว่าเราจะทำงานด้วยกัน โดยที่ตนจะให้ความร่วมมือกับทุกๆท่านไม่ใช่แค่เฉพาะคณะรัฐมนตรี (ครม.) เท่านั้น แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย ที่สำคัญคือความเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยจะให้การสนับสนุนในทุกๆด้าน เพื่อให้เกิดความสะดวกราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่การทำงานในพื้นที่ของพวกท่านทุกคน และมั่นใจว่าด้วยความสัมพันธ์ที่พวกเรามีกันมาอย่างยาวนานตนจะใช้ความสัมพันธ์ในส่วนที่เรามีเหมือนกันอย่างเห็นได้ชัด คือจิตใจที่มุ่งมั่นตั้งใจที่จะรับใช้ประเทศชาติ และประชาชน จะทำให้การดำเนินการทุกอย่างในสไตล์การทำงานของตน ที่เชื่อมั่นในเรื่องของความร่วมมือกัน ไม่มีความขัดแย้ง จะทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า และแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับบ้านเมือง และประชาชนได้แน่นอน

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า หวังว่าเราจะอยู่ด้วยกันทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชนอย่างเต็มที่ นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ หวังว่าตนจะได้รับความร่วมมือจากทุกท่านอย่างเต็มที่เช่นกันสำหรับตนขอให้ทุกท่านได้มั่นใจ คนที่รู้จักกันดีจะรู้ว่าอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องของประเทศ และประชาชน ตนจะตอบสนองด้วยความรวดเร็ว และให้ความร่วมมืออย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างได้รับข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อพ้นวันนี้เป็นต้นไปตนจะรับฟังความเห็นของหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกท่าน ไม่มีพรรคใหญ่พรรคเล็กมีแต่พรรคร่วมรัฐบาล ตนขอให้คำยืนยันว่าจะพรรคกี่เสียงก็แล้วแต่ พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เราพร้อมที่จะรับฟัง และให้ความร่วมมือเต็มที่ เมื่อเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ การตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งตนก็จะรับข้อเสนอแนะของหัวหน้าพรรคทุกพรรคที่จะให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด และจะแถลงนโยบาย ซึ่งตนยินดีที่จะรับฟัง เราร่างโครงใหญ่เอาไว้แล้วซึ่งจะมีการประชุมกัน เพื่อนำนโยบายของแต่ละพรรคเข้ามาประกอบนโยบายหลักของรัฐบาล ซึ่งจะเร่งเสนอให้มีการแถลงนโยบายโดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้ทำการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความสมบูรณ์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ประเทศได้เดินหน้าต่อไป

ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อวาน (18 มี.ค.) มีการประชุมพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะลงมติให้กับนาย อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้มีความเหมาะสมจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป และมีความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลของเราจะเป็นรัฐบาลที่มีเสียงเพียงพอที่มีความเข้มแข็ง และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ ขณะนี้ปัญหาสถานการณ์ภัยชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่การจัดตั้งรัฐบาลต้องเกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการนำพาประเทศ และแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า วันนี้ถือว่านับหนึ่งที่จะขับเคลื่อนในเรื่องของรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมกับเรื่องนโยบายแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ และประชาชน ซึ่งพรรคเพื่อไทยขอกราบขอบพระคุณนายอนุทินเป็นอย่างสูง ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมรัฐบาล ที่สำคัญคือให้เกียรติที่จะรับฟังในเรื่องของนโยบาย และแนวทางของพรรค เพื่อผสมผสานเป็นนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาของประเทศชาติต่อไป พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าวันนี้เรามาเต็ม 100 และพร้อมที่จะดำเนินการประชุมเพื่อเลือกนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นนายกฯ ต่ออีกครั้ง

ชัยชนะ เผย ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ จี้ว่าที่รัฐบาลตอบให้ชัดพลังงานสำรองเหลือกี่วัน

ชัยชนะ เผย ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ จี้ว่าที่รัฐบาลตอบให้ชัดพลังงานสำรองเหลือกี่วัน

ชัยชนะ เผย ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ จี้ว่าที่รัฐบาลตอบให้ชัดพลังงานสำรองเหลือกี่วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.18 น.

ชัยชนะ เผย ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ หากสภาฯ เปิดอภิปรายคุณสมบัติ พร้อมยกเวลาให้ อภิสิทธิ์ แจงเหตุผล จี้ว่าที่รัฐบาลตอบให้ชัดพลังงานสำรองเหลือกี่วัน เหน็บหากจะลดพลังงาน ควรเริ่มต้นที่รัฐบาล 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เปิดเผยก่อนโหวตนายกรัฐมนตรี ว่า ขอให้รอคำชี้แจงจากหัวหน้าพรรคในวันนี้ ซึ่งจะตอบคำถาม ว่าทำไมมติพรรคถึงออกมาเป็นงดออกเสียง ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ มีมติว่าหากมีการอภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีจะมอบเวลาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค เป็นผู้อภิปรายเพียงผู้เดียว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องการให้มีการอภิปรายคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี นายชัยชนะ ระบุว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติในการเลือกนายกรัฐมนตรี ในสภาฯ ครั้งที่แล้ว มีการเปิดให้อภิปรายทุกครั้ง ทุกรอบ และให้แต่ละพรรคส่งตัวแทนอภิปรายพรรคละ 1 ถึง 2 คน เพื่อบอกเหตุผล และฝากเรื่องในการแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาลใหม่ ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน จะเริ่มต้นภายหลังจากการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการประชุมและขับเคลื่อนมากขึ้น

ส่วนที่สื่อมวลชนระบุว่าพรรคฝ่ายค้านไม่มีเอกภาพ ตนเองคิดว่าการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล หาข้อมูลมานำเสนอในสภาฯ และตอบคำถามกับประชาชนอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงไม่ชัดเจนเท่ากับการตรวจสอบรัฐบาล 

อย่างไรก็ตาม ตนขอเรียกร้องรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ช่วยตอบคำถามให้ชัดเจน ว่าพลังงานสำรองที่มีอยู่ ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า เพียงพอได้กี่วัน ที่บอกใช้ได้ 90 ถึง 95 วัน เป็นจริงได้แค่ไหน และการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน การขึ้นราคาน้ำมัน มาตรการทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเมื่อราคาน้ำมันขึ้นทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น รัฐบาลจะมีมาตรการออกมาอย่างไร และสุดท้าย อยากฝากรัฐบาล ว่าการเริ่มต้นลดใช้พลังงาน ควรเริ่มต้นจากรัฐบาลก่อน เช่น รถยนต์ในหน่วยงาน 

ชมสด!ประชุมสภาฯ โหวตนายกรัฐมนตรี

ชมสด!ประชุมสภาฯ โหวตนายกรัฐมนตรี

ชมสด!ประชุมสภาฯ โหวตนายกรัฐมนตรี

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.10 น.

19 มีนาคม 2569 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เริ่มเวลา 10.00 น.เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

– 006