เช็กที่นี่! ‘โรงเรียนดัง’ ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด ‘โควิด’ พุ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง (naewna.com)

เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง

เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.36 น.

เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง

20 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาโรงเรียนต่างๆ ได้ทยอยประกาศปิดการเรียนการสอน ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 3-4 มกราคม 2564 ภายหลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ “โควิด-19” ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ จ.สมุทรสาคร   

ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ (naewna.com)

ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์

ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.26 น.

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ประธาน ทปอ.) กล่าวว่า ตามที่สถาบันพระปกกล้า ได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยที่ประชุมคณะกรรมการผู้แทนสมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล และผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ตามข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้า ทั้งนี้ ประธานรัฐสภได้เห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวด้วย โดยขอความอนุเคราะห์ให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เสนอชื่อจำนวน 3 คน โดยให้คำนึงถึงความหลากหลายกระจายส่วนเป็นผู้แทนครอบคลุมของภูมิภาคเป็นสำคัญ

และในการประชุมคณะกรรมการ สออ.ประเทศไทย ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2563 ณ สำนักงานลขานุการ สออ.ประทศไทย ที่ประชุมมอบให้ สสอท.เสนอชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์ จำนวน 1 คน และในวันนี้ ที่ประชุม ทปอ.เสนอชื่อเพื่อไปร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ 2 คน รวมเป็น 3 คน ดังนี้ ศาสตราจารย์ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ , ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ ดร.สุริชัย หวันแก้ว และ ดร.สมศักดิ์ รุ่งเรือง

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต (naewna.com)

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.19 น.

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต ยันจะไม่ใช้คะแนนสอบอื่นมาทดแทน เพื่อลดภาระนักเรียน

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ที่ห้องประชุมลิโด้ คอนเน็คท์ สยามสแควร์ กรุงเทพฯ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ประธาน ทปอ.) ได้เป็นประธานการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยและสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ครั้งที่ 5/2563 โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.พีระพงศ์ ตริยเจริญ ผู้ช่วยเลขานุการ ทปอ. และผู้จัดการระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือ TCAS ร่วมแถลงผลการประชุม ในการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (Thai University Central Admission System(TCAS) ปีการศึกษา 2564

ศ.ดร.สุชัชวีร์ เปิดเผยภายหลังการประชุม ทปอ.ว่า ที่ประชุมรับทราบจำนวนหลักสูตร และจำนวนรับของระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอดุมศึกษา หรือ TCAS  ประจำปีการศึกษา 2564 ดังนี้ มหาวิทยาลัยและมีสถาบันที่เข้าร่วมระบบ TCAS ประจำปีการศึกษา 2564 จำนวน 80 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัย/สถาบัน เครือข่าย ทปอ. 29 แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) 18 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) 9 แห่ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชน 21 แห่ง และสถาบันอุดมศึกษาสมทบ จำนวน 3 แห่ง

โดยมีหลักสูตรที่เปิดรับรวม 4,174 หลักสูตร จำนวนรับตามแผนรวม 290,434 คน จำนวนเรียกรับรวม  4 รูปแบบ 405,642 คน แบ่งเป็น รอบ 1 แฟ้มสะสมผลงาน 144,370 คน, รอบ 2 โควตา 110,104 คน, รอบ 3 แอดมิสชั่นส์ แบ่งเป็น แอดมิสชั่นส์ 1 จำนวน 75,557 คน แอดมิสชั่นส์ 2 จำนวน 75,611 คน และรอบ 4 รับตรงอิสระ

“การประชุม ทปอ.วันนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายที่ผมเป็นประธาน เนื่องจากผมหมดวาระ ในวันที่ 31 ธ.ค. 2563 นี้ และทปอ.ได้มีการเลือกตั้งประธาน ทปอ.คนใหม่ คือ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน ทปอ.ในวันที่ 1 ม.ค.2564 เป็นต้นไป ซึ่งประธาน ทปอ.คนใหม่ก็จะดูแล นโยบายของ ทปอ.ที่มุ่งมั่น เพราะ ทปอ.ถือว่าเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งพาของประเทศไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะในยุคนี้เรื่องการวิจัยและนวัตกรรมซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง หลักการของ ทปอ.จากนี้ไป และที่ผ่านมา ต้องมีความรู้และร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดจะไม่มีการแบ่งระหว่างมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชน” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ด้าน ดร.พีระพงศ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายยกเลิกการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ของนักเรียนชั้น ม.6 ในปีการศึกษา 2564 ทำให้ ทปอ.ปรับรูปแบบTCAS ในปี 2565 ในรอบแอดมิสชั่น 2 ที่ใช้คะแนน O-NET ในสัดส่วน 30% ต้องถูกยุติการใช้ใน TCAS ปี 2565 แต่จะไม่ใช้คะแนนสอบอื่นมาทดแทน เพื่อลดภาระให้กับนักเรียน และจะเหลือการรับ 4 รูปแบบ 4 รอบ การสมัคร ได้แต่ แฟ้มสะสมผลงาน โควตา แอดมิสชั่นส์ และรับตรงอิสระ

ดร.พีระพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่จะต้องมีการประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี นั้น เดิมระบบแอดมิสชั่น มีการปรับสัดส่วนการคัดเลือกโดยใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรการศึกษา หรือ GPAX 20%  ดังนั้นต้องประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี เพื่อให้นักเรียนเตรียมตัวทำคะแนน GPAX แต่การเปลี่ยนแปลงและยกเลิกการสอบ O-NET ซึ่งเป็นข้อสอบมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดย ทปอ.นำมาใช้เพื่อมาถ่วงค่านำ้หนัก GPAX ของนักเรียน เนื่องจากคะแนน GPAX ของแต่ละโรงเรียนมีมาตรฐานแตกต่างกัน จึงต้องใช้คะแนน  O-NET เอามาถ่วงน้ำหนัก ดังนั้น เมื่อ ศธ.มีนโยบายเลิกสอบ O-NET ในปีการศึกษา 2564 ทำให้ไม่มีคะแนน O-NET มาถ่วงน้ำหนักคะแนน GPAX ฉะนั้นการประกาศล่วงหน้า 3 ปี ในการประกาศเปลี่ยนสัดส่วน  O-NET และค่าน้ำหนัก GPAX เพื่อให้นักเรียนเตรียมตัวล่วงหน้า แต่การเปลี่ยนแปลงการใช้คะแนน O-NET ไม่ต้องประกาศล่วงหน้าก็ได้

“เมื่อไม่มีการการสอบ O-NET  แล้ว จะส่งผลต่อ TCAS ปี 2565 ที่ไม่มีคะแนน O-NET มาถ่วงน้ำหนักกับคะแนน GPAX ทำให้เกณฑ์การคัดเลือกในรูปแบบแอดมิสชั่นส์ 2 ต้องยุติการใช้งาน เพราะขณะนี้ ระบบ TCAS มีการคัดเลือก 5 รูปแบบ ซึ่งมากพอที่จะทำการคัดเลือกน้องๆได้อยู่แล้ว  ดังนั้น การยกเลิกรูปแบบแอดมิสชั่นส์ 2 ออกไปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการคัดเลือก แต่ที่มีนักเรียนบางส่วนกังวลว่า ในเกณฑ์การคัดเลือกของแอดมิสชั่นส์ 1 ที่ใช้คะแนนสอบเหมือนกับของแอดมิสชั่นส์ 2 แต่ต่างกันตรงที่ไม่ได้ใช้คะแนน ที่มหาวิทยาลัยกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกเอง และใช้คะแนนสอบเหมือนกับแอดมิสชั่นส์ 2 แต่ต่างกันตรงที่ ไม่ใช้คะแนน GPAX มาใช้เป็นสัดส่วน หรือบางสาขาใช้คะแนน GPAX ไว้ด้วย แต่กำหนดไว้ในเกณฑ์ที่สูง ซึ่งใน TCAS 2564 พบว่าแอดมิสชั่นส์ 1 บางสาขากำหนดคะแนน GPAX ไว้สูง ทำให้นักเรียนบางคนไม่สามารถสมัครแอดมิสชั่นส์ 1 ได้ จึงรอไปสมัครแอดมิสชั่นส์ 2 ซึ่งไม่มีการกำหนดคะแนน GPAX ขั้นต่ำ แต่พอ TCAS ปี 2565 เกณฑ์ปอดมิสชั่น 2 จะไม่มี หลายคนจึงกลัวว่าจะไม่สามารถสมัครได้  ซึ่งตรงนี้ ในที่ประชุม ทปอ.ก็รับทราบถึงความกังวลนี้แล้ว ดังนั้น เกณฑ์แอดมิสชั่นส์ ใน TCAS 2565 ก็ต้องมีการปรับและทบทวนคุณสมบัติของผู้สมัคร เพื่อให้นักเรียนสามารถสมัครคัดเลือกได้ และทางมหาวิทยาลัยก็จะไปทบทวนและปรับคุณสมบัติของผู้สมัครใหม่ ซึ่งอาจจะมีการปรับเกณฑ์การคัดเลือก เพราะรูปแบบแอดมิสชั่น 1 ทปอ. ให้อิสระกับมหาวิทยาลัยในการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การคัดเลือกอยู่แล้ว และข้อสอบเราก็ยังใช้เหมือนเดิม คือ 9 วิชาสัมมัญ กับการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และ ความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) อย่างไรก็ตาม TCAS ปี 2564 ถือเป็นปีแรกที่ระบบคัดเลือกกลางจะเรียกตัวสำรองขึ้นมาแทนที่ว่าง ส่วน TCAS ปี 2565 รอบแอดมิสชั่นส์ ก็จะมีการเรียกตัวสำรองขึ้นมาทดแทนที่ว่างนั่งได้อีกด้วยเช่นกัน โดยจะทำการเครียริ่ง 2 รอบเพื่อให้ยืนยันสิทธิ์” ดร.พีระพงศ์ กล่าว

ดร.พีระพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในปรนี้มีการกังวลเนื่องจากสถานการณ์ของการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 แต่การสอบ TCAS ผ่านระบบออนไลน์ และข้อมูลที่เข้ามาในระบบ TCAS  เป็นส่วนสำคัญ แต่ไม่มีข้อมูลเข้ามาในระบบ TCAS เป็นส่วนสำคัญ ฉะนั้น ไม่มีข้อมูลเข้ามาในระบบ TCAS เราก็ดำเนินการตามปกติไม่ได้ จึงมีความกังวลที่ว่า ถ้ามีโควิด-19 เกิดขึ้น ยอมรับว่าจะมีผลกระทบข้อมูลที่ส่งเข้ามา ซึ่งทีมงานก็ได้ทำแผนความเสี่ยงไว้หลายรูปแบบแล้ว เช่น หากเกิดโควิดในช่วงสอบขึ้นมา แล้วโรงเรียนไม่สามารถส่งผล GPAX 6 ภาค ที่จะนำมาใช้กับแอดมิสชั่น 1 กับ แอดมิสชั่น 2 ได้

เราก็จะใช้  GPAX 5 ภาคแทน เนื่องจากขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้รวบรวมข้อมูลของโรงเรียนต่าง ๆทั้งประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้กำลังประเมินผลก็จะทราบว่าในปีการศึกษา 2563 มีผู้จบการศึกษาชั้น ม.6 จำนวนกี่คน หรือในกรณีเกิดการจัดสอบ GAT /PAT หรือ O-NET 9 วิชาสามัญ ไม่ได้ เราก็ไม่กังวล เพราะ สทศ.ที่มีประสบการณ์ในการจัดสอบข้อสอบกลางในปี 2563 ที่มีโควิดระบาดมาช่วงต้นปี สทศ.ก็มีมาตรการในการจัดสอบได้ด้วยขบวนการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ ในเรื่องการคัดกรอง การจำกัดพื้นที่ ดังนั้น จึงไม่กังวลในเรื่องนี้

คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 18:11 น.

คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก

The Expert : “โควิด-19” คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก

The Expert : “โควิด-19” คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ 

https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/951089755&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก

เกิดกระแสไล่คนต่างด้าว เจ้าถิ่นอ้างแย่งทำกิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เกิดกระแสไล่คนต่างด้าว เจ้าถิ่นอ้างแย่งทำกิน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 17:36 น.เกิดกระแสไล่คนต่างด้าว เจ้าถิ่นอ้างแย่งทำกินการเกลียดชังคนจากต่างแดน หรือ Xenophobia เพิ่มขึ้นเมื่อการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ในขณะที่การระบาดของโรคโคโรนาไวรัสส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้และส่งผลให้มีการว่างงานสูงสุดในรอบ 17 ปี สถานการณ์ที่เกิดขึ้นปลุกปีศาจตนหนึ่งให้หลอกหลอนสังคมแอฟริกาใต้ขึ้นมาอีกครั้ง นั่นคือโรคกลัวชาวต่างชาติ (Xenophobia)

ทั้งนี้ ชาวต่างด้าวหมายถึงคนต่างสัญชาติที่มีถิ่นพำนักหรือทำงานในประเทศหนึ่งๆ ส่วนชาวต่างชาติหมายถึงผู้ที่มีถิ่นอาศัยในประเทศอื่น

กลุ่มต่อต้านผู้อพยพในแอฟริกาใต้ได้จัดการชุมนุมประท้วงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาในเมืองโจฮันเนสเบิร์กซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและในพริทอเรียซึ่งเป็นเมืองหลวงของแอฟริกาใต้ เรียกร้องให้มีการเนรเทศชาวต่างชาติจำนวนมาก

“ชาวต่างชาติทุกคนที่เข้ามาในประเทศของเราตั้งแต่ปี 1994 จะต้องถูกเนรเทศออไป ” วิกตอเรีย มาโมโกโบประธานหญิงวัย 34 ปีของพรรคแอฟริกาใต้กล่าวขณะที่เธอแสดงให้เห็นเมื่อวันที่ 27 พ.ย. พร้อมกับกลุ่มต่อต้านคนต่างด้าวที่โบกธงชาติและป้ายคำขวัญในตัวเมืองโจฮันเนสเบิร์ก “คุณมีผู้คนมากมายจากไนจีเรียที่มาที่นี่เพื่อขายมะเขือเทศบนท้องถนนของเรา แบบนี้จะช่วยให้เราเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างไร”

นับตั้งแต่นโยบายเหยียดผิวเหยียดผิวสิ้นสุดลงในปี 1994 แอฟริกาใต้เป็นเศรษฐกิจที่พัฒนามากที่สุดของแอฟริกาเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้อพยพจากทวีปแอฟริกาและมาไกลถึงบังกลาเทศ เหตุการณ์นี้จุดชนวนให้เกิดความรุนแรงทุกๆ สองสามปีโดยมีกลุ่มผู้ก่อเหตุโจมตีปล้นร้านค้าและสังหารชาวต่าง เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในปี 2008 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 60 คนและมีผู้พลัดถิ่นอีก 50,000 คน วันนี้โซเชียลมีเดียช่วยกระพือความเกลียดชังคนต่างด้าวให้รุนแรงขึ้น

ในปี 2019 เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากการปะทะกันระหว่างคนในพื้นที่และผู้อพยพต่างด้าวทำให้ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซาส่งทูตไปยังประเทศอื่นๆ ในแอฟริกาเพื่อยุติความตึงเครียด

คนต่างด้าวจำนวนมากเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมายและได้รับอนุญาตให้ทำงาน บางคนเป็นผู้อพยพทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีจำนวนมากที่ไม่มีเอกสารถูกต้อง และคนอื่น ๆ รวมถึงชาวซิมบับเวหลายแสนคนได้รับใบอนุญาตทำงาน แม้ว่าจะไม่มีความชัดเจนว่ามีคนต่างด้าวย้ายถิ่นจำนวนเท่าใดในแอฟริกาใต้ แต่การประมาณการกันว่าเฉพาะจำนวนชาวซิมบับเวเพียงอย่างเดียวก็เกิน 2 ล้านคน

ถึงกระนั้นด้วยเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้ที่หดตัวมากที่สุดในรอบ 90 ปีในปีนี้และการว่างงานที่สูง 31% และการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำหนดไว้สำหรับปี 2564 นักการเมืองบางคนพบว่าการกล่าวโทษชาวต่างชาติในทุกเรื่องตั้งแต่การไม่มีงานทำไปจนถึงการบริการสาธารณะที่ไม่ดี และนักการเมืองเหล่านี้ยังชนะเลือกตั้งด้วย

ติโต มโบเวนี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแอฟริกาใต้กล่าวเมื่อเดือนเมษายนกล่าวว่าประชาชนเจ้าของพื้นที่ควรได้รับการจัดลำดับความสำคัญเป็นอันดับแรกในการพยายามฟื้นฟูหลังการระบาด บางรัฐบาลท้องถิ่นยังออกกฎหมายที่ถูกโจมตีว่าเป้นการริดรอนสิทธิคนต่างชาติด้วย

“ส่วนไหนคือ การเกลียดกลัวคนต่างชาติ ? นั่นเพราะสิ่งที่กฎหมายระบุไว้คือคุณต้องเป็นชาวแอฟริกาใต้ คุณต้องอยู่ในแอฟริกาใต้อย่างถูกกฎหมาย” วูโย มฮากา โฆษกของนายกรัฐมนตรีจังหวัดควาเต็งกล่าว ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ออกฎหมายที่ริดรอนสิ?ธิคนต่างด้าว เขายังอ้างว่าความไม่เป็นธรรมจะเกิดขึ้นกับชาวแอฟริกาใต้อย่างชัดเจนมากกว่า

กลุ่ม Xenowatch ซึ่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีจากความเกลียดกลัวต่างชาติระบุว่าระหว่างเดือนมกราคม 2019 ถึงพฤศจิกายน 2020 ร้านค้า 1,376 แห่งถูกปล้นและมีผู้เสียชีวิต 37 คน

ผู้อพยพจำนวนมากจากโซมาเลียและเอธิโอเปียครองความเป็นเจ้าของในธุรกิจร้านสะดวกซื้อในเมืองเนื่องจากมีทุนรอนที่ดีกว่าชาวแอฟริกาใต้ในการแข่งขันกับเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่

ในขณะที่เจ้าของร้านค้าในแอฟริกาใต้มักจะดำเนินการด้วยตัวเอง แต่ชาวโซมาเลียและชาวเอธิโอเปียรวมกลุ่มกันและซื้อสินค้าจำนวนมากทำให้พวกเขาเสนอราคาที่ใกล้เคียงกับเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต ชาวแอฟริกาใต้ยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สินและจากการประมาณการพบผู้อพยพจ่ายค่าเช่าในเมืองในเมืองปีละ 20,0000 ล้านแรนด์

ผู้จับตาสถานการณ์ชี้ว่า คนแอฟริกาใต้คิดว่าหากพวกเขาหยุดผู้อพยพผิดกฎหมายจากการค้าขาย งานเหล่านั้นก็จะถูกยึดคืนมาเป็นของชาวแอฟริกาใต้ในทันที หรือมิฉะนั้นธุรกิจขนาดเล็กเหล่านั้นจะถูกยึดโดยชาวแอฟริกาใต่ ซึ่งไม่เป็นความจริง

South Africa First และขบวนการแ Put South Africans First ที่ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายนกำลังเรียกร้องให้มีการแทรกแซงจากรัฐบาลรวมถึงการตรวจสอบความเป็นพลเมือง การเรียกเก็บค่าบริการสาธารณะกับชาวต่างชาติและการยุติการออกใบอนุญาตทำงานที่ไม่ใช้ทักษะ

Photo by LUCA SOLA / AFP

จีนไม่หยุดเชือดฟินเทค เล็งห้ามแบงก์ผนึกกำลังผูกขาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

จีนไม่หยุดเชือดฟินเทค เล็งห้ามแบงก์ผนึกกำลังผูกขาด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 15:39 น.จีนไม่หยุดเชือดฟินเทค เล็งห้ามแบงก์ผนึกกำลังผูกขาดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนแนะอาจจำกัดการผูกบัญชีธนาคารเข้ากับแพลตฟอร์มของธุรกิจฟินเทค

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โหลวจี้เหว่ย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของจีน แนะนำว่าจีนอาจจะจำกัดจำนวนธนาคารที่แพลตฟอร์มธุรกิจฟินเทคสามารถเป็นพันธมิตรได้ให้เหลือเพียงธนาคารเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มใดๆ ได้รับส่วนแบ่งการตลาดมากเกินไป

เมื่อเดือนที่แล้วหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเตือนยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของประเทศว่าต้องเผชิญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด และความเคลื่อนไหวนี้ทำให้การขายหุ้นครั้งแรกมูลค่า 37,000 ล้านเหรียญสหรัฐของ Ant Group บริษัทในสายของ Alibaba ถูกระงับทันที ดับอนาคตการเปิดขายหุ้นครั้งแรกที่คาดว่าจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

โหลวจี้เหว่ยยังคงมีอิทธิพลในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอกประเทศของหน่วยงานที่ปรึกษาระดับสูงของรัฐบาลจีน โหลวจี้เหว่ยพูดในฟอรัมการจัดการความมั่งคั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยเขาเตือนว่าแพลตฟอร์มฟินเทคที่มีส่วนแบ่งการตลาดขนาดใหญ่อาจนำไปสู่หนี้เสียได้

“เราสามารถจำกัดจำนวนธนาคารที่แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งสามารถใช้งานได้เพื่อให้มีแพลตฟอร์มอื่น ๆ สามารถทำธุรกิจที่คล้ายคลึงกันภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน” เขากล่าวและเสริมว่าแพลตฟอร์มฟินเทคไม่ควรได้รับอนุญาตให้เติบโตจนถึงจุดที่ “ผู้ชนะทั้งหมด “และ” ใหญ่เกินกว่าจะจะปล่อยให้ล้ม” ซึ่งเป็นการกล่าวพาดพิงถึงวิกฤตการเงินโลก ปี 2007 – 2008 ซึ่งสหรัฐไม่ยอมปล่อยให้สถาบันการเงินที่ดำเนินการผิดพลาดล้มลงอย่างเป็นธรรมชาติ

จีนได้ให้คำมั่นที่จะเสริมสร้างการกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ซึ่งรวมถึงบริษัทในเครือ Alibaba Group Holding และ Tencent Holdings ซึ่งติดอันดับหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ใหญ่และมีมูลค่ามากที่สุดในโลก บริษัทเหล่านี้หลายแห่งได้รวบรวมข้อมูลผู้ใช้จำนวนมากในระหว่างการให้บริการ

สื่อของรัฐกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังหลักทรัพย์กล่าวว่ารัฐบาลจีนอาจพิจารณาเรียกเก็บภาษีดิจิทัลกับบริษัทเทคโนโลยีที่เก็บข้อมูลผู้ใช้จำนวนมาก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหน่วยงานกำกับดูแลได้ดำเนินการปรับบริษัทเทคโนโลยีเช่น Alibaba ที่ไม่รายงานข้อตกลงทางธุรกิจที่ผ่านมาอย่างเหมาะสมตามกฎหมายต่อต้านการผูกขาด นี่เป็นครั้งแรกที่บริษัทอินเทอร์เน็ตถูกปรับเนื่องจากละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดที่บังคับใช้ในปี 2008

Photo by HECTOR RETAMAL / AFP

ผู้เชี่ยวชาญชี้เมียนมาคุมโควิดล้มเหลว เสี่ยงทำให้ไทยอาจพัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ผู้เชี่ยวชาญชี้เมียนมาคุมโควิดล้มเหลว เสี่ยงทำให้ไทยอาจพัง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 13:32 น.ผู้เชี่ยวชาญชี้เมียนมาคุมโควิดล้มเหลว เสี่ยงทำให้ไทยอาจพังเมียนมามีความด้อยด้านสาธารณสุขอย่างมาก ทำให้ไทยต้องตกอยู่ในความเสี่ยงไปด้วย

เบอร์ทิล ลินท์เนอร์ (Bertil Lintner) ผู้สื่อข่าวชาวสวีเดนซึ่งเชี่ยวชาญระดับโลกเรื่องเมียนมาและปัจจุบันพำนักในประเทศไทย ได้เขียนบทความลงใน Asia Times เรื่อง “ความล้มเหลวเรื่องโควิดของพม่าคุกคามความสำเร็จของไทย” เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ตอนนี้บทความดังกล่าวเริ่มที่มีส่วนจริงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังการพบผู้ติดเชื้อในไทยที่หลบหนีเข้ามากเมียนมาและยังพบผู้ติดเชื้อขนานใหญ่ในมหาชัยซึ่งเป็นชุมชนชาวเมียนมาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ลินท์เนอร์เขียนถึงกรณีที่คนไทยซึ่งไปทำงานที่ 1G1-7 Hotel ในเมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ประเทศเมียนมาหลบหนีเข้าประเทศจนทำให้เกิดการติดเชื้อหลายพื้นที่ เขาชี้้ว่าถึงแม้รัฐบาลไทยจะอ้างว่าการแพร่ระบาดทางภาคเหนือควบคมได้ แต่ผู้ที่เดินทางกลับจากท่าขี้เหล็กส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและตรวจพบได้ง่ายเนื่องจากบางคนทำผิดพลาดเสียเองด้วยการโพสต์ภาพบนโซเชียลมีเดียว่าตัวเองกำลังเดินป่าอยู่บนภูเขาชายแดน

“แต่เครือข่ายค้าของเถื่อนที่ฐานที่มั่นมั่นคงในแถบนั้นช่วยอำนวยความสะดวกให้กับขบวนการข้ามพรมแดนอื่ ๆ ของคนไทยที่ติดค้างที่ต้องการกลับบ้าน ผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ และพ่อค้าล้อชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจย่อยๆ ในภาคเหนือของประเทศไทย” ลินท์เนอร์กล่าวในบทความและชี้ว่าทางการไทยยังต้องจับเส้นทางน้ำแถบภูเก็ตและระนองด้วย

ในเดือนธันวาคมนี้เองที่สถาบัน Brookings Institution ในสหรัฐระบุจุดอ่อนที่ชัดเจนหลายประการของเมียนมา ได้แก่ ความสามารถในการตรวจเชื้อที่ไม่เพียงพอ, ระบบสาธารณสุขที่ไม่ได้เตรียมการ, การขาดรายได้และการขาดแคลนอาหารที่เกิดจากวิกฤต และความไม่สงบภายในประเทศซึ่งรวมถึงสงครามกลางเมืองที่นองเลือดในพื้นที่ชายแดนหลายแห่ง

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เมียนมาร์มีความพร้อมน้อยที่สุดในภูมิภาคในการรับมือกับวิกฤตสุขภาพที่สำคัญใดๆ และก่อนหน้าการระบาดของโควิด -19 อย่างรุนแรงในประเทศ เมียนมามีแพทย์เพียง 6.7 คนต่อประชากร 10,000 คนในปี 2018 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่แพทย์ 15.6 คนต่อประชากร 10,000 คน และมีเตียงในโรงพยาบาลเพียง 10.4 เตียงต่อประชากร 10,000 คน ลินท์เนอร์ชี้ว่า “ผู้ติดเชื้อที่กลับมาสะท้อนให้เห็นเพียงส่วนเล็กๆ ของปัญหาที่คนไทยต้องต่อสู้ในขณะนี้ นั่นคือเพื่อนบ้านที่ไม่เพียงแต่ล้าหลังกว่าประเทศไทยหลายทศวรรษในด้านการพัฒนาสังคมและโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสุขภาพ แต่ยังยังมีสงครามกลางเมืองที่ยังคงคุกรุ่นและกลุ่มอาชญากรรมที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระตามแนวชายแดนด้วย”

ทั้งนี้ ซินหัวรายงานว่าเมื่อวันเสาร์ที่19 ธันวาคม กระทรวงสาธารณสุขเมียนมารายงานพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในประเทศเพิ่ม 989 ราย และพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 26 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศแตะที่ 115,187 ราย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตขยับเป็น 2,424 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 และออกจากโรงพยาบาลแล้วของเมียนมาอยู่ที่ 94,118 ราย

อนึ่ง เมียนมาตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 มี.ค. และได้ทำการทดสอบตัวอย่างส่งตรวจไปแล้วกว่า 1.57 ล้านครั้ง

Photo by Ye Aung THU / AFP

ต่างประเทศจับตาการระบาดระลอกใหม่ในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ต่างประเทศจับตาการระบาดระลอกใหม่ในไทย – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 11:30 น.ต่างประเทศจับตาการระบาดระลอกใหม่ในไทยสื่อหลักของต่างประเทศเริ่มรายงานการติดเชื้อระลอกใหม่ในประเทศไทย ไม่วาจะเป็นเอเจนซี่ชั้นนำอยางเอเอฟพีและรอยเตอร์ก็ติดตามสถานการณ์นี้

รอยเตอร์รายงานว่า “ประเทศไทยมีรายงานผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสมากกว่า 500 รายในกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารทะเล (จังหวัดสมุทรสาคร) เมื่อวันเสาร์ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในหนึ่งวันในประเทศที่เคยทำให้การแพร่ระบาดอยู่ภายใต้การควบคุมเอาไว้ได้”

สำนักข่าวเอเอฟพีได้สัมภาษณ์ผู้ประสานงานชาวเมียนมาที่สมุทรสาคร คือ Moe Kyaw Thu จากมูลนิธิรักษ์ไทยซึ่งกำลังประสานงานการตรวจเชื้อชาวเมียนมากล่าวว่ามีเป้าหมายที่จะคัดกรองผู้คน 4,000 คนในช่วงสุดสัปดาห์นี้

“ประชากรในมหาชัยเป็นคนไทยประมาณ 70% และแรงงานข้ามชาติ 30% ซึ่งหมายความว่าแหล่งที่มาของการแพร่กระจายของไวรัสอาจมาจากแรงงานข้ามชาติโดยเฉพาะแรงงานชาวเมียนมา” เขากล่าว

ทั้งนี้ เอเอฟพียังรายงานด้วยว่าเมียนมาร์มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสมากกว่า 115,000 รายและทางการไทยได้เพิ่มการควบคุมชายแดนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

สำนักข่าว CNA ของสิงคโปร์ก็รายงานข่าวนี้เช่นกันและได้รับความสนใจจากผู้อ่านข่าวเป็นจำนวนมาก และมีการแสดงความคิดเห็นไปในทำนองเห็นใจและเป็นห่วงประเทศไทย

Aloysius Chia แสดงความเห็นในเพจเฟซบุ๊คของ CNA ว่า “พวกเขา (ประเทศไทย) เปิดประเทศก็เริ่มพบกรณีติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ไวรัสนี้ทำร้ายพวกเขาทั้งทางเศรษฐกิจ (การท่องเที่ยว) และตอนนี้ระบบสาธารณสุขของพวกเขากำลังจะได้รับผลกระทบ น่าเศร้าอย่างแท้จริง”

Kelly Tan บอกว่า “สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดอาจเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุด กรุณาอย่าเดินทางโดยไม่จำเป็นเพื่อปกป้องตัวเองและคนที่คุณรัก จแต่ก็เป็นอีกครั้งที่หลายคนไม่สนใจที่จะรักษาความปลอดภัย ….. และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ยากที่ควบคุม (การระบาด) หรือเปล่า?”

Rakesh Shinde กล่าวโดยคาดว่าจะเป็นการโยงถึงการประท้วงในไทยโดยเขาแสดงความเห็นว่า “มันมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นหากการเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้าครอบงำความรับผิดชอบต่อสังคม มีแนวคิดที่เรียกว่า ‘ความอดทน’ ซึ่งโลกควรนำมาใช้แค่ในเวลาไม่กี่เดือน หลังจากนั้นมีเวลาอีกมากที่จะจัดการเรื่องยุ่งๆ”

Diana Saad บอกว่า “หนึ่งปีผ่านไป … และโควิด -19 ก็ไม่หยุดยั้ง ไม่แสดงสัญญาณของการออมมือเลย” ส่วนชาวเน็ตที้่ชื่อ Cheng บอกว่า “เอาล่ะ … เมื่อสิงคโปร์เปิดประตูเรื่องนี้ก็จะเกิดขึ้นเช่นกัน”

Photo by Jack TAYLOR / AFP

สกัดไวรัสกลายพันธุ์ ห้ามเครื่องบินอังกฤษเข้าประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สกัดไวรัสกลายพันธุ์ ห้ามเครื่องบินอังกฤษเข้าประเทศ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 09:48 น.สกัดไวรัสกลายพันธุ์ ห้ามเครื่องบินอังกฤษเข้าประเทศวิกฤตทั่วโลกเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เนเธอร์แลนด์สั่งห้ามเครื่องบินอังกฤษเข้าหลังพบการกลายพันธุ์

วันที่ 20 ธันวาคม รัฐบาลเนเธอร์แลนด์สั่งห้ามเที่ยวบินโดยสารทั้งหมดจากสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ หลังจากพบกรณีแรกของการติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์จนทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้นและกำลังแพร่ระบาดในสหราชอาณาจักร

คำสั่งห้ามเริ่มตั้งแต่ 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในวันอาทิตย์จนถึงวันที่ 1 มกราคม คำสั่งนี้มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่สหราชอาณาจักรประกาศคำสั่งให้ประชาชนอยู่ที่บ้านตามมาตรการล็อคดาวน์ครั้งใหม่เพื่อชะลอการระบาดระลอกล่าสุด

“การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดในสหราชอาณาจักรมีการกล่าวกันว่าแพร่กระจายได้ง่ายและเร็วขึ้นและตรวจพบได้ยากขึ้น” กระทรวงสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์กล่าวในแถลงการณ์

หน่วยงานด้านสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์ หรือ RIVM จึง “ขอแนะนำให้จำกัดการนำไวรัสสายพันธุ์นี้จากสหราชอาณาจักรให้ได้มากที่สุด โดยจำกัด และ/หรือควบคุมการเคลื่อนย้ายของผู้โดยสาร”

กระทรวงสาธารณสุขเนเธอร์แลนด์กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรณีติดเชื้อในเนเธอร์แลนด์เมื่อต้นเดือนธันวาคมพบว่าเป็นไวรัสที่มีลักษณะสายพันธุ์ใหม่ที่พบในสหราชอาณาจักร”

ผู้เชี่ยวชาญกำลังดูว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีกรณีติดเชื้อที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ขณะนี้คณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีมาร์ก รุทเทอได้ใช้มาตรการป้องกันเอาไว้ก่อนในการสั่งห้ามเที่ยวบินจากสหราชอาณาจักรโดยระบุว่าการขนส่งรูปแบบอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ว่าจะเข้าข่ายหรือไม่

รุทเทอเรียกร้องให้ชาวดัตช์ไม่เดินทางเว้นแต่จำเป็นอย่างยิ่ง

“ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าพร้อมกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่น ๆ (รัฐบาล) จะสำรวจขอบเขตเพื่อจำกัดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มาจากสหราชอาณาจักร” แถลงการณ์ระบุ

เนเธอร์แลนด์อยู่ภายใต้การล็อคดาวน์ห้าสัปดาห์จนถึงกลางเดือนมกราคมโดยโรงเรียนและร้านค้าที่ไม่จำเป็นทั้งหมดปิดเพื่อชะลอการแพร่ระบาดของไวรัส

บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรกล่าวว่าข้อมูลเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าไวรัสที่แพร่กระจายในลอนดอนและทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษสามารถแพร่เชื้อได้มากกว่าเดิมถึง 70%

Photo by Bart Maat / ANP / AFP) / Netherlands OUT

Samut Sakhon Covid-19 cases shoot up by another 146 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Samut Sakhon Covid-19 cases shoot up by another 146 (nationthailand.com)

Samut Sakhon Covid-19 cases shoot up by another 146

NationalDec 20. 2020

The Covid testing  is carried  out in Samut Sakhon province  on Sunday.

The Covid testing is carried out in Samut Sakhon province on Sunday.

By The Nation

Another 146 people in Samut Sakhon province have tested positive for Covid-19.

Provincial vice governor Surasak Phonyangsong revealed the latest information at 2pm on Sunday. The total number of those infected in the latest outbreak in the province has risen to 694.

He added that more than 90 per cent of patients were migrant workers linked to the Mahachai Market.