เคลื่อนไหวครั้งแรกหลังเจอมรสุม มายด์ ลภัสลัล โพสต์ไอจีอัปเดตชีวิต คนในวงการเมนต์สนั่น

เคลื่อนไหวครั้งแรกหลังเจอมรสุม มายด์ ลภัสลัล โพสต์ไอจีอัปเดตชีวิต คนในวงการเมนต์สนั่น

เคลื่อนไหวครั้งแรกหลังเจอมรสุม มายด์ ลภัสลัล โพสต์ไอจีอัปเดตชีวิต คนในวงการเมนต์สนั่น

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.32 น.

4 กรกฎาคม 2569 หลังจากที่นักแสดงสาวสะใภ้ตระกูลดัง มายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล เผชิญมรสุมดรามาร้อนของสามี พาย สุนิษฐ์ สก๊อต กับน้องชายสามี ทราย สมุทร (สก๊อต) ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาโพสต์ร่ายยาวชี้แจงเมื่อช่วงวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเจอคอมเมนต์ถล่มจนเจ้าตัวต้องเฟดตัวออกไปจากโซเชียลไปนานนับเดือน

ล่าสุด มายด์ ลภัสลัล  ได้ออกมาเคลื่อนไหวไอจีครั้งแรก ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์ภาพชุดอัปเดตชีวิตผ่านทาง @wjmild มีทั้งภาพไลฟ์สไตล์ชิลๆ ไปทำบุญ กินข้าว พักผ่อน พร้อมทั้งเผยคลิปอัลตราซาวนด์ลูก ที่ในขณะนี้เธอท้องเริ่มใหญ่ขึ้นแล้วอย่างเห็นได้ชัด โดยหลังจากที่้เธอได้ออกมาเคลื่อนไหวก็มีเพื่อนๆ พี่ๆ ในวงการบันเทิงเข้ามาแปะอีโมจิหัวใจสีแดงกันเป็นจำนวนมาก 

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมอุปสมบทหมู่พระภิกษุสงฆ์ น้อมถวายพระกุศล ‘พระองค์ภา’

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมอุปสมบทหมู่พระภิกษุสงฆ์ น้อมถวายพระกุศล ‘พระองค์ภา’

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมอุปสมบทหมู่พระภิกษุสงฆ์ น้อมถวายพระกุศล ‘พระองค์ภา’

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.24 น.

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บริหาร ร่วม อุปสมบทหมู่ 47 รูป ข้าราชการร่วมบวชชีพราหมณ์ ถวายพระกุศลและสำนึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ

วันที่ 4 ก.ค. 2569 กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม จัดโครงการอุปสมบทหมู่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 47 รูป และบวชชีพราหมณ์ เพื่อน้อมถวายพระกุศลและแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส 

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–10 กรกฎาคม 2569 ณ วัดศรีวัฒนธรรมาราม ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีผู้บริหารและบุคลากรกรมราชทัณฑ์เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
พลอากาศเอกสมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ พร้อมด้วยพลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีบรรพชาอุปสมบทครั้งนี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดมอบหมายให้เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นผู้แทนประทานผ้าไตรจีวรแก่กรมราชทัณฑ์ โดยมีพันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมคณะเข้าเฝ้ารับ เพื่อนำมาใช้ในพิธีครั้งนี้

พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อกิจการราชทัณฑ์เป็นอันมาก ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านการยุติธรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การพัฒนาศักยภาพ การบำบัดฟื้นฟูพฤตินิสัย และการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยผู้ต้องขังคืนสู่สังคม
โครงการอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริหารและบุคลากรกรมราชทัณฑ์ได้ศึกษาธรรมะ ขัดเกลาจิตใจ พัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อนำหลักศีล สมาธิ ปัญญา ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการ และช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป กรมราชทัณฑ์จะน้อมนำพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและการสร้างโอกาสให้คืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน มาขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

กยศ. ชวนผู้กู้ 3.6 ล้านบัญชี ส่งมอบอนาคตให้ รุ่นน้อง

กยศ. ชวนผู้กู้ 3.6 ล้านบัญชี ส่งมอบอนาคตให้ รุ่นน้อง

กยศ. ชวนผู้กู้ 3.6 ล้านบัญชี ส่งมอบอนาคตให้ รุ่นน้อง

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

กยศ. ชวนผู้กู้ยืมเงินรุ่นพี่ส่งมอบอนาคตให้รุ่นน้อง ด้วยการชำระเงินคืนภายใน 5 กรกฎาคม

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขอเชิญชวนผู้กู้ยืมเงินรุ่นพี่ชำระเงินคืนเพื่อส่งมอบอนาคตทางการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษารุ่นน้อง โดยผู้กู้ยืมที่ชำระรายปี สามารถชำระได้ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ขอให้ชำระเงินคืนภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน ตามเงื่อนไขของสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

กยศ.

วันที่ 4 ก.ค.2569 นางอัญชลี ภูริวิทย์วัฒนา รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา รักษาการแทน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “เนื่องจากวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันครบกำหนดชำระเงินคืน กยศ. สำหรับการผ่อนชำระรายปี ซึ่งในปีนี้มีผู้กู้ยืมเงินที่จะต้องชำระเงินคืนประมาณ 3.6 ล้านบัญชี  กยศ. จึงขอเชิญชวนให้ผู้กู้ยืมเงินชำระเงินคืนภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ขอให้ชำระเงินคืนภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน ตามเงื่อนไขของสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และเป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับ กยศ. ทั้งนี้ กยศ. ได้มีการส่งหนังสือแจ้งภาระหนี้ มีข้อความแจ้งทาง SMS และ Notification ผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ให้ผู้กู้ยืมเงินทราบ โดยผู้กู้ยืมเงินสามารถชำระเงินผ่านช่องทาง Mobile Banking ของทุกธนาคารด้วยการสแกน QR code ซึ่งจ่ายได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา และผู้กู้ยืมเงินสามารถดูช่องทางการชำระอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.studentloan.or.th

“ปัจจุบัน กยศ. มีนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาไปแล้วจำนวนกว่า 7.4 ล้านราย เป็นเงินกู้ยืมกว่า 8 แสนล้านบาท กยศ. ขอขอบคุณผู้กู้ยืมเงินรุ่นพี่ทุกท่านที่ชำระเงินคืน เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนส่งมอบอนาคตทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องต่อไป” นางอัญชลี กล่าว

กยศ.

ประชาชนหลั่งไหลร่วมงานพิธีศพ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” แน่นขนัด

ประชาชนหลั่งไหลร่วมงานพิธีศพ "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" แน่นขนัด

4 ก.ค. 2569 12:07 น.

ประชาชนหลั่งไหลร่วมงานพิธีศพ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” แน่นขนัด

ชาวอิหร่านหลายพันคน หลั่งไหลไปร่วมพิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ทางการคาดจะมีประชาชนเข้าร่วมตลอดหลายวันรวมกว่า 15-20 ล้านคน เพื่อเป็นการแสดงพลังและความเป็นเอกภาพของสาธารณรัฐอิสลาม

สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านรายงานว่า พิธีไว้อาลัยอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม ที่บริเวณ แกรนด์ โมซัลลา ในกรุงเตหะราน โดยประชาชนจำนวนมากเดินทางมาตั้งแต่คืนก่อนหน้า เพื่อรอส่งอดีตผู้นำสูงสุดเป็นครั้งสุดท้าย

ผู้ร่วมพิธีจำนวนมากถือธงสีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการล้างแค้น พร้อมตะโกนคำขวัญ “Death to America” และ “Revenge” สะท้อนกระแสต่อต้านสหรัฐฯ และเรียกร้องให้ตอบโต้ศัตรูของอิหร่าน 

รัฐบาลอิหร่านประเมินว่า จะมีประชาชนเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยในกรุงเตหะรานเพียงแห่งเดียวราว 15-20 ล้านคน ตลอดระยะเวลาหลายวันของพิธี ขณะที่กำหนดการทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 6 วัน ก่อนนำร่างไปประกอบพิธีฝังที่เมือง มัชฮัด บ้านเกิดของคาเมเนอี ในวันที่ 9 กรกฎาคม

ก่อนถึงวันฝังศพ ขบวนศพจะเคลื่อนผ่านกรุงเตหะราน เมืองศักดิ์สิทธิ์ กุม และเมืองสำคัญของชาวชีอะห์ในอิรัก เช่น นาจาฟ และ คาร์บาลา

อีกหนึ่งประเด็นที่ทั่วโลกจับตา คือการปรากฏตัวของ โมจ์ตาบา คาเมเนอีบุตรชายของอาลี คาเมเนอี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่หลังการเสียชีวิตของบิดา

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้เขายังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ มีเพียงแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ท่ามกลางรายงานว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งเดียวกับที่คร่าชีวิตบิดา แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอาการอย่างเป็นทางการ 

ทางการอิหร่านยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อต้อนรับผู้นำต่างชาติ โดยมีการปิดถนนหลายสาย รวมถึงจำกัดการใช้น่านฟ้า พร้อมเผยแพร่คำแนะนำด้านความปลอดภัยให้ประชาชน เพื่อป้องกันเหตุเบียดเสียดจากฝูงชนจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ ยังมีการนำรถบรรทุกน้ำออกฉีดพ่นบนถนน เพื่อลดอุณหภูมิ หลังกรุงเตหะรานเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดกว่า 35 องศาเซลเซียส ในช่วงจัดพิธีด้วย.

แต่งแล้ว”เทย์เลอร์ สวิฟต์” ควง “ทราวิส เคลซี” เข้าพิธีวิวาห์สุดอลังการ คนดังร่วมงานคับคั่ง

แต่งแล้ว"เทย์เลอร์ สวิฟต์" ควง "ทราวิส เคลซี" เข้าพิธีวิวาห์สุดอลังการ คนดังร่วมงานคับคั่ง

4 ก.ค. 2569 11:16 น.

แต่งแล้ว”เทย์เลอร์ สวิฟต์” ควง “ทราวิส เคลซี” เข้าพิธีวิวาห์สุดอลังการ คนดังร่วมงานคับคั่ง

เทย์เลอร์ สวิฟต์ และดาวอเมริกันฟุตบอล ทราวิส เคลซี เข้าพิธีวิวาห์อย่างเป็นทางการ ที่ Madison Square Garden ในนครนิวยอร์ก มีคนดังจากทั้งวงการบันเทิงและกีฬาเข้าร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก 

สิ้นสุดการรอคอยของแฟน ๆ ทั่วโลก เมื่อซูเปอร์สตาร์เพลงป๊อป เทย์เลอร์ สวิฟต์ และดาวอเมริกันฟุตบอล ทราวิส เคลซี เข้าพิธีวิวาห์อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่ที่ Madison Square Garden ในนครนิวยอร์ก โดยมีคนดังจากทั้งวงการบันเทิงและกีฬาเข้าร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก ขณะที่รายละเอียดของงานถูกเก็บเป็นความลับแทบทั้งหมด

โดยตัวแทนของเทย์เลอร์ สวิฟต์ยืนยันว่า ทั้งคู่ได้เข้าพิธีสมรสอย่างเป็นทางการ หลังคบหาดูใจกันมาตั้งแต่ปี 2023 และประกาศหมั้นเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา 

พิธีแต่งงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายใน Madison Square Garden โดยมีแขกประมาณ 1,000 คนเข้าร่วม แต่ทีมงานใช้มาตรการรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างเข้มงวด ทำให้รายละเอียดภายในงานแทบไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ 

ภายในงานมีบุคคลชื่อดังจากหลายวงการร่วมเป็นสักขีพยาน อาทิ ทอม เบรดี้, สตีเวน สปีลเบิร์ก, คริส ร็อก และ ฮิวจ์ แกรนต์

ขณะที่พิธีแต่งงานได้รับเกียรติจาก อดัมส์ แซนเลอร์เพื่อนสนิทของทั้งคู่ ทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบพิธีสมรส ส่วน ออสติน สวิฟต์ น้องชายของเจ้าสาว รับหน้าที่ Man of Honor และเจสัน เคลซี พี่ชายของเจ้าบ่าว รับหน้าที่ Best Man 

มีรายงานว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเลือกสวมชุด Christian Dior Haute Couture ซึ่งออกแบบโดยโจนาธาน แอนเดอร์สัน พร้อมรองเท้าสั่งตัดพิเศษจาก Christian Louboutin โดยเจ้าสาวยังสวมเครื่องประดับจาก Cartier เพิ่มความหรูหราให้กับลุควันสำคัญ 

ความรักของทั้งคู่เริ่มต้นในปี 2023 ก่อนกลายเป็นหนึ่งในคู่รักคนดังที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในโลก ทั้งการปรากฏตัวของสวิฟต์ในการแข่งขัน NFL และการสนับสนุนกันในเส้นทางอาชีพ กระทั่งประกาศหมั้นในปี 2025 และล่าสุดได้จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีจากแฟนคลับทั่วโลก.

ที่มา : CNN

ดราม่าทั่วอินเดีย! รัฐบาลเตรียมยกเลิกไข่ ในอาหารกลางวันนักเรียน นักโภชนาการเตือนกระทบโภชนาการเด็ก

ดราม่าทั่วอินเดีย! รัฐบาลเตรียมยกเลิกไข่ ในอาหารกลางวันนักเรียน นักโภชนาการเตือนกระทบโภชนาการเด็ก

4 ก.ค. 2569 09:32 น.

ดราม่าทั่วอินเดีย! รัฐบาลเตรียมยกเลิกไข่ ในอาหารกลางวันนักเรียน นักโภชนาการเตือนกระทบโภชนาการเด็ก

เกิดกระแสถกเถียงในอินเดีย หลังรัฐบาลรัฐเบงกอลตะวันตก นำร่องเปลี่ยนเมนูอาหารกลางวันในโรงเรียนบางแห่ง โดยยกเลิกการเสิร์ฟ “ไข่” และใช้เมนูมังสวิรัติเป็นโปรตีนทดแทน จุดประเด็นเรื่องโภชนาการเด็ก

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนของอินเดีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการช่วยเหลือเด็กที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมากกว่า 110 ล้านคน มีการเปลี่ยนแปลงเมนู โดยจะยกเลิกการใช้ไข่มาปรุงอาหารให้เด็ก   

สำหรับเด็กจำนวนมาก โดยเฉพาะครอบครัวยากจน อาหารมื้อนี้เป็นทั้งแหล่งโภชนาการหลักและบางครั้งอาจเป็นอาหารเพียงมื้อเดียวที่ได้รับในแต่ละวัน จึงมีบทบาทสำคัญในการลดภาวะทุพโภชนาการ ลดความหิวโหย และช่วยให้เด็กมาเรียนอย่างต่อเนื่อง

ชนวนของข้อถกเถียงเริ่มขึ้นเมื่อรัฐบาลรัฐเบงกอลตะวันตกที่นำโดยพรรคภารติยะชนตะ (BJP) ซึ่งเพิ่งชนะการเลือกตั้ง ประกาศมอบหมายให้องค์กรศาสนาฮินดู International Society for Krishna Consciousness (ISKCON) หรือที่รู้จักในชื่อขบวนการ “ฮาเร กฤษณะ” เข้ามารับผิดชอบการผลิตอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองโกลกาตา

อาหารทั้งหมดจะดำเนินการผ่านมูลนิธิ Annamitra Foundation ซึ่งให้บริการเฉพาะอาหารมังสวิรัติ ส่งผลให้เมนูไข่จะถูกแทนที่ด้วยโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลืองหรือถั่วแดง

แม้โครงการยังอยู่ระหว่างหารือและยังไม่ได้เริ่มดำเนินการจริง แต่ก็สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วประเทศแล้ว

ด้านพรรค All India Trinamool Congress (TMC) ซึ่งเป็นรัฐบาลชุดก่อน กล่าวหารัฐบาล BJP ว่ากำลังพยายามผลักดันแนวคิดมังสวิรัติให้เด็กนักเรียนด้วยเหตุผลทางอุดมการณ์

นักวิจารณ์จำนวนมากมองว่า การกำหนดเมนูอาหารไม่ควรได้รับอิทธิพลจากความเชื่อทางศาสนาหรือการเมือง แต่ควรยึดหลักโภชนาการเป็นสำคัญ

ขณะที่ผู้สนับสนุนโครงการเห็นว่า หากวางแผนเมนูอย่างเหมาะสม อาหารมังสวิรัติก็สามารถให้คุณค่าทางโภชนาการได้ไม่ต่างจากไข่

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหลายคนระบุว่า ไข่ถือเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ราคาย่อมเยา และเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กวัยเจริญเติบโต

ไข่หนึ่งฟองในอินเดียมีราคาประมาณ 8 รูปี หรือไม่ถึง 4 บาท และมีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด รวมถึงวิตามินดีและวิตามินบี 12 ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการของเด็ก

แม้อาหารอย่างพาเนียร์ (ชีสสดอินเดีย) หรือผลิตภัณฑ์จากนมจะให้สารอาหารใกล้เคียงกัน แต่มีต้นทุนสูงกว่ามาก ทำให้ยากต่อการนำมาใช้ในโครงการอาหารกลางวันที่ใช้งบประมาณภาครัฐ

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากยกเลิกไข่โดยไม่มีการทดแทนสารอาหารอย่างเหมาะสม เด็กอาจได้รับโปรตีนและสารอาหารจำเป็นไม่เพียงพอ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต การเรียนรู้ และระบบภูมิคุ้มกันในระยะยาว

ผู้ปกครองบางส่วนระบุว่า การมีไข่ในอาหารกลางวันช่วยสร้างความมั่นใจว่าบุตรหลานได้รับโปรตีนเพียงพอ ขณะที่นักเรียนบางคนยอมรับว่าอยากลองเมนูใหม่ แต่หลายคนรู้สึกเสียดายเพราะรอวันที่โรงเรียนแจกไข่เป็นพิเศษ

ครูในหลายรัฐยังย้ำว่า อาหารกลางวันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กยากจนมาโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ เพราะเด็กจำนวนมากเดินทางมาเรียนทั้งที่ยังไม่ได้รับประทานอาหารเช้า

ในบางพื้นที่ เช่น รัฐพิหาร โรงเรียนใช้แนวทางประนีประนอม โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกได้เอง ผู้ที่รับประทานไข่จะได้รับไข่ ส่วนผู้ที่ไม่รับประทานไข่จะได้รับกล้วยแทน เพื่อเคารพความแตกต่างด้านความเชื่อและพฤติกรรมการบริโภค.

ที่มา : BBC

ไฟป่าลุกลามหนักในรัฐโคโลราโด สั่งอพยพประชาชนกว่า 2,200 คน บ้านเรือนเสียหายนับร้อยหลัง

ไฟป่าลุกลามหนักในรัฐโคโลราโด สั่งอพยพประชาชนกว่า 2,200 คน บ้านเรือนเสียหายนับร้อยหลัง

4 ก.ค. 2569 07:40 น.

ไฟป่าลุกลามหนักในรัฐโคโลราโด สั่งอพยพประชาชนกว่า 2,200 คน บ้านเรือนเสียหายนับร้อยหลัง

ไฟป่า “แอสเพน เอเคอร์ส” ลุกลามอย่างรวดเร็วทางตอนใต้ของรัฐโคโลราโด เผาทำลายบ้านเรือนกว่า 160 หลัง ทางการสั่งอพยพประชาชนหลายชุมชน ขณะที่สหรัฐฯ เผชิญไฟป่าครั้งใหญ่ราว 40 จุดทั่วภาคตะวันตก

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดไฟป่าครั้งใหญ่ในรัฐโคโลราโด ทางตะวันตกของสหรัฐฯ ส่งผลให้ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ หลังเปลวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วจากกระแสลมแรง ขณะที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญไฟป่าขนาดใหญ่ราว 40 จุดทั่วภูมิภาคตะวันตก

ไฟป่าที่มีชื่อว่า “แอสเพน เอเคอร์ส” (Aspen Acres Fire) ลุกลามอย่างหนักทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครเดนเวอร์ โดยขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นถึง 44 ตารางกิโลเมตร ภายในคืนเดียว ทำให้พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายเพิ่มเป็น 272 ตารางกิโลเมตร ภายในวันศุกร์

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ไฟป่าครั้งนี้ได้เผาทำลายสิ่งปลูกสร้างไปแล้วมากกว่า 160 หลัง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สภาพอากาศแห้งแล้งต่อเนื่องหลายเดือน ประกอบกับปริมาณหิมะในฤดูหนาวที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้พื้นที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่ารุนแรงมากขึ้น

ทางการรัฐโคโลราโดมีคำสั่งอพยพประชาชนราว 2,200 คน ในเมือง โคโลราโด ซิตี รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนใกล้เคียง ได้แก่ บิวลาห์  ไรย์  และ ซาน อิซาเบล  เพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิรัฐโคโลราโด ได้ส่งกำลังพลประมาณ 50 นาย เข้าประจำจุดตรวจบนถนนในเขต ปวยโบล และ คัสเตอร์  รวมทั้งดูแลพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำ ปวยโบล รีเซอร์วัวร์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำในการควบคุมเพลิง

เจ้าหน้าที่สอบสวนระบุว่า ไฟป่าแอสเพน เอเคอร์สมีสาเหตุมาจากการกระทำของมนุษย์ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นเพลิง.

“เคโกะ ฟูจิโมริ” คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีเปรู เตรียมนั่งผู้นำคนใหม่ ชูนโยบายปราบอาชญากรรม

"เคโกะ ฟูจิโมริ" คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีเปรู เตรียมนั่งผู้นำคนใหม่ ชูนโยบายปราบอาชญากรรม

4 ก.ค. 2569 07:16 น.

“เคโกะ ฟูจิโมริ” คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีเปรู เตรียมนั่งผู้นำคนใหม่ ชูนโยบายปราบอาชญากรรม

คณะกรรมการการเลือกตั้งเปรูประกาศรับรองชัยชนะของ “เคโกะ ฟูจิโมริ” ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสอง หลังเฉือนคู่แข่งเพียง 0.27% เตรียมรับตำแหน่งปลายเดือนนี้ พร้อมชูนโยบายปราบแก๊งอาชญากรรมและคุมเข้มชายแดน

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นางเคโกะ ฟูจิโมริ นักการเมืองสายอนุรักษนิยม วัย 51 ปี ได้รับการประกาศเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเปรูรอบสองอย่างเป็นทางการ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งสูงสุดของประเทศรับรองผลการเลือกตั้ง โดยผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการระบุว่า ฟูจิโมริได้รับคะแนนเสียงคิดเป็น 50.1% เฉือนชนะ โรเบร์โต ซานเชซ สมาชิกสภาคองเกรสสายชาตินิยม ซึ่งได้รับไป 49.8% โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองคนผ่านเข้าสู่การเลือกตั้งรอบชี้ขาดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน หลังเอาชนะผู้สมัครอีก 33 คนในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อเดือนเมษายน

รายงานข่าวระบุว่านางฟูจิโมริจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และจะกลายเป็น ประธานาธิบดีคนที่ 9 ของเปรูในรอบ 10 ปี สะท้อนถึงความผันผวนทางการเมืองที่ประเทศเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง

โดยประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้คือปัญหาอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะการรีดไถและความรุนแรงจากเครือข่ายอาชญากรรม ฟูจิโมริจึงหาเสียงด้วยนโยบายปราบปรามอาชญากรรมอย่างเข้มงวด พร้อมให้คำมั่นว่าจะใช้นโยบาย “กำปั้นเหล็ก” เพื่อฟื้นฟูความปลอดภัยของประเทศ

ทั้งนี้ ฟูจิโมริเป็นบุตรสาวของ อัลเบร์โต ฟูจิโมริ อดีตประธานาธิบดีเปรู ผู้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งในช่วงทศวรรษ 2533 โดยรัฐบาลของเขาประสบความสำเร็จในการปราบปรามกลุ่มกบฏหัวรุนแรง แต่ต่อมาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการใช้อำนาจแบบเผด็จการ ก่อนถูกศาลตัดสินจำคุกในปี 2552 จากคดีละเมิดสิทธิมนุษยชน และต่อมาถูกตัดสินในคดีทุจริตอีกหลายคดี.

ที่มา CNN

ยอดเหยื่อแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาพุ่ง 2,645 ศพ สูญหายแตะ 5 หมื่น ครอบครัววอนเร่งกู้ร่างผู้เสียชีวิต

ยอดเหยื่อแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาพุ่ง 2,645 ศพ สูญหายแตะ 5 หมื่น ครอบครัววอนเร่งกู้ร่างผู้เสียชีวิต

4 ก.ค. 2569 06:27 น.

ยอดเหยื่อแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาพุ่ง 2,645 ศพ สูญหายแตะ 5 หมื่น ครอบครัววอนเร่งกู้ร่างผู้เสียชีวิต

ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหว 2 ระลอกในเวเนซุเอลาเพิ่มเป็น 2,645 ศพ บาดเจ็บกว่า 12,600 คน ขณะที่สหประชาชาติคาดผู้สูญหายอาจสูงถึง 50,000 คน ญาติผู้ประสบภัยร้องขอเร่งกู้ร่างผู้เสียชีวิต หลังความหวังพบผู้รอดชีวิตริบหรี่

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวเอเอฟพี  รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ระลอกในเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 2,645 ศพ ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 12,600 ราย ตามตัวเลขทางการล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ นอกจากนี้คาดว่ายังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก

โดยแผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 ส่งผลให้อาคารที่พักอาศัยหลายสิบแห่งพังถล่ม โดยเฉพาะในเมืองชายฝั่ง ลา กวยรา ทางตอนเหนือของกรุงการากัส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด แม้รัฐบาลยังไม่เปิดเผยจำนวนผู้สูญหายอย่างเป็นทางการ แต่ องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็นประเมินว่าอาจมีผู้สูญหายมากถึง 50,000 คน ทำให้หลายครอบครัวยังคงเฝ้ารอข่าวคราวของคนที่รัก ท่ามกลางความหวังอันริบหรี่ที่จะพบผู้รอดชีวิต

ขณะที่ผ่านไป 9 วันหลังเกิดภัยพิบัติ ทีมกู้ภัยหลายหน่วยเริ่มลดระดับปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิต เนื่องจากช่วงเวลาสำคัญในการช่วยเหลือผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารมักอยู่ภายใน 72 ชั่วโมงแรก แม้ว่าสัปดาห์นี้จะยังมีการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้อย่างปาฏิหาริย์บางรายก็ตาม ขณะที่ประชาชนจำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์การรับมือของรัฐบาล โดยระบุว่าหน่วยกู้ภัยเดินทางมาถึงล่าช้า และในช่วงแรกเป็นเพื่อนบ้าน ญาติ รวมถึงอาสาสมัครที่ช่วยกันใช้มือเปล่าขุดค้นซากปรักหักพังเพื่อค้นหาผู้ประสบภัย  

อย่างไรก็ตาม เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา ซึ่งเข้ารับตำแหน่งหลัง นิโกลัส มาดูโร ถูกจับกุมในการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เมื่อ 6 เดือนก่อน ยืนยันว่ารัฐบาลดำเนินการอย่างเต็มที่ พร้อมกล่าวหาว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงของสื่อ.

ผู้นำโลกทยอยร่วมพิธีศพ “คาเมเนอี” วันแรก ซาอุฯ ส่งผู้แทนร่วมไว้อาลัย คาดผู้ร่วมพิธีกว่า 20 ล้านคน

ผู้นำโลกทยอยร่วมพิธีศพ "คาเมเนอี" วันแรก ซาอุฯ ส่งผู้แทนร่วมไว้อาลัย คาดผู้ร่วมพิธีกว่า 20 ล้านคน

4 ก.ค. 2569 05:20 น.

ผู้นำโลกทยอยร่วมพิธีศพ “คาเมเนอี” วันแรก ซาอุฯ ส่งผู้แทนร่วมไว้อาลัย คาดผู้ร่วมพิธีกว่า 20 ล้านคน

บรรยากาศวันแรกของพิธีศพ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ซึ่งเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ -อิสราเอลเมื่อปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมา เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ ประชาชน-ผู้แทนหลายประเทศเดินทางเข้าร่วม

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศวันแรกของพิธีศพ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ซึ่งเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีประชาชนจำนวนมหาศาลและคณะผู้แทนจากหลายประเทศเดินทางร่วมไว้อาลัยที่กรุงเตหะราน ขณะที่ทางการคาดว่าตลอดพิธีหลายวันจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 20 ล้านคน

พิธีจัดขึ้นที่ศูนย์ประกอบศาสนกิจ แกรนด์ โมซัลลา ในกรุงเตหะราน โดยโลงศพของคาเมเนอีซึ่งคลุมด้วยธงชาติอิหร่านถูกตั้งให้ประชาชนเข้าสักการะ ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งในอิหร่านและอิรัก และจะฝังที่เมือง มัชฮัด บ้านเกิดของอดีตผู้นำในวันที่ 9 กรกฎาคม

สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า ผู้นำและผู้แทนจากหลายประเทศเข้าร่วมพิธีไว้อาลัย รวมถึงคณะผู้แทนจากรัสเซีย จีน ปากีสถาน และประเทศพันธมิตรในภูมิภาค โดยหนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจคือการเดินทางมาร่วมพิธีของ วาลิด อัล-คูไรจี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือเป็นการแสดงท่าทีทางการทูตที่สำคัญ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เพิ่งฟื้นตัวของทั้งสองประเทศ

ด้าน ดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งเดินทางมาในฐานะผู้แทนพิเศษของ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ร่วมวางดอกไม้เคารพศพ พร้อมเข้าพบ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน และ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ก่อนเริ่มพิธีอย่างเป็นทางการ

ทางการอิหร่านระบุว่า พิธีศพครั้งนี้จะดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน โดยคาดว่าจะมีประชาชนและคณะผู้แทนจากต่างประเทศเข้าร่วมหลายล้านคน เพื่อแสดงความอาลัยต่ออดีตผู้นำที่ปกครองประเทศมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ พร้อมส่งสัญญาณความเป็นเอกภาพของอิหร่านหลังสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล.

ที่มา Aljazeera