ศศินทร์จัดเสวนา‘Digital Assets : The Future or a Fad?’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/694666

ศศินทร์จัดเสวนา‘Digital Assets : The Future or a Fad?’

ศศินทร์จัดเสวนา‘Digital Assets : The Future or a Fad?’

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ Sasin Center of Excellence and Research Unit สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา “Digital Assets : The Future or a Fad?” โดยได้รับเกียรติจาก Prof.David Yermack, Albert Fingerhut Professor of Finance and Business Transformation, NYU Stern School of Business ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Asset เป็นวิทยากรบรรยาย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหารองค์กรในตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นอย่างดี

(จากซ้ายไปขวา) : รศ.ดร.พัฒนาพร ฉัตรจุฑามาส (ศศินทร์) คุณวิเชฐ ตันติวานิช (บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น) คุณพราวพร เสนาณรงค์ (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ (สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์) คุณแมนพงศ์ เสนาณรงค์ (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) Prof. David Yermack คุณวรัชญา ศรีมาจันทร์ (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)

คุณทิพยสุดา ถาวรามร (บริษัท เจเวนเจอร์ส จำกัด) ผศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ (ศศินทร์) คุณพจน์ หะริณสุต (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด) ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ (JIB Digital Consult) คุณชนันต์ ชาญชัยณรงค์ (กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน) ร่วมรับฟังมุมมองและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย จัดขึ้นที่สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์

‘APRSCP 2022’ขับเคลื่อนผลิต-บริโภคยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/694663

‘APRSCP 2022’ขับเคลื่อนผลิต-บริโภคยั่งยืน  และเศรษฐกิจหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

‘APRSCP 2022’ขับเคลื่อนผลิต-บริโภคยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สมาคมส่งเสริมการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ SCP Association (Thailand) ร่วมกับ Asia Pacific Roundtable for Sustainable Consumption and Production (APRSCP) จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ “16th Asia Pacific Roundtable on Sustainable Consumption and Production : Bridging Net Zero Transition by SCP and Circular Economy” เมื่อวันที่ 21-23 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพฯ

เพื่อเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์องค์ความรู้ บทเรียน การศึกษาวิจัย และการส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีในการดำเนินงานด้านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการเสริมสร้างศักยภาพ การเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และแหล่งเงินทุน เพื่อยกระดับความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจกและปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero GHG Emission ของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวภายหลังเปิดงานว่า การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ.2050 (พ.ศ.2593) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี ค.ศ.2065 (พ.ศ.2608) เพราะภาคอุตสาหกรรมและการผลิตจะปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ภาครัฐจึงได้ออกมาตรการเข้มงวด โดยกำหนดให้ภายในปี ค.ศ.2025 (พ.ศ.2568) หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะหยุดการนำเข้าเศษพลาสติก แต่จะมีการอนุญาตเฉพาะในส่วนของเศษพลาสติกที่ไม่สามารถหาได้จากภายในประเทศซึ่งจะพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว

มร.สันเจย์ กุมาร์ ประธานเครือข่ายส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APRSCP) กล่าวว่า ในโลกปัจจุบันที่กำลังเผชิญภาวะวิกฤตของการมีชีวิตอยู่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอยู่บนทางแยกระหว่างโอกาสกับความท้าทายที่จะมีผลกระทบระยะยาวต่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต

“ผมมีความเชื่อมั่นว่า ภูมิภาคนี้จะฟื้นตัวดีขึ้นและกลับมาแข็งแกร่งมากขึ้น หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยรัฐบาลของประเทศต่างๆ ต้องกำหนดเส้นทางการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งไม่เพียงแต่คำนึงถึงความเท่าเทียมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้นหากยังต้องส่งเสริมการแบ่งปันความเจริญรุ่งเรืองด้วย” มร.สันเจย์ กล่าว

ขณะที่ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานคณะกรรมการการจัดงานและนายกสมาคมและประธานเครือข่ายส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Thai SCP Network) กล่าวว่า การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (SCP) ร่วมกับแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน (CE) เป็นทั้งแนวทางระดับสากล และการดำเนินการเปลี่ยนแปลงอันนำไปสู่การลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ รวมทั้งสังคมคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืน

ดังนั้น ด้วยความตระหนักและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงถึงเวลาแล้ว ที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาที่คุกคามความยั่งยืนของระบบนิเวศทางธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต ด้วยมาตรการต่างๆ อาทิ การทบทวนการผลิตและการบริโภค ผ่านนโยบายที่มีประสิทธิภาพ และการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศไทยมีความก้าวหน้ามากในการขับเคลื่อนโดยการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชน

ดร.วิจารย์กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่คาดหวังจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในงานประชุมวิชาการครั้งนี้ การถอดบทเรียนจากในหลายๆ พื้นที่ โดยเครือข่ายของเรามีการทำงานร่วมกันในหลายภาคส่วน อาทิ อุตสาหกรรม การเกษตร ท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมไปถึงการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างหลายหน่วยงาน

“โดยเฉพาะภาครัฐซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนภาคส่วนอื่นๆ รวมทั้งการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG (BIO-Circular-Green Economy) model โดยเรามีเป้าหมายลดการใช้ทรัพยากรลง 1 ใน 4 ขณะเดียวกันก็ให้ได้ผลผลิตที่ใช้ได้นานขึ้น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดของเสีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยรวม คือ การใช้ทรัพยากรน้อยแต่ได้ผลลัพธ์มากนั่นเอง หรือทำน้อยได้มาก โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือ” ดร.วิจารย์ กล่าว

การจัดงานในครั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย นักวิชาการและผู้ที่เกี่ยวข้องจาก องค์กรระหว่างประเทศ ภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์มากกว่า 300 คน จากประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ทั้งในห้องประชุม และผ่านระบบออนไลน์) การประชุม APRSCP ซึ่งจัดต่อเนื่องมา โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 16 และเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ที่เริ่มก่อตั้งครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) ด้วย

จึงเป็นการประชุมที่สำคัญที่จะตอบสนองต่อความท้าทายของโลกในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งการประชุมวิชาการ 16th APRSCP ครั้งนี้ ทางคณะกรรมการจัดงาน จะได้ทำการชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้ถือได้ว่างานนี้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หรือ “คาร์บอนนิวทรัลอีเวนท์” โดยใช้คาร์บอนเครดิต ภายใต้ “โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย” (หรือ T-VER)

เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมทั้งของประเทศและของโลกได้!!!

นายกฯชื่นชมนักวิจัย‘มทร.อีสาน’วิทยาเขตขอนแก่น สร้างรถบัสใช้ไฟฟ้า100%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/694635

นายกฯชื่นชมนักวิจัย‘มทร.อีสาน’วิทยาเขตขอนแก่น สร้างรถบัสใช้ไฟฟ้า100%

นายกฯชื่นชมนักวิจัย‘มทร.อีสาน’วิทยาเขตขอนแก่น สร้างรถบัสใช้ไฟฟ้า100%

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.15 น.

นายกฯชื่นชมนักวิจัย‘มทร.อีสาน’วิทยาเขตขอนแก่น สร้างรถบัสใช้ไฟฟ้า100%

27 พ.ย.65 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมความสำเร็จของนักวิจัยไทย ผลิตรถบัสไฟฟ้า Electric Bus ใช้พลังงานไฟฟ้า 100%

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า รถบัสไฟฟ้า ถือเป็นผลงานความสำเร็จของคนไทย จากทีมวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ร่วมกับ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ได้รับงบประมาณและการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

“รัฐบาลเชื่อมั่นในศักยภาพและชื่นชมในความสามารถของคนไทย เมื่อคนไทยมีโอกาสและได้รับการสนับสนุนแล้ว ย่อมมีความสามารถไม่แพ้ใคร รวมทั้ง เชื่อว่าความสำเร็จจากรถบัสไฟฟ้าต้นแบบนี้จะต่อยอดไปยังความสำเร็จด้านนวัตกรรมอื่นๆ ตามมา”

สำหรับการวิจัยและพัฒนารถบัสพลังงานไฟฟ้า 100% นี้ เมื่อชาร์จ 1 ครั้งสามารถวิ่งได้ไกลถึง 250 กิโลเมตร สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยการชาร์จไฟใช้เวลาประมาณ 2 ชม. และเป็นการออกแบบที่อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร เพราเป็นรถชานต่ำ ผู้โดยสารก้าวขึ้น-ลงได้ง่าย รวมทั้ง ใช้ระบบกักเก็บพลังงานแบบผสมระหว่างแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออน และอัลตร้าคาปาซิเตอร์ (Ultracapacitors) สำหรับระบบขนส่งสาธารณะในเมือง

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของคนไทยเพื่อพัฒนานวัตกรรม วช. ต้องการสนับสนุนให้นักวิจัยได้สร้างผลงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย คือ ต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิม 1. อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive) 2. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) 3. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affluent, Medical and Wellness Tourism) 4. อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnology) และ 5.อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร (Food for the Future)

Ovd0kdouhเพิ่มเติมด้วยอีก 5 อุตสาหกรรมใหม่ ที่รัฐบาลต้องการเพิ่มศักยภาพ 1. หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม (Robotics) 2. อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) 3. อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) 4. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemical) 5. อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ทั้งนี้ เพื่อการพัฒนาศักยภาพด้านการแข่งขันของประเทศ และเพื่อให้เท่าทันการพัฒนาด้านนวัตกรรมของโลกในอนาคต

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2563010

"คริส เกลดฮิลล์" มอบ มิชลิน ไกด์ 2023 ให้อาหารไทยที่ได้รับเลือก

27 พ.ย. 2565 04:38 น.

  • ธนูเทพ

“คริส เกลดฮิลล์” มอบ มิชลิน ไกด์ 2023 ให้อาหารไทยที่ได้รับเลือก

มิชลิน คริส เกลดฮิลล์ ผอ.มิชลิน ไกด์ ภาคพื้นเอเชียตะวันออก จัดงาน “MICHELIN STAR REVELATION THAILAND 2023” โดยมี ศรัณย์ เจริญสุวรรณ, ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ประวิช สุขุม, มานูเอล มอนตานา และ ม.ล.รดีเทพ เทวกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดิ แอทธินี วันก่อน.

"คริส เกลดฮิลล์" มอบ มิชลิน ไกด์ 2023 ให้อาหารไทยที่ได้รับเลือก
มอบความสุข อรธิรา ภาคสุวรรณ, สุธาวดี ศิริธนชัย และ ยุทธชัย เตยะราชกุล จัดงาน “เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ วินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ 2022 เดอะ แฮปปี้เนส อินเวชั่น” เนรมิตทั่วศูนย์การค้าเป็นหมู่บ้านแห่งความสุข โดยมี ธีรวัฒน์ ตรีรัตน์ดิลกกุล มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.

สัตว์ร้ายเขี้ยวงาไม่น่ากลัวเท่าคนไม่จริงใจ

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2565

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน …ในห้วงที่ทุกคนยังรอความชัดเจนเรื่องอนาคตการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่าจะแยกทางจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อย้ายไปอยู่กับค่ายใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ หรือไม่…แม้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ยอมเฉลยคำตอบชัดๆ เพราะยังต้องใช้เวลาเตรียมการเรื่องการรวบรวม ส.ส.กลุ่มต่างๆ ที่จะไปร่วมเป็นฐานกำลังใน พรรครวมไทยสร้างชาติ อีกระยะหนึ่ง รวมทั้งรอฟังคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะตัดสินชี้ขาดกติกาเลือกตั้ง ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะชัดเจนที่ สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ หาร 100 หรือ หาร 500 กันแน่ ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ เพื่อเป็นตัวกำหนดยุทธศาสตร์เลือกตั้งครั้งสุดท้าย…แต่ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายกฯประยุทธ์ ก็เหมือนกับยอมรับกระแสข่าวย้ายพรรคแตกค่ายกันในที โดยบอกกับนักข่าวว่า “เมื่อถึงเวลาแล้วจะพูดเอง”
"คริส เกลดฮิลล์" มอบ มิชลิน ไกด์ 2023 ให้อาหารไทยที่ได้รับเลือก
56 ขวบ ปวีร์นภัส พันธ์เพิ่มศิริ รอง กก.ผจก.บริษัทโพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ มอบอุปกรณ์การศึกษาให้ พัฒนพงศ์ หนูพันธ์ เพื่อนำไปมอบให้โรงเรียนขาดแคลน ในโอกาส “ช่อง 7 HD ก้าวสู่ปีที่ 56” โดยมี พลอยพิมุกต์ พลอยนุช และ ศจี วงศ์อำไพ มาร่วมงานด้วย ที่ช่อง 7 วันก่อน.
  • และที่แน่ๆเลย ก็มีการเคลื่อนไหวใน พรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นตัวบ่งชี้ว่าถึงเวลาที่ต้องมีการแยกทางเดิน เพื่อไปสร้างดาวกันคนละดวง ระหว่าง พี่น้อง 2 ป. พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เมื่อมีกระแสข่าวทางลึกว่าขณะนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ไฟเขียวเปิดประตูพรรครับ กลุ่ม 13 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา กลับเข้ามาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยวางตัวที่จะส่งลงสมัคร ส.ส.ในเขตเดิม และคนที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อเหมือนเดิม
"คริส เกลดฮิลล์" มอบ มิชลิน ไกด์ 2023 ให้อาหารไทยที่ได้รับเลือก
รับปีใหม่ พงษ์พันธุ์ ประทีปมโนวงศ์ เปิดพื้นที่ร่วมสร้างสีสันในเทศกาลต้อนรับปีใหม่ด้วยการสร้างแลนด์มาร์คจากธีม SEE JORAKAY นวัตกรรมสีรักษ์โลกเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมี สุทธิภัค จิราธิวัฒน์ และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ขณะที่ แกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย อย่าง ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ออกมาสำทับเรื่องการกลับมาอยู่ พรรค
    พลังประชารัฐ ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงขนาดไปสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพราะยังมีข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณาว่าขั้นตอนจะเป็นอย่างไร เราพร้อมทำงานร่วมกับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐในทุกมิติ ถ้าวันหนึ่ง พล.อ.ประวิตร บอกให้มาอยู่เลยเราก็พร้อมไปอยู่เลย ส่วนที่จะเกิดแรงต้านจากกลุ่มอื่นๆในพรรคคงไม่มีอะไร ปัญหามันเกิดจากในพรรคที่บางทีนโยบายต่างๆ ไม่ได้รับการนำไปทำให้เป็นรูปธรรม เพราะไม่ได้รับการตอบสนองจากกลุ่มอำนาจในการทำการเมือง สิ่งสำคัญคือการรวมคน เชื่อว่า พล.อ.ประวิตร จะสามารถดูแลและเอาอยู่ทุกคน ในครั้งนี้ ถ้า พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคเต็มตัว และรวมถึงได้เป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปัญหาทั้งหมดจะคลี่คลาย…แบไต๋กันชัดๆ พร้อมกลับมาช่วยผลักดัน พล.อ.ประวิตร ขึ้นแท่นเป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า…เมื่อมาแนวนี้ชัดแจ้ง ก็ไม่ต้องถามว่าทำไม พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรวบรวมขุนศึกไพร่พลแยกทาง แยกค่าย ออกไปสร้างดาวดวงใหม่ จริงมั้ยจ๊ะ
"คริส เกลดฮิลล์" มอบ มิชลิน ไกด์ 2023 ให้อาหารไทยที่ได้รับเลือก
มิชลิน คริส เกลดฮิลล์ ผอ.มิชลิน ไกด์ ภาคพื้นเอเชียตะวันออก จัดงาน “MICHELIN STAR REVELATION THAILAND 2023” โดยมี ศรัณย์ เจริญสุวรรณ, ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ประวิช สุขุม, มานูเอล มอนตานา และ ม.ล.รดีเทพ เทวกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดิ แอทธินี วันก่อน.
  • อืม…ในห้วงที่ วิกฤติพลังงานราคาแพง ตามสถานการณ์โลก ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายกฯประยุทธ์ ได้เป็นประธานประชุม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยระบุในที่ประชุมว่า ทุกวันนี้มีปัญหาด้านพลังงานในทุกมิติ จากการติดตามสถานการณ์โลกทั้งภายนอกและภายในสถานการณ์วิกฤติพลังงานจะอยู่กับเราไปอีกนานพอสมควร ทำให้ต้องเตรียมมาตรการที่เหมาะสมในการดูแลประชาชน ที่ผ่านมาหลายอย่างได้มีการปรับเปลี่ยน มีการแก้ไขปัญหามาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง แต่หลายอย่างก็ยังติดขัดก็ต้องขอให้ช่วยกัน เพราะปัญหาทุกอย่างเกี่ยวพันกันประชาชนเกิดความเดือดร้อนเรื่องไฟฟ้า จึงขอร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน หามาตรการที่จะช่วย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน…
"คริส เกลดฮิลล์" มอบ มิชลิน ไกด์ 2023 ให้อาหารไทยที่ได้รับเลือก
ภูมิใจ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล นำผู้บริหารบริษัทน้ำตาลและอ้อยตะวันออกเข้ารับรางวัลระดับ Gold Plus โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศมีคุณค่าต่อสังคม โดยมี ณัฏฐพงษ์ จุลาเกตุโพธิชัย, วราภรณ์ กันทา และ ฤดีปกรณ์ อรชุน มาร่วมรับรางวัลด้วย ที่สโมสรทหารบก วันก่อน.

ขณะที่ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ระบุว่า กพช. ได้พิจารณาถึงสถานการณ์ราคาพลังงานที่ยังคงมีความผันผวนสูง จึงได้เห็นชอบแนวทางการ ลดภาระค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ Ft งวด ม.ค.–เม.ย.2566 โดยมีมาตรการต่างๆ อาทิ มอบหมายให้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ไปคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่า Ft สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย และเร่งศึกษาการจัดทำอัตราค่าไฟฟ้ากลุ่มประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 500 หน่วยต่อเดือน เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน…และ กพช. ขอความร่วมมือจาก บมจ.ปตท. ให้จัดสรรรายได้จากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อเดือน ระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่ ม.ค.-เม.ย.
2566 มาช่วยสนับสนุนเพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้า…รวมทั้งให้ บมจ.ปตท. คิดราคาก๊าซฯสำหรับ โรงไฟฟ้าของ กฟผ. IPP และ SPP ในระดับราคาเดียวกับที่ใช้การประมาณการค่า Ft ตั้งแต่เดือนที่ กพช. มีมติเป็นต้นไป….

ทั้งนี้ รมต.สุพัฒนพงษ์ ยังระบุด้วยว่า สถานการณ์ต้นทุนค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะขยับขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 5.37 บาทต่อหน่วย จากอัตราเฉลี่ยงวดปัจจุบันที่ 4.72 บาท/หน่วย โดย กพช. ให้นโยบายช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านที่อยู่อาศัยไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน ค่าไฟฟ้าจะไม่ขึ้นราคา หากใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.7 บาทต่อหน่วย ส่วนกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้า 301–500 หน่วยต่อเดือน จะได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้า 15–45% โดยงวดปัจจุบันใช้งบฯกลางของรัฐเข้าดูแล 7,000 ล้านบาท แต่งวดใหม่ บมจ.ปตท. เข้ามาร่วมรับภาระ รวม 6,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนระยะสั้นไปก่อน…เมื่อรัฐทุ่มงบฯช่วยเหลือค่าไฟ พี่น้องประชาชนก็ต้องช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้าด้วยนะจ๊ะ

"คริส เกลดฮิลล์" มอบ มิชลิน ไกด์ 2023 ให้อาหารไทยที่ได้รับเลือก
คริสต์มาส ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง และ นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ จัดงาน “Circular LivingX’ Mas Tree 2022” เปิดไฟต้นคริสต์มาสรักษ์โลกจากวัสดุพลาสติกเหลือใช้ในดีไซน์สุดเก๋ โดยมี ดร.ชญาน์ จันทวสุ และ เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป… พระราชทานเพลิงศพ พล.อ.ชัยณรงค์ หนุนภักดี วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 27 พ.ย. 16.00 น.
  • พระราชทานเพลิงศพ วิมลพรรณ ณ ระนอง วัดมกุฏกษัตริยารามฯ 27 พ.ย. 17.00 น.
"คริส เกลดฮิลล์" มอบ มิชลิน ไกด์ 2023 ให้อาหารไทยที่ได้รับเลือก
ต้องช่วยกัน วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บรรยายพิเศษ “เทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกับการมีส่วนร่วมภาคธุรกิจโรงแรม” โดยมี เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์, สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร และ ปิแอร์ อังเดร เพเลเทียร์ มาร่วมฟังด้วย ที่ รร.มณเฑียร วันก่อน.
  • ศพ จินดา นาคประเสริฐ ภรรยา ไกรสีห์ นาคประเสริฐ ตั้งสวดศาลา 1 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 18.00 น. ถึง 30 พ.ย. ฌาปนกิจ 1 ธ.ค. 16.00 น.

“ธนูเทพ”

โคลนถล่มเกาะอิสเกียในอิตาลี กวาดรถไหลลงทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2563546

โคลนถล่มเกาะอิสเกียในอิตาลี กวาดรถไหลลงทะเล

27 พ.ย. 2565 07:53 น.

โคลนถล่มเกาะอิสเกียในอิตาลี กวาดรถไหลลงทะเล

คาดว่าประชาชนจำนวนมากอาจเสียชีวิตหลังจากเกิดโคลนถล่มจากฝนตกหนักพัดบ้านเรือนบนเกาะอิสเกีย ใกล้เมืองเนเปิลส์ ทางตอนใต้ของอิตาลี

โคลนจำนวนมหาศาลและเศษซากสิ่งของต่างๆ ส่งผลให้ต้นไม้โค่นล้ม อาคารและสิ่งก่อสร้างหลายแห่งพังถล่ม รวมถึงยังพัดพารถหลายคันลงไปยังทะเลเมื่อเช้าวันเสาร์ (26 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น

มีรายงานว่าพบร่างของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ใต้โคลน และยังมีอีกหลายคนที่ยังคงสูญหาย บ้านเรือนหลายสิบหลังถูกตัดขาด โดยสภาพอากาศเลวร้ายทำให้การกู้ภัยเป็นไปอย่างล่าช้า

ประชาชนรายหนึ่งบอกกับสำนักข่าวอันซาของอิตาลีว่า “เราเริ่มได้ยินเสียงฟ้าร้องดังเมื่อเวลาประมาณ 03:00 น. จากนั้นก็เกิดแผ่นดินถล่มครั้งแรก ตามด้วยครั้งที่สองประมาณ 05:00 น.”

มัตเตโอ เปียนเตโดซี รัฐมนตรีมหาดไทยอิตาลี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าสถานการณ์มีความซับซ้อนมาก และเชื่อว่าผู้ที่หายไปนั้นติดอยู่ใต้โคลน โดยสามารถวัดปริมาณน้ำฝนสูงสุด 155 มิลลิเมตรในช่วงเวลาหกชั่วโมง

ฝนตกหนักได้ถล่มแคว้นกัมปาเนีย บริเวณโดยรอบเมืองเนเปิลส์ และเกาะอิสเกียเป็นเวลาหลายวัน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาได้ออกคำเตือนสภาพอากาศ ว่าอาจมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงจนถึงวันอาทิตย์

เมื่อวันพฤหัสบดี มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายในภูมิภาคดังกล่าว โดยนักท่องเที่ยวชาวอาร์เจนตินาจมน้ำ หลังถูกพายุพัดลงทะเล ขณะที่ชายคนหนึ่งถูกฟ้าผ่าบนชายหาด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นร้องขอให้ประชาชนอาศัยอยู่แต่ในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนการบริการฉุกเฉิน

ก่อนหน้านี้ นายมัตเตโอ ซัลวินี รัฐมนตรีกระทรวงโครงสร้างพื้นฐาน กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 8 รายจากเหตุดินถล่ม อย่างไรก็ตาม เขาออกมากล่าวในภายหลังว่ายังไม่มีการยืนยันการเสียชีวิต

เกาะอิสเกียเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวอิตาเลียน โดยเคยถูกใช้เป็นฉากหลังของภาพยนตร์เรื่อง The Talented Mr. Ripley ในปี 1999.

ที่มา BBC

ประธานาธิบดีไต้หวัน ลาออกหัวหน้าพรรครัฐบาล หลังพรรคแพ้เลือกตั้งท้องถิ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2563536

ประธานาธิบดีไต้หวัน ลาออกหัวหน้าพรรครัฐบาล หลังพรรคแพ้เลือกตั้งท้องถิ่น

27 พ.ย. 2565 07:16 น.

ประธานาธิบดีไต้หวัน ลาออกหัวหน้าพรรครัฐบาล หลังพรรคแพ้เลือกตั้งท้องถิ่น

น.ส.ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลชุดปัจจุบัน หลังพรรคแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นต่อพรรคก๊กมินตั๋ง (เคเอ็มที) พรรคฝ่ายค้านที่ชนะการเลือกตั้งในหลายพื้นที่เมื่อวันเสาร์ที่ 26 พ.ย. ซึ่งรวมถึงนครไทเป

การลงคะแนนเสียงครั้งนี้ดึงดูดความสนใจทั่วโลก เนื่องจากไต้หวันกลายเป็นจุดชนวนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ใหญ่ขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐฯ ขณะที่ประธานาธิบดีไช่วางกรอบการเลือกตั้งเป็นการลงคะแนนเสียงเพื่อประชาธิปไตย ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับจีน

ประธานาธิบดีไช่ ซึ่งจะยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เธอจึงควรแบกความรับผิดชอบทั้งหมด และขอลาออกจากหัวหน้าพรรคดีพีพีทันที 

ในทางทฤษฎีแล้ว การเลือกตั้งสภาท้องถิ่นและนายกเทศมนตรีจะเน้นเรื่องภายในประเทศ ที่ครอบคลุมประเด็นต่างๆ เช่น อาชญากรรม ที่อยู่อาศัย และสวัสดิการสังคม และผู้ที่ได้รับเลือกตั้งมักจะไม่กล่าวถึงนโยบายของไต้หวันเกี่ยวกับจีนโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีไช่และเจ้าหน้าที่รัฐบาลเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ใช้การเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อส่งสารเกี่ยวกับการยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตย ขณะที่จีนเพิ่มแรงกดดันต่อไต้หวัน

นอกจากการเลือกตั้งแล้ว มีการลงประชามติควบคู่ในประเด็นการลดอายุผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจาก 20 ปี เหลือ 18 ปี ปรากฏว่าผู้ลงคะแนนเสียงปฏิเสธการลดอายุดังกล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนมองว่าไต้หวันเป็นมณฑลที่แยกตัวออกไป และสักวันหนึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของจีน แต่คนไต้หวันจำนวนมากถือว่าไต้หวันซึ่งมีรูปแบบการปกครองและระบอบประชาธิปไตยเป็นของตนเอง โดยความตึงเครียดถึงจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม เมื่อจีนจัดซ้อมรบทางทหารรอบเกาะไต้หวันเพื่อประท้วงการเยือนเกาะของนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

สหรัฐฯ อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องระวังตัวต่อประเด็นไต้หวันมานานแล้ว แม้ไม่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ แต่ยังคงให้คำมั่นที่จะจัดหาอาวุธป้องกันไต้หวัน และย้ำว่า การโจมตีของจีนจะก่อให้เกิดความกังวลร้ายแรง

ทั้งนี้ ไต้หวันมีพรรคการเมืองหลักสองพรรคที่มีแนวทางต่อจีนที่แตกต่างกันไป โดยพรรคก๊กมินตั๋งซึ่งเป็นพรรคที่เน้นแนวทางชาตินิยมซึ่งเป็นมิตรกับจีน ที่ให้การสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจกับจีนและดูเหมือนจะสนับสนุนการรวมชาติ แม้ว่าจะปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่ฝักฝ่ายจีน

คู่แข่งหลักของพรรคก๊กมินตั๋ง คือพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ซึ่งประธานาธิบดีไช่เป็นหัวหน้าพรรค โดยเธอชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 เนื่องจากแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อจีน โดยกล่าวว่ารัฐบาลจีนจำเป็นต้องแสดงความเคารพต่อไต้หวัน และไต้หวันจะไม่ยอมรับแรงกดดัน.

ที่มา BBC

บ้านใหญ่ชุมพร “ลูกหมี ชุมพล” ควงลูกช้าง เลือกข้างตู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/537281

ขุนน้ำหมึก

26 พ.ย. 2565

บ้านใหญ่ชุมพร “ลูกหมี ชุมพล” ควงลูกช้าง เลือกข้างตู่

สะท้านชุมพร “ลูกหมี ชุมพล” ส่งมือขวาปะทะ ส.ส.ตาร์ท ลูกชายโกหีต บ้านใหญ่ตัวจริง จุลใสแฟมิลี่ ดันลูกช้างนำทัพ รทสช. เลือกข้างประยุทธ์ ประชัน ปชป.และ พปชร.

จุลใสแฟมิลี่ “ลูกหมี ชุมพล” ยกตระกูลหนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ หนุน พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ใหญ่เหม็งนำทัพ สู้เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

สนามชุมพรสมัยหน้า “ลูกหมี ชุมพล” ควงพี่ชาย สุพล จุลใส สวมเสื้อ รทสช.ทำศึกคนกันเองในสีเสื้อ ปชป. และ พปชร. 

วันที่ 26 พ.ย.2565 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค เปิดตัว สจ.ชัย-วิชัย สุดสวาทดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 ที่อาคารประชุม ร.ร.ครนพิทยาคม อ.สวี จ.ชุมพร 

กิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร คงมีหลายคนโฟกัสไปที่ผู้ใหญ่เหม็ง-บุญธรรม จุลใส พร้อมด้วยลูกชาย 2 คนคือ ลูกช้าง-สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร และลูกหมี-จุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร 

ผู้ใหญ่เหม็งหรือพ่อเหม็ง อดีต ส.อบจ.ชุมพร เขต อ.สวี และ อ.ทุ่งตะโก เป็นต้นแบบทางการเมืองของลูกช้าง และลูกหมี 

การปรากฏตัวของผู้ใหญ่เหม็งในวันนี้ ก็หมายถึงบ้านใหญ่จุลใสแฟมิลี่ ได้เลือกสนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 พีระพันธุ์ หัวหน้า รทสช. สนทนากับผู้ใหญ่เหม็ง บุญธรรม จุลใส พีระพันธุ์ หัวหน้า รทสช. สนทนากับผู้ใหญ่เหม็ง บุญธรรม จุลใส

‘ลูกหมีใต้เงาโกหีต’

“ลูกหมี ชุมพล” ต้องเว้นวรรคทางการเมือง เพราะคดี กปปส. ด้วยความผูกพันกับเพื่อนพ้องน้องพี่มวลมหาประชาชน จึงพาพี่ชาย ลูกช้าง สุพล จุลใส และนพพร อุสิทธิ์นายก อบจ.ชุมพร ไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ 

เบื้องต้นในเขต 1 (อ.เมืองชุมพร และอ.สวี) คอการเมืองชุมพร ก็คาดว่า ลูกหมีจะไม่ส่งคนลงแข่งกับ ส.ส.ตาร์ท-อิสรพงษ์ มากอำไพ หลานภรรยาของลูกหมี ที่เพิ่งเอาชนะพลังประชารัฐในการเลือกตั้งซ่อม ที่ยังสวมเสื้อ ปชป.ลงสนาม

ในที่สุด สจ.ชัย-วิชัย สุดสวาทดิ์ คนสนิทของลูกหมี ก็สวมเสื้อพรรค รสทช.ลงแข่งกับ ส.ส.ตาร์ท-อิสรพงษ์ มากอำไพ พรรค ปชป.

สำหรับ อิสรพงษ์ มากอำไพ เป็นบุตรชายของโกหีต-อำไพ และมารยาท มากอำไพ เจ้าของสัมปทานรังนกแถวหาดทรายรี และเจ้าของร้านทองเพชรนพเก้า หลายสาขาในชุมพร โดยภรรยาของลูกหมี ก็คือคนในตระกูลมากอำไพ

ใครก็รู้ว่า ลูกหมี-ชุมพล อดีตตำรวจชั้นประทวน ผงาดขึ้นมายิ่งใหญ่ในชุมพรได้ก็เพราะบารมีของโกหีต บ้านใหญ่ ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร มีหรือที่ลูกหมีจะอุ้ม สจ.ชัยเอาชนะ ส.ส.ตาร์ท (หลานภรรยา)

‘ลูกช้างกำชัย’

ชั่วโมงนี้ ลูกช้าง สุพล จุลใส ยังสังกัดพรรครวมพลัง แต่ยุบสภาวันไหน ลูกช้างก็มาช่วยลูกหมี สวมเสื้อ รทสช. สานฝันยึดที่นั่ง ส.ส.ชุมพร เขต 3 

สนามชุมพร ยังมี 3 เขตเหมือนเดิม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. ได้ลงมาเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพรไปแล้ว ประกอบด้วย เขต 1 อิสรพงษ์ มากอำไพ , เขต 2 สราวุธ อ่อนละมัย และเขต 3 มีศักดิ์ ภักดีคง อดีตอธิบดีกรมประมง สายตรงเฉลิมชัย ศรีอ่อน

พรรคพลังประชารัฐ ก็เปิดครบ 3 เขตแล้วเช่นกัน เขต 1 สุรชัย แดงละอุ่น หรือ นายกโท้ง อดีตกำนัน ต.ปากแพรก และอดีตนายก อบต.สวี อ.สวี ,เขต 2 สมมิตร ทองเหลือ ส.อบจ.ชุมพร เขต อ.ปะทิว และธีระศักดิ์ ปางวิรุฬห์รักษ์ อดีต รองนายก อบจ.ชุมพร 


ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดตัวไปแล้ว 2 เขตคือ เขต 1 สจ.ชัย-วิชัย สุดสวาทดิ์ และเขต 2 สันต์ แซ่ตั้ง อดีตรองนายก อบจ.ชุมพร ทั้ง สจ.ชัย และสันต์ ต่างก็เป็นคนสนิทของลูกหมี

เขต 3 (อ.หลังสวน อ.ละแม อ.พะโต๊ะ อ.ทุ่งตะโก และอ.สวี) สุพล จุลใส เดินสวมเสื้อพรรคใหม่ลงพบปะชาวบ้าน และคงรอให้ยุบสภา จึงจะลาออกจากพรรครวมพลัง มาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ

ว่ากันตามหน้าเสื่อ สนามชุมพร พรรค รทสช. คงฝากความหวังไว้ที่ลูกช้าง สุพล จุลใส และขอลุ้นกับสันต์ แซ่ตั้ง ที่เขต 2 ส่วนเขต 1 คงไม่มีรายการแตกหักระหว่างคนกันเอง
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก 

“สุชาติ ตันเจริญ” แจงปม ตบหัว ส.จ.เปี๊ยก กลางงานศพ แค่ทักทาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537355

27 พ.ย. 2565

"สุชาติ ตันเจริญ" แจงปม ตบหัว ส.จ.เปี๊ยก กลางงานศพ แค่ทักทาย

“สุชาติ ตันเจริญ” แจงปม ตบหัว “ส.จ.เปี๊ยก” รองนายกฯ อบจ.แปดริ้ว กลางงานศพ แค่ทักทายลูกน้องเก่า เตือน ระวังแจ้งความเท็จ

จากกรณีที่ นายวรรณา รอดพิทักษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ฉะเชิงเทรา หรือ ส.จ.เปี๊ยก เข้าแจ้งความดำเนินคดี นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า ถูกตบหัว พร้อมด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ระหว่างพบกันในงานศพที่วัดทุ่งส่อหงษา หมู่ 11 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 26 พ.ย.65 ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายสุชาติ ตันเจริญ ชี้แจงผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว สุชาติ ตันเจริญ ระบุว่า นายวรรณา หรือ ส.จ.เปี๊ยก เคยเป็นลูกน้องคนสนิทคนหนึ่งของตน ที่ตามปกติ เวลาที่มาหา ก็จะแสดงความเคารพกราบตัก เพราะว่าตนเคยช่วยชีวิตไว้ เมื่อครั้งถูกยิงเกือบถึงชีวิต และก็ยังดูแลครอบครัวของ ส.จ.เปี๊ยก ที่มีหลายบ้านเป็นอย่างดี

สุชาติ ตันเจริญสุชาติ ตันเจริญ

เมื่อพบหน้าครั้งนี้ ก็เป็นตนที่เป็นฝ่ายเข้าไปทักทาย โดยได้ใช้มือเคาะไปที่หัวในลักษณะที่ไม่ได้รุนแรง แต่เป็นการสัพยอกไปว่า ได้ยินว่า ส.จ.เปี๊ยก ชอบพูดจาว่าร้ายตนก็เพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาข่มขู่ หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย อย่างที่ ส.จ.เปี๊ยก พยายามกล่าวหา เรื่องนี้สามารถสอบถามผุ้ที่อยู่ในงานได้ว่า เหตุการณ์เป็นอย่างไร เพราะทราบว่าในเฟซบุ๊กก็มีผู้ที่เห็นเหตุการณ์เข้าไปคอมเมนท์ถึงข่าวที่มีการนำเสนอในสื่อท้องถิ่นว่า เป็นเพียงการทักทายกันเท่านั้น

ดังนั้น ที่ ส.จ.เปี๊ยก บอกว่า จะไปแจ้งความนั้น ก็อาจจะเป็นการแจ้งความเท็จ

ส.จ.เปี๊ยก แจ้งความเอาผิด สุชาติ ตันเจริญส.จ.เปี๊ยก แจ้งความเอาผิด สุชาติ ตันเจริญ

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ถ้ามีการทำร้ายร่างกาย และต่อว่าหยาบคายใส่ ส.จ.เปี๊ยก จริง คงเป็นไปไม่ได้ เพราะ ส.จ.เปี๊ยก ไปร่วมงานนี้นั้น มีลูกน้องที่มีลักษณะคล้ายพวกมือปืน ขับรถติดตามอีก 3-4 คัน และขณะเกิดเหตุก็ยืนอยู่ด้านหลังงาน เฝ้าคอยระวังให้ ส.จ.เปี๊ยก อยู่ตลอด จึงยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการทำร้ายร่างกาย และข่มขู่ ตามที่ ส.จ.เปี๊ยก กล่าวหา

“ต้องถาม ส.จ.เปี๊ยก ว่าเหตุที่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต ทำลายชื่อเสียงคนที่มีบุญคุณกับชีวิต และทุก ๆ ครอบครัวของ ส.จ.เปี๊ยก เป็นไปในลักษณะที่ชาวบ้านพูดกันและเรียกว่า “เนรคุณ” ใช่หรือไม่ เพียงเพราะต้องการผลประโยชน์ส่วนตัวที่รับใช้กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามและในด้านการเมืองหรือเปล่า” นายสุชาติ ระบุ

และท้ายที่สุดนี้ อยากฝากตำรวจในพื้นที่ด้วยว่า ช่วงนี้ใกล้ถึงการเลือกตั้งใหญ่ ควรจะเข้มงวดกวดขันตรวจตราอาวุธปืน และอาวุธสงคราม ตลอดจนตรวจสอบประวัติมือปืนต่าง ๆ ให้เป็นตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ด้วย.

เฟซบุ๊ค สุชาติ ตันเจริญ เฟซบุ๊ค สุชาติ ตันเจริญ

อย่างไรก็ตาม วันนี้ ส.จ.เปี๊ยก อายุ 69 ปี รองนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.นุรัตน์ จันทะคุณ สว.(สอบสวน) สภ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ว่าถูก นายสุชาติ ตันเจริญ เจ้าของฉายา “ตี๋กร่าง” ใช้มือตบบริเวณศีรษะ เหนือใบหูด้านซ้าย ขณะไปร่วมงาน ณาปนกิจศพ ที่วัด ทุ่งส่อหงสา หมู่ 11 ต.ท่ากระดาน ขณะนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านหน้า เพื่อรอการขึ้นไปทอดผ้าบังสุกุล ต่อหน้าผู้ที่มาร่วมงานจำนวนมาก ตำรวจได้สอบปากคำ และให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ที่ รพ.สนามชัยเขต และเดินทางไปชี้จุดเกิดเหตุ ประกอบหลักฐาน การแจ้งความ โดยตำรวจได้รวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทินกร จิตตไพบูลย์ จ.ฉะเชิงเทรา

“ราเมศ” จี้ “ประยุทธ์” เร่งปรับครม. ดัน “นริศ” นั่งรมช.มหาดไทย ช่วยชาวบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537349

27 พ.ย. 2565

"ราเมศ" จี้ "ประยุทธ์" เร่งปรับครม. ดัน "นริศ" นั่งรมช.มหาดไทย ช่วยชาวบ้าน

“ราเมศ” จี้ “ประยุทธ์” เร่งปรับครม. ดัน “นริศ” นั่งรมช.มหาดไทย ตามมติ “พรรคประชาธิปัตย์” เพื่อช่วยชาวบ้านทันที

กรณีพรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อ “นริศ ขำนุรักษ์”​ ส.ส.พัทลุง ให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง​รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แทนนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ยื่นลาออกไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในส่วนของพรรคได้ยึดหลักการในการ ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าง ก็ได้มีการประชุมในส่วนของพรรคเพื่อเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งแทน มีมติเลือกนายนริศ ขำนุรักษ์ มาแทน ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ได้นำชื่อส่งให้นายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการต่อครบถ้วนตามกระบวน

ที่สำคัญนโยบายที่นายนิพนธ์ เคยขับเคลื่อนตามนโยบายของพรรค เรื่องสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน ทางพรรคตั้งใจที่จะให้รัฐมนตรีที่จะมีการ ปรับครม. เร่งเข้าไปขับเคลื่อนผลักดันให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุดในช่วงที่กำลังจะหมดวาระ หากเข้ามาทำหน้าที่ก็จะเป็นผลดีต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งนายนริศ พร้อมเข้าทำหน้าที่อย่างเต็มตัวแล้ว 

“เพื่อไทย” แฉ “กัญชาคาเฟ่” ผุดทั่วเมือง มีสธ. เข้าตรวจก่อนด้วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537337

27 พ.ย. 2565

"เพื่อไทย" แฉ "กัญชาคาเฟ่" ผุดทั่วเมือง มีสธ. เข้าตรวจก่อนด้วย

“เพื่อไทย” ติงรัฐบาลปล่อย “กัญชาคาเฟ่” ผุดขึ้นทั่วเมือง มีเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยเข้าตรวจก่อนด้วย ขัดกฎกระทรวงสาธารณสุข

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า มีข้อมูลที่ได้รับจากคนในพื้นที่รวมทั้งในสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอว่า มีการเปิด “กัญชาคาเฟ่” ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะย่านถนนข้าวสาร ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร มีร้านหลายเปิดขาย “กัญชา” ในลักษณะสันทนาการ มีการจัดเก้าอี้นั่ง และระบบระบายควันในห้องอย่างหรูหรา ลูกค้า 90% เป็นชาวต่างชาติ อีก 10% เป็นคนไทย ที่เข้ามาบริโภคเครื่องดื่มที่เป็นผลิตภัณฑ์จากกัญชา โดยเฉพาะจาก “ช่อดอกกัญชา” 
 

ผู้ประกอบการอ้างว่ามีใบอนุญาตและในการขออนุญาต มีเจ้าหน้าที่จากกรมการแพทย์แผนไทยฯเข้ามาตรวจสถานที่ก่อน ซึ่งขัดต่อกฎกระทรวงสาธารณสุขข้อ 3 (5) ห้ามจําหน่ายสมุนไพรควบคุมเพื่อการสูบในสถานที่ประกอบการ เว้นแต่การจําหน่าย โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับแรกที่ประกาศเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ไม่มีบทลงโทษ ทำให้เกิดร้านกัญชาสันทนาการผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด นี่คือกัญชาทางการแพทย์ตรงไหน  
     
นางสาวตรีชฎา กล่าวว่า ในสภาวะสุญญากาศที่ไม่มีกฏหมายออกมารองรับ ปลดล็อคกัญชา ไม่ใช่สารเสพติดให้โทษ มีแต่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมา แต่ไม่มีผลในการควบคุมและบทลงโทษ จะเกิดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนยากที่จะป้องกันแก้ไข โดยถามกลับไปยังรัฐบาล จะมีท่าทีอย่างไรต่อการที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันนโยบายกัญชาเสรีโดยที่ไม่มีมาตรการที่รัดกุมในการป้องกัน พรรคเพื่อไทย ยังยืนยันว่า 

1. สนับสนุนกัญชาเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ ใช้บำบัดรักษาโรคภัยต่างๆ เท่านั้น ไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อสันทนาการ 
2. ไม่สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกัญชา  
3. ทวงคืนอนาคตลูกหลานไทยจากกัญชา ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากการปล่อยกัญชาเสรี มีกัญชาฟรีทุกบ้าน  
        
อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและนายอนุทิน ผู้กำกับนโยบาย กลับมาทบทวน เรื่องกัญชาเสรีอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะปัจจุบันหากเยาวชนนำกัญชามาเสพโดยขาดความรู้ความเข้าใจ จะเกิดผลต่อจิตประสาท เกิดปัญหาตามมา  ทิ้งเป็นมรดกบาปให้ลูกหลานจะสายเกินแก้ หากยังปล่อยให้ปลูกและขายกันอย่างเสรีต่อไปแบบนี้ สังคมไทยจะตกต่ำดำดิ่งลงยิ่งกว่าที่ประสบอยู่