บอร์ด กพฐ.ไฟเขียวแยก ‘ประวัติศาสตร์’ เป็นวิชาพื้นฐาน เล็งเสนอ ‘ตรีนุช’ ออกประกาศสัปดาห์นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/694879

บอร์ด กพฐ.ไฟเขียวแยก ‘ประวัติศาสตร์’ เป็นวิชาพื้นฐาน เล็งเสนอ ‘ตรีนุช’ ออกประกาศสัปดาห์นี้

บอร์ด กพฐ.ไฟเขียวแยก ‘ประวัติศาสตร์’ เป็นวิชาพื้นฐาน เล็งเสนอ ‘ตรีนุช’ ออกประกาศสัปดาห์นี้

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.46 น.

“บอร์ด กพฐ.” เห็นชอบให้ออกประกาศกระทรวงฯ แยกวิชาประวัติศาสตร์  ด้าน สพฐ.เตรียมเสนอให้ “ตรีนุช” ลงนามประกาศสัปดาห์นี้ 

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานครั้งที่ 11/2565  ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ แนวทางขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ปีงบประมาณ 2566 ตามนโยบายของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอให้จัดทำ (ร่าง) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องการบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน   ซึ่งขั้นตอนต่อไป ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ก็จะจัดทำประกาศออกมา เพื่อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พิจารณาลงนามต่อไป

“ส่วนรายละเอียดการปรับปรุงเนื้อหาต่าง ๆการแยกวิชาประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ไม่ได้เพิ่มชั่วโมงเรียน ไม่ได้เพิ่มภาระผู้เรียนและครู เพียงแต่จะจัดการเรียนประวัติศาสตร์ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้คณะกรรมการ กพฐ. หารือร่วมกันเห็นว่าการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ควรปรับให้มีการเชื่อมโยงจากอดีตสู่ปัจจุบันและแนาคต การพัฒนาเชิงสังคม หน้าที่พลเมือง และสาระวิชาการเรียนรู้อื่น ๆ ซึ่งต่อไป สพฐ.จะไปจัดรายละเอียดการปรับปรุงหลักสูตรเนื้อหาให้มีความเหมาะสม ครอบคลุม ทันสมัย และเชื่อมโยงกับหน้าที่และสาระวิชาอื่น ๆในหลักการ เพื่อให้โรงเรียนต่าง ๆนำไปปฏิบัติใช่ต่อไป” 

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องแยกวิชาประวัติศาสตร์ออกมา เพราะวันนี้ทุกคนต่างพูดกันว่าอยากให้คนไทยมีความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ ต้องการสร้าง Soft Power ที่มาจากวัฒนธรรมประเพณีดี ๆของประเทศ ซึ่งการที่จะเกิดสิ่งเหล่านี้ได้ เราต้องเรียนรู้จากอดีตว่าเรามีวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ดีงามอะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และถ้าจะนำมาปรับให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันเราควรจะต่อยอดอย่างไร และเชื่อมอย่างไร เพื่อให้เป็นความภาคภูมิใจที่สามารถนำวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี สินค้าอาหารดีๆ หรือทรัพยากรเครื่องมือเครื่องใช้ดีๆในอดีตมาปรับปรุงใช้ในปัจจุบันได้ จึงต้องแยกวิชาประวัติศาสตร์ออกมาเป็นการเฉพาะ เพื่อให้ทุกคนสามารถตระหนักได้ว่าประวัติศาสตร์สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ได้กับทุกศาสตร์ 

นายอัมพร กล่าวต่อว่า การแยกวิชาประวัติศาสตร์ มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนที่ไม่เห็นด้วย เราต้องสร้างความเข้าใจ และรับฟังความเห็นมาปรับใช้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ในการประชุมวันนี้ ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า ควรนำวิชาประวัติศาสตร์แยกออกมา เพื่อนำไปเชื่อมโยงกับวิชาอื่นๆ เพราะการสอนวิชาประวัติศาสตร์แบบเดิมๆนั้นใช้ไม่ได้แล้ว ต้องมาเรียนแบบใหม่ ครูต้องปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอนใหม่ และการประเมินผลให้สอดรับกับสิ่งที่เราต้องการ คือ อยากเห็นเด็กทุกคนในชาติมีความภาคภูมิใจ ในความเป็นชาติไทย  รักหวงแหนบ้านเกิด แผ่นดิน บ้านเกิดเมืองนอนของตน เรียนรู้อดีตและวัฒนธรรมที่ดีงาม เพื่อมาต่อยอดในอนาคต

“สพฐ.จะเสนอ (ร่าง) ประกาศ ศธ.  เรื่อง การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ.​ลงนามได้ภายในสัปดาห์นี้  ระหว่างนี้ สพฐ.ก็จะเตรียมการปรับหลักสูตร ตัวชี้วัด ให้ทันใช้ในปีการศึกษา 2566 ระหว่างนี้ก็ต้องทำความเข้าใจกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สถานศึกษา ครู นักเรียน และผู้ปกครองด้วย” นายอัมพร กล่าว    

‘ตรีนุช’ลั่น!แยกวิชา‘ประวัติศาสตร์’ ไม่ใช่บังคับ‘เด็กรักชาติ’ เตรียม‘ครู’รองรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/694808

‘ตรีนุช’ลั่น!แยกวิชา‘ประวัติศาสตร์’ ไม่ใช่บังคับ‘เด็กรักชาติ’ เตรียม‘ครู’รองรับ

‘ตรีนุช’ลั่น!แยกวิชา‘ประวัติศาสตร์’ ไม่ใช่บังคับ‘เด็กรักชาติ’ เตรียม‘ครู’รองรับ

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.13 น.

‘ตรีนุช’ลั่น!แยกวิชา‘ประวัติศาสตร์’ ไม่ใช่บังคับ‘เด็กรักชาติ’ เตรียม‘ครู’รองรับ

28 พฤศจิกายน 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความน่าสนใจ และให้ความสำคัญกับเยาวชนในการเรียนวิชาประวัติติศาสตร์เพื่อให้ตระหนักรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์และความรักชาติ รวมถึงความภาคภูมิใจในความเป็นชาติของเรานั้น

“ตนจึงขอให้ที่ประชุมบอร์ด กพฐ.พิจารณาในการแยกวิชาประวัติศาสตร์ เป็นอีกวิชาหนึ่ง เป็นการเรียนประวัติศาสตร์แบบใหม่ ไม่ใช่เรียนแบบท่องจำแบบเดิมๆ เพราะการเรียนแบบท่องจำไม่ได้ช่วยให้การเรียนรู้ในอดีตนำไปสู่การพัฒนาอนาคต และไม่ใช่คำตอบที่จะทำให้เด็กรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นชาติของเรา การจะให้เด็กรุ่นใหม่มีความตื่นตัวและเข้าใจบรรพบุรุษของเราที่ได้ผ่านขบวนการต่างๆมานั้นมีขบวนการคิดและผ่านในแต่ละช่วงเวลามาได้อย่างไร” รมว.ศธ. กล่าว 

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้มอบให้บอร์ด กพฐ.พิจารณาแนวทางการพัฒนาครูวิชาประวัติศาสตร์ โดยครูจะต้องมีวิธีการสอนที่จะทำให้เด็กสนใจเรียนประวัติศาสตร์อย่างสนุกมากขึ้น โดยใช้ขบวนการเรียนแบบแอคทีฟเลินนิ่ง เน้นให้เด็กคิดวิเคราะห์สนุกไปกับการเรียนประวัติศาสตร์ เพื่อให้เด็กซึมซับและเรียนรู้ว่าประวัติศาสตร์ของเราทำอะไรมาบ้างและจะต่อยอดการทำงานและตระหนักรู้ในความเป็นชาติของเรา ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ ดังนั้น วิชาประวัติศาสตร์จึงเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาชาติ ขบวนการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้กับเด็กจะต้องเปลี่ยนขบวนการเรียนรู้ใหม่ เช่น ทำอย่างไรให้เด็กรู้สึกสนุกและเกิดการคิดวิเคราะห์กับการเรียนประวัติศาสตร์มากขึ้นและน่าสนใจมากขึ้น รวมถึงมีความภูมิใจในความเป็นชาติของเรา

น.ส.ตรีนุช ยืนยันว่า การแยกวิชาประวัติศาสตร์ออกมาไม่ได้เป็นการบังคับให้เด็กรักชาติ แต่ต้องการปรับการเรียนประวัติศาสตร์ของเด็กให้มีความทันสมัยและน่าสนใจเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นการเพิ่มชั่วโมงเรียน และไม่ได้กระทบกับงบประมาณ แต่เป็นการออกแบบโครงสร้างการเรียนใหม่

“ดังนั้นครูจะต้องปรับขบวนการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ให้น่าสนใจขึ้น โดยครูจะต้องใช้สื่อที่ทันสมัยและสามารถนำสื่อต่างๆมาใช้ประกอบการสอนเพื่อให้การเรียนประวัติศาสตร์น่าสนใจ รวมถึงกิจกรรมขบวนการเรียนรู้ประวัติศาสตร์จะต้องนำไปสู่การพัฒนาอนาคตชาติของเรา และต่อไปต้องมีการอบรมครูวิชาประวัติศาสตร์ และต้องมีครูเอกวิชาประวัติศาสตร์สอนโดยตรง โดยจะมอบให้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาเกลี่ยอัตราครูวิชาประวัติศาสตร์ต่อไป” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า การแยกวิชาประวัติศาสตร์เป็นอีกวิชาหนึ่ง จะไม่ทำให้เด็กเรียนหนักขึ้น เพราะไม่ได้เพิ่มเวลาเรียน แต่เพื่อออกแบบโครงสร้างการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่เท่านั้น และเพื่อผลิตครูให้ตรงวิชาเอกประวัติศาสตร์ด้วย และจะไม่มีผลกระทบกับงบประมาณ

ขณะที่ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การศึกษาประวัติศาสตร์ เพื่อให้ประวัติศาสตร์เป็นตัวเชื่อมโยงอดีตสู่อนาคต และเชื่อมโยงทั้งมิติของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม หน้าที่พลเมือง ดังนั้นการที่แยกวิชาประวัติศาสตร์ออกมาจะช่วยเชื่อมโยงการสร้างระหว่างหน้าที่ กับการพัฒนา เดิมวิชาประวัติศาสตร์จะเป็นตัวเชื่อมที่สำคัญในวิชาสังคมศึกษาที่เรียนทั่วๆไป แต่ครั้งนี้เราจะใช้แยกวิชาประวัติศาสตร์ให้เรียนรู้ถึงความทุ่มเท ความเสียสระที่ผ่านมาในอดีต และแนวคิดต่างๆในการสร้างชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร มีปัญหาอุปสรรคมีผลกระทบอย่างไร และต่อไปจะพัฒนาสู่อนาคตอย่างไร รวมถึงหน้าที่ของตนเองจะเป็นอย่างไร จะนำไปพัฒนาสู้อนาคตที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ให้เรียนประวัติศาสตร์ว่าเหตุการณ์นี้เกิดเมื่อไร หรือเพราะอะไรเขาจึงคิดอย่างนี้ และดำเนินการเช่นนี้

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2563691

ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท รุ่นที่ 2

28 พ.ย. 2565 04:58 น.

  • อินทรีเหล็ก

ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท รุ่นที่ 2

@ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบเงินจำนวน 783,334 บาท ให้ พญ.มยุรา กุสุมภ์ เพื่อเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท รุ่นที่ 2 โดยมี ศ.พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร, พญ.เบญจพร ปัญญายง และ พญ.ลลิดา วีระวิทยานันต์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ บ.ทีโอเอ เพ้นท์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ……ประจำวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2565

  • การเมืองไทยเข้าสู่โหมดไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ของจริง……การแยกทางระหว่างสอง ป. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปิดตำนานบารมีพี่น้องสาม ป. เล่าสามวันสามคืนก็ไม่จบ…..แรงปะทะระหว่าง แม่ทัพ ของทั้งสองฝ่าย…จะเกิดเหตุใหญ่ทางการเมือง….หรือยังเป็นแค่ คลื่นใต้น้ำ….จับตา การปรับเปลี่ยนตำแหน่งทางการเมือง…..เป็นการมัดจำสำหรับ แกนนำทางการเมือง ที่จะตาม พล.อ.ประยุทธ์ ไปร่วมงานการเมืองกับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ ไปปูเสื่อรออยู่แล้ว……วัดแรงสั่นสะเทือนจาก แรงปะทะ ระหว่าง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กับ สันธนะ ประยูรรัตน์ ……ยิ่งขุดก็ยิ่งเน่า ยิ่งขุดก็ยิ่งเห็นขยะที่ซุกอยู่ใต้พรม เล่นกันถึงตาย……วิเคราะห์ได้ว่า บริบทการเมืองไทยจากนี้เป็นต้นไป ดุเดือดเลือดพล่าน
ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท รุ่นที่ 2
สู่สุคติ วิบูลย์ ตวงสิทธิสมบัติ, ประภัสสร์ เอื้อวัฒนสกุล, สุพินดา เอื้อวัฒนสกุล, เพ็ชรากรณ์ วัชรพล, พุฒิมดี ว่องกุศลกิจ, ดุษฎี สุทธานนท์ และ สุดถนอม กรรณสูต มาร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรม ชลิดา จันทโรจวงศ์ มารดา พิภัทรา จันทโรจวงศ์ ที่วัดธาตุทอง วันก่อน.
  • และมีแรงกระเพื่อมไปถึง สีกากี ที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. รับหน้าเสื่อเคลียร์พื้นที่ระหว่าง แม่ทัพ……เก้าอี้ ผบ.ตร. ที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ที่ปิดซ้ายป้องขวาอยู่ตลอดเวลาจะทนแรงเสียดทานได้นานแค่ไหน…..ขึ้นอยู่กับการเมือง จะแตกหักกันวันไหน…..หมองูก็ต้องตายเพราะงูวันยังค่ำ
ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท รุ่นที่ 2
วันวิวาห์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในงานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทานระหว่าง ซอง คิม บุตรี ซี ฮยอน อัน คิม กับ ธนิศร์ บุตร สุภกิต-มาริษา เจียรวนนท์ โดยมี พ.อ.หญิง ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ มาร่วมงานด้วย ที่คริสตัลฮอลล์ โรงแรมดิ แอทธินี วันก่อน.
  • ขยับเข้าไปใกล้ พรรค พลังประชารัฐ อีกนิด……..คลื่นใต้น้ำในพรรค ที่รอวันปะทุ มีอยู่สองเหตุผล…..พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กลับเข้าพรรค……ส่วน การปิดเกมการเมืองสอง ป. ….ไม่ใช่ว่า พลังประชารัฐ หรือ รวมไทยสร้างชาติ จะได้ ส.ส.ไปมากกว่ากัน….ไม่ใช่เพราะมี การระดมแจกหนังสือ ผลงานรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ครบรอบ 3 ปี ที่มีเนื้อหาจำนวน 370 หน้า ให้กับ ส.ส.ในสภา….แต่เป็นเรื่องพิสดารก็ตรงที่ว่า….พรรคเพื่อไทย จะ แลนด์สไลด์มากกว่า 250 ที่นั่ง ได้หรือไม่……พับผ่า
ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท รุ่นที่ 2
ประชุม อุษา สมบูรณ์ จัดประชุมใหญ่สามัญสมาคมโรงเรียนนานาชาติ พร้อมเชิญ วราวุธ ศิลป อาชา รมว.ทส. มาบรรยายเรื่อง How International Schools Better Prepare for Green Environmental Issues as We Move Further to The 21st Century? ที่โรงแรมเรเนซองส์ วันก่อน.
  • ไม่ต้องสงสัยอะไรให้เมื่อยตุ้ม……ดูจากความเคลื่อนไหวของ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพลังประชารัฐ หรือ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯ ที่ยื่นใบลาออกจาก ส.ส.พลังประชารัฐ (ส่งผลให้ วลัยพร รัตนเศรษฐ น้องสาว วิรัช รัตนเศรษฐ ขยับขึ้นมาเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อแทน) หรือการที่ ธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษกรัฐบาล ที่ออกมาสื่อว่า จะเลือกข้าง พล.อ.ประยุทธ์ ชัดเจน…..ส่วนจะ ขน ส.ส.ออกจากพลังประชารัฐได้ตามราคาคุยหรือไม่เป็นอีกเรื่อง…..ที่ต้องจับตา การปรับ ครม. ที่จะดึงเอา รวมไทยสร้างชาติ มาเป็น พรรคร่วมรัฐบาล ปูนบำเหน็จ ตำแหน่งทางการเมือง เป็นการรับขวัญในเดือนหน้า…..ก่อนที่จะ ยุบสภา ในเดือน มี.ค.ปี 2566…..จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่
ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท รุ่นที่ 2
มอบทุน ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบเงินจำนวน 783,334 บาท ให้ พญ.มยุรา กุสุมภ์ เพื่อเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท รุ่นที่ 2 โดยมี ศ.พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร, พญ.เบญจพร ปัญญายง และ พญ.ลลิดา วีระวิทยานันต์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ บ.ทีโอเอ เพ้นท์ วันก่อน.
  • การกลับเข้า พรรคพลังประชารัฐ ของกลุ่ม ส.ส. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะกลายเป็นดาบสองคมตามคำวิจารณ์หรือไม่……ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย…พูดถึงท่าทีทางการเมืองได้ข้อยุติว่าจะทำงานการเมืองกับ พล.อ.ประวิตร แน่นอน……แต่ต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย ไม่ต้องรอให้มีการยุบสภา…ส่วน การทำงานในพลังประชารัฐ ไม่จำเป็นว่าทุกคนในพรรครักกันทั้งหมด ทุกอย่างเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เห็นต่างกันได้…..จบข่าว
ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท รุ่นที่ 2
เชิญชม พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิด “A New Encounter Immersive Gallery of Korean Art” งานแสดงผลงานศิลปะในโลกเสมือนจริงจากประเทศเกาหลี จัดถึง 21 พ.ค.66 โดยมี สถาพร เที่ยงธรรม และ ยุน ซัง ยอง มาร่วมงานด้วย ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ วันก่อน.
  • สภาล่ม ย่อมมีที่มาที่ไป ส่อแวว พรรคร่วมรัฐบาล เข้าโหมด น้ำต้มผักเริ่มจะขม…ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่แก้เกมไปมาระหว่าง ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ…..ขนาด นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ชวน หลีกภัย ต้องเอายอด ส.ส.โดดร่ม ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล มาเปิดโปง….ไม่มีใครน้อยหน้าใคร….ที่ชัดเจน กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.ประชาธิปัตย์ ระบุแม้ วิปรัฐบาลจะเปิดฟรีโหวต พ.ร.บ.กัญชา….เจตนารมณ์ของ ประชาธิปัตย์ มีจุดยืนอยู่แล้ว…ว่า พ.ร.บ.กัญชา ไร้มาตรฐานในการดูแลเด็กและเยาวชน…..ยืนยันไม่ให้ผ่านแน่นอน
ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท รุ่นที่ 2
ให้ซอนต้า สุริยน ศรีอรทัยกุล มอบเงินรายได้จากการประมูลเครื่องประดับในงาน Beauty Gems X Zonta จำนวน 876,000 บาท ให้ ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี โดยมี พนิดา นิยมทรัพย์ ปทุมารักษ์ และ ดวงนภา วิจิตรเขื่อนขันท์ มาร่วมรับมอบด้วย ที่เซ็นทรัลชิดลม วันก่อน.
  • ผลพวงจากเอเปก เจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน อับดุลอาซิซ อัล–ซาอุด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน เป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกความตกลงร่วมมือเพื่อพัฒนาและลงทุนใน โครงการไฮโดรเจนสีเขียว และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อตอบสนองการใช้พลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงโอกาสการส่งออกไปยังภูมิภาคใกล้เคียง ระหว่าง บริษัท แอควา พาวเวอร์ บริษัท ปตท. และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่มุ่งมั่นจะให้เป็นแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ในอนาคต…..ข่าวประชาสัมพันธ์ ขอเชิญเช่าบูชา พระสมเด็จองค์ปฐม ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้ว, 5 นิ้ว และพระพิมพ์ขนาด 2 คูณ 3 ซม. เพื่อนำปัจจัยสมทบการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม พระพุทธเมตตา ขนาดหน้าตักกว้าง 29 เมตร สูง 45 เมตร สร้างด้วยนิลรัตนะทั้งองค์ นำไปประดิษฐานบนดาดฟ้าอาคาร วัดเทพประทาน ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี น้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งมี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานการจัดสร้าง และ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมหาดไทย เป็นรองประธาน โดยเปิดให้เช่าบูชาผ่าน ระบบออนไลน์ คิวอาร์โค้ดหรือ ไลน์ไอดี @firstbuddha ขยายเวลาจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.นี้ เท่านั้น หรือเช่าที่ วัดเทพประทาน โดยตรง โทรศัพท์ 09-9321-5016 และสามารถรับพระได้ที่กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ กองทัพอากาศ…..วิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จัดประชุม 9th ICSD Asia Pacific Biennial Conference on Sustainable Development Efforts in Times of Crisis ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-1 ธ.ค.นี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต…..นิตยสารรถยนต์ autovision &Travel กับปฏิบัติการ ล้อเดียวเที่ยวต่างแดน ชมนครวัดมรดกโลก นำทีมโดย นิรดา จุลโลบล ประธานออโตวิชั่น…..แจ้งล่วงหน้า ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ อดีต ส.ว.ขอนแก่น ขอเชิญศิษย์เก่าขอนแก่นวิทยายน KKW รุ่น 2509 ชาวชมพูฟ้าเหลือง ร่วมงานคืนสู่เหย้าครบรอบ 125 ปี และแสดงมุทิตาจิตครู อาจารย์ เริ่มเวลา 17.00 น. ในวันที่ 3 ธ.ค. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น
ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท รุ่นที่ 2
ดูแฟชั่น ฌอง-คริสตอฟ บาแบง จัดงานกาลาดินเนอร์และแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชัน บุลการี อีเดน เดอะ การ์เด้น ออฟ วันเดอร์ส พร้อมแนะนำ ดาวิกา โฮร์เน่ Friend of The House บุลการี โดยมี เปาโล ดีโอนีซี และ จรรยา สว่างจิตร มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

ผู้ประท้วงจีนใช้กระดาษเปล่าเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2564366

ผู้ประท้วงจีนใช้กระดาษเปล่าเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้าน

28 พ.ย. 2565 12:28 น.

ผู้ประท้วงจีนใช้กระดาษเปล่าเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้าน

ผู้ประท้วงชาวจีนหันมาใช้กระดาษเปล่าสีขาวในการแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อมาตรการการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้มงวดของทางการ ซึ่งถือเป็นการแสดงออกที่แทบไม่ปรากฏบ่อยนัก และเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ จากในสื่อสังคมออนไลน์ไปยังท้องถนนและมหาวิทยาลัย

ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่แชร์ส่งต่อในสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นภาพนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยในเมืองต่างๆ รวมถึงนานจิงและกรุงปักกิ่ง ยืนชูกระดาษเปล่าเพื่อเป็นการประท้วงเงียบ ซึ่งเป็นวิธีการที่ส่วนหนึ่งใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการเซนเซอร์ หรือการจับกุมจากเจ้าหน้าที่

จีนยังคงยึดมั่นต่อนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” ที่มีความเข้มงวด ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ในโลกพยายามจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิด-19 ให้ได้

กระแสความไม่พอใจของประชาชนล่าสุดมีสาเหตุจากเหตุเพลิงไหม้ที่อาคารพักอาศัยแห่งหนึ่งที่เมืองอุรุมฉี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์เมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 ศพ ซึ่งมีประชาชนบางส่วนถูกล็อกดาวน์มายาวนานถึง 100 วัน ทำให้เกิดกระแสคาดเดาว่าเป็นเพราะมาตรการล็อกดาวน์คุมโควิดอาจจะทำให้มีคนออกมาจากอาคารไม่ได้และเสียชีวิตในกองเพลิง

ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประชาชนเริ่มรวมตัวกันในคืนวันเสาร์ เพื่อจุดเทียนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตที่เมืองอุรุมฉี และมีการชูกระดาษเปล่าสีขาว

นอกจากนั้นยังพบว่ามีการชูกระดาษเปล่าในลักษณะเดียวกันนี้ในการชุมนุมในพื้นที่หลายจุดของกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ ทั้งที่มหาวิทยาลัยชิงหวา และตลอดแนวถนนวงแหวนสายที่ 3 ใกล้กับแม่น้ำเหลียงหม่า

ผู้ร่วมการประท้วงรายหนึ่งกล่าวว่า กระดาษเปล่าสื่อถึงทุกสิ่งที่เราอยากจะพูด แต่เราไม่สามารถพูดได้ “เรามาที่นี่เพื่อแสดงความเคารพต่อเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ เราหวังว่าจะได้เห็นจุดสิ้นสุดของมาตรการป้องกันโควิดทั้งหลายเสียที เราต้องการชีวิตปกติกลับคืนมา เราต้องการศักดิ์ศรี”

ในคลิปวิดีโอที่มีการแชร์อย่างแพร่หลายจากเหตุการณ์ที่เชื่อว่าเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นภาพของหญิงรายหนึ่งที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดของมหาวิทยาลัยการสื่อสารของจีนในเมืองนานจิง ที่ถือกระดาษแผ่นหนึ่ง ก่อนที่จะถูกชายไม่ทราบชื่อนำตัวออกไป และภาพของผู้คนจำนวนมากที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดของมหาวิทยาลัยที่ถือกระดาษเปล่า พร้อมเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ

ก่อนหน้านี้ในปี 2020 ที่มีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกง นักเคลื่อนไหวใช้วิธีการชูกระดาษเปล่าเพื่อประท้วง ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงคำสั่งห้ามชูป้ายคำขวัญภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่จีนใช้บังคับในฮ่องกง ผู้ประท้วงในกรุงมอสโกของรัสเซียก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้ในการประท้วงรัฐบาลที่ใช้กำลังบุกรุกยูเครน.

ที่มา รอยเตอร์

ส่องเหตุผล จีนไม่มูฟออนจากนโยบาย “ซีโร่ โควิด” ขณะที่ทั่วโลกพยายามกลับสู่ปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2563641

ส่องเหตุผล จีนไม่มูฟออนจากนโยบาย "ซีโร่ โควิด" ขณะที่ทั่วโลกพยายามกลับสู่ปกติ

28 พ.ย. 2565 12:15 น.

ส่องเหตุผล จีนไม่มูฟออนจากนโยบาย “ซีโร่ โควิด” ขณะที่ทั่วโลกพยายามกลับสู่ปกติ

  • ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จีนกลับมารุนแรงที่สุดในรอบ 6 เดือน หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายมณฑลทั่วประเทศต้องอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ท่ามกลางมาตรการควบคุมโควิดเข้มงวดที่ดำเนินมาเกือบ 3 ปีแล้ว โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อใหม่กว่า 30,000 ราย 
  • สัปดาห์ที่ผ่านมาชาวจีนในหลายเมืองเริ่มออกมาประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ แสดงความไม่พอใจต่อ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และพรรคคอมมิวนิสต์ ชนวนเหตุมาจากกระแสฟุตบอลโลกที่จีนไม่ได้เข้าร่วม และเหตุเพลิงไหม้อพาร์ตเมนต์ที่พักอาศัยในซินเจียง ซึ่งหลายคนโกรธแค้นที่มาตรการล็อกดาวน์ทำให้การอพยพประชาชน และการส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาล่าช้า ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 10 ศพ 

จีนยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีคำสั่งล็อกดาวน์ จำกัดการเดินทาง และระดมตรวจหาเชื้อทั่วประเทศ ในขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ โดยเมื่อวันพุธ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาเป็น 31,444 ราย ทางการประกาศล็อกดาวน์นครเซี่ยงไฮ้เป็นเวลา 2 เดือน และสั่งล็อกดาวน์เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ที่มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน ภายใต้มาตรการควบคุมโควิด ประชาชนต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลานานกว่า 100 วัน 

ย่างเข้าวันศุกร์ที่ 25 พ.ย. จีนพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเป็นกว่า 32,000 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มไม่แสดงอาการ และเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ ขณะที่ตัวเลขผู้ติดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แซงหน้าสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุด 30,000 รายเมื่อเดือนเมษายน นอกจากนี้ยังเป็นตัวเลขสูงสุดทำสถิติใหม่นับตั้งแต่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เมื่อช่วงปลายปี 2562

มาตรการล็อกดาวน์ล่าสุดยังทำให้เกิดกระแสการประท้วงขยายวงไปหลายเมือง รวมไปถึงที่กรุงปักกิ่ง เมืองอู่ฮั่น นครเซี่ยงไฮ้ และเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ซึ่งเกิดการประท้วงใหญ่ของบรรดาคนงานที่โรงงานฟ็อกซ์คอนน์ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือไอโฟนรายใหญ่ที่สุดในโลก 

ส่องเหตุผล จีนไม่มูฟออนจากนโยบาย "ซีโร่ โควิด" ขณะที่ทั่วโลกพยายามกลับสู่ปกติ

คลิปวิดีโอที่แชร์กันในโซเชียลมีเดีย เป็นภาพชาวจีนตะโกนโห่ร้อง “ไม่เอาแล้วตรวจ PCR เราต้องการอิสระ!” “เสรีภาพ เสรีภาพ!” ขณะที่มีรายงานข่าวการประท้วงในหลายเมือง รวมไปถึงนครเซี่ยงไฮ้ และประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเหยื่อไฟไหม้อพาร์ตเมนต์เมืองอูรุมฉี ในซินเจียง เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา 

ข่าวนี้ทำให้หลายคนโกรธแค้นต่อมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้การอพยพประชาชนและการส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาล่าช้า ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 10 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่ทางการซินเจียงออกมาปฏิเสธว่าพื้นที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์

ศาสตราจารย์จุง คิมวา อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค มองว่า แม้การประท้วงจะขยายวงออกไป แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาลกลางจีนให้พิจารณาผ่อนปรนนโยบายซีโร่ โควิด ที่ดำเนินมาเกือบ 3 ปี โดยเชื่อว่ารัฐบาลจะใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งให้การทำให้ผู้ประท้วงสงบลง และแม้เราจะต้องคอยจับตาดูว่าการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิงจะขยายวงออกไปหรือไม่ แต่ก็เชื่อว่าผู้นำจีนจะอ้างได้ว่าเป็นเพราะรัฐบาลท้องถิ่นที่บังคับใช้มาตรการเข้มงวดเกินไป

ส่องเหตุผล จีนไม่มูฟออนจากนโยบาย "ซีโร่ โควิด" ขณะที่ทั่วโลกพยายามกลับสู่ปกติ

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจีนรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความที่ระบุว่า ตลอดเกือบ 3 ปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยตั้งคำถามถึงมาตรการโควิดของรัฐบาลเลย แต่ตอนนี้เขาพบว่าวันนี้ทุกอย่างยังคงเหมือนกับเมื่อ 3 ปีก่อน ตั้งแต่คำสั่งล็อกดาวน์แบบไม่มีวันสิ้นสุด อาหารรสชาติแย่ๆ จากโรงพยาบาล และการได้เห็นชาวโลกแห่ไปเชียร์ฟุตบอลเวิลด์คัพ โดยไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัยกันแล้ว มันทำให้เขาสงสัยว่าตอนนี้มีเพียงจีนประเทศเดียวหรือเปล่าที่ยังมีการระบาดของโควิด-19 

ด้านศาสตราจารย์วิคตอเรีย ฮุย แห่งมหาวิทยาลัยนอเทรอดาม ในรัฐอินเดียนาของสหรัฐ กล่าวว่า การประท้วงที่เกิดขึ้นล่าสุดดูเป็นการประท้วงแบบไม่ได้ถูกจัดตั้ง และเป็นการออกมาแสดงความอัดอั้นตันใจของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจริงๆ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลจีนคงจะไม่ประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิดแน่นอน ขณะที่โครงสร้างอำนาจจากบนลงล่างของจีนทำให้การบังคับใช้นโยบายในระดับท้องถิ่นจะยังคงเข้มงวดต่อไปเพื่อป้องกันข้อครหากรณีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น โดยเชื่อว่าการประท้วงจะขยายวงออกไปอีก แต่จะไม่มีทางสั่นคลอนอำนาจของรัฐบาลได้ 

ส่องเหตุผล จีนไม่มูฟออนจากนโยบาย "ซีโร่ โควิด" ขณะที่ทั่วโลกพยายามกลับสู่ปกติ

ด้านผู้เชี่ยวชาญในจีนมองว่า รัฐบาลน่าจะคงนโยบายซีโร่ โควิดต่อไปเนื่องจากมาตรการโควิดของจีนที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จอย่างดี และช่วยให้ลดความสูญเสียชีวิตประชาชนได้อย่างมาก โดยนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดเมื่อปี 2562 จีนมีผู้เสียชีวิตจากโควิดรวมทั้งหมดจนถึงตอนนี้เพียง 5,233 ศพ ในขณะที่สหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1.1 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าการเร่งเปิดประเทศนั้นต้องแลกมาด้วยชีวิตความสูญเสียของประชาชน 

ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญในกรุงปักกิ่งมองว่า สื่อตะวันตกพยายามนำเสนอข่าวเกินจริงในเรื่องของการประท้วงต่อต้านมาตรการโควิดที่จีน อย่างกรณีของโรงงานฟ็อกซ์คอนน์ บริษัทของไต้หวัน หากอ่านรายละเอียดของเนื้อข่าวจะพบว่า บรรดาคนงานต่างออกมาประท้วงที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม

ส่องเหตุผล จีนไม่มูฟออนจากนโยบาย "ซีโร่ โควิด" ขณะที่ทั่วโลกพยายามกลับสู่ปกติ

ด้านนายดิ๊กกี้ บูดีแมน นักวิจัยและนักระบาดวิทยาแห่งสถาบันความมั่นคงด้านสาธารณสุขโลก แห่งมหาวิทยาลัยกริฟฟิธ ในอินโดนีเซียกล่าวว่า นโยบายควบคุมโควิดที่เข้มงวดของรัฐบาลจีนได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชวิตของผู้คนมาอย่างยาวนาน และจนถึงตอนนี้จีนเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่บังคับใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ ทั้งๆ ที่เชื้อไวรัสได้มีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ย่อยที่แพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ 

อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่รัฐบาลจีนจะหาวิธีการที่จะทำให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับโควิดได้แบบไม่ต้องล็อกดาวน์ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็เชื่อว่าโรคนี้ก็ไม่มีวันหมดไปเป็นศูนย์ได้อย่างแน่นอน.

ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูล : Aljazeera  CNBC

ฟลอสซีแมวอังกฤษ ได้รับการบันทึกเป็นแมวอายุยืนที่สุดในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2564395

ฟลอสซีแมวอังกฤษ ได้รับการบันทึกเป็นแมวอายุยืนที่สุดในโลก

28 พ.ย. 2565 12:12 น.

ฟลอสซีแมวอังกฤษ ได้รับการบันทึกเป็นแมวอายุยืนที่สุดในโลก

ฟลอสซีแมวจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ ได้รับการบันทึกสถิติว่าเป็นแมวที่มีอายุยืนที่สุดในโลก โดยมันจะมีอายุครบ 27 ปีในอีกไม่กี่สัปดาห์ เทียบเท่ากับอายุมนุษย์ 120 ปี

เจ้าฟลอสซี แมวเพศเมีย อายุ 26 ปี 329 วัน ในประเทศอังกฤษ ได้รับการบันทึกสถิติจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ให้เป็นแมวที่อายุยืนที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยมีอายุเทียบเท่ากับมนุษย์อายุ 120 ปี
ฟลอสซีเป็นแมวจรที่เกิดข้างถนนใกล้กับโรงพยาบาลเมอร์ซีย์ไซด์ในลิเวอร์พูลในปี 1995 ก่อนที่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานที่โรงพยาบาลจะรับมันมาเลี้ยงดูนาน 10 ปี และเสียชีวิตลง และเปลี่ยนเจ้าของมาอยู่ในความดูแลของน้องสาวของเจ้าของคนแรกอีก 14 ปี จนกระทั่งเธอเสียชีวิตลงเช่นกัน ทำให้ฟลอสซีมาอยู่ในความดูแลของลูกชายของเจ้าของคนแรกอีกนานราว 3 ปี ก่อนที่เขาจะนำมันไปมอบให้องค์กรพิทักษ์สวัสดิภาพแมวแห่งสหราชอาณาจักร เนื่องจากมันอายุมากขึ้นและเริ่มตาฝ้าฟาง และหูหนวก

อย่างไรก็ตามเจ้าฟลอสซีได้บ้านใหม่อย่างไม่คาดคิดหลังจากถูกจับคู่กับวิคกี้ กรีน ที่แสดงความจำนงในการรับเลี้ยงแมวที่อายุมาก ต่างกับผู้รับเลี้ยงรายอื่นๆ ที่มองหาแมวที่ยังอายุไม่มาก ซึ่งแม้ว่า ฟลอสซี จะมีอาการหูหนวกและสายตาไม่ดี แต่เจ้าของใหม่ ระบุว่า ฟลอสซี เป็นแมวที่น่ารักและขี้เล่นจนแทบไม่น่าเชื่อว่ามันอายุมากแล้ว เธอรู้สึกได้ว่ามันเป็นแมวที่พิเศษ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าฟลอสซีจะกลายเป็นแมวที่ได้ครองสถิติโลกด้วย โดยเจ้าฟลอสซีจะมีอายุครบ 27 ปีในวันที่ 29 ธันวาคมที่จะถึงนี้

ทั้งนี้แมวที่เคยครองสถิติอายุมากที่สุดก่อนหน้านี้คือ เจ้าครีมพัฟ ที่มีอายุถึง 38 ปี 3 วัน ก่อนที่มันจะตายลงเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2005.

ที่มา : ซีเอ็นเอ็น

“อีลอน มัสก์” เผยมีผู้สมัครทวิตเตอร์สูงสุดเป็นประวัติการณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2564415

"อีลอน มัสก์" เผยมีผู้สมัครทวิตเตอร์สูงสุดเป็นประวัติการณ์

28 พ.ย. 2565 12:06 น.

“อีลอน มัสก์” เผยมีผู้สมัครทวิตเตอร์สูงสุดเป็นประวัติการณ์

อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอของทวิตเตอร์ กล่าวว่า ผู้ใช้รายใหม่ที่สมัครเข้าใช้งานทวิตเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในขณะที่เขากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่บริษัทต่างๆ พากันถอนโฆษณา และผู้ใช้หันไปเล่นแพลตฟอร์มอื่นๆ หลังเกิดความกังวลเกี่ยวกับมาตรการยืนยันตัวตนและการใช้ถ้อยคำแสดงความเกลียดชัง

มัสก์ ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ของเขาเมื่อวานนี้ว่า ผู้สมัครเข้าใช้งานในทวิตเตอร์โดยเฉลี่ยมากกว่าวันละ 2 ล้านคน ในช่วง 7 วันนับจนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นร้อยละ 66 เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์เดียวกันของเมื่อปีที่แล้ว

มัสก์ ยังกล่าวว่า จำนวนนาทีที่มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ เฉลี่ยเกือบ 8,000 ล้านนาทีต่อวัน ในช่วง 7 วัน นับจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การใช้ถ้อยคำแสดงความเกลียดชังก็ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

มัสก์ ยังกล่าวด้วยว่า การซื้อกิจการทวิตเตอร์ของเขาจะช่วยเร่งการสร้างแอปพลิเคชันที่เขาตั้งชื่อว่า “เอ็กซ์” (X) ซึ่งจะเป็น “everything App” หรือแอปเดียวที่สามารถทำได้ทุกอย่าง

โดยสิ่งที่เขาเรียกว่า “ทวิตเตอร์ 2.0 ดิ เอฟวรีธิง แอป” (Twitter 2.0 The Everything App) จะมีความสามารถในการใช้ส่งข้อความโดยตรง (DM) ที่สามารถเข้ารหัส ทวีตข้อความแบบยาว และใช้ในการชำระเงินได้

มัสก์ ทวีตข้อความเพิ่มเติมเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาคาดว่าทวิตเตอร์จะมีผู้ใช้งานเกินกว่าเดือนละ 1,000 ล้านราย ภายใน 12-18 เดือนข้างหน้า

บริษัทผู้โฆษณาบนทวิตเตอร์ รวมถึงบริษัทใหญ่ๆ เช่น เจเนอรัล มอเตอร์ส, มอนเดเลส อินเตอร์เนชันแนล และ โฟล์กสวาเกน เอจี  ได้หยุดลงโฆษณาบนทวิตเตอร์ชั่วคราว

มัสก์ กล่าวว่า ทวิตเตอร์กำลังประสบกับ “รายได้ที่ลดลงอย่างมาก” จากการถอนตัวของผู้ลงโฆษณา โดยกล่าวโทษกลุ่มพันธมิตรด้านสิทธิพลเมืองที่กดดันให้ผู้โฆษณารายใหญ่ของทวิตเตอร์ถอนตัว หากเขาไม่ได้ดำเนินมาตรการปกป้องการดูแลเนื้อหา

กลุ่มนักเคลื่อนไหวยังเรียกร้องให้ผู้ลงโฆษณาในทวิตเตอร์ออกแถลงการณ์ชี้แจงเกี่ยวกับการถอนโฆษณา หลังจากมัสก์ยกเลิกการแบนบัญชีผู้ใช้ของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ.

ที่มา รอยเตอร์

สุดสลด ดินถล่มในพิธีฝังศพแคเมอรูน แขกมาร่วมงานดับ 11 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2564261

สุดสลด ดินถล่มในพิธีฝังศพแคเมอรูน แขกมาร่วมงานดับ 11 ศพ

28 พ.ย. 2565 10:13 น.

สุดสลด ดินถล่มในพิธีฝังศพแคเมอรูน แขกมาร่วมงานดับ 11 ศพ

เกิดเหตุดินถล่มในระหว่างการจัดพิธีศพในกรุงยาอุนเด เมืองหลวงของประเทศแคเมอรูน คร่าชีวิตแขกที่มาร่วมในพิธีอย่างน้อย 11 ศพ

เหตุสลดเกิดขึ้นในขณะที่มีแขกจำนวนมากมาร่วมไว้อาลัยในพิธีฝังศพผู้วายชนม์จำนวน 5 คน บนยอดเขาแห่งหนึ่งในกรุงยาอุนเด เมืองหลวงของแคเมอรูน โดยภายในงานมีการกางเต็นท์สำหรับแขกที่มาร่วมงานหลายหลัง ก่อนที่ดินจะถล่มลงมาทับผู้เคราะห์ร้ายแบบไม่ทันตั้งตัว จนมีผู้ถูกฝังทั้งเป็นเสียชีวิตอย่างน้อย 11 ศพ

พอล บี ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคกลาง ซึ่งรวมถึงกรุงยาอุนเด ระบุว่า เหตุดินถล่มเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเหยื่อส่วนใหญ่นั่งอยู่ภายในเต็นท์ขณะที่เกิดดินถล่ม ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลำเลียงศพผู้เสียชีวิตออกไปจากจุดเกิดเหตุแล้วบางส่วน ขณะที่หน่วยกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้ที่ติดอยู่ในใต้ดินถล่ม หลังจากที่ต้องยุติการค้นหาไปในช่วงค่ำวันอาทิตย์ และเพิ่งเริ่มปฏิบัติการอีกครั้งในช่วงเช้าวันจันทร์

ด้านญาติของผู้ประสบเหตุนับร้อยคน ต่างใช้มือเปล่าขุดค้นหาร่างของผู้ที่สูญหายโดยไม่รอเจ้าหน้าที่ เพื่อหวังจะให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับคนที่พวกเขารัก สร้างความโกลาหลให้แก่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉิน ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุและกันนักข่าวไม่ให้เข้าไปใกล้ด้วย โดยทางการกำลังเร่งตรวจสอบข้อมูล ก่อนที่จะมีการระบุจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่แน่ชัดอีกครั้ง.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

เกาหลีเหนือเผยภาพ “คิม จองอึน” พา “ลูกสาวสุดที่รัก” เยี่ยมชมการทดสอบขีปนาวุธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2564238

เกาหลีเหนือเผยภาพ "คิม จองอึน" พา "ลูกสาวสุดที่รัก" เยี่ยมชมการทดสอบขีปนาวุธ

28 พ.ย. 2565 09:48 น.

เกาหลีเหนือเผยภาพ “คิม จองอึน” พา “ลูกสาวสุดที่รัก” เยี่ยมชมการทดสอบขีปนาวุธ

สื่อเกาหลีเหนือเผยภาพลูกสาวของ “คิม จองอึน” ระหว่างที่ผู้นำสูงสุดพาไปเยี่ยมชมการทดสอบยิงขีปนาวุธ ลุ้นถูกวางตัวเป็นผู้นำ “รุ่นที่ 4”

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 65 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ “เคซีเอ็นเอ” ของเกาหลีเหนือ เผยแพร่ภาพผู้นำสูงสุด “คิม จองอึน” พร้อมด้วย “จู แอ” บุตรสาวที่เชื่อว่าเป็นลูกคนที่ 2 มีอายุประมาณ 9-10 ปี โดยเป็นการเดินทางไปร่วมชมการทดสอบขีปนาวุธและประชุมร่วมกันกับคณะนักวิทยาศาสตร์ด้านขีปนาวุธ และมีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกันในสถานที่ไม่เปิดเผยแห่งหนึ่ง ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า จู แอ เป็นลูก “ที่รักที่สุด” ของผู้นำคิม จองอึน

เกาหลีเหนือเผยภาพ "คิม จองอึน" พา "ลูกสาวสุดที่รัก" เยี่ยมชมการทดสอบขีปนาวุธ

รายงานข่าวระบุว่า นับเป็นการเผยภาพของหนูน้อย “จู แอ” เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ หลังจากมีภาพปรากฏออกมาว่า คิม จองอึน พาบุตรสาวคนนี้ไปร่วมชมการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป “ฮวาซอง-17” พร้อมกับสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว

ทางด้านสื่อตะวันตกพากันตั้งคำถามว่า คิม จองอึน มีความตั้งใจที่จะตั้ง “จู แอ” เป็นผู้สืบทอดผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือหรือไม่ ขณะที่ก่อนหน้านี้สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า คิม จองอึน มีลูก 3 คน ที่เกิดในปี 2553 2556 และ 2560

เกาหลีเหนือเผยภาพ "คิม จองอึน" พา "ลูกสาวสุดที่รัก" เยี่ยมชมการทดสอบขีปนาวุธ

ทั้งนี้ระหว่างการเยี่ยมชม ผู้นำเกาหลีเหนือได้กล่าวชื่นชมสมรรถนะของขีปนาวุธฮวาซอง-17 ซึ่งเป็นอาวุธเชิงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และการยิงขีปนาวุธครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเกาหลีเหนือในการที่จะสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกล่าวแสดงความชื่นชมบรรดานักวิทยาศาสตร์ในโครงการนี้ว่าได้สร้างความก้าวหน้าที่ยอดเยี่ยมในการพัฒนาเทคโนโลยีหัวรบนิวเคลียร์ของประเทศ.

เดือด จลาจลแฟนบอลเบลเยียม หลังโกรธแค้นเกมพลิก เบลเยียมพ่ายโมร็อกโก 2-0

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2564203

เดือด จลาจลแฟนบอลเบลเยียม หลังโกรธแค้นเกมพลิก เบลเยียมพ่ายโมร็อกโก 2-0

28 พ.ย. 2565 08:17 น.

เดือด จลาจลแฟนบอลเบลเยียม หลังโกรธแค้นเกมพลิก เบลเยียมพ่ายโมร็อกโก 2-0

แฟนบอลเบลเยียมสุดเดือด ก่อจลาจลตามท้องถนนในกรุงบรัสเซลส์ ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาสลายชุมนุม หลังจบเกมศึกฟุตบอลโลก ทีมชาติโมร็อกโกเอาชนะทีมชาติเบลเยียมไปแบบเหนือความคาดหมายที่ 2-0

สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2565 เกิดเหตุแฟนบอลนับสิบคนออกมาก่อจลาจลในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม หลังจากไม่พอใจที่ทีมฟุตบอลเบลเยียมพลิกล็อกพ่ายแพ้ให้กับทีมโมร็อกโก ในการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดล่าสุด รอบแบ่ง กลุ่มเอฟ ไป 2 ประตูต่อ 0

แฟนบอลได้ออกมาทุบทำลายและจุดไฟเผารถยนต์คันหนึ่ง และยังจุดพลุจนเกิดเสียงดัง ขณะที่ตำรวจระดมกำลังกว่า 100 นายรับมือเหตุจลาจล พร้อมเร่งดับไฟและใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม และเปิดเผยว่ามีผู้สื่อข่าว 1 รายได้รับบาดเจ็บจากเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยตำรวจระบุว่าได้มีคำสั่งปิดให้บริการรถไฟใต้ดินบางสถานี และปิดถนนบางสายเพื่อจำกัดวงการประท้วง ขณะที่ยังไม่มีการเปิดเผยว่ามีผู้ก่อเหตุรุนแรงถูกจับกุมตัวไปกี่ราย 

เดือด จลาจลแฟนบอลเบลเยียม หลังโกรธแค้นเกมพลิก เบลเยียมพ่ายโมร็อกโก 2-0

ด้านนายฟิลิปเป้ โคลเซ่ นายกเทศมนตรีกรุงบรัสเซลส์ กล่าวประณามแฟนบอลที่ก่อเหตุรุนแรง พร้อมประกาศเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปบริเวณพื้นที่ใจกลางเมือง พร้อมระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามทำทุกวิถีทางให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด.