“กนกพร” คะแนนนำ อบจ. นครศรีธรรมราช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“กนกพร” คะแนนนำ อบจ.นครศรีธรรมราช (komchadluek.net)

“กนกพร” คะแนนนำ อบจ.นครศรีธรรมราช

"กนกพร" คะแนนนำ อบจ.นครศรีธรรมราช

20 ธันวาคม 2563 – 20:53 น.

สนามเลือกตั้ง นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ล่าสุด “กนกพร” ทีมพลังเมืองนคร คะแนนนำ นำ อนันต์ ทองอุ่น ทีมทิศทางใหม่นครศรีฯ และ อำนวย ยุติธรรม จากทีมนครประชารัฐ

20 ธ.ค.63 บรรยากาศการนับคะแนนผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ. นครศรีธรรมราช   มีหน่วยเลือกตั้ง 2,172   จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 1,200951   ณ เวลา 20.55 น. นับไปแล้ว 536  หน่วย ปรากฎว่า 

นางกนกพร เดชเดโช     ได้คะแนน     63,263
นายอนันต์  ทองอุ่น        ได้คะแนน    32,274
นายอำนวย  ยุติธรรม      ได้คะแนน    24,513

ทั้งนี้ นางกนกพร เดชเดโช  เป็นภรรยา นายวิฑูรย์ เดชเดโช อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช และ เป็นมารดา นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช  พรรคประชาธิปัตย์  

“ตู่ นันทิดา” นั่งนายก อบจ.หญิงปากน้ำ คนแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ตู่ นันทิดา” นั่งนายก อบจ.หญิงปากน้ำ คนแรก (komchadluek.net)

“ตู่ นันทิดา” นั่งนายก อบจ.หญิงปากน้ำ คนแรก

"ตู่ นันทิดา" นั่งนายก อบจ.หญิงปากน้ำ คนแรก

20 ธันวาคม 2563 – 20:51 น.

“ตู่ นันทิดา” นั่งนายก อบจ.หญิงปากน้ำ คนแรก หลังผลการนับคะแนนทิ้งห่างคนอื่น

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2563 บรรยากาศการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้ ในส่วนการนับคะแนนของจังหวัดสมุทรปราการ ณ เวลา 20.00 น.ผลปรากฎคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นางนันทิดา แก้วบัวสาย หรือ “ตู่” ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรปราการ หมายเลข 1 ได้คะแนนนำทิ้งห่างจากผู้สมัครรายอื่น 

โดยได้คะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 ที่ 87060 คะแนน จากผู้ลงสมัครทั้งสิ้น 5 คน  ในขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไปถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ล่าสุดวันที่ 21 ธันวาคม 2563 โดยผลการเลือกตั้งปรากฏว่า น.ส.นันทิดา แก้วบัวสาย ผู้สมัครหมายเลข 1 ของกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ได้คะแนนรวม 341,504 คะแนน มาเป็นอันดับที่ 1
อันดับที่ 2 นายรัชชานนท์ ทองอร่าม ผู้สมัครหมายเลข 2 ในนานอิสระ ได้คะแนนรวม 77,057 คะแนน

อันดับที่ 3 นายธัชชัย เมตโต ผู้สมัครหมายเลข 5 ในนามของคณะก้าวหน้า ได้คะแนนรวม 74,531 คะแนน

อันดับที่ 4 นายอำนวย รัศมิทัต ผู้สมัครหมายเลข 4 ในนามกลุ่มรวมพลังสมุทรปราการ ได้คะแนนรวม 56,822 คะแนน

เป็นอันดับที่ 5 นายนำพล คารมปราชญ์ ผู้สมัครหมายเลข 3 ในนามอิสระได้คะแนนรวม 24,752 คะแนน

อธิบดี พช. สั่งคุมเข้มมาตรการสาธารณสุขป้องกันโควิด-19 งาน “OTOP City 2020” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อธิบดี พช.  สั่งคุมเข้มมาตรการสาธารณสุขป้องกันโควิด-19 งาน”OTOP City 2020″ (komchadluek.net)

อธิบดี พช.  สั่งคุมเข้มมาตรการสาธารณสุขป้องกันโควิด-19 งาน”OTOP City 2020″

20 ธันวาคม 2563 – 20:03 น.

อธิบดี พช.  สั่งคุมเข้มมาตรการสาธารณสุขป้องกันโควิด-19 งาน”OTOP City 2020″ พร้อมจัดหน้ากากอนามัย -เจลแอลกอฮอลล์บริการประชาชนผู้เข้าร่วมงาน  

อธิบดี พช.  สั่งคุมเข้มมาตรการสาธารณสุขป้องกันโควิด-19 งาน“OTOP City 2020” พร้อมจัดหน้ากากอนามัย -เจลแอลกอฮอลล์บริการประชาชนผู้เข้าร่วมงาน   มั่นใจมีความปลอดภัยสูงสุด พร้อมสั่งงดการออกร้านจากสมุทรสาคร ตลอดงาน
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางบรรจง หนูแก้ว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี และนายมานัส ฟองสมุทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารเมือง อิมแพ็คเมืองทองธานี ร่วมกันแถลงความคืบหน้า สถานการณ์ “โควิด-19” ในจังหวัดสมุทรสาคร 

ในการนี้นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้กล่าวขอบคุณผู้ร่วมงานที่ให้การตอบรับมากในงาน OTOP COITY 2020 โดยมีคนมาร่วมงาน 25,000 คน มียอดจำหน่ายมากกว่า 78 ล้านบาท เป็นการตอบรับที่ดีมาก เงินที่จับจ่ายใช้สอยจะช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการมากกว่า 3,500 กลุ่มที่ได้มาจำหน่ายสินค้าในงาน ซึ่งงานจะมีถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2563  และตามที่ปรากฏในข่าวมีการแพร่ระบาด โควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรสาคร สูงถึง 548 ราย จากการแถลงการณ์ของจังหวัดสมุทรสาคร คณะกรรมการผู้จัดงานจึงได้มีการประชุมในการหามาตรการป้องกันเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ OTOP มีผู้ประกอบการ 3,500 กลุ่มที่มาจำหน่ายสินค้า จาก 77 จังหวัด มีผู้ประกอบการที่มาจากจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 66 ราย ที่มาจำหน่ายสินค้า จึงได้มีการเชิญผู้ประกอบการทั้ง 66 รายกรอกประวัติคัดกรองตามแบบฟอร์มสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ซึ่งจากการวัดอุณหภูมิ พบว่าทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง อุณหภูมิปกติ ไม่มีนัยยะใดๆที่แสดงว่าติดโรคโควิต19

อธิบดี พช.  สั่งคุมเข้มมาตรการสาธารณสุขป้องกันโควิด-19 งาน"OTOP City 2020"

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเพื่อความสบายใจของผู้ประกอบการทุกท่าน กรมการพัฒนาชุมชนขอให้ผู้ประกอบการจังหวัดสมุทรสาคร ยุติการจำหน่ายในงาน ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2563 และจะให้การเยียวยาแก่ผู้ประกอบการทั้ง 66 ราย ในการได้รับสิทธิพิเศษให้เข้ามาจำหน่ายในงานที่กรมการพัฒนาชุมชนจัดขึ้น โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาหรือคัดเลือก เนื่องจาก ผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นผู้เสียสละ ให้แก่ผู้ประกอบการอื่นๆ และสร้างความมั่นในให้แก่ทุกฝ่ายเพื่อป้องกันภาพรวมคนส่วนใหญ่ไว้  ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้จัดงานได้ร่วมมือกับผู้บริหารอิมแพ็คเมืองทองธานีในการมีมาตรการต่างๆ ไว้เพื่อรับรองมาตรการในการดูแล คัดกรอง ตามหลักเกณฑ์ ของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และสาธารณสุข ตามมาตรการในการดูแลในพื้นที่ให้มีมาตราการสร้างความมั่นใจและมีความปลอดภัยสูงสุด อาทิ การวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน การสแกนแอปพลิเคชันไทยชนะ และเรามีการแจกเจลล้างมือแอลกอฮอล์ ตามจุดต่างๆ  เพื่อสร้างความมั่นใจของผู้ประกอบการและผู้ร่วมงานต่อไป

อธิบดี พช.  สั่งคุมเข้มมาตรการสาธารณสุขป้องกันโควิด-19 งาน"OTOP City 2020"

“ขอเชิญชวนพี่น้องคนไทย ร่วมอุดหนุนสินค้าจากฝีมือคนไทย มอบความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่  ด้วยผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาของคนไทย รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ให้มีช่องทางการตลาด ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้เข้มแข็ง เพราะเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ของท่านทำให้ชีวิตครอบครัวคนไทยหลายหมื่นชีวิตได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และขอยืนยันว่ามาตรการสาธารณสุขในการจัดงานOTOP CITY 2020 นั้นเป็นหลักประกันว่าทุกท่านจะสามารถเยี่ยมชมงานได้ด้วยความปลอดภัย” นายสุทธิพงษ์ กล่าว.

อธิบดี พช.  สั่งคุมเข้มมาตรการสาธารณสุขป้องกันโควิด-19 งาน"OTOP City 2020"

ด้านนายมานัส ฟองสมุทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารเมือง อิมแพ็คเมืองทองธานี กล่าวว่า สำหรับอิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นสถานที่ได้รับรองจากทางศบค. และจังหวัดนนทบุรีในเรื่องมาตรการป้องกันโรคมาโดยตลอด โดยเรามีมาตรการป้องกันโรคได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย เรามีเจ้าหน้าที่สอดส่องดูแลและตักเตือนผู้เข้าร่วมงานให้สวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ การเว้นระยะห่าง การรักษาความหนาแน่นของพื้นที่ การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และการทำความสะอาดพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้สังเกตได้ว่าจากการจัดงานที่ผ่านมาเราได้รับความเชื่อมั่นจากหน่วยงานราชการและผู้จัดงานอื่นๆมาโดยตลอด เราเชื่อมั่นว่าจะผ่านไปอย่างเรียบร้อย สามารถใช้พื้นที่ของเราอย่างปลอดภัย และไม่มีสิ่งที่จะบ่งชี้ว่าจะมีอะไรที่ผิดปกติอย่างแน่นอน

อธิบดี พช.  สั่งคุมเข้มมาตรการสาธารณสุขป้องกันโควิด-19 งาน"OTOP City 2020"

นางบรรจง หนูแก้ว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า จังหวัดนนทบุรีมีมาตรการเข้มงวดในการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 มาโดยตลอด จากสถานการณ์ที่จ.สมุทรสาคร ขอประชาชนอย่าตระหนกแต่ให้ตระหนัก ให้นำแนวทางมาตรการของสาธารณสุขไปใช้ โดยสวมหน้ากากอนามัย พกเจลแอลกอฮอล์  เว้นระยะห่าง.

ขอนแก่น จับหัวคะแนน ขณะเดินจ่ายเงินซื้อเสียงหน้าหน่วยเลือกตั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ขอนแก่น จับหัวคะแนน ขณะเดินจ่ายเงินซื้อเสียงหน้าหน่วยเลือกตั้ง (komchadluek.net)

ขอนแก่น จับหัวคะแนน ขณะเดินจ่ายเงินซื้อเสียงหน้าหน่วยเลือกตั้ง

ขอนแก่น จับหัวคะแนน ขณะเดินจ่ายเงินซื้อเสียงหน้าหน่วยเลือกตั้ง

20 ธันวาคม 2563 – 19:36 น.

ตำรวจ สภ.บ้านไผ่จับหัวคะแนนขณะเดินซื้อเสียงอยู่บริเวณใกล้กับคูหาเลือกตั้ง ได้ของกลางเป็นเงินสด 200 บาท แนบกับรายชื่อผู้สมัคร ส.อบจ.รายหนึ่ง

วันที่ 20 ธันวาคม 2563 ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ ได้ทำการจับกุมหัวคะแนนของผู้สมัคร ส.อบจ.ที่ทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง โดยการเดินแจกเงินซื้อเสียงกับประชาชนที่เดินทางมาลงคะแนน จึง ลง พท.เพื่อทำการตรวจสอบ พบว่าภายในห้องรับแจ้งความ ของ สภ.บ้านไผ่ ได้มี พ.ต.ต.ประเจน  สุนันต์ ร้อยเวร สภ.บ้านไผ่กำลังสอบปากคำ นางสำเนียง  ทุมพา อายุ 41 ปี พร้อมพวกอีก 2 คนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งเขต 1 หมู่ที่ 8 ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ทำการจับกุมได้ ขณะเดินแจกเงินซื้อเสียงกับประชาชนที่เดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง นายก อบจ. และ ส.อบจ.หัวละ 200 บาทต่อคน  โดยจับได้พร้อมของกลางคือ เงินจำนวน 200 บาทแนบกับบัตรหาเสียงของผู้สมัคร ส.อบจ.รายหนึ่ง

จากการสอบถามนายอิทธิ์สุรพงษ์ ภูมิศักดิ์ ผู้เห็นเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุบอกว่าหลังจากที่ผู้ต้องหาซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นภรรยาผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บ้านไผ่ พร้อมพวก พากันเดินหาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.อบจ.รายหนึ่ง โดยแจกเงิน 200 บาทพร้อมแนบบัตรหาเสียงของผู้สมัครรายดังกล่าวไปด้วย ทำให้ประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้าแจ้งความกับ จนท.ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่คุมหน่วยเลือกตั้งอยู่  จากนั้นได้วิทยุเรียกสายตรวจ สภ.บ้านไผ่ออกมารับตัวผู้ต้องหา พร้อมพวก รวม 3  คน ไปทำการสอบปากคำที่ สภ.บ้านไผ่ โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าว และไม่ยอมให้รายละเอียดใดๆ

ขณะนั้นนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อมด้วย นายจารึก เหล่าประเสริฐ  รอง ผวจ.ขอนแก่น และคณะ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกับ จนท.ประจำหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ ทราบข่าวการจับกุม จึงได้เดินทางไป สภ.บ้านไผ่ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง  แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใด ๆ ได้ เพราะผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการให้ปากคำกับ จนท.ตำรวจ แต่ได้กำชับ จนท.ทุกฝ่ายว่าขอให้ทำงานด้วยความโปร่งใส วางตัวเป็นกลาง เพื่อป้องกันการฟ้องร้องในภายหลัง.

นิติกรณ์ ฝางมาลา ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

ตรัง “บุ่นเล้ง” นำ “สาธร” จี้ติด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตรัง “บุ่นเล้ง” นำ “สาธร” จี้ติด (komchadluek.net)

ตรัง “บุ่นเล้ง” นำ “สาธร” จี้ติด

ตรัง "บุ่นเล้ง" นำ "สาธร" จี้ติด

20 ธันวาคม 2563 – 19:32 น.

“ตรัง” ผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง หลังปิดหีบบัตรลงคะแนน  “บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ ” นำเป็นที่หนึ่ง ได้ 517 คะแนน  ด้าน”สาธร” น้องชายสาทิตย์  ได้ 55 คะแนน

ที่จังหวัดตรัง ณ.เวลา 18.50น. การนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ. เป็นไปอย่างสูสีหลังปิดหีบบัตรลงคะแนนโดยมี นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ  ผู้สมัครหมายเลข 1 ซึ่งลงสมัครในนามกิจปวงชน นำเป็นที่หนึ่ง ได้  74 คะแนน

ในขณะที่นายสาธร วงศ์หนองเตย ผู้สมัครหมายเลข 2  ลงสมัครในนาม ตรังพัฒนาเมืองตรัง ได้ 55 คะแนน

สำหรับจังหวัดตรัง มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  492,191 คน 

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน “ชัยศิริ” แชมป์เก่านำโด่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน “ชัยศิริ” แชมป์เก่านำโด่ง (komchadluek.net)

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน “ชัยศิริ” แชมป์เก่านำโด่ง

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน "ชัยศิริ" แชมป์เก่านำโด่ง

20 ธันวาคม 2563 – 19:20 น.

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน “ชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา” แชมป์เก่า 3 สมัยนำโด่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2563 กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จัดสถานที่ภายในหน่วยเลือกตั้ง เพื่อดำเนินการนับคะแนน ซึ่งการนับคะแนน ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ บริเวณหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าเสา ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนมาร่วมชมการนับคะแนนและร่วมลุ้น โดยเฉพาะผลคะแนนในส่วนของ นายก อบจ.อุตรดิตถ์ เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรกรอบ 8 ปี

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน "ชัยศิริ" แชมป์เก่านำโด่ง

ทั้งนี้ จังหวัดอุตรดิตถ์ มีผู้สมัครนายกอบจ.อุตรดิตถ์ เบอร์ 1 นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา อดีตนายกอบจ.อุตรดิตถ์ 3 สมัย , เบอร์ 2 นายโปรย สมบัติ อดีตสื่อมวลชนท้องถิ่น , เบอร์ 3 นายเอกาพัทธ์ พุฒโต ผู้สมัครอิสระ และเบอร์ 4 นายปัณณวัฒน์ นาคมูล คณะก้าวหน้า

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน "ชัยศิริ" แชมป์เก่านำโด่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนน ที่หน่วยเลือกตั้ง 1 ต.ท่าเสา พบว่า มีคะแนนทิ้งห่างระหว่าง เบอร์ 1 นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา ได้ 215 คะแนน เบอร์ 2 นายโปรย สมบัติ ได้ 24 คะแนน เบอร์ 3 นายเอกาพัทธ์ พุฒโต ได้ 52 คะแนน และเบอร์ 4 นายปัณณวัฒน์ นาคมูล ได้ 92 คะแนน ทั้งนี้พบว่าบัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด มีจำนวน 62 ใบ และบัตรเสีย 21 ใบ รวมผู้มาใช้สิทธิ์ 466 คน จาก จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหน่วยดังกล่าว 737 คน

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน "ชัยศิริ" แชมป์เก่านำโด่ง

นอกจากนี้ผลการนับคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งที่ 3 ที่ศาลากลางบ้าน หมู่ 7 บ้านพงกะชี ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เบอร์ 1 นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา ได้ 117 คะแนน เบอร์ 2 นายโปรย สมบัติ ได้ 39 คะแนน เบอร์ 3 นายเอกาพัทธ์ พุฒโต ได้ 33 คะแนน และเบอร์ 4 นายปัณณวัฒน์ นาคมูล ได้ 72 คะแนน ทั้งนี้ พบว่าบัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด มีจำนวน 18 ใบ และบัตรเสีย 7 ใบ รวมผู้มาใช้สิทธิ์ 286 คน จาก จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหน่วยดังกล่าว 422 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซึ่งการนับคะแนน 9 อำเภอ 797 หน่วยของ จ.อุตรดิตถ์ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จะรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการเข้าศูนย์ประสานงาน กกต.อบจ.อุตรดิตถ์ คาดจะครบทุกหน่วยเวลาประมาณ 22.00 น.วันนี้ และทำการนำอุปกรณ์การเลือกตั้งพร้อมผลคะแนน ส่งรายงานที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอ เพื่อประมวลผลรวมก่อนส่ง กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์

———————————-

โดย บุญพิมพ์ ใบยา จ.อุตรดิตถ์

บริติช เคานซิล ชวนแปลงโฉมเป็นดีไซเนอร์รักษ์โลก กับนิทรรศการที่จะให้คุณหยุดตาม ‘ฟาสต์แฟชั่น’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – บริติช เคานซิล ชวนแปลงโฉมเป็นดีไซเนอร์รักษ์โลก กับนิทรรศการที่จะให้คุณหยุดตาม ‘ฟาสต์แฟชั่น’ (naewna.com)

บริติช เคานซิล ชวนแปลงโฉมเป็นดีไซเนอร์รักษ์โลก กับนิทรรศการที่จะให้คุณหยุดตาม ‘ฟาสต์แฟชั่น’

บริติช เคานซิล ชวนแปลงโฉมเป็นดีไซเนอร์รักษ์โลก กับนิทรรศการที่จะให้คุณหยุดตาม ‘ฟาสต์แฟชั่น’

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.31 น.

เชื่อหรือไม่ว่า เพียงแค่เปิดตู้เสื้อผ้า คุณก็สามารถช่วยลดโลกร้อนได้ ใครจะคิดว่าเสื้อผ้าในตู้ของคุณ จะเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เพราะกว่าจะมาเป็นเสื้อผ้าหนึ่งชิ้น ให้ได้เลือกซื้อและสวมใส่ ต้องผ่านกรรมวิธีมากมาย จากผืนดินสู่ผิวจากไร่ฝ้ายถึงผืนผ้า และจากคนปลูกจนถึงคนใส่ ซึ่งกระบวนการผลิตเสื้อผ้าต้องแลกมาด้วยผลกระทบต่อทั้งผู้คน ธรรมชาติ และสภาวะโลกร้อนอย่างมหาศาล แต่เราในฐานะผู้บริโภคกลับถูกตัดขาดและไม่เคยรู้ว่าสิ่งที่สวมใส่อยู่นั้นมีผลกระทบต่อวิกฤติทางภูมิอากาศที่ใหญ่เกินกว่าตู้เสื้อผ้าของเราอย่างไรบ้าง

เพื่อเป็นการสร้างการตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านแฟชั่นของผู้บริโภค บริติช เคานซิล จึงร่วมกับ แฟชั่น เรฟโวลูชั่น ไทยแลนด์ (Fashion Revolution Thailand) ชวนทุกคนมาร่วมหาคำตอบว่า “แค่เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านแฟชั่น จากการเลือกซื้อที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ก็สามารถขับเคลื่อนสังคมไปในทางที่ดีขึ้นได้จริงหรือไม่?”

ดร.พัชรวีร์ ตันประวัติ หัวหน้าฝ่ายศิลปะและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า เนื่องในโอกาสการเข้าสู่ปี 2021 ซึ่งเป็นปีที่สหราชอาณาจักร และอิตาลี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP26 ในช่วงปลายปี 2021 ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ เพื่อเป็นการตอบรับปีแห่งการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักร บริติช เคานซิล จึงได้ร่วมมือกับ แฟชั่น เรฟโวลูชั่น (Fashion Revolution) ประจำประเทศไทย เครือข่ายเคลื่อนไหวเพื่อรณรงค์ให้อุตสาหกรรมแฟชั่นดีขึ้นทั้งในแง่ของสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยการทำงานของทั้งสององค์กร เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่และผลักดันการปฏิวัติวิธีคิดจากเศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy) ที่มีการผลิต บริโภค และทิ้ง เป็นหัวใจหลัก สู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน นิทรรศการ “โฮมโกรว์น” (Homegrown) โดยภายในนิทรรศการมีการจัดแสดงสินค้าของกลุ่มศิลปินท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล ในโครงการ “คราฟท์ติ้ง ฟิวเจอร์” อาทิ กลุ่มไทลื้อวานีตา รวมถึงแบรนด์ภูคราม แมนคราฟท์โฟล์กชาร์ม KH Editionsฝ้ายจ๋ายาใจ ซึ่งมีการผลิตสินค้าที่เป็นไปตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดจนกิจกรรมเวิร์กช็อป “Circular design lab: closing the loops”

นางสาวกมลนาถ องค์วรรณดีผู้ประสานงานเครือข่ายแฟชั่น เรฟโวลูชั่นประจำประเทศไทย กล่าวเพิ่มว่าแฟชั่น เรฟโวลูชั่น ประจำประเทศไทย ได้เชื่อมโยงการทำงานกับกลุ่มศิลปินโครงการ “คราฟท์ติ้ง ฟิวเจอร์” ตลอดจนคนในวงการออกแบบ และผู้ที่มีความสนใจ ร่วมสร้างสรรค์นิทรรศการ “โฮมโกรว์น” (Homegrown)ซึ่งมีแนวคิดหลักที่ง่ายและเชื่อมโยงกับเรื่องใกล้ตัวของทุกคน เพียงเริ่มต้นที่การพิจารณาตู้เสื้อผ้าของตัวเอง โดยนิทรรศการได้เล่าเรื่องให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจถึงที่มาของเสื้อผ้าที่เราใส่อยู่เป็นประจำทุกวัน รวมถึงตระหนักรู้ว่ากระบวนการ กว่าจะเป็นเสื้อผ้าหนึ่งชิ้น ต้องผ่านการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติมากมาย ทั้งดิน น้ำ อากาศ นอกจากนี้ นิทรรศการได้นำเสนอผลกระทบที่เกิดจากฟาสต์แฟชั่น (Fast fashion) ไปจนถึงภาพของอนาคตในการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการผลิตและบริโภคจากแบบเส้นตรงที่ผลิต-ใช้-ทิ้ง โดยเน้นปริมาณและความรวดเร็ว มาเป็นเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน ที่ชุมชนระดับท้องถิ่นขนาดเล็กสามารถพึ่งพาตนเองและธรรมชาติ ในแนวคิด“farm to closet” ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบที่การสวมใส่เสื้อผ้าของเรามีต่อโลกได้จากข้อมูลพบว่าทุกๆ ปี ฟาสต์แฟชั่น (Fast fashion) ฝากขยะไว้ให้โลก92 ล้านตัน และถ้าภายใน 10 ปีนี้เรายังผลิตและบริโภคแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ โลกจะร้อนขึ้นเกินกว่า 1.5 องศา ซึ่งเป็นจุดที่ร้อนเกินกว่าระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตจะรับได้

นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการยังมีไฮไลท์คือ กิจกรรมเวิร์กช็อป “Circular design lab: closing the loops” โดย กมลนาถ องค์วรรณดีซึ่งพัฒนาจากเวิร์กช็อปที่เธอได้เข้าร่วมในโครงการ Circular Futures Lab กับบริติช เคานซิล ที่กรุงลอนดอน เมื่อปี 2018 แนวคิดนี้มาจากบริษัท IDEO บริษัทที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมชื่อดัง ร่วมกับ Ellen MacArthur Foundation องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดในระดับนานาชาติ ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้สวมบทบาทเป็นดีไซเนอร์ ผ่านการลงมือทำกิจกรรมกลุ่ม ให้เลือกวัตถุดิบใกล้ตัวมาคิดใหม่ เรียนรู้ความต้องการของผู้บริโภคในการเลือกซื้อเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็น ความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอย ฯลฯ

จากนั้นนำความต้องการในด้านต่างๆ มาระดมความคิดว่าจะออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างไร ผ่านวิธีคิดแบบ “การออกแบบหมุนเวียน” (CircularDesign Methodology) ซึ่งมีหลักการ 3 ข้อ ได้แก่ 1) การออกแบบกระบวนการผลิตทั้งวงจรโดยไม่ให้เกิดของเสีย หรือมลพิษ ที่จะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ 2)วัสดุที่นำมาใช้ จะต้องเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติมากที่สุด หรือเมื่อสิ้นสุดการใช้งานแล้วจะต้องสามารถนำกลับมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นได้ และ3)ใช้วัสดุในท้องถิ่นให้มากที่สุด เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมใกล้ตัว ซึ่งวิธีคิดที่ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากการทำเวิร์กช็อปนี้ สามารถนำไปออกแบบหรือปรับปรุงสินค้าและบริการ อีกทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันที่จะรองรับกับความต้องการใหม่ของโลกหลังโควิด-19 ที่ความยั่งยืนไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอด ซึ่งหัวใจหลักของเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมแฟชั่น คือ การส่งมอบคุณค่า ที่จะทำให้ทรัพยากรถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่การเลือกวัสดุ (raw material) ไปจนถึงปลายทางของการผลิต (end of life)

และในโอกาสใกล้ปีใหม่กมลนาถ จึงชวนทุกคนมาตั้งปณิธานในการเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านแฟชั่นในปี 2021 ซึ่งกำลังจะเป็นปีแห่งการทำเพื่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นดียิ่งขึ้นทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย 5 เช็คลิสต์ง่ายๆ ดังนี้ 1.ชั่งใจว่าสิ่งที่กำลังจะซื้อ จำเป็นจริงหรือไม่ -แน่นอนว่าการลดปัญหาโลกร้อนจากอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ดีที่สุดคือ การไม่เพิ่มเสื้อผ้าใหม่ๆ ในตู้ ที่สักวันจะกลายเป็นของเสียที่ถูกทิ้ง หรือหากว่าอยากซื้อเสื้อผ้าใหม่จริงๆ อาจจะต้องกลับมาคิดให้มากยิ่งขึ้น ว่ามันจำเป็นจริงๆ และเราจะใช้มันอย่างคุ้มค่าจริงหรือไม่

2.กำหนดลิมิตตัวเองกับการซื้อเสื้อผ้า ในหนึ่งซีซั่น – ใครที่ไม่สามารถเลิกซื้อเสื้อผ้าได้จริงๆ วิธีนี้จะช่วยจำกัดปริมาณการซื้อเสื้อผ้าได้โดยการทำสัญญากับตัวเองว่าในซีซั่นหนึ่ง จะซื้อเสื้อผ้าไม่เกินกี่ชิ้น 3.สร้างทางเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง หรือแลกเสื้อผ้ากันใส่ เทรนด์ใหม่ที่ต้องรีบตาม

3.นอกเหนือจากสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมแฟชั่น – การผลักดันให้เกิดการบริโภคอย่างสร้างสรรค์ (Creative consumption) ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสื้อผ้ามือสอง หรือการแลกเสื้อผ้ากันใส่ ไปจนถึงการชวนกันมามิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าเก่าๆ ให้ออกมาเป็นชุดใหม่ได้โดยที่ไม่ต้องซื้อใหม่ ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้เราสนุกกับแฟชั่น ได้อย่างไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

4.มองคุณภาพการใช้งานที่ยาวนานต้องมาก่อนความทันสมัย -เพราะฟาสต์ แฟชั่น หรืออุตสาหกรรมแฟชั่นที่มาไวไปไว เป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และด้วยความไวของกระแส ทำให้การผลิต การขนส่ง และจำหน่าย ต้องทำอย่างรวดเร็ว ในปริมาณมาก ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคน และสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น การตัดสินใจซื้อที่คำนึงถึงคุณภาพ มาก่อนราคา และความทันสมัยจะช่วยยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้า และลดผลกระทบที่ฟาสต์ แฟชั่น ทำต่อโลกเราได้

5.สนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชน-การสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่น นอกจากจะทำให้เม็ดเงินกลับมาสู่ชุมชน เกิดการกระจายรายได้อย่างแท้จริง ยังเป็นการสนับสนุนกระบวนการผลิตขนาดเล็ก ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่ากระบวนการผลิตของแบรนด์ใหญ่ๆ นอกจากนี้ การซื้อเสื้อผ้าในท้องถิ่นยังเป็นอีกวิธีการสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ และวัฒนธรรมใกล้ตัวในฐานะเครื่องมือที่จะช่วยฟื้นฟูความมั่นคงและความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและสังคมโดยรวม

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่บริติช เคานซิล ประเทศไทย โทร.02-6572211 และเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th

สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์ ‘นร.สมุทรสาคร’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์’นร.สมุทรสาคร’ (naewna.com)

สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์'นร.สมุทรสาคร'

สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์’นร.สมุทรสาคร’

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.03 น.

ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์’นร.สมุทรสาคร’ สั่งโรงเรียนเฝ้าระวังโควิด-19 ระดับเข้มข้น

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร หลังจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และคณะกรรมการโรคติดต่อ ได้มีคำสั่งให้เฝ้าระวังทั้งจังหวัดตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.2563 จนถึงวันที่ 3 ม.ค.2564 ว่า หลังจากปรากฎกระแสข่าวดังกล่าว ทางกระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการทันทีให้โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ดำเนินการใช้มาตราการจัดการเรียนการสอนโดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน ให้ปรับเป็นการเรียนผ่านออนไลน์ การเรียนอยู่ที่บ้าน หรือการเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 ธ.ค.2563 จนถึงวันที่ 3 ม.ค.2564 หรือจนกว่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปลอดภัยสูงสุด

นายณัฏฐพล กล่าวว่า ส่วนโรงเรียนในจังหวัดใกล้เคียงที่นักเรียนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร ต้องเดินทางไปเรียน ขอให้นักเรียนกลุ่มนี้เรียนผ่านออนไลน์ และเรียนอยู่ที่บ้าน ไปจนถึงปีใหม่ โดยให้ใช้มาตรการการเรียนการสอนแบบเดียวกันกับช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงก่อนหน้านี้

“ผมมั่นใจว่าทุกๆ โรงเรียน มีการวางแผนที่ชัดเจนไว้อยู่แล้ว ส่วนโรงเรียนในจังหวัดอื่นๆ ในสังกัด ขอให้ผู้บริหารและคุณครูได้เฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการคัดกรอง การสวมใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือเป็นประจำ การเว้นระยะห่าง การรับประทานอาหารที่ผ่านการปรุงสุกใหม่ รวมถึงการดูแลเด็กนักเรียนด้วย ตามแผนงานที่เราได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง และร่วมมือ ร่วมใจกัน เราต้องผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้” นายณัฏฐพล กล่าว

ด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวเสริมในส่วนของนักเรียนที่มีที่อยู่อาศัยใน จ.สมุทรสาคร แต่ต้องเรียนนอกเขตพื้นที่ ให้โรงเรียนเหล่านี้ ประสานไปยังผู้ปกครอง ให้นักเรียนที่ต้องไปเรียนนอกเขตพื้นที่ ให้หยุดเรียนและเรียนที่บ้าน หรือเรียนผ่านออนไลน์ เหมือนกับมาตรการที่ใช้ในจ.สมุทรสาคร จนถึงวันที่ 3 ม.ค.2564  กำหนด 14 วัน ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อได้มีคำสั่งให้เฝ้าระวัง

ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงศึกษาธิการยังได้กำชับให้โรงเรียนแม่ดูแลนักเรียนของตัวเองอย่างใกล้ชิด และติดตามดูว่า มีนักเรียนและผู้ปกครองไปเกี่ยวข้องกับบุคคลที่อยู่ในข่ายเกี่ยวโยงกับผู้ป่วยโควิด-19 หรือไม่ด้วย เพื่อร่วมมือกันช่วยคัดกรองอีกด้านหนึ่ง โดยหากมีการเกี่ยวโยง ให้รีบรางานโดยด่วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนจะมีการขยายระยะเวลาเพิ่มหรือไม่ นายอัมพร กล่าวว่า ต้องติดตามดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่ออย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังกำชับสถานศึกษา ให้ดำเนินการมาตรการป้องกันให้ถูกต้องตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ การใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ การเว้นระยะห่าง หมั่นตรวจเช็คอุณหภูมินักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น

‘มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา’ ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง 3 ม.ค.64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา’ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง3ม.ค.64 (naewna.com)

'มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา'ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง3ม.ค.64

‘มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา’ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง3ม.ค.64

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.23 น.

20 ธันวาคม 2563 มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ออกประกาศเรื่อง แนวทางในการปฏิบัติตนของนักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิตและการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากร อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)

ตามที่มีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ในจังหวัดสมุทรสาคร โดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมานั้น

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ขอประกาศแนวทางในการปฏิบัติตนของนักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน (work from home) โดยให้นักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และบุคลากรที่มีภูมิลำเนาและอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร งดเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีข้อแนะนำเปลี่ยนแปลงจากจังหวัดสมุทรสาครและกระทรวงสาธารณสุข

โดยมีเนื้อหาดังนี้ 

ตามที่มีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ในจังหวัดสมุทรสาครโดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 19  ธันวาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมานั้น

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ขอประกาศแนวทางในการปฏิบัติตนของนักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน (work from home) โดยให้นักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และบุคลากรที่มีภูมิลาเนาและอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร งดเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 3  มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีข้อแนะนาเปลี่ยนแปลงจากจังหวัดสมุทรสาครและกระทรวงสาธารณสุขทั้งนี้

1. ให้นักศึกษาและนักเรียนโรงเรียนสาธิตที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครที่จะต้องเดินทางมาเรียนหรือสอบปลายภาคการศึกษาที่ 1/2563 ติดต่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาหรือผู้ประสานงานรายวิชาผ่านการสื่อสารด้วยระบบออนไลน์

2. ให้รองอธิการบดีที่กากับหน่วยงานในสานักงานอธิการบดีและหัวหน้าส่วนงานที่มีบุคลากร ที่มีภูมิลาเนาและอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร พิจารณามอบหมายงานและกาหนดรูปแบบการปฏิบัติงาน ที่บ้าน (work from home) ของบุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุนตามความเหมาะสม โดยคานึงถึงประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการทางานเป็นสาคัญ

3. ให้บุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุนในทุกส่วนงาน นักศึกษาและนักเรียนโรงเรียนสาธิตดาเนินการตามแนวทางการปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (social distancing) หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ชุมนุม มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ด้วยการแจ้งหัวหน้าส่วนงานและผู้เกี่ยวข้องโดยทันที ที่พบว่ามีอาการที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยการติดไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)

ประกาศ ณ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2563

ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19 (naewna.com)

ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19

ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.42 น.

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้แถลงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 กรณีเจ้าของแพปลาในตลาดกลางกุ้ง ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ จ.สมุทรสาคร โดยล่าสุดจากการลงติดตามและตรวจหาเชื้อเชิงรุกพบเพิ่มขึ้น จากกรณีมีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 548 ราย นั้น ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาอาชีวศึกษา (สอศ.) มีความเป็นห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้สั่งการให้วิทยาลัยในจังหวัดสมุทรสาคร ปิดสถานศึกษา และให้ปรับวิธีการจัดการเรียนการสอน

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ขอให้สถานศึกษาใช้มาตรการรับมือ โควิด-19 จัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ หยุดการเรียนการสอนในห้องเรียน ส่วนครูและบุคลากร ก็ให้ work from home อยู่ที่บ้าน มาทำงาน 25% เพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากทางหน่วยงานราชการ โดยใช้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข สวมใส่แมส ล้างมือ การเว้นระยะห่าง ฯลฯ อย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะสถานศึกษาอาชีวศึกษาในจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น แต่ได้สั่งการให้ สถานศึกษาใกล้เคียงที่มีนักศึกษาต้องเดินทางเข้ามาเรียนก็ขอให้ใช้มาตรการเดียวกันกับจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ วันที่ 19 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 ตามที่ผู้ว่าราชการฯ ได้ประกาศไว้เบื้องต้น หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย