เจรจาหยุดยิงล่มแล้ว อิสราเอลชี้ถึงทางตัน เรียกทีมกลับจากกาตาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745205

เจรจาหยุดยิงล่มแล้ว อิสราเอลชี้ถึงทางตัน เรียกทีมกลับจากกาตาร์

3 ธ.ค. 2566 01:12 น.

เจรจาหยุดยิงล่มแล้ว อิสราเอลชี้ถึงทางตัน เรียกทีมกลับจากกาตาร์

การเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสพังทลายแล้ว โดยรัฐบาลยิวเรียกตัวทีมเจรจากลับประเทศ ขณะที่ฮามาสโทษอิสราเอลกับสหรัฐฯ ว่าทำให้สงครามดำเนินต่อไปอีกครั้ง

เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ธ.ค. 2566 สำนักงานของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทีมเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังเจรจาหยุดยิงกับตัวแทนของกลุ่มฮามาสที่ประเทศกาตาร์ ถูกเรียกตัวกลับแล้ว หลังการพูดคุยดำเนินมาถึงทางตัน

“องค์กรก่อการร้ายฮามาส ไม่ทำตามข้อตกลงในส่วนของพวกเขา ซึ่งรวมถึงการคืนตัวเด็กและผู้หญิงทุกคนที่ถูกจับเป็นตัวประกันกลับมา ตามรายชื่อที่ส่งให้แก่กลุ่มฮามาสและได้รับการอนุมัติจากพวกเขาแล้ว” แถลงการณ์ระบุ

ทั้งนี้ ทีมเจรจาของอิสราเอลเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรอง ‘มอสซาด’ ซึ่งในแถลงการณ์ระบุด้วยว่า นายเดวิด บาร์เนีย หัวหน้ามอสซาดคนปัจจุบัน เป็นผู้ตัดสินใจเรียกทีมเจรจากลับมา

ด้านกลุ่มฮามาสออกมากล่าวโทษอิสราเอลและสหรัฐฯ ว่าเป็นต้นเหตุสงครามและการสังหารหมู่ในกาซาดำเนินต่อไป โดยโฆษกของกลุ่มฮามาสระบุว่า พวกเขาเสนอแลกเปลี่ยนตัวประกันและส่งมอบศพของตัวประกันที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซากลับไป แต่ฝ่ายอิสราเอลปฏิเสธที่จะพิจารณาข้อเสนอทั้งหมด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ระทึก แผ่นดินไหวระดับ 7.6 เขย่ามินดาเนา ฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่นเตือนสึนามิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745200

ระทึก แผ่นดินไหวระดับ 7.6 เขย่ามินดาเนา ฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่นเตือนสึนามิ

3 ธ.ค. 2566 00:39 น.

ระทึก แผ่นดินไหวระดับ 7.6 เขย่ามินดาเนา ฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่นเตือนสึนามิ

ทางการฟิลิปปินส์และญี่ปุ่นประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.6 แมกนิจูด เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยล่าสุดยังไม่พบความเสียหาย

สำนักศึกษาธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ USGS รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.6 แมกนิจูด ความลึกเกือบ 33 กม. ที่นอกชายฝั่งทางตะวันออกของเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเวลาประมาณ 22.37 น. วันเสาร์ที่ 2 ธ.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น

สถาบันภูเขาไฟและธรณีวิทยาฟิลิปปินส์ระบุความรุนแรงไว้ต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 7.5 แมกนิจูด พร้อมเตือนว่า อาจเกิดคลื่นสึนามิพัดเข้าสู่ชายฝั่งจังหวัด ซูรีเกา เดล ซูร์ (Surigao Del Sur) และ ดาเวา โอเรียนทัล (Davao Oriental) ภายในเวลาเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น และอาจต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ซึ่งผู้อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ได้รับคำสั่งให้อพยพไปพื้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ทางการประเทศญี่ปุ่นก็สั่งอพยพประชาชนบางพื้นที่บริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ โดยเตือนว่า อาจเกิดคลื่นสึนามิสูงสุด 1 ม. พัดเข้าสู่ชายฝั่งอย่างเร็วสุดในเวลา 1.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 3 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น

ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกของสหรัฐฯ ก็ออกประกาศเตือนคลื่นสึนามิเช่นกัน โดยระบุว่า อาจมีคลื่นสูง 1-3 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลพัดเข้าสู่ชายฝั่งบางจุดของฟิลิปปินส์

อย่างไรก็ดี จนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายเกิดขึ้นทั้งที่ฟิลิปปินส์และญี่ปุ่น โดยสถาบันธรณีวิทยาฯ ฟิลิปปินส์คาดว่า จะเกิดความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เตือนให้ระวังอาฟเตอร์ช็อกที่จะเกิดขึ้นตามมา

ด้านนายเรย์มาร์ก เกนทาลลาน หัวหน้าตำรวจเมืองฮินาตูอัน บริเวณชายฝั่งเกาะมินดาเนา ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ระบุว่า แรงสั่นสะเทือนทำให้ไฟดับ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินแต่อย่างใด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

13 ธันวาคม ลุ้นศาลอ่าน ‘คำพิพากษา’ ‘ไอซ์ รัชนก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564659

03 ธ.ค. 2566

13 ธันวาคม ลุ้นศาลอ่าน 'คำพิพากษา' 'ไอซ์ รัชนก'

‘ไอซ์ รักชนก’ ลุ้นพ้นเก้าอี้ สส. เตรียมขอศาลเลื่อนอ่าน ‘คำพิพากษา’ คดีอาญามาตรา 112 จากวันที่ 13 ธันวาคม ออกไปก่อน เพราะติดประชุมสภา

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคก้าวไกล โพสเฟซบุ๊ก ถึงความคืบหน้าคดีหน้าการดำเนินคดีอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คดีหมายเลขดำที่ อ 683/2565 ซึ่งศาลนัดอ่านคำพิพากษา วันที่ 13 ธันวาคมนี้ว่า ได้ทำหนังสือขอเลื่อน
ฟังคำพิพากษา เนื่องจากติดประชุมสภาซึ่งต้องแล้วแต่ดุลยพินิจของศาล ว่าจะให้เลื่อนหรือไม่

ไอซ์ รักชนก บอกว่าคดีนี้สามารถมีคำพิพากษาออกได้ 2 แนวทาง คือ


1.หากศาลตัดสินว่าไม่มีความผิด ทุกอย่างก็จะจบลง ถ้าอัยการไม่อุทธรณ์
2.หากศาลตัดสินว่ามีความผิด ซึ่งก็แบ่งออกเป็น 2 แนวทางย่อย คือ
2.1 ศาลตัดสินว่ามีความผิด โดยให้รอลงอาญา (คดีนี้ก็จะสิ้นสุดเหมือนกันถ้าไม่มีการอุทธรณ์)
2.2 ศาลตัดสินว่ามีความผิด โดยตัดสินจำคุกระหว่าง 3-15 ปี

หลังจากศาลตัดสินแล้วตามหลักการ จำเลยสามารถประกันตัวได้ในศาลชั้นต้น เพื่ออุทธรณ์คดีและสู้คดีต่อได้ในชั้นอุทธรณ์  ถ้าศาลให้ประกันตัวตามสิทธิ์ที่ถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด

ถ้าศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวและส่งตัวเข้าเรือนจำ แม้แต่นาทีเดียว ก็หมายความว่าสถานะ สส.ที่ได้รับการเลือกตั้งมาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 จะสิ้นสุดลง และ กกต. จะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง

ภาพจากเฟซบุ๊ก ไอซ์ รักชนก ภาพจากเฟซบุ๊ก ไอซ์ รักชนก

ในฐานะประชาชน ไอซ์ รักชนก ยืนยันว่ายินดีที่จะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในการพิจารณาคดี 112 ถึงแม้ว่าจะเห็นว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้นมีปัญหาทั้งข้อกฎหมายและการบังคับใช้ก็ตาม และ เป็นหนึ่งเสียงที่สนับสนุนนโยบายของพรรคก้าวไกลในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย

โฆษก ปชป. การันตี 9 ธ.ค. มหากาพย์เลือก ‘หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์’ จบบริบูรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564641

02 ธ.ค. 2566

โฆษก ปชป.  การันตี 9 ธ.ค. มหากาพย์เลือก 'หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์' จบบริบูรณ์

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกหน้าให้ความมั่นใจ เสาร์ที่ 9 ธ.ค. สิ้นสุดการรอคอย ต่อการสรรหา “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนใหม่ เชื่อผู้นำพาพรรคต่อจากนี้ จะนำพาฟื้นฟูพัฒนาพรรคให้เข้ากับสภาพสังคม เศรษฐกิจ ที่สำคัญที่สุดคือการทำงานรับใช้ประชาชน ประเทศชาติ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  เปิดเผยว่า  การเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการประชุมใหญ่วิสามัญ ซึ่งจะจัดขึ้นที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ วันเสาร์ที่ 9  ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 8.30 น.  ขณะนี้ทางสำนักงานเลขาธิการพรรค และรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคได้มีการจัดเตรียมสถานที่ และกำหนดองค์ประชุมตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ข้อที่ 81 และที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายพรรคการเมืองว่าจะต้องมีไม่น้อยกว่า 250 ท่าน แต่ในส่วนของข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการเตรียมองค์ประชุมไว้เบื้องต้น 346 คน และมีมติของรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคที่ให้มีการกำหนดองค์ประชุมสำรองอีก 150 ท่าน ซึ่งจะเป็นบุคคลที่จะไปร่วมประชุมเป็นองค์ประชุมในการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อที่จะเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์


โดยขั้นตอนการเลือกหัวหน้าพรรค จะไปยุติในวันที่ 9  ธ.ค.   อย่างไรก็ดีแม้ว่าขณะนี้จะมีความเคลื่อนไหวของสมาชิกพรรคที่ได้เปิดตัวไปบ้างแล้ว และอาจจะมีสมาชิกพรรคท่านอื่นที่ยังไม่เปิดตัวต่อสาธารณะ ซึ่งสมาชิกพรรคทั้งที่มีการเปิดตัว และยังไม่ได้เปิดตัวต่อสาธารณะขณะนี้ เรียกได้ว่าเป็นผู้แสดงเจตจำนงในการสมัครรับเลือกตั้งเป็น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังไม่เรียกว่าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการตามข้อบังคับพรรคก่อน ซึ่งในวันที่ 9 ธ.ค. เมื่อมีการเปิดประชุมแล้ว

จะมีการเข้าสู่ระเบียบวาระของการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่  ก็จะมีสมาชิกซึ่งเป็นองค์ประชุมเสนอชื่อของผู้แสดงเจตจำนง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งต่อที่ประชุม พร้อมกับจะต้องมีผู้รับรอง และเมื่อมีการตรวจสอบคุณสมบัติถูกต้อง ก็จะหมายความว่า ผู้แสดงเจตจำนงเหล่านั้น ก็จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรค อย่างเป็นทางการ

“ผมมีความมั่นใจว่าในวันที่ 9 ธันวาคม พรรคจะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ และเชื่อมั่นว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะนำพาพรรคก้าวเดินต่อไปในอนาคต และก็เชื่อมั่นด้วยความเป็นสถาบันทางการเมือง บุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยึดหลักการของพรรคมุ่งมั่นฟื้นฟูพัฒนาพรรคให้เข้ากับสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญที่สุดก็จะมาเป็นผู้นำในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนและประเทศ เป็นผู้นำพาพรรคให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาพรรค ให้มีความยั่งยืนในอนาคตต่อไป”

เขา  กล่าวว่า   เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้หัวหน้าพรรคแล้ว ก็ยังทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศ พร้อมกับจัดการบริหารพรรคควบคู่กันไป ตั้งแต่เรื่องการปรับปรุงฟื้นฟูพัฒนาพรรคในเรื่องต่างๆ โดยเชื่อว่าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะนำพาพรรคไปเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้าได้

‘สามเณร ปลูกปัญญาธรรม’ ปีที่ 10 สัญจรสู่ประตูเมืองภาคอีสาน เปิดรับสมัครแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772732

‘สามเณร ปลูกปัญญาธรรม’ ปีที่ 10 สัญจรสู่ประตูเมืองภาคอีสาน เปิดรับสมัครแล้ว

‘สามเณร ปลูกปัญญาธรรม’ ปีที่ 10 สัญจรสู่ประตูเมืองภาคอีสาน เปิดรับสมัครแล้ว

วันเสาร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดรับสมัครแล้ว สามเณร ปลูกปัญญาธรรม ก้าวสู่ 1 ทศวรรษแห่งเส้นทางพุทธบุตร เรียลิตี้ธรรมะถ่ายทอดสดแห่งแรกในเมืองไทย เตรียมสัญจรสู่ประตูเมืองภาคอีสาน เชิญชวนเด็กและเยาวชนชายผู้สนใจสมัครผ่าน www.truelittlemonk.com/apply ตั้งแต่วันนี้-20 มกราคม 2567

เตรียมพร้อมสู่ทศวรรษ บนถนนสายธรรมอย่างงดงามอีกครั้ง กับ โครงการสามเณร ปลูกปัญญาธรรม ปีที่ 10เครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่นเชิญชวนเด็กและเยาวชนชาย อายุ 7-12 ปีทั้ง 77 จังหวัด ทั่วประเทศ ใช้เวลาช่วงปิดเทอมอย่างมีคุณค่า เข้าร่วมสมัครในโครงการสามเณร ปลูกปัญญาธรรม ปี 10  ที่พร้อมสัญจรมุ่งสู่ประตูเมืองของภาคอีสาน ด้วยการส่งประวัติ แนะนำตัว บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจของตนเอง พร้อมวีดีโอหรือภาพถ่าย และเรียงความเรื่อง “เหตุผลที่อยากบรรพชากับโครงการสามเณรปลูกปัญญาธรรมปี 10” ตั้งแต่วันนี้-20 มกราคม 2567 ทาง www.truelittlemonk.com/apply เพื่อศึกษาและอบรมหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยน้องๆ ที่ได้รับการคัดเลือก จะได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณรปลูกปัญญาธรรม ในช่วงปิดภาคฤดูร้อนณ สถานปฏิบัติธรรมธวีธรรม อ.ปากช่องจ.นครราชสีมา เป็นระยะเวลา 1 เดือนระหว่างวันที่ 19 เมษายน-19 พฤษภาคม 2567 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ เยาวชนผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 12 คน จะเป็นเหมือนตัวแทนเยาวชนทั้งประเทศเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนพฤติกรรมของเด็กช่วงวัยนี้ที่จะได้เรียนรู้ธรรมะเพื่อไปกล่อมเกลาจิตใจให้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีต่อไปอีกทั้งตัวแทนเยาวชนทั้ง 12 นั้นจะมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่หลักธรรมและคำสอนนั้นออกไป ในรูปแบบรายการธรรมะเรียลิตี้ โดยจะมีการถ่ายทอดสดเรื่องราวการศึกษาและฝึกปฏิบัติธรรมที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้งอกงามในจิตใจ ช่วงเดือนเมษายนปีหน้า ท่านสามารถรับชมกิจวัตรของสามเณรได้ทางช่องเรียลิตี้ ทรูวิชั่นส์ เอชดี ช่อง 119 หรือ 333 และช่องเรียลิตี้ ทรูวิชั่นส์ ช่อง 60 หรือ 99 รวมทั้งออกอากาศช่วงไฮไลท์ประจำวันทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24และช่องทรูปลูกปัญญา ทรูวิชั่นส์ ช่อง 37และ 111 พร้อมรับชมรายการผ่านทางออนไลน์ได้ที่ http://www.truelittlemonk.comรวมถึงอีกหนึ่งช่องทางพิเศษ ผ่านแอปพลิเคชั่น TrueID ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารของโครงการได้ที่ www.facebook.com/truelittlemonkthailand หรือโทร. 02-858-8339 (ในวันและเวลาทำการ)

คุณแหน : 2 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772737

วันเสาร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน“พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9” ประจำปี 2566วันที่ 2 ธ.ค. 14.30 น. ณ หน้าหอรัชมงคล สวนหลวง ร.9 กทม. …

●● ในงาน 140 ปี ไปรษณีย์ไทย เมื่อวันก่อน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทรงทักทาย อานุสรา จิตต์มิตรภาพอดีต CEO หญิงแห่ง ไปรษณีย์ไทยว่า “ยังช่วยงานไปรษณีย์หรือ?” ทำให้เจ้าตัวรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง…

●● เชื่อแล้วว่าเป็น “นักกิจกรรมตัวจริง เสียงจริง” วันที่ 3 ธ.ค. ชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯ 2515 นำโดยประธาน อานุสราจิตต์มิตรภาพ และ นพ.อี๊ด ลอประยูร คุณหมอคนเก่งผู้ดูแลนักกีฬาทีมชาติไทย พร้อมคณะกรรมการฯจัดกิจกรรมเดินจุฬา หวนคืนบรรยากาศความเป็นน้องใหม่และให้เพื่อนร่วมรุ่น วัยทีน 70 ใส่ใจเรื่องสุขภาพ…เดินออกกำลังกายเบาๆ เข้ากับวัย สว.ยิ่งนัก…

●● มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ขอเชิญชมการแสดงดนตรี “ดนตรีในสวน : H.M. Song อว.บรรเลงเพลงของพ่อ” ร่วมน้อมรำลึกในพระอัจฉริยภาพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร องค์อัครศิลปิน ผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ ในงานโครงการหลวง 2566ซึ่งขับร้องและบรรเลง โดย #CMU #Alumni#Band วันที่ 5 ธ.ค. ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จ.เชียงใหม่…งานนี้เข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย…

●● กรมศิลปากร จัดกิจกรรมสุดพิเศษ เพื่อให้ทุกท่านได้ชมความงดงาม ของโบราณสถานในยามค่ำคืน โดยจะเปิดให้ทุกท่านได้เข้าชมโบราณสถาน “วัดไชยวัฒนาราม” จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์และเทศกาลสำคัญ เปิดมาตั้งแต่ 13 ต.ค.จนถึง 31 ธ.ค. …ไปตอนนี้ มีความพิเศษให้ชมแบบตระการตา…มาแต่งชุดไทยถ่ายรูปกันเถิดหนาออเจ้าทั้งหลาย…

●● ควันหลงลอยกระทงไม่หลงทางชาวราชินี 64 นัดสังสรรค์พร้อมลอยกระทงกันที่สระในบ้านหัวหน้ารุ่นฯ ศันสนีย์ จูตระกูล สนุกสนานครึกครื้นกันพอประมาณ…งานนี้ กุลภาศรีบรรทม จัดหากระทงวัสดุธรรมชาติ ใบย่อมๆ น่าเอ็นดู ให้เพื่อนๆ ด้วย…

●● มีหลานสาวเก่งๆ คุณยาย ตวงพร เลาหบุตร ภูมิใจยิ่งนักเมื่อ เจนนี่ หลานสาวคนโต ผู้เก่งกอล์ฟ และกำลังจะเข้าแข่งขัน เพื่อรับการคัดเลือกเป็น “นักกอล์ฟทีมชาติไทย” ในเร็วๆ นี้…ส่วน เจลลี่ หลานคนรองมีความสามารถทั้งร้องและเต้น เป็นความบันเทิงใจมากๆ ให้คุณยายผู้เป็นที่รัก…

●● นพ.สมนึกศิริพานทอง เชิญผู้สนใจเรื่องสุขภาพเข้าร่วมสัมมนาฟรีในหัวข้อ “เปลี่ยนเราเป็นคนใหม่” สุขภาพดีอยู่ที่ตัวเรา ฟังคุณหมอพูดคุยเรื่อง การดูแลสุขภาพให้ดี ไม่เจ็บ ไม่จน งานจัดที่ kkcityบางบัวทอง 2 ธ.ค.13.00 น. …

●● พิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณแม่ยุพิน ศรีรัตนา จัดวันที่ 3 ธ.ค.17.00 น. ณ เมรุ วัดตรีทศเทพ…

●● ข่าวจริงไม่ได้โม้ …การรถไฟฯ เตรียมย้ายสถานีรถไฟหัวหิน ไปใช้อาคารใหม่ของโครงการรถไฟทางคู่ ในวันที่11 ธ.ค. ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันงานก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ทั้งช่วงนครปฐม-หัวหิน ช่วงหัวหิน-ประจวบฯ และช่วงประจวบฯ-ชุมพร ใกล้จะแล้วเสร็จทั้งหมด ดังนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถไฟทางคู่สายใต้ และอำนวยความสะดวก การรถไฟฯ ได้กำหนดเปิดใช้ อาคารสถานีรถไฟหัวหินแห่งใหม่ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสถานีเดิม…ใครชอบนั่งรถไฟ (ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง) ไปเที่ยวหัวหิน ทราบแล้วเปลี่ยนกันด้วย !!…●●

บารอนเนส

ทุเรียนเมืองนนท์ ถึงมีเงิน ก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ทุกคนไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772743

ทุเรียนเมืองนนท์ ถึงมีเงิน ก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ทุกคนไม่

ทุเรียนเมืองนนท์ ถึงมีเงิน ก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ทุกคนไม่

วันเสาร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทุเรียนเมืองนนท์มีรสชาติที่ไม่เหมือนทุเรียนจากพื้นที่อื่นๆของไทย เพราะดินเมืองนนท์ น้ำเมืองนนท์ และอากาศในเมืองนนท์ มีความแตกต่างจากพื้นที่อื่น จึงทำให้ทุเรียนนนท์มีความแตกต่างจากทุเรียนของเมืองอื่นๆ แล้วที่สำคัญคือมีน้อยลงทุกปี เพราะฉะนั้นต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ทุกคน 

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับชาวสวนทุเรียน จังหวัดนนทบุรี คุณหนึ่งฤทัย สังข์รุ่ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.ไทรม้า ถึงความโดดเด่นของรสชาติทุเรียนเมืองนนท์แท้ๆ รวมถึงผลไม้ต่างๆ ที่มีให้รับประทานได้ตลอดปี

● เรียนถามครับ ปกติทุเรียนเมืองนนท์จะออกมาให้ได้รับประทานกันในช่วงเดือนไหนมากที่สุดครับ

คุณหนึ่งฤทัย : ช่วงกลางเดือนเมษายนค่ะ โดยทุเรียนจะแก่จัดในช่วงเมษายนถึงมิถุนายน ก็ประมาณ 3 เดือนเท่านั้นค่ะ ดังนั้น ในช่วงเวลานี้จึงเรียกว่าช่วงของทุเรียนนนท์ ซึ่งจะแตกต่างจากการให้ผลของทุเรียนจากจันทบุรี ระยอง รวมถึงทุเรียนจากภาคใต้ค่ะ คนที่จะได้รับประทานทุเรียนนนท์ โดยเฉพาะก้านยาว จึงต้องจองตั้งแต่ทุเรียนออกดอก หากไม่ได้จองแล้ว โอกาสที่จะได้รับประทานก็จะน้อยมาก เพราะทุเรียนก้านยาวของนนท์มีจำนวนไม่มากนัก ยิ่งปัจจุบ้นสวนทุเรียนในนนท์เหลือน้อยลงก็ยิ่งทำให้ผลผลิตน้อยลงไปเรื่อยๆ 

● ในแต่ละปี ทุเรียนเมืองนนท์ มีมากแค่ไหนครับ ช่วยประมาณให้ทราบด้วยครับ

คุณหนึ่งฤทัย : เอาแค่เฉพาะในเขตหมู่ 6 ไทรม้านะคะ ก็มีประมาณ 2,500 ลูกค่ะ ส่วนสวนทุเรียนในพื้นที่อื่นๆ ในนนท์ก็มีไม่มากนักเพราะสวนทุเรียนเหลือน้อยลงมากในปัจจุบัน 

● ทุเรียน 2,500 ผลในไทรม้า ถือว่ามีจำนวนมากหรือน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาครับ

คุณหนึ่งฤทัย : ก็ถือว่าปีนี้ให้ผลเยอะมากกว่าปีที่แล้วนะคะ นี่คิดเพียงเฉพาะเขตหมู่ 6 ไทรม้าเท่านั้นนะคะ ต้องบอกว่าปีนี้ทุเรียนให้ผลมากน่าพอใจค่ะ

● พื้นที่สวนทุเรียนในไทรม้ามีประมาณกี่ไร่ครับ

คุณหนึ่งฤทัย : ปัจจุบันเหลือเพียง 82 ไร่เท่านั้นค่ะ ลดลงไปเยอะมากเพราะพื้นที่สวนถูกขายไปทำบ้านจัดสรรเยอะมาก ชาวสวนทุเรียนก็เหลือน้อยลง บางสวนไม่มีใครรับหน้าที่ดูแลต่อ เพราะคนรุ่นใหม่บางคนไม่ทำอาชีพชาวสวนทุเรียนแล้ว เขาบอกว่ามันเหนื่อยมาก ดูแลทุเรียนยากมากด้วย ทำงานอื่นสบายกว่า ได้เงินมากกว่า 

● เมื่อสักครู่บอกว่าปีนี้ไทรม้ามีทุเรียนมากกว่าปีก่อน แล้วถ้าหากในปีที่ทุเรียนออกผลน้อยๆ จะมีประมาณสักกี่ผลครับ

คุณหนึ่งฤทัย : ถ้าออกลูกน้อยก็จะเหลือแค่หลักร้อยเท่านั้นค่ะ 

● สาเหตุอะไรทำให้ปีนี้ทุเรียนในไทรม้า ออกผลมากครับ

คุณหนึ่งฤทัย : เพราะว่าอากาศช่วงปลายปี 2565 ค่อนข้างดีเอื้อต่อการออกดอกออกผลของทุเรียน ทำให้ทุเรียนที่เริ่มให้ผลในปีนี้ออกมาค่อนข้างเยอะ และผลก็ติดดี ไม่ร่วงหล่นไปมากเหมือนในปีที่อากาศไม่ค่อยเอื้ออำนวย จะเห็นได้ว่าช่วงปลายปีที่แล้วนั้น อากาศเย็นกว่าปีก่อนแล้วช่วงฤดูฝนก็มีฝนที่มากกว่าปีก่อน ทำให้เป็นผลดีต่อการติดดอกออกผลของทุเรียนค่ะ 

● แสดงว่าปีนี้ต้นทุเรียนที่เพิ่งให้ผลเป็นปีแรกก็ให้ผลดกด้วยใช่ไหมครับ

คุณหนึ่งฤทัย : ก็ให้ผลดีพอประมาณค่ะ เมื่อไปรวมกับผลจากต้นเก่าที่ให้ผลมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว ก็นับว่าให้ผลโดยรวมมากกว่าปีก่อนประกอบกับในเขตไทรม้านั้น เราพยายามรณรงค์ให้ชาวสวนทุเรียนเก็บรักษาสวนไว้ เพื่อให้ทุเรียนไทรม้าคงอยู่ต่อไป แล้วเราก็ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานการปกครองในชุมชน โดยเฉพาะการอนุรักษ์สวนทุเรียนนนท์ และทุเรียนนนท์พันธุ์แท้ เช่น ก้านยาวแท้ของนนท์ ชาวสวนบางกลุ่มก็ให้การสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการกับเรา ก็ทำให้น่าจะเชื่อได้ว่าทุเรียนนนท์จะไม่หมดไปจากเมืองนนท์ 

● ผมสังเกตเห็นว่าเปลือกทุเรียนสองผลนี้หนาบางต่างกันค่อนข้างมาก ช่วยอธิบายให้ทราบว่าทำไมผลนี้เปลือกหนามากกว่าอีกผลหนึ่งครับ

คุณหนึ่งฤทัย : ต้นทุเรียนที่เพิ่งออกผลครั้งแรก ชาวสวนเรียนว่าทุเรียนสอนเป็น ดังนั้นเปลือกจึงจะหนากว่าทุเรียนที่ให้ผลมาแล้ว 3-4 ปีทุเรียนสอนเป็นคือทุเรียนสาว ผลที่ออกมานั้นจะมีเปลือกหนา และรสชาติของเนื้อทุเรียนจะไม่จัดเท่ากับทุเรียนที่ออกผลมาแล้ว 3 ปีขึ้นไป โดยทุเรียนที่ให้ผลมานานกว่าจะมีรสชาติจัดกว่าทุเรียนสาว และสีของเนื้อทุเรียนก็จะต่างกัน ทุเรียนสอนเป็นจะมีสีของเนื้อทุเรียนอ่อนกว่าทุเรียนที่ให้ผลมานานกว่า สรุปคือทุเรียนที่ให้ผลมาแล้ว 3-4 ปี จะมีเปลือกบางกว่าและรสชาติของเนื้อทุเรียนก็จะจัดกว่า หวานมันกว่า และสีของเนื้อทุเรียนจะเหลืองจัดกว่า ดังนั้นราคาทุเรียนสองชนิดนี้จึงต่างกัน ทุเรียนสาวราคาจะถูกกว่าทุเรียนต้นเก่าค่ะ 

● ราคาต่างกันมากไหมครับ

คุณหนึ่งฤทัย : ราคาที่หน้าสวนต่างกันค่ะ เพราะชาวสวนจะเน้นคุณภาพของทุเรียนมาก ไม่อยากให้เสียชื่อ ดังนั้น เมื่อซื้อกับชาวสวนโดยตรง เขาจะบอกเลยว่าผลไหนคือทุเรียนสอนเป็น และผลไหนคือทุเรียนต้นที่ออกผลมาแล้ว 3-4 ปี สำหรับทุเรียนสอนเป็นจะมีราคาถูกกว่ากิโลกรัมละประมาณ 100-200 บาท เพราะว่ามีเปลือกหนากว่า และรสชาติยังไม่จัดเท่าทุเรียนจากต้นเก่า

● ราคาทุเรียนที่ขายในปีนี้ ตกกิโลกรัมละกี่บาทครับ

คุณหนึ่งฤทัย : ราคากิโลกรัมละ 1,200 บาทค่ะ สำหรับหมอนทองนะคะ พันธุ์อื่นๆ ก็ราคาแตกต่างกันไป แต่หากเป็นก้านยาวจะแพงมากที่สุด คือราคาประมาณ 5 พันบาทต่อกิโลกรัม

● ราคานี้เป็นของพันธ์ุไหนครับ หมอนทอง ใช่ไหมครับ เพราะได้ข่าวว่าก้านยาวมีราคาแพงกว่านี้มาก

คุณหนึ่งฤทัย : เป็นราคาของหมอนทองกับพันธุ์อื่นๆ ค่ะ ส่วนก้านยาวจะแพงกว่า ขายกันที่ราคากิโลกรัมละ 5 พันบาทเป็นอย่างน้อย ราคาของก้านยาวจะขึ้นอยู่กับจำนวนปริมาณของผลทุเรียนในแต่ละปีด้วย แต่ก็ไม่ต่ำกว่า 5 พันบาทต่อกิโลกรัมแน่ๆ ค่ะ เพราะก้านยาวในนนท์นั้นเหลือน้อยมาก และผลผลิตในแต่ละปีก็ไม่มากมายนัก ราคาจึงสูงกว่าพันธุ์อื่น ๆ

● ชาวสวนทุเรียนเมืองนนท์รวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนแน่นแฟ้นแค่ไหนครับ หรือแต่ละชุมชนก็จะขายสินค้าของตัวเองเท่านั้น

คุณหนึ่งฤทัย : เราพยายามเชิญชวนให้ชาวสวนทุเรียนนนท์มารวมตัวกัน แล้วมาร่วมกันคิด ร่วมกันผลักดันให้ทุเรียนเมืองนนท์มีพัฒนาการที่ดีขึ้น เราพยายามเรียกร้องให้ชาวสวนทุเรียนไม่ทิ้งอาชีพ และให้มีลูกหลานสืบสานอาชีพต่อไป เพราะเราต้องการให้ทุเรียนนนท์อยู่คู่กับเมืองนนท์ตลอดไป เพราะทุเรียนของนนท์มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด ตัวอย่างที่เห็นชัดในปีนี้คือ เราชาวสวนทุเรียนนนท์จากพื้นที่ต่างๆ เช่น บางใหญ่ บางรักน้อย บางกร่าง มารวมตัวกันจัดงานทุเรียนเมืองนนท์ ที่วัดบางนา โดยได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าอาวาส ท่านให้ใช้พื้นที่วัดเพื่อจัดงาน นอกจากชาวสวนทุเรียนจะนำผลผลิตของสวนมาจำหน่ายในราคาที่ย่อมเยาแล้ว ยังมีผลไม้อื่นๆ ของจังหวัดนนท์มาออกร้านค้าขายด้วย ถือว่าเป็นการรวมตัวของชาวสวนผลไม้ในเขตจังหวัดนนท์ที่น่าสนับสนุนให้ทำกิจกรรมแบบนี้ต่อไปทุกๆ ปีค่ะ เพราะชาวสวนผลไม้ ได้มีโอกาสมาพบเจอกัน นำของมาขาย แล้วได้ขายโดยตรงกับลูกค้า โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้สามารถขายสินค้าได้ในราคาที่ถูกกว่าซื้อหาตามท้องตลาดทั่วไป หรือในห้างสรรพสินค้า

● มีคำถามว่า หากต้องการจะได้รับประทานทุเรียนก้านยาวแท้ๆ ของเมืองนนท์ ต้องทำอย่างไรครับ เพราะไม่สามารถหาซื้อได้จากท้องตลาดทั่วไป

คุณหนึ่งฤทัย : ต้องจองโดยตรงกับเจ้าของสวนทุเรียนค่ะ โดยไปจองเมื่อถึงช่วงที่ทุเรียนออกดอก เมื่อชาวสวนเห็นว่าทุเรียนออกดอกก็จะเปิดให้จอง โดยต้องจองตั้งแต่ช่วงต้นฤดูที่ทุเรียนผลิดอก แล้วก็จะยืนยันการจองกันอีกทีเมื่อทุเรียนเริ่มติดผล ส้วนใหญ่จะเปิดให้จองในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ บางสวนเปิดให้จองโดยผ่านเว็บไซต์ของสวนบางสวนต้องไปจองโดยตรงที่สวน จองแล้วถ่ายรูปเป็นหลักฐานกับต้นที่จองเลยนะคะ หากสนใจจะจองผลทุเรียนของนนท์ โดยเฉพาะก้านยาวนนท์ สามารถเข้าไปดูในเว็บไซต์กลุ่มอนุรักษ์ทุเรียนนนท์ หมู่ 6 ไทรม้าได้ค่ะ

● เปลี่ยนประเด็นไปคุยเรื่องการดูแลทุเรียนครับ ดูแลยากมากแค่ไหนครับ ต้องดูแลอย่างไรบ้างครับ บางคนซื้อต้นทุเรียนไปปลูกแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่รอด บางคนซื้อไป 10 ต้น ปรากฏว่าไม่รอดสักต้นครับ

คุณหนึ่งฤทัย : การดูแลต้นทุเรียนนั้น จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่ายนะคะ ก่อนอื่นต้องรู้จักนิสัยของเขาค่ะ คนที่รู้ถึงหลักการเลี้ยงดูต้นทุเรียนได้ถูกวิธีก็จะได้กินผลทุเรียนแน่นอนค่ะ แต่หากดูแลผิดวิธีก็มักจะปลูกแล้วไม่รอด การปลูกทุเรียนต้องใส่ใจมาก ต้องดูแลเป็นพิเศษ ต้องให้ใจกับเขาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะทุเรียนนั้นปลูกให้เติบโตดีๆ นั้น นับว่าเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ต้องประคบประหงมเขาดีๆ และต้องปลูกให้ถูกวิธีด้วย ต้องดูว่าดินที่ปลูกเป็นดินอะไร อยู่ในพื้นที่เขตไหน ดินเหนียวมากเกินไปหรือไม่ การปลูกทุเรียนให้ดี ต้องยกเนินดินขึ้นมา เพราะทุเรียนไม่ชอบน้ำขัง หากเจอน้ำขังก็ไปไม่รอด เพราะฉะนั้น ใครที่ปลูกทุเรียนโดยขุดหลุม ส่วนมากไม่รอดสักราย เพราะน้ำขังรากเน่า จึงต้องทำเป็นเนินดินก่อนปลูก ต้นทุเรียนมีนิสัยชอบที่ชื้น แต่ไม่ชอบที่แฉะ ไม่ชอบที่น้ำขังแน่นอน ชอบที่โปร่งโล่งเย็นสบาย ไม่ชอบอากาศร้อนจัดๆ ฉะนั้น ต้นทุเรียนจะยืนอยู่เดี่ยวๆ ในช่วงที่เขายังเป็นเด็กไม่ได้ ต้องมีพื้นอื่นบังร่มบังเงาให้บ้าง จนเมื่อเขาโตได้ที่แล้ว ก็ค่อยเอาต้นไม้ที่บังเงาให้เขาออกไปต้นไม้บังเงาให้ทุเรียนในยามที่เขายังไม่โตเต็มที่คือพวกทองหลาง มังคุด เป็นต้น

● พูดถึงไม้บังเงาให้ทุเรียน แล้วกล่าวไปถึงมังคุด แสดงว่าเมืองนนท์ก็มีมังคุดด้วยใช่ไหมครับ

คุณหนึ่งฤทัย : ต้องบอกตรงๆ ว่าเมืองนนท์มีผลไม้หลากหลายมาก มีให้รับประทานตลอดปี โดยแต่ละหน้า แต่ละฤดูก็จะมีผลไม้ต่างๆ ออกผลให้รับประทาน เช่น กระท้อน มะม่วงพื้นเมืองพันธุ์ยายกล่ำ ส้มโอ กล้วย ชมพู่มะเหมี่ยว มะเฟือง มะยงชิด มังคุด เป็นต้น สำหรับมะม่วงพันธุ์ยายกล่ำนั้น เราขึ้นทะเบียน GI เป็นผลไม้ประจำถิ่นของนนท์ไปแล้วค่ะความพิเศษของมะม่วงชนิดนี้คือ เมื่อสุกแล้วมีความหอมมาก เนื้อมะม่วงเนียนไม่มีเสี้ยน ชาวนนท์จะกินมะม่วงพันธ์ุนี้โดยใช้มีดเฉือนลงไปจนถึงติดเมล็ดมะม่วง แล้วใช้ช้อนตักเนื้อขึ้นมารับประทาน เนื้อเนียน หอม อร่อยมาก ส่วนทุเรียนนนท์จะมีหลายหลากพันธุ์ ทั้งพันธุ์เบาและพันธุ์หนัก พันธุ์เบาก็เช่น กระดุม เม็ดในยายปราง ชะนี และตระกูลกบทั้งหลาย แล้วก็พันธุ์หนักก็ได้แก่ ก้านยาว หมอนทอง ค่ะ ปัจจุบันหลายพื้นที่ในเขตเมืองนนท์เป็นพื้นที่สีเขียว ไม่อนุญาตให้สร้างโรงงาน ดังนั้น จึงยังมีเขตการเกษตรอีกพอสมควร เราจะพยายามเชิญชวนให้ชาวสวนผลไม้เมืองนนท์ทำอาชีพชาวสวนต่อไป เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของผลไม้เมืองนนท์เอาไว้ให้นานตราบนาน

● ที่เมืองนนท์มีปัญหาคนจีนเข้ามาเหมาสวนทุเรียนไหมครับ

คุณหนึ่งฤทัย : ไม่มีค่ะ เราพยายามไม่ให้เกิดการเหมาสวนค่ะ แล้วชาวสวนทุเรียนนนท์ก็ไม่ยินยอมค่ะ เราต้องการควบคุมคุณภาพผลไม้โดยเฉพาะทุเรียนนนท์ให้ดีที่สุด เราจึงดูแลเอง ขายเองค่ะ ไม่ให้เกิดการเหมาสวนค่ะ 

● ได้ข่าวว่าจีนปลูกทุเรียนในประเทศของเขามากขึ้น เรื่องนี้เป็นกังวลต่อชาวสวนเมืองนนท์ไหมครับ

คุณหนึ่งฤทัย : ก็ได้ยินข่าวนะคะ แต่เราก็มั่นใจว่าดินของเมืองนนท์แตกต่างจากดินของเมืองจีน ดังนั้นทุเรียนนนท์ก็ต้องปลูกที่เมืองนนท์ ใครจะนำทุเรียนนนท์ไปปลูก ก็คงไม่ให้ผลผลิตเหมือนกับทุเรียนในเมืองนนท์แต่เราก็ต้องพัฒนาผลผลิตของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปทุกปีค่ะ เราต้องพัฒนาตนเอง และพัฒนาสินค้าของเราให้ดีให้อยู่คู่เมืองนนท์ ทุเรียนนนท์จะออกผลไม่ตรงกับทุเรียนของเมืองอื่นๆ ในไทย ทุเรียนนนท์จะออกผลช้ากว่า และสวนทุเรียนเมืองนนท์ยังเป็นสวน ไม่ใช่ไร่ ผิดกับที่จังหวัดอื่นๆ ที่เป็นไร่ ทุเรียนนนท์ยังปลูกบนท้องร่อง มีคูน้ำอยู่ติดกับร่องที่ปลูก วิถีการทำสวนทุเรียนเมืองนนท์ในวันนี้ ยังคงไม่ต่างไปจากรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายายมากนัก เรายังมีการใช้แครงตักน้ำจากคูแล้วรดต้นทุเรียน ซึ่งจะต่างจากไร่ทุเรียน เพราะไร่จะไม่มีคูน้ำและการยกร่องปลูกทุเรียน

● ก่อนจะลากันในวันนี้ รบกวนถามถึงการจองทุเรียนก้านยาวอีกครั้งครับ ทำอย่างไรจึงจะจองได้ครับ

คุณหนึ่งฤทัย : สามารถจองได้โดยตรงที่สวน เมื่อถึงวันกำหนดเปิดให้จอง หรือดูจากเว็บไซต์ของสวนทุเรียนเมืองนนท์ได้ จองก่อนได้ก่อนไม่มีการลัดคิว หรือแซงคิวค่ะ เราให้บริการเสมอเหมือนกันทุกคน ไม่มีการใช้อภิสิทธิ์ ย้ำว่าจองก่อน ได้รับประทานก่อน ต้องรีบจองนะคะ ของดีมีจำนวนจำกัดค่ะ ชาวสวนจะคัดทุเรียนคุณภาพให้เท่านั้นค่ะ บางที่ทุเรียนหนึ่งต้นมีผลที่มีคุณภาพดีจริงๆ ไม่กี่ผล เช่น 4-5 ผลเท่านั้น ชาวสวนจะพิถีพิถันเลือกของดีให้ลูกค้าเท่านั้น ของไม่ได้ ไม่ให้ลูกค้าเด็ดขาดค่ะ เราชาวสวนทุเรียนนนท์ต่างช่วยกันเก็บรักษาสวนทุเรียนของบรรพบุรุษของเราไว้ และพยายามชักชวนให้ลูกหลานเห็นคุณค่าของสวนทุเรียนเมืองนนท์ อยากให้ลูกหลานช่วยกันเก็บรักษาสมบัตินี้ไว้ แล้วช่วยกันพัฒนาให้ทุเรียนนนท์มีคุณภาพดียิ่งๆ ขึ้นไป เมื่อเรามีของดีแล้ว เราต้องรักษาและทำนุบำรุงให้ดีมากๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ มีคนบอกว่าทุเรียนเมืองนนท์แพงยิ่งกว่าทอง ซึ่งเราเห็นแล้วว่าเป็นความจริง เราจึงต้องช่วยกันรักษาไว้ให้อยู่คู่กับเมืองนนท์

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตีรายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

โฉมใหม่ ThailandPostMart ไปรษณีย์ไทยคัดสินค้าคุณภาพ ใกล้ไกลส่งถึงมือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772734

โฉมใหม่ ThailandPostMart ไปรษณีย์ไทยคัดสินค้าคุณภาพ ใกล้ไกลส่งถึงมือ

โฉมใหม่ ThailandPostMart ไปรษณีย์ไทยคัดสินค้าคุณภาพ ใกล้ไกลส่งถึงมือ

วันเสาร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไปรษณีย์ไทย เผยโฉมใหม่ ThailandPostMartผลักดัน ให้เป็นแพลตฟอร์ม e-Marketplace ของคนสร้างสรรค์ทุกเจน คัดสินค้าคุณภาพ “ตัวท็อปใกล้ไกล ส่งให้ถึงมือ” คนไทยทุกคนช้อปสะดวกได้ที่หน้าร้าน 16 สาขาทั่วประเทศ และทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์-แอปพลิเคชั่น

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ไปรษณีย์ไทยครบรอบ 140 ปี ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ให้เป็นแบรนด์ที่โดดเด่น เข้าถึงทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคน New Gen ที่เน้นการสนับสนุนผู้ประกอบการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกร พร้อมขยายโอกาสให้ร้านค้าชุมชนนำสินค้ามาขายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทยในอีกมุมยังช่วยให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น ถือเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อผู้ซื้อและผู้ผลิตไทย คัดสรร “ตัวท็อปใกล้ไกล ส่งให้ถือมือ” สนับสนุนธุรกิจในทุกพื้นที่ให้เติบโตอย่างมั่นคงร่วมกัน โดยคาดว่ายอดสั่งซื้อในช่วงสิ้นปี 2566 จะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยซื้อของขวัญส่งให้กันในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

นายพสุ อุณหะนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจองค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทยจำกัด กล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากการปรับโฉมใหม่แล้ว ThailandPostMart ยังได้แบ่งกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภคบนแพลตฟอร์ม ออกเป็น 7 หมวด ประกอบด้วย อร่อยทั่วไทย ขุมทรัพย์ของดี สินค้าดีฝีมือเด็ด ของดีตามฤดู ของรักไปรษณีย์ไทย นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน และของฮิตติดกระแส เพื่อให้ปั้นสินค้าตัวท็อปแต่ละหมวดให้มีความชัดเจนในการสื่อสาร และสร้างให้สินค้าของไทยมีความโดดเด่น โดนใจในการเลือกซื้อมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของไปรษณีย์ไทยที่ต้องการแสดงจุดยืนในการเป็นธุรกิจที่สนับสนุนคนไทยทุกคนที่มีความสามารถและมีความสร้างสรรค์ให้เข้ามาร่วมงานกับไปรษณีย์ไทยเพิ่มมากขึ้น

ThailandPostMart ถือเป็นแพลตฟอร์มเพื่อนผู้รู้ใจรูปแบบใหม่ ที่สะดวกง่ายดาย โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนร้านค้ากว่า 800 ราย และมีสินค้าซึ่งเป็นตัวท็อปจากทั่วประเทศมากกว่า 5,000 รายการ ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com และแอปพลิเคชั่น ThailanแPostMart รวมทั้งหาซื้อที่ร้าน ThailandPostMart จำนวน 16 สาขาทั่วประเทศ

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดงานวันคนพิการ ครั้งที่ 54

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772739

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดงานวันคนพิการ ครั้งที่ 54

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดงานวันคนพิการ ครั้งที่ 54

วันเสาร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานวันคนพิการ ครั้งที่ 54 ประจำปี 2566 โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในหัวข้อ “พระบารมีปกเกล้า เหล่าคนพิการ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอาหารกลางวันเลี้ยงคนพิการและประชาชนที่มาร่วมงาน โดยมี พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธี ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง เมื่อวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566

งานวันคนพิการจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการได้พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านการป้องกันความพิการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมทั้งเพื่อให้คนพิการได้มีโอกาสในการพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตในสังคมอย่างเหมาะสม และทำประโยชน์แก่สังคมได้ไม่แพ้คนปกติ กิจกรรมที่สำคัญภายในงานอาทิ การประกาศเกียรติคุณบุคคลพิการตัวอย่าง,นิทรรศการเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านการป้องกันความพิการและการฟื้นฟูสมรรถภาพ,การแสดงความสามารถของคนพิการ,การสาธิตการฝึกอาชีพ การประกอบอาชีพและการจัดนัดพบแรงงานคนพิการ, จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องอุปโภค-บริโภคในราคาถูก, การจัดหารายได้เพื่อสมทบทุนส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, การขับร้องเพลงจากครูเพลงศิลปินแห่งชาติ การแสดงของนักแสดงศิลปินจากค่ายต่างๆ และจากกรมดุริยางค์ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการดำเนินงานจัดกิจกรรม และบริการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่คนพิการ

สำหรับ “ดอกแก้วกัลยา” ซึ่งเป็นดอกไม้ประดิษฐ์ โดยคนพิการของสำนักส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นดอกไม้ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานชื่อว่า “ดอกแก้วกัลยา”และพระราชทานพระอนุญาตให้ใช้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของคนพิการ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คนพิการ องค์กรของคนพิการ และมีพระดำรัสให้ฝึกอบรมคนพิการให้ประดิษฐ์ “ดอกแก้วกัลยา” ด้วยตนเองเพื่อเป็นอาชีพมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว และเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และองค์การยูเนสโกได้ประกาศยกย่องให้พระองค์ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อคนพิการ ในปีนี้ได้จัดนิทรรศการและการแสดงของเด็กพิการจากโรงเรียน และสถานคุ้มครองต่างๆ ในพิธีเปิดเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่านด้วย

‘คลินิกลอยฟ้า ปีที่ 18’ สุขภาพดีทุกวัย ในยุคดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772738

‘คลินิกลอยฟ้า ปีที่ 18’  สุขภาพดีทุกวัย ในยุคดิจิทัล

‘คลินิกลอยฟ้า ปีที่ 18’ สุขภาพดีทุกวัย ในยุคดิจิทัล

วันเสาร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.อาณัติ อาภาภิรม ที่ปรึกษา กลุ่มบริษัทบีทีเอส ประธานในพิธี พร้อมด้วยสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทบีทีเอส, เฉลิมพล ทันจิตต์ รักษาการรองราชเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์, ศรัณยู ชเนศร์ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท, ดร.ไฉน น้อยแสง คณบดีคณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ณัฐวัฒน์ วิสุทธ์พันธุ์ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลเปาโลเกษตร,ผศ.ทพ.บัณฑิต จิรจริยาเวช รองคณบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง), ปณต ไตรโรจน์ ผู้อำนวยการบริหาร โรงพยาบาลวิชัยยุทธ, นพ.ชัยสิทธิ์คุปต์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิภาวดี และ นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต ร่วมกันจัดงาน คลินิกลอยฟ้าปีที่ 18 “สุขภาพดีทุกวัย ในยุคดิจิทัล” เมื่อวันที่27-30 พฤศจิกายน 2566 ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว

“การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก และเป็นโจทย์สำคัญที่กลุ่มบริษัทบีทีเอสและพันธมิตรผู้ร่วมจัดงานคลินิกลอยฟ้า ได้ให้ความสำคัญเสมอมา และหารือร่วมกันว่านอกเหนือจากการคืนกำไรให้กับสังคม ด้วยการให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงการบริการตรวจสุขภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จากกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว การสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงช่องทางการรักษาพยาบาลได้อย่างสะดวก รวดเร็วและเท่าทันต่อเหตุการณ์ เพราะประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2565 ที่ผ่านมา”ดร.อาณัติ กล่าว

การจัดงานคลินิกลอยฟ้า ปีที่ 18 นอกจากจะได้เห็นกลุ่มพันธมิตรผู้ร่วมจัดงาน นำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาใช้ตรวจและรักษาผู้เข้าร่วมงานแล้ว จะมีการจัด LIVE TALK เสวนากับ พล.อ.ท.นพ.วรงค์ ลาภานันต์ ประธานศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลวิภาวดี ผ่านจอ LED Display ในหัวข้อ “สุขภาพดีทุกวัย ในยุคดิจิทัล” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นถึงการเชื่อมโยงกันระหว่างระบบเทคโนโลยีดิจิทัล และการให้คำแนะนำด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งกิจกรรม และแนวคิดทั้งหมดนี้ ทางกลุ่มผู้จัดงานมีเป้าหมายที่สำคัญ คือการส่งเสริมให้คนไทยทุกคน มีสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลโรคภัย และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษาพยาบาล โดยภายในงาน กลุ่มพันธมิตรโรงพยาบาลทั้ง 9 แห่งให้บริการตรวจสุขภาพฟรีกว่า 20 รายการ ซึ่งโปรแกรมบริการตรวจสุขภาพที่สำคัญของแต่ละโรงพยาบาลอาทิ เวชศาสตร์ฟื้นฟูตรวจกล้ามเนื้อ, การวิเคราะห์ค่า BMI วัดมาตรฐานเพื่อประเมินสภาวะของร่างกาย, นวดออฟฟิศซินโดรม, วัดความดันเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว ตรวจความเสี่ยงโรคเบาหวาน, ตรวจสุขภาพช่องปาก และฟัน, ตรวจจอประสาทตา, ตรวจวิเคราะห์ร่างกายด้วยเครื่อง Body Composition Analyzer, ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG, ตรวจอัลตร้าซาวนด์ ช่องท้องส่วนบน-ล่าง (Ultrasound Whole Abdomen) การตรวจมวลร่างกายด้วยเครื่อง Inbody และให้คำแนะนำตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย และแพทย์แผนจีน เป็นต้น