‘กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ’ ลงพื้นที่ ช่องสายตะกู ‘ฝั่งเขมร’ เริ่มซ่อมแซม ‘กาสิโนสายตะกูรีสอร์ท’

‘กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ’ ลงพื้นที่ ช่องสายตะกู ‘ฝั่งเขมร’ เริ่มซ่อมแซม ‘กาสิโนสายตะกูรีสอร์ท’

‘กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ’ ลงพื้นที่ ช่องสายตะกู ‘ฝั่งเขมร’ เริ่มซ่อมแซม ‘กาสิโนสายตะกูรีสอร์ท’

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.41 น.

‘กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ’ ยกคณะลงพื้นที่ ‘ช่องสายตะกู’ จ.บุรีรัมย์ ติดตามสถานการณ์ ’ชายแดนไทย-กัมพูชา‘ ขณะที่ ‘ฝั่งเขมร’ เริ่มซ่อมแซม ‘กาสิโนสายตะกูรีสอร์ท’ หลังเจอ ‘F-16ไทย’ โจมตีจนได้รับความเสียหาย

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ที่ด่านพรมแดนช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยพล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษากมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ นายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ในฐานะโฆษก กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ พร้อมด้วยคณะฯ ลงพื้นที่รับฟังสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย – กัมพูชา รวมถึงผลกระทบ และตรวจเยี่ยมบริเวณพื้นที่ช่องสายตระกู จ.บุรีรัมย์

โดยมี พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 , พ.อ.กิตติวรา อารีรักษ์ หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กกล.สุรนารี , ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ , นายอัครพันธุ์ พูลศิริ ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ และ นายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กล่าวรายงาน

นอกจากนี้คณะได้เดินทางมาที่ด่านพรมแดนช่องสายตะกู เพื่อสังเกตการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ พบว่าในวันนี้ยังคงหลงเหลือร่องรอยความเสียหายจากการปะทะกันของทหารทั้งสองฝ่ายให้คณะได้เห็น และผู้สื่อข่าวยังได้สังเกตเห็นทหารฝั่งกัมพูชาได้ปักหลักรอบริเวณหลังแนวรั้วของพรมแดน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังสังเกตเห็นทหารของฝั่งกัมพูชา ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปคณะของไทยที่เข้าไปสังเกตการณ์ และยังพบว่าบริเวณกาสิโนสายตะกูรีสอร์ท ที่ตั้งอยู่ฝั่งกัมพูชาที่ได้รับความเสียหายและผลกระทบ ได้เริ่มนำเครนมาติดตั้งเพื่อทำการซ่อมแซม หลังถูกฝั่งไทยใช้ F-16 โจมตีจนได้รับความเสียหาย ตอนปะทะกัน

​

‘สุขสมรวย’ ลุยขอนแก่น ผยข่าวดีเพิ่มทุน 570 กองทุนหมู่บ้าน ลั่นล้างบางทุจริต ดึงอัยการ-ตำรวจจัดการ

‘สุขสมรวย’  ลุยขอนแก่น ผยข่าวดีเพิ่มทุน 570 กองทุนหมู่บ้าน ลั่นล้างบางทุจริต ดึงอัยการ-ตำรวจจัดการ

‘สุขสมรวย’ ลุยขอนแก่น ผยข่าวดีเพิ่มทุน 570 กองทุนหมู่บ้าน ลั่นล้างบางทุจริต ดึงอัยการ-ตำรวจจัดการ

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.36 น.

 “รมต.สุขสมรวย” ลุยขอนแก่น เผยข่าวดีเพิ่มทุน 570 กองทุนหมู่บ้าน ครอบคลุม 16 จังหวัด วงเงินกว่า 39 ล้านบาท สั่งล้างบางทุจริตกองทุนหมู่บ้าน! เปิดฉากกวาดล้างการยักยอก-ใช้เงินผิดประเภท ดึง “อัยการ-ตำรวจ” ดำเนินคดีเด็ดขาด พร้อมเปิดวอร์รูมรับแจ้งเบาะแสผ่านเว็บหลักทันที

11 กรกฎาคม 2569 นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) 
ลงพื้นที่เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ในพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เน้นย้ำเร่งดำเนินการ “โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง”  เพื่อการลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และช่วยให้ประชาชนสามารถนำเงินไปต่อยอดการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในรอบแรกได้อนุมัติเงินเพิ่มทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ยื่นคำขอเข้ามาและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการ จำนวน 570 กองทุน ครอบคลุม 16 จังหวัด วงเงินเพิ่มทุนรวม 38,530,000 บาท

นอกเหนือจากมาตรการลดภาระดอกเบี้ยแล้ว นางสุขสมรวย ยังได้เปิดเผยถึงแผนการเชิงรุกในการเคลียร์ “งานค้างประวัติศาสตร์”  ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 14 ปี (ตั้งแต่ปี 2555) ในโครงการฟื้นฟูและจัดสรรเงินเพิ่มทุน 1,000,000 บาท (ล้านที่ 2) ให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่าเม็ดเงินรวมสูงถึง 3.4 พันล้านบาท โดยได้ประกาศจุดยืนเด็ดขาด มอบนโยบายเร่งรัดให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เร่งสะสางและกวาดบ้านด่วน ซึ่งล่าสุดสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้ขานรับลูกระดมทีมผู้บริหารระดับสูงทั้งส่วนกลาง และสาขาเขตทั่วประเทศ มาร่วมเวิร์กชอปจัดทำโรดแมปการดำเนินงานแบบควบคู่ คือ “ฟื้นฟูไปพร้อมกับเพิ่มทุน” ในระยะที่ 3

“จากการลงพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พบว่ามี 15 กองทุน ที่ยังไม่ได้เงินล้านที่ 2 โดยอยู่ระหว่างการเร่งฟื้นฟู ซึ่งตนกำลังประสานงานและอำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสาร เพื่อให้สามารถอนุมัติให้ครบทั้ง 15 กองทุน และนำเงินลงสู่ชุมชนได้โดยเร็วที่สุด” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

วันเดียวกันนี้ นางสุขสมราย สั่งล้างบางทุจริตกองทุนหมู่บ้าน! เปิดฉากกวาดล้างการยักยอก-ใช้เงินผิดประเภท ดึง “อัยการ-ตำรวจ” ดำเนินคดีเด็ดขาด พร้อมเปิดวอร์รูมรับแจ้งเบาะแสผ่านเว็บหลักทันที ประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาดในการเดินหน้าปฏิรูปและแก้ไขปัญหากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การปราบปรามและขจัดปัญหาการทุจริต การยักยอกทรัพย์ รวมถึงการนำเงินกองทุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำลายระบบเศรษฐกิจฐานราก และพรากโอกาสไปจากพี่น้องประชาชน เพื่อสอดรับรัฐบาลยุคปัจจุบันมีนโยบายงดเว้นความโปร่งใสไม่ได้ (Zero Tolerance) โดยกองทุนหมู่บ้าน จะต้องเป็นแหล่งทุนที่สะอาดและพึ่งพาได้ของชุมชนอย่างแท้จริง หากพบว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หรือมีกลุ่มบุคคลใดแสวงหาผลประโยชน์จากเงินของส่วนรวม จะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดทั้งทางแพ่งทางอาญา และทางวินัยโดยไม่มีข้อยกเว้น ดำเนินการทันที ดังนี้

1. เปิดช่องทางร้องเรียนตรง ยื่นหลักฐานผ่านระบบออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการที่ http://www.villagefund.or.th โดยประชาชน สมาชิก หรือผู้พบเห็นความผิดปกติ สามารถส่งข้อมูล รายละเอียด หรือเอกสารหลักฐานเข้ามาในระบบได้ทันที ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับขั้นสูงสุดเพื่อความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแส

2. ส่งต่อขุนพลกฎหมาย ดึง “อัยการ-ตำรวจ” ร่วมทำคดีเด็ดขาด เมื่อระบบได้รับเรื่องร้องเรียน สทบ. จะตั้งทีมเอกซเรย์ข้อมูลอย่างเร่งด่วน หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูลความจริงและเข้าข่ายการกระทำความผิดทางกฎหมาย จะไม่มีการประนีประนอมใดๆ ทั้งสิ้น โดย สทบ. จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ส่งต่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็ว โดยประสานงานร่วมกับ สำนักงานอัยการ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดจนถึงขั้นติดคุกและยึดทรัพย์สินที่ยักยอกไปกลับคืนสู่ชุมชน

“เงินกองทุนหมู่บ้าน คือภาษีของประชาชนและเป็นเส้นเลือดฝอยในการหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจชุมชน ใครที่คิดจะทุจริต ยักยอก หรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ต้องไม่มีที่ยืน ยุคนี้เราทำงานร่วมกับฝ่ายกฎหมาย ทั้งตำรวจและอัยการ เพื่อจัดการคนผิดให้เร็วที่สุด จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติ แจ้งเข้ามาที่เว็บไซต์ของ สทบ. ได้ทันที เพื่อร่วมกันล้างบางทุจริตและคืนกองทุนที่โปร่งใสให้ชุมชนของเรา” นางสุขสมรวย กล่าวเน้นย้ำ แจ้งเบาะแสและร้องเรียนการทุจริตได้ที่: http://www.villagefund.or.th หรือ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)

มท.2 ลุยป่าตอง ภูเก็ต ตรวจโรงแรมเถื่อน 2 แห่ง ไร้ใบอนุญาต สั่งสอบเพิ่ม 360 บริษัทต้องสงสัยนอมินีต่างชาติ

มท.2 ลุยป่าตอง ภูเก็ต ตรวจโรงแรมเถื่อน 2 แห่ง ไร้ใบอนุญาต สั่งสอบเพิ่ม 360 บริษัทต้องสงสัยนอมินีต่างชาติ

มท.2 ลุยป่าตอง ภูเก็ต ตรวจโรงแรมเถื่อน 2 แห่ง ไร้ใบอนุญาต สั่งสอบเพิ่ม 360 บริษัทต้องสงสัยนอมินีต่างชาติ

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.59 น.

‘มท.2’ นำทีมลุยป่าตอง ภูเก็ต ตรวจสอบ ‘โรงแรม’ ต้องสงสัยไร้ใบอนุญาต สั่ง ‘ผู้ว่าฯ’ สอบเพิ่ม 360 บริษัท ลั่น ‘ต่างชาติ’ ทุกรายต้องเคารพกฎหมายไทยเคร่งครัด หากพบกระทำผิดดำเนินคดีเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น เร่งเดินหน้าจัดระเบียบทุนต่างชาติ-นอมินี เคลียร์กวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมาย สร้างความเป็นธรรม

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นำทีมกรมการปกครอง เจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมและสถานประกอบการที่ได้รับการร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบการประกอบธุรกิจของกลุ่มทุนต่างชาติ การถือครองกิจการผ่านนอมินี รวมถึงการขออนุญาตก่อสร้างและประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ บริเวณหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

นายพลพีร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ ตนพร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และทีมกรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยในจังหวัดภูเก็ตโดยช่วงเช้า เริ่มต้นจากการประชุมร่วมกับตัวแทนศาลเจ้ากว่า 41 แห่ง เพื่อรับฟังข้อบังคับและหารือเกี่ยวกับแนวทางปรับปรุงระเบียบปฏิบัติที่ใช้มานานให้มีความทันสมัยและคล่องตัวยิ่งขึ้น โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการจัดระเบียบในทุกมิติ ซึ่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้ข้อสรุปว่าต้องมีการพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมตามที่มีผู้แจ้งเบาะแสว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าโรงแรม 2 แห่งที่เข้าตรวจจริงไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการและไม่มีใบอนุญาตการก่อสร้างตามกฎหมาย ทางเจ้าพนักงานจากกรมการปกครองจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ สำหรับโรงแรมที่กำลังจะเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมนั้น ทางคณะทำงานมีข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ว่า อาจเป็นธุรกิจที่ใช้ตัวแทนอำพราง หรือนอมินี โดยมีชาวต่างชาติถือหุ้นเกินกว่าที่กฎหมายไทยกำหนด อีกประมาณ 360 บริษัท ซึ่งจะเร่งตรวจสอบการขออนุญาตต่างๆอย่างละเอียดต่อไป

นายพลพีร์ ยังกล่าวถึงกรณีเข้าตรวจสอบสถานที่ที่เรียกชื่อว่า “ชาบัดเฮาส์ไทยแลนด์” (Chabad House Thailand) ซึ่งได้รับแจ้งว่าตามใบขออนุญาตได้ขอเปิดเป็นกิจการโรงแรมและร้านอาหาร แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยผู้ดูแลนำเดินสำรวจ ไม่มีที่พัก แต่เป็นร้านอาหาร และศาสนสถาน สำหรับผู้นับถือศาสนายิว จึงได้สั่งการให้ทางจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการเดินหน้าตรวจสอบสถานประกอบการต่างๆ ในจังหวัดต่อไป เพื่อทำสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย

“ผมได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการมุ่งเป้า ไปที่จุดใดจุดหนึ่ง หรือกิจการใด แต่เป็นการตรวจสอบ การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของภูเก็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีการขอใบอนุญาตประกอบการที่สุ่มเสี่ยงเข้าข่ายถือครองแบบนอมินี” นายพลพีร์ กล่าว

กมธ.ที่ดิน เร่งติดตามเพิกถอนโฉนดทับป่าสงวนฯปากท่อ ราชบุรี

กมธ.ที่ดิน เร่งติดตามเพิกถอนโฉนดทับป่าสงวนฯปากท่อ ราชบุรี

กมธ.ที่ดิน เร่งติดตามเพิกถอนโฉนดทับป่าสงวนฯปากท่อ ราชบุรี

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.23 น.

’ปธ.กมธ.ที่ดิน‘ เผยเร่งติดตามปมเพิกถอนโฉนดทับ ‘ป่าสงวนฯปากท่อ ราชบุรี’ ดันบริหารพื้นที่ยึดคืนเพื่อ ‘ประโยชน์ส่วนรวม’

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสมชาย หลวงละ ชาวอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี กรณีการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าออกทับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และต่อมากรมที่ดินได้มีคำสั่งเพิกถอนโฉนดจำนวน 29 แปลง และอยู่ระหว่างการเพิกถอนอีก 5 แปลง
ซึ่งกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่ถือครองหรือซื้อขายที่ดินโดยสุจริต ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ เกิดข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ และสร้างความเดือดร้อนต่อการดำรงชีวิต คณะกรรมาธิการฯ จึงได้เชิญกรมที่ดิน และกรมป่าไม้ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อติดตามความคืบหน้าและหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรม

น.ส.กุลวลี กล่าวต่อว่า ในส่วนของกรมที่ดิน ได้ยืนยันการเพิกถอนโฉนด 29 แปลงแล้วและอยู่ในระหว่างดำเนินการเพิกถอน 5 แปลง ซึ่งเมื่อเพิกถอนแล้ว ที่ดินเหล่านี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ สำหรับกรมป่าไม้ ได้ยืนยันว่าจะนำพื้นที่ที่เพิกถอนกลับคืนเป็นพื้นที่ของรัฐและปักแนวเขตพร้อมป้ายประกาศอย่างครบถ้วน และหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการออกเอกสารสิทธิทับซ้อนพื้นที่ป่าซ้ำอีกในอนาคต รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ที่ยึดคืนมาโดยคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม เช่น การจัดทำเป็นป่าชุมชน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมดูแลรักษาและใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

“หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ พื้นที่ที่ยึดคืนกลับมาเป็นของรัฐก็ควรได้รับการบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมตามข้อกำหนดของกฎหมายต่อไป โดยเฉพาะการจัดทำป่าชุมชนที่ให้ประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมเป็นเจ้าของและได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง เว้นแต่อยู่ในพื้นที่สงวนหวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกาที่ต้องคงสภาพหวงห้ามต่อไป ทั้งนี้เพื่อคืนความเป็นธรรมและสร้างความยั่งยืนไปพร้อมกัน ทั้งนี้ กมธ.ฯ จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการของทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน“ ประธานกมธ.การที่ดินฯ กล่าว

กรมฝนหลวงฯ เดินหน้าเติมน้ำเขื่อนหลัก สู้ภัยแล้งนอกเขตชลประทาน

กรมฝนหลวงฯ เดินหน้าเติมน้ำเขื่อนหลัก สู้ภัยแล้งนอกเขตชลประทาน

กรมฝนหลวงฯ เดินหน้าเติมน้ำเขื่อนหลัก สู้ภัยแล้งนอกเขตชลประทาน

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.40 น.

12 กรกฎาคม 2569 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินหน้ามาตรการเชิงรุกบรรเทาภัยแล้ง รับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ มุ่งเน้นการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนหลักช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานอย่างเร่งด่วน เผยผลการดำเนินงานทำให้มีฝนตกในพื้นที่การเกษตรแล้ว 59 จังหวัด

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ล่าสุดกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 12 หน่วย ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการ จ.ตาก จ.พิษณุโลกจ.นครสวรรค์ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ จ.สระแก้ว จ.อุบลราชธานี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.เชียงใหม่ จ.หนองบัวลำภู และ จ.เพชรบุรี เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้กับพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มรับน้ำก่อนที่จะเกิดผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อผลผลิตของเกษตรกร 

ทั้งนึ้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ และวางแผนปฏิบัติการให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด และจากการติดตามสถานการณ์และการพยากรณ์อากาศในช่วงนี้ คาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงที่ไทยได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ จึงมีการวางแผนการทำงานในเชิงรุก และปรับแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการน้ำซึ่ง มุ่งเน้นช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ รวมถึงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนตั้งแต่ฤดูฝนในเขื่อนหลัก 

สำหรับหลักการทำงานดังกล่าวจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้สามารถรักษาระดับน้ำต้นทุนและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคมจากภัยแล้งได้ โดยจากการปฏิบัติการฝนหลวงที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ได้ดำเนินการปฏิบัติการไปจำนวน 107 วัน 958 เที่ยวบิน มีฝนจากการปฏิบัติการคิดเป็นร้อยละ 98.13 มีฝนตกในพื้นที่การเกษตรจำนวน 59 จังหวัด

สกู๊ปพิเศษ : นำร่อง 4 เทศบาลระยอง สร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ ‘ลดเค็ม’ ป้องกันโรค NCDs

สกู๊ปพิเศษ : นำร่อง 4 เทศบาลระยอง สร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ ‘ลดเค็ม’ ป้องกันโรค NCDs

สกู๊ปพิเศษ : นำร่อง 4 เทศบาลระยอง สร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ ‘ลดเค็ม’ ป้องกันโรค NCDs

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ระยอง เมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองสุขภาวะ” สสส. สานพลัง จ.ระยอง-RILA-อาศรมศิลป์ พัฒนาย่านเมืองเก่ายมจินดา-โรงเรียนขยับดี วิถีหนังใหญ่-พระเจดีย์กลางน้ำ สร้างพื้นที่สุขภาวะต้นแบบเด็กมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น 55% เชื่อมมาตรการลดโซเดียม สร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย จ.ระยอง (RILA) สถาบันอาศรมศิลป์ และภาคีเครือข่าย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ต้นแบบการขับเคลื่อนนโยบายสู่การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะและสร้างชีวิตวิถีใหม่ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs” เพื่อติดตามผลการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ จ.ระยอง พร้อมถอดบทเรียนการจัดทำผังแม่บทพื้นที่สุขภาวะของ 4 เทศบาลนำร่อง เพื่อขับเคลื่อน “ระยอง เมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองสุขภาวะ” และขยายผลสู่จังหวัดเป้าหมายต่อไป

นางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. และประธานคณะกรรมการบริหารแผนฯ คณะที่ 5 สสส. กล่าวว่า สสส. ร่วมกับเครือข่ายท้องถิ่นขับเคลื่อน จ.ระยอง สู่ต้นแบบเมืองสุขภาวะ มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สุขภาวะระดับเมืองและชุมชน ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของประชาชนเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ภายใต้แนวคิด สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ที่เชื่อมโยงสุขภาพของคน สิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน สสส. บูรณาการการทำงานของแผนด้านกิจกรรมทางกายและอาหารสุขภาวะ ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนามาตรการลดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งด้านกิจกรรมทางกาย การบริโภคอาหาร การนอนที่มีคุณภาพ และการจัดการปัจจัยแวดล้อมในชุมชน

“การสร้างสุขภาวะไม่ใช่การทำงานเฉพาะด้านสุขภาพ แต่ต้องเชื่อมโยงการพัฒนาคน พื้นที่ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน สสส. จึงให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่สุขภาวะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย การเข้าถึงอาหารสุขภาพ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ซึ่งต้นแบบของ จ.ระยองจะเป็นบทเรียนสำคัญในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ” นางประภาศรี กล่าว

น.ส.นิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ฐานข้อมูลการเสียชีวิตของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 พบว่า โรคหลอดเลือดสมอง อุบัติเหตุ และโรคหัวใจขาดเลือด เป็น 3 สาเหตุการเสียชีวิตอันดับแรกของ จ.ระยอง จำเป็นต้องเร่งป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว

“สสส. จึงร่วมกับ อปท. ชุมชน RILA จ.ระยอง และ สถาบันอาศรมศิลป์ นำองค์ความรู้ด้านการสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะลงสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 โดยใช้กระบวนการออกแบบแบบมีส่วนร่วม (Participatory Design) สำรวจศักยภาพ ทดลองใช้พื้นที่ หัวใจสำคัญไม่ใช่การสร้างพื้นที่ใหม่ แต่คือการเปลี่ยนพื้นที่เดิมที่คนใช้ในชีวิตประจำวันให้เป็นพื้นที่สุขภาวะ ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน โรงเรียน ย่านเมืองเก่า พื้นที่สีเขียว และพื้นที่สาธารณะ เมื่อคนในพื้นที่ร่วมออกแบบและร่วมดูแลก็จะเกิดความยั่งยืน สามารถขับเคลื่อนไปสู่การเป็น Active City และ Healthy Learning City ได้จริง” น.ส.นิรมล กล่าวและว่า

ปัจจุบันได้ขยายผลจากระดับชุมชนสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายของจังหวัดผลจากการดำเนินงานทำให้เกิดรูปธรรมการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะที่สำคัญคือ 1.พัฒนาชุมชนยมจินดา จากย่านเมืองเก่าสู่พื้นที่สุขภาวะและย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมการเดิน การใช้จักรยาน การเข้าถึงอาหารของชุมชน และการเรียนรู้ผ่านทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น 2.พัฒนาโรงเรียนเทศบาลบ้านปากคลอง เป็นต้นแบบ “โรงเรียนสุขภาวะ” ที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย อาหารสุขภาวะ และการป้องกันภาวะน้ำหนักเกินในเด็ก 3.ยกระดับพื้นที่ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ ให้เป็นพื้นที่สุขภาวะทางธรรมชาติ ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 4.จัดทำผังแม่บทพื้นที่สุขภาวะ เชื่อมโยงการพัฒนาของ 4 เทศบาลนำร่อง และนำไปสู่การลงนามความร่วมมือ “ระยอง เมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองสุขภาวะ” ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย รวม 18 หน่วยงาน

นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง ผู้อำนวยการ RILA กล่าวว่า RILA ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อน “ระยอง เมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองสุขภาวะ” โดยใช้พื้นที่จริงของจังหวัดเป็นฐานการเรียนรู้ ทั้งย่านเมืองเก่าถนนยมจินดา เขตเทศบาลนครระยอง โรงเรียนเทศบาลบ้านปากคลอง และพื้นที่ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ ใน ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย ที่เชื่อมโยงการพัฒนาเมืองกับการสร้างเสริมสุขภาพ โดยใช้พื้นที่ของเมืองเป็นห้องเรียนร่วมกัน เมื่อคนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ เมืองก็จะกลายเป็นระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ช่วยยกระดับทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความเข้มแข็งของชุมชนไปพร้อมกัน

ว่าที่ ร.ต.จรัล ภิญวัย ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านปากคลอง จ.ระยอง กล่าวว่า ได้นำแนวคิด Whole-of-School Approach to Physical Activity (WoSPA) ของ สสส. มาพัฒนา “โรงเรียนสุขภาวะ” ภายใต้แนวคิด “โรงเรียนขยับดี วิถีหนังใหญ่” ต่อยอดอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านการประยุกต์ท่าทางการแสดงหนังใหญ่เป็นกิจกรรมส่งเสริมการเคลื่อนไหวของนักเรียน ควบคู่กับการพัฒนาสภาพแวดล้อมและระบบการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย การจัดอาหารสุขภาวะ และการขับเคลื่อนมาตรการ “ลดเค็ม ลดโซเดียม” ในโรงเรียน เพื่อลดภาวะน้ำหนักเกินและสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเด็ก โดยการดำเนินงานครอบคลุม 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.นโยบายและสภาพแวดล้อม (Policy & Environment) 2.การจัดการเรียนการสอน (Curriculum & Instruction) 3.กิจกรรมเสริมหลักสูตร (Programs & Extracurriculars) 4.การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน (Community & Family)

“โรงเรียนขยับดี วิถีหนังใหญ่ เป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนมาสร้างการเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหว ควบคู่กับการปลูกฝังพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสมและลดเค็ม เด็กได้ทั้งความสนุก ความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น และมีสุขภาพที่ดีขึ้น ผลจากการดำเนินงานทำให้นักเรียนที่มีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนักในช่วงก่อนเข้าเรียนและช่วงพักกลางวันเพิ่มขึ้น 55% สะท้อนว่าการพัฒนาโรงเรียนทั้งด้านกิจกรรมทางกาย อาหาร และสภาพแวดล้อม สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพและลดความเสี่ยงโรค NCDs ได้ตั้งแต่วัยเรียน” ว่าที่ ร.ต.จรัล กล่าว

ตะลอนเที่ยว : ร้านปรุงสารพัด โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ

ตะลอนเที่ยว : ร้านปรุงสารพัด โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ

ตะลอนเที่ยว : ร้านปรุงสารพัด โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เรื่องอาหารการกินกับเรื่องเที่ยวเตร่ เป็นเรื่องที่ต้องไปด้วยกัน เพราะเมื่อไปเที่ยวที่ใดก็ตาม ก็ต้องมีเวลากิน หรือแม้ไม่เที่ยว ก็ต้องกิน เพราะคนเราดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยอาหารการกิน ผสมผสานกับการดูแลสุขภาพ ดูแลร่างกาย แล้วก็ต้องทำงานทำการ แล้วพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายบ้าง หรือพูดง่าย ๆ คือมนุษย์ต้องกิน อยู่ หลับ นอน และต้องดูแลสุขภาพ ดังนั้น อาหารจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ กินอาหารดี ออกกำลังกายพอเหมาะ รักษาสุขภาพกายและใจ ทำใจให้สบาย ไม่เครียด ทำบุญทำทานบ้าง สงเคราะห์คน สงเคราะห์สัตว์ตามเหตุปัจจัยที่เหมาะสม ก็ช่วยทำให้คนเรามีร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ไม่เจ็บไม่ป่วยอย่างสาหัส

พูดถึงเรื่องการกินแล้ว ก็ต้องบอกว่าเมืองไทยมีที่กิน มีอาหารอร่อยมากมาย ตามแต่ละเลือกสรร ตามแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละบุคคล แต่วันนี้จะขอชวนคุณไปรับประทานอาหาร ขนม และดื่มเครื่องดื่มที่ร้านปรุงสารพัด ร้านนี้ได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องจากพระองค์มีพระราชดำริให้ตั้งร้านอาหารนี้ โดยในร้านเปิดขายอาหาร อาทิ ผัดไทยกุ้งสด ผัดไทยกากหมู ผัดซีอิ๊วหมู ราดหน้าหมู ก๋วยเตี๋ยวเรือหมูน้ำตก และก๋วยเตี๋ยวน้ำและแห้ง ส่วนเครื่องดื่ม ก็มีให้เลือกหลายชนิด อาทิ กาแฟต่าง ๆ โกโก้ ชาเขียว ชาไทย นมสด น้ำผึ้งมะนาว น้ำหวานต่าง ๆ และน้ำผลไม้ ส่วยขนมหวาน คือขนมถ้วย แต่จะมีให้บริการเฉพาะวันพฤหัสบดี และมีผักปลอดสารพิษจากพระตำหนักสระปทุม จำหน่ายในบางวัน นอกจากนั้น ยังมีงานฝึมือ จำพวกเครื่องประดับ เช่น พวงมาลัยทำจากหินสี คริสตัล จำหน่ายด้วย

สำหรับราคาอาหาร เครื่องดื่ม และขนมของร้านปรุงสารพัดก็มีราคาแสนประหยัด ย้ำว่าราคาประหยัดจริงๆ ส่วนคุณภาพอาหารและเครื่องดื่มอยู่ในขั้นดีมาก ร้านนี้อยู่ในความดูแลของโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ เป็นการเรียนและสอนให้ผู้ที่ศึกษาแผนกอาหารได้ทำงานจริง เพื่อให้ได้ทั้งเรียนรู้ด้านวิชาการ ทฤษฎี และการทำงานจริง เพราะเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ก็สามารถทำงานได้จริงโดยทันที ไม่ต้องเสียเวลาฝึกงานใหม่ 

ร้านปรุงสารพัด ตั้งอยู่ที่อาคาร 605 ชั้น 1 สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงศุกร์ โดยแผนกเครื่องดื่ม ให้บริการเวลา 07.30-15.00 น. แผนกอาหาร ให้บริการเวลา 08.30-13.30 น. สำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือ ให้บริการเวลา 10.30-13.30 น. ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 097 236 3789 line official : @156nkmlj

ขอแนะนำว่าหากคุณไปรับประทานอาหาร เครื่องดื่มที่ร้านปรุงสารพัด ขอแนะนำให้ไปด้วยรถยนต์สาธารณะ จะสะดวกที่สุด แต่ก็ต้องย้ำว่าร้านนี้ให้บริการถึงเพียงช่วยบ่ายต้น ๆ เท่านั้น แล้วถ้ายิ่งคุณจะไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตกที่แสนอร่อย ก็ต้องไปถึงร้านในช่วงเวลา 10.30-13.30 น. เท่านั้น แต่จะให้ดีก็ต้องไปถึงไม่เกิน 13.00 น. เพราะว่าของอร่อยจะหมดเสียก่อน 

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

มาสเตอร์ เซเลป ลูกเกด – นุ้ย – รัศมีแข – นัท นิสามณี เปิดศึก เดิมพันศักดิ์ศรี 4 โรงพยาบาลดัง

มาสเตอร์ เซเลป ลูกเกด - นุ้ย - รัศมีแข - นัท นิสามณี เปิดศึก  เดิมพันศักดิ์ศรี 4 โรงพยาบาลดัง

มาสเตอร์ เซเลป ลูกเกด – นุ้ย – รัศมีแข – นัท นิสามณี เปิดศึก เดิมพันศักดิ์ศรี 4 โรงพยาบาลดัง

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.00 น.

ความสวยไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่คือ สนามรบของตัวจริง สำหรับรายการ  SURGERY WARS สงครามแห่งความงาม ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 รายการเรียลลิตี้แข่งขันด้านศัลยกรรมและความงามสุดเข้มข้น ผลิตโดย บริษัท วิน วิน พีอาร์ พลัส จำกัด เดินหน้าเพิ่มดีกรีความเดือดใน EP.2 อย่างต่อเนื่องเมื่อการแข่งขันเริ่มจริง เกมเริ่มแรง และทุกโรงพยาบาลไม่มีใครยอมใครครั้งนี้ “มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร” รับหน้าที่ดำเนินรายการ พาผู้ชมเข้าสู่การแข่งขันระหว่าง 4 โรงพยาบาลและคลินิกความงามชั้นนำ ได้แก่ Meko International Hospital, APEX Surgery Hospital, The Art Plastic Surgery Hospital และ AM International Hospital ที่ต้องงัดทั้งฝีมือ วิสัยทัศน์ และไอเดียมาประชันกันแบบไม่มีถอย

ความเข้มข้นเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีแรก เมื่อ ลูกเกด เมทินี, นุ้ย สุจิรา, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น และ นัท นิสามณี ในฐานะมาสเตอร์ เซเลป ต้องร่วมกับทีมแพทย์ของแต่ละโรงพยาบาล คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 คนที่ถูกปิดบังใบหน้าและอำพรางตัวตน เพื่อดึงเข้าสู่ทีมของตัวเอง โดยอาศัยเพียงบุคลิก ความมั่นใจ และศักยภาพที่ซ่อนอยู่ แต่การคัดเลือกเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะทันทีที่ได้สมาชิกครบทุกทีม ทุกคนต้องเผชิญกับ Mission Advertising Video ภารกิจถ่ายแฟชั่นโฆษณาที่ต้องโชว์เสน่ห์ ความมั่นใจ และสื่อสารคีย์เวิร์ดว่า “เปลี่ยนจุดด้อย…ให้กลายเป็นจุดเด่น ค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดด้วยตัวเอง” ภารกิจนี้ไม่ได้วัดแค่ความสวย แต่ทดสอบไหวพริบ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการดึงศักยภาพของผู้เข้าแข่งขันออกมาให้โดดเด่นที่สุด ท่ามกลางแรงกดดันที่ไม่มีใครยอมแพ้ เพราะทุกคะแนนอาจเป็นตัวตัดสินว่า โรงพยาบาลไหนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำแห่งวงการความงาม

เมื่อมาสเตอร์เซเลปแต่ละคนต่างงัดกลยุทธ์เต็มพิกัด เพื่อผลักดันทีมของตัวเองสู่ชัยชนะ เกมจึงไม่ได้มีแค่ความสวย แต่เต็มไปด้วยการวางแผน การแข่งขัน และศึกแห่งศักดิ์ศรีที่เข้มข้นกว่าที่คิด และใครจะได้ก้าวสู่เส้นทางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิต ติดตามได้ใน “SURGERY WARS สงครามแห่งความงาม” EP.2 วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม เวลา 21.15 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 และดูย้อนหลัง ทาง : WorkpointOfficial และ Version UNCUT ทาง Youtube : Win Win PRPlus official สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  Line : @surgerywars /  Facebook / Tiktok / Instagram : surgerywars  #surgerywars #สงครามแห่งความงาม

ตู่ นันทิดา ควง THE INNOCENT S4บุก เที่ยงบันเทิง สด ทอล์กอุ่นเครื่อง ก่อนขึ้นเวที 7 สีคอนเสิร์ต

ตู่ นันทิดา ควง  THE INNOCENT S4บุก เที่ยงบันเทิง สด ทอล์กอุ่นเครื่อง ก่อนขึ้นเวที 7 สีคอนเสิร์ต

ตู่ นันทิดา ควง THE INNOCENT S4บุก เที่ยงบันเทิง สด ทอล์กอุ่นเครื่อง ก่อนขึ้นเวที 7 สีคอนเสิร์ต

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

นับถอยหลังสู่ฟรีคอนเสิร์ตที่แฟนเพลงรอคอย รายการ “เที่ยงบันเทิง สด” ชวนอุ่นเครื่องความสนุกกับ“ตู่ นันทิดา” และ “THE INNOCENT S4” ที่แท็กทีมมาพูดคุยสด ๆ ก่อนขึ้นเวที เวที “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE” พร้อมชวนแฟนเพลงย้อนความทรงจำผ่านบทเพลงสุดคลาสสิก และอัปเดตความพิเศษของโชว์ที่จะจัดเต็มในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมนี้ ณ ศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค 

ก่อนจะได้กรี๊ดกันสุดเสียง ช่อง 7HD ขอชวน ดีว่าตัวแม่ ตู่ นันทิดา พร้อม THE INNOCENT S4 เจ้าของบทเพลงฮิตแห่งยุค 80 มาเยือนรายการ “เที่ยงบันเทิง สด” ร่วมพูดคุยแบบสด ๆ ในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคมนี้ เวลา12.40 น. วอร์มบรรยากาศก่อนขึ้นเวทีฟรีคอนเสิร์ต  “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” ที่ ช่อง 7HD  ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมนี้งานนี้นอกจากจะมาชวนแฟน ๆ เตรียมปักหมุดไปกรี๊ดกันติดขอบเวทีแล้ว ยังเผยถึงความพร้อมและความพิเศษที่เตรียมมอบให้กับแฟน ๆ ด้วย 

เตรียมลงตารางคิวตัวหนา ๆ 18 ก.ค.นี้ ร่วมย้อนความทรงจำไปด้วยกันใน “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” สนุกไปกับ ดีว่าตัวแม่ “ตู่ นันทิดา” ที่จะขนเพลงฮิตสุดประทับใจมามอบให้แฟนเพลงแบบเต็มอิ่ม ร่วมด้วย THE INNOCENT S4 และนางเอกสาว ฮาน่า ลีวิส จากละครฮอต “ทุกอณูฤทัย” จะมาร่วมสร้างสีสันบนเวทีอย่างใกล้ชิด ตามไปกรี๊ดได้ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. ณ ชั้น 1 รอยัล พาร์ค พลาซ่า ณ ศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค   หรือรับชมถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD กด 35 ตั้งแต่เวลา 15.30-17.00 น. และสดทางออนไลน์ Facebook / YouTube / TikTok : Ch7HD และ Bugaboo.tv  ที่มันไม่มีเบรก 2 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่ 15.30-17.30 น.

นอกจากนี้ ช่อง 7HD เอาใจแฟน ๆ แบบต่อเนื่องตามคำเรียกร้องด้วยการนำภาพบรรยากาศความประทับใจจาก “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” ครั้งที่ผ่านมา กลับมาให้ชมอีกครั้ง กับการแสดงของวงระดับตำนาน “พิ้งค์แพนเตอร์”  วงสตริงชื่อดังปลายยุค 70 กับนางเอกสาวเสียงหวาน “เกรซ-พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์”  ในวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค.นี้  เวลา 22.30-23.30 น. ทางหน้าจอ ช่อง 7HD กด 35 มาติดตามความสนุก เพื่อร่วมย้อนความทรงจำก่อนนับถอยหลังสู่คอนเสิร์ตครั้งใหม่ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

น้ำฝน กุลณัฐ เล่าหมดเปลือก! ทำพินัยกรรมให้ลูก 2 คน เผยสาเหตุทะเลาะสามีฝรั่งนานเป็นปีๆ

น้ำฝน กุลณัฐ เล่าหมดเปลือก! ทำพินัยกรรมให้ลูก 2 คน เผยสาเหตุทะเลาะสามีฝรั่งนานเป็นปีๆ

น้ำฝน กุลณัฐ เล่าหมดเปลือก! ทำพินัยกรรมให้ลูก 2 คน เผยสาเหตุทะเลาะสามีฝรั่งนานเป็นปีๆ

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 22.00 น.

คุณแม่สายสตรอง “น้ำฝน กุลณัฐ” ที่ล่าสุดควงลูกสาว “น้องทาเรีย“ วัย 9 ขวบ และ “น้องเจคอบ” วัย 2 ขวบ 10 เดือน เผยเบื้องลึกการวางแผนครอบครัวสุดรอบคอบ ยอมทำพินัยกรรมล่วงหน้าเพราะห่วงอนาคตลูกหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน พร้อมเปิดใจเคลียร์ดราม่าในบ้าน ทะเลาะสามีฝรั่งเรื่อง กระทะเทฟลอนนานแรมปี สุดท้ายยอมถอยคนละก้าวเพื่อสุขภาพของลูก ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน 31 ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

สนิทกับ “ธัญญ่า“ มาก เวลามีเรื่องก็จะทักไป? 

น้ำฝน : ไม่มีอะไร ถามสั้นๆ ว่า “มึงมีแผนอะไรอยู่?” (หัวเราะ) เห็นเงียบ เงียบผิดปกติไง แล้วในกรุ๊ปก็จะกระหน่ำคุยกัน เราก็มีกรุ๊ปของเราอ่ะ ไม่ใช่เค้าจะมีแต่ของเค้า เราก็ให้กำลังใจกัน แล้วด้วยความที่ข่าว มันก็เงียบจนแบบ เราก็ไดเรกต์ถามเขามึงมีแผนอะไรอยู่ ทำไมเงียบจัง คือเรามีอะไรก็จะโทรไป อย่างเรื่องนี้ก็โทรไป ก็จะคุยกันทุกเรื่อง

แต่เห็นบอกว่าในกลุ่มไม่ได้ชื่อ น้ำฝน กุลณัฐ เห็นบอกว่าชื่อ “กุลนอย” ?

น้ำฝน: กุลนอย คนนี้ตั้ง (ชี้ไปที่ธัญญ่า) นอยทุกอย่าง นอยทุกอย่าง จริงๆ เพื่อนก็ตั้งกันหมดแหละ เพราะว่า เค้าจะนอยตั้งแต่ตอนมีลูกสาว ก็จะนอยในเรื่องของการให้นมเคยแบบว่า พิมพ์มาในกรุ๊ป ว่าแบบเนี่ย ลูกดูดนมอยู่ เป็น 8 ชั่วโมงอ่ะ คือทาเรียจะติดนมแม่มาก แล้วก็เหมือนแบบพอเอาออกก็จะร้อง ๆ แล้วมีอยู่วันนึงก็คือ เพื่อนคุยกันนะ จนผ่านไป 8 ชั่วโมงอะ ลูกยังเข้าเต้าอยู่เลย ดูดจนหัวนมเปื่อย 

จำได้มั้ย ทาเรีย กินนมแม่จนถึงกี่ขวบ ?

ทาเรีย: 4 ขวบ

น้ำฝน: กินถึง 2 ขวบ แต่ดูดเต้าเปล่าอะถึง 4 ขวบ

ก็เป็นเต้าเปล่าไง ไม่ออกแล้ว คือเด็กอะเขาจะมีบางอย่างในการที่ทำให้เขาหลับ คืออย่างบางคนก็จะแบบ ดูตุ๊กตา บางคนดูดจุก อันนี้เป็นเต้าแม่ ซึ่งบางคนก็มีนมไปยาว ๆ นะ แต่เราไม่อยากแล้วไง คือเราอยากจะหยุด มันก็ต้องหยุด ก็คือให้ดูดเวลานอน ฃเพราะว่ามันก็ไม่ดีกับฟันเขาด้วยไง 

ตอนนี้ใครกี่ขวบแล้วบ้างคะ? ทาเรียกี่ขวบ?

ทาเรีย : 9 ขวบค่ะ อยู่ในเยียร์ 4

เห็นว่าคุณแม่ให้เรียนเยอะมาก ทำกิจกรรมเยอะมาก ทำอะไรบ้าง?

ทาเรีย : ว่ายน้ำ บัลเล่ต์ แล้วก็เปียโน

แล้วหนูชอบอะไรที่สุด?

ทาเรีย : ไม่มี

แล้วหนูชอบอะไรคะ?

ทาเรีย: อ่า..ไม่รู้

น้ำฝน: เคยพูดกับเขา คือเขาชอบเต้น ใช่ไหม เราก็แบบ พ่อก็ไม่อยากให้ไป K-pop เร็ว เพราะว่ามันค่อนข้างเป็นสาว ก็เลยคิดว่า อะงั้นให้เขาคีพไว้ที่บัลเล่ต์ก่อนดีกว่า เพราะใจคิดว่าเขาน่าจะไปต่อได้ 

โตขึ้นอยากเป็นนักร้องแบบพี่ลียาไหมคะ? 

ทาเลีย: ไม่รู้

น้ำฝน: ยังไม่รู้ รอโตอีกหน่อยเนาะ ว่ายน้ำล่ะคะชอบไหม? 

ทาเรีย: เหนื่อย

น้ำฝน: เขาเป็นนักกีฬาไงคะ พอว่ายน้ำมันก็เลยเหนื่อย ต้องฝึกเยอะ เพราะฝึกวันละ ครั้งละ 2 ชั่วโมง แล้วเวลาว่ายน้ำคือ ไปกลับ ๆ ได้พักคือตอนที่ครูบอกว่า ท่านี้ไม่ดีนะ แล้วทำใหม่ เราก็ มันก็ว่ายอยู่อย่างงี้มันก็เหนื่อยเนาะ

มีร้องไห้บ้างไหมว่าเหนื่อย ไม่เอาแล้ว ไม่อยากเรียนแล้ว?

ทาเรีย : ไม่มี… แต่ว่าหนูเคยร้องไห้เพราะว่าหนูไม่ได้เหรียญ ถ้าเคยอย่างงั้นอะเคยร้องไห้

มีคนแบบคอมเมนต์มาบอกว่า ทาเรียสวยมาก คิดว่าตัวเองสวยไหม? 

ทาเรีย : ขอบคุณค่ะ 

ลูกยิ่งโตหูยิ่งตึง?

น้ำฝน : คือตอนเด็ก ๆ คุยกับลูก โตมาคุยกับกำแพง 

เหมือนขับรถไปแล้วก็แบบทาเรียเป็นไงบ้างอ่ะลูก 

ทาเรีย ทาเรีย ทาเรีย! ดีเว้ย คุยกับพวงมาลัยรถก็ได้ แล้วเขาก็หัวเราะ คือได้ยินแหละแต่ไม่ตอบ

ทำไมไม่ตอบแม่คะทาเรีย?

ทาเรีย: ไม่รู้..

น้ำฝน: ทาเรีย วันนี้เรียนเป็นไงบ้าง วันนี้แบบเพื่อนเป็นยังไงบ้างลูก? เงียบ..

ทาเรีย : หนูเหนื่อยไง

เห็นบอกมีครั้งนึงเคยโดนฟาด เกิดอะไรขึ้นคะ?

น้ำฝน: ล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หรือสองอาทิตย์ที่แล้วมั้ง ไม่รู้งอนอะไร เขาก็ร้องไห้เดินเข้าไปในห้อง เสร็จแล้วพ่อเขาก็ตกใจ วิ่งออกมาหาเรา “ฝน ลูกเปิดหน้าต่างที่ตึก” ฝนก็แบบ… เปิดทำไม? อีพ่อกลัวลูกจะจัมพ์ออกไป อีแม่ก็แปลงร่างเป็นยักษ์เลย (หัวเราะ) บอกทาเรียสอนอย่างงี้หรอ ม่ามี้สอนอย่างงี้อ๋อ 

ทาเรีย: ม่ามี้ตีขา

น้ำฝน: ตีขาไง ตกใจ ฝนเสียใจด้วย ใช่ ม่ามี้สอนอย่างงี้เหรอ? ตีเลย จะได้ไม่กล้าทำอีก เขาก็บอก

ไม่ได้ยกขาค่ะ หนูแค่เปิดหน้าต่าง แต่พ่ออ่ะตกใจ 

แม่แปลงร่างเลย (หัวเราะ) แบบฉันจะไปโหมดไหนดี แต่ก็คิดว่าเข้าไปซัดดีกว่า แม่ฝนก็เคยสอนมาว่า ตีลูกไม่ตาย แต่ถ้าปล่อยไปเขาตายนะ เราก็ต้องสอนด้วยวิธีนี้ ก็เลยแบบห้ามทำค่ะ ตอนนี้เราต้องดุอย่างเดียว

แสดงว่าฝนก็คือคุณแม่ที่ตีลูก? 

ทาเรีย: ไม่ค่อยบ่อย

น้ำฝน: ไม่ค่อยบ่อย คือจะตีก็ตูด แบบ สุด ๆ จริง ๆ แบบ อื้อหือมันสักทีนึงอย่างเงี้ย 

น้องเจอคอบอันนี้กี่ขวบนะคะ?

น้ำฝน: อันนี้ 2 ขวบ 10 เดือนค่ะ

ปกติวันว่าง ๆ น้องเจคอบทำกิจกรรมอะไรบ้างในวัย 2 ขวบ 10 เดือน?

น้ำฝน : ก็มีไปเล่นที่ Snonglet Kiddy ออกกำลังกายทั่วไป และที่สำคัญคือต้องไป ฝึก OT เพื่อฝึกสมาธิค่ะ เพราะน้องมีภาวะกล้ามเนื้อดีเลย์ ทำให้พัฒนาการในการใช้กล้ามเนื้อและการสำรวจสิ่งรอบตัว ค่อนข้างช้ากว่าเด็กคนอื่น เช่น เด็กคนอื่นอาจจะหยิบจับสิ่งของได้เร็ว แต่เจคอบจะช้ากว่า คุณหมอเลยให้ไปฝึกกิจกรรมบำบัด เช่น ฝึกกินข้าว, ฝึกเล่นแยกเม็ดถั่วแต่ละเม็ด และฝึกเดินเพื่อให้ร่างกายมีความมั่นคงมากขึ้นเช็กทุกอย่างละเอียดแล้ว ร่างกายส่วนอื่น ๆ ปกติดีค่ะ

วิธีเลี้ยงน้องทาเรียกับน้องเจคอบ แตกต่างกันไหม?น้ำฝน : แตกต่างกันแน่นอนค่ะ เพราะเป็นเด็กคนละวัยและคนละเพศกัน พี่ทาเรียตอนนี้ 9 ขวบแล้ว โตเป็นเด็กผู้หญิงที่เข้าใจอะไรหมดแล้ว ส่วนเจคอบยังเป็นเบบี้ผู้ชายอยู่ วิธีการรับมือเลยไม่เหมือนกัน

คุณสามีเวลาอยู่กับลูก ๆ เป็นยังไง?

น้ำฝน : แดดดี้จะค่อนข้างโอ๋และสปอยล์เจคอบเป็นพิเศษ เวลาเจคอบอยู่กับคุณพ่อจะมีความขี้แงและอ้อนหนักมาก

ส่วนเรื่องกระทะเทฟลอนที่ทะเลาะกันมาเป็นปี ๆ เกิดจากอะไร?

น้ำฝน : คุณจอนนี่เป็นสายเคร่งครัดเรื่องสุขภาพและสารเคมีมาก ขนาดยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ ยังไม่อยากให้ลูกกินง่าย ๆ ถ้าไม่ป่วยหนักจริงๆ เพราะอยากให้ร่างกายสู้เอง พอเป็นเรื่องกระทะเทฟลอน แดดดี้มองว่ามันอันตราย มีสารเคมี ถ้ากระทะมีรอยถลอกนิดเดียวคือสั่งห้ามใช้ทันที แต่ฝนมองว่ากระทะปกติล้างยาก ทอดไข่ก็ติดกระทะ ที่ผ่านมาทะเลาะกันจนต้องซื้อเปลี่ยนทิ้งไปหลายใบมาก

สุดท้ายเรื่องกระทะในบ้าน จบลงที่ข้อตกลงไหน?

น้ำฝน สรุปพบกันครึ่งทางค่ะ อาหารของลูก ห้ามใช้กระทะเทฟลอนเด็ดขาด แดดดี้ไม่อยากให้ลูกต้องกินอาหารที่ทำจากเทฟลอนทุกวัน โดยจะเปลี่ยนไปใช้ กระทะเหล็กจริง ๆ หรือกระทะสเตนเลส แทนส่วนอาหารของผู้ใหญ่ใครอยากใช้กระทะแบบไหนใช้ได้ตามใจชอบ ไม่บังคับกัน เขาชอบเอาบทความให้อ่านอยู่นั่นแหละ ก็กลัวสารเคมีแล้วก็ เขียงที่เป็นพลาสติกอ่ะ ก็ห้ามไม่ให้ใช้ ให้ใช้เป็นไม้ ให้ใช้เป็นไม้กับกระจก

ทำพินัยกรรมกันแล้ว? 

น้ำฝน: คืออย่างงี้เนื่องจาก เราคิดว่าน่าจะเป็นอเมริกันหรือเปล่าไม่รู้นะ คราวนี้เค้าก็เลยมีความกังวลใจว่า ถ้าสมมติว่า อะไรที่มันเกิดขึ้นกับเราตรงเนี้ย ลูก 2 คน จะออกจากประเทศยังไง มันเป็นประเด็นแรกก่อน แล้วพอหลังจากที่เราได้คุยกับทนายเนี่ย เออ มันยากนะ มันไม่ได้ง่าย เพราะการที่จะเอาเด็กใครออกนอกประเทศไม่ง่ายเลย เค้าก็เลยเริ่มมีการปรึกษา เริ่มมีการคุยว่า เออ แล้วมันจะยังไง กว่าจะเอาออกได้ใช้เวลา 1 ปี แบบช้า แบบช้ากลางๆ คือ 1 ปี ทีนี้ 1 ปีการที่ลูกจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย ก่อนที่จะออกไป เพราะว่าทรัพย์สินทุกอย่างเค้าที่อเมริกาเค้าเยอะกว่า เค้าก็เลยเริ่มมีความกังวลใจว่า แล้วอีก 1 ปีที่ลูกต้องใช้เวลาอยู่ในเมืองไทยโดยที่พ่อแม่ไม่อยู่ ทำยังไงก็เลยเกิดประเด็นของการที่ว่าจะ เอาใครมาดู 

น้ำฝน: ก็ต้องทางฝั่งนู้น ไว้ใจได้ที่เอามาดู เพื่อที่จะแบบให้มั่นใจว่า ลูกจะได้เรียนโรงเรียนเดิม อยู่บ้านเดิม มีคนดูแล มีเงินใช้ แล้วก็ สื่อสารกับญาติเค้าที่เมืองนอกได้ แล้วในวันที่ส่งกลับไปใครจะพาไปส่งจนถึงบ้านญาติอย่างงี้ แล้วมันทำให้รู้เยอะไปถึงขนาดที่ว่า ถ้าสมมติว่าพ่อแม่เสีย นะคะ เงินในบัญชีทุกอย่างมันจะถูกฟีตเลย แล้วกว่าที่จะเอาเงินออกจากบัญชีได้อ่ะ มี 6 เดือน ถึง 1 ปี ซึ่งนั่นแปลว่า ถ้าเกิดเราไม่ได้มีญาติที่มีตังค์อ่ะ แล้ว เอาเงินตรงไหนมาซัพพอร์ตอ่ะ เห็นไหม เนี่ยพอเราถือว่า อันนี้คือไม่ต้องพูดถึงครอบครัวฝรั่งนะ พูดถึงครอบครัวไทยก็ตาม แล้วเด็กจะอยู่ยังไง

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama