พม.จัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์’69 ประกาศเดินหน้าสู่ ‘Thailand TIP ZERO 2030’

พม.จัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์'69 ประกาศเดินหน้าสู่ 'Thailand TIP ZERO 2030'

พม.จัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์’69 ประกาศเดินหน้าสู่ ‘Thailand TIP ZERO 2030’

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.10 น.

พม. ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด Together We Can Stop Human Trafficking และประกาศเดินหน้าสู่ “Thailand TIP ZERO 2030”

5 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน “วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569” ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live “กองต่อต้านการค้ามนุษย์ สป.พม.” โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online รวมจำนวน 800 คน

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย พร้อมรณรงค์เผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนและภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์การระหว่างประเทศ และสื่อมวลชน เพื่อผนึกกำลังทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างการยอมรับในเวทีระดับสากล ภายใต้แนวคิด “Together We Can Stop Human Trafficking”     งานดังกล่าวมุ่งสะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมกันป้องกัน แก้ไข และยุติปัญหาการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืน โดยเน้นการสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมว่า “การค้ามนุษย์เป็นเรื่องใกล้ตัว” และทุกคนอาจตกเป็นผู้เสียหายจากขบวน  การค้ามนุษย์ได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และช่วยเหลือผู้เสียหาย พร้อมส่งเสริมให้สังคมไทยไม่เพิกเฉยต่อการแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ในทุกรูปแบบ

นายนิกร โสมกลาง กล่าวว่า กระทรวง พม. เชื่อว่า ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ไม่ใช่เพียงผู้ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ    แต่คือบุคคลที่มีศักดิ์ศรี มีศักยภาพ และมีสิทธิที่จะกลับมาดำเนินชีวิตอย่างอิสระ ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง     การคุ้มครองจึงไม่ใช่เพียงการให้ที่พักพิง แต่คือการสร้างโอกาสในการฟื้นฟู การเข้าถึงสิทธิ และการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยปัจจุบันรูปแบบการค้ามนุษย์มีความซับซ้อนมากขึ้น เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบใหม่   ประเทศไทยจึงไม่เพียง “ดำเนินการต่อ” แต่จะ “ก้าวไปข้างหน้าอย่างชัดเจน” โดยกระทรวง พม. พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย   ทุกภาคส่วน จะร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “Thailand TIP ZERO 2030” ซึ่งไม่ใช่เพียงเป้าหมายในการทำให้ปัญหาหมดไปโดยสิ้นเชิง แต่คือการสร้างมาตรฐานขั้นต่ำที่ทุกจังหวัด ทุกชุมชนในประเทศไทย สามารถป้องกัน คุ้มครอง     และตอบสนองต่อปัญหาการค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และยั่งยืน

ทั้งนี้ ประเทศไทยจะขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างบูรณาการในทุกมิติ ได้แก่ ด้านการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย โดยมุ่งปราบปรามเครือข่ายการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและออนไลน์ พร้อมยกระดับศักยภาพของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามหลักนิติธรรม ด้านการคุ้มครองผู้เสียหาย จะยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชน เชื่อมโยงการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ พร้อมมุ่งเน้นผลลัพธ์ในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและป้องกันการตกเป็นผู้เสียหายซ้ำ และด้านการป้องกัน จะดำเนินงานเชิงรุกเพื่อลดความเปราะบางของกลุ่มเสี่ยง ผ่านกลไกด้านแรงงาน สวัสดิการสังคม การศึกษา และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและชุมชน พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยตระหนักว่าการค้ามนุษย์เป็นภัยใกล้ตัว และทุกคนมีบทบาทในการป้องกัน

ขณะที่ด้านความร่วมมือ จะขับเคลื่อนการทำงานแบบ “Whole-of-Government” และ “Whole-of-Society” เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์การระหว่างประเทศ รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ การรับชมวีดิทัศน์ผลการดำเนินงานสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย การประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย พิธีมอบรางวัลดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้แก่ บุคคลดีเด่น หน่วยงานดีเด่น ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จังหวัดต้นแบบขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และสถานศึกษาต้นแบบป้องกันการค้ามนุษย์ ประจำปี ๒๕๖๙ รวมถึงการจัดนิทรรศการเผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ บูธแสดงพัฒนาการของงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ บูธหน่วยงานด้านการดำเนินคดี ด้านการป้องกันและคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหาย ตลอดจนบูธจากองค์กร      ภาคประชาสังคมและองค์การระหว่างประเทศ

ในตอนท้าย นายนิกร โสมกลาง ได้กล่าวให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พร้อมย้ำว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกคนในสังคม เพื่อไม่ให้มีใครต้องเผชิญกับความอยุติธรรมนี้เพียงลำพังอีกต่อไป

สรุปให้ม้วนเดียวจบ! จ๊ะ นงผณี มาเคลียร์เอง ปมแตกหัก พิมรี่พาย

สรุปให้ม้วนเดียวจบ! จ๊ะ นงผณี มาเคลียร์เอง ปมแตกหัก พิมรี่พาย

สรุปให้ม้วนเดียวจบ! จ๊ะ นงผณี มาเคลียร์เอง ปมแตกหัก พิมรี่พาย

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.32 น.

เป็นประเด็นที่หลายคนจับตามาตลอด เมื่อนักร้องลูกทุ่งสาวอารมณ์ดีอย่าง “จ๊ะ นงผณี มหาดไทย” ถูกชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยในไลฟ์สดว่า กำลังมีปัญหากับแม่ค้าออนไลน์ชื่อดังอย่าง “พิมรี่พาย” หรือไม่ หลังจากที่ช่วงหลังมานี้ทั้งคู่ดูห่างเหินและไม่มีภาพร่วมงานกันเหมือนแต่ก่อน จนเกิดกระแสข่าวลือว่าทั้งคู่เกาเหลากันซะแล้ว ? 

ล่าสุด “จ๊ะ นงผณี” ไม่ปล่อยให้แฟนๆ สงสัยนาน ออกมาอัดคลิปวิดีโอชี้แจงประเด็นดราม่านี้แบบม้วนเดียวจบ ยืนยันสถานะความสัมพันธ์ชัดเจน ชนวนเหตุของดราม่าครั้งนี้ เริ่มต้นมาจากที่มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ในไลฟ์สดของจ๊ะในทำนองว่า “ชัด มีปัญหากับฝั่งนู้นแน่ๆ” ซึ่งคำว่า “ฝั่งนู้น” ที่หลายคนคาดเดาก็หมายถึง พิมรี่พาย เพื่อนสนิทที่เคยร่วมงานกันบ่อยครั้ง ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา จ๊ะได้ไปร่วมไลฟ์สดขายแชมพูกับ “น้องวิน” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง จนสร้างยอดขายถล่มทลาย ยิ่งทำให้คนจับตาว่าเป็นการเลือกข้างหรือไม่

งานนี้สาวจ๊ะเล่าถึงการไปทำงานกับน้องวิน พร้อมเปิดใจถึงความสัมพันธ์กับพิมรี่พายแบบตรงไปตรงมาว่า การไปไลฟ์กับน้องวินเป็นโอกาสที่ดี เพราะอีกฝ่ายโทรมาชวนโดยที่เธอไม่ได้เสียอะไรเลย แต่สามารถสร้างยอดขายแชมพูได้ถึง 7,000 บ้าน เป็นใครก็ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้

จ๊ะย้ำชัดว่าไม่ได้มีปัญหาโกรธเคืองกันแน่นอน “หากในอนาคต พิมรี่พาย โทรมาติดต่อให้ไปช่วยขายของ ก็ยินดีไปร่วมงานด้วยเช่นกัน” เพราะเธอพร้อมไปทุกที่ที่มีโอกาสเติบโต

สำหรับสถานะความสัมพันธ์ในปัจจุบัน จ๊ะให้ข้อคิดว่า เมื่อคนเราโตขึ้น ต่างคนต่างก็ต้องแยกย้ายไปทำงานและทำหน้าที่ของตัวเอง “การที่ไม่ได้คุยหรือไม่ได้เจอกัน ไม่ได้แปลว่าต้องทะเลาะกันเสมอไป” จ๊ะ นงผณี กล่าวทิ้งท้าย

@janongpanee

น่ารักกกกก .. ขอบคุณนะคะ 🫂💚 #จ๊ะนงผณี

♬ เสียงต้นฉบับ – จ๊ะ – จ๊ะ

GMM MUSIC – GMMTV ยกทัพสร้างสีสัน ชวนเยาวชนห่างไกลยาเสพติด ในกิจกรรม โครงการทูบีนัมเบอร์วัน

GMM MUSIC - GMMTV ยกทัพสร้างสีสัน ชวนเยาวชนห่างไกลยาเสพติด ในกิจกรรม โครงการทูบีนัมเบอร์วัน

GMM MUSIC – GMMTV ยกทัพสร้างสีสัน ชวนเยาวชนห่างไกลยาเสพติด ในกิจกรรม โครงการทูบีนัมเบอร์วัน

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.00 น.

เตรียมพบกับความสนุกและสร้างสรรค์ ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจและพลังบวกให้กับเยาวชนไทย กับกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด “โครงการทูบีนัมเบอร์วัน” เพื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหา      ยาเสพติด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยมี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธานโครงการ จัดโดย กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

ภายในงานเตรียมพบกับศิลปินและนักแสดงที่จะมาร่วมส่งต่อความสุขและสร้างสีสันแบบใกล้ชิด จัดเต็มความสนุกทั้ง 2 จังหวัด นำโดย ฟลุ๊ค – ณัฐนนท์ ทองแสง และ ฟอร์ด – อรัญญ์ อัศวสืบสกุล  นักแสดงจาก GMMTV ในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” จ. สระบุรี

ต่อเนื่องไปกับ จา สิงห์ชัย ศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค และ หลุยส์ – ธณวิน ธีรโพสุการ นักแสดง จาก GMMTV ที่เตรียมขนทั้งเสียงเพลง ความบันเทิง และกิจกรรมสุดใกล้ชิดไปพบกับน้องๆ ในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 ณ วิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี จ. ปราจีนบุรี พร้อมด้วยหนุ่มๆ วง 4TEENที่เตรียมตัวไปมอบความมันส์ในทุกจังหวัด

ฟลุ๊ค – ณัฐนนท์ ทองแสง เปิดเผยว่า

“รู้สึกดีใจมากครับ ที่จะได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมและพบกับน้องๆ อย่างใกล้ชิด สำหรับโครงการทูบีนัมเบอร์วันถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ช่วยส่งต่อพลังบวกและสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับเยาวชน อยากให้น้องๆ ทุกคนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ กล้าทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และอยู่ห่างไกลจากยาเสพติด แล้วเจอกันนะครับ”

จา สิงห์ชัย เปิดเผยว่า

“สำหรับครั้งนี้พวกเราก็เตรียมความสนุกไปฝากทุกคนแบบเต็มที่เลยครับ หวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้ม ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองดีๆกับน้องๆ และอยากฝากให้เยาวชนรุ่นใหม่ เชื่อมั่นในคุณค่า   ของตัวเองตั้งใจทำตามความฝัน และเลือกสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตนะครับ”

โอ๊ยเล่าเรื่อง แด่การจากลา…จนกว่าจะพบกันใหม่(UntilWeMeetAgain)

แด่การจากลา...จนกว่าจะพบกันใหม่(UntilWeMeetAgain)

แด่การจากลา…จนกว่าจะพบกันใหม่(UntilWeMeetAgain)

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.00 น.

เรื่องราวของ”ความตาย”ที่จะทำให้เข้าใจความหมายของ”การมีชีวิตอยู่หนังญี่ปุ่นดีๆ จากค่าย MStudio ดีงามยอดเยี่ยม เรียกน้ำตา ทำให้ ดูแล้ว รู้สึก จุกอก ขยี้ เข้าไปถึงข้างใน จากนวนิยายชื่อดัง ‘Hodonaku, Owakare desu’ ซึ่งเป็นผลงานเดบิวต์ระดับมาสเตอร์พีช ของ อ.นางาสึกิอามาเนะ(สำนักพิมพ์โชวาคุคังบุงโกะ)และสามารถคว้ารางวัลใหญ่Shogakukan BunkoNovelAward  ผลงานการกำกับของ  มิกิ ทาคาฮิโระ ได้ โอกาดะ โยชิคาซึ มาเป็นที่ปรึกษาเรื่องบท จากบทหนังของ ‘ฮอนดะ ทากาอากิ’ที่นำเนื้อหาจากนิยายทั้ง 3 เล่มมาผสมผสานกันให้ออกมาลงตัวที่สุด

เรื่องราวของ “ชิมิซึ มิโซระ” หญิงสาวผู้ล้มเหลวในการหางานครั้งแล้วครั้งเล่า จนไม่มีที่จะอยู่แต่เธอมีความสามารถที่ไม่สามารถบอกใครได้นั่นคือ “เธอสามารถสัมผัสกับวิญญาณได้” จนโชคชะตานำพาให้มาพบกับจุดเปลี่ยนเมื่อ “อุรุชิบาระ เรย์จิ” นักวางแผนงานศพมืออาชีพ สังเกตเห็นความลับของเธอ จึงชักชวนให้เธอเข้ามาฝึกงานที่บริษัทจัดงานศพ “บันโดไคคัง” และใช้ความสามารถนั้นให้เป็นประโยชน์ จนกลายเป็น “คู่หูนักวางแผนงานศพ” ร่วมมือกันเพื่อสร้างสรรค์”พิธีศพที่ดีที่สุด”แม้ว่าจะเป็น หนังเกี่ยวกับ ”การจากลา“ “คนตาย กับ คนเป็น” แต่ ตัวหนัง กลับ ไม่นำเสนอ ความเศร้าหมองไม่ต้องขยี้อะไรมากมากมายหนังเลือก ที่จะ ดึง คนดู ให้รู้สึก เศร้า/เสียน้ำตา/น้ำตาซึม ไปกับ ตัวละคร ผ่านสีหน้าท่าทาง การแสดงออก และอารมณ์ สิ่งที่อยู่ภายในใจ โดยไม่ต้องขยี้อะไรมากมาย

ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต…ปาฏิหาริย์จะบังเกิด..“.. งานวางแผนงานศพ ก็ เหมือน งานแต่งงาน เป็นงานที่ทำให้มีความสุข ไม่ใช่เศร้า ต่างกันแค่ งานศพ ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า..”
งานศพคืองานที่ทำเพื่อผู้ล่วงลับและครอบครัว..แด่การจากลา… จนกว่าจะพบกันใหม่(Until We MeetAgain)คือหนังโรแมนติกดราม่า/ครอบครัวที่ดูอบอุ่นเล่าเรื่องง่ายๆ สบายๆ ไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อน ตรงไปตรงมา ชัดเจน ในสิ่งที่ต้องการนำเสนอหนังพาไป สู่ การจากลา คนตาย กับ คนเป็น ผ่าน บริษัทการจัดการวางแผนงานศพของ ญี่ปุ่น ในทุกๆ ขั้นตอน การรับศพ เคลื่อนศพแต่งตัวแต่งหน้าศพงานสวดพิธีไว้อาลัยมาจนถึงงานณาปณกิจ

”ถึงเวลาต้องจากลากันแล้วค่ะครับ“

แม้ว่าจะเป็น หนังเกี่ยวกับ ”การจากลา“ “คนตาย กับ คนเป็น” แต่ ตัวหนัง กลับ ไม่นำเสนอ ความเศร้าหมองไม่ต้องขยี้อะไรมากมากมายหนังเลือก ที่จะ ดึง คนดู ให้รู้สึก เศร้า/เสียน้ำตา/น้ำตาซึม ไปกับ ตัวละคร ผ่านสีหน้าท่าทาง การแสดงออก และอารมณ์ สิ่งที่อยู่ภายในใจ โดยไม่ต้องขยี้อะไรมากมาย แต่ ก็ทำให้คนดูเกิด ความรู้สึกเศร้า ..จนค่อยๆ หลั่งน้ำตา มาแบบ ไม่รู้ตัว

หนังเล่าเรื่องสนุก ค่อยๆ ตามดู เด็กสาว เข้ามา ฝึกงาน กับ รุ่นพี่จอมเนี้ยบ (มาตามสูตร หนังแนวนี้)ที่ค่อยๆมีพัฒนาการผ่านเคสงานต่างๆที่เข้ามาหนังพูดถึง เรื่องของ “ผู้ล่วงลับ/คนตาย” กับ “ครอบครัวที่ยังอยู่” การ Move on การปล่อยวาง แต่ละเคส ที่ถูกใส่เข้ามา ชัดเจน ในเรื่อง เกิด/แก่/ตาย/เจ็บในวัยต่างๆในครรภ์/เด็กน้อย/ผู้ใหญ่/คนชรา หนังพาสนุกซาบซึ้งไปกับการดูสาวน้อยใช้สัมผัสพิเศษแก้ปมในใจผู้ล่วงลับสาวท้องแก่ที่อยากให้สามีใช้ชีวิตแบบมีความสุขเด็กน้อย ที่ทั้งชีวิต อยู่แต่ใน โรงพยาบาล อ่อนวัย เกินกว่า จะเข้าใจเรื่องการจากลาหญิงหม้ายที่ลูกๆเกลียดพ่อที่ทิ้งครอบครัวไปเพราะหนี้สินคุณย่าหญิงชราที่ค้างคาใจกับการจากไปของหลานตัวน้อยไปพร้อมๆ กับ รุ่นพี่หนุ่ม ใช้ ประสบการณ์ ปลดปล่อย คนในครอบครัวผู้ล่วงลับชายผู้สูญเสียภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์คู่สามีภรรยาที่สูญเสียลูกสาวตัวน้อยชายผู้ไม่อาจอยู่เคียงข้างในวาระสุดท้ายของคนรักที่แยกกันอยู่รวมทั้ง ในระหว่างทาง นอกจาก ความสัมพันธ์ ที่ค่อยๆ ดีขึ้น ของ พี่เลี้ยงรุ่นพี่ กับน้องฝึกงาน แล้วยังมีการคลายปมที่ค้างอยู่ในใจของทั้งคู่อีกด้วย

หนังเต็มไปด้วย ภาพต่างๆ ที่สดใส สีสันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นกลางคืนหรือกลางวัน ภาพต่างๆ เหมือน ภาพจากโปสการ์ด สวยๆ ของสถานที่ต่างๆ เหมือนเป็นตัวแทน การเดินทาง ของตัวละครตลอดเรื่องไม่มีภาพที่สลดหดหู่ไม่มีภาพมืดครึ้มอึมครึมเศร้าหมองหรือ การที่ นางเอก มองเห็นผี แต่ หนังไม่มีเทคนิคพิเศษ ไม่มีผีน่ากลัว ไม่มี อิทธิปาฏิหารย์ แต่ ก็ทำให้ดูแล้วรู้สึกได้ถึงวิญญาณดนตรีประกอบออกมาไพเราะ ฟังสบายๆ ไม่ฟังแล้ว รุ้สึกเศร้า ผลงาน คาเมดะเชจิแม้แต่บรรดานักแสดงยังออกมาหน้าตาดีดูดีกันทุกคน

ฮามาเบะ มินามิ สวย..สวย..เป็น ชิมิซึ มิโซระ สาวเห็นผี ที่ดูสดใส น่ารักมากๆ ทำให้ หนังดูสนุกไม่เครียดแต่พอมาถึงฉากดราม่าก็เรียกน้ำตาให้คนดูร้องไห้ตาม

 เมงุโระ เรน หล่อดูดี นิ่งๆ เรื่อยๆ แต่ดูมีอะไร  เป็น  อุรุชิบาระ ที่มีเสน่ห์ สายตา ที่แอบ/ชำเลือง มองน้องฝึกงาน ดีงามมากๆนักแสดงสมทบคนอื่นๆ มาน้อย แต่ดูดี เล่นดี เล่นเป็นธรรมชาติ ทุกๆ คน อาทิ โมริตะ มิชาโตะ/ฟุรุงาวะโคโตเนะ, คิตามุระ ทาคุมิ, ชิดะ มิไร, วาตานาเบะเคสุเกะโนนามิ มาโฮะ, นิชิกาคิ โซ, คุโบะ ซิโอริ / ฮาราดะ ไทโซ มิตสีอิชิ เคน,ซูซูกิ โคสุเกะ, นางาชากุ ฮิโรมิ,นัตสึกิมาริ ที่ชอบมากรักมากทำเอาน้ำตาซึมกับสองเด็กน้อยที่มารับบท เด็กน้อยในโรงพยาบาลกับพี่สาวของมิโซระทำเอาน้ำตาซึมได้หนังปิดท้ายอย่างงดงาม ด้วย AMAZING GRACE ของ เทชิมะ อาโออิ เพลงไพเราะ ส่งท้ายช่วง เอนเครดิต และ คำพูดดีๆ ส่งท้าย
“แด่การจากลา(ชั่วคราว)…จนกว่าจะพบกันใหม่เมื่อถึงเวลา”น้ำตาไหล..น้ำตาซึม..ยิ้มทั้งน้ำตา แบบนี้เอาไปเลย10/10คะแนน

ปล.เรื่องอินมากไปกับการมองเห็นผีแล้วช่วยแก้ปมในใจเพราะในชีวิตจริงเคยมีประสบการณ์ตรงจากการเปิดไพ่ทำนายดวงที่เคยสัมผัส กับ คนตาย แบบใน หนังเปี๊ยบ ในหลายครั้ง ..จนช่วย ลูกดวง คลายปม

ใครทันบ้าง? ย้อนวันวาน ‘ใหม่ เจริญปุระ – ทิน โชคกมลกิจ’ อดีตคู่รักปีลึกมาก เจอกันอีกทีมีแต่คำว่าน่ารัก

ใครทันบ้าง? ย้อนวันวาน 'ใหม่ เจริญปุระ - ทิน โชคกมลกิจ' อดีตคู่รักปีลึกมาก เจอกันอีกทีมีแต่คำว่าน่ารัก

ใครทันบ้าง? ย้อนวันวาน ‘ใหม่ เจริญปุระ – ทิน โชคกมลกิจ’ อดีตคู่รักปีลึกมาก เจอกันอีกทีมีแต่คำว่าน่ารัก

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.51 น.

กลายเป็นโมเมนต์ต่อใจที่ทำเอาหลายคนถึงกับอุทานว่า “เพิ่งรู้!” เมื่อผู้ใช้ TikTok บัญชี Slur.life เผยคลิปนาทีประทับใจ การรียูเนี่ยนของอดีตคู่รักคนดังยุค Y2K ระหว่างร็อกเกอร์สาวตัวแม่ “ใหม่ เจริญปุระ” และพิธีกร-ผู้ประกาศข่าวหล่ออมตะ “ทิน โชคกมลกิจ”

บอกเลยว่างานนี้มีแต่ความน่ารัก เพราะทั้งคู่ทักทายและหยอกล้อกันตามประสาคนคุ้นเคยในวงการ แต่อ๊ะๆ… ไหนใครเพิ่งรู้บ้างว่าคู่นี้เขาเคยเป็นแฟนกันมาก่อน? ต้องย้อนไปปีลึกมากๆ ใครจำโมเมนต์ช่วงนั้นได้ 

แม้ว่าเรื่องราวความรักของ ใหม่ เจริญปุระ และ ทิน โชคกมลกิจ จะต้องย้อนกลับไป “ปีลึกมาก” และต่างคนต่างแยกย้ายไปเติบโตในเส้นทางของตัวเอง โดยพี่ใหม่ยังคงเป็นซุปตาร์ตัวแม่ของวงการเพลงไทย ส่วนคุณทินก็เป็นผู้ประกาศข่าวและพิธีกรแถวหน้า

แต่การโคจรมาเจอกันในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพที่ยังคงสวยงามและไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ดีๆ ของคนบันเทิงที่ทำให้คนดูยิ้มตามได้จริงๆ

‘เต้ย-เซ้นต์’ ตะลุยวิถีเกษตรแปรรูปสุดพรีเมียม สัมผัสนวัตกรรมจากผืนดินสู่สากล

‘เต้ย-เซ้นต์’  ตะลุยวิถีเกษตรแปรรูปสุดพรีเมียม สัมผัสนวัตกรรมจากผืนดินสู่สากล

‘เต้ย-เซ้นต์’ ตะลุยวิถีเกษตรแปรรูปสุดพรีเมียม สัมผัสนวัตกรรมจากผืนดินสู่สากล

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.40 น.

ร่วมเดินทางไปกับพิธีกรหนุ่ม เต้ย พงศกร และแขกรับเชิญ เซ้นต์ ศุภพงษ์ ใน One Day Trip  ณ จังหวัดนครราชสีมา เริ่มต้นความสดชื่นด้วยการพายเรือคายัค ชมความงามของนํ้าผุดธรรมชาติสีฟ้าคราม ณ วิสาหกิจชุมชนท่าช้าง ก่อนจะแวะเช็กอินแหล่งของฝากระดับตํานานที่ “ไร่สุวรรณ” ลิ้มรสชาติความหอมหวานของนํ้าข้าวโพดและข้าวโพดฝักนึ่ง ที่ส่งตรงจากงานวิจัยสู่มือผู้บริโภค และไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือการสวมบทบาทเกษตรกรลงมือเก็บองุ่นสด และมัลเบอร์รี่ลูกดกสีดําสนิทเต็มต้นท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญาที่รักษาคุณค่าจากผืนดินไว้อย่างดีเยี่ยม

ความตื่นตาตื่นใจยังอยู่ที่การยกระดับผลผลิตทางการเกษตรจากไร่มัลเบอรี่เขาใหญ่ ที่แปรรูปมัลเบอรี่ให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์แปรรูปโฮมเมดระดับพรีเมียม” แยมมัลเบอร์รี่สูตรลับที่เน้นเนื้อผลไม้แบบเต็มคํา ไม่ใส่สารกันเสีย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพ เป็นที่ชื่นชอบถึงต่างแดน

นอกจากนี้ผู้ที่สนใจเรื่ององุ่นห้ามพลาดกับ ไร่องุ่นเจริญทรัพย์ ที่จะพาผู้ชมไปเก็บผลองุ่นสดๆ กันถึงต้น บอกเลยว่าแต่ละที่ ธ.ก.ส. ยังคงเป็นกองหนุนที่สําคัญในฐานะเกษตรกรหัวขบวน ที่เข้ามาสนับสนุนการสร้างโรงแปรรูปที่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งนําเทคโนโลยีมาใช้ยืดอายุสินค้าและขยายตลาดผ่าน Branch Outlet ของธนาคารทั่วประเทศ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนให้คนในชุมชนอย่างยั่งยืน

มาร่วมสัมผัสความสุข ความสนุก พร้อมแรงบันดาลใจในการยกระดับเกษตรไทย ที่จะเปลี่ยนผลผลิตท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าระดับพรีเมียม ในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายนนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD

ล้วงลึกทุกเรื่องลับ เชียร์ ฑิฆัมพร เปิดหัวใจเคลียร์วันก้าวข้ามดราม่า พร้อมเล่าถึงความรักครั้งใหม่

ล้วงลึกทุกเรื่องลับ เชียร์ ฑิฆัมพร เปิดหัวใจเคลียร์วันก้าวข้ามดราม่า พร้อมเล่าถึงความรักครั้งใหม่

ล้วงลึกทุกเรื่องลับ เชียร์ ฑิฆัมพร เปิดหัวใจเคลียร์วันก้าวข้ามดราม่า พร้อมเล่าถึงความรักครั้งใหม่

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.15 น.

“เชียร์ ฑิฆัมพร” เปิดหมดทุกคำตอบ ใน “ดวงใจ STORY” เจาะลึกชีวิตในวงการบันเทิง ทำไมถึงไม่กล้าลืมตัว หลังอยู่ท่ามกลางสปอตไลต์มาอย่างยาวนาน รวมถึงเหตุผลด้วยรอยยิ้มถึงสถานะหัวใจในวันนี้ที่ไม่โสดแล้วไปกันต่อกับ  ดวงใจ STORY รายการพอดแคสต์ ของ ช่อง 7HD ที่จะมานั่งพูดคุยกับบุคคลทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง ที่มี STORY อยู่ในดวงใจ EP นี้ พบกับนางเอกสาวสุดฮอตมากฝีมือ เชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ที่จะมาบอกเล่าทุกเรื่องราวในชีวิตแบบหมดเปลือก แบบที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน 

ทันทีที่ถึงเวลานัดหมาย เชียร์มาพร้อมรอยยิ้มสดใสและพลังบวกเต็มเปี่ยม อารมณ์ดีเป็นกันเองเหมือนเช่นเคย เปิดใจเล่าตั้งแต่ชีวิตในวัยเด็ก ในฐานะลูกสาวคนกลางของครอบครัว จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการบันเทิงจากการประกวด จนมาถึงเวทีใหญ่ “มิสทีนไทยแลนด์” แบบไม่คาดฝัน และความรู้สึกในวินาทีที่ได้รับตำแหน่งซึ่งเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปตลอดกาลนอกจากนี้ เชียร์ยังพาย้อนเส้นทางความสำเร็จในฐานะนางเอกช่อง 7HD ที่สร้างผลงานโดดเด่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “เบญจา คีตา ความรัก”, “อุ่นไอรัก”, “คมแฝก” และ “รุกฆาต” พร้อมเปิดมุมมองการวางตัวในวงการบันเทิงตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอไม่เคยกล้าลืมตัว แม้จะอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์และความสำเร็จมาอย่างยาวนาน

อีกหนึ่งช่วงที่ไม่ควรพลาด คือการเปิดใจถึงประเด็นดราม่าต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต พร้อมวิธีรับมือและดูแลหัวใจของตัวเองให้ก้าวผ่านทุกเรื่องราวมาได้อย่างเข้มแข็งพิเศษสุดกับการเปิดโหมดคนมีรัก ที่เชียร์ยิ้มกว้างพร้อมเล่าถึงความสัมพันธ์กับนักธุรกิจสาวนอกวงการ ผู้เข้ามาเติมเต็มชีวิตและทำให้หัวใจกลับมาเป็นสีชมพูอีกครั้ง พร้อมเผยโมเมนต์ความคลั่งรักที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของเรื่องราวสุดประทับใจในรายการ “ดวงใจ STORY”  เพราะยังมีอีกหลายแง่มุมในชีวิตที่ เชียร์ พร้อมเปิดเผยเป็นครั้งแรกติดตามความสนุก ความสุข และแรงบันดาลใจจากผู้หญิงคนนี้ได้แบบเต็มอิ่มในรายการและสามารถติดตามอัปเดต EP ใหม่ กับแขกรับเชิญในดวงใจคนต่อไปได้ทุกวันพฤหัสบดีแรกของเดือน ทาง YouTube และ Facebook : Ch7HDติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD

แลคตาซอย ร่วมยินดีความสำเร็จ ชิงช้าสวรรค์ 2026 เติมพลังเยาวชนทุ่มเทเดินตามฝันดนตรีลูกทุ่งไทย

แลคตาซอย ร่วมยินดีความสำเร็จ ชิงช้าสวรรค์ 2026 เติมพลังเยาวชนทุ่มเทเดินตามฝันดนตรีลูกทุ่งไทย

แลคตาซอย ร่วมยินดีความสำเร็จ ชิงช้าสวรรค์ 2026 เติมพลังเยาวชนทุ่มเทเดินตามฝันดนตรีลูกทุ่งไทย

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.46 น.

รายการ “ชิงช้าสวรรค์ 2026” การแข่งขันประกวดวงดนตรีลูกทุ่งระดับมัธยมศึกษาที่ยิ่งใหญ่ และได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วประเทศ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำเสนอโชว์ที่ผสมผสานดนตรีลูกทุ่งไทยแท้เข้ากับโปรดักชันสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง บริษัท แลคตาซอย จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของรายการ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและเติมพลังความทุ่มเทให้กับเยาวชนไทยทั่วประเทศ ได้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพอย่างไร้ขีดจำกัด เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มุ่งเข้าถึงผู้บริโภคทุกช่วงวัย ทั้งในมิติของสุขภาพและความบันเทิงในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

สำหรับผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ โรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและสร้างสรรค์ จนสามารถคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยทุนการศึกษา 1,000,000 บาท จากแลคตาซอยไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี และยังควบตำแหน่งขวัญใจมหาชนอีกด้วย ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) จังหวัดสงขลา และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

นางสาวพรรวนา มหาทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและการตลาดสัมพันธ์ บริษัท แลคตาซอย จำกัด กล่าวว่า “แลคตาซอยมีความภาคภูมิใจและยินดียิ่งที่ได้เห็นพลังความตั้งใจของเยาวชนไทย ทุก ๆ สัปดาห์เราได้เห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดและความทุ่มเทของน้อง ๆ ทุกทีม ที่มุ่งมั่นในการฝึกฝนเพื่อพัฒนาความสามารถของตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง แลคตาซอยขอส่งกำลังใจให้และชื่นชมในความมุ่งมั่นของทุก ๆ ทีม สิ่งสำคัญที่สุดคือ เยาวชนได้มีประสบการณ์และการเติบโตบนเวทีแห่งนี้ แลคตาซอยพร้อมที่จะเดินหน้าสนับสนุนทุกกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพเชิงบวกต่อไปในอนาคต”

ตัวแทนจากทีมชนะเลิศ โรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า “รู้สึกดีใจมากที่ได้พัฒนาศักยภาพตัวเอง แล้วก็ทำให้มีเวทีไว้แสดงสามารถ ได้มาร่วมเรียนรู้นอกห้องเรียนกับเพื่อน ๆ และได้ทำตามความฝัน เป็นเวลาสี่ปีแล้วที่พวกเราอยู่บนเส้นทางการแข่งขันมาจนถึงวันนี้ ผลงานที่ได้รับคือเครื่องตอบแทนความพยายามของพวกเราทุกคน รวมถึงเบื้องหลังที่ช่วยผลักดันพวกเรามาโดยตลอด”

ด้านตัวแทนจากโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) ซึ่งคว้ารางวัลรองชนะเลิศ กล่าวว่า “รู้สึกว่าตั้งแต่ที่มารายการนี้ เราได้พัฒนาอะไรหลาย ๆ อย่างมาก จากคำติชมของทางคณะกรรมการ และรู้สึกดีใจที่วันนี้ได้พัฒนามาถึงขั้นนี้ ซึ่งวันนี้ก็ได้ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว และจะนำคำติชมของคณะกรรมการไปปรับใช้และทำให้ดีขึ้นอีก”

ในขณะที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 กล่าวว่า “ดีใจที่ได้มิตรภาพ ได้เพื่อนเพิ่มขึ้น แล้วก็ได้เห็นความสามัคคีของวง ดีใจมาก ๆ ที่เพื่อน ๆ มีความฝันเดียวกัน”

ความสำเร็จในรายการชิงช้าสวรรค์ 2026 เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า เวทีประกวดที่ดีคือพื้นที่ที่เยาวชนจะได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เพราะเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ความฝัน และแรงบันดาลใจของเยาวชนไทย ซึ่งแลคตาซอยพร้อมที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงใจคอยเติมทุกพลังความทุ่มเทให้กับคนรุ่นใหม่ในทุก ๆ ก้าวเดิน

ผลิตภัณฑ์แลคตาซอย มีวางจำหน่ายในร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์ได้ที่ LactasoyShop.com

สามารถติดตามกิจกรรมดี ๆ พร้อมเติมทุกพลังความทุ่มเท ได้ที่ Facebook/ IG/ TikTok : @lactasoyclub

#แลคตาซอย #Lactasoy

ไอคอนสยามแตก! เอ ศุภชัย-อั้ม พัชราภา ลุคสุดจึ้ง นำทีมขบวนPride Parade อลังการ สวยมาก

ไอคอนสยามแตก! เอ ศุภชัย-อั้ม พัชราภา ลุคสุดจึ้ง นำทีมขบวนPride Parade อลังการ สวยมาก

ไอคอนสยามแตก! เอ ศุภชัย-อั้ม พัชราภา ลุคสุดจึ้ง นำทีมขบวนPride Parade อลังการ สวยมาก

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.30 น.

ต้องบอกเลยว่าเป็นงานร่วมฉลอง Pride Month 2026 และงานเปิดตลาดที่ยิ่งใหญ่สวยงาม อลังการงานสร้างมากๆ ของผู้จัดคนเก่ง พี่เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร กับงาน A fair อร่อยเกรดเอ ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม ในคอนเส็บต์ A Fair x Unity of Pride at ICONSIAM เพราะเปิดงานด้วยการที่พี่เอ ศุภชัย ควงกระบองเป็นดรัมเมเยอร์ เดินนำขบวนโยธวาทิต จากโรงเรียนโยธินบูรณะ แล้วมีซุปตาร์คนสวยของเรา อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ นั่งรถคันงามเปิดประทุน ในลุคสวยงามสุดจึ้ง แปลกตามาก ไม่เคยแต่งแบบนี้มาก่อน ผู้คนแห่แหนมาดูกันเต็มห้าง ตามด้วยขบวนพาเหรด Pride Month สุดยิ่งใหญ่ ของเหล่าอินฟลู LGBTQ แก๊งค์หิ้วหวี ได้แก่ นัท นิสามณี, มิกซ์ เฉลิมศรี, เอแคลร์ จือปาก, ตูน Alie Blackcobra และ เอิ๊ก ชาลิสา แต่งตัวกันเต็มสตรีม สวยงามสุดสุด เป็นงานเปิดตลาดที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

โดย พี่เอ ศุภชัย เปิดใจถึงงานเอแฟร์ในครั้งนี้ว่า

ถือเป็นการร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month 2026 ก็เลยชวนพี่อั้ม พัชราภา มาแต่งตัวสวยงามอีกลุคหนึ่ง ใครเห็นก็ชม คุณน้องสวยมากๆ ยิ่งมานำทีมขบวนพาเหรด งามตระการตาจริงๆแล้วก็ชวนน้องๆแก๊งค์หิ้วหวีมาร่วมด้วย แต่งตัวกันสวยงามเข้ากับงานมากๆ พี่เอแฮปปี้มีความสุขมาก นานๆได้จัดงานแบบนี้ในการเปิดตลาดของเราเอง และเป็นครั้งแรกที่มาจัดงานที่ไอคอนสยามด้วย ดีใจมากเลยค่ะ แล้วงานนี้นอกจากขายอาหารแล้ว ก็มีบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้หลากหลายชนิดจาก “ไอยราผลไม้” แล้วก็มีดารานักแสดงมาสร้างความสุขให้ทุกวัน อย่างวันที่ 4 มิถุนายน พี่ตั๊กแตน ชลดา ก็จะมาจัดมินิคอนเสิร์ตโชว์เพลงเพราะๆให้ฟัง วันที่ 7 มิถุนายน ก็มีน้องต้นข้าว สุปรียา นักร้องคนเก่งของเรา แล้ววันที่ 9 มิถุนายน พี่ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ มาโชว์มินิคอนเสิร์ตอีก คึกคักสนุกสนานแน่นอน ส่วนวันที่ 10 มิถุนายน น้องจินนี่ ณัฐณิชา และ เจน่า แองเจลิน่า นักแสดงยูริชื่อดังจากเรื่อง”พิษรัก” ก็มาจัดกิจกรรมพิเศษให้อีก แล้วยังมีอีกหลายคน มาได้ทุกวันเลยค่ะ สนุกแน่นอน”ย้ำกันอีกครั้งกับงานเอแฟร์ ครั้งที่ 12  A Fair x Unity of Pride at ICONSIAM จัดตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ที่ ริเวอร์พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม อย่าพลาดเชียว…

ประเสริฐ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก

ประเสริฐ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก

ประเสริฐ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.45 น.

‘ประเสริฐ’ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก เร่งดัน พ.ร.บ.สภาครูฯ โละคำสั่ง คสช. มั่นใจ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ใช้ทันปี 70 ปรับโฉมการศึกษาไทย

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ที่จังหวัดนครราชสีมา และเป็นประธานเปิดการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายในระดับพื้นที่ Korat Next-Gen All For Education ยกระดับคุณภาพการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา สู่อนาคตแห่งโอกาส และฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่ โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ผู้บริหารระดับสูงองค์กรหลักของศธ. ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วม กว่า 1,500 คน 

โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ตนมาตรวจราชการแล้วมีความคุ้นเคยมากที่สุด เนื่องจาก เป็น ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ถึง 7 สมัย จังหวัดนครราชสีมาถือเป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ แต่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพีเป็นอันดับ 10 ความท้าทายในการพัฒนา ต่อจากนี้มีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ อย่างแรกคือจำนวนประชากรที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนแปลงไป จำนวนนักเรียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ลงการลงทุนด้านการศึกษาก็จะต้องมีความเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากเดิมเรามีการลงทุนด้านโครงสร้าง เช่น การก่อสร้างอาคารเรียน มาเป็นการตั้งงบประมาณสนับสนุน เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา โดยเฉพาะเรื่อง เทคโนโลยี ที่มีความสำคัญ กับการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ อีกส่วนคือเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปมีสงครามความขัดแย้งเกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ของความขัดแย้ง ที่จะขาดโอกาส เพราะงบประมาณของประเทศจะถูกนำไปใช้ในเรื่องของความมั่นคงมากขึ้น เกิดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการพัฒนาการศึกษา โดยบูรณาการการจัดการศึกษาร่วมกันทุกภาคส่วน ซึ่งตนใช้คำว่า  All For Education การศึกษาต้องไม่ใช่เรื่องของการเมืองแต่เป็นการทำงานร่วมกัน  

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพราะมาเน้นย้ำนโยบายและติดตามการทำงาน ความพร้อมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งก็เป็นไปด้วยดี และจากการ ลงรายละเอียดนโยบายเพิ่มเติมและการ ทำเวิร์กช็อปเพื่อให้ได้คำตอบจากพื้นที่สู่ระดับกระทรวงฯ และสัมมนาวันนี้จึงมีความสำคัญที่สามารถนำข้อได้ไปประกอบการพิจารณาเรื่อง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ในอนาคต ทั้งนี้ ตั้งใจจะทำให้โคราชเป็น Sandbox ของการปฏิรูปการศึกษาของประเทศต่อไป โดยจะร่วมกับทุกหน่วยงาน ต้องบูรณาการทำงานร่วมกันไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพื่อให้เห็นภาพเดียวกันอย่างเป็นระบบ และส่งต่อคุณภาพการศึกษาให้กับเด็กทุกคน ตนอยากเห็นการประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของระบบนิเวศที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา โดยขอย้ำ นโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา 5 ด้าน  1. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ ด้านงบประมาณและโอกาส 3. ยกระดับการเรียนรู้ สู่โลกความจริง 4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง 5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…  อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือ ร่าง พ.ร.บ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ…. ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะเป็นการยกเลิกคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการปรับโครงสร้างองค์ประกอบของ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) 

ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ ที่ต้องดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 มิถุนายน นี้ จะมีความร่วมมือ ระหว่าง ศธ. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย(มท.) เป็นการมอบนโยบายในทุกมิติ โดยมิติที่เกี่ยวข้องกับศธ. คือการเดินหน้านโยบาย Thailand Zero Dropout ดึงเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กลับเข้าเรียน  และประเด็นสุดท้าย คือ โคราช  Sandbox ก้าวสู่ Learning and Innovation City ซึ่ง คำว่า Sandbox คือพื้นที่นำร่องในเรื่องต่าง ๆ ระบบครัวกลาง “Cloud Kitchen” ในพื้นที่ ซึ่งตนให้ความสำคัญ ทั้งในโรงเรียนนวัตกรรมทางการศึกษา และโรงเรียนทั่วไป อื่นๆ โคราชจะเป็นต้นแบบ ที่ส่งผลกระทบกับโรงเรียนทั่วประเทศและถ้าเราสามารถบูรณาการข้อมูล ทั้งท้องถิ่นและโรงเรียนในสังกัดทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคน จะทำให้โครงการนี้ ประสบผลสำเร็จมากขึ้น

“สิ่งที่ผมพูดหลายๆเรื่องไม่ใช่ความฝัน วันนี้ผมมาจุดประกายมาสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความไว้ใจ และมาสร้างโอกาสให้กับทุกคนในพื้นที่โคราช  มาศึกษาจุดอ่อนจุดแข็ง และศธ.จะพัฒนาไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยยึดประโยชน์ของเด็กเป็นศูนย์กลางและไม่ให้ใครหลุดจากระบบการศึกษาจะร่วมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับระบบการศึกษาไทย เพื่อให้เด็กไทยเป็นเด็กที่มีความรู้ความสามารถเป็นพลเมืองของชาติและเป็นพลเมืองของโลกในอนาคต ครูและผู้บริหาร คือหัวใจของความเปลี่ยนแปลง และถ้าสามารถประกาศใช้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้ภายในปี 2570 จะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” นายประเสริฐ  กล่าว 

ด้านนายอัครนันท์ กล่าวว่า ตลอด 2 เดือนที่มาดูการศึกษาถือว่าได้ทำงานที่มีความท้าทายต่อเนื่อง เพื่อสร้าง ศธ.ยุคใหม่ที่สามารถทะลวงปัญหาต่าง ๆและหนึ่งเรื่องที่ยากทำมากที่สุด คือ การลดภาระครู โดยในวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศยกเลิกการประเมินและกิจกรรมที่เป็นภาระครูไปได้หลายโครงการ และเร็ว ๆนี้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. จะออกปนะกาศ ยกเลิกโครงการโรงเรียนสีขาวในปี 2570 อย่างเป็นทางการ 

“การลดระครู ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ศธ. ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ตั้งใจจะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ และเชื่อว่าผู้บริหารองค์กรหลักของศธ. ทุกคน จะช่วยกันดำเนินการให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นยุคทองของศธ. และเกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง” นายอัครนันท์ กล่าว