โปรดเกล้าฯ ปรับลดชั้นยศ พลตรี และให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ประจำพระองค์

โปรดเกล้าฯ ปรับลดชั้นยศ พลตรี และให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ประจำพระองค์

โปรดเกล้าฯ ปรับลดชั้นยศ พลตรี และให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ประจำพระองค์

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.00 น.

วันที่ 8 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา  เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ ปรับลดชั้นยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ประจำพระองค์

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ปรับลดชั้นยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ประจำพระองค์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 มาตรา 6 มาตรา 9 และมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช 2480

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลตรี ศุภ์เมธิศ วีรกิตติสุนทร ตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการประจำ สำนักงานรองผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ 2 หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี) ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการประจำ สำนักงานรองผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ 1 หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พันเอก) และให้พ้นจาก การปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ประจำพระองค์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

เกษตรฯ ส่งหนังสือถึงมาเลเซีย เตรียมถกรัฐมนตรี สางปัญหาแบนกุ้งไทย

เกษตรฯ ส่งหนังสือถึงมาเลเซีย เตรียมถกรัฐมนตรี สางปัญหาแบนกุ้งไทย

เกษตรฯ ส่งหนังสือถึงมาเลเซีย เตรียมถกรัฐมนตรี สางปัญหาแบนกุ้งไทย

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.27 น.

“วัชรพล” เผย สุริยะ ลงนามหนังสือถึงรัฐมนตรีมาเลเซีย ขอเจรจาปัญหาและแนวทางแก้ไข้ หลังสั่งระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 ชนิด ยันพร้อมบินเจรจาทันทีที่มาเลเซียตอบรับ คาดได้ข้อสรุปสัปดาห์หน้า

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายวัชระพล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการหารือมาตรการรับมือกรณีประเทศมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งทะเลจากไทย 5 ชนิดเป็นการชั่วคราว และมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานให้เกิดการเจรจาระดับรัฐบาล โดยมีนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง /นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยนายวัชระพล กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งเดินหน้าแก้ปัญหาการส่งออกกุ้งไทยไปยังมาเลเซีย ซึ่งวันนี้ สมาคมกุ้งไทยเข้าหารือและเสนอข้อเรียกร้องสำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ 1 การเร่งเจรจากับมาเลเซียเพื่อคลี่คลายปัญหาการนำเข้ากุ้งไทย และ2 การผลักดันแผนพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทยให้กลับมาเป็นผู้นำของโลกอีกครั้ง ซึ่งในการเร่งเจรจากับมาเลเซีย น้้น ล่าสุดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของมาเลเซียแล้ว เพื่อขอหารือในระดับรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด

โดยคาดว่าฝ่ายมาเลเซียจะได้รับหนังสือภายในวันนี้  ประกอบกับก่อนหน้านี้ ได้ทราบว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้มีการประสานไปยังนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในการแก้ปัญหาดังกล่าวร่วมกันในเบื้องต้นแล้ว โดยไทยพร้อมส่งคณะผู้แทนเดินทางไปเจรจาทันทีตั้งแต่สัปดาห์หน้าหากได้รับการตอบรับจากฝ่ายมาเลเซีย

ทั้งนี้ในช่วงก่อนการหารือระดับรัฐมนตรี ก็จะมีการประสานงานในระดับปฏิบัติการเพื่อหารือรายละเอียดทั้งปัญหาและแนวทางแก้ไขร่วมกัน โดยกระทรวงฯ เชื่อว่าการยกระดับการเจรจาจากระดับกรมสู่ระดับรัฐมนตรีจะช่วยให้การแก้ปัญหามีความคืบหน้าและรวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับข้อเสนอของสมาคมกุ้งไทยในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมกุ้งไทยช่วงปี 2569-2573  นายวัชรพล กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว โดยจะมอบหมายให้กรมประมงศึกษารายละเอียดและจัดลำดับมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที รวมถึงแนวทางระยะกลางและระยะยาว พร้อมยืนยันว่าจะผลักดันแผนดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง หลังเคยชะงักจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา

ส่วนของความคืบหน้าการเจรจากับมาเลเซีย กระทรวงฯ คาดหวังว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า เนื่องจากหากล่าช้าเกินสิ้นเดือน อาจส่งผลกระทบต่อฤดูกาลผลิตและการส่งออกกุ้งของไทย
ขณะที่การนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซีย ไทยยังคงมาตรการตรวจสอบคุณภาพและสารตกค้างตามมาตรฐานเดิม แต่จะปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้รวดเร็วขึ้น โดยลดระยะเวลาการตรวจจาก 15 วัน เหลือ 7 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ขณะที่มาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารยังคงเข้มงวดเช่นเดิม

นายวัชระพลบอกอีกว่าสำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในระยะสั้น กระทรวงเกษตรฯ และกรมประมงได้เตรียมมาตรการลดต้นทุนการผลิตไว้แล้ว ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาดูแลด้านการตลาดและการระบายผลผลิต เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรในช่วงที่การส่งออกยังมีข้อจำกัดและในวันพรุ่งนี้กระทรวงเกษตรฯ เตรียมรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหาดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลรับทราบและติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย

ดูแลชาวนาเต็มที่! รมว.เกษตรฯ ชง นบข.พิจารณาช่วยเหลือไร่ละพัน

ดูแลชาวนาเต็มที่! รมว.เกษตรฯ ชง นบข.พิจารณาช่วยเหลือไร่ละพัน

ดูแลชาวนาเต็มที่! รมว.เกษตรฯ ชง นบข.พิจารณาช่วยเหลือไร่ละพัน

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.39 น.

รมว.เกษตรฯ ย้ำเดินหน้าดูแลชาวนาเต็มที่ ชง นบข. พิจารณาช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท พร้อมบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าวรองรับฤดูเพาะปลูกปี 2569 อย่างเพียงพอ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการช่วยเหลือเกษตรกร การรักษาเสถียรภาพราคาข้าว และการเตรียมความพร้อมเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อรองรับฤดูการผลิตปี 2569/70

9 มิถุนายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) วันที่ 11 มิถุนายน 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอขอขยายกรอบวงเงินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 เพิ่มเติม สำหรับเกษตรกร 233,729 ครัวเรือน ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ ภายใต้มาตรการช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10,000 บาท วงเงินรวม 1,846.96 ล้านบาท

นอกจากนี้ คาดว่านบข.จะอนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 ประกอบด้วย โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก และโครงการประกันภัยข้าวนาปี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกร

ด้าน นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้เตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีรองรับฤดูเพาะปลูกปี 2569/70 อย่างเพียงพอ ผ่านศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์วิจัยข้าว และเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศ โดยมีเมล็ดพันธุ์พร้อมจำหน่าย ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 34,970 ตัน ข้าวหอมไทย 6,275 ตัน ข้าวเจ้า 43,475 ตัน ข้าวเหนียว 15,230 ตัน และข้าวสี 50 ตัน

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมการข้าว ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์ กข113 และ กข119 เพื่อเป็นทางเลือกในการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร โดย กข113 เป็นข้าวเจ้าพื้นนุ่มที่ให้ผลผลิตสูง อายุเก็บเกี่ยวสั้น คุณภาพเมล็ดดี และมีศักยภาพในการแข่งขันทางการตลาด ขณะที่ กข119 เป็นข้าวเจ้าพื้นนุ่มที่ให้ผลผลิตสูง ต้านทานโรคและแมลงศัตรูข้าวได้ดี คุณภาพการหุงต้มเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ กรมการข้าวจึงเร่งขยายการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกร

ทั้งนี้ กรมการข้าวจะติดตามสถานการณ์การผลิตและการกระจายเมล็ดพันธุ์อย่างใกล้ชิด พร้อมส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพดี ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมการข้าว ลุยหนัก! เร่งยกระดับพัฒนาพันธุ์ข้าวคุณภาพ

อธิบดีกรมการข้าว ลุยหนัก! เร่งยกระดับพัฒนาพันธุ์ข้าวคุณภาพ

อธิบดีกรมการข้าว ลุยหนัก! เร่งยกระดับพัฒนาพันธุ์ข้าวคุณภาพ

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.59 น.

8 มิถุนายน 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงาน ในการประชุมติดตามผลการดำเนินงานโครงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว (ชั้นพันธุ์คัด-พันธุ์หลัก) โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จากกองวิจัยและพัฒนาข้าว สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ และศูนย์วิจัยข้าวจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมจักรพันธ์ กรมการข้าว

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว (ชั้นพันธุ์คัด-พันธุ์หลัก) ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติและศูนย์วิจัยข้าว 27 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข เพื่อให้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นไปตามเป้าหมายและมีประสิทธิภาพสูงสุด

นายอานนท์ นนทรีย์ กล่าวว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการผลิตข้าวที่มีประสิทธิภาพ จึงขอให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานด้วยความรอบคอบ ยึดหลักวิชาการและมาตรฐานการผลิตอย่างเคร่งครัด เน้นการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิต การตรวจสอบมาตรฐาน การเก็บรักษา ไปจนถึงการกระจายเมล็ดพันธุ์สู่เกษตรกร เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ข้าวของกรมการข้าวมีคุณภาพสูง มีความบริสุทธิ์ตรงตามพันธุ์ และที่สำคัญเพื่อให้เกษตรกรได้รับเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการเพาะปลูก และช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก อันเป็นการขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการควบคุมคุณภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ของกองวิจัยและพัฒนาข้าว รับฟังรายงานผลการดำเนินงานและปัญหา/อุปสรรคจากกลุ่มศูนย์วิจัยข้าว ตลอดจนผลกระทบที่เกิดจากการกระจายเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่ รวมถึงข้อเสนอแนะจากหน่วยงานตรวจสอบต่างๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการและสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน

สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ร่วมสนับสนุนคุณค่าทุกความต่างอย่างเท่าเทียม

สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ร่วมสนับสนุนคุณค่าทุกความต่างอย่างเท่าเทียม

สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ร่วมสนับสนุนคุณค่าทุกความต่างอย่างเท่าเทียม

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.30 น.

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ในฐานะ “DiversCity Building” แห่งแรกของประเทศไทย ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดรับทุกความแตกต่าง ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริม Diversity, Equality และ Inclusion ส่งเสริม – สร้าง – สนับสนุนคุณค่าทุกความต่างอย่างเท่าเทียม ร่วมกับสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ปักหมุดแลนด์มาร์กแห่ง Pride Festival Destination ใจกลางกรุงเทพ ร่วมแสดงพลังยิ่งใหญ่แห่ง Pride กับงาน The Celebration: Right to Love 2026” ในคอนเซ็ปต์  “WHERE EVERY COLOR BECOMES CULTURE เพราะทุกสีคือพลังแห่งตัวตน หลอมรวมเป็นวัฒนธรรมแห่งยุคสมัย” ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนนี้

พร้อมผนึกกับพลังพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นนฤมิตไพรด์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงวัฒนธรรม, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย หรือ UNDP, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB, Drag Bangkok , คอมมูนิตี้แห่งความหลากหลาย อาทิ Pride City Network, Yellow Channel, สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย,  MISS QUEEN DEAF THAILAND 2026 และอีกหลากหลายพลังสนับสนุน ร่วมกันขับเคลื่อน Pride ไทยให้กึกก้องไกลกว่าที่เคย พร้อมร่วมสร้างหน้าประวัติศาสตร์สนับสนุนการเสนอชื่อกรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพ Bangkok World Pride 2030

เริ่มจากการนำเสนอไฮไลท์สำคัญของงาน The Celebration: Right to Love” ดึงดูดสายตาจากคนทั่วโลก ด้วยการร่วมมือกับศิลปินไทย บุรินทร์ พันธ์มา นักวาดภาพประกอบแฟชั่นและศิลปิน NFT ผู้ถ่ายทอดผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละครในวิดีโอเกม ก่อนนำมาต่อยอดเป็นงานศิลปะแนว Homoerotic และ Surreal ในสไตล์เฉพาะตัว สะท้อนมุมมอง ความรู้สึก และความหลงใหลที่มีต่อความรักและความสัมพันธ์ของเพศเดียวกัน ผ่านเส้นสาย สีสัน และองค์ประกอบทางศิลป์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

“การได้ร่วมสร้างสรรค์งานครั้งนี้กับสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งไอเดียและการแสดงออกของคนรุ่นใหม่ สอดคล้องกับสิ่งที่ผมอยากถ่ายทอดผ่านงานอาร์ตในช่วง Pride คือการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ปลดปล่อยความคิด ศักยภาพ และความเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวหรือรู้สึกเขินอายที่จะเป็นตัวเอง แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งาน เริ่มจากนึกถึงเกมต่อสู้ ที่ทุกคนสามารถมาประลองศักยภาพกันอย่างสนุก รวมถึงอยากพูดถึงพื้นที่ที่อิสระทางความคิดและไอเดียอยากให้งานนี้เป็นเหมือน Safe Space ที่โอบรับความหลากหลาย ความเท่าเทียม และอิสระทางความคิด พร้อมส่งต่อพลังแห่งความมั่นใจและการกล้าแสดงออกให้ทุกคนได้มาสนุกและแชร์พลังร่วมกัน” บุรินทร์ กล่าว

พบกับกิจกรรมจากหลากหลายพันธมิตร ที่พร้อมแสดงพลังแห่งความหลากหลาย  เริ่มจาก Bangkok Pride Parade 2026 ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 ร่วมสะบัดพลัง Pride ไปกับขบวนพาเหรดสีรุ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ปรากฏการณ์แห่งความภาคภูมิใจที่รวมพลังคอมมูนิตี้จากทั่วทุกพื้นที่ ที่มาร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เวทีโลก ณ สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และสยามพารากอน อาทิ PrideChella Global Drag Star Show, Bangkok Gay Men’s Chorus, การแสดงจาก ต้น ธนษิต และตลอดทั้งเดือนมิถุนายน พบกับกิจกรรม COLORS OF CELEBRATION  ที่สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่

เริ่มจาก COLOR OF VOICES เพราะทุกเสียงมีเวที และทุกเสียงมีความหมาย

พื้นที่ที่เปิดกว้างให้ทุกเสียงของตัวตนได้ถูกขยายและรับฟัง พร้อมเป็นกระบอกเสียงให้ทุกมุมมอง โดยสยามเซ็นเตอร์ ได้รับเกียรติจาก Bangkok Pride และพาร์ทเนอร์หลากหลายวงการ เป็นพื้นที่จัดเวทีเสวนา กว่า 15 เซสชั่น ในหัวข้อที่น่าสนใจครอบคลุมหลากหลายมิติ อาทิ UNDP Talk: From Marriage Equality to Broader Inclusion: Respecting All Identities, แถลงข่าวและเปิดตัวผู้เข้าประกวด Miss Deaf Queen Thailand 2026เสวนา GL Origin จากปลายปากกาผู้สร้าง สู่ปรากฏการณ์ Global Star, เสวนา The Power of a Medical Hub: Thailand, Pride of Art and Music และ เสวนา Global Leader in Gender-Affirming and Aesthetic Surgery และยังมีหัวข้อทั้งด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการสร้าง Safe Space ในสังคม, การแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการศึกษา การทำงาน สุขภาพ และการแสดงออกทางอัตลักษณ์, อุตสาหกรรม BL & GL และพลัง Soft Power ไทย, ศักยภาพประเทศไทยสู่ศูนย์กลาง Gender-Affirming และ Aesthetic Surgery ระดับโลก, การสนับสนุนศิลปะ ดนตรี และความคิดสร้างสรรค์ที่สะท้อนตัวตนอย่างภาคภูมิใจ

ร่วมด้วย ศิลปิน นักแสดง ผู้กำกับ คนทำงานเบื้องหลังและเบื้องหน้า และศิลปินจากวงการ BL-GL อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น ศิลปินจาก DOMUNDI, ติ๊ก-กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ, แอปเปิ้ล-ลาภิสรา อินทรสูต และ มิ้ม-ปัณฑิตา วัญญู, เก่ง- ธชย ประทุมวรรณ, ต๋อง-ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา, อะตอม-ปกรณ์  แก้วดี, Frankie Wonga, อาร์ต อารยา,  เบ้บ ธนทัต, ซิลวี่ ภาวิดา, นาบุญ ผลาศักดิ์, นักแสดงจากซีรีย์ Lost to Light, Make It Right, Cupid Wall– โยฮัน เคนจิ และอีกมากมายจากองค์กรและคอมมูนิตี้ต่างๆ ณ เอเทรี่ยม 1 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์

สำหรับสยามดิสคัฟเวอรี่ ในวันที่ 6 มิ.ย. พบกับ เสวนา: Pride Power & Media โดยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 7 มิ.ย. กิจกรรม Ballroom 101 & Basic Vogue Dance : วัฒนธรรมบอลรูม 101 และสอนเต้นสไตล์ Vogue โดย Thailand Mother Yujene หรือคุณเอิ๊ต จาก Elemental Project TH, 13 มิ.ย. กิจกรรมเกมส์บันไดงูเพศสภาพ จาก THAITGA เครือข่ายเพื่อนกระเทยไทย, 14 มิ.ย. พบกับ Standup Comedy Talk โดย คณะสะดุ้งไฟคอมเมดี้แอนด์เฟรนด์, และ Official merchandise จากซีรี่ย์เรียกแด๊ดสิธาร

COLOR OF T-BEAUTY สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ สนับสนุนพลังแห่งไทยบิวตี้ เฉลิมฉลองความงามที่ไร้กรอบ สะท้อนตัวตนอย่างมั่นใจ กับแคมเปญ The Colors of Thai Beauty” รวม Thai-Beauty Brands กว่า 100 แบรนด์ดังที่กำลังสร้างกระแสไปทั่วโลก ระหว่างวันที่ 4 มิ.ย. – 30 มิ.ย. 2569

COLOR OF STYLE ทุกสไตล์มีพลัง สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ชวนค้นพบ Pride Collections สนุกกับ แฟชั่นไอเท็มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และกิจกรรมจากแบรนด์ไทยและอินเตอร์ให้ทุกคนได้ประกาศตัวตนผ่านสไตล์สุดล้ำ  เริ่มจาก ORI ร่วมกับ AOMLETTE จาก Pilalab ชวนทุกคนมาสนุกกับคลาส ‘Active Rainbow Flow’ Mat Pilates สุดเอเนอร์จี้ที่ผสานการเคลื่อนไหวแบบไดนามิก ท่ามกลางจังหวะเพลงสนุก สีสันสดใส และบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง Pride, Kiera Selbe ชวนทุกคนมาร่วมกิจกรรม COMPLIMENT EXCHANGE STATION สุ่มการ์ด ส่งต่อคำพูดดี ๆ และแบ่งปันพลังบวก พร้อมสนุกกับการออกแบบ KS Key Chain ในสไตล์ของตัวเอง เพื่อถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์และตัวตนอย่างอิสระ

ร่วมด้วยแบรนด์ดังอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น  27 FRIDAYA.CEMI,  AKE AKE BonchonConverse, Frank., Jaspal Group, KIKO MILANO, Merge, ORI, Please Yogurt BarRavipa, Shepedence, Silhouette, Sleeping CloudSuper Daddy StoreTar MafiaVictoria’s SecretVintelWARAYoguruto และ ตำกระเทยสาเกต พร้อมด้วย Absolute Siam Store ที่มาพร้อมกับแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยที่กำลังมาแรงแบบจัดเต็ม ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนนี้

นอกจากนี้  LFC Retail Thailand ยังร่วมฉลองด้วยการเปลี่ยนโลโก้ Liverbird ในเวอร์ชั่นสี Pride สุดพิเศษ และพบกับ LFC Pride Collection ณ  Discovery Plaza  ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ 

COLOR ON STAGE สีสันแห่ง Pride เริ่มต้นที่นี่  รวมสุดยอด Performance และคอนเทนต์ด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โชว์ Drag Performance จาก Drag Bangkok, การออดิชั่น The Voice Thailand 2026 และ T-POP Show และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ขวัญใจคนรุ่นใหม่จากหลากหลายสังกัด  ที่มาร่วมสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็น 4Mix, Babi J, CHiLLiz,, CiRi, DIDIxDADA, ECLIPSE, LaMoon, Mindy, QVINT, Random Dance x Gravity Motion, Redspin,, Tia51,Top Piyawat, Projext52 / Nink Melody / nicky Jakob, Ultimate Troop  และ WYNN Entertainment ณ เอเทรี่ยม 2 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ และที่สยามดิสคัฟเวอรี่ พบกับ PRIDE AEROBIC กิจกรรมแอโรบิกภายใต้ธีม Pride โดย The Diva Thailand ชวนทุกคนคัมแบ็กสู่ยุคเพลงแดนซ์สุดไอคอนิก ปลดล็อก inner diva ผ่านจังหวะแอโรบิกสุดแกลม พร้อมเพลงป็อประดับตำนานที่ร้องตามได้ทั้งคลาส อย่าลืมที่จะแต่งตัวด้วย สีเมทัลลิก กลิตเตอร์วิ้งๆ สปอร์ตตัวแม่ พร้อมพัดสีรุ้ง ในวันที่ 17,24 มิ.ย. และ 1 ก.ค. เวลา 18.30-19.30 น.

COLOR OF CREATION สีสันจากผู้สร้างสรรค์ ปลดปล่อยจินตนาการผ่านนิทรรศการภาพถ่ายแห่งความทรงจำ  Road To Bangkok World Pride Photo Exhibition นิทรรศการภาพถ่ายที่ถ่ายทอดเส้นทางแห่งความหลากหลายและการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของคอมมูนิตี้ LGBTQ+ ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2023 –2025 นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ Bangkok Pride จนก้าวสู่เวทีระดับโลก ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของการคัดเลือกเจ้าภาพ WorldPride 2030 พร้อมนำเสนอข้อมูลและโมเมนต์สำคัญผ่านภาพถ่ายประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และ นิทรรศการ Thailand’s Drag Star Extra-bition 2026 จัดแสดง 13 ชุดไฮไลต์จากผู้เข้าประกวดเวที Thailand’s Drag Star 2026 โดย Yellow Channel เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสความอลังการของเครื่องแต่งกายที่ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ผ่านงานออกแบบและการผลิต ภายใต้แนวคิด ART, CULTURE, GENDER และ FREEDOM พร้อมการแสดงสุดพิเศษจาก Foiegras ผู้ชนะคนแรกของเวที Thailand’s Drag Star 2025 และเหล่า Drag Performer จากทีม Drag Bangkok

COLOR OF REWARDS ฉลองให้สุดกับดีลสุดพิเศษ Celebrate & Get Rewarded เฉลิมฉลองให้สุดกับ Deals, Rewards และ Surprise Deal ตลอดทั้งเดือน

ประกาศก้องความ Pride ร่วม Celebrate และสร้างปรากฏการณ์แห่งความภาคภูมิใจไปด้วยกัน ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2026 ณ สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่

#SiamCenter #TheIdeopolis #BeInspired #SiamCenterPride2026

#SiamDiscovery #TheExploratorium#BeRevolutionary#ComePlayWithUs

#SiamDiscoveryPride2026

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์มอบขนมแก่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระบรมราชินี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์มอบขนมแก่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระบรมราชินี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์มอบขนมแก่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระบรมราชินี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.34 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์มอบขนมขบเคี้ยวแก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์และส่งต่อให้กับผู้ด้อยโอกาส ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

9 มิถุนายน 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบขนมเมล็ดทานตะวัน กลิ่นเปลือกส้มจำนวน 30 ลัง เมล็ดทานตะวัน Mix Pack จำนวน 10 ลัง ถั่วลันเตาอบกรอบ จำนวน 10 ลัง รวมทั้งสิ้น 50 ลัง มูลค่ากว่า 64,160 บาท  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนางสราญจิตร หวัง กรรมการบริษัท บริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ดร.จารุนันท์  อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และ นางธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

โดยขนมขบเคี้ยวดังกล่าว จะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์และภารกิจช่วยเหลือสังคมของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เพื่อสร้างประโยชน์และกำลังใจแก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติในพื้นที่ต่างๆ และประชาชนกลุ่มเปราะบาง นับเป็นอีกหนึ่งการแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ผู้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ขอร่วมทำความดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมสานต่อกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ สร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับผู้ด้อยโอกาส หรือขาดโอกาสทางสังคม ผ่านสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความสุขให้แก่ผู้คนในสังคม

ทั้งนี้มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ยินดีอย่างยิ่งในการเดินหน้าสนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างประโยชน์แก่สังคมส่วนรวมในทุกๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง

ผู้หญิงยุคใหม่ต้องรู้ทัน PMOS ชื่อใหม่ของโรคถุงน้ำรังไข่ PCOS สะท้อนความเสี่ยงด้านระบบเผาผลาญ โรคอ้วน และเบาหวานชนิดที่ 2

ผู้หญิงยุคใหม่ต้องรู้ทัน PMOS ชื่อใหม่ของโรคถุงน้ำรังไข่ PCOS สะท้อนความเสี่ยงด้านระบบเผาผลาญ โรคอ้วน และเบาหวานชนิดที่ 2

ผู้หญิงยุคใหม่ต้องรู้ทัน PMOS ชื่อใหม่ของโรคถุงน้ำรังไข่ PCOS สะท้อนความเสี่ยงด้านระบบเผาผลาญ โรคอ้วน และเบาหวานชนิดที่ 2

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.23 น.

โรค PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยคาดว่า ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงราว 1 ใน 8 คน หรือมากกว่า 170 ล้านคนทั่วโลก1 แต่ชื่อเดิมนี้อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่า เป็นเพียง โรคถุงน้ำรังไข่ ทั้งที่บางรายอาจไม่พบถุงน้ำในรังไข่เลย2

ล่าสุด PCOS ได้รับการเสนอชื่อใหม่ในวงการสุขภาพทั่วโลกเป็น PMOS3 ซึ่งย่อมาจาก Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome เพื่ออธิบาย PCOS ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพราะภาวะนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะถุงน้ำในรังไข่หรือระบบสืบพันธุ์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับระบบฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ น้ำหนัก และสุขภาพในระยะยาว

ประเด็นสำคัญของชื่อใหม่ คือ การชวนให้ผู้หญิงมองภาวะนี้อย่างรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน ภาวะก่อนเบาหวาน และเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs อื่นๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ4 โดยเฉพาะโรคอ้วนที่พบมากถึง 4 ใน 5 ของผู้หญิงที่มีภาวะ PMOS5

PMOS จึงไม่ใช่ “โรคใหม่” แต่เป็นชื่อที่ช่วยอธิบายโรคให้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น โดยอาการที่อาจพบได้ เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ สิว ขนดก ผมบาง น้ำหนักขึ้นง่าย ภาวะมีบุตรยาก หรือบางคนอาจไม่มีอาการชัดเจนในช่วงแรก ผู้หญิงทุกคนจึงควรรู้ว่า โรคอ้วนและเบาหวานอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ความเสี่ยงอาจเริ่มตั้งแต่ วัยรุ่น วัยเจริญพันธุ์ วัยทำงานที่ใช้ชีวิตปกติโดยไม่รู้ตัว

ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ตระหนักถึงความสำคัญในการใส่ใจสุขภาพผู้หญิงด้านการรับรู้เกี่ยวกับภาวะ PMOS เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้หญิงทุกคนให้หันมาใส่ใจสัญญาณจากร่างกาย สังเกตความเปลี่ยนแปลงของรอบเดือน น้ำหนัก ผิวพรรณ เพื่อปรึกษาแพทย์และเข้ารับการตรวจคัดกรองภาวะ PMOS เบาหวานและโรคอ้วน อันเป็นการ
เพิ่มโอกาสในการเลือกแนวทางการรักษา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สัญญาณที่ผู้หญิงควรสังเกต หากสงสัย PMOS และความเสี่ยงเมตาบอลิก

ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ เช่น ประจำเดือนขาด มานานๆ ครั้งหรือมาถี่เกินไป มามากผิดปกติ หรือมาไม่เป็นรอจนคาดเดาไม่ได้ เริ่มมีค่าน้ำตาลผิดปกติ หรือเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 อยู่แล้ว มีขนขึ้นมากผิดปกติบริเวณใบหน้า หน้าอก หน้าท้อง หรือต้นขาด้านบน มีสิวขึ้นรุนแรง เป็นสิวเรื้อรังหลังวัยรุ่น หรือรักษาด้วยวิธีทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้น นอนกรน ตื่นไม่สดชื่น ง่วงนอนกลางวัน หรืออ่อนเพลียผิดปกติ  ทั้งนี้ อาการดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างหรือข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยโดยแพทย์ได้

พักตร์นลิน บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด  กล่าวว่า ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) มุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพของผู้หญิง ด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้ที่จำเป็น พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพเพื่อให้ผู้หญิงสามารถดูแลและจัดการสุขภาพของตนเองได้อย่างเชิงรุก การรับมือกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ควรเริ่มตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้ การตรวจคัดกรองและประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในกลุ่มผู้หญิงทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ผู้หญิงจำนวนมากใช้ชีวิตท่ามกลางความเร่งรีบ จนอาจมองข้ามสัญญาณสำคัญจากฮอร์โมนและระบบเผาผลาญที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว การดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่คุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน

มะเร็งตับอ่อน รู้เร็ว รักษาได้ด้วยการผ่าตัด Whipple

มะเร็งตับอ่อน รู้เร็ว รักษาได้ด้วยการผ่าตัด Whipple

มะเร็งตับอ่อน รู้เร็ว รักษาได้ด้วยการผ่าตัด Whipple

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.14 น.

มะเร็งตับอ่อนในระยะเริ่มต้น มักไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากตรวจพบเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลาม การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะที่ยังสามารถผ่าตัดได้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยการผ่าตัด Whipple ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาหลักที่ช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต

นายแพทย์ณัฐวุฒิพงศ์ ลีรัตนขจร 

นายแพทย์ณัฐวุฒิพงศ์ ลีรัตนขจร ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านโรคตับและทางเดินน้ำดี โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ตับอ่อน (Pancreas) เป็นอวัยวะที่ซ่อนอยู่ลึกในช่องท้องด้านหลังกระเพาะอาหาร มีหน้าที่สำคัญ 2 ส่วน คือ  1. สร้างเอนไซม์ เพื่อช่วยย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหาร 2. สร้างฮอร์โมน  เช่น อินซูลิน เพื่อควบคุมสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด หากตับอ่อนทำงานผิดปกติจะกระทบต่อระบบย่อยอาหารและระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายโดยตรง

มะเร็งตับอ่อนคืออะไร

เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์เนื้อเยื่อตับอ่อน ตำแหน่งที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ส่วนหัวของตับอ่อนซึ่งอยู่ติดกับท่อน้ำดีและลำไส้เล็กส่วนต้น ด้วยตำแหน่งที่อยู่ลึก อาการในระยะแรกจึงสังเกตได้ยาก ทำให้ผู้ป่วยมักได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว

อาการที่อาจพบได้

หากพบอาการเตือนเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวินิจฉัย คือ ปวดท้องส่วนบน หรือปวดร้าวทะลุไปถึงหลังเรื้อรัง ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปัสสาวะมีสีเข้ม อุจจาระมีสีซีด

แนวทางการรักษามะเร็งตับอ่อน

การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค ตำแหน่งก้อนเนื้อ และความแข็งแรงของผู้ป่วย ในกลุ่มที่ก้อนมะเร็งยังไม่กระจายตัว การผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกคือแนวทางหลักที่เพิ่มโอกาสการหายขาดได้มากที่สุด โดยเฉพาะมะเร็งบริเวณหัวตับอ่อน

การผ่าตัด Whipple คืออะไร

การผ่าตัด Whipple (Pancreaticoduodenectomy) คือการผ่าตัดเพื่อรักษามะเร็งที่บริเวณหัวตับอ่อน จัดเป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนระดับสูง ศัลยแพทย์จะต้องตัดส่วนหัวของตับอ่อน ลำไส้เล็กส่วนต้น ท่อน้ำดี ถุงน้ำดี และกระเพาะอาหารบางส่วนออก จากนั้นจึงทำการเย็บต่อระบบทางเดินอาหาร ท่อน้ำดี และท่อตับอ่อนเข้าด้วยกันใหม่ เพื่อให้ร่างกายกลับมาย่อยอาหารได้ตามปกติ การผ่าตัดนี้ต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความเฉพาะทางสูงมาก

การผ่าตัด Whipple ด้วยหุ่นยนต์ดาวินชี

ที่โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล เรามุ่งเน้นความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยใช้ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชี (Robotic-assisted surgery) เข้ามาทำหัตถการแทนการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแผลใหญ่ ศัลยแพทย์จะควบคุมแขนกลผ่านคอนโซล ช่วยให้การตัดต่อเส้นเลือดและเนื้อเยื่อในพื้นที่แคบๆ ทำได้อย่างละเอียดและแม่นยำสูง

คุณสมบัติของระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

 ภาพ 3 มิติคมชัดระดับ HD :: ขยายภาพได้หลายเท่า ช่วยให้แพทย์เห็นกายวิภาค เส้นเลือด และเส้นประสาทได้อย่างชัดเจน, แขนกลอัจฉริยะ :: หมุนและโค้งงอได้อิสระ 360 องศา เสมือนข้อมือมนุษย์แต่ไร้ข้อจำกัด เข้าถึงจุดที่ซับซ้อนได้ลึก, แม่นยำสูงสุด ลดการสั่นไหว::  ระบบกรองการสั่นของมือแพทย์ ทำให้การเย็บต่อท่อขนาดเล็กปลอดภัยยิ่งขึ้น,  แผลเล็ก ฟื้นตัวไว ::  ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียง เสียเลือดน้อย ผู้ป่วยจึงเจ็บปวดน้อยลงและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น

การประเมินผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด

ทีมแพทย์จะวางแผนการรักษาอย่างรัดกุมด้วยเทคโนโลยีภาพถ่ายทางการแพทย์ขั้นสูง เพื่อประเมินรอยโรคอย่างแม่นยำ ด้วยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) แบบเฉพาะเจาะจงตับอ่อน  การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การส่องกล้องอัลตราซาวด์ทางเดินอาหาร (EUS)

แนวทางการรักษาอื่นๆ ที่สามารถรักษาร่วมกันได้

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ทีมแพทย์อาจใช้การรักษาแบบผสมผสาน (Multimodal Treatment) ร่วมด้วย ได้แก่  เคมีบำบัด (Chemotherapy) ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) หรือภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)  รังสีรักษา (Radiation Therapy)

มะเร็งตับอ่อนอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่การสังเกตความผิดปกติของร่างกายและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงที อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้มากขึ้น หากมีอาการผิดปกติหรือมีความกังวล ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

SudoC เปิดตัว พิมพ์เขียวสุขภาพเฉพาะบุคคล อย่างเป็นทางการในไทยโดย Innowaita Lab และ SMTIA ดันสู่ Health Tech เจาะตลาด Preventive Health

SudoC เปิดตัว พิมพ์เขียวสุขภาพเฉพาะบุคคล อย่างเป็นทางการในไทยโดย  Innowaita Lab และ SMTIA ดันสู่ Health Tech เจาะตลาด Preventive Health

SudoC เปิดตัว พิมพ์เขียวสุขภาพเฉพาะบุคคล อย่างเป็นทางการในไทยโดย Innowaita Lab และ SMTIA ดันสู่ Health Tech เจาะตลาด Preventive Health

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.12 น.

เพราะ Wellness Economy เติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัท อินโนไวต้า แล็บ จำกัด (Innowaita Lab) ร่วมกับ สมาคมนวัตกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ยั่งยืน (SMTIA) จัดงาน SudoC Grand Opening & Wellness Innovation Seminar เปิดตัว SudoC เทคโนโลยีวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก  อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมนำเสนอแนวคิด Data-Driven Healthcare และ Personalized Health เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพยุคใหม่ โดยการเปิดตัว SudoC ในครั้งนี้สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรม Health Technology Thailand ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการรักษาเมื่อเกิดโรค ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) และการบริหารจัดการสุขภาพรายบุคคล เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว (Longevity)

SudoC (ซูโด-ซี) เป็นเทคโนโลยีวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึกที่ใช้การประเมิน Sudomotor Function และ C Fiber Function ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายจาก EIS สู่ SUDOC เทคโนโลยีประเมินสุขภาพแห่งอนาคต  :  เทคโนโลยีที่ต่อยอดจาก EIS ซึ่งถูกคิดค้นโดย ดร. อัลเบิร์ต มาอาเร็ค (Dr. Albert Maarek) ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทสรีรวิทยาชาวฝรั่งเศส โดยอาศัยการวิเคราะห์สัญญาณทางชีวไฟฟ้าและข้อมูลทางสรีรวิทยา เพื่อสะท้อนสมดุลและการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย และสามารถช่วยสะท้อนความสมดุลของระบบต่าง ๆ และค้นหาสัญญาณความเสื่อมของร่างกายในระยะเริ่มต้น เพื่อสนับสนุนแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การวางแผนสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Health) และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว

นอกจากนี้ SudoC ยังเป็นเทคโนโลยีในกลุ่มการประเมินสุขภาพ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เลขทะเบียน 69-2-2-2-0002893 และพร้อมขยายการใช้งานสู่โรงพยาบาล คลินิก Wellness, Functional Medicine, Anti-Aging และ Longevity Medicine ทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัว Vital Blueprint พิมพ์เขียวสุขภาพเฉพาะบุคคล

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญภายในงาน คือการเปิดตัว Vital Blueprint หรือ “พิมพ์เขียวสุขภาพเฉพาะบุคคล” แนวคิดการวางแผนสุขภาพเชิงลึกที่รวบรวมข้อมูลสุขภาพจากหลากหลายมิติ เพื่อช่วยให้บุคคลสามารถเข้าใจสุขภาพของตนเองได้มากขึ้น วางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม และสร้างเป้าหมายด้าน Longevity หรือการมีสุขภาพดีในระยะยาว

ภายในงาน คุณศิริญา เทพเจริญ ผู้บริหาร Genesenn ผู้นำด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มสุขภาพเชิงป้องกัน ได้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับมาตรฐานการดูแลสุขภาพแห่งอนาคต และแนวทางการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “SudoC Innovation Session” โดย นพ.สุจิตร บัญญัติปิยะพจน์ ซึ่งนำเสนอศักยภาพของ SudoC ต่อการดูแลสุขภาพยุคใหม่ รวมถึงหัวข้อ “SME & Wellness Economy : Scaling Wellness Business for Sustainable Growth” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ภัทราวดี ภัทรนิยม ที่สะท้อนโอกาสทางธุรกิจของ Wellness Economy ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก

ภายในงานยังมีการสาธิตการใช้งาน SudoC แบบ Real Time (Live Demonstration) พร้อมนำเสนอ Clinical Case Study เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นแนวทางการประยุกต์ใช้ SudoC ในสถานพยาบาล คลินิกสุขภาพ และธุรกิจ Wellness อย่างเป็นรูปธรรม เพราะ Wellness Economy และ Longevity กำลังเป็น New Growth Engine ของโลกปัจจุบันอุตสาหกรรม Wellness Economy, Preventive Health, Personalized Health และ Longevity Medicine กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก จากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น

   คุณศิริญา เทพเจริญ  ผู้บริหารฯ ได้กล่าวว่า  “การเปิดตัว SudoC ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ประเทศไทย แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของระบบสุขภาพจากการรักษาโรค ไปสู่การบริหารจัดการสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพในอนาคต และ SudoC ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน สนับสนุนการเติบโตของ Wellness Economy และช่วยให้ผู้คนสามารถรับรู้ความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองได้เร็วขึ้น ผ่านข้อมูลและเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำมากขึ้น”  ผู้บริหารยังมองว่า SudoC และเทคโนโลยี Health Tech จะมีบทบาทสำคัญต่อโรงพยาบาล คลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์สุขภาพ องค์กรด้าน Employee Wellness รวมถึงอุตสาหกรรม Medical & Wellness Tourism ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการแข่งขันระดับนานาชาติ

การจัดงาน SudoC Grand Opening & Wellness Innovation Seminar จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้าง Ecosystem ด้าน Health Tech และ Wellness Innovation ของไทย พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างภาคการแพทย์ นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และนักลงทุน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub ของภูมิภาคในอนาคต

   SudoC   :   เลขทะเบียน อย. เครื่องมือแพทย์ : 69-2-2-2-0002893 ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายคลินิกยุคใหม่ได้ที่ โทร.02-693 3571 /    Line @innowaitalab   /     https://www.facebook.com/share/18CDaZawK3/?mibextid=wwXIfr

กรมการท่องเที่ยว ขานรับนโยบาย Value over Volume ยกระดับ ‘ปริมาณนักท่องเที่ยว’ สู่ ‘คุณภาพ มูลค่าสูง และความยั่งยืน’

กรมการท่องเที่ยว ขานรับนโยบาย Value over Volume  ยกระดับ ‘ปริมาณนักท่องเที่ยว’ สู่ ‘คุณภาพ มูลค่าสูง และความยั่งยืน’

กรมการท่องเที่ยว ขานรับนโยบาย Value over Volume ยกระดับ ‘ปริมาณนักท่องเที่ยว’ สู่ ‘คุณภาพ มูลค่าสูง และความยั่งยืน’

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.06 น.

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขานรับนโยบาย Value over Volume ที่มุ่งปรับบทบาทของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากการให้ความสำคัญกับ “ปริมาณนักท่องเที่ยว” ไปสู่ “คุณภาพ มูลค่าสูง และความยั่งยืน” เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผ่านมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย “ช้างชูงวงเริงร่า”  โดย กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดพิธีเชิดชูเกียรติผู้ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ประจำปี พ.ศ. 2569  ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ที่  ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2  โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ  หนึ่งในโรงแรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย มาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยว ประเภทโรงแรม

ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายให้ นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดีและมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย แก่ ผู้ประกอบการ โฮมสเตย์ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวที่ผ่านการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยจากกรมการท่องเที่ยว ทั้งประเภทที่พักเพื่อการท่องเที่ยว บริการท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยว ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ แหล่งท่องเที่ยว มาตรฐานการท่องเที่ยวอาเซียน มาตรฐานระหว่างประเทศ และมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รวมทั้งสิ้น 694 ราย

รมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ดำเนินการจัดพิธีเชิดชูเกียรติผู้ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปี เพื่อยกย่องผู้ประกอบการ โฮมสเตย์ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จ ผู้ซึ่งผ่านกระบวนการ

ตรวจประเมินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยผ่านการพัฒนาคุณภาพบริการ การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยใช้ Soft Power และการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน เป็นเลิศทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับสากลพร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ คุณค่า และมูลค่า ให้เครื่องหมายมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย “ช้างชูงวงเริงร่า” เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวและสาธารณชนทั่วไป ตลอดจนกระตุ้นและเชิญชวนให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมยกระดับห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว มุ่งเน้นการบริหารจัดการและการให้บริการที่ดีมีคุณภาพ สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มและสร้างความยั่งยืนสู่ผู้ประกอบการ มีทั้งสิ้น 56 มาตรฐาน อายุการรับรองมาตรฐาน 3 ปี ครอบคลุมการท่องเที่ยวในด้านต่างๆ ทั้งที่พัก สินค้าและบริการท่องเที่ยวด้านกิจกรรมท่องเที่ยว ด้านแหล่งท่องเที่ยว และด้านธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ผู้ได้รับการรับรองมาตรฐานได้รับประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการและการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ สร้างรายได้และเกิดความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ช่วยเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการสถานประกอบการท่องเที่ยว ชุมชน โฮมสเตย์ และมัคคุเทศก์ที่ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ด้วยความมั่นใจ คุ้มค่า โดยสามารถค้นหาสถานที่และสถานประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ผ่านทางเว็ปไซต์ tts.dot.go.th และเฟซบุ๊ก Thailand Tourism Standard

สำหรับผู้ที่สนใจก้าวเข้าสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2141 3232 และอีเมล dot.tts.certify@gmail.com