ชาวสเปนนับพันคนรวมตัวประท้วงหน้าสถานทูตโมร็อกโก ต้านผู้อพยพทะลักเข้าเมืองเซวตา

ชาวสเปนนับพันคนรวมตัวประท้วงหน้าสถานทูตโมร็อกโก ต้านผู้อพยพทะลักเข้าเมืองเซวตา

1 ส.ค. 2569 06:13 น.

ชาวสเปนนับพันคนรวมตัวประท้วงหน้าสถานทูตโมร็อกโก ต้านผู้อพยพทะลักเข้าเมืองเซวตา

ชาวสเปนหลายร้อยคนชุมนุมหน้า สถานทูตโมร็อกโก ในกรุงมาดริด เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อเหตุผู้อพยพกว่า 60,000 คนข้ามพรมแดนจากโมร็อกโกเข้าสู่เมืองเซวตา

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผู้ประท้วงต่อต้านผู้อพยพหลายร้อยคนรวมตัวกันบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตโมร็อกโกในกรุงมาดริด ของสเปน เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อเหตุผู้อพยพจำนวนมากข้ามพรมแดนจากโมร็อกโกเข้าสู่เมืองเซวตา ดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ

โดยผู้ชุมนุมบางคนถือป้ายขนาดใหญ่ที่มีข้อความว่า “รีไมเกรชัน” (Remigration) ซึ่งเป็นคำที่กลุ่มขวาจัดหลายกลุ่มในยุโรปใช้เรียกร้องให้มีการส่งผู้อพยพ หรือผู้ที่มีภูมิหลังเป็นผู้อพยพ กลับไปยังประเทศต้นทาง ทั้งในรูปแบบบังคับหรือสนับสนุนให้เดินทางกลับ นอกจากนี้ ยังมีผู้ชุมนุมโบกธงชาติสเปนสีแดง-เหลือง และเรียกร้องให้ปกป้องอัตลักษณ์ของชาวสเปน ด้านเจ้าหน้าที่สเปนระดมกำลังตำรวจจำนวนมากเข้ารักษาความปลอดภัยรอบสถานเอกอัครราชทูตโมร็อกโก โดยมีการใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนบินตรวจการณ์เหนือพื้นที่ชุมนุม

การประท้วงยังมุ่งโจมตีรัฐบาลสังคมนิยมของนายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ซึ่งมีแนวทางด้านการย้ายถิ่นฐานที่เปิดกว้างกว่าหลายประเทศในยุโรป โดยผู้ชุมนุมกล่าวหาว่านายซานเชซขายสเปนให้กับชาวมุสลิม และตำหนิรัฐบาลที่ปล่อยให้สถานการณ์บานปลายจนกลายเป็นวิกฤตที่ควบคุมไม่ได้

ทั้งนี้ การประท้วงเกิดขึ้นหลังมีผู้อพยพราว 60,000 คนเดินทางข้ามพรมแดนเข้าสู่เมืองเซวตา เมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้เกิดความโกลาหลและวิกฤตด้านมนุษยธรรมในดินแดนของสเปนแห่งนี้ รวมถึงจุดกระแสถกเถียงเรื่องผู้อพยพขึ้นอีกครั้งทั้งในยุโรปและนานาชาติ.

ที่มา AFP

ผู้อพยพจากโมร็อกโกทะลักเข้าแดนสเปนกว่า 60,000 คนใน 24 ชม. ดับอย่างน้อย 57 ศพ นายกฯ สเปนลงพื้นที่

ผู้อพยพจากโมร็อกโกทะลักเข้าแดนสเปนกว่า 60,000 คนใน 24 ชม. ดับอย่างน้อย 57 ศพ นายกฯ สเปนลงพื้นที่

1 ส.ค. 2569 05:57 น.

ผู้อพยพจากโมร็อกโกทะลักเข้าแดนสเปนกว่า 60,000 คนใน 24 ชม. ดับอย่างน้อย 57 ศพ นายกฯ สเปนลงพื้นที่

ผู้อพยพกว่า 60,000 คน ข้ามพรมแดนจากโมร็อกโกเข้าสู่เมืองเซวตา ของสเปนในแอฟริกาเหนือ ภายใน 24 ชั่วโมง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 57 ศพ หลายคนจมน้ำและบางส่วนเสียชีวิตจากเหตุเหยียบกันตาย

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน เดินทางลงพื้นที่เมืองเซวตา ดินแดนปกครองตนเองของสเปนบนชายฝั่งแอฟริกาเหนือ หลังเกิดเหตุผู้อพยพกว่า 60,000 คน ข้ามพรมแดนจากโมร็อกโกเข้าสู่ดินแดนของสเปน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 57 ศพ

รัฐบาลสเปนยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ นายฮวน เฆซุส บีบาส ประธานรัฐบาลท้องถิ่นเซวตา เปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้อพยพราว 60,000 คนเดินทางข้ามจากโมร็อกโกเข้าสู่เซวตาทั้งทางบกและทางทะเล หลายคนว่ายน้ำอ้อมแนวกั้นพรมแดนที่ทอดยาวลงไปในทะเลเพื่อเข้าสู่ดินแดนสเปน

โดยนายกรัฐมนตรีซานเชซ กกล่าวว่า รัฐบาลกำลังระดมทรัพยากรทุกด้านเพื่อรับมือกับสถานการณ์ พร้อมระบุว่าการข้ามพรมแดนครั้งนี้ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดนของสเปน โดยระบุว่า ในวันศุกร์เจ้าหน้าที่ได้ส่งผู้อพยพกลับไปยังโมร็อกโกแล้ว ราว 25,000 คน และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายราชิด สบีฮี ผู้นำสมาคมแรงงานท้องถิ่นซึ่งเป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์พลเรือนสเปนในเซวตา เรียกเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมร้ายแรง พร้อมเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมากจมน้ำระหว่างพยายามว่ายน้ำข้ามพรมแดน ขณะที่บางส่วนเสียชีวิตจากเหตุเหยียบกันตายระหว่างฝูงชนพยายามฝ่าแนวกั้นบริเวณชายหาดตาราฆาล ซึ่งตั้งอยู่ใกล้จุดผ่านแดนระหว่างเซวตากับโมร็อกโก

อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยสเปนปฏิเสธข้อเรียกร้องให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ โดยชี้ว่ามาตรการouhไม่ได้ครอบคลุมวิกฤตผู้อพยพ แต่ยืนยันว่าจะจัดสรรกำลังคนและทรัพยากรเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับสถานการณ์

ทั้งนี้ เซวตา เป็นเมืองปกครองตนเองของสเปนอีกแห่งในแอฟริกาเหนือ ถือเป็นพรมแดนทางบกเพียงแห่งเดียวระหว่างสหภาพยุโรป กับทวีปแอฟริกา ทำให้ทั้งสองเมืองต้องเผชิญเหตุผู้อพยพพยายามข้ามพรมแดนเพื่อเข้าสู่ยุโรปเป็นระยะ

ที่มา Aljazeera

ยูเอ็นเตือนเอลนีโญรุนแรงขึ้น ซ้ำเติมโลกเดือด จี้หยุดโครงการพลังงานฟอสซิลแห่งใหม่

ยูเอ็นเตือนเอลนีโญรุนแรงขึ้น ซ้ำเติมโลกเดือด จี้หยุดโครงการพลังงานฟอสซิลแห่งใหม่

1 ส.ค. 2569 05:08 น.

ยูเอ็นเตือนเอลนีโญรุนแรงขึ้น ซ้ำเติมโลกเดือด จี้หยุดโครงการพลังงานฟอสซิลแห่งใหม่

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือน เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรง อาจซ้ำเติมคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และฝนตกหนักทั่วโลก ขณะที่เลขาธิการยูเอ็นเรียกร้องยุติโครงการถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซแห่งใหม่

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization: WMO) เตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มส่งผลต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เพิ่มความเสี่ยงเกิดคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ฝนตกหนัก และสภาพอากาศสุดขั้วในหลายภูมิภาค

โดยระบุว่า เอลนีโญได้ก่อตัวขึ้นแล้วในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน และคาดว่าจะพัฒนาเป็นเอลนีโญที่รุนแรงในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2569 โดยแบบจำลองพยากรณ์หลายชุดมีความเห็นสอดคล้องกันว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า เอลนีโญกำลังเข้ามาซ้ำเติมภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และอาจทำให้ผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้างกว่าเดิม โดยระบุว่าเอลนีโญกำลังเติมเชื้อเพลิงให้กับโลกที่ร้อนระอุอยู่แล้ว พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งดำเนินมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง โดยยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน เพิ่มการคุ้มครองประชากรกลุ่มเปราะบาง และขยายระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

เลขาธิการยูเอ็นยังเรียกร้องให้ยุติโครงการถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ โดยมองว่าการขยายการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วิกฤตสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลของดับเบิลยูเอ็มโอระบุว่า เอลนีโญมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น และเปลี่ยนแปลงรูปแบบฝนในหลายภูมิภาค โดยในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 คาดว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกจะมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย แม้ผลกระทบในแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน เนื่องจากยังมีปัจจัยด้านภูมิอากาศอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยคาดว่า หลายพื้นที่ในแอฟริกา ยุโรปตอนใต้ อนุทวีปอินเดีย เอเชียตะวันออก และอเมริกาใต้ อาจเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ขณะที่บางภูมิภาคมีความเสี่ยงเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม ส่วนบางพื้นที่อาจเผชิญภาวะแห้งแล้งรุนแรง.

ที่มา BBC

“เอ็กซอน-เชฟรอน” กำไรพุ่ง หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

"เอ็กซอน-เชฟรอน" กำไรพุ่ง หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

1 ส.ค. 2569 01:10 น.

“เอ็กซอน-เชฟรอน” กำไรพุ่ง หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

“เอ็กซอนโมบิล-เชฟรอน” กวาดกำไรรวมกว่า 26,600 ล้านดอลลาร์ จากราคาน้ำมันและค่าการกลั่นพุ่งหลังสงครามในตะวันออกกลาง แต่เตือนราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ อาจยังสูงต่อเนื่อง กระทบค่าครองชีพประชาชน

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 บริษัทเอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil) และเชฟรอน (Chevron) ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่พุ่งสูงอย่างมาก หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านส่งผลให้การส่งออกน้ำมันและกำลังการกลั่นทั่วโลกหยุดชะงัก

รายงานข่าวระบุว่าเอ็กซอนโมบิลมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 อยู่ที่ 14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เชฟรอนมีกำไร 12,100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า ส่งผลให้ทั้งสองบริษัทมีกำไรรวมกันราว 26,600 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 8.6 แสนล้านบาท

ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่า รายได้จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและค่าการกลั่นที่พุ่งแรง ช่วยชดเชยผลกระทบจากภาวะสงครามและการหยุดชะงักของการผลิตในบางพื้นที่ได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของทั้งสองบริษัทเตือนว่า ราคาน้ำมันเบนซินอาจยังอยู่ในระดับสูงต่อไป เนื่องจากกำลังการกลั่นน้ำมันทั่วโลกยังลดลง ขณะที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ

ที่มา อัลจาซีรา 

กลุ่มสิทธิมนุษยชน จี้ นายกฯ มาเลเซีย ทบทวนแผนส่งชาวโรฮิงญากลับเมียนมา หวั่นไม่ปลอดภัย

กลุ่มสิทธิมนุษยชน จี้ นายกฯ มาเลเซีย ทบทวนแผนส่งชาวโรฮิงญากลับเมียนมา หวั่นไม่ปลอดภัย

1 ส.ค. 2569 00:07 น.

กลุ่มสิทธิมนุษยชน จี้ นายกฯ มาเลเซีย ทบทวนแผนส่งชาวโรฮิงญากลับเมียนมา หวั่นไม่ปลอดภัย

กลุ่มสิทธิชาวโรฮิงญาในมาเลเซีย เรียกร้องนายกฯ อันวาร์ ทบทวนแผนส่งผู้ลี้ภัย 5,000 คนกลับเมียนมา ชี้สถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่เอื้อต่อการเดินทางกลับอย่างปลอดภัย-อาจขัดหลักกม.ระหว่างประเทศ

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 กลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนชาวโรฮิงญาในมาเลเซีย (Myanmar Ethnic Rohingya Human Rights Organization Malaysia) ออกแถลงการณ์เรียกร้องนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายไซฟุดดิน นาซูชัน อิสมาอิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) รวมถึงตัวแทนชาวโรฮิงญา ก่อนดำเนินแผนส่งผู้ลี้ภัย 5,000 คนกลับเมียนมา

ความเคลื่อนไหวมีขึ้นหลังนายอันวาร์เปิดเผยระหว่างการปราศรัยหาเสียงก่อนการเลือกตั้งระดับรัฐในรัฐเนกรีเซมบีลันว่า รัฐบาลเมียนมาเห็นชอบที่จะรับชาวโรฮิงญาจำนวน 5,000 คนที่อยู่ในมาเลเซียกลับประเทศ โดยระบุว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่างมาเลเซียกับเมียนมาช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาเรื่องนี้ได้

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิชาวโรฮิงญาระบุว่า การส่งชาวโรฮิงญากลับไปยังเมียนมาในขณะนี้อาจขัดต่อหลัก “การไม่ผลักดันกลับ” ซึ่งเป็นหลักสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศที่ห้ามส่งบุคคลกลับไปยังพื้นที่ที่ชีวิต เสรีภาพ หรือความปลอดภัยอาจตกอยู่ในอันตราย

กลุ่มสิทธิฯ ระบุว่า ชาวโรฮิงญายังคงเป็นกลุ่มคนไร้สัญชาติ และไม่สามารถเดินทางกลับเมียนมาได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากยังเผชิญการกดขี่และความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามว่าชาวโรฮิงญาที่ไม่มีสถานะพลเมืองจะปลอดภัยในเมียนมาได้อย่างไร

นอกจากนี้ กลุ่มสิทธิฯ ยังเตือนว่า ชาวโรฮิงญาที่ถูกส่งกลับอาจถูกบังคับเกณฑ์เข้ากองทัพเมียนมาโดยไม่ได้รับการฝึกฝน และอาจถูกนำไปใช้เป็นโล่มนุษย์ในการสู้รบกับกองกำลังชาติพันธุ์ จึงเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเข้ามาดำเนินการอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ มาเลเซียซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของชาวโรฮิงญาที่หลบหนีการกดขี่จากเมียนมา โดยข้อมูลระบุว่า มีชาวโรฮิงญาราว 126,000 คนลงทะเบียนกับยูเอ็นเอชซีอาร์ในมาเลเซีย.

ที่มา Irrawaddy

เกาหลีใต้ร้อนระอุ อุณหภูมิทะลุ 41.4 องศา ทุบสถิติสูงสุดในรอบกว่า 50 ปี

เกาหลีใต้ร้อนระอุ อุณหภูมิทะลุ 41.4 องศา ทุบสถิติสูงสุดในรอบกว่า 50 ปี

31 ก.ค. 2569 23:05 น.

เกาหลีใต้ร้อนระอุ อุณหภูมิทะลุ 41.4 องศา ทุบสถิติสูงสุดในรอบกว่า 50 ปี

เกาหลีใต้เผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง อุณหภูมิในเมืองยังซานพุ่งแตะ 41.4 องศาเซลเซียส ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มระบบตรวจวัดอากาศทั่วประเทศเมื่อปี 2516 และร้อนเกิน 40 องศาฯ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวยอนฮัป รายงานว่า เกาหลีใต้ยังคงเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง โดยอุณหภูมิในเมืองยังซาน จังหวัดคย็องซังใต้ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ พุ่งสูงถึง 41.4 องศาเซลเซียส เมื่อเวลา 13.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยขณะนี้ ทางการได้ประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสูงสุดในบางพื้นที่ของจังหวัดคย็องซังใต้ รวมถึงเมืองยังซาน ขณะที่หลายพื้นที่ทั่วเกาหลีใต้ยังคงอยู่ภายใต้ประกาศเตือนภัยจากอากาศร้อนจัด

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี (Korea Meteorological Administration: KMA) ระบุว่า อุณหภูมิครั้งนี้เป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการตรวจวัดสภาพอากาศในพื้นที่เมื่อปี 2551 และเป็นอุณหภูมิสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกได้ในเครือข่ายสถานีตรวจอากาศทั่วประเทศ ซึ่งเริ่มใช้ระบบตรวจวัดอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2516 นอกจากนี้ ยังทำลายสถิติเดิม 41 องศาเซลเซียส ที่วัดได้ในอำเภอฮงชอน จังหวัดคังวอน เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ เมืองยังซานมีอุณหภูมิสูงถึง 40.3 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน 2 วัน เมื่อวันพุธและวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่แห่งนี้มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่เกาหลีใต้จัดตั้งเครือข่ายตรวจวัดอากาศทั่วประเทศ ที่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสติดต่อกัน 3 วัน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีระบุว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่ปกคลุมหลายพื้นที่ของประเทศเกิดจากอิทธิพลร่วมของระบบความกดอากาศสูงแปซิฟิกเหนือและความกดอากาศสูงทิเบต ซึ่งปกคลุมคาบสมุทรเกาหลีและกักเก็บความร้อนไว้ ขณะเดียวกันยังทำให้มีเมฆปกคลุมน้อย ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา Yonhap

‘มท.4’ สั่ง ‘สถ.’ เข้มยกระดับมาตรฐานสอบท้องถิ่นทั่วประเทศ ชูแนวคิด ‘คดีต้องเดิน ระบบต้องเปลี่ยน’

‘มท.4’ สั่ง ‘สถ.’ เข้มยกระดับมาตรฐานสอบท้องถิ่นทั่วประเทศ ชูแนวคิด ‘คดีต้องเดิน ระบบต้องเปลี่ยน’

‘มท.4’ สั่ง ‘สถ.’ เข้มยกระดับมาตรฐานสอบท้องถิ่นทั่วประเทศ ชูแนวคิด ‘คดีต้องเดิน ระบบต้องเปลี่ยน’

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.03 น.

วางมาตรการป้องโกงเชิงระบบ! ‘มท.4’ สั่ง ‘สถ.’ เข้มยกระดับมาตรฐานสอบท้องถิ่นทั่วประเทศ ชูแนวคิด ‘คดีต้องเดิน ระบบต้องเปลี่ยน’ ไม่เกิน90วันต้องสรุปผล

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เร่งยกระดับมาตรฐานการสอบบรรจุบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ทั่วประเทศ และทุกหน่วยงานต้องนำบทเรียนจากข้อกังวลของสังคมเกี่ยวกับความโปร่งใสของการสอบ มาปรับปรุงระบบการดำเนินงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในระยะยาว ซึ่งกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามกฎหมายในทุกกรณีที่อยู่ระหว่างกระบวนการของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ขณะเดียวกัน หน่วยงานในกำกับดูแลต้องเร่งยกระดับมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ในอนาคต

“คดีต้องเดินตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนระบบต้องได้รับการปรับปรุงให้รัดกุมกว่าเดิม เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทั้งการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันการทุจริตเดินหน้าไปพร้อมกัน” นายวรศิษฎ์ กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ตนจึงมอบนโยบายให้ สถ. จัดทำแผนยกระดับมาตรฐานการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยกำหนดกรอบการติดตามผลการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “วันนี้สั่ง – 7 วันรายงาน – 30 วันเห็นผล – 90 วันสรุป” เพื่อให้การปฏิรูประบบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและตรวจสอบได้ ภายใน 7 วัน ให้สำรวจและรวบรวมข้อเสนอเกี่ยวกับการลดความเสี่ยงในการทุจริตของกระบวนการสอบ พร้อมรายงานแนวทางปรับปรุงในระยะเร่งด่วนภายใน 30 วัน ให้เสนอและเริ่มดำเนินมาตรการยกระดับความโปร่งใสของการสอบในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สถ. รวมถึงจัดทำแนวทางติดตามข้อร้องเรียนและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภายใน 90 วัน ให้สรุปผลการดำเนินงาน พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงระเบียบ ขั้นตอน หรือมาตรการที่จำเป็น เพื่อยกระดับมาตรฐานการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดโอกาสเกิดการทุจริตในอนาคต ทั้งนี้ เป้าหมายของนโยบายครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้การสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนอย่างยั่งยืน

“ผมไม่ก้าวล่วงกระบวนการสอบสวน เพราะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่ในฐานะผู้กำกับดูแลนโยบาย ผมมีหน้าที่ทำให้การสอบครั้งต่อไปโปร่งใสกว่าเดิม ปิดช่องโหว่ให้มากที่สุด และทำให้คนที่มีความสามารถได้รับโอกาสอย่างเป็นธรรม” นายวรศิษฎ์ กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้ สถ. ติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และรายงานความคืบหน้าตามกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้การยกระดับมาตรฐานการสอบเกิดผลเป็นรูปธรรม และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการบริหารงานท้องถิ่นของประเทศ

คอหวยเฮลั่น! เลขธูป นายกฯอนุทิน ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ วัดเดิมบาง(คงคาราม)

คอหวยเฮลั่น! เลขธูป นายกฯอนุทิน ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ วัดเดิมบาง(คงคาราม)

คอหวยเฮลั่น! เลขธูป นายกฯอนุทิน ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ วัดเดิมบาง(คงคาราม)

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.56 น.

ชาวสุพรรณบุรีเฮ ! ถูกหวยเลขธูป “นายกฯ” ไหว้ท้าวเวสสุวรรณวัดเดิมบาง (คงคาราม)

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้เดินทางไปที่จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อตรวจราชการและพบปะประชาชน ณ แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ บ้านท่านางเริง พร้อมกับเดินทางมาร่วมอวยพรวันคลายวันเกิดปีที่ 77 ปีของนายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ก่อนที่จะเดินทางไปยังวัดเดิมบาง (คงคาราม) อ.เดิมบางนางบวช เพื่อสักการะท้าวเวสสุวรรณ เทพหน้าทอง เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ในการเยือนจังหวัดสุพรรณบุรี

โดยนายกฯ ได้นำคณะสักการะท้าวเวสสุวรรณ เทพหน้าทอง ด้วยธูปใหญ่ เลขธูป 996 ซึ่งปรากฏว่า เลขดังกล่าว ตรงกับผลประกาศของสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ออกมาเป็นเลข 69

อนุทิน ตอบกลับ หลังถูกถามปรับครม.เมื่อไหร่ แจง สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

อนุทิน ตอบกลับ หลังถูกถามปรับครม.เมื่อไหร่ แจง สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

อนุทิน ตอบกลับ หลังถูกถามปรับครม.เมื่อไหร่ แจง สส.กล้าธรรม ร่วมวันเกิด ประภัตร

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.49 น.

‘อนุทิน’ บอก ’ณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ‘ สส.กล้าธรรม ร่วมงานวันเกิด ’ประภัตร‘ ขอบคุณที่มีน้ำใจ ขอสื่ออย่าถามจั๊กจี้ อมยิ้มไม่ตอบใช้กลยุทธ์อะไรเลือกตั้งรอบหน้าเหมาทั้งสุพรรณ

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 12.35 น. ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการที่นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส.สุพรรณบุรี พรรคกล้าธรรม เดินทางมาร่วมงานวันคล้ายวันเกิดนายประภัตร  โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย  ว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของนายประภัตร คนรักคนนับถือทั่วสุพรรณสุพรรณบุรี ขออย่าถามเช่นนี้ ถามจั๊กจี้อีกแล้วไม่เอา เรื่องที่ต้องถามคือต้องถามให้มีความรักสามัคคีกัน การที่สส. พรรคกล้าธรรมมาร่วมแสดงความยินดีกับนายประภัตร ต้องขอบคุณที่มีน้ำใจ มีไมตรี เป็นสิ่งที่ควรสรรเสริญ

เมื่อถามว่าที่ประกาศว่ารอบหน้าจะไม่ยอมจะเอาเหมาจังหวัดนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า การแข่งขันก็คือการแข่งขัน 

เมื่อถามย้ำว่าใช้กลยุทธ์อะไร นายอนุทินอมยิ้มแล้วตอบว่า เดี๋ยวกระซิบว่าใช้กลยุทธ์อะไร

เมื่อถามถึงการการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในเร็ว ๆ นี้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า “ปรับครม.ช้า ๆ นี้”

นายกฯประกาศลั่น ไม่ปล่อยคดีฆ่า 5 ศพ สั่งตำรวจทำให้รัดกุม ยันคนร้ายต้องได้รับโทษสูงสุด

นายกฯประกาศลั่น ไม่ปล่อยคดีฆ่า 5 ศพ สั่งตำรวจทำให้รัดกุม ยันคนร้ายต้องได้รับโทษสูงสุด

นายกฯประกาศลั่น ไม่ปล่อยคดีฆ่า 5 ศพ สั่งตำรวจทำให้รัดกุม ยันคนร้ายต้องได้รับโทษสูงสุด

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.24 น.

นายกฯ ยันลงโทษสูงสุดสาสมกับกรรมที่ทำไว้ คดีฆ่าสองพี่น้องรัสเซีย บอกปชช.คิดอย่างไรผมก็คิดอย่างนั้นแต่พูดไม่ได้เพราะเป็นนายกฯ เผยลงพื้นที่เร่งคดี ย้ำต้องสร้างความเชื่อมั่นต่างชาติเหตุการณ์ต้องไม่เกิดขึ้นอีก 

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 12.35 น. ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนลงพื้นที่ติดตามคดีฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งประชาชนเรียกร้องอยากให้โทษประหารชีวิต ว่า เรามีกระบวนการทางกฎหมายที่จะดำเนินการกับคนที่ก่อความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างเด็ดขาดอยู่แล้ว และตนกำลังจะเดินทางไปจังหวัดชลบุรีเพื่อไปเร่งรัดสำนวนคดีและให้ทุกอย่างมีความกระชับและมีความแม่นยำเพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษสูงสุดให้สาสมกับกรรมที่เขาทำเอาไว้ ขอให้ประชาชนได้ไว้วางใจ แต่เราอย่าไประบายอารมณ์ออกมาว่าจะต้องได้รับโทษอย่างไรแบบไหน เพราะว่าคนที่จะตัดสินและลงโทษเขาก็คือศาลยุติธรรม งานนี้ตนจะต้องกำชับและย้ำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงขอความร่วมมือจากสำนักงานอัยการสูงสุดให้เร่งทำคดีให้เร็วที่สุด เพราะว่าไม่ใช่คดีสะเทือนขวัญเฉพาะคนไทยด้วยกัน แต่มันเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจและอย่ากังวล เราจะทำอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า ผู้ก่อเหตุเพิ่งพ้นโทษมาแค่2เดือน แล้วมาก่อเหตุจึงมีการตั้งข้อสงสัยว่าแล้วปล่อยออกมาจากคุกได้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า นั่นไง ที่ปล่อยออกมาได้แล้วเพราะว่าเขาพ้นโทษ เราต้องทำตามขั้นตอนกฎหมาย มันมีช่องทางตามกระบวนการของกฎหมายอยู่แล้ว อย่างกรณีนี้เป็นการฆ่าคนตาย แล้วเพิ่งพ้นโทษและกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ตนเชื่อว่าโทษของเขาจะต้องหนักหนาสาหัสมาก นี่คือสิ่งที่ตนจะต้องไปกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีด้วยความรัดกุมและรอบคอบให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติได้มีการประสานไปยังประเทศรัสเซียแล้วหรือไม่  นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะอำนวยความสะดวกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทราบมาเบื้องต้นคุณแม่ของเด็กสองคนซึ่งเป็นชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในประเทศไทยก็จะประสานอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด นี่คือสิ่งที่ตนอยากจะบอก ถามว่าตนไปทำไม คือไปเพื่อให้ทุกอย่างได้รับการดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด ทั้งเรื่องการดำเนินคดีและการส่งร่างกลับไปยังบ้านเกิดของเขา และในเรื่องการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และจะต้องดำเนินการอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้กับพวกเขา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั่วโลกเหตุการณ์อย่างนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

เมื่อถามว่า จะต้องมีการกำชับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือไม่ ในเรื่องการสร้างความมั่นใจเพราะผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องทุกฝ่ายแหละครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเขาก็ไปโปรโมตประเทศไทย พยายามจะขึ้นทะเบียนมัคคุเทศก์ และอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่ในเรื่องความปลอดภัยในประเทศของเราก็ต้องเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะต้องกวดขันให้เต็มที่ แต่กรณีเป็นการอ้างว่าเอาป้ายตำรวจไปข่มขู่ผู้เคราะห์ร้าย และไปทำร้ายพวกเขา ก็ต้องกำชับและมีการขยายผลว่าทำไมถึงมีเหตุเช่นนี้ขึ้น 

“เชื่อเถอะครับว่าผมไม่ปล่อย เอาว่าต้องเอาให้สาสมกับสิ่งที่เขาทำผิดมา เพราะมันไม่ใช่แค่2ศพแต่มัน5ศพ เพราะฉะนั้นประชาชนคิดอย่างไรผมก็คิดอย่างนั้น แต่เป็นนายกฯจะไปพูดไม่ได้ แต่เดี๋ยวต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อย“ นายอนุทิน กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ป้า ไอ้ป๋อง เปิดใจ รับไม่ได้ พฤติกรรมหลานโหด ไม่ขอประกันตัว หวั่นออกมาก่อเหตุซ้ำ

พบร่างพี่น้องรัสเซียถูกฝังหลุมเดียวกัน ก่อนโยงคดีฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูก 3 ศพ