สกู๊ปพิเศษ : ปักหมุด ‘Universal Design’ ปิดช่องว่างจาก ‘สิทธิในกฎหมาย’..สู่สิทธิที่ใช้ได้จริง

สกู๊ปพิเศษ : ปักหมุด ‘Universal Design’ ปิดช่องว่างจาก ‘สิทธิในกฎหมาย’..สู่สิทธิที่ใช้ได้จริง

สกู๊ปพิเศษ : ปักหมุด ‘Universal Design’ ปิดช่องว่างจาก ‘สิทธิในกฎหมาย’..สู่สิทธิที่ใช้ได้จริง

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมกับมูลนิธิคนพิการไทย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เปิดงาน “มหกรรม UD (Universal Design) เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี” ภายใต้แนวคิด “From Law to Life: Design for All, Better Living for Everyone” เพื่อเป็นเวทีระดับชาติที่เชื่อมโยงกฎหมาย นโยบาย องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และเสียงสะท้อนของผู้ใช้งานจริง สู่การขับเคลื่อนการออกแบบ Universal Design ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ณ ฮอลล์ 9–10 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. กล่าวว่า การที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ควบคู่กับจำนวนประชากรที่อยู่ในกลุ่มคนพิการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ภาครัฐต้องเร่งปรับบทบาทจากการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาไปสู่การเป็น “ผู้สร้างโอกาส” ที่ออกแบบสภาพแวดล้อมและระบบบริการให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โดยประเทศไทยมีกฎหมายสำคัญรองรับทั้ง พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎหมายที่กำหนดมาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ แต่อย่างไรก็ตามความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การนำกฎหมายและมาตรฐานไปสู่การพัฒนาพื้นที่สาธารณะ อาคารและที่อยู่อาศัย การเดินทาง ตลอดจนการใช้บริการที่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องเร่งลดช่องว่างระหว่างมาตรฐานที่กำหนดไว้กับประสบการณ์ที่ประชาชนได้รับจริง เพื่อให้สิทธิในการเข้าถึงไม่หยุดอยู่เพียงบนข้อกฎหมาย แต่เกิดขึ้นได้จริงในทุกพื้นที่และทุกมิติของการดำเนินชีวิต

“พม.คาดหวังให้ ‘มหกรรม UD (Universal Design) เพื่อคนพิการและทุกคนอยู่ดี’ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและวิธีคิดของสังคมไทย จากการแก้ไขภายหลังไปสู่การออกแบบให้พร้อมตั้งแต่ต้น โดยมองการเข้าถึงอย่างเชื่อมโยงตั้งแต่ ‘บ้าน–การเดินทาง–ปลายทาง’ รวมถึงสถานศึกษา สถานที่ทำงาน โรงพยาบาล พื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่สาธารณะ และบริการดิจิทัล พร้อมผนึกกำลังภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรคนพิการ และประชาชน เพื่อพัฒนามาตรฐาน ส่งเสริมการตรวจประเมิน สนับสนุนการปรับปรุงพื้นที่เดิม และทำให้เสียงของผู้ใช้งานจริง เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ Universal Design เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน” นายนิกร กล่าวและว่า

โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ นิทรรศการ FROM LAW TO LIFE พื้นที่จัดแสดงเส้นทางการพัฒนาจากกฎหมาย มาตรฐาน และนโยบาย สู่การประยุกต์ใช้จริง เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงของทุกคนอย่างเท่าเทียม , Policy Forum & Public Dialogue เวทีร่วมกำหนดทิศทางขับเคลื่อน UD จากหลากองค์กรชั้นนำ , UD Clinic คลินิกให้คำปรึกษาแก่เจ้าของอาคาร ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ทั้งการออกแบบอาคารใหม่และการปรับปรุงอาคารเก่าให้เข้าถึงได้ตามหลัก UD , Empathy Zone พื้นที่จำลองประสบการณ์การใช้ชีวิตของคนพิการ ครอบคลุมการเคลื่อนไหว การมองเห็น การสื่อสาร และการใช้มือ เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการออกแบบเพื่อทุกคน , Public Voice Zone พื้นที่รับฟังเสียงจากประชาชนและผู้ใช้งานจริง เพื่อนำไปปรับปรุงนโยบายและมาตรฐานต่อไป , Partner Network Pavilion พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมและต้นแบบ UD จากหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ , Future Generation Programs เครือข่ายนักออกแบบและผู้ขับเคลื่อนรุ่นใหม่ด้าน UD ของประเทศ และ UD Hero & Inclusive Organization Awards กิจกรรมเชิดชูบุคคลและองค์กรต้นแบบในด้าน UD

ด้าน ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อว. กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ ทั้งจากประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10 ล้านคน คนพิการที่มีบัตรประจำตัวจำนวนกว่า 2.25 ล้านคน สถิติดังกล่าวจึงมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่กำลังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต กำลังแรงงาน ระบบสาธารณสุข การศึกษา การเดินทาง การใช้บริการของรัฐ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยังทำให้ Universal Design กลายเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่จะช่วยรองรับความหลากหลายและความแตกต่าง เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระ และสามารถเข้าสิ่งต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียม

“สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน Universal Design เพราะเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ นักวิจัย นักออกแบบ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำมาแก้โจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันยังมีผลงานวิจัยและนวัตกรรมอีกเป็นจำนวนมากที่มีศักยภาพ แต่ยังรอการผลักดันออกจากห้องเรียนและห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงในพื้นที่สาธารณะ ระบบบริการ และชีวิตประจำวันของประชาชน กระทรวง อว. จึงพร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความเท่าเทียม ผ่านการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อร่วมพัฒนา ทดสอบ และต่อยอดผลงานเหล่านี้ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง โดยมีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นหนึ่งในสถาบันต้นแบบที่ศึกษาและประยุกต์ใช้แนวคิด UD มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้าน Universal Design ของภูมิภาคในอนาคต”

น.ส.สนธยา บุณยภูษิต อธิบดี พก. กล่าวทิ้งท้ายว่า หัวใจของ Universal Design คือแนวคิด “คนพิการใช้ได้ คนทุกกลุ่มก็ใช้ได้” เพราะความพิการไม่ได้เกิดจากข้อจำกัดของบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากอุปสรรคด้านสภาพแวดล้อม ระบบบริการ ข้อมูล และการสื่อสาร เมื่อสังคมได้รับการออกแบบให้เข้าถึงได้ อุปสรรคเหล่านี้จะลดลง และประชาชนจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ มีศักดิ์ศรี และมีส่วนร่วมในสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ ความโดดเด่นของมหกรรมครั้งนี้จึงอยู่ที่การผนึกกำลังของภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน องค์กรคนพิการ นักออกแบบ คนรุ่นใหม่ และประชาชน มาเชื่อมโยงกฎหมาย นโยบาย งานวิจัย และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มมีส่วนร่วมตั้งแต่การสะท้อนปัญหา ร่วมคิด ออกแบบ ทดลองใช้ ไปจนถึงแนวทางที่นำไปใช้ได้จริง พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อนำไปต่อยอดสู่การพัฒนานโยบาย มาตรฐาน และบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้การออกแบบ Universal Design ไม่หยุดอยู่เพียงแนวคิด แต่เกิดขึ้นจริงได้ในทุกบริบทของชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศที่ช่วยลดข้อจำกัดในการใช้ชีวิต เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการจ้างงาน รองรับเศรษฐกิจคนพิการ-สูงวัย พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง การคมนาคม การท่องเที่ยว การค้าปลีก สุขภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล

ฉลองครบรอบ 15 ปี ‘Atom Clinic’ พัฒนามาตรฐานการรักษา ส่งมอบผลลัพธ์ที่เหมาะสมแต่ละบุคคล

ฉลองครบรอบ 15 ปี 'Atom Clinic' พัฒนามาตรฐานการรักษา ส่งมอบผลลัพธ์ที่เหมาะสมแต่ละบุคคล

ฉลองครบรอบ 15 ปี ‘Atom Clinic’ พัฒนามาตรฐานการรักษา ส่งมอบผลลัพธ์ที่เหมาะสมแต่ละบุคคล

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.35 น.

ทุกการลงทุน มีความสวย “Invest in Your Beauty” คือแนวคิดสำคัญของแคมเปญครบรอบ 15 ปี อะตอมคลินิก (Atom Clinic) ที่สะท้อนถึงความเชื่อว่าการดูแลตัวเองคือการลงทุนที่มีคุณค่า และเป็นการสร้างความมั่นใจที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ตลอดระยะเวลา 15 ปี อะตอมคลินิกมุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานการรักษา เทคโนโลยีทางการแพทย์ และการบริการที่ใส่ใจในทุกประสบการณ์ เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ครั้งนี้อะตอมคลินิกจัดแคมเปญ “Invest in Your Beauty” มอบสิทธิพิเศษด้วยโปรโมชั่นส่วนลดสำหรับทุกโปรแกรม สูงสุด 35% ตั้งแต่คอร์สแรก พร้อมแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้าคนสำคัญด้วยของรางวัลมากมาย รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท อาทิ ทองคำ จำนวน 15 รางวัล รวมมูลค่า 330,000 บาท , Top Spender ประจำสัปดาห์ 5 อันดับแรก รับบัตรของขวัญ หรือ ห้องพักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Cape Dara Resort Pattaya (2 วัน 1 คืน) มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 20 รางวัล รวมมูลค่า 100,000 บาท , และโปรแกรมยอดนิยม อาทิ Ulthera Prime, Thermage, Filler, Botox รวมถึงของรางวัลพิเศษอีกมากมาย รวมมูลค่า 570,000 บาท

ลูกค้าสามารถร่วมลุ้นรับรางวัลได้ง่าย ๆ เพียงใช้บริการ ทุก 2,000 บาท รับคูปองชิงโชค 1 ใบ ตลอดระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่ 1–31 สิงหาคม 2569 ***เงื่อนไขโปรโมชั่นและการรับรางวัลเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

อะตอมคลินิกให้บริการครอบคลุม 6 สาขา ได้แก่ สาขา เลียบทางด่วนรามอินทรา / สุขุมวิท19 / เมเจอร์รังสิต / นครราชสีมา / ขอนแก่น / บุรีรัมย์ เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศสามารถเข้าถึงบริการด้านความงาม และการดูแลสุขภาพผิวในมาตรฐานเดียวกัน

ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งการดูแลตัวเองในเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง พร้อมรับสิทธิประโยชน์ และของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ตลอดเดือนสิงหาคมนี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์: http://www.atomclinicofficial.com / Facebook: Atom Clinic อะตอมคลินิก / Instagram: @atomclinicofficial / TikTok: @atomclinic / โทรศัพท์: 02-539-0199

หมอโอ๊ค เตือนภัย ถูกมิจฉาชีพใช้ AI Deepfake ปลอมภาพ-เสียง หลอกขายอาหารเสริม

หมอโอ๊ค เตือนภัย ถูกมิจฉาชีพใช้ AI Deepfake ปลอมภาพ-เสียง หลอกขายอาหารเสริม

หมอโอ๊ค เตือนภัย ถูกมิจฉาชีพใช้ AI Deepfake ปลอมภาพ-เสียง หลอกขายอาหารเสริม

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.53 น.

สร้างความกังวลให้กับแฟนคลับและผู้ติดตามไม่น้อย เมื่อ “หมอโอ๊ค สมิทธิ์ อารยะสกุล” แพทย์และพิธีกรชื่อดัง สามีของ “โอปอล์ ปาณิสรา” ออกมาโพสต์แจ้งเตือนประชาชน หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำภาพ เสียง และวิดีโอไปสร้างด้วยเทคโนโลยี AI Deepfake เพื่อแอบอ้างโฆษณาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 หมอโอ๊คได้เผยภาพตัวอย่างที่ถูกนำไปดัดแปลงด้วย AI ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมระบุข้อความเตือนว่า “ประกาศแจ้งเตือน

ขณะนี้มีมิจฉาชีพนำภาพ เสียง และวิดีโอของผมไปสร้าง AI Deepfake เพื่อโฆษณาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและอาหารเสริมโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผมขอยืนยันว่า ไม่เคยโฆษณา รับรอง หรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแต่อย่างใด หากผมกล่าวถึงผลิตภัณฑ์หรือสารสำคัญใด จะเป็นการอธิบายเชิงวิชาการจากหลักฐานทางการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่การสนับสนุนหรือชักชวนให้ซื้อสินค้า

ปัจจุบันเทคโนโลยี AI สามารถสร้างคลิปที่มีความสมจริงอย่างมาก จึงขอให้ทุกท่านใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อหรือแชร์ข้อมูลที่พบในโลกออนไลน์

ผมและครอบครัวกำลังดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเต็มที่ แม้ว่าการดำเนินคดีแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายสูง และยังมีผู้กระทำผิดจำนวนมากที่สร้างบัญชีใหม่และเผยแพร่ข้อมูลในหลายช่องทาง

หากพบคลิปหรือโฆษณาที่แอบอ้าง ขอความกรุณาช่วย Report และหากจำเป็นต้องแชร์เพื่อแจ้งเตือน”

ทั้งนี้ AI Deepfake คือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่อาศัยการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) เพื่อสร้างหรือปลอมแปลงภาพ วิดีโอ และเสียงของบุคคลให้มีความสมจริง จนในหลายกรณีผู้ชมอาจแยกแยะได้ยาก ส่งผลให้เทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การแอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อหลอกลวงประชาชนหรือหลอกขายสินค้า ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ได้อย่างแนบเนียน.

เปิดใจครั้งแรกในรอบ 16 ปี ลูกเกด-เฮเลน เคยเกือบตัดเพื่อน โดนทิ้งกลางฝรั่งเศส-เมินใส่ไม่คุย 2 อาทิตย์

เปิดใจครั้งแรกในรอบ 16 ปี ลูกเกด-เฮเลน เคยเกือบตัดเพื่อน โดนทิ้งกลางฝรั่งเศส-เมินใส่ไม่คุย 2 อาทิตย์

เปิดใจครั้งแรกในรอบ 16 ปี ลูกเกด-เฮเลน เคยเกือบตัดเพื่อน โดนทิ้งกลางฝรั่งเศส-เมินใส่ไม่คุย 2 อาทิตย์

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 22.08 น.

เปิดใจครั้งแรกในรอบ 16 ปี! “ลูกเกด-เฮเลน” เคยเกือบตัดเพื่อน โดนทิ้งกลางฝรั่งเศส-เมินใส่ไม่คุย 2 อาทิตย์

ซูเปอร์โมเดลแถวหน้าของเมืองไทย ยุค90 ลูกเกด เมทินี และ เฮเลน ปทุมรัตน์ ที่วันนี้จะมาเปิดใจครั้งแรกในรอบ 16 ปี เคยทะเลาะกันครั้งใหญ่ ถึงขั้นจะตัดขาด แถมงานนี้ลูกเกด ยังควงลูกชายคนเก่ง น้องสกาย มาเปิดใจครั้งแรก หลังคว้าเหรียญเงินประเภทเดี่ยวผสม 200 เมตร จากรายการ Asian Age Group Championships 2026 ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีเป็กกี้ ศรีธัญญา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

พี่เฮเลน 16 ปี ไม่ได้ออกรายการ นี่คือครั้งแรก หายไปนานมาก?

เฮเลน : ใช่ค่ะ ไปอยู่เมืองนอก

คิดถึงเมืองไทยไหม?

เฮเลน : มาก คิดถึงทุกวัน คิดถึงเพื่อนรัก เพื่อนๆ 

ต้องขอแสดงความยินดีกับน้องสกาย ล่าสุดคว้าเหรียญเงินประเภทเดี่ยวผสม 200 เมตร จากรายการ Asian Age Group Championships 2026 ซึ่งเป็นการแข่งว่ายน้ำระดับเอเชีย ทำลายสถิติเดิมของ รัฐพงศ์ ศิริสานนท์ หรือ “ฉลามณุก” รู้สึกยังไงบ้าง?

สกาย : ดีใจมาก จริงๆตอนสกายแตะขอบ สกายยังไม่ได้รู้ ไม่ได้คิดว่าต้องทำลายสถิตินั้น ตอนสกายว่ายเสร็จ สกายขึ้นมา ก็มีความสุขมาก

คุณแม่รู้สึกยังไงบ้าง?

ลูกเกด : ตอนแรกเราก็ดีใจ พอถึงขอบสระโอเคได้ที่สอง ห่างกันแค่นิดเดียว

สกาย : จริงๆสกายอยากชนะ

ลูกเกด : เค้าเล็งเหรียญทองไว้ ก็ดีใจ ที่สองก็โอเค

สกาย : เพราะสกายก็ลดเวลามา 3 วิด้วย

ลูกเกด : ก็คือทำเวลาใหม่ที่เร็วกว่าเดิม

คนที่เฉือนเราไปแบบเสี้ยววิประเทศอะไร?

สกาย : คาซัคสถาน พอออกจากน้ำก็จับมือเป็นเพื่อนกัน จริงๆ ตอนแข่งเสร็จ จะแลกเสื้อกัน แต่สกายก็ไม่มีโอกาสได้แข่งเสร็จ เพราะสกายไม่สบาย 

ตอนนี้ติดทีมชาติแล้ว?

ลูกเกด : ค่ะ สำหรับเอเชียนเกมส์ ชุดใหญ่ จะมีแข่งที่ญี่ปุ่น ขอเล่าให้ฟังพอรายชื่อออกมา เกดกับเฮเลนอยู่ด้วยกัน นั่งกินกาแฟกันก็กรี๊ด โทรหาสกาย เหมือนจะดีใจกว่าเค้าอีก เสร็จแล้ววันนั้นก็จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมเรียบร้อย

เฮเลนไปกับพี่ลูกเกดเลยทันที?

เฮเลน : ใช่ค่ะ

ลูกเกด : ไปหลายประเทศแล้วค่ะ ตามหลานชายไป

แต่กว่าจะติดทีมชาติได้ การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน?

ลูกเกด : คือไม่ได้ติดซีเกมส์ มีการพลาดเรื่องการวางแผน แล้วก็มาติดเอเชียนเกมส์

สกาย : ใช่ไม่ได้ติดซีเกมส์ปีที่แล้ว ไม่ได้ซ้อมแบบหนักพอถึงจะติด เพราะสกายก็เพิ่งย้ายไปอังกฤษด้วย ไม่ได้มีเวลาซ้อมหนัก

ลูกเกด : เรื่องของเรื่องก็คือ ในสัปดาห์ที่สกายต้องเดินทางไปเรียนเมืองนอกเทอมแรก กับช่วงที่คัดเลือก มันคือช่วงนั้นพอดี ก็คุยกันในเมื่อไปคัดเลือกไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เดือนกรกฎาคมขอลันล้า เพราะตลอดมาไม่มีโอกาสได้เที่ยวกับเพื่อน อยู่กับเพื่อน ก็เลยตลอดเดือนกรกฎาคม เค้าเลยปล่อยตัวไม่ได้ซ้อมหนัก แล้วอยู่ดีๆ มันมีการเปลี่ยนแปลงวันของการคัดเลือก เลื่อนมาเร็วขึ้น เค้าก็เลยมีเวลาแค่ 2 สัปดาห์ ก็เลยไม่ได้ซ้อมเต็มที่ พอไปคัดเลือกเลยทำเวลาไม่ได้ ก็โอเคไม่เป็นไร ปล่อยมันไป สุดท้ายแล้วมาติดเอเชียนเกมส์

ยากไหมกว่าจะติด?

สกาย : ก็ยาก แต่สามารถทำได้ ต้องซ้อมทุกวัน

มีไหมที่เป็นลูกพี่ลูกเกดมันเลยง่ายๆ?

สกาย : ไม่ๆ ช่วยซัพพอร์ต แต่สกายเป็นคนที่โดดน้ำ ว่ายน้ำทุกวัน

ตั้งเป้าเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ยังไงบ้าง?

สกาย : แรกๆ ไปให้สนุก เพราะว่าอันนี้เป็นครั้งแรกที่ติดทีมชาติ ไปญี่ปุ่นก็คิดว่าน่าจะสนุกมาก แต่แน่นอนอยากว่ายได้ที่ดีที่สุดให้ได้ อยากทำลายสถิติของสกายเอง

รอบนี้ตั้งเป้าหมายว่าอยากได้เหรียญอะไร?

สกาย : เอเชี่ยนเกมมันเป็นผู้ใหญ่ เหรียญอาจจะยากมาก ถ้าเข้ารอบ Final จะดีใจมาก

แล้วเป้าของพี่เกดคืออะไร?

ลูกเกด : ขอให้ไปแล้วไม่ป่วย แล้วขอให้ไปแล้วว่ายได้เต็มที่ เพราะอย่างที่สกายบอก ตัวสกายจะเข้า Final ได้ยาก แต่เกดก็แอบหวัง ไทยแลนด์จะเข้า Final ที่เราคิดที่เราประเมินของเราเอง

สกาย : เพราะทีมที่ไทยส่งเค้าแข็งแรงอยู่ 

ลูกเกด : มีลุ้นค่ะ

พี่เฮเลนเป็นคุณแม่ทูนหัวด้วย?

เฮเลน : ต้องตามสกายตั้งแต่ 10 ขวบ

ทำไมพี่เฮเลยกลายเป็นแม่ทูนหัวของน้องสกาย?

เฮเลน : ลูกเกดเป็นเพื่อนสนิทที่สุด ไอจะรู้หมดทุกอย่างที่เกี่ยวกับแม่ของสกาย

ลูกเกด : ตอนที่เกดกับพ่อสกายเลือกว่าใครจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ทูนหัวของสกาย เกดก็เลือกเฮเลน เพราะว่า เกดรู้ว่าถ้าวันนึงมีอะไรเกิดขึ้น คนที่จะดูแลสกายได้ ถ้าไม่ได้เป็นญาติของเรา ก็จะเป็นเฮเลน ก็เลยขอให้เฮเลนมาเป็นแม่ทูนหัว

จุดเริ่มต้นความสนิทของพี่เฮเลนและพี่ลูกเกดมายังไง?

เฮเลน : เรารู้จักกันตอนลูกเกดเข้ามาประกวดปี 1992 เฮเลนเป็นกรรมการปีนั้น

ลูกเกด : เค้าเป็นรุ่นพี่ เวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์

ทำไมถึงสนิทกัน?

ลูกเกด : เพราะว่าฝรั่งด้วยกันสปีคอิงลิชด้วยกัน เพราะตอนนั้นเกดมาเมืองไทยใหม่ๆ ภาษาไทยไม่แข็งแรง ก็คุยถูกคอ

เรื่องนิสัยมีอะไรที่คล้ายกันบ้างไหม?

เฮเลน : ก็เหมือนกันหมด

สมัยก่อนสองคนนี้ตัวติดกัน?

เฮเลน : ใช่ค่ะ

ลูกเกด : เฮเลนอยู่ที่ไหน ลูกเกดก็อยู่ตรงนั้น จะทำงาน จะเที่ยว จะอะไรก็ตาม คืออยู่ด้วยกัน ทุกงานต้องมีเรา

เป็นฝรั่ง แต่ชอบดูหมอ หมอดูทักสองคนนี้ชาติที่แล้วเคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน?

เฮเลน : ใช่ค่ะ

ลูกเกด : ก็ไปดูด้วยกัน หมอบอกว่าสองคนนี้ อดีตเป็นสามีภรรยากัน

เฮเลน : เพราะเราเถียงกันเหมือนสามี ภรรยา และอีกเรื่องนึงที่เค้าบอก มีคนนึงที่ต้องไปอยู่เมืองนอก และอีกคนต้องอยู่เมืองไทย ก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ

หมอดูท่านนั้นยังอยู่ไหม?

ลูกเกด : นั่นนะสิ ยังอยู่ไหม น่าจะ 10 กว่าปีแล้ว

หลังจากนั้นก็สนิทกันมาเรื่อยๆ แต่มีอยู่ช่วงนึงพี่เฮเลนตัดสินใจแต่งงาน กับสามีคนปัจจุบัน ตอนนั้นตัดสินใจแต่งงานแบบปุ๊บปั๊บด้วย?

เฮเลน : คือไม่เดตกัน ไม่จูบ ไม่มีจับมือ ไม่มีอะไรคือมองตาก็เห็นว่ายูเดอะวัน ก็เลยถามเขาว่าพรุ่งนี้ทำอะไร ว่างไหมจะแต่งงานไหม

ในฐานะเพื่อนสนิทพอรู้ว่าเค้าจะแต่งงานตกใจไหม?

ลูกเกด : คืออยู่งานอะไรไม่รู้ มีกลุ่มนางแบบนั่งอยู่หลายคน พวกยูมีชุดสีแดงไหม ทุกคนบอกมี โอเคดี เพราะพรุ่งนี้ไอจะแต่งงาน พูดแค่นั้นแล้วทิ้งไป แล้วเกดก็ถามว่ายูแต่งกับใคร คือเคยเจอแบบผ่านๆ เราก็เริ่มรู้สึกว่ามันมีอะไรหรือเปล่า ก็ถามเค้าว่าแน่ใจหรือเปล่า เฮเลนก็บอกว่า

เฮเลน : ไอไม่ต้องถามความคิดของยู ไอรู้ว่าคนนี้ใช่เลย

ลูกเกด : พอชีพูดแบบนี้โอเค งั้นรู้แล้ว ทุกคนก็ใส่ชุดแดงแล้วไปงานแต่งในวันรุ่งขึ้น

เป็นงานที่รวดเร็วมาก?

เฮเลน : เจ้าบ่าวมาสาย 2 ชม. ทำให้เพื่อนรักเอ๊ะ

ลูกเกด : แน่ใจหรือว่าเค้าจะมา ชีมาเลทเพราะชีไปเอารถ

เวลาเราเจอชายหนุ่มเราดูยังไงในเสี้ยววินาทีว่าคนนี้มันใช่?

เฮเลน : นิสัยเค้าเหมือนคนไทย เค้าอยู่เมืองไทยมาสักพักแล้ว เค้าอ่านภาษาไทยออก พูดภาษาไทยได้

ตอนที่เจอคุณเจมส์นานไหม?

เฮเลน : แป๊บเดียว ไปเจอที่ดินเนอร์ ปาร์ตี้ เจอกันหลายครั้งอยู่ แต่แค่คุยกันเป็นเพื่อน ไม่ได้เดต

เห็นว่าเจอกันผ่านๆ 2 เดือน แต่งเลย?

เฮเลน : เขาไม่มีเงินพอที่จะซื้อแหวน ก็ไม่เป็นไรทุกปีที่เราต้องรอเพชรมให้เป็นกะรัต ตอนนี้ก็ 26 ปีที่แต่งงาน

ทันทีที่ตัดสินใจแต่งงานก็บินไปอยู่ต่างประเทศเลย?

เฮเลน : หลังจากลูกสาวเกิดที่เมืองไทย ก็ย้ายกลับไปอยู่ฮาวาย เฮเลนก็ไปไป บินมา จนถึงปี2010 เฮเลนก็ย้ายกลับไปอยู่ 16 ปี

ช่วงที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศก็มีช่วงที่พี่เฮเลนป่วยหนัก พี่เกดก็ไม่ทราบด้วย?

ลูกเกด : ไม่รู้ค่ะ

ที่ป่วยหนักคือเป็นอะไร?

เฮเลน : กระดูกทับเส้นประสาท

อันนี้เรื่องใหญ่ มันมีเปอร์เซ็นต์ที่ทำให้เราเดินไม่ได้?

เฮเลน : ใช่ค่ะ เฮเลนเริ่มล้มบ่อยมาก ปวดหัวมากขึ้นถึงขนาดเฮเลนอยากตัดหัวออกไปเลย มันแย่ขนาดนั้น

ขั้นตอนการรักษา?

เฮเลน : ผ่าตัด 2 ครั้ง ต้องใช้เวลา 6 เดือนเต็มๆ เพื่อที่จะกลับมาเดินได้ ขับรถได้

ตอนนี้หายดีแล้ว?

เฮเลน : ดีแล้วค่ะ ตอนนี้กลับมาใส่ส้นสูงได้แล้ว

ครั้งนึงเคยทะเลาะกันถึงขั้นจะตัดขาดกัน?

ลูกเกด : เกดทำผิด เราไปเดินแบบกันที่ฝรั่งเศส แล้วเราอยากอยู่ต่อ ก็เลยเลื่อนตั๋ว แล้วคนอื่นก็กลับ เลื่อนตั๋วครั้งที่หนึ่งไม่เป็นไร พอครั้งที่สองตั๋วก็ถูกทิ้งไป เลยต้องกลับไปที่สายการบินขอตั๋วใหม่ ต้องรอ เฮเลนอยู่เป็นเพื่อน ทั้งที่เค้าจะกลับก็ได้ แต่เกดต้องอยู่ แต่ไม่รู้อะไรเกิดขึ้น มันมีครั้งที่สาม เค้าบอกว่าไม่ได้แล้วนะ ครั้งนี้ต้องกลับแล้ว เพราะเราเลื่อนให้คุณไม่ได้แล้ว คืนก่อนก็ไปเที่ยวกัน เนี่ยก็ปลุกไม่ตื่น นี่ก็นอยด์ ปลุกไม่ตื่นใช่ไหม กูไปแล้วนะ ก็ไปสนามบิน คิดว่าเดี๋ยวชีจะตามมา โทรหาก็ไม่รับๆ เมทินีขึ้นเครื่อง หันไปมองเพื่อนยังไม่มา ประตูปิด คิดในใจกูซวยแล้ว พอเฮเลนฟื้นขึ้นมา อยู่คนเดียวก็โกรธสิคะ

โดนทิ้งที่ฝรั่งเศส?

เฮเลน : แล้วเฮเลนต้องไปขอตั๋วเครื่องบินใหม่อีกรอบนึง แล้วเฮเลนก็โกรธมาก นั่งเครื่องบินคนเดียว ต่อไปนี้จะไม่คุยเลย ครั้งแรกตั๋วเครื่องบินยูหาย ไอก็ยังนั่งรอเป็นเพื่อน ทีนี้ยูรอไอไม่ได้เหรอ

ลูกเกด : ก็พยายามปลุกแล้ว ยูไม่ตื่น ไอก็กลัวกลับเมืองไทยไม่ได้ เรารู้สึกแย่จริงๆ แล้วก็ไปรอรับเฮเลนที่สนามบิน ซื้อดอกไม้ยืนร้องไห้ ชีเดินผ่านเกรดเลย เหมือนไอเป็นอากาศ ก็พยายามง้อ พยายามขอโทษ ชีโกรธ 2 อาทิตย์ 

เฮเลน : คนในวงการ เพื่อนๆ แฟชั่น จับให้มาคุยกัน

ลูกเกด : คือนัดกันมาเจอที่ร้านอาหาร ยูคุยกัน ยูเคลียร์กัน ห้ามออกจากที่นี่จนกว่าจะเคลียร์กัน ในที่สุดก็เคลียร์กันได้

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama    

เซบาสเตียน ลี อดีตสามี ดิว อริสรา เคลื่อนไหวเดือด โพสต์ภาพชูนิ้วกลาง-อัลตราซาวด์

เซบาสเตียน ลี อดีตสามี ดิว อริสรา เคลื่อนไหวเดือด โพสต์ภาพชูนิ้วกลาง-อัลตราซาวด์

เซบาสเตียน ลี อดีตสามี ดิว อริสรา เคลื่อนไหวเดือด โพสต์ภาพชูนิ้วกลาง-อัลตราซาวด์

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.57 น.

1 สิงหาคม 2569 หลังจากที่ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ได้ออกมาโพสต์ภาพสุดหวานผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ด้วยการโพสต์ภาพ นิค กับ จูดี้ ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อดัง ‘ซูโทเปีย’ พร้อมแท็กถึงหวานใจนักธุรกิจหนุ่มหล่อทายาทตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ หรือ คุณพุฒิพงศ์ ล่ำซำ พร้อมแคปชั่นสุดซึ้ง

“และสิ่งที่งดงามที่สุดก็คือ… เขาไม่ได้แค่พูดมันออกมา แต่เขาเข้ามา อยู่ตรงนี้ เคียงข้าง และพิสูจน์ให้เห็น เมื่อได้เจอคนที่ใช่ ความรักจะไม่มีคำถามอีกต่อไป แต่มันรู้สึกเหมือนการได้กลับบ้าน… วู้ดดี้ ล่ำซำ และคุณคือบ้านของฉัน” ท่ามกลางเพื่อนพ้องในวงการที่เข้ามาแสดงความยินดีกับความรักในครั้งนี้ของ ดิว อริสรา 

หลังจากนั้นชาวเน็ตตาไวรีบเข้าไปส่องอินสตาแกรมของอดีตสามีของสาวดิว อย่าง ‘เซบาสเตียน ลี’ ถึงกับต้องสะดุ้ง เมื่อเจ้าตัวได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางสตอรีโดยภาพแรกเป็นภาพของ ผู้ชายจูบที่ท้องของผู้หญิงซึ่งตั้งครรภ์และกำลังอัลตราซาวด์อยู่ พร้อมข้อความว่า “Sweet moment unborn baby girl smiles to the sound of dad’s voice” (ช่วงเวลาที่น่ารัก เมื่อลูกสาวตัวน้อยในครรภ์ยิ้มให้กับเสียงของพ่อ)

ก่อนที่จะโพสต์อีกสตอรีติดต่อกันเป็นภาพของ “ผู้ชายที่กำลังเดินชูนิ้วกลาง” งานนี้ไม่รู้ว่า ‘เซบาสเตียน ลี’ บังเอิญหรือไม่ที่โพสต์ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับ สาวดิว ออกมาโพสต์อวดความหวานกับหวานใจคนใหม่

FC รวยกันถ้วนหน้า น้องพายุ ลูกชายพ่อน็อต-แม่ชม แจกโชคเต็มๆจากเลขรถแข่งคันที่พาไปคว้าแชมป์

FC รวยกันถ้วนหน้า น้องพายุ ลูกชายพ่อน็อต-แม่ชม แจกโชคเต็มๆจากเลขรถแข่งคันที่พาไปคว้าแชมป์

FC รวยกันถ้วนหน้า น้องพายุ ลูกชายพ่อน็อต-แม่ชม แจกโชคเต็มๆจากเลขรถแข่งคันที่พาไปคว้าแชมป์

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.33 น.

1 สิงหาคม 2569 หลังจากที่ น้องพายุ พายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ลูกชายฝาแฝดของคุณพ่อน็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ และ คุณแม่ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศการแข่งขันรถคาร์ทเยาวชน รายการ TrueVisions – TOYOTA Junior Kart Championships 2026 สนามที่ 1 ณ สนามพีระเซอร์กิต เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ในรุ่น Cadet B (อายุ 8-9 ปี) มาครองได้อย่างสำเร็จ สร้างความภาคภูมิใจให้กับทั้งพ่อน็อต-แม่ชมพู่ และครอบครัวรังษีสิงห์พิพัฒน์ เป็นอย่างมาก

งานนี้นอกจากแฟนๆ จะโฟกัสไปที่ความเก่งของ ‘น้องพายุ’ แล้ว โดยวันนี้หลายคนกลับมาสังเกตเห็นเลขรถแข่งของ ‘น้องพายุ’ ที่มีเลข 69 ซึ่งผลปรากฏว่ารางวัลเลขท้าย 2 ตัว งวดประจำวันที่ 1 ส.ค. 2569 เลขที่ออกคือ 69 นั่นเอง งานนี้มีทั้งคนที่ได้เฮ และ คนที่ออกมาเสียดายกันเป็นจำนวนมาก

ซึ่ง แม่ชมพู่ อารยา ก็ได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านทางไอจีส่วนตัว @chomismaterialgirl เป็นภาพที่  ‘น้องพายุ’ นั่งอยู่บนรถโกคาร์ทคันเก่งหมายเลข 69 ที่พาไปคว้าแชมป์ พร้อมใส่เพลง ‘หวยงวดนี้’ ศิลปิน Tada Mitrevej เพลงฮิตจากติ๊กต็อก 

นิวซีแลนด์แบนแข่งสุนัขเกรย์ฮาวด์ เริ่มมีผลแล้ว ส่งสุนัขกว่า 150 ตัว บินไปแข่งต่อในออสเตรเลีย

นิวซีแลนด์แบนแข่งสุนัขเกรย์ฮาวด์ เริ่มมีผลแล้ว ส่งสุนัขกว่า 150 ตัว บินไปแข่งต่อในออสเตรเลีย

1 ส.ค. 2569 10:22 น.

นิวซีแลนด์แบนแข่งสุนัขเกรย์ฮาวด์ เริ่มมีผลแล้ว ส่งสุนัขกว่า 150 ตัว บินไปแข่งต่อในออสเตรเลีย

นิวซีแลนด์เริ่มบังคับใช้กม.ห้ามแข่งขันสุนัขเกรย์ฮาวด์ อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันเสาร์ ส่งผลให้ผู้ฝึกสอนหลายรายเร่งย้ายสุนัขแข่งไปยังออสเตรเลีย ซึ่งยังอนุญาตให้จัดการแข่งขันได้ในเกือบทุกรัฐ

สำนักข่าว BBC รายงานว่า มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำอย่างน้อย 2 เที่ยว เตรียมขนส่งสุนัขเกรย์ฮาวด์ได้สูงสุดถึง 150 ตัว ไปยังรัฐทางตะวันออกของออสเตรเลีย เพื่อให้สุนัขบางส่วนสามารถลงแข่งขันต่อได้ หลังอุตสาหกรรมแข่งสุนัขในนิวซีแลนด์ต้องปิดฉากลง

รัฐบาลนิวซีแลนด์ประกาศยกเลิกการแข่งขันสุนัขเกรย์ฮาวด์ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ก่อนผ่านกฎหมายอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า แม้อุตสาหกรรมจะพยายามปรับปรุงมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์ แต่ผลการทบทวนอิสระในปี 2556, 2560 และ 2564 ต่างชี้ตรงกันว่า อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตของสุนัขยังอยู่ในระดับที่ไม่อาจยอมรับได้

นาย วินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการแข่งม้าของนิวซีแลนด์ ระบุว่า วงการแข่งสุนัขสูญเสียการยอมรับจากสังคม และการส่งสุนัขไปแข่งในออสเตรเลียถือเป็นเพียงเฮือกสุดท้ายของอุตสาหกรรมที่กำลังสิ้นสุด

อย่างไรก็ตาม Greyhound Racing New Zealand (GRNZ) องค์กรกำกับดูแลการแข่งขัน ยังคงโต้แย้งผลการประเมินดังกล่าว โดยยืนยันว่ามาตรฐานการดูแลสุนัขของนิวซีแลนด์อยู่ในระดับดีที่สุดเมื่อเทียบกับกีฬาการแข่งประเภทอื่นในประเทศ

ภายใต้กฎหมายใหม่ คาดว่าจะมีสุนัขเกรย์ฮาวด์ประมาณ 1,400 ตัว ต้องยุติเส้นทางนักแข่งและเข้าสู่โครงการหาบ้านใหม่ โดยรัฐบาลระบุว่า สุนัขส่วนใหญ่ราว 1,300-1,400 ตัว จะได้รับการดูแลและทยอยส่งต่อให้ผู้รับเลี้ยงในช่วง 2 ปีข้างหน้า

ขณะที่ GRNZ เปิดเผยว่า มีผู้ฝึกสอนประมาณ 6-10 ราย สนใจย้ายไปตั้งหลักในออสเตรเลีย และองค์กรจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเช่าเหมาลำเครื่องบินทั้งหมด ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นจะเป็นหน้าที่ของเจ้าของและผู้ฝึกสอน

เอ็ดเวิร์ด เรนเนลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GRNZ กล่าวว่า แม้สุนัขบางตัวจะได้ลงแข่งขันต่อในออสเตรเลีย แต่ศักยภาพอาจลดลง เนื่องจากการเพาะพันธุ์สุนัขแข่งในนิวซีแลนด์แทบหยุดชะงักมาตั้งแต่มีการประกาศแบนเมื่อราว 18 เดือนก่อน

แม้นิวซีแลนด์จะยุติการแข่งขัน แต่การแข่งสุนัขเกรย์ฮาวด์ยังคงถูกกฎหมายในออสเตรเลียเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะรัฐ ควีนส์แลนด์ นิวเซาท์เวลส์ และวิกตอเรีย ซึ่งมีมูลค่าอุตสาหกรรมรวมเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ในช่วงปี 2565-2566 มากกว่ามูลค่าอุตสาหกรรมของนิวซีแลนด์ที่อยู่ราว 147 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

ทางการออสเตรเลียระบุว่า สุนัขที่นำเข้าจากนิวซีแลนด์จะถูกจัดอยู่ในประเภทสัตว์เลี้ยง  และต้องผ่านการตรวจโรคตามมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ เช่น การตรวจหาโรคพิษสุนัขบ้า

แม้การย้ายสุนัขจะเป็นทางออกของผู้ประกอบการ แต่กลุ่มพิทักษ์สัตว์ในออสเตรเลียแสดงความกังวลว่า ประเทศยังประสบปัญหาหาบ้านให้สุนัขแข่งที่ปลดระวางอยู่แล้วหลายพันตัว

นาง เมห์รีน ฟารูกี วุฒิสมาชิกจากพรรคกรีนส์ ระบุว่า กังวลต่อช่องโหว่ ที่เปิดทางให้มีการส่งออกสุนัขแข่งมายังออสเตรเลีย ทั้งที่นิวซีแลนด์ยุติกีฬาประเภทนี้แล้ว

ด้าน Kylie Field ผู้อำนวยการองค์กร Coalition for the Protection of Greyhounds กล่าวว่าปัจจุบันรัฐนิวเซาท์เวลส์เพียงแห่งเดียวก็มีสุนัขเกรย์ฮาวด์ปลดระวางที่รอการหาบ้านกว่า 4,100 ตัว และที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยังต้องส่งสุนัขบางส่วนไปยังสหรัฐฯ และแคนาดา เพื่อบรรเทาปัญหาสุนัขล้นระบบรับเลี้ยง

การยุติการแข่งขันสุนัขเกรย์ฮาวด์ของนิวซีแลนด์จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการแข่งสุนัขในภูมิภาค ขณะที่ออสเตรเลียยังต้องเผชิญคำถามถึงอนาคตของอุตสาหกรรมและสวัสดิภาพของสัตว์ในระยะยาว.

ที่มา : BBC

ระบบประปามินนิโซตาโดนโจมตีทางไซเบอร์ สหรัฐฯ เตือนอาจโยงแฮกเกอร์อิหร่าน

ระบบประปามินนิโซตาโดนโจมตีทางไซเบอร์ สหรัฐฯ เตือนอาจโยงแฮกเกอร์อิหร่าน

1 ส.ค. 2569 09:32 น.

ระบบประปามินนิโซตาโดนโจมตีทางไซเบอร์ สหรัฐฯ เตือนอาจโยงแฮกเกอร์อิหร่าน

สหรัฐฯ เร่งสืบสวนเหตุโจมตีทางไซเบอร์ที่พุ่งเป้าระบบประปามากกว่า 30 แห่งในรัฐมินนิโซตา หลังถูกโจมตีต่อเนื่องตั้งแต่วันอาทิตย์ โดยหน่วยงานความมั่นคงเตือน กลุ่มแฮกเกอร์อาจเชื่อมโยงกับอิหร่าน

หน่วยงาน Minnesota IT Services เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังร่วมกับหร่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนเหตุโจมตีทางไซเบอร์ ที่พุ่งเป้าระบบประปามากกว่า 30 แห่งในรัฐมินนิโซตา โดยยังไม่สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ และยังไม่มีรายงานว่าประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมืองแห่งหนึ่งได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยประหยัดน้ำเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความผิดปกติของระบบ

ด้านสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ซึ่งกำลังร่วมสอบสวนคดี ยังไม่เปิดเผยว่าเชื่อว่ากลุ่มใดเป็นผู้ลงมือ โดยโฆษกของหน่วยงานปฏิเสธให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้เพียงสัปดาห์เดียว FBI, หน่วยงานรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency หรือ CISA) รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่น ๆ ได้ออกประกาศเตือนว่า กลุ่มแฮกเกอร์อิหร่านกำลังพุ่งเป้าโจมตีระบบประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบควบคุมการปฏิบัติงานของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในหลายภาคส่วน

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สงครามไซเบอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในยุคปัจจุบัน ขณะที่ระบบสาธารณูปโภคระดับท้องถิ่น เช่น โรงผลิตน้ำประปา หรือสถานพยาบาล มักมีงบประมาณและบุคลากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์จำกัด ทำให้ไม่สามารถอัปเดตระบบป้องกันหรืออุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้ตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดีได้ง่าย และอาจสร้างความตื่นตระหนกในวงกว้างหากระบบสำคัญหยุดชะงัก

Minnesota IT Services ระบุเพิ่มเติมว่า เหตุโจมตีที่เกิดขึ้นมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ทั้งช่วงเวลาที่เกิดเหตุและเทคโนโลยีที่ถูกใช้โจมตี แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเดียวกันหรือไม่

หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบคือเมือง พลีมัท ซึ่งมีประชากรราว 80,000 คน ตั้งอยู่นอกเมืองมินนีแอโพลิส โดยทางเมืองแจ้งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ระบบสื่อสารของโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้วเมื่อช่วงบ่ายวันอังคาร หลังถูกโจมตีทางไซเบอร์

เจ้าหน้าที่เมืองระบุว่า แม้ระบบสื่อสารจะขัดข้อง แต่เจ้าหน้าที่สามารถเดินหน้าปฏิบัติการระบบประปาได้ตลอดช่วงเกิดเหตุ ทำให้ระดับน้ำและคุณภาพน้ำประปาไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด.

ที่มา : AP

เครื่องบินขับไล่ F-35B ตกกลางฐานทัพสหรัฐฯ ในแคลิฟอร์เนีย นักบินดีดตัวรอด

เครื่องบินขับไล่ F-35B ตกกลางฐานทัพสหรัฐฯ ในแคลิฟอร์เนีย นักบินดีดตัวรอด

1 ส.ค. 2569 08:56 น.

เครื่องบินขับไล่ F-35B ตกกลางฐานทัพสหรัฐฯ ในแคลิฟอร์เนีย นักบินดีดตัวรอด

เครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35B ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ประสบเหตุตกและเกิดเพลิงไหม้ใกล้รันเวย์ฐานทัพมิรามาร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย นักบินดีดตัวออกจากเครื่องได้ทัน ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อาการคงที่

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35B ไลท์นิง ทู (F-35B Lightning II) ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ประสบเหตุตกและเกิดเพลิงไหม้ภายในฐานทัพอากาศนาวิกโยธินมิรามาร์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่น

รายงานระบุว่า เครื่องบินขับไล่แบบที่นั่งเดียวลำนี้ สังกัดกองบินอากาศยานนาวิกโยธินที่ 11 กองบินนาวิกโยธินที่ 3  ประสบเหตุตกก่อนถึงรันเวย์ไม่นาน เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้และมีกลุ่มควันนขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลหลายกิโลเมตร

กองบินนาวิกโยธินที่ 3 เปิดเผยว่า นักบินสามารถดีดตัวออกจากเครื่องได้อย่างปลอดภัย ก่อนถูกนำตัวส่งสถานพยาบาลในพื้นที่ โดยมีอาการคงที่ และได้รับบาดเจ็บที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ในขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของฐานทัพได้ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิง โดยฉีดโฟมดับเพลิงไปยังซากเครื่องบิน พร้อมเร่งดับไฟที่ลุกลามไปยังพื้นที่หญ้าโดยรอบจุดเกิดเหตุ

รายงานระบุว่า บันทึกเสียงการสื่อสารจากหอบังคับการบินของฐานทัพชี้ว่า เครื่องบิน F-35 ประสบเหตุตกในช่วงสุดท้ายก่อนลงจอด และพบว่าร่มชูชีพถูกกางออก ขณะที่นักบินดีดตัวออกจากเครื่อง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยเหตุเครื่องบินทหารตกมักอยู่ภายใต้การสอบสวนของกองทัพ แตกต่างจากอุบัติเหตุเครื่องบินพลเรือนที่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ เอ็นทีเอสบี 

ทั้งนี้ เครื่องบิน F-35B เป็นเครื่องบินขับไล่ล่องหนรุ่นหนึ่งในตระกูล F-35 ซึ่งผู้ผลิตระบุว่ามีเทคโนโลยีก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยสามารถลงจอดแบบเครื่องบินทั่วไป หรือขึ้นลงในแนวดิ่งได้คล้ายเฮลิคอปเตอร์ โดยตัวเครื่องมีความยาวมากกว่า 50 ฟุต หรือราว 15 เมตร ประจำการในกองทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ กองทัพสหราชอาณาจักร และกองทัพอากาศอิตาลี โดยมีราคาประมาณลำละ 102 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,500 ล้านบาท.

ที่มา CNN

ไฟป่ากรีซลุกลามหนัก อพยพประชาชนทางทะเล 120 คน ลมแรงขวางภารกิจดับเพลิง

ไฟป่ากรีซลุกลามหนัก อพยพประชาชนทางทะเล 120 คน ลมแรงขวางภารกิจดับเพลิง

1 ส.ค. 2569 08:10 น.

ไฟป่ากรีซลุกลามหนัก อพยพประชาชนทางทะเล 120 คน ลมแรงขวางภารกิจดับเพลิง

กรีซเผชิญสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงหลายจุดทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งและหน่วยดับเพลิงต้องเร่งอพยพประชาชนทางทะเล หลังไฟป่าลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้ในพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันตกของกรุงเอเธนส์

ภาพจากพื้นที่อากิออส วาซิลิออส เผยให้เห็นเปลวเพลิงที่โหมเผาพื้นที่ป่าและพืชพรรณอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามควบคุมสถานการณ์ แต่ต้องเผชิญอุปสรรคจากกระแสลมกระโชกแรง ซึ่งทำให้เครื่องบินโปรยน้ำไม่สามารถบินปฏิบัติการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

หน่วยยามฝั่งกรีซเปิดเผยว่า ได้ส่งเรือของหน่วยดับเพลิงร่วมกับเรือเอกชนเข้าช่วยอพยพประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่รวม 120 คน โดยนำทั้งหมดไปยังชายหาดใกล้เคียงที่อยู่นอกเส้นทางการลุกลามของไฟ

ไฟป่าดังกล่าวปะทุขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 105 นาย พร้อมรถดับเพลิง 29 คัน ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิง อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้มีเฮลิคอปเตอร์เพียง 1 ลำเท่านั้นที่สามารถตักน้ำจากทะเลและเข้าปฏิบัติการดับไฟได้

พื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลยอดนิยมของชาวกรีกในช่วงวันหยุด ขณะที่ทางการได้ออกคำสั่งอพยพเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ รวมถึงไฟป่าอีกจุดที่กำลังลุกลามบริเวณชานเมืองฝั่งตะวันตกของกรุงเอเธนส์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 95 นาย พร้อมเฮลิคอปเตอร์ 6 ลำ และเครื่องบินโปรยน้ำ 5 ลำ เข้าควบคุมสถานการณ์

กรมดับเพลิงกรีซระบุว่า หลายพื้นที่ทั่วประเทศยังคงอยู่ในระดับเสี่ยงสูงถึงรุนแรงต่อการเกิดไฟป่า เนื่องจากกระแสลมแรงทำให้ไฟสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน มีนักผจญเพลิงกรีซเสียชีวิตแล้ว 3 นาย ระหว่างปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า โดย 2 นายเสียชีวิตหลังติดอยู่ภายในรถขณะต่อสู้กับไฟป่าครั้งใหญ่บนเกาะครีต ส่วนอีก 1 นายเสียชีวิตหลังเข้าร่วมปฏิบัติการดับไฟในภูมิภาคเพโลพอนนีส สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของฤดูไฟป่าในกรีซปีนี้.

ที่มา : AP