นิ้วนางซ้ายไม่ว่างแล้ว ดิว อริสรา อวดโมเมนต์หวานเกี่ยวก้อยแฟนหนุ่มตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ

นิ้วนางซ้ายไม่ว่างแล้ว ดิว อริสรา อวดโมเมนต์หวานเกี่ยวก้อยแฟนหนุ่มตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ

นิ้วนางซ้ายไม่ว่างแล้ว ดิว อริสรา อวดโมเมนต์หวานเกี่ยวก้อยแฟนหนุ่มตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.36 น.

11 กรกฎาคม 2569 หลังจากที่ชาวเน็ตแห่เดาไปต่างๆ นาๆ ว่าใครนะที่จะได้หัวใจของคุณแม่ลูก 2 สุดสวย ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ไปครอง ล่าสุดสาวดิว อริสรา ก็ไม่ปล่อยให้รอนาน ออกมาเฉลยเองเปิดตัวแบบชัดเจนผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @duearisara เปิดโมเมนต์หวานผ่านทางโซเชียลกับหวานใจคนใหม่นักธุรกิจหนุ่มหล่อทายาทตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ หรือ คุณพุฒิพงศ์ ล่ำซำ นั่นเอง

ล่าสุดทาง คุณวู้ดดี้ ล่ำซำ ได้โพสต์สตอรี่ไอจี ซึ่งเป็นภาพถ่ายรองเท้า และอีกหนึ่งภาพเป็นภาพสุดน่ารัก คือเป็นภาพที่ทั้งสองคนเกี่ยวก้อยกันมุ้งมิ้ง แต่ที่ทำหลุดโฟกัส ก็คือทั้งคู่นั้นได้ใส่แหวนที่มีดีไซน์เหมือนกันเป๊ะนั่นเอง

ซึ่งต่อมาทาง ดิว อริสรา ก็ได้ทำการรีโพสต์ภาพดังกล่าวผ่านสตอรี่ไอจีเช่นกัน งานนี้ทำชาวเน็ตอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ภาพการสวมแหวนคู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายในครั้งนี้ กำลังสื่อถึงความหมายดีๆ หรือเป็นการตีตราจองกันแล้ว 

ไอจีไฟลุก ญาญ่า อุรัสยา อวดความแซ่บคู่กับคุณสามี ณเดชน์ แคปชั่นนับถอยหลังวันสำคัญ

ไอจีไฟลุก ญาญ่า อุรัสยา อวดความแซ่บคู่กับคุณสามี ณเดชน์ แคปชั่นนับถอยหลังวันสำคัญ

ไอจีไฟลุก ญาญ่า อุรัสยา อวดความแซ่บคู่กับคุณสามี ณเดชน์ แคปชั่นนับถอยหลังวันสำคัญ

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.57 น.

11 กรกฎาคม 2569 ทำเอาไฟลุกพรึ่บทั้งไอจีเมื่อนักแสดงสาวชื่อดัง ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ปล่อยภาพเซ็ตล่าสุดคู่กับคุณสามี แบรี่ ณเดชน์ คูกิมิยะ ทางอินสตาแกรมส่วนตัว @urassayas พร้อมแคปชั่น Round THREE! Countdown 7 days (รอบที่ 3! นับถอยหลังอีก 7 วันเท่านั้น)

โดยในภาพเป็นบรรยากาศระหว่างทริปพักผ่อนที่เกาะ Mykonos ประเทศกรีซ โดยสาวญาญ่า อวดหุ่นแซ่บสวมชุดว่ายน้ำวันพีซสีขาว ส่วนหนุ่มณเดชน์ สวมกางเกงว่ายน้ำสุดชิล ท่ามกลางวิวหลักล้านของประเทศกรีซ เรียกได้ว่านอกจากความสวีทที่สาวญาญ่า เสิร์ฟให้แฟนคลับได้ชมแล้วทั้งคู่เสิร์ฟความแซ่บสวยหล่ออีกด้วย 

ซึ่งหลังจากที่สาวญาญ่า ได้ออกมาโพสต์ภาพนี้ออกไปนั้นเพื่อนๆ ในวงการรวมถึงแฟนๆ ได้เข้ามาคอมเมนต์แปะอีโมจิไฟลุกกันทั้งไอจีกันเลยทีเดียว 

ลิซ่า ฟาดลุคสปอร์ตเกิร์ลสุดแซ่บเชียร์บอลโลก สะดุดตาแหวนวงบึ้มบนนิ้วนางซ้าย

ลิซ่า ฟาดลุคสปอร์ตเกิร์ลสุดแซ่บเชียร์บอลโลก สะดุดตาแหวนวงบึ้มบนนิ้วนางซ้าย

ลิซ่า ฟาดลุคสปอร์ตเกิร์ลสุดแซ่บเชียร์บอลโลก สะดุดตาแหวนวงบึ้มบนนิ้วนางซ้าย

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.40 น.

11 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทำเอาแฟนๆ ทั้งสนามถึงกับหลุดโฟกัส เมื่อศิลปินชื่อดังระดับโลกสายเลือดไทย ลิซ่า ลลิษา มโนบาล โผล่ติดขอบสนามชมเกมฟุตบอลโลก ก่อนรอบรองชนะเลิศระหว่างสเปน-เบลเยียม ที่ ลอสเองเจลิส สเตเดี้ยม ในนครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐฯ 

ลิซ่า ลลิษา มาในลุคสปอร์ตเกิร์ล จากแบรนด์กีฬาระดับโลก ด้านในเป็นสปอร์ตบราสีดำที่สกรีนโลโก้แบรนด์ดัง เลเยอร์ทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตครอปสีดำแขนยาว อวดเอวเอสสุดเฟิร์มรับกับกระโปรงยาวสีดำที่มีขอบเอวสกรีนแบรนด์ไนกี้ ตัวกระโปรงมีความเก๋ด้วยดีไซน์ผ่าสูงด้านข้าง เผยให้เห็นซับในที่เป็นผ้าลูกไม้โปร่งสีดำ แฝงไปด้วยความเท่ห์ปนเซ็กซี่ 

ซึ่งหลังจากที่ ลิซ่า ได้โพสต์ภาพนี้ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว เรียกได้ว่าแฟนๆ กระหน่ำไลก์กันเพียบ โดยแฟนๆ ต่างสะดุดตาไปที่แหวนวงบึ้มที่สาวลิซ่าได้สวมอยู่ซึ่งเป็นของแบรนด์เสื้อผ้าดังระดับโลก

โดยในแมตช์นี้ สาวลิซ่า นั่งชมเกมนี้ใกล้ๆกับ โนล กัลลาเกอร์ นักร้องและมือกีตาร์ ของวงโอเอซิส รวมถึงยังมีเหล่าซูเปอร์สตาร์ระดับโลกมากมาย ทั้ง แบรด พิตต์ จาเวียร์ บาเด็ม และ เพเนโลเป ครูซ

ม.เยล ยกย่องไทย! ดัชนีสิ่งแวดล้อมก้าวกระโดด ดีขึ้น 16 อันดับในเวลาเพียง 2 ปี

ม.เยล ยกย่องไทย! ดัชนีสิ่งแวดล้อมก้าวกระโดด ดีขึ้น 16 อันดับในเวลาเพียง 2 ปี

ม.เยล ยกย่องไทย! ดัชนีสิ่งแวดล้อมก้าวกระโดด ดีขึ้น 16 อันดับในเวลาเพียง 2 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.22 น.

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.)เป็นผู้แทนประเทศไทยร่วมนำเสนอความสำเร็จในการประยุกต์ใช้ EPI กับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ในงานเปิดตัว 2026 Environmental Performance Index (EPI) จัดโดย Yale University Center for Environmental Law and Policy ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งประเทศไทยได้รับเชิญในฐานะประเทศที่มีพัฒนาการที่ดีจากการประเมินผลสมรรถนะสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2569 โดยได้รับการจัดอันดับสูงขึ้นถึง 16 อันดับ จากอันดับที่ 90 ในปี 2567 เป็นอันดับ 74 ในปี 2569

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปกท.ทส. ได้กล่าวขอบคุณ Yale University ที่ให้เกียรติเชิญประเทศไทยเข้าร่วมงานฯ และเน้นย้ำว่า EPI ไม่ใช่เพียงการจัดอันดับเท่านั้นแต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยมองเห็นประเด็นที่ต้องเร่งพัฒนา ทำให้สามารถกำหนดนโยบายและแผนด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างตรงจุด 

โดย EPI Thailand ได้อ้างอิงวิธีการประเมินของ yale และ Columbia เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือในระดับสากล โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ทส. มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ EPI Thailand จากส่วนกลางไปสู่ระดับพื้นที่ และเน้นการขยายความร่วมมือด้วยแนวคิด Win – Win Situation เพื่อสร้างประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน พร้อมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยข้อมูล (Data Driven Approach) ผ่านฐานข้อมูล epi.onep.go.th เพื่อให้ EPI Thailand เป็นเครื่องมือสำคัญที่ชี้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งดำเนินการ 

ทั้งนี้ เป้าหมายของประเทศไทยไม่ใช่เพียงการมีอันดับที่ดีขึ้น แต่คือการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมสร้างความยั่งยืนให้ประเทศในระยะยาว และ ทส. ขอขอบคุณหน่วยงานร่วมขับเคลื่อน ทั้ง 24 หน่วยงาน 9 กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

คนไทยกระหึ่มโลก! คว้าแชมป์ Global iSAFE Hackathon 2026 ผลงาน AI ตรวจจับข่าวปลอมแบบเรียลไทม์

คนไทยกระหึ่มโลก! คว้าแชมป์ Global iSAFE Hackathon 2026 ผลงาน AI ตรวจจับข่าวปลอมแบบเรียลไทม์

คนไทยกระหึ่มโลก! คว้าแชมป์ Global iSAFE Hackathon 2026 ผลงาน AI ตรวจจับข่าวปลอมแบบเรียลไทม์

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.26 น.

คนไทยสร้างชื่อบนเวทีโลก! ‘ดร.นุ๊ก’ ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ คว้ารางวัลชนะเลิศ Global iSAFE Hackathon 2026 ด้วยนวัตกรรม AI ตรวจจับข่าวปลอมแบบเรียลไทม์ 2 ภาษา

ดร.วัชรติยา วัชโรบล นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ กรมประชาสัมพันธ์ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัล ชนะเลิศ (Global Winner) จากการแข่งขัน Global iSAFE Hackathon 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ WSIS Forum 2026 ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยผลงาน Fake News Deep Verify แอปพลิเคชันตรวจสอบข่าวปลอมแบบเรียลไทม์ รองรับการใช้งาน 2 ภาษา (ไทย–อังกฤษ)

การแข่งขันครั้งนี้เป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมนักพัฒนา นักวิจัย และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลก เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้าน Generative AI ที่น่าเชื่อถือ (Trustworthy Generative AI) ภายใต้แนวคิด “Build trustworthy generative AI that defends truth, protects citizens, and promotes online peace.” โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 1,700 ผลงาน จากกว่า 80 ประเทศ

ผลงาน Fake News Deep Verify ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Large Language Models (LLMs) เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารแบบเรียลไทม์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมแสดงแหล่งอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ลดการแพร่กระจายของข่าวปลอม และส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อในยุคดิจิทัล
Global iSAFE Hackathon 2026 เป็นการแข่งขันระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือบนโลกดิจิทัล โดยได้รับการสนับสนุนจาก World Summit on the Information Society (WSIS) Forum, International Telecommunication Union (ITU), CyberPeace Foundation และ Google.org

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทยในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่สามารถแข่งขันในระดับโลก แต่ยังเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศไทยที่ได้แสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์บนเวทีนานาชาติ พร้อมตอกย้ำบทบาทของ กรมประชาสัมพันธ์ ในการส่งเสริมบุคลากร ให้พัฒนาทักษะและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ในการสนับสนุนภารกิจด้านการตรวจสอบข่าวปลอม ซึ่งเป็นหนึ่งนโยบายสำคัญของรัฐบาล

ยอดเสียชีวิตแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาพุ่งกว่า 4,100 ศพ สูญหายนับพัน UN ระดมช่วยเหลือฉุกเฉิน

ยอดเสียชีวิตแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาพุ่งกว่า 4,100 ศพ สูญหายนับพัน UN ระดมช่วยเหลือฉุกเฉิน

11 ก.ค. 2569 09:56 น.

ยอดเสียชีวิตแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาพุ่งกว่า 4,100 ศพ สูญหายนับพัน UN ระดมช่วยเหลือฉุกเฉิน

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดทะลุ 4,100 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 16,700 คน สูญหายหลายพันคน ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูประเทศ

รัฐบาลเวเนซุเอลาเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เพิ่มเป็นอย่างน้อย 4,118 คน ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16,740 คน และยังมีผู้สูญหายอีกหลายพันคน

นาย ฮอร์เก โรดริเกซ ประธานรัฐสภาเวเนซุเอลา เปิดเผยตัวเลขผ่านแอปพลิเคชัน Telegram โดยระบุว่า แผ่นดินไหวได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะในรัฐชายฝั่งลากวยรา ซึ่งอาคารบ้านเรือนและย่านที่อยู่อาศัยหลายแห่งพังราบเป็นหน้ากลอง

เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็น แผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดของเวเนซุเอลาในรอบกว่า 100 ปี โดยแรงสั่นสะเทือนขนาด 7.2 เกิดขึ้นก่อน ตามด้วยแผ่นดินไหวขนาด 7.5 เพียง 39 วินาที ส่งผลให้อาคารสูงหลายแห่งถล่มกลายเป็นกองซากปรักหักพังภายในเวลาอันสั้น

แม้ว่าทีมกู้ภัยจะยุติการค้นหาผู้รอดชีวิตแล้ว เนื่องจากโอกาสพบผู้รอดชีวิตแทบไม่มี แต่ครอบครัวของผู้สูญหายจำนวนมากยังคงเดินหน้าค้นหาญาติของตนเองใต้ซากอาคาร เพื่อหวังนำร่างกลับไปประกอบพิธีศพ

ขณะเดียวกัน เมื่อวันศุกร์ ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 3.0 ในกรุงการากัส ส่งผลให้ประชาชนแตกตื่นและต้องอพยพออกจากอาคารหลายแห่ง แม้แรงสั่นสะเทือนจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ได้ออกคำร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยต้องการงบประมาณเกือบ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัย

ขณะที่ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เรียกร้องให้มีการปลดล็อกทรัพย์สินของประเทศที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้ในการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ พร้อมเปิดเผยว่าได้ร้องขอต่อ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ให้ปล่อยทองคำของเวเนซุเอลาราว 30 ตัน ที่ถูกอายัดไว้ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหราชอาณาจักร เพื่อนำมาใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูประเทศ

เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมเวเนซุเอลา ซึ่งเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจต่อเนื่องมาหลายปี ส่งผลให้ระบบสาธารณูปโภคและบริการภาครัฐอ่อนแอ ทำให้ภารกิจช่วยเหลือและการฟื้นฟูเป็นไปอย่างยากลำบาก และคาดว่าจะต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกหลายปี.

ที่มา : channelnewsasia

สหรัฐฯ เตือนภัยคลื่นความร้อนรุนแรงจากปรากฏการณ์ “โดมความร้อน” ปกคลุมพื้นที่ 2 ใน 3 ของประเทศ

สหรัฐฯ เตือนภัยคลื่นความร้อนรุนแรงจากปรากฏการณ์ "โดมความร้อน" ปกคลุมพื้นที่ 2 ใน 3 ของประเทศ

11 ก.ค. 2569 09:40 น.

สหรัฐฯ เตือนภัยคลื่นความร้อนรุนแรงจากปรากฏการณ์ “โดมความร้อน” ปกคลุมพื้นที่ 2 ใน 3 ของประเทศ

อุตุฯ สหรัฐฯ เตือนคลื่นความร้อนรุนแรงจากปรากฏการณ์ “โดมความร้อน” ปกคลุมพื้นที่กว่า 2 ใน 3 ของประเทศ อุณหภูมิสูงกว่าปกติ 8-14 องศา เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพและไฟป่ารุนแรงขึ้น

วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ เตือนว่า สหรัฐอเมริกาฯ กำลังเผชิญปรากฏการณ์ “โดมความร้อน” (Heat Dome) ครั้งใหญ่ ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงผิดปกติในพื้นที่เกือบสองในสามของประเทศ โดยเริ่มส่งผลตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้ และอาจยาวนานอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือบางพื้นที่อาจได้รับผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือน

นักอุตุนิยมวิทยาคาดว่า หลายพื้นที่จะมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย 8-14 องศาเซลเซียส ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน โดยอุณหภูมิในเวลากลางคืนที่ยังคงร้อนจัดถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เพราะร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนและฟื้นตัวได้เต็มที่ อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในหลายรัฐ

นายแดเนียล สเวน นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงเป็นพิเศษ ทั้งในด้านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ความรุนแรง และระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งจะส่งผลต่อประชาชนหลายล้านคนทั่วประเทศ

ปรากฏการณ์โดมความร้อนเกิดจาก ความกดอากาศสูง ปกคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เสมือนฝาหม้อกักเก็บอากาศร้อนไว้ด้านล่าง พร้อมขัดขวางลมเย็นและฝน ส่งผลให้อุณหภูมิสะสมสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยช่วงแรกศูนย์กลางของโดมความร้อนจะปกคลุมบริเวณตอนเหนือของที่ราบใหญ่ ก่อนขยายอิทธิพลครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ และอาจแผ่ขยายจากฝั่งตะวันตกถึงฝั่งตะวันออกในช่วง 10 วันข้างหน้า

นักพยากรณ์อากาศคาดว่า หลายรัฐ ได้แก่ เนวาดา ยูทาห์ โคโลราโด ไวโอมิง ไอดาโฮ มอนแทนา นอร์ทดาโคตา และเซาท์ดาโคตา จะมีอุณหภูมิสูงแตะระดับ มากกว่า 38 องศาเซลเซียส พร้อมทำสถิติใหม่ในหลายพื้นที่

สำนักอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ ยังระบุว่า ภายในวันพุธนี้ มีโอกาสที่สถิติอุณหภูมิท้องถิ่นกว่า 90 แห่ง จะถูกทำลายหรือเทียบเท่าสถิติเดิม โดยกว่าสองในสามเป็นสถิติอุณหภูมิช่วงกลางคืน.

สเปนเผชิญไฟป่าครั้งรุนแรงดับอย่างน้อย 12 ศพ สูญหายอีก 23 ราย คาดมีชาวอังกฤษรวมอยู่ด้วย

สเปนเผชิญไฟป่าครั้งรุนแรงดับอย่างน้อย 12 ศพ สูญหายอีก 23 ราย คาดมีชาวอังกฤษรวมอยู่ด้วย

11 ก.ค. 2569 08:28 น.

สเปนเผชิญไฟป่าครั้งรุนแรงดับอย่างน้อย 12 ศพ สูญหายอีก 23 ราย คาดมีชาวอังกฤษรวมอยู่ด้วย

เหตุไฟป่าครั้งรุนแรงในแคว้นอันดาลูเซีย ทางใต้ของประเทศสเปน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 คน และยังมีผู้สูญหายอีก 23 คน นับเป็นหนึ่งในเหตุไฟป่าที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของสเปนในรอบหลายปี 

ไฟป่าปะทุขึ้นในช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา บริเวณใกล้เทือกเขา เซียร์รา เด ลอส ฟีลาบเรส ในจังหวัดอัลเมเรีย ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วจากสภาพอากาศร้อนจัด ลมแรง และพืชพรรณที่แห้งแล้ง ส่งผลให้ชุมชนชนบทและชุมชนชาวต่างชาติหลายแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก 

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเสียชีวิตระหว่างพยายามหลบหนีไฟ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางการได้ประกาศให้ประชาชน อยู่ภายในอาคาร เพื่อรอการช่วยเหลือ โดยบางคนขับรถหนีผ่านลำน้ำแห้งซึ่งกลายเป็นกับดักเมื่อไฟล้อมรอบ ขณะที่บางรายถูกพบเสียชีวิตภายในรถยนต์หรือระหว่างหลบหนีไฟ 

ทางการสเปนระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้เสียชีวิตบางส่วนจะเป็นชาวอังกฤษ หลังพบรถยนต์ที่มีพวงมาลัยขวาถูกไฟไหม้วอด และเชื่อว่ายังมีชาวต่างชาติอีกหลายคนอยู่ในกลุ่มผู้สูญหาย ซึ่งทำให้การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากสภาพร่างผู้เสียชีวิตถูกไฟไหม้อย่างรุนแรง 

ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 150 นาย พร้อมทหารอีก 220 นาย ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิง แต่การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบากจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและอากาศร้อนจัด โดยไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่แล้วมากกว่า 3,200 เฮกตาร์ และมีประชาชนอย่างน้อย 600 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง หลายร้อยคนถูกส่งไปพักในศูนย์พักพิงชั่วคราว 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนสาเหตุของเพลิงไหม้ โดยมีรายงานว่าต้นเพลิงอาจเกิดจากสายไฟฟ้าล้ม อย่างไรก็ตาม บริษัทผู้ให้บริการไฟฟ้ายังโต้แย้งข้อสันนิษฐานดังกล่าว และระบุว่าต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ 

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สเปนกำลังเผชิญคลื่นความร้อนระลอกที่สองของฤดูร้อน อุณหภูมิหลายพื้นที่แตะ 40 องศาเซลเซียส ขณะที่ฝรั่งเศสก็เผชิญคลื่นความร้อนระลอกที่สามของปีเช่นกัน นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้คลื่นความร้อนและไฟป่ามีความรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้นในหลายประเทศของยุโรป.

ที่มา : AP

ระทึก! วัวกระทิงลื่นล้มพุ่งชนฝูงนักวิ่ง เทศกาลวิ่งวัวกระทิงสเปน เจ็บ 9 คน

 ระทึก! วัวกระทิงลื่นล้มพุ่งชนฝูงนักวิ่ง เทศกาลวิ่งวัวกระทิงสเปน เจ็บ 9 คน

11 ก.ค. 2569 08:18 น.

ระทึก! วัวกระทิงลื่นล้มพุ่งชนฝูงนักวิ่ง เทศกาลวิ่งวัวกระทิงสเปน เจ็บ 9 คน

นักวิ่งระทึก วัวกระทิงลื่นล้มพุ่งชนนักวิ่ง ในงานเทศกาลวิ่งวัวกระทิง ซาน เฟอร์มิน ที่เมืองปัมโปลนา ประเทศสเปน ในวันที่ 4 ของเทศกาล ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมล้มระเนระนาด สร้างความแตกตื่นชุลมุน

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า การวิ่งครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 2 นาที 32 วินาที ซึ่งช้ากว่าปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากมีนักวิ่งจำนวนมากขวางเส้นทางของฝูงวัว อย่างไรก็ตาม วัวทั้ง 6 ตัวสามารถวิ่งเข้าสู่สนามประลองได้ครบทุกตัว แม้จะเกิดเหตุลื่นล้มและชนแผงกั้นในช่วงโค้งอันตรายก็ตาม 

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนาวาร์ราระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน โดย 5 คนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกชน การล้ม และแรงกระแทก ขณะที่ไม่มีรายงานคนถูกเขาวัวขวิดในรอบนี้ 

ฝูงวัวที่ใช้วิ่งในวันที่ 4 เป็นวัวจากฟาร์ม Álvaro Núñez ซึ่งเข้าร่วมเทศกาลที่เมืองปัมโปลนาเป็นปีที่ 2 แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นวัวที่ค่อนข้างเชื่อง แต่ด้วยความเร็วและพละกำลัง ทำให้การวิ่งครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในรอบที่อันตรายที่สุดของปี โดยเฉพาะช่วงโค้งเข้าสู่ถนนเอสตาเฟตา ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากพื้นถนนหินโบราณลื่นและฝูงวัวต้องหักเลี้ยวอย่างกะทันหัน 

เทศกาลซาน เฟร์มิน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่ 6-14 กรกฎาคม โดยไฮไลต์สำคัญคือการปล่อยวัวกระทิง 6 ตัววิ่งผ่านถนนสายประวัติศาสตร์ระยะทางราว 875 เมตร ไปยังสนามประลองวัว ท่ามกลางนักวิ่งนับร้อยที่ร่วมท้าทายความเสี่ยง แม้กิจกรรมนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลที่อันตรายที่สุดของสเปน โดยในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน และตลอดประวัติศาสตร์มีผู้เสียชีวิตจากการวิ่งวัวกระทิงแล้ว 16 คน.

ที่มา : AP

แฟนคลับ “พิตบูล” ทำลายสถิติโลก แต่งหัวล้านเลียนแบบศิลปิน ก่อนคอนเสิร์ตที่ลอนดอน

แฟนคลับ "พิตบูล" ทำลายสถิติโลก แต่งหัวล้านเลียนแบบศิลปิน ก่อนคอนเสิร์ตที่ลอนดอน

11 ก.ค. 2569 07:41 น.

แฟนคลับ “พิตบูล” ทำลายสถิติโลก แต่งหัวล้านเลียนแบบศิลปิน ก่อนคอนเสิร์ตที่ลอนดอน

แฟนเพลงของ “พิตบูล” พร้อมใจกันสวมหมวกหัวล้านสร้างสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ในฐานะการรวมตัวของผู้สวมหมวกหัวล้านมากที่สุด ก่อนคอนเสิร์ตที่ลอนดอน

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แฟนเพลงของ พิตบูล (Pitbull) หรือ มิสเตอร์ เวิลด์ไวด์ (Mr. Worldwide) ร่วมกันสร้างสถิติโลก กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ด้วยการแต่งตัวเลียนแบบศิลปินคนดัง โดยสวมหมวกหัวล้านเข้าร่วมงานในจำนวนมากที่สุด

โดยการสร้างสถิติโลกมีขึ้นก่อนการแสดงของพิตบูลในเทศกาลดนตรี BST Hyde Park ที่กรุงลอนดอน ของอังกฤษ  ทางเจ้าหน้าที่กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ใช้วิธีนับจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมที่สวมหมวกหัวล้านตามเกณฑ์อย่างถูกต้อง ทั้งการตรวจนับบริเวณทางเข้า การนับจำนวนในพื้นที่ และใช้โดรนบันทึกภาพจากมุมสูงเพื่อยืนยันผล โดยผู้เข้าร่วมทุกคนต้องสวมหมวกหัวล้านโดยเก็บผมจริงไว้ด้านในทั้งหมด จึงจะมีสิทธิ์ถูกนับรวมในสถิติ ซึ่งการนับอย่างเป็นทางการใช้เวลา 1 นาที

หลังได้รับการประกาศว่าทำลายสถิติโลก พิตบูลกล่าวว่า เขารู้สึกพูดไม่ออก พร้อมสัญญาว่าจะมอบการแสดงที่ดีที่สุดให้แฟนๆ เป็นการตอบแทน โดยการแต่งกายเลียนแบบพิตบูลกลายเป็นธรรมเนียมของแฟนเพลงในคอนเสิร์ตของเขามาตั้งแต่ปี 2564 

ทั้งนี้ พิตบูล หรือชื่อจริงคือ อาร์มาโด คริสเตียน เปเรซ เป็นศิลปินแร็ปเปอร์และนักแต่งเพลงชาวอเมริกันที่โด่งดังไปทั่วโลก เขาเป็นที่รู้จักจากเพลงฮิตแนวป๊อป ฮิปฮอป และแดนซ์ที่มักจะมีจังหวะสนุกสนานชวนเต้น.